เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 39 : คนที่คิดถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

ตอนที่ 39

คนที่คิดถึง

 

 

 

 

 “แอนหวังว่านนท์จะเข้าใจ และเรายังจะเป็นเพื่อนกันได้นะคะ”

คำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมานั่น เป็นประโยคบอกเล่า หรือประโยคขอร้อง หมอเชาวนนท์ไม่แน่ใจ แต่ก็นั่นแหละ มันช่วยปลดเปลื้องความรู้สึกบางอย่างในหัวใจของเขาออกไปจนหมดสิ้น

ยอมรับว่าเขาใจหาย และเสียใจอยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ที่ราบเรียบเรื่อยเฉื่อยมาเนิ่นนานดูเหมือนว่าจะไม่มีแนวโน้มว่าจะพัฒนาไปไกลกว่านี้ นี่อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดระหว่างเขากับเธอ ที่จะจบสิ้นหน้าที่คู่หมั้นต่อกัน

เขาอาจจะดูเป็นคนทุ่มเทให้กับงานมากเกินไป และอันที่จริงจะว่าไป เรื่องที่อารยาคบหาดูใจผู้ชายคนใหม่ เขาก็ได้ยินมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแต่ไม่เคยไปสอบถามหาความจริง หรือสืบค้นพิสูจน์อะไร เขาเชื่อว่ารักแท้คือความซื่อสัตย์ ความเข้าใจ การให้อภัยและยอมรับกันได้ในทุกเรื่อง

แต่บัดนี้มันจบแล้ว...มันไม่ใช่รักแท้ และจะโทษหญิงสาวฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือกระตือรือร้นใดๆ ที่จะทำให้ความสัมพันธ์มันก้าวหน้าไปมากกว่านี้...ในเวลาที่มันเดินทางมาถึงจุดจบ สิ่งที่เขาต้องทำก็คือยอมรับ

แหวนเพชรวงสวยถูกเลื่อนมาตรงหน้าเขา อารยาสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ดูเธอเองก็เป็นกังวลอยู่ไม่น้อยกับท่าทีเรียบเฉยเหมือนคนไร้ความรู้สึกหรือเขาจะช็อกไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ ทุกคนเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เมื่อเธอค้นพบว่าเขาไม่ใช่ ก็ไม่อยากจะยืดเยื้อความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปให้ยืดยาว

“แอนไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบไปถึงผู้ใหญ่ ยังไงนนท์ก็ช่วยเรียนคุณพ่อคุณแม่นนท์ด้วยนะคะ ว่าเราต่างเห็นตรงกันและเลือกตัดสินใจในจบเรื่องนี้ด้วยกัน”

หมอเชาวนนท์เงยหน้าขึ้นมา ยิ้มให้เธอนิดๆ ก่อนจะผงกหน้า เพราะว่าความรักของเขาและอารยาเริ่มต้นด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ และเขาก็ได้ทำหน้าที่ลูกที่ดี แต่อาจจะเป็นแฟนที่ไม่ได้ทำหน้าที่เต็มที่นัก

“ได้ ไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนี้ ผมว่าพวกท่านเข้าใจ”

“ค่ะ...ขอบคุณ” อย่างน้อยเขาทั้งสองก็ยังเหลือมิตรภาพที่ดีต่อกันได้นี่นา “งั้นแอนขอตัวกลับเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ ที่เข้าใจ”

เขาก็ไม่ค่อยแน่ใจนักหรอกว่าตัวเองเข้าใจ สายตาผ่านแว่นเลนส์ใส มองร่างประเปรียวโปร่งบางที่เลื่อนเก้าอี้ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินหันหลังจากไป ในหัวใจมันโหวงๆ ขึ้นมานิดหน่อย

มือขาวสะอาดสะอ้านยื่นไปหยิบแหวนเพชรวงงามนั่นขึ้นมา หมุนพิศมองด้วยความรู้สึกหลากหลายที่บอกไม่ถูก ตัวมันเบาๆ ก็คนมันไร้พันธะแล้วนี่นะ พร้อมกับความรู้สึกอิสระและโล่งใจมหาศาล

พราวแสงเพชรที่ต้องลำแสงกระทบพริบพรายเป็นประกาย แว่บหนึ่งเขาเห็นใบหน้าของผู้หญิงอีกคนหนึ่งผุดเข้ามาในความคิด...ผู้หญิงที่ทำให้เขาสนใจ ห่วงใย และยิ้มออกมาได้ทุกครั้งที่คิดถึงเธอ

