รักในทางปฏิบัติ | สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 10 : บทที่ 3 | นายหัวใจดี (?) [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    30 เม.ย. 62


“คุณเกลียดอะไรหนูหรือเปล่าเนี่ย ถึงให้หนูไปอยู่บ้านพักคนงาน ความเป็นอยู่ของหนูมันลำบากลำบนมากเลยนะ” แล้วเธอจะต้องอยู่แบบนี้ไปอีกหนึ่งปีเชียวนะ ไม่แน่ใจเลยว่าเธอจะรับไหวแล้วไม่ตายไปเสียก่อนน่ะ

                นี่ถ้าแม่เธอรู้ว่าเธอต้องกลายมาเป็นคนงานในสวนยาง คงไปปลุกศพคุณย่าที่สภากาชาดมาถามแหงเลยว่าทำไมถึงทำแบบนี้กับหลานสาวได้

                ...แต่บางทีแม่อาจจะไม่สนใจเลยก็ได้ว่าเธอจะมีความเป็นอยู่อย่างไรน่ะ

                “มันไม่ได้ลำบากอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย ข้าวปลาก็มีให้กินยังจะมาบ่น ฉันไม่ให้เธอต้องไปหุงหาอาหารกินเองก็ดีเท่าไรแล้ว” เรื่องนี้ต่อให้ไม่บอก ราเชนทร์ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าปณาลีคงไม่ใช่คนประเภทที่ชอบเข้าครัว เขาฟันธงว่าเธอต้องทำอาหารไม่เป็นแน่ๆ

                ปณาลีทำหน้าคว่ำ หันกลับมาสนใจอาหารตรงหน้าแต่ก็ยังไม่วายพึมพำกับตัวเอง “คุณต้องเป็นเจ้ากรรมนายเวรของหนูแน่เลย”

                ราเชนทร์ได้ยินคำพูดของปณาลีแม้ว่าหญิงสาวจะบ่นเสียงงุบงิบกับตัวเอง เขาเหลือบตามองคนที่ทำแก้มป่องแล้วก็โคลงศีรษะไปมา ไม่เห็นด้วยกับความคิดของปณาลีเลย

                เฮอะ! เธอต่างหากล่ะที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาน่ะ

 

                ราเชนทร์พาปณาลีมาถึงพื้นที่ปลูกยางพาราด้วยรถกระบะของเขา ความจริงจะเดินมาก็ไม่ได้ไกล แต่เนื่องจากเขามีแผนจะพาเธอไปดูโรงงานแปรรูปยางพาราอยู่แล้วด้วย ก็เลยเอารถออกมาเสียเลยจะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปเอาที่บ้าน

                “สวนยางพาราของตั้งเจริญทั้งหมดกินพื้นที่จากตรงนี้” เขาชี้บอกจุดสังเกตให้ปณาลีมองเห็น “ไปจนสุดพื้นที่ตรงนู้น”

                ปณาลีชะเง้อคอมอง แต่มันก็เท่านั้นแหละ ตรงนู้นที่ราเชนทร์ชี้มือไปคือสุดลูกหูลูกตา เธอมองไม่เห็นอยู่ดี “ทั้งหมดกี่ไร่เหรอคะ”

                “เฉพาะที่เป็นของตั้งเจริญคือหนึ่งพันสองร้อยไร่” ที่คุณปิ่นขายให้เขาอีกหนึ่งพันสองร้อยไร่ ส่วนสวนยางของอัศวพิมุกข์ที่มีอยู่เดิมนั้นเพียงแค่เจ็ดสิบไร่ เพราะพื้นที่ทั้งหมดของครอบครัวเขาเป็นสวนลำไยกับส้มโชกุนไปเสียหมด

                “โห...แล้วของคุณอีกเท่าไรคะ” ปณาลีทำตาโต เนื้อที่เป็นพันไร่นี่มันเยอะมากๆ เลยนะ ปลูกยางทั้งหมดนี่เลยเหรอ นี่ถ้าเกิดว่ามีการฆ่าหมกสวนยางเกิดขึ้น จะมีคนรู้ไหมเนี่ย

                “ก็พอๆ กันกับของตั้งเจริญนี่ละ”

                “เยอะมากๆ เลย แล้วคุณดูแลคนเดียวเลยเหรอคะ” เนื้อที่สองพันกว่าไร่นี่นะ ดูแลไหวได้อย่างไรเนี่ย

                “มีพ่อกับแม่ฉันด้วย แต่ช่วงนี้ท่านไม่อยู่ ไปเที่ยวน่ะ” พอเข้าหน้าร้อนก็แบบนี้ทุกที หนีร้อนไปเที่ยวเมืองหนาว ปล่อยให้ลูกทำงานงกๆ อยู่คนเดียว

                “อย่างนี้ก็ต้องมีคนงานเยอะมากเลยสิ ใช่ไหมคะ” แล้วคนงานพวกนั้นไปอยู่ไหนกัน เพราะบ้านพักคนงานก็มีอยู่ไม่กี่สิบห้องเท่านั้น หรือว่าจะมีตรงอื่นด้วย

