รวมฟิคบลีช All Bleach (Normal only)

ตอนที่ 5 : (THE LIFE WITHIN THE DEATH) SANDGLASS : Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 มี.ค. 62

。SYDNEY♔




THE LIFE WITHIN THE DEATH

- SANDGLASS -

 Inoue Orihime's Story 







               ในวันอันสดใสภายในรั้วของมหาลัยอันดับต้นๆของประเทศอย่างโทได ลึกเข้าจนถึงหน้าตึกคณะแพทยศาสตร์ มีร่างผอมเพรียวในชุดไปรเวทกระโปรงยาวคลุมเข่าดูเรียบร้อยในชุดสีสุภาพ ยิ่งเรือนผมสีสว่างสั้นประบ่าสะท้อนล้อกับแสงอาทิตย์ยามเย็น ใบหน้าสวยหวานหลับตาการฮัมเพลงราวกับรอใครบางคนอยู่ทำให้หลายคนที่เดินผ่านไปมามอง และไม่นานนักก็มีคนใจกล้าเข้ามาทัก

               "เอ่อ... ขอโทษนะครับ สนใจไปคาเฟ่กับพวกเรารึเปล่า"

               หญิงสาวออกจากโลกส่วนตัวหันมามองคนทักซึ่งไม่แน่ใจว่าสีจางๆบนใบหน้านั้นมาจากอุณหภูมิร่างกายหรือแสงแดดสะท้อน แต่นั่นก็ทำให้เธอยิ้มกว้างออกมาจนหลายคนใจกระตุกแม้จะขมวดคิ้วกับประโยคที่เจ้าหล่อนพูดก็ตาม

               "ถ้าอิชิดะคุงไป ฉันก็ไปด้วยค่ะ!"

               "อิชิดะคุงที่เธอพูดถึง... นี่คือ..."

               "อิโนะอุเอะซัง"

               เจ้าของชื่อหันไปมองทางลงจากตึกก่อนจะโบกมือพร้อมเอ่ยทักทายเสียงใส "อิชิดะคุง!"

               "ผมบอกแล้วไงครับว่าไม่ต้องรอก็ได้"

               "ยังไงก็อยู่หอเดียวกันนี่ ไม่เป็นไรหรอก" เธอว่าก่อนจะหันไปมองกลุ่มผู้ชายสามคนที่เข้ามาทักเมื่อครู่ก่อนจะบอก "พวกเขาชวนไปคาเฟ่น่ะ อิชิดะคุงอยากไปรึเปล่า"

               "ไม่ดีกว่าครับ" นิ้วยาวเลื่อนแว่นของตัวเองขึ้นแม้ดวงตาจะฉายแววเฉียบคมมองไปยัง 'แขก' ทั้งสาม "ผมมีสอบพรุ่งนี้"

               "เอ้อจริงด้วยสิ!" เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงัก "พวกเรามีนัดติวหนังสือกันนี่นา งั้นต้องขอโทษด้วยนะคะ"

               ท้ายประโยคโค้งศีรษะให้กับคนชวนก่อนที่จะเดินจากไป ปล่อยให้ทั้งสามคนยืนมองอยู่แบบนั้นและอดพูดกันไม่ได้

               "นั่นใช่อิชิดะ อุริว อัจฉริยะคณะแพทยศาสตร์ปะวะ?"

               "ใช่ อีกคนก็อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ คนที่ได้ที่สองประกวดดาวมหาลัย เห็นใกล้ๆแล้วโคตรสวย"

               "อย่าว่าแต่หน้าเลย ดูหุ่นนั่นซะก่อนเถอะ! เสียดายทำไมตัดผมสั้นอย่างกับเด็กเอ๋อแบบนั้น"

               "ชู่ววว แกพูดดังเกินไปแล้ว" อีกคนที่เงียบมาเอ็ด "เขาอาจจะอกหักมาก็ได้"

               "แล้วเจ้าอิชิดะอะไรนั่นล่ะ?"

               "เห็นมีคนถามอิโนะอุเอะซังบอกเป็นแค่เพื่อนตั้งแต่สมัยม.ปลายนี่"

               "เพื่อนแน่เหรอ? สองคนนั้นตัวติดกันจะตายแถมอยู่หอเดียวกันอีก"

               "ไม่รู้เว้ย!"

