เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 37 : ผมเลือกคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ก.พ. 62

ตอนที่ 37

ผมเลือกคุณ

 

 

 

 

“ไปทานข้าวกันเถอะค่ะ”

ลลัลดาเดินไปชวนวาคิม เมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งหน้าเครียดอยู่หน้าทีวี

“แล้วพี่ลัญล่ะ?”

“พี่ลัญกลับไปแล้วค่ะ”

“แล้วไม่รอปาเหรอ?”

“คืนนี้ปานอนกับพี่ยุ พี่เอก พรุ่งนี้เขาจะไปเที่ยวอยุธยากันแต่เช้า เหลือแต่เราสองคนแล้วนะคะคืนนี้” เธอว่ายิ้มๆ พร้อมกับลูบแก้มเขา

“ผมขอโทษด้วยนะด้า ไม่คิดว่าไอ้ฤทธิ์มันจะใจแคบอย่างนี้”

“ด้าไม่โกรธหรอกค่ะ และด้าก็เข้าใจคุณเลื่องฤทธิ์ด้วย ดีใจที่คุณคิมมีเพื่อนอย่างนี้ เพื่อนที่รัก และเป็นห่วงคุณมากๆ หวังดี และปรารถนาดีต่อคุณ แม้จะต้องขัดใจกัน คุณเองก็อย่าโกรธคุณเลื่องฤทธิ์เลยนะคะ ที่เขาพูด เขาทำอย่างนั้น เพราะเขารักและปรารถนาดีกับคุณ”

“มันไม่เข้าใจ คุณน่ารักและแสนดีขนาดนี้ จะไม่ให้ผมหลงรักคุณได้ยังไงกันล่ะด้า” ว่าแล้วเขาก็รวบมือเธอขึ้นมาจุมพิต

ลลัลดายิ้มออกมา ใครจะคิดยังไงกับเธอก็ช่าง ขอเพียงผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า รักและเข้าใจเธอ อย่างที่เธอเป็น นั่นมันก็คือที่สุดแล้ว

“วันนี้ทั้งบ้าน มีแค่เราสองคน ไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ ปาไม่อยู่ เดี๋ยวด้าจะอาบน้ำให้คุณแทน”

“จริงหรือ?”

ใบหน้าที่เมื่อกี้ยังดูโศกๆ ดวงตาหม่นเศร้ากลับสดใส ทอประกายระยิบระยับขึ้นมาทันที

ลลัลดาอมยิ้ม ผงกหน้า...

“นวดด้วยได้ไหม ผมเครียดๆ เนื้อตัวตึงๆ ยังไงก็ไม่รู้”

“ได้สิคะ...”

“แล้วก็...” ตาเขาทอประกายวับๆ ไม่ทันได้พูดจบ เธอก็ยกนิ้วขึ้นแตะที่ปากหยักหนาเอาไว้

“ด้าตามใจคุณทุกอย่างค่ะ”

“ขอบคุณครับด้า” เขากุมมือเธอไปจูบซ้ำๆ แล้วดึงลลัลดาเข้ามากอด หอมแก้มเธอฟอดๆ

เพราะเธอน่ารักน่าใคร่ เอาใจใส่และดูแลเขาอย่างนี้ ต่อให้เป็นคนโง่งมยังไงในสายตาคนอื่นก็ช่าง เขาไม่ยอมเอาความคิดของใครมาแลกกับความสุขที่ได้อยู่กับผู้หญิงคนนี้ไปเด็ดขาด

 

 

คนที่บอกกับลลัลดาว่าอยากอยู่บ้าน แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ก็ทนนั่งแกร่วอยู่ไม่ได้ ลัญจกรจึงแต่งตัวขับรถออกมาหาเหล้ากินแก้เซ็ง

จะว่าไปแล้ว เมื่อก่อนนี้เขาก็สายเที่ยวอยู่เหมือนกัน หกปีที่อยู่หลังลูกกรง และแดนกักกันอิสรเสรีภาพ แต่พอออกมาก็ไม่ได้โหยหาแสงสีเสียงแบบนี้สักเท่าไหร่...ลัญจกรรู้สึกตัวเองสุขุม เยือกเย็น และนิ่งเป็นกว่าแต่เก่า ใช้ความคิดอยู่เหนืออารมณ์ เว้นก็แต่เวลาเจอสถานการณ์หรือคนที่ไม่ชอบหน้าเท่านั้น

วันนี้ออกมาปล่อยแก่ ถึงได้เห็นว่า โลกข้างนอกมันไปเปลี่ยนไปเยอะมาก มากจนเขาแทบจะตามไม่ทัน

เพลงสมัยนี้ มันไม่มีความสนุกเอาเสียเลย นอกจากเสียงดังโหวกเหวกจนปวดหู แสงสีที่วิ่งวนจนตาลายพร่า มองไปบรรยากาศรอบตัว หนุ่มสาวนัวกันเป็นคู่ๆ เห็นแล้วก็ทำให้เกิดอารมณ์เปลี่ยวขึ้นมา

แต่เมื่อคิดจะไปเที่ยวปลดปล่อยประสาผู้ชาย ก็ไม่รู้ว่า ตอนนี้เขาไปเที่ยวกันที่ไหน เขาจึงได้แค่นั่งดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่พอยิ่งดึก ก็เริ่มชิน และนึกