เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 42 : สายใยพ่อลูก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    15 ก.พ. 62

ตอนที่ 42

สายใยพ่อลูก





พอปาณัสม์ส่ายหน้าดิก เขาก็อ้าปากค้าง

“อ้าว! ปา ไหงทำงี้ล่ะ เรารู้จักกันไง บอกคุณน้าไปสิว่าเรารู้จักกัน”

เด็กชายร้องไห้จ้า เล่นเอาเขายิ่งหน้าเหวอไปเลยทีเดียว

“ไม่อยากรู้จักหรอก ลุงคิมใจร้าย รังแกแม่ด้า แล้วยังทำผมเจ็บอีก” เด็กชายว่าทั้งน้ำตาที่หยดติ๋งๆ

“ลุงขอโทษครับปา ลุงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ขอโทษนะ” เขาพยายามง้องอนเด็ก

“แล้วตกลงเขาเป็นใครปา แฟนแม่ด้าเหรอ?” หญิงสาวถามพร้อมกับลูบหัวเด็กชายปลอบไปด้วย

ปาณัสม์จึงพยักหน้าช้าๆ เช็ดน้ำตาป้อยๆ วาคิมค่อยถอนใจอย่างโล่งอกขึ้นมาหน่อย หญิงสาวคนนั้นมองเขากับปาณัสม์สลับกัน ก่อนจะถอนใจยาวเหยียด เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองรู้จักกันจริงๆ จึงเดินมาที่หน้าประตู

“ด้าไม่อยู่หรอก เขาออกไปทำงานแล้ว ถ้าคุณจะง้อเขาก็ตามไปที่ร้านเถอะค่ะ”

“ขอบคุณครับ แต่ผมอยากคุยกับปามากกว่า ง้อเด็กน่าจะง้อง่ายกว่าผู้ใหญ่ นะครับขอร้อง ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณต้องลำบากใจ”

หญิงสาวมองมาอย่างหนักใจ หันไปถามปา

“ว่าไงปา...จะให้เข้ามาหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ” ปาณัสม์กอดอกแน่น ว่าเสียงแข็ง น้ำตายังไหล สูดขี้มูกฟืดๆ

วาคิมชูนิ้วก้อยร่า

“ปาคนดี ลุงคิมขอโทษครับ...ลุงผิดไปแล้ว ลุงสำนึกผิดแล้ว ลุงขอโทษ อย่าโกรธลุงเลยนะ ปาอยากได้อะไร อยากกินอะไร สัญญาว่าลุงจะซื้อให้ทั้งหมดเลย”

ปาณัสม์ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำมูก เช็ดน้ำตา จ้องหน้าเขาเขม็งคิ้วย่น

“นะครับปา...ปาคนเก่ง ปาคนดี”

เด็กชายค้อนเขาอย่างเคืองๆ

“สัญญาแล้วนะ”

“ครับ...สัญญา”

“ต้องรักษาสัญญาด้วย จะพาไปเที่ยว ไปกินของอร่อย ไปซื้อของเล่น"

“ได้ทุกอย่างเลยครับลูก” ใจชื้นขึ้นมามากมายก่ายกองที่ได้ยินอย่างนั้น

“และห้ามบอกแม่ด้า”

“ได้เลย”

“ห้ามรังแกแม่ด้าอีก”

“สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยครับ”

“งั้นให้เข้ามาก็ได้ครับน้าแจง” ที่สุดไอ้เจ้าตัวขี้งอนก็เอื้อนเอ่ยอนุญาต หญิงสาวเจ้าของบ้าน จึงยอมเปิดประตูให้เขาเข้าไปในบ้าน

วาคิมรีบเขาไปอุ้มปาณัสม์ ลูบศีรษะและหอมแก้มแก พิศมองรอยเขียวช้ำที่ลามไปยังหน้าผากและข้างแก้มแล้วก็ให้ยิ่งรู้สึกผิดและเสียใจมากเข้าไปอีก รีบให้สัญญิงสัญญาไปเสียมากมาย