               "แล้วอีกอย่างใครที่ไหนจะกล้าหักอกวะ สวยแสนดีขนาดนั้น ถ้าผมตัดสั้นให้ดีกว่านี้หรือปล่อยยาวไปเลยนี่ไม่มีทางแพ้สุซุกิหรอก"

               "อยากจีบเป็นบ้า"

               "ไม่มีทาง โดนประกบขนาดนั้น ถ้ามันไม่คิดจะกินเองก็โดนขอให้เป็นไม้กันหมานั่นแหละ"




               "คิกๆ"

               "หัวเราะอะไรครับอิโนะอุเอะซัง"

               "ไม่มีอะไรหรอกจ้ะอิชิดะคุง" โอริฮิเมะตอบขณะจับปลายผมของตัวเอง "แต่เหมือนเด็กเอ๋อจริงๆเหรอ ผมทรงนี้ของฉันน่ะ"

               นิสัยคุณบางครั้งก็มีความเหมือนอยู่แล้วล่ะครับ...

               เขาคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป เพราะนั่นมันก็เหมือนเป็นเสน่ห์ของเจ้าหล่อนอยู่แล้ว

               "มันทำให้คุณดูไม่เหมือนเด็กมหาลัยเท่าไหร่น่ะครับ"

               "ทัตสึกิจังก็บอกว่าจะพาไปแก้แล้วล่ะ แต่ฉันปฏิเสธไปน่ะ" ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยจนสุดความยาวประบ่านั้น "นี่ก็เริ่มยาวขึ้นแล้วนา ตอนแรกทัตสึกิจังบอกเหมือนรังนกมากเลยล่ะ"

               อิชิดะ อุริวไม่ได้ตอบอะไรขณะมองใบหน้าที่มีรอยยิ้มสดใสประดับชวนให้รู้สึกปลอดโปร่งอย่างน่าประหลาดนั่น เขามองรอยยิ้มนี้มานานทำให้สามารถคาดเดาอารมณ์ของเธอภายใต้รอยยิ้มนี้ได้

               ซึ่งนับจากวันนั้นมา มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆแม้จะยังไม่เท่าเดิมก็ตาม...

               เกือบสี่เดือนแล้วกับชีวิตเด็กมหาลัย เกือบครึ่งปีแล้วที่จากเมืองคาราคุระมา และเกือบปีนับตั้งแต่ที่เธอร้องไห้... เพราะเจ้านั่น

               คุโรซากิ อิจิโกะ

               ความรู้สึกของอิโนะอุเอะที่มีต่อเจ้านั่นทุกคนรู้กันมานานมากและคอยเอาใจช่วยอยู่ทั้งระยะใกล้และไกล แม้จะมีหลายคนที่บอกว่าเจ้าหัวส้มงี่เง่าตาบอดแต่เขามั่นใจ ว่าเจ้านั่นรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไรกับตน แต่เพราะความเป็นเพื่อนที่ยังอยู่ทำให้การกระทำแบบนั้นมันดีกับทุกฝ่ายแม้ว่าจะไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่านั้นก็ตาม

               เพราะสายตาของคุโรซากิ... มองตามหาแต่คุจิกิซัง

               แม้หลังจากสงครามจบคุจิกิซังจะหายไปไม่ปรากฏตัวมาบนโลกมนุษย์เพราะติดภารกิจฟื้นฟูเมืองโซลโซไซตี้ีที่ได้รับความเสียหาย แต่ทุกๆวันหลังเลิกเรียนหากคุโรซากิไม่มีงานพิเศษเจ้านั่นก็จะเผ่นไปโซลโซไซตี้ แต่ถ้ามีงานก็จะเป็นวันที่โผล่หัวมาสังสรรค์กับเพื่อน 'บ้าง' ตอนกลางคืนก็จะทำงานตัวแทนยมทูตเช่นเดิม

               ทั้งที่เด็กม.ปลายปีสุดท้ายควรจะทุ่มเทกับการเรียน แต่มองยังไงชีวิตของเจ้านั่นก็ค่อยๆไป 'ทางนั้น' ขึ้นมาทุกที 

               ใช่ว่าอิโนะอุเอะซังไม่สังเกต เธอพยายามแล้ว พยายามมาตลอด แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังคงนิ่งเฉยหลีกหนีจนแทบไม่ได้เจอหน้ากัน...​มันก็คงทนไม่ไหว

