รักในทางปฏิบัติ | สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 6 : บทที่ 2 | เขาให้หนูเป็นคนงาน [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    26 เม.ย. 62


“คะ?” ไม่ใช่ว่าปณาลีไม่ได้ยินคำถาม เธอได้ยิน แต่ที่ขานรับเหมือนจะถามย้ำแบบนั้นเพราะเธอเห็นว่าเขาเองก็สวมนาฬิกาข้อมืออยู่ แล้วจะมาถามเวลากับเธอทำไมกัน

                “มาลัยบอกให้มาที่นี่ตอนหกโมงเย็นไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มันกี่โมงแล้ว”

                ปณาลีรู้สึกว่าเขาพูดกับเธอเสียงดังมาก อีกนิดเดียวก็จะกลายเป็นตะคอกอยู่แล้ว แถมยังทำหน้าตาถมึงทึงจนปณาลีต้องรีบเปิดกระเป๋าสะพายแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูเวลา

                “หกโมงยี่สิบ...เอ็ด” พยางค์สุดท้ายนั่นเธอพูดขึ้นทีหลังเมื่อเห็นว่าตัวเลขดิจิตอลบนโทรศัพท์เปลี่ยนจากเลขศูนย์เป็นเลขหนึ่ง

                “นัดหกโมง มาถึงตอนหกโมงยี่สิบเอ็ด ไม่เคยมีใครอบรมให้รู้จักตรงต่อเวลาหรือไง” ราเชนทร์เปิดฉากต่อว่าทันที เขาไม่ใช่คนที่ต้องรอใคร และก็ไม่เคยปล่อยให้ใครรอ เขามีมารยาทกับคู่นัดเสมอ พอเจอแบบนี้ก็อดหงุดหงิดไม่ได้

                “ก็...หนูเดินมา” ปณาลีรู้สึกเหมือนตัวเธอเล็กลีบลง เสียงของเธอก็เบาลงด้วยหนึ่งระดับโดยอัตโนมัติ นี่ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าราเชนทร์ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบหน้าเธอ นอกจากพูดจาด้วยน้ำเสียงห้วนไม่ไพเราะ เขายังหาเรื่องมาบ่นเธอได้แม้ว่าเธอเพิ่งจะเดินเข้าบ้านเขามา

                อะไรกัน เป็นเจ้าบ้านเสียเปล่า แทนที่จะถามไถ่ว่าเธออยู่ได้ไหม ขาดเหลือตรงไหน มีอะไรลำบากให้เขาช่วยเหลือ เฮอะ! นี่ไม่มีเลยแม้แต่ครึ่งคำ

                “เดินมาแล้วยังไง” มันใช่เหตุผลของการไม่ตรงต่อเวลาหรือไงล่ะ

                “มันไม่ได้ใกล้นะคะ หนูเดินมาก็ต้องใช้เวลาซี่” ปณาลีไม่ได้คิดว่าการที่เธอมาช้าไปยี่สิบนาที ไม่สิ...ยี่สิบเอ็ด นั่นละ การที่เธอมาช้าไปยี่สิบเอ็ดนาทีมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอะไรมากมาย ราเชนทร์ก็ทำเล่นใหญ่โมโหเกินเบอร์ไปหน่อยมั้ง

“ไม่คิดว่าเธอจะไม่รู้ แต่ก็เห็นแล้วว่าเธอไม่รู้จริงๆ ว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า การเผื่อเวลา ในเมื่อนัดตอนหกโมงเย็น แปลว่าหกโมงเย็นเธอต้องมาสถานที่นัดหมายแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาออกจากบ้านตอนหกโมงเย็น!” ไม่รู้ว่าไม่มีใครสั่งสอนเรื่องนี้ให้ปณาลีทราบ หรือว่าเธอทราบดีแต่ว่าไม่สนไม่แคร์ ไม่คิดจะทำตามกันแน่

                “หนูมาช้าแบบนี้ อาหารเย็นหมดแล้วมั้งคะ กินกันเลยดีไหม ทิ้งไว้นานเดี๋ยวจะยิ่งไม่อร่อย” ปณาลีไม่ค่อยเจอใครดุด่าว่ากล่าวเธอ พอราเชนทร์ตำหนิซึ่งๆ หน้าอย่างนี้หญิงสาวก็ไปไม่เป็น พอหลุบตาลงแล้วเห็นอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะจึงเสเปลี่ยนเรื่อง เข้าไปนั่งร่วมโต๊ะแล้วทำทีเป็นชวนราเชนทร์รับประทานมื้อเย็นเสียอย่างนั้น

                ไม่ทันฉุกคิดว่านั่นอาจจะไปทำให้ชายหนุ่มหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

                “นอกจากจะไม่รู้ว่าตัวเองผิดแล้วก็ยังไม่รู้จักขอโทษอีก”

                ปณาลีกระพริบตาปริบ ไม่คิดว่าราเชนทร์จะด่าเธอไม่เลิกแบบนี้ แล้วเขาจะบ่นอะไรนักหนา ในเมื่อเขาก็พูดอยู่ปาวๆ ว่าเธอไม่รู้ว่าตัวเองผิด ดังนั้น...ในเมื่อเธอไม่คิดว่าตัวเองผิด เธอจะต้องขอโทษทำไมกันล่ะ

                “หนูขอโทษค่ะ” เอาเถอะ ขอโทษก็ได้ จะได้กินข้าวสักที นี่ก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกันเนี่ย

                ราเชนทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้ว่าที่ปณาลีแค่ขอโทษตัดรำคาญไปอย่างนั้นเอง ให้ตาย! นี่คุณปิ่นส่งเด็กบ้าอะไรมาให้เขาดูแลวะเนี่ย?

