เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 5 : เรื่องราวในคืนนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 5

เรื่องราวในคืนนั้น

 

 

 

 

 

“พี่คิมว่าหน้าตาเหมือนใครคะ?”

แพรวพิชชาอุ้มเด็กชายตัวจ้อยหน้ากลมแป้นเท่างบน้ำอ้อยเอียงตัวให้เขาดูได้ถนัดๆ

ดวงตาคมคายพิศมองใบหน้าเด็กชายตัวเล็กกระจ้อย ผมดกดำเต็มศีรษะ รูปตาเรียวยาว ขนตาหนาดก ปากนิดจมูกหน่อย ยังเล็กเกินกว่าจะแจกแจงออกมาให้ละเอียดว่าเหมือนใครกัน

“อื้ม! พี่ว่าก็เหมือนทั้งพ่อและแม่กระมัง” ตอบไปยิ้มๆ

“แน่นอนอยู่แล้ว ฝีมือฉันกับน้องแพรวช่วยกันปั้นนี่นา ก็ต้องออกมาเหมือนเราทั้งคู่สิจ๊ะ ว่าไหม?”

วิศรุตกลายเป็นคุณพ่อขี้เห่ออวดขึ้นมา ก่อนจะชะโงกหน้าไปหอมหน้าผากภรรยาที่ยิ้มเอียงอาย หากสีหน้าและแววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ในวันที่ครอบครัวเติมเต็มและอบอุ่น จนทำเอาคนโสดๆ ไม่มีพันธะทางกายและใจอย่างเขา รู้สึกโหวงเหวงข้างในพิกล

“พี่รุตก็ พูดอะไรไม่รู้”

“แน่ะ...ไม่รู้จริงหรือจ๊ะ เห็นทีอย่างนี้ต้องชวนปั้นอีกหลายๆ คน” พูดกระเซ้าเย้าแหย่อย่างสนุกสนาน ชอบนักล่ะที่จะได้เห็นภรรยาตัวเองหน้าแดงแก้มแดงเพราะความขัดเขิน

“ไม่เอาแล้วค่ะ แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่แล้ว แก้มใสก็กำลังซน ตาภีมก็ยังตัวแดงๆ อยู่ ไหนจะงานที่โรงเรียนอีก” คุณแม่ลูกสองที่รับหลายหน้าที่พ้อขึ้นมา ไม่เป็นใจให้คุณพ่อคนขยันสักนิดเลย

“ก็น้องแพรวอยากโลภทำไมล่ะคะ? บอกให้อยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ ให้พี่รุตเลี้ยงก็ไม่ยอม”

“ไม่ได้หรอกค่ะ โรงเรียนอนุบาลเป็นความรับผิดชอบของแพรว จะให้คนอื่นมาทำแทนได้ยังไง?”

“อ่า! งั้นก็เตรียมตัวเหนื่อยได้เลย ห้ามบ่นด้วย เพราะคุณปู่ขอมาว่าอยากมีเหลนไว้วิ่งเล่นเจี๊ยวจ๊าวในบ้านหลายๆ คน พี่เห็นด้วยนะคะ ว่ามีสักห้าคนกำลังดีทีเดียว”

“อะไรนะคะ? ห้าคน แค่สองก็ยังจะแย่ แพรวไม่เอาด้วยหรอกค่ะ” ว่าที่คุณแม่ลูกห้าโวยวายขึ้นมาเสียงดัง จนเจ้าตัวแดงในอ้อมกอดสะดุ้งร้องไห้จ้า ต้องปลอบต้องโอ๋กันอยู่นาน ฝ่ายลูกสาวที่เคยเป็นศูนย์รวมความสนใจของคนในบ้าน ก็เริ่มมีอาการงอแงขึ้นมา เพราะยังปรับตัวไม่ได้กับการมีน้อง

เรียกว่าภายในห้องพักฟื้นคนป่วยของแพรวพิชชาในเวลานี้ เต็มไปด้วยเสียงกระจองอแงดูวุ่นวาย หากกระนั้นก็อวลล้นไปด้วยความสุขจนสัมผัสได้

“อีกสามคนที่ปู่ชาญอยากได้ แบ่งไปให้เป็นโควต้าพี่คิมบ้างสิคะ” แพรวพิชชาว่าขึ้นมา หลังจากกล่อมลูกชายจนนิ่งเงียบไปเรียบร้อย

วิศรุตเงยหน้าขึ้นมองน้องชายที่ถูกลืมไปครู่ใหญ่

“เออ! นั่นสิวาคิม เมื่อไหร่นายจะมีลูกมีเมียเป็นของตัวเองบ้างล่ะ?”

