เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 8 : รับจ้างเที่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 8

รับจ้างเที่ยว

 

 

 

 

 

“แล้วเราจะไปติดต่อหรือหาคนที่เขาอยากจ้างงานพวกนี้ได้ยังไงที่ไหนล่ะคะ?”

“อื้ม! บางคนเขาก็มีเอเย่นต์ มีสังกัดคอยป้อนงานให้ พวกนี้คือมีการันตีรายได้ ต่ออาทิตย์ หรือต่อเดือนให้เลย ว่าหน้าตารูปร่างอย่างนี้ จะได้เท่าไหร่ๆ”

“ใช่ค่ะ แต่เราสองคนไม่มีสังกัด ไม่อยากแบ่งตังค์ให้ใคร ก็เลยรับงานเอง ก็จะผ่านพวกเว็บไซต์ หรือไม่ก็พวกลูกค้าเก่าๆ แนะนำกันมา”

“แต่ถ้ารับงานเองก็ต้องเขี้ยวสักหน่อยนะคะ ข้อตกลงต้องชัดเจน ต้องดูแลตัวเองได้ ต้องแกร่งพอ เพราะไม่มีใครมาคอยคัดกรองลูกค้า หรือว่าระวังหลังให้ ไม่มีแบ็กหนุน เกิดไรขึ้น ต้องเอาตัวรอดให้ได้ ต้องสู้ด้วยตัวเอง”

“ฟังแล้วน่ากลัวจัง”

“ฮะ...ฮ่า...ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะพี่ด้า ก็ถ้าดูแล้ว ไม่น่าไว้ใจ ก็ปฏิเสธไปเสียก็สิ้นเรื่อง”

“แล้วไม่กลัวเสียรายได้หรือเสียลูกค้าเหรอคะ?”

“โอ้ย! ไม่หรอกค่ะ เอาปลอดภัยไว้ใจได้ ชัวร์ไว้ก่อน เกิดอะไรขึ้นมา จะได้ไม่คุ้มเสีย แล้วงานแบบนี้ มีเยอะมาก ขนาดเราสองคนรับงานแค่สุดสัปดาห์ ก็ยังไม่เคยว่างสักอาทิตย์เลย นี่ถ้าไม่คิดว่าความสวยและความสาวมันไม่คงทน ก็คงลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ไปทำอาชีพแบบนี้เต็มตัวแล้วล่ะค่ะ รายได้มันดีกว่ากันเยอะ”

“เยอะมากเลยหรือคะ?”

“ก็อย่างรับจ้างเที่ยว ดูหนัง ฟังเพลง กินข้าว ก็ได้หลักพัน ถ้าออกต่างจังหวัด ก็ได้หลายพัน อย่างงานเราสองคน ถือว่ายังเป็นเรตราคาต่ำ ถ้าเทียบกับพวกงานนัว หรืองานไซด์ไลน์ที่ต้องมีเซ็กส์กัน”

“ใช่ค่ะ รายได้พวกนั้นนี่ ว่ากันเดือนเป็นแสน สวยๆ หรือพวกที่เคยผ่านหน้ากล้อง เป็นตัวประกอบ เคยถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา บางคนรายได้เฉียดล้านเลยก็มีนะคะ”

“มีดาราทำงานแบบนี้ด้วยหรือคะ? เคยได้ยินแต่เม้าธ์กันมา นึกว่าแค่เม้าธ์กันเฉยๆ”

“โธ่! พี่ด้าขา งานง่าย งานสบาย ได้เงินเยอะ...ใครจะไม่ชอบ และเรื่องเม้าธ์มอยพวกนี้ ถ้าไม่มีมูลแล้วเขาจะเอาจากไหนมาพูดกันละคะ”

“คงต้องสวยเซ็กซี่ถึงจะทำได้สิคะ”

“โอ้ย! อยากบอกว่า งานอย่างนี้ ขอแค่ใจถึงใครก็ทำได้ค่ะ ส่วนจะได้มากได้น้อย ก็ต้องดูว่า รูปร่างหน้าตาเป็นที่ต้องการของตลาดสักแค่ไหน และอีกอย่าง ผู้หญิงสมัยนี้ ขอแค่หุ่นดีหน่อย หน้าตาอะไรมันแต่งเติมกันได้ค่า”

“ใช่ ยิ่งสวยธรรมชาติอย่างพี่ด้านี่ ทำได้สบายๆ เลยค่า” หันมาแนะนำเธอ เพราะเห็นถามอย่างสนใจทีเดียว

“แต่ที่ไม่ได้ ก็คงเพราะ ใจถึงไม่พอ” สองสาวว่ากระเซ้าแหย่เสียเสร็จสรรพก็พากันหัวเราะคิกคัก

“เอิ่ม! แล้วถ้าพี่สนใจ เอ่อ! แค่อยากรู้ อยากดูข้อมูลเฉยๆ เราจะหาลูกค้าจากไหนยังไงกันคะ?”

“มันมีเว็บไซต์ค่ะ มีทั้งแบบให้ประกาศฟรีๆ และเสียเงินรายเดือน ไอ้พวกรายเดือนนี่ก็จะช่วยดัน ช่วยโฆษณาให้ ส่วนมากเราจะได้ลูกค้าจากเว็บพวกนี้เยอะกว่า มันช่วยคัดกรองคนมีตังค์จ่ายจริงๆ เข้ามา เพราะว่ามีการลงทะเบียนและก็เสียเงินเหมือนกันค่ะ”

“อ้อ! และถ้าสนใจจะทำงานนี้จริงๆ ก็ต้องจิตแข็งสักหน่อยนะคะ เพราะไอ้ประเภทโรคจิตก็มีเยอะ จำไว้ว่า อย่าให้เบอร์โทรศัพท์ ไอดีไลน์ หรือที่อยู่ติดต่อใครง่ายๆ ลองคุยดูก่อน จนมั่นใจว่าไว้ใจได้จริงๆ ค่อยให้ไปค่ะ และถ้าเจอโรคจิตก็ให้รีบวางสายเลย ไม่ต้องไปเสียเวลากับพวกมัน”

“ถ้ามีติดต่อมาก็ให้ถามเลย งานอะไร ค่าจ้างเท่าไหร่? อันนี้ประเด็นสำคัญ อย่าให้เยิ่นเย้อเสียเวลา ไปน้ำท่วมทุ่งกับพวกนี้ เพราะเวลาเราเป็นเงินเป็นทอง”

“และถ้าพี่ด้าสนใจ นี่ค่ะ เอาเว็บไซต์พวกนี้ไปลองส่องดูก่อนได้เลย แต่จำไว้นะคะว่า อย่าให้รูปใครง่ายๆ โดยเฉพาะรูปโป๊เปลือยนี่ห้ามเด็ดขาดเลยนะคะ โรคจิตเยอะต้องระวังตัวไว้ให้ดี” ปุยฝ้ายย้ำเตือน พร้อมกับเขียนอะไรขยุกขยิกใส่แผ่นกระดาษส่งให้เธอ

ลลัลดารับมาอย่างตื่นๆ มือชื้นไปหมด

 

 

“อ้าว! มานั่นแล้ว หลับคอพับคออ่อนมาทีเดียวเชียว”

วิศรุตพยักพเยิดหน้า เมื่อวาคิมอุ้มลูกสาวคนโตพาดไหล่เอามาส่งคืนให้ที่บ้าน หลังจากพากันหายไปเล่นตั้งแต่เมื่อเย็นนั่นแล้ว

“นั่งกินขนมดูการ์ตูนด้วยกันอยู่ดีๆ หลับไปเฉยเลยครับ” พูดถึงหลานสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะส่งคืนให้พี่ชายที่มาช้อนตัวรับเอาไปดูแลต่อ

“เลยไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลย” แพรวพิชชาพูดขึ้นมาอย่างกังวลใจ

“ก็ถ้าขืนปลุกมาอาบน้ำแปรงฟันตอนนี้ มีหวังร้องไห้อาละวาดลั่นบ้านแน่ๆ” วิศรุตรีบพูดขึ้นมาอย่างรู้ดี เป็นการปรามภรรยาทางอ้อมไม่ให้ปลุกลูก