               "เป็นฉันไม่ได้จริงๆเหรอ คุโรซากิคุง"

               คำสารภาพรักที่ไม่ได้ตั้งใจจะฟังแต่ไปบังเอิญได้ยินในช่วงพักกลางวันที่ทุกคนกำลังหาของใส่ท้องและเขาลืมของไว้ที่ห้องเรียนจึงได้เดินกลับมาเอา สถานที่ตรงขั้นบันไดไร้ผู้คนแม้จะได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายของพวกนักกีฬาจากสนามด้านล่างบางเบา และคุโรซากิ.... ก็กำลังจะเดินลงไปขณะที่เธอยืนอยู่ตรงทางลง

               น้ำเสียงสั่นๆแต่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ และสีหน้าของเธอที่เขาเห็นจากด้านข้างมันดูเหมือนกับเตรียมใจมาก่อนแล้ว ส่วนเจ้านั่น...​เขาไม่เห็น

               "....ขอโทษนะ อิโนะอุเอะ"

               น้ำเสียงของคุโรซากิที่ปกติมักจะโหวกเหวกโวยวายหรือเรียบเฉย กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงนั้นว่าต่อ

               "ถ้าฉันเลือกเธอ ฉันมั่นใจว่าจะทำเธอเสียใจมากกว่านี้แน่"

               "แล้วตอนนี้เธอไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ" เสียงใสถามต่อแม้จะแผ่วเบาลงก็ตาม "ไม่เหนื่อยบ้างเลยเหรอ ที่ไล่ตามแผ่นหลัง.... ของเธอคนนั้น"

               "มันก็คงคล้ายๆกับของเธอ อิโนะอุเอะ"

               "......"

               "ฉันขอบคุณใจนะ ที่รักคนอย่างฉันมาได้ตั้งนาน แต่ช่องว่างในหัวใจของฉัน.... มีแค่คนเดียวเท่านั้นที่เติมเต็มมันได้"

               "...ต่อให้จะแตกต่างกันขนาดนั้นน่ะเหรอ?"

               คำรำพึงพร้อมกับใบหน้าก้มต่ำทำให้เขาไม่เห็นว่าเธอทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่สองมือที่กำชายกระโปรงของตัวเองราวกับอดกลั้นนั้นมันบอกได้ดี

               "ฉันไม่ได้รักยัยนั่นแบบนั้นหรอกนะอิโนะอุเอะ" คุโรซากิรำพึง "ฉันแค่.... อยากจะเห็นผมทรงหัวหอม อยากจะเห็นรูปร่างเล็กๆในชุดยมทูตถือดาบสีขาวเล่มนั้น อยากจะเห็นดวงตาสีม่วงที่ไม่เคยกลัวหรือหลบตาฉันสักครั้ง และอยากจะเห็นทุกอย่างนั้นไปเรื่อยๆ"

               "....."

               "ยัยนั่นเป็นคนเปลี่ยนโลกที่ฉันเคยอยู่ และตอนนี้เป็นโลกทั้งใบ.... ที่ฉันคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมัน จนต้องวิ่งไล่ตามให้ทัน เพราะว่า... ฉันจะไม่มีวันรับความรู้สึกแบบช่วงสิบเจ็ดเดือนนั้นได้อีกแล้ว" 

               แบบนั้นยังจะบอกว่าไม่ได้รักอีกงั้นเหรอ?

               คำถามนั้นผุดขึ้นมาในใจของอิชิดะในทันที ในช่วงสิบเจ็ดเดือนหลังจากที่เจ้านั่นสูญเสียยมทูตไป คุโรซากิดูไม่ใช่คุโรซากิ ดูเมินเฉยกับทุกสิ่ง มีเรื่องทะเลาะวิวาทเป็นระยะๆ การเรียนที่เคยอยู่ต้นๆของระดับชั้นร่วงหล่นลงไป ดูไม่ได้สนใจอะไรราวกับสูญเสียเป้าหมาย เหลือทิ้งไว้เพียงสมองและร่างกายไม่ต่างกับหุ่นยนต์สั่งงานให้ใช้ชีวิตประจำวันต่อไปได้

               และเมื่อพวกฟูลบริงเกอร์เสนอหนทางที่จะดึงพลังกลับมาให้ ถึงขนาดยอมทำทุกอย่างแม้สุดท้ายจะโดนหลอก​ เสียงกรีดร้องของเจ้านั่นราวกับโลกพังทลายท่ามกลางสายฝน สีหน้าที่เหมือนกับจะร้องไห้เพราะหัวใจแตกสลายผิดหวังกับทุกสิ่งแม้แต่ในตัวพ่อของตัวเอง แต่เจ้านั่นกลับมายืนได้เพียงแค่เห็นสามารถเห็นคุจิกิซัง และกลายเป็น 'คุโรซากิ อิจิโกะ' เพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำจากเธอคนนั้น 

               ทุกอย่างนั่นเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าตัวตนของคุจิกิซังนั้นสำคัญและมีค่ามากแค่ไหนสำหรับคุโรซากิ และเขาคงไม่เชื่อหากไม่ได้เห็นเห็นกับตาตัวเอง 

               "ฮะๆๆ นั่นสิน้า คุจิกิซังนี่สุดยอดจริงๆนั่นแหละ" เสียงที่เหมือนกับพยายามจะร่าเริงแต่ก็บอกได้ไม่ยากว่ามันกำลังฝืนทนดังขึ้นมาหลังจากปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วขณะ 

               "แต่ว่านะคุโรซากิคุง"

               "หือ?"

               "เธอจะทนได้จริงๆเหรอกับความสัมพันธ์แบบนั้นน่ะ" ใบหน้านั้นเอียงคอมองก่อนจะว่าต่อ "คุโรซากิคุงน่ะเก่งอยู่แล้ว อย่ากั๊กไว้สิ! พุ่งชนเข้าหาคุจิกิซังตรงๆไปเล้ย!"

               "หะ... หา??"

               "ขอบคุณนะคุโรซากิคุง" ใบหน้านั้นยิ้มกว้างออกมา "ขอบคุณจริงๆ ที่บอกฉันตรงๆแบบนี้ ...​เราจะยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ไหม"

               เขาลบพลังวิญญาณของตนออกทำให้สองคนนี้จะไม่มีทางรู้ตัวหากไม่หันมาเห็น เขาไม่ได้อยากจะอยู่ยืนฟังเหมือนพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แต่สองมือเล็กกำแน่นแทบจิกลงไปในชุดกระโปรงมันดึงขาเขาไว้อยู่ตรงนั้น 

               "ได้สิ"

               "อ๊ะ! ตายแล้วลืมสนิทเลย! ฉันลืมของไว้ที่ห้องแน่ะ" เด็กสาวหัวเราะขำ "งั้นก็...​ไว้เจอกันนะคุโรซากิคุง"

               "อืม"

               ได้ยินเสียงรองเท้ากระทบเป็นจังหวะลงจากบันไดไปแต่ร่างบอบบางนั้นก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เว้นแต่หยดน้ำที่ร่วงหล่นลงมากระทบกับพื้นปูนมันทำให้เขาตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้

               "อิโนะอุเอะซัง...."

               "อ๊ะ? อิชิดะคุง?" ทันทีที่เห็นเขาเธอก็รีบเช็ดน้ำตาของตัวเองในทันทีพร้อมกับยิ้มให้ "ยังไม่ลงไปอีกเหรอจ๊ะ"

               เขามองใบหน้านั้นขณะที่รู้สึกเหมือนมีบางอย่างแทงเข้ามาภายในอก ก่อนจะตัดสินใจคว้าร่างเล็กเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับเปรย

               "แปลกจริง"

               "เห?"

               "ไม่เห็นเลยว่าอิโนะอุเอะซังอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ แปลกจริงๆ"

               แม้จะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ลูบกลุ่มผมสีสว่างเป็นการปลอบประโลม แม้ยามปกติเธอคงจะแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ตอนนี้.... เธอยอมที่จะอาศัยแผ่นอกของเขาร้องไห้ออกมาพร้อมกับระบาย

               "ทั้งที่เตรียมใจมาอยู่แล้ว ทั้งที่รู้ดีว่ายังไงก็สู้ไม่ได้และไม่มีวันแทนที่ได้ แต่...ไม่คิดเลยจริงๆว่าพอได้ฟังจากปากของคุโรซากิคุง...​มันจะเจ็บขนาดนี้"

               "...."

               "ฉันรักเขา...​รักมาตลอด... แม้จะรู้ว่าสายตาคู่นั้นไม่เคยมีฉัน... แต่ระยะห่างของเรามันมากขึ้นทุกที เพราะฉันวิ่งไล่ตามแผ่นหลังของเขาที่วิ่งตามคุจิกิซังไม่ทัน"

               "....."

               "ที่เจ็บที่สุด... คือคุโรซากิคุงที่ฉันรักมากที่สุด.... คือตอนที่เขาอยู่กับคุจิกิซัง.... เป็นตัวของเขาที่ไม่ว่าฉันจะพยายามยังไง ฉันก็ไม่สามารถทำให้คุโรซากิคุงเป็นแบบนั้นได้ มันเจ็บยิ่งกว่าถูกปฏิเสธอีกแหละ"

               "......."

               "ฉัน... ฉันจะพยายาม... พยายามกลับไปเป็นเพื่อน.... จะพยายามมองเขาให้เป็นเพื่อนให้ได้เหมือนเดิม.... แม้ไม่รู้ว่าจะทำได้เมื่อไหร่ก็ตาม"

               "....อิโนะอุเอะซัง"

               เขาก้มลงซบใบหน้ากับเรือนผมยาวสวยนี้ เปลือกตาหลังกรอบแว่นปิดลงครุ่นคิดในถ้อยคำ ก่อนสุดท้ายจะตัดสินใจเอ่ยออกมา

               "ไปโตเกียวกับผมนะครับ"

               "?!"

               "ยิ่งอยู่ใกล้แถวนี้คุณก็จะเห็นเขา เห็นความทรงจำกับเขา ฉะนั้นเริ่มต้นใหม่ในสถานที่ใหม่ก็เป็นตัวเลือกให้ได้" สองแขนโอบกอดแน่นขึ้นมาแต่ไม่มากให้เจ็บ "ผมตั้งใจว่าจบแล้วจะไปเรียนต่อที่โทได อาทิตย์หน้าจะมีการสอบทุน อิโนะอุเอะซังเรียนเก่งอยู่แล้วคงไม่ต้องห่วง"

               "......"

               เราแวะกลับมาเป็นครั้งคราวได้ คุณอาจต้องใช้เวลากลับไปตั้งหลักใหม่ เริ่มความรู้สึกตัวเองใหม่ให้มองคุโรซากิอย่างที่คุณต้องการ...."

               "....."

               "มันจะใช้เวลานานก็ไม่เป็นไร เพราะผมมั่นใจว่าอิโนะอุเอะซังเข้มแข็ง และสุดท้ายเรื่องในวันนี้... ก็จะเป็นความทรงจำที่สวยงามแทน" เขายิ้มบางกับกลุ่มผมนั้น "ผมสัญญา ผมจะอยู่ข้างๆอิโนะอุเอะซังเสมอนะครับ"

               "..คุง...​อิชิดะคุง!!!"

               เสียงเรียกใสๆที่เข้ามาในโสตประสาทเรียกให้เขาออกจากโลกส่วนตัว ก็เห็นใบหน้าหวานงอง้ำมองเขาอย่างน่ารักพร้อมกับเอ็ด

               "เหม่ออะไรอยู่น่ะอิชิดะคุง ฉันเรียกตั้งนานแล้วนะ"

               "ขอโทษครับ" เขาดันแว่นขึ้นอย่างประหม่า "เมื่อกี้อิโนะอุเอะซังว่าอะไรนะ? ผมไม่ทันฟัง"

               "กำลังจะบอกว่า วันเสาร์นี้ถ้าอิชิดะคุงว่าง ไปร้านนี้กันเถอะ!!" ใบปลิวสีหวานสดใสของร้านขนมมาพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย "เขามีขนมปังถั่วแดงใส้มายองเนสเป็นไส้ใหม่แหละ!!"

               มุมปากของเขามีรอยยิ้มขึ้นมากับความกระตือรือร้นของคนตรงหน้า เพราะการมาอยู่ที่นี่ดูเป็นทางเลือกที่ดี เธอตกลงที่จะมาเรียนต่อโทไดกับเขา เธอดูมีความสุขมากขึ้นกับชีวิตตอนนี้ แม้จะมีบ้างบางครั้งที่มีความเศร้าหรือคิดถึงอดีตอยู่บ้าง แต่ก็สามารถก้าวเดินใหม่ต่อมาได้

               "เอาสิครับ วันเสาร์นี้ผมว่างอยู่แล้ว เดี๋ยวผมพาไป"

               และที่ทำให้ภายในอกของเขาพองฟู ก็คือเธอยอมให้เขาอยู่ข้างๆในการเริ่มต้นใหม่...

               สัญญา... ว่าเขาจะดูแลอย่างดี และไม่ทำให้เธอเสียน้ำตาอีกแน่นอน






==================================================



มาต่อกับคู่ที่สองในเซ็ตนี้แล้วค่ะ!! ตอนแรกว่าจะมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแต่ฟีลเขียนไม่ติดก็เลยไม่ได้มา....
คือเราต้องเอ็นดูหนูฮิเมะให้ได้ก่อนถึงจะเขียนฟิคเรื่องนี้ได้ในการพาดพิงคู่อิจิลู ซึ่งตอนนั้นยังทำไม่ได้ค่ะ... ความหมั่นมันเยอะ แต่ตอนนี้ได้แล้ว ถถถถถ
มีความผิดพลาดนิดหน่อย เพราะตอนแรกเราคิดว่าอิจิโกะนั้นอยู่ม.5 แต่ตอนกลับไปดูนี่ฮีแกอยู่ม.6ด้วยวัย17 แต่มันแค่บทนำเลยยังไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากมาย (แต่ในออฟิเชียลมันก็คิดว่าพวกนั้นคงไม่ได้เข้ามหาลัยอยู่ดีเพราะอย่างช้าสุดคือฮิเมะท้องหลังจบ) และอย่างที่จั่วหัวไป เรื่องนี้จะล่วงหน้าคู่ของสองพี่น้องไปนะคะในเรื่องของไทม์ไลน์ ซึ่งอันที่จริงก็จะไม่เกี่ยวกันมากจนกระทั่งตอนปลายๆเรื่อง 
รู้สึกแค่บทนำนี่อิชิดะดูมีความสโตล์กเกอร์มากมาย รู้ไปหมดจริงๆ แต่ตอนที่อิจิเหมือนจะร้องไห้นี่อิชิดะอยู่ตรงนั้นด้วยจริงๆนะ ฉะนั้นฮีต้องเป็น(มนุษย์ฝั่งโกะ)คนเดียวที่เห็นโกะทั้งหมด ความเปลี่ยนแปลงหน้ามือหลังเท้าตอนก่อนเห็นลูเคียและหลังเห็นลูเคีย คือยิ่งอ่านแล้วยิ่งถอนหายใจ ทำไมอิจิลูไม่ถึงฝั่งวะ (- -' 
และคนอย่างอิจิโกะที่มักจะเก็บความอ่อนแอของตัวเองไว้ถึงขนาดคุกเข่าแบบนั้นทำให้คิดว่าคงไม่มีใครเคยเห็น(แต่อิชิดะเห็น) ทำให้หนุ่มแว่นของเราได้เห็นความลึกซึ้งของอิจิมีต่อลู....
แล้วแฟลชแบ็คของอิจิที่บอกว่า "ไม่ได้รัก" ลูเคียเนี่ย มันก็จะไปเล่นบทบาทนิดหน่อยในเรื่องของอิจิเอง แบบลงทุนจะยอมเป็นยมทูตจะนู่นนี่นั่นแต่ "ไม่ได้รัก" เลยจริงจริ๊งงงงง แล้วชอบความเปรียบเปรยเรื่องวิ่งตามโลกนี่มาก //อยากเอาไปฟาดหน้าอ.คุโบะ
รู้สึกยาวไป..... เหลือบทนำแค่ของคนน้องแล้วก็จะเดินหน้าเข้าเรื่องหลัก มีใครอยากอ่านเรื่องไหนก่อนรึเปล่าคะ xD


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

80 ความคิดเห็น

  1. #11 Female_Titan (@Shirata223345) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 20:20

    รอคู่โทชิโร่คารินต่อไปค้าาา คือชอบคู่นี้มาก อยากอ่านนน

    #11
    0