                คุณปิ่นเขียนเล่ามาในจดหมายว่าหลานสาวของท่านคนนี้มีนิสัยค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจตัวเองอยู่บ้าง แต่ราเชนทร์คิดว่าไม่ใช่แค่เอาแต่ใจตัวเองหรอก ดูเหมือนว่าเธอจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่างด้วย

“คราวหน้าคราวหลังก็หัดตรงต่อเวลาด้วย นี่เข้าใจที่พูดไหม”

                “เข้าใจค่ะ”

                ราเชนทร์ไม่ได้คาดหวังอะไรกับปณาลีนัก เธอรับปากไปก็ไม่รู้ว่าแค่ตอบรับส่งเดชไปอย่างนั้นเองหรือเปล่า เรื่องจะให้เธอรู้จักตรงต่อเวลาไม่ปล่อยให้ใครรอ ดูเหมือนเขาจะต้องเคี่ยวกรำกับเธออีกที

                ชายหนุ่มเรียกให้มาลัยมาตักข้าวสำหรับเขาและปณาลี ระหว่างที่รอแม่บ้าน เขาก็หันไปสบตากับหลานสาวคนเล็กของคุณปิ่น เริ่มต้นชี้แจงเกี่ยวกับงานที่เธอต้องรับผิดชอบในสวนยาง

                “คนงานที่นี่จะทำงานสัปดาห์ละห้าวัน เธอได้หยุดเสาร์อาทิตย์ จะหยุดงาน จะลากิจต้องแจ้งล่วงหน้าสามวัน”

                ปณาลีอ้าปากค้าง นี่เธอเป็นเจ้าของสวนยางคนหนึ่งเหมือนกันนะ จะหยุดงานนี่ก็ต้องบอกราเชนทร์ล่วงหน้าด้วยหรือไงกัน ข่มเหงกันเกินไปหน่อยแล้ว

                “ทุกวันทำงาน เธอต้องมากินอาหารเช้าที่นี่ตอนเจ็ดโมงครึ่ง ห้ามสาย ถ้ามาสาย...เธออด” และนี่ก็ไม่ใช่คำขู่ด้วย ถ้าเกิดว่าปณาลียังไม่เรียนรู้ที่จะตรงต่อเวลา เขาจะปล่อยให้เธออดข้าวจริงๆ ด้วย

                “เจ็ดโมงครึ่ง?” เช้าขนาดนั้นเชียว นั่นยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะลืมตาตื่นเลยด้วยซ้ำไป

                “เจ็ดโมงครึ่งต้องพร้อมที่โต๊ะอาหารแล้ว ฉันจะไม่รอเธออย่างวันนี้อีก กินข้าวเช้ากับฉัน จากนั้นก็เข้าไปทำงานที่สวนยาง ส่วนมื้อกลางวันกับมื้อเย็น กินข้าวที่โรงอาหาร ถ้าอยากจะกินเมนูอื่นก็มีร้านอาหารตามสั่งอยู่ เธอจ่ายเอง” ซึ่งปณาลีก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องเงินหรอก แต่ปัญหาของเธอน่าจะเป็นเพราะหญิงสาวติดหรูกินอาหารบ้านๆ พื้นๆ ไม่ได้เสียมากกว่า

                “กินข้าวเช้า แล้วก็เข้าสวนยาง นั่นมันเช้ามากๆ เลยนะคะ”

                ราเชนทร์กระตุกยิ้ม แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่ดีนักหรอก “ไม่หรอก...นี่ยังไม่เช้าที่สุดด้วยซ้ำไป”

                “มีเช้ากว่านี้?” 















โอ๊ย! อิพี่! อินายหัว! ทำไมทรมานน้องแบบนี้ น้องเป็นคุณหนู ทะนุถนอมน้องบ้าง
- อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็ฝากคอมเม้นต์กันเข้ามานะคะ -

แอดแฟนจิ้มที่รูปหัวใจเลยจ้า




ชุด อาการรัก มีทั้งหมด 2 เรื่องนะคะ



ติดตามข่าวสาร+พูดคุยกันได้ที่เพจ ฬีรดา เลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #202 ploy_nittha (@ploy_nittha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 07:33
    ขอทุบนายหัวก่อนได้มั้ยคะ ไม่มีความสงสารแต่อย่างใด
    #202
    0
  2. #31 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 18:01
    ตายแน่ๆ
    #31
    0
  3. #22 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 23:33

    บ่นจัง สงสารลูก ผญ ตัวคนเดียว

    #22
    0