“ลุงขอโทษนะครับปา ขอโทษจริงๆ ลุงไม่ได้ตั้งใจทำหนูเจ็บตัวเลย สัญญาว่าลุงจะซื้อของเล่นให้ พาไปเที่ยวเป็นการไถ่โทษนะครับ”

ปาณัสม์รับคำป้อยๆ พร้อมพยักหน้าทันทีที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยว และได้ของเล่น เพราะจะว่าไปแล้ววาคิมยังตามใจเขายิ่งกว่าแม่เสียอีก

ในขณะที่ลลัลดาเลี้ยงลูกให้มีเหตุผลและอยู่ในระเบียบ เขาจะเป็นฝ่ายตามใจและให้ท้าย เพราะเห็นว่าเด็กยังเล็กอยู่ และเพราะอยากได้พวกด้วย ตอนนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เขาทำมาไม่สูญเปล่าจริงๆ

“เข้าไปข้างในบ้านก่อนสิคะ”

ที่สุดหญิงสาวเจ้าของบ้านก็เอื้อนเอ่ยเชิญชวน ก่อนจะแนะนำตัวให้รู้จัก เจ้าหล่อนชื่อเจนจิราหรือจุ๊บแจงเป็นเพื่อนของลลัลดาคบหากันมานานมากแล้วตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น วาคิมไม่ได้ซักถามอะไร เขาอยู่ที่นั่นสักพักหนึ่งก่อนจะขอเจ้าของบ้านกลับมาใหม่ในวันถัดมาเพราะต้องกลับไปทำงาน ในเมื่อตอนนี้ก็เบาใจว่า ลลัลดาอยู่ในที่ปลอดภัย กับคนที่ไว้ใจได้ จึงอยากให้เวลาเธอสักหน่อย พร้อมกับขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วย รู้ดีว่าลลัลดาคงไม่ยอมหายโกรธง่ายๆ

 

 

“ท่าทางปาติดคุณแจเลยนะคะ”

จุ๊บแจง หรือเจนจิราเปรยขึ้นมา เมื่อมองปาณัสม์ที่พอได้ขนมและของเล่นถูกใจ เด็กชายก็อารมณ์ดีเจื้อยแจ้วเสียงแจ๋วๆ

“ครับ อาจจะพอแกเป็นเด็กผู้ชายและผมก็ตามใจแกด้วย จนโดนด้าดุเอาบ่อย”

ตอบไปก็ยิ้ม ลูบหัวเด็กชายอย่างเอ็นดูที่พอได้ของกินของเล่นถูกใจ ก็หันมาอารมณ์ดี ลืมเจ็บไปเลย

“ผมเองก็รู้สึกรักปาเหมือนลูกจริงๆ“

เจนจิราอมยิ้ม มองสองหนุ่มต่างวัยที่เล่นด้วยกัน

“หน้าตาคุณดูไปก็คล้ายๆ ปาอยู่นะคะ บอกว่าเป็นพ่อลูกกันก็คงมีคนเชื่ออยู่แหละ” คำพูดนี้สะกิดใจเขา เพราะไม่ใช่เจนจิราคนแรกที่พูดอย่างนี้ มีคนทักบ่อยๆ เวลาที่เขาพาเจ้าหนูไปไหนต่อไหน

“เอ่อ! คุณแจงรู้จักด้ามานาน แล้วคุณรู้ไหมว่าพ่อปาเป็นใครครับ?”

เจนจิราชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า นัยน์ตาเศร้าลง

“ฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเป็นใคร แต่เรื่องนี้มันเลวร้ายมาก และด้าก็น่าสงสารมาก การที่เขาเก็บปาเอาไว้ ฉันถือว่าเขาเข้มแข็งมากจริงๆ”

“ยังไงหรือครับ?”

“เอ่อ! ด้าไม่เคยเล่าให้คุณฟังหรือคะ?” ถามอย่างแปลกใจ เพราะวาคิมเองไม่ได้มีทีท่าว่าจะรังเกียจปาณัสม์แถมยังรักใคร่เอามากๆ จึงไม่คิดว่า ลลัลดาจะปิดบังเขาเรื่องนี้

วาคิมส่ายหน้า สีหน้าแววตาใคร่รู้มากมาย

“อย่าบอกใครนะคะว่าคุณรู้จากฉัน เพราะเรื่องนี้มันเป็นความลับจริงๆ แม้แต่พี่ลัญหรือพี่ยุก็ยังไม่รู้เลย”

“เล่ามาเถอะครับคุณแจง ผมดูแลด้าอยู่ ผมรักเธอจริงๆ และก็รักปาด้วย ไม่ว่าด้าจะเคยผิดพลาดอะไรมา ผมจะไม่เก็บมันมาใส่ใจ”

“มันไม่ใช่ความผิดพลาดของด้าหรอกค่ะ ถ้าจะมีคนผิด คงเป็นฉันเอง” เจ้าหล่อนว่าหน้าเศร้า ก่อนจะเล่าต่อ แล้วเขาก็แทบจะอดใจรอฟังไม่ได้ทีเดียว

“ตอนที่พี่ลัญกำลังสู้คดี บ้านด้าโดนโกงจนเงินหมด ด้าเป็นเด็กเรียนดีมากๆ และเขาก็อยากเรียนต่อ แต่ไม่มีเงิน ฉันก็เลยชวนเขาไปทำงานที่ร้านเหล้าที่ฉันทำอยู่ เพราะรายได้มันดีมาก แต่แค่คืนแรก ด้าก็ถูกลูกค้าที่เมาปล้ำเอา แล้วก็ทำให้มีปานี่แหละค่ะ จะเรียกว่าโชคร้ายมากๆ ก็ได้ เพิ่งทำงานได้วันแรก วันเดียวแท้ ยังไม่ทันจะได้เงินเลย”

คนฟังใจหายวาบ นึกย้อนกลับไปว่าเด็กสาวอายุสิบแปด ที่พี่ชายติดคุก ส่วนตัวเองต้องทำงานหาเงิน แล้วยังโชคร้ายไปเจอเรื่องเลวร้ายอย่างนี้อีก แล้วบางอย่างก็สะกิดใจเขาให้ฉุกคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์คล้ายๆ อย่างเดียวกันที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

“เอ่อ! ขอโทษเถอะครับ พอจะบอกชื่อร้านนั้นได้ไหม?”

“มันเป็นร้านเหล้าแถวทองหล่อค่ะ คลับไฮโซค่าดริงค์แพง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะคัดลูกค้าชั้นดีเข้าไป” คนเล่าส่ายหน้าไปมา เมื่อนึกถึงว่าเธอเป็นคนชักชวนให้เพื่อนสนิทต้องไปเผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายนั่น

ใจของเขาหายวาบ วาคิมหันไปมองหน้าปาณัสม์ที่กำลังต่อรางรถไฟที่เขาซื้อมาให้เล่นอย่างสนุกสนานไร้เดียงสา เด็กชายที่ไม่ได้เกิดจากความรัก อาจจะเรียกว่าเป็นตราบาปในชีวิตของลลัลดาเลยก็ได้

แต่กลับถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรักอย่างเปี่ยมล้นด้วยหัวใจแข็งแกร่งของผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องแบกภาระความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งเพียงลำพังมาหลายปี จู่ๆ ความรู้สึกบางอย่างกำลังหนักอึ้งในจิตใจ และเขาก็ต้องหาคำตอบให้ได้ด้วย

“ปาเกิดเดือนอะไร ปีพ.ศ.อะไรคุณแจงพอจะทราบไหมครับ?”

“ฉันจำได้แม่นยำเลยค่ะ...วันที่ 12 สิงหาคม ปี....มันเป็นวันแม่พอดี ด้าเขาถึงบอกว่า ปาคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเขา”

วาคิมกลอกตาไปมา นึกไล่เลียงวันเกิดเด็กชาย เทียบกับวันแต่งงานของวิศรุตและแพรวพิชชา

มันเป็นวันที่เขาไปดื่มเหล้าจนเมาหนัก เพื่อดับทุกข์ที่พี่ชายแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาแอบชอบ แล้วก็ต้องตกใจ เพราะนับได้เก้าเดือนพอดิบพอดี...ตัวเขาชาวาบ หัวใจกระตุกแรง เมื่ออะไรๆ มันก็ดูจะเข้าเค้าเชื่อมโยงให้คิดว่า...บางที่เขากับปาณัสม์ อาจจะเป็นพ่อลูกกัน

“คุณแจงครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยเสียงดัง จนหญิงสาวเจ้าของชื่อตกใจทีเดียว

“ขา มีอะไรหรือคะ?” เจนจิราถามหน้าตาตื่นไปด้วย

“เดี๋ยวผมขอพาปาออกไปทานอาหารร้านอร่อยที่สัญญากับแกไว้ได้ไหมครับ?”

“ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าด้ารู้เข้าฉันต้องโดนว่าแน่ๆ”

“ผมสัญญาครับว่าจะพาปามาคืน ก่อนที่ด้าจะกลับมาจากที่ทำงาน”

“แล้วถ้าด้าโทรศัพท์มาหาลูกละคะ?”

“ก็บอกไปว่าปาหลับอยู่นะครับ”

เจนจิราไม่ค่อยเข้าใจเขานัก แต่ก็ยอมตกลง วาคิมรีบลุกพรวดพราดออกไปโทรศัพท์ทันที

“ฮัลโล พี่หมอฉายฉัตรใช่ไหมครับ ผมอยากทราบว่า ถ้าจะตรวจดีเอ็นเอ ดูความเกี่ยวพันทางสายเลือด ที่ไหนให้บริการบ้าง อยากรู้ผลโดยเร็วที่สุดครับ”

หัวใจของเขาเต้นตึ่กระทึกแรง รอฟังคำตอบจากปลายสาย ด้วยใจจดใจจ่อ




ตอนนี้ จะอัพให้อ่านเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะคะ

ขอบคุณทุกท่าน ที่ติดตามอ่าน ให้กำลังใจนักเขียนนะคะ ^^


โหลดอ่านนิยายฉบับเต็มได้ที่...

เมียจำแลง
วชิราภา
www.mebmarket.com
เมื่อผู้หญิงในความทรงจำ...กลับมาย้ำความเร่าร้อนและอ่อนหวานให้เขาได้ลุ่มหลง **************** “เป็นอะไรด้า กลัวผมหรือ ตัวสั่นเชียว” เขาถามอย่างนึกเอ็นดู พร้อมจูบลงที่ลาดไหล่กลมกลึง “บางทีคุณอาจจะอยากเปลี่ยนใจ” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างหวาดหวั่น คิ้วเข้มเลิกสูงรอฟัง“เอ่อ...หนึ่งแสนบาทคุณคงอยากแลกกับผู้หญิงที่ให้ความสุขคุณได้เต็มที่....แต่ฉัน...เอิ่ม...ไม่...ไม่เก่งเรื่องนี้” ดวงตางามหลุบลงต่ำ แก้มแดงระเรื่อก่อนจะไล่เฉดระบายไปทั่วทั้งหน้า ลามไล่ไปถึงหูและลำคอ ริมฝีปากสั่นนิดๆ“นอกจากพ่อของลูกแล้ว ฉันไม่เคยมีประสบการณ์อย่างว่ากับผู้ชายอื่น” ท้ายเสียงเธอหัวเราะอย่างขื่นๆ เยาะหยันตัวเองที่กำลังคิดอาจหาญทำเรื่องบ้าบอคอแตกนี่อยู่ “นั่นมันเป็นหน้าที่ของผม คุณแค่ปล่อยตัวปล่อยหัวใจ อย่าไปกังวล” รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้า และนาทีต่อมาริมฝีปากและสัมผัสจากเขาก็เปลี่ยนให้เธอร้อนฉ่าไปทั้งตัว



กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น