คนถูกถามยิ้มไม่เต็มปาก

“ยังหรอกครับ ผมยังไม่คิดเรื่องนั้น ช่วยพี่รุตกับน้องแพรว เลี้ยงยัยแก้มใสกับตาภีมไปก่อนดีกว่าครับ”

“มันจะเหมือนกันได้ยังไง ลูกกับหลานน่ะ...นายต้องลองมีของตัวเองก่อนแล้วจะรู้”

“รู้ว่าอะไรครับ? รู้ว่าเลี้ยงลูกเหนื่อยขนาดไหนนะหรือ? ผมรู้แล้วล่ะ วันมาถึงเล่นกับยัยแก้มใส อุ้มเสียหลายชั่วโมงไม่ยอมให้วางเลย ตื่นมาเช้าอีกวันยกแขนแทบไม่ขึ้นเลยทีเดียว”

แพรวพิชชากับวิศรุตหัวเราะประสานกันเสียงดัง เพราะประสบการณ์ที่วาคิมว่า ทั้งสองคนเคยผ่านมาแล้ว

“ถึงเหนื่อย แต่ก็มีความสุขนะ นายน่าจะลองดู ถ้าไม่รีบมีตอนนี้ ระวังจะตามพี่กับน้องแพรวไม่ทัน”

ฟังพี่ชายให้คำแนะนำแล้วเขาก็เพียงแค่ยิ้มๆ ถ้าคนที่ได้แต่งงานกับแพรวพิชชาในค่ำคืนนั้นเป็นเขา ป่านนี้เขาก็คงได้ยิ้มในหน้าบานไม่หุบอย่างที่วิศรุตเป็นอยู่ตอนนี้นี่แหละ

“ไปอยู่สิงคโปร์มาตั้งหลายปี หนุ่มรูปหล่อ เนื้อหอมอย่างพี่คิม ไม่น่าจะหลุดมือจากสาวๆ ปล่อยให้โสดกลับมาถึงเมืองไทยได้นะคะ” แพรวพิชชาตั้งข้อสังเกต

“นั่นสิ...ไอ้ที่ไม่รีบไม่เร่งยังใจเย็นอยู่ได้ หรือว่าจริงๆ แล้วนายไปแอบมีลูกซุกไว้ที่ไหนหรือเปล่า?

คำถามอาจจะเพียงแค่ต้องการกระเซ้า แต่กลับสะกิดใจเขาขึ้นมา แล้วพาความทรงจำของวาคิมให้ถูกดึงดูดกลับไปสู่ค่ำคืนหนึ่งเมื่อห้าปีก่อนอีกครั้งโดยไม่ตั้งใจ

 

 

เขาเป็นคนรับผิดชอบตัวเองเสมอ ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาหละหลวมและเผลอเรอ เพราะรู้ดีว่า ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปจนไม่มีทางเหมือนเดิมได้

ไอ้ที่ไม่รีบไม่เร่งยังใจเย็นอยู่ได้ หรือว่าจริงๆ แล้วนายไปแอบมีลูกซุกไว้ที่ไหนหรือเปล่า?

คำพูดที่อาจจะเพียงแค่กระเซ้าเย้าแหย่ไม่ได้ตั้งใจของวิศรุต กำลังสะกิดสะเกาให้เขากลับไปนึกถึงค่ำคืนนั้นเมื่อห้าปีก่อน ในงานแต่งงานของพี่ชายและแพรวพิชชา

ในฐานะคนอกหักและช้ำรัก เขาไม่ได้อยู่ร่วมแสดงความยินดีกับทั้งคู่จนงานเลิก เพราะทนที่จะเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ได้ และไม่อาจทำใจยอมรับว่าหญิงสาวที่ตัวเองแอบหลงรักแต่งงานไปกับพี่ชายร่วมสายเลือด

เขาขับรถออกจากงาน แล้วไปนั่งจมจ่อมตัวเองที่คลับแห่งหนึ่ง

ดื่ม...ดื่ม...ดื่ม...เพื่อที่จะลืมค่ำคืนที่ขื่นขม

และเมื่อรู้ตัวว่าเมาเกินกว่าจะควบคุมตัวเองได้ เขาก็รีบออกจากที่นั่น

ปล่อยนะ ฉันไม่ออกไปกับคุณ

เสียงปฏิเสธหนักแน่น และการยื้อยุดฉุดกระชากของหญิงชายคู่หนึ่งทำให้เขาหยุดชะงักมองอย่างสนใจ

เล่นตัวชะมัดยาด ไม่ปล่อยโว้ย คืนนี้อั๊วจะออฟลื้อ แถมยังตบทิปให้งามๆ อีกด้วย ว่ามาจะเอาค่าตัวเท่าไหร่

อย่านะ...ปล่อยฉันสิ...ปล่อยนะ

เพราะเห็นร่างบางในชุดกี่เพ้า ทั้งดิ้น ทั้งสะบัด ขัดขืน กว่าจะรู้ตัวเขาก็พาตัวเองเข้าไปกั้นกลางระหว่างทั้งสองคน กระชากมือที่จับจ้วงตัวเธอออกไป แล้วเอาตัวเองเข้ากำบังร่างที่รีบเข้าไปหลบด้านหลังเขาเสียแล้ว

เธอไม่อยากไปด้วย คุณก็ควรจะปล่อยเธอซะ

แล้วมึงเกี่ยวอะไรด้วยวะ หมูจะหามอย่าเสือกเอาคานเข้ามาสอด

เจ้าเสี่ยอ้วนเหมือนหมูตอนแหงนหน้าขึ้นมาตะคอกกลับมาหน้าดำหน้าแดงอย่างโมโหไม่น้อยทีเดียวที่เขาเข้าไปขัดจังหวะอารมณ์หื่นขึ้นหน้า

ผมไม่เกี่ยวหรอกนะ ถ้าผู้หญิงเขาเต็มใจไปกับคุณ แต่นี่ก็เห็นว่าเขาไม่เต็มใจ จะบังคับทำไมกัน?

อีนังผู้หญิงพวกนี้ ก็ทำเป็นสะดีดสะดิ้งเล่นตัว โก่งราคาไปอย่างนั้นแหละ ตอแหลจะเอาเงิน ไม่แรดจริงมาทำงานอย่างนี้ไม่ได้หรอก ขี้คร้านว่าได้เงินเยอะหน่อย จะรีบแจ้นไปนอนแบให้อั๊วเลยล่ะสิไม่ว่า ไหนลื้อลองบอกมาสิ ว่าจะเอาเงินเท่าไหร่?

เท่าไหร่ฉันก็ไม่ไป

คนที่เข้าแอบหลังเขาตอบโต้กลับไปเสียงแข็ง

หน็อยๆ ทำมาพูดดี ที่ลื้อมาทำงานอย่างนี้ ไม่ได้อยากจะมาขายตัวหรอกเหรอไง ทำไม หรือว่าเจอไอ้รูปหล่อนี่หน่อย ก็เลยเปลี่ยนใจ ทำตัวเป็นสาวใสไร้เดียงสา ว่าไม่เคยลองเรื่องอย่างว่างั้นสิ

อะไรกัน เอะอะทะเลาะอะไรกัน?

แล้วบุคคลที่สามที่สี่ ซึ่งเป็นมาม่าซังและการ์ดของร้านก็เข้ามาสมทบ

ก็เด็กของลื้อสิ มันเล่นตัว ไม่ยอมออกไปกับอั๊ว

เสี่ยอ้วนจอมหื่นรีบฟ้องขึ้นมาทันที

คุณคนนี้ลวนลามหนู แล้วหนูก็บอกแล้วว่ามานั่งดริ๊งค์เฉยๆ ไม่ออฟ แต่เขาก็ยังตื๊อจะฉุดหนูไปด้วยให้ได้

เธอจะขัดใจแขกไม่ได้นะ ในเมื่อมาขอเบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้าไปแล้วนะ ก็ต้องทำงานให้ครบค่าจ้างสิ”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดต่อว่า ก่อนจะสั่งการ์ดของร้าน

ลากตัวหล่อนไปให้เสี่ย...เร็ว

นาทีนั้นเขารับรู้ถึงมือเล็กที่ขยุ้มด้านหลังเสื้อเชิร์ตที่สวมใส่อย่างหาที่พึ่งเมื่อการ์ดร่างยักษ์หน้าตาถมึงทึงของร้านเดินปรี่เข้ามา ทำท่าว่าจะฉุดเธอให้กลับไปทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

ที่สุดแล้วเขาก็อดรนทนไม่ได้ ในเมื่อยื่นมือเข้ามาสอดแต่แรกเสียแล้ว

เธอติดเงินเท่าไหร่?

ห้าพันบาท

เขาล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมาจ่ายให้อย่างไม่ลังเล ถ้ามันจะช่วยผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ได้

ผมจ่ายให้แทนแล้ว คราวนี้ปล่อยเด็กไปได้หรือยัง?”

ไม่ได้หรอก ถ้าคุณจะออฟเด็กนี่ออกไปก็ต้องจ่ายอีกสามพัน

ได้ยังไงกัน หนูไม่ทำงานแล้ว เงินยืมไปแค่ห้าพัน จะมาเอากำไรอะไรกันอีกตั้งสามพันบาท

ยังไงทางร้านก็ต้องหักค่าหัวคิว แล้วเธอทำให้แขกหงุดหงิด เสียเวลาฉันต้องหาคนใหม่ให้อีก

เขาจึงตัดความรำคาญใจดึงธนบัตรฉบับละหนึ่งพันอีกสามใบจากกระเป๋าส่งให้ยัยเจ๊หน้าเลือดนั่น

เออ คราวนี้เธออยากไปไหนก็ไป แล้วอย่ากลับมาอ้อนวอนของานทำที่นี่อีกก็แล้วกัน

มาม่าซังชี้หน้าคาดโทษเอาไว้

เขาจึงได้รีบจับจูงมือเล็กนั่นเดินออกมา ไม่สนใจเสียงเอะอะโวยวายของไอ้เสี่ยหื่นที่ไม่ได้แอ้มสาววัยกำดัด และกำลังโต้เถียงกับมาม่าซังของร้านล้งเล้งเสียงดัง

เมื่อออกมาจนถึงนอกร้าน จึงปล่อยมือที่จับเธอให้เป็นอิสระ

รีบกลับบ้านไปซะ

เขาหันไปบอก ไม่ทันที่จะได้มองหน้าเจ้าหล่อนให้ชัดๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะนาทีนั้นรู้สึกเมาจนหัวจะทิ่มแล้ว ขืนว่าอยู่นานต่อไปอาจจะขับรถกลับไม่ถึงบ้านแน่ๆ

แต่คนที่ควรจะจากลา และจบเรื่องไปกลับวิ่งตามมาขึ้นรถ ขอติดรถเขาไปลงที่ปั๊มน้ำมันใกล้ๆ และก่อนที่จะไปถึง เจ้าหล่อนก็เมาหลับคอพับคออ่อน เขาเองก็เห็นว่าขับรถไปต่อไม่ไหวจึงได้แวะพักที่โมเต็ลข้างทาง และเรื่องราวในค่ำคืนนั้นก็ไปจบลงที่เตียงนอน โดยที่เขาแทบจะจำอะไรไม่ได้ แม้แต่หน้า หรือว่ารู้จักชื่อของเธอ ไม่มีความทรงจำส่วนนั้นในสมองเลย

เมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวัน เจ้าหล่อนก็หายตัวไปแล้ว ไม่มีอะไรทิ้งไว้ให้จดจำ นอกจากรอยเลือดแห้งกรังที่น่าสะพรึงบนผ้าปูที่นอน เขากลับไปที่ร้านแห่งนั้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบเธอ ถามหาที่ใครก็ไม่ได้ข้อมูลอะไร รู้เพียงเธอชื่อลิล เพิ่งมาทำงานเป็นคืนแรก และก็มาแค่คืนเดียว

นี่เป็นเหตุการณ์เดียวในชีวิตกระมัง ที่เขาพลาดพลั้งและเผอเรออย่างใหญ่หลวง แต่หลังจากผลการตรวจสุขภาพประจำปีออกมาทุกอย่างเป็นปกติดี จึงได้โล่งใจ และตั้งใจที่จะลืมเรื่องนี้ไปเสีย และเขาก็ทำอย่างนั้นจริงๆ กระทั่งคำพูดของวิศรุตมาจุดประกายให้กลับไปคิดถึงมันอีกครั้งหนึ่ง

คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอหรอกกระมัง เพราะไม่งั้นเธอคงไม่หายตัวไปเหมือนตายจาก และผู้หญิงอาชีพอย่างนั้น ก็คงรู้จักป้องกันระมัดระวังตัวไม่ให้เกิดเรื่องยุ่งยากใจขึ้นภายหลัง หรือถ้ามีอะไรที่ยิ่งใหญ่ร้ายแรงผิดพลาดจริงเธอคงติดต่อกลับเขามาแล้วล่ะ ในเมื่อก็เห็นทั้งยี่ห้อและทะเบียนรถ ถ้าจะตามหาจริงๆ ก็ทำได้ไม่ยาก


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น