รักในทางปฏิบัติ | สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 | ใครกันแน่ที่เป็นตัวจริง [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    24 เม.ย. 62



“คนงาน?” ปณาลีเอียงคอมองเขา แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเขาพูดออกมาแบบนั้น “หนูเป็นเจ้าของที่นี่...อีกคนไงคะ”

                “ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ และฉันทำงานในสวนยางได้ทุกอย่าง แล้วเธอทำอะไรเป็นบ้างล่ะ”

                ปณาลีเหมือนจะเห็นร่องรอยความเยาะหยันเล็กๆ บนใบหน้าคมคร้ามของราเชนทร์ เธอรู้ว่าเธอทำงานแบบนี้ไม่เป็นน่ะ และเขาเห็นสภาพเธอก็คงจะรู้เหมือนกัน แต่ไม่ต้องเหยียดกันขนาดนี้ไหมล่ะ เขารู้จักกับปภาดาก็น่าจะรู้ดีว่าเธอไม่ได้อยากมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก แล้วจะมาบอกให้เธอเป็นคนงานของเขา

                นี่เธอดูเหมือนคนที่จะไปกรีดยางได้หรือไงกันล่ะ

                “ก็...หนูไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ที่นี่” เรื่องที่คุณย่ายกกิจการสวนยางให้เป็นชื่อเธอที่มันเป็นเรื่องไม่คาดฝัน

                แต่คุณย่านะคุณย่า จะยกให้แล้วก็ยังไม่วายจะมีเงื่อนไขอีกต่างหาก กิจการสวนยางตั้งเจริญจะเป็นของปณาลีโดยสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเธอทำงานอยู่ที่นี่จนครบระยะเวลาหนึ่งปี ซึ่งเรื่องนี้เธอกับปภาดาปรึกษากันแล้วว่าให้ทนๆ ไปหนึ่งปี หลังจากนั้นพอได้กรรมสิทธิ์มา ปณาลีจะค่อยโอนยกกิจการให้พี่สาว ส่วนปภาดาเองก็จะยกหุ้นของโรงแรมที่เขาใหญ่มาให้เธอแทน

                แค่ปีเดียว...เธอต้องอยู่ที่กระบี่แค่ปีเดียวเท่านั้น หลังจากนี้เธอจะได้ไปทำงานดูแลกิจการในโรงแรมที่เขาใหญ่ให้สมกับที่เธอจบบริหารมา

“แต่ก็มาถึงนี่แล้ว” ราเชนทร์ดึงเอกสารกลับคืนไป ไม่ว่าปณาลีจะอยากมาอยู่ และเขาจะอยากต้อนรับเธอหรือไม่ ทั้งเขาและเธอก็ปฏิเสธสิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่ได้อยู่ดี

                เธอต้องอยู่ที่นี่...ภายใต้การดูแลของเขา

                “แล้วหนูต้องเป็นคนงานของคุณงั้นเหรอคะ ต้องทำอะไรบ้าง” ในเมื่อราเชนทร์รู้ว่าเธอเป็นหลานคุณย่าปิ่น เธอมาในฐานะของเจ้าของสวนยาง เธอควรจะได้ทำงานอะไรที่มันเกี่ยวกับการบริหารกิจการถูกไหม นี่เขาใช้คำว่า คนงานมันฟังดูหนักหนามากเลยนะสำหรับเธอน่ะ

                “ต้องทำให้เป็นทุกอย่าง ตั้งแต่งานในสวนยาง ไปจนถึงงานนั่งโต๊ะแบบเจ้าของกิจการ” งานในไร่ในสวยไม่ได้เหมือนงานบริหารในออฟฟิศ ถ้าไม่รู้จักทำให้เป็น ไม่เป็นตัวอย่างให้คนงานเห็น ก็สร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองไม่ได้ แล้วพอคนงานไม่เคารพยำเกรงขึ้นมาจะลำบาก ยิ่งถ้าทางคุณหนูผู้ดีแบบนี้แล้วด้วย คงจะทำให้คนงานเกรงกลัวได้ยากเหมือนกัน

                ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องทำให้เธอควบคุมคนพวกนี้ให้ได้ ถึงแม้เขาจะรู้ว่าปณาลีไม่ได้จะอยู่ที่นี่ถาวรก็ตาม แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งเสียที่ฝากมากับจดหมายของคุณปิ่น ราเชนทร์เห็นว่าเขาไม่ควรจะไปขัดศรัทธาคนที่ตายไปแล้ว

                “หนูไม่คิดว่าตัวเองจะต้องทำเป็นทุกอย่างนะคะ” อย่างไรเธอก็กะจะมาอยู่ที่นี่แค่ปีเดียว ถ้าราเชนทร์ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เขาให้เธอนั่งๆ นอนๆ ในสวนยางไปจนครบปีก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ให้เธอไปทำงานก็ใช่ว่าเธอจะช่วยให้เขามีกำไรขึ้นมามากมายเสียที่ไหนกัน