“พี่รุตก็ตามใจยัยแก้มเกินไปแล้วนะคะ ไปโรงเรียนทั้งวัน กลับมาก็วิ่งเล่นเสียงเจี๊ยวจ๊าวเนื้อตัวสกปรก แล้วพี่คิมยังตามใจหลานให้กินขนมหวานๆ อีก เดี๋ยวก็ได้ไม่สบาย ฟันผุกันบ้างหรอก ถึงตอนนั้นจะยิ่งแย่ใหญ่”

“เอาน่าแพรว เดี๋ยวพี่จะเช็ดตัวให้ลูกเองนะคะ” คุณพ่อที่ตามใจลูกสาวแบ่งรับแบ่งสู้

“วิญญาณคุณครูอนุบาลเข้าสิงเลยนะครับน้องแพรว ยัยแก้มน่ะตัวเล็กนิดเดียว ยังไม่ครบสี่ขวบเลย อย่าไปเข้มงวดอะไรกับแกนักเลย” เขาสนับสนุนพี่ชายช่วยพูดให้

“พี่รุตก็สปอยลูกคนหนึ่งแล้วนะคะ พี่คิมยังจะมาตามใจหลานจนเคยตัวอีกคน” เขาพลอยโดนหางเลขไปด้วย

“อย่างนี้ที่ว่าจะฝากให้เลี้ยงตาภีมด้วย เห็นจะไม่ไหวแน่ๆ เดี๋ยวลูกแพรวจะโดนตามใจจนเสียคนเสียทั้งคู่” เจ้าหล่อนส่งสายตาเขียวค้อนขวับเขาด้วยอีกคน

แต่พอได้ยินเสียงของภีมพิชามญ์ที่ร้องไห้จ้าลั่นบ้าน คุณแม่จอมเฮี๊ยบก็รีบกุลีกุจอกลับเข้าไปทันที

“อ้าว! ซะงั้น ฮะ...ฮ่า...” วาคิมหัวเราะขึ้นมาเก้อๆ ยกมือเกาท้ายทอยที่โดนงอนไปอีกคน

“แม่ให้นมลูกอยู่ก็แบบนี้แหละ อารมณ์แปรปรวนง่าย ฮอร์โมนยังไม่เข้าที่ ขึ้นๆ ลงๆ” วิศรุตแก้ตัวแทนให้ภรรยา

“อ้อ! หรือครับ อย่างนี้พี่รุตก็รับเละเลยสิครับ”

“อือ! ก็พอมีประสบการณ์มาตั้งแต่สมัยยัยแก้ม บางทีมาถึงนี่ยังไม่ทันจะได้พูดเลยก็เหวี่ยงวีนเสียไปไม่เป็นแล้ว”

“น้องแพรวนี่นะครับ?” ถามอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะแพรวพิชชาที่เขารู้จักมาเป็นคนมีเหตุผล ไม่น่าจะเป็นอย่างที่วิศรุตว่าได้เลย เขานึกไม่ออกแน่ๆ ถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาตัวเองอย่างเมื่อครู่นี้

“ใช่...แต่พี่ก็เข้าใจนะ ไม่โกรธเคืองอะไรเขาหรอก มีบางทีมันก็อดจะน้อยใจนิดหนึ่งไม่ได้ พอมีลูกความสนใจทั้งหมดก็ไปโฟกัสลงที่ลูกหมด จนแทบจะไม่มีเวลากุ๊กกิ๊กกันเลย ถ้านายจะคบใครล่ะก็ ยื้อเวลาการเป็นแฟนกันไปให้นานๆ แต่งแล้วก็ยังไม่ต้องรีบมีลูกก็ได้ เพราะช่วงเวลาของเราสองคนน่ะ หวานชื่นที่สุด” วิศรุตเล่าไปยิ้มไป

“แต่จะว่าไป มีลูกก็ดีเหมือนกัน เพราะมันทำให้ครอบครัวเติมเต็มมากยิ่งขึ้น พี่เองก็เป็นผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ความรักมันไม่หวือหวาเหมือนหนุ่มสาว แต่เป็นอะไรที่มั่นคงและอบอุ่นขึ้น”

วาคิมฟังแล้วยิ้มตาม ไม่คิดว่าคนอย่างวิศรุตจะวิเคราะห์ออกมาเป็นฉากๆ ได้ละเอียดลออขนาดนี้

“ดูเหมือนพี่รุตจะถอดเขี้ยวเล็บหมดแล้วนะครับ”