                “คนงานที่อยู่ประจำน่ะไม่เยอะหรอก ถ้าเป็นช่วงกรีดยางก็จ้างคนกรีด แต่ก็ต้องคอยดูแลให้เข้มงวด สมัยนี้มิจฉาชีพมันเยอะ”

                “ในเมื่อยังไงก็ต้องจ้างคนมากรีดยางอยู่ดี แล้วคุณจะต้องให้หนูไปกรีดยางทำไมล่ะคะ”

                “หัดไว้ไง จะได้ทำเป็น พอเป็นนายคนจะได้รู้ว่าคนที่จ้างมาทำถูกหรือเปล่า ฝีมือดีหรือเปล่า กรีดยางไม่ใช่สักแต่เอามีดกรีดๆ นะ มันมีวิธีของมัน แล้วก็มีเทคนิคหลายอย่างไม่ให้เสียหน้ายาง กรีดยังไงให้อายุการกรีดอยู่ได้นานๆ ถ้าทำไม่ดี ทำไม่เป็นก็ได้ผลผลิตน้อย เธออยากได้กำไรน้อยๆ ไหมล่ะ”

                ปณาลีส่ายหน้าดิก ใครละจะไปเลือกผลกำไรที่น้อยกว่าน่ะ แต่ฟังจากที่เขาพูดมามันก็ดูยากเย็น แล้วเธอจะทำได้หรือเปล่าเนี่ย ยิ่งไม่เคยหยิบจับอะไรอยู่ด้วย

                “แล้ว...กรีดยางนี่กรีดเมื่อไรก็ได้หรือเปล่า”

                “ฤดูให้ผลผลิตน่ะเหรอ?” ราเชนทร์ทวนถามเพื่อให้เข้าใจตรงกัน พอปณาลีพยักหน้าเขาก็เลยพูดต่อ “ขึ้นอยู่กับปีที่ปลูกด้วย แต่ส่วนมากที่สวนจะเป็นต้นที่ปลูกมาได้แปดถึงสิบปีแล้ว ช่วงกรีดยางก็จะเป็นเดือนพฤษภากับมิถุนา ดูจากใบยางที่แตกใหม่หลังผลัดใบแก่เต็มที่ก็เริ่มกรีดก่อนจะเข้าหน้าฝน”

                “แล้วต้นยางนี่มีอายุกี่ปีเหรอ”

                “หลายสิบปี แต่พอต้นยางอายุยี่สิบห้าถึงสามสิบปีก็ให้ผลผลิตน้อยแล้ว ได้น้ำยางไม่คุ้มค่าจ้างก็ต้องโค่นแล้วปลูกใหม่”

                ปณาลีทำตาโตอีกแล้ว เป็นนิสัยของหญิงสาวที่มักจะตื่นเต้นกับอะไรรอบตัวได้ง่ายๆ “ปลูกตั้งแต่ต้นเล็กๆ น่ะเหรอคะ”

                “ตามมาสิ เดี๋ยวจะพาไปดู”

ราเชนทร์เดินนำปณาลีเข้าไปในพื้นที่ปลูกยางพารา รู้ตัวได้ในทันทีว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนงานที่อยู่ในบริเวณนี้ และรู้ด้วยว่าใครที่เป็นต้นเหตุ ลำพังแค่ปณาลีมากับเขาก็คงกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของคนงานมากพออยู่แล้ว นี่การแต่งตัวของเธอยังแตกต่างจากคนที่นี่เลยทำให้เป็นจุดสนใจได้ง่าย

ถึงอย่างนั้นราเชนทร์ก็ไม่ได้มีแผนที่จะเรียกคนงานมาชุมนุม แล้วป่าวประกาศสถานะของปณาลีให้คนงานทราบ กะว่าจะพาเธอไปแนะนำให้ผู้จัดการรู้จักแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องการกระจายข่าว อย่าได้ดูถูกการพูดแบบปากต่อปากเชียว ยิ่งในไร่ในสวนแบบนี้ล่ะไวนัก

ตรงส่วนนี้เรียกว่าแปลงกล้ายาง เป็นพื้นที่สำหรับปลูกเมล็ดเพื่อเอากล้ายางมาติดตา

ติดตา?” ปณาลีทำหน้างง เครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่มแปะอยู่บนใบหน้าอ่อนใสของเธอ

เป็นการขยายพันธุ์พืชวิธีหนึ่ง มาดูนี่สิ
















นายหัวสวมบทคุณครูค่าาาาา สอนงานน้องด้วยตัวเองเลย 
ค่อยๆ สอนน้า อย่าดุน้องนัก
- อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็ฝากคอมเม้นต์กันเข้ามานะคะ -

แอดแฟนจิ้มที่รูปหัวใจเลยจ้า




ชุด อาการรัก มีทั้งหมด 2 เรื่องนะคะ



ติดตามข่าวสาร+พูดคุยกันได้ที่เพจ ฬีรดา เลยค่า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #38 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 20:00

    ยังดีที่สอน ไม่ใช่บ่นอย่างเดียว

    #38
    0
  2. #37 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 16:37
    นายหัวคะ
    #37
    0
  3. #36 Sweetheart zzzz (@Canberra2014) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 12:46

    ได้ความรู้เรื่องยางด้วย ชอบๆค่ะ กำลังสนุกเลย



    #36
    0