                “งั้นฉีกสัญญาที่ฉันทำไว้กับคุณปิ่นเอาไหมล่ะ ผลกำไรไม่ต้องหารสองแล้ว แยกขาดระหว่างพื้นที่ของฉันกับตั้งเจริญได้เลย เธอก็บริหารงานในสวนยางตั้งเจริญเองได้เลย กำไรได้เท่าไรก็เอาไป ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน”

ปณาลีชะงักงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะรีบส่ายหน้าอย่างไม่ลังเล เธอเรียนจบบริหารมาก็จริง แต่ถ้าว่าไปถึงแวดวงธุรกิจ เธอคงเป็นใครสักคนที่ไม่มีใครจำชื่อได้ ไม่ต้องพูดถึงรายละเอียดยิบย่อยของงานในสวนยางและการแปรรูปยางพาราเลย ความรู้เรื่องนั้นของเธอเป็นศูนย์ ปณาลีไม่ใช่คนโง่ เธอฉลาดพอที่จะรู้ว่าหากไม่ยืมมือของราเชนทร์มาควบคุมกิจการ หายนะจะเกิดกับเธอแน่ๆ

                และปณาลีจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น

                “หนูยอม...ยอมเป็นคนงานของคุณก็ได้” แค่ชั่วคราวเท่านั้นล่ะนะ เธอไม่มีทางยอมเขาตลอดไปหรอก

                “ถ้าอย่างงั้นก็...เอาข้าวของไปเก็บไว้ที่บ้านพักคนงาน เธอต้องพักที่นั่น” ราเชนทร์วาดมือเชื้อเชิญ ราวกับเขากลัวว่าปณาลีจะแหมะอยู่ที่นี่ไม่ยอมออกไปอย่างนั้นละ

                ซึ่งจริงๆ แล้วหญิงสาวก็คิดจะทำเช่นนั้น

                “ให้หนูพักอยู่บ้านหลังนี้กับคุณด้วยไม่ได้หรือคะ” แหม...ก็ที่นี่ดูจะสบายกว่าเยอะเลยนี่นา “หนูเป็นผู้หญิง จะให้หนูไปนอนที่บ้านพักคนงานคนเดียว อันตรายแย่เลย”

                “บ้านพักแยกชายหญิงเป็นสัดส่วน แล้วอีกอย่าง...สวนยางตั้งเจริญก็อยู่ในความดูแลของฉัน ฉะนั้นไม่มีอะไรน่ากลัว”

                ปณาลีทำหน้างอ เขาไม่กลัวแต่เธอกลัวนี่นา

                “ยังไงหนูก็ถือว่าเป็นเจ้าของสวนยาง ให้หนูพักบ้านคุณไม่ได้เหรอ” เสียงหวานติดจะฉายแววออดอ้อนอยู่เนืองๆ

                ทว่าใช้กับราเชนทร์ไม่ได้ผล

                “เธอเป็นผู้หญิง ถ้ามาอยู่กับฉันที่นี่ คนงานก็ได้เอาไปนินทากันสนุกปากสิ แล้วอีกอย่างนะ...ฉันเองก็ไม่สะดวกใจด้วย” ซึ่งเหตุผลข้อหลังนี่ละที่สำคัญ

                เจ้าของบ้านดูจะไม่อยากต้อนรับ ปณาลีจะว่าอย่างไรได้ล่ะ แล้วท่าทางเขาก็ดูเป็นคนแข็งๆ ใจเขาก็น่าจะแข็งไม่ต่างจากท่าทาง เธอหว่านล้อมไปอย่างไรก็เหนื่อยเปล่า

                สุดท้ายปณาลีก็ได้แต่ทำหน้าง้ำ แสดงออกว่าเธอไม่ยินดีกับการ ต้อนรับของเขาเลยสักนิด

                ฮือ...แม่จ๋า! นี่เธอต้องไปอยู่บ้านพักคนงานนั่นจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย















สงสารน้องงงง โดนไล่ให้ไปอยู่บ้านพักคนงาน แอร์ก็ไม่มี แล้วสภาพอากาศขนาดนี้!
- อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็ฝากคอมเม้นต์กันเข้ามานะคะ -

แอดแฟนจิ้มที่รูปหัวใจเลยจ้า




ชุด อาการรัก มีทั้งหมด 2 เรื่องนะคะ



ติดตามข่าวสาร+พูดคุยกันได้ที่เพจ ฬีรดา เลยค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #201 ploy_nittha (@ploy_nittha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 07:27
    นายหัว แกจะไม่สงสารน้องจริงๆเหรอ
    #201
    0
  2. #144 Noo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:34

    อ่านแล้วชอบบบบ สะใจจริง สงสัยจะซาดิสแฮะ

    #144
    0
  3. #29 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 17:52
    นายหัว
    #29
    0
  4. #18 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 21:31

    โชคร้ายชะมัดเจอมาอยู่กับคนแบบนี้

    #18
    0
  5. #16 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 00:09

    รู้ทันกันได้

    #16
    0