“ฮะ...ฮ่า...ก็ตั้งแต่มีลูกสาว ฉันก็เกิดกลัวเวรกรรมตามทันขึ้นมาเลยทีเดียว จูงยัยแก้มไปส่งที่โรงเรียน เห็นไอ้เด็กผู้ชายห้องเดียวกันมารับเดินจูงมือกันกระหนุงกระหนิงไปเข้าห้อง นี่ก็เริ่มคันหนวดยิบๆ ขึ้นมาเชียวแหละ” เล่าไปขำไป วาคิมพลอยหัวเราะตาม เพราะคนเคยเจ้าชู้ตัวพ่อ พอมามีลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชัง เลยทำให้วิศรุตชักคิดหนักกระมัง

“พี่รุตคะ พาลูกเข้ามานอนได้แล้วค่ะ” เสียงแหวแว้ดดังมาจากชั้นบน ทันทีที่เสียงของภีมพิชามญ์เงียบไปได้พักหนึ่ง

“ฉันไปล่ะ ส่วนนายน่ะ ก็ลองมีดูเองนะ ต่อให้ฟังสิบปากว่า ก็ไม่เหมือนประสบการณ์ตรงหรอก”

พี่ชายกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปทำตัวเป็นสามีที่อยู่ในโอวาทเมีย

 

“ดื่มนม แปรงฟันเสร็จแล้ว ก็เข้านอนได้แล้วครับจอมยุ่ง”

คุณแม่หน้าใสกับลูกชายตัวจ้อย ที่ยืนยิ้มยิงฟันใส่กระจกด้วยกัน พอมองภาพสะท้อนตรงหน้า ราวกับพี่สาวกับน้องชายมากกว่าจะเชื่อว่าเป็นแม่ลูกกัน

ลลัลดายังดูเหมือนสาวรุ่น ผิวหน้าเนียนใส อ่อนวัย นั่นเป็นเพราะเธอดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นอย่างดี เมื่อทำงานคลุกคลีกับความสวยความงาม

เพราะขืนปล่อยให้ตัวเองทรุดโทรม คงไม่เป็นผลดีต่ออาชีพการงานเป็นแน่

“คุณแม่ต้องเล่านิทานให้ปาฟังด้วยนะครับ?” เจ้าตัวจ้อยทวงท้วงขึ้นมา

“แล้วคืนนี้ปาอยากฟังนิทานเรื่องอะไรละครับ” เธออุ้มลูกชายลงจากเคาน์เตอร์ล้างหน้า ก่อนจะจับจูงมือพากันไปยังเตียงนอนขนาดกลางที่ซุกอยู่มุมหนึ่งของอพาร์ตเมนต์ขนาดสามสิบตารางเมตร ที่จัดสรรทุกอย่างลงตัว

“อยากฟังเรื่องกระต่ายกับเต่าครับ” ปาณัสม์หยิบหนังสือนิทานภาพเล่มเล็กสีสวยสดที่วางเรียงซ้อนกันอยู่บนหัวเตียงยื่นส่งให้กับมารดา ถึงแม้ว่าจะยังอ่านหนังสือไม่ออก นอกจากสะกดเป็นคำๆ ตามที่เธอสอน แต่ลูกชายก็มีความจำเป็นเลิศ หยิบนิทานเรื่องที่อยากฟังได้อย่างแม่นยำส่งให้

“โอเคครับ ได้เลย” มือเรียวขาวรับหนังสือนิทานภาพจากบุตรชายที่ล้มตัวลงนอนเขละข้างๆ ก่อนจะเปิดไปที่หน้าแรก

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” น้ำเสียงกังวานใสไล่อ่านตามตัวหนังสือสีดำที่พิมพ์เป็นระเบียบ เล่าด้วยเสียงสูงเสียงต่ำเป็นจังหวะจะโคนน่าฟัง ก่อนจะพลิกไปหน้าต่อไป...หน้าต่อไป...เรื่อยๆ กระทั่งหน้าสุดท้ายจบลง

เมื่อก้มลงมามอง ก็เห็นว่าปาณัสม์หลับปุ๋ยไปแล้ว และยังมีกรนเบาๆ แถมอีกด้วย


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น