ลลัลดา...เขาไม่ได้เห็นหน้าเธอมาน่าจะเกือบเดือนได้ ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พาลูกชายมาพบแพทย์ตามนัด แต่เขารู้ว่าเธออยู่ที่ไหน เคยเดินผ่านร้านที่ทำงานของเธออยู่ หมอเชาวนนท์หย่อนแหวนเพชรใส่กระเป๋าเสื้อ ยกมือลูบท้ายทอย และไม่รู้สิ นาทีนี้เขานึกอยากจะตัดผมขึ้นมา ทั้งที่มันก็ยังไม่ค่อยยาวสักเท่าไหร่

 

 

 “หมอนนท์”

ลลัลดาทำหน้าประหลาดใจไม่น้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าคุ้นเดินยิ้มเผล่เข้าร้านมา

ก็ตั้งแต่อาการของปาณัสม์ดีขึ้น เธอกับคุณหมอก็แทบไม่ได้พบปะเจอหน้าค่าตากันอีกเลย และยิ่งการพบกันครั้งนี้ ก็ยิ่งน่าประหลาดใจ

“ผมจะมาตัดผมครับ ไม่ทราบว่าคุณด้าพอจะตัดผมผู้ชายได้ไหมครับ?”

“ได้สิคะ ได้แน่นอนอยู่แล้ว” ไม่ใช่คำตอบจากเธอ แต่เป็นนิ่มนวลกับแป้งร่ำที่รีบวิ่งเจ๋อเสนอหน้ามาทันที ก็นานๆ ทีหรอกจะมีลูกค้าหนุ่มๆ มาเข้าร้านเอ็มอาร์บิวตี้แอนด์ซาลอน ยังจะป้าสุรีย์ที่ดูท่าทีแล้วรีบไปเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟ เรียกว่าต้อนรับขับสู้อย่างเต็มที่และดีเยี่ยม เพราะก็ได้ยินได้ฟังมยุราเชียร์ชายหนุ่มคนนี้มานาน เพิ่งจะได้เห็นหน้าค่าตากันชัดๆ ซึ่งพอเห็นแล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ  หนุ่มตี๋หน้าตาสะอาดสะอ้านตัวสูง ท่าทางภูมิฐาน ดูดี และสุภาพ

“คือด้าไม่ค่อยได้ตัดผมผู้ชายนักนะคะ แต่ก็เคยเรียนมาบ้าง ในห้างนี้มีร้านสำหรับสุภาพบุรุษที่มีช่างเก่งๆ หลายร้านเลย ถ้าคุณหมออยากให้ด้าแนะนำ”

“ผมอยากให้คุณด้าเป็นคนตัดมากกว่าครับ เอาทรงเดิมนี่แหละ แค่ช่วยเล็มให้สั้นลงอีกนิดเดียวเท่านั้นก็พอครับ” เขาว่า ลูบศีรษะของตัวเองอย่างประหม่านิดๆ ที่หญิงสาวเอ่ยคล้ายจะปฏิเสธ

“ใช่ๆ พี่ด้า ตัดให้คุณหมอเถอะค่ะ แค่ตัดสั้นลงอีกนิดเดียวเอง คนหล่ออยู่แล้ว ไว้ผมทรงไหนก็หล่อ” สองสาวช่วยคะยั้นคะยอเสริมอีกแรงหนึ่ง

ลลัลดาอมยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ มองหนุ่มตี๋หน้าขาวตัวสูงที่ยืนยิ้มเผล่อย่างเกรงใจ ก่อนจะเชิญให้นั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก แล้วลงมือลับฝีกรรไกร ในเวลาไม่นานนัก ก็ได้ทรงผมที่หมอเชาวนนท์พอใจ

“ใกล้เที่ยงแล้ว คุณด้ามีนัดทานข้าวที่ไหนหรือครับ?”

“เดี๋ยวก็คงทานกับเด็กๆ ในร้านนี่แหละค่ะ” บอกไปยิ้มๆ

“เอ่อ! แล้วถ้าผมจะชวนคุณด้าทานกลางวันด้วยกันสักมื้อล่ะครับ จะสะดวกไหม?” รวบรวมความกล้าอย่างที่สุด ถามออกไป

“ไปเถอะพี่ด้า เดี๋ยวแป้งกับนิ่มเฝ้าร้านให้เองไม่ต้องห่วง” สองสาวรับอาสาแข็งขัน

“นั่นสิคะน้องด้า ไปเถอะๆ” ป้าสุรีย์เชียร์อีกเสียงหนึ่ง คุณหมอก็ยืนรอคำตอบของเธออยู่ ลลัลดาเองก็เกรงใจหมอเชาวนนท์ เพราะเขาเคยช่วยเหลือมีบุญคุณกับทั้งเธอและลูกมาหลายครั้งแล้ว การไปทานข้าวกับเพื่อน คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรกระมัง

ที่สุดหญิงสาวก็ยอมผงกหน้ารับนัดอย่างไม่เป็นทางการ เพราะเธอไม่ได้คิดอะไร แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจ เมื่อจู่ๆ หมอเชาวนนท์ก็เล่าเรื่องของตัวเองขึ้นมาให้ฟังคล้ายปรับทุกข์

“ด้าเสียใจด้วยนะคะคุณหมอ ผู้หญิงคนนั้นพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตของเธอไปอย่างน่าเสียดาย” เธอยื่นมือไปกุมหลังมือเขาบีบเบาๆ ให้กำลังใจ

คุณหมอหนุ่มเพิ่งช้ำรักมาหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้ม

“ใครจะมาชอบผู้ชายบ้างานอย่างผมกันล่ะ?”

“ต้องมีสิคะ คุณหมอเสียสละ ทำงานเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น ต้องมีคนที่มองเห็นบ้างล่ะ อย่างน้อยก็ด้าคนหนึ่งที่ชื่นชมค่ะ และด้าก็เชื่อว่าอีกไม่ช้าไม่นาน คุณหมอจะต้องเจอคนที่รักและเข้าใจในทุกอย่างที่คุณหมอเป็น”

รอยยิ้มสว่างไสวปรากฏขึ้นที่ใบหน้า ก่อนมือใหญ่จะพลิกกลับเป็นฝ่ายมากุมมือเธอเอาไว้แทน

“แล้วจะเป็นไปได้ไหมครับที่คุณด้าจะให้โอกาสผม”

ประโยคไม่มีปี่มีขลุ่ยที่เอ่ยขึ้นมา ทำเอาลลัลดาถึงกับอึ้งงันไปทันที  ดวงตาสวยกะพริบปริบๆ มองใบหน้าขาวตี๋ที่กำลังมองมาราวกับฝากความหวังทั้งหมดทั้งมวลไว้ที่เธอ

มยุราพูดถูกทุกอย่าง เพื่อนรุ่นพี่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนดูไม่ผิดที่ว่าหมอเชาวนนท์ชอบเธออยู่

แต่ผู้หญิงลูกติดเรียนจบแค่ชั้นมัธยมหก แถมยังทำงานที่ไม่ได้โก้หรูอะไร จะมีผู้ชายอย่างนี้มาสนใจ มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ คิดแล้วเธอก็อยากหัวเราะ เพราะความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาที่แม้ไม่ออกหน้าออกตากับวาคิม ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อเช่นกัน

หากนี่จะคือรางวัลปลอบใจให้ชีวิตที่ติดอยู่ในทุกข์ตรมขมขื่นมาหลายปี เธอขอเลือกสักอย่าง...เพียงแค่อย่างเดียวก็พอ เพราะโอกาสที่พวกเขามอบให้ มันเกินเอื้อมไปจริงๆ สำหรับผู้หญิงอย่างเธอ

หน้าตาซีเรียสจริงจังขึงขังรอคอยของอีกฝ่าย ทำให้เธอไม่กล้าปฏิเสธ หรือดับความหวังของเขา หมอเชาวนนท์เป็นคนดี เขาไม่ควรที่จะต้องผิดหวังเสียใจซ้ำๆ

ลลัลดายื่นสองมือไปกุมมือเขาไว้

“ขอบคุณหมอมากค่ะ ที่ให้เกียรติผู้หญิงอย่างด้า แต่ด้าคิดว่ามีผู้หญิงที่ดีพอและเหมาะสมกว่าอีกมากมายบนโลกนี้ ที่รอให้คุณหมอเข้าไปทำความรู้จัก ให้โอกาส และเลือกพวกเธอ ด้าก็แค่ผู้หญิงลูกติด ความรักและชีวิตนี้ด้าทุ่มเทให้ผู้ชายได้คนเดียว คือปาณัสม์”

ส่วนผู้ชายอีกคน ยังไงก็ไม่มีใครได้รู้จักเขาหรอก เธอจึงเลือกตอบไปเช่นนั้นไม่เอ่ยถึง ไม่หักหาญน้ำใจ และรักษาเพื่อนที่ดีที่ชีวิตนี้มีน้อยนิดเอาไว้ดีกว่า

“คุณด้ารักผู้ชายคนนั้นมากเลยหรือครับ?” น้ำเสียงฟังดูผิดหวังทั้งยังสงสัย

“ค่ะ ปาเป็นชีวิตของด้า เป็นความรับผิดชอบของด้า”

“ผมหมายถึงพ่อของปา?”

คำถามทำเอาคนฟังสะอึก เพราะเธอไม่ได้ไปนึกถึงเขานานแล้ว ต่างคนต่างอยู่ และไม่ต้องรู้จักกันมันดีที่สุด ไม่งั้นชีวิตเธอก็คงไม่มีโอกาสได้พบผู้ชายดีๆ ถึงสองคนหรอก

“เขาเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉามากเลยนะครับ ที่ได้หัวใจของคุณไป คุณถึงไม่ยอมเปิดใจรับใครใหม่แทนที่”

เธออยากจะร้องไห้ให้กับความเข้าใจผิดของคุณหมอจริงๆ แต่ไม่มีใครมารู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรกับเธอด้วยว่าเรื่องระหว่างเธอและพ่อของลูกเป็นมายังไง

“ผู้ชายคนนั้นไม่เคยมีตัวตนและความหมายใดๆ กับด้าหรอกค่ะ สิ่งดีที่สุดจากเขา คือการให้ปาณัสม์มาเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดในชีวิตของด้า” เธออธิบายด้วยรอยยิ้มบางๆ

“แล้วทำไมคุณด้าถึงได้...” คุณหมอเลือกที่จะเงียบ แต่เธอก็เดาได้ว่าเขาจะพูดอะไร

“หมอคะ ด้าเชื่อจริงๆ ว่าจะมีคนดีพอและเหมาะสมกับคุณหมอทุกอย่าง อย่าตัดโอกาสของตัวเองเลยค่ะ ให้เวลาเธอหน่อย ตอนนี้เธออาจจะรอคอยคุณหมออยู่ตรงไหนในโลกใบนี้ หรืออาจจะกำลังเดินทางมาแต่ยังไม่ถึง ให้เวลาเธอหน่อยนะคะ”

หมอหนุ่มอมยิ้มกับคำปลอบใจอย่างคนมองโลกในแง่ดีของเธอ

“มีแค่ไม่กี่คนหรอกครับ ที่จะทำให้เราหัวใจเต้นแรงและรู้สึกดีได้มากมาย ทั้งที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย” เขาพูดพร้อมกับถอนใจยาวเหยียด

“ด้าเชื่อว่า คนที่ทำให้คุณหมอรู้สึกอย่างนั้นได้ ไม่ได้มีคนเดียวแน่ๆ คุณหมอจะต้องเจออีก แค่ให้เวลาตัวเอง เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ค้นหา และรอเวลาที่ใช่มาถึง”

หมอเชาวนนท์หัวเราะออกมาเบาๆ

“ยังไงคุณด้าก็จะไม่เปิดใจให้ใครใหม่หรือครับ? คนที่เขาอยากดูแลคุณด้า อยากดูแลปาณัสม์” ถามอย่างข้องใจสงสัย

ทำไมเธอจะไม่เปิดโอกาสล่ะ?

แต่หมอเชาวนนท์ ไม่ได้มาช้าไปหรอกนะ เพราะต่อให้เธอได้ฟังข้อเสนอนี้ก่อนที่จะเจอวาคิม เธอก็อาจจะยืนยันคำตอบเช่นในวันนี้...นั่นเพราะว่า...มีแค่ไม่กี่คนหรอก ที่จะทำให้เราหัวใจเต้นแรงและรู้สึกดีได้มากมาย ทั้งที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย...และเธอก็เจอผู้ชายคนนั้นแล้ว

“ด้ายินดีจะเป็นเพื่อนที่ดีของคุณหมอนะคะ มิตรภาพแบบนี้ด้าว่ามันยั่งยืนกว่า ไม่ต้องทะเลาะกัน ไม่ต้องขัดแย้ง ไม่มีวันเลิกรา“ เธอยิ้มพร้อมกับบีบมือแรงขึ้น

หมอเชาวนนท์ถอนใจยาวเหยียด ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างยอมรับในที่สุด

และก็เพราะเห็นแก่หมอที่อกหัก ในฐานะของเพื่อนที่ดีลลัลดาจึงอาสาไปเป็นเพื่อนเขาทำบุญที่วัดในวันต่อมา โดยที่ผู้ชายตัวจริงไม่ได้รู้ระแคะระคายใดๆ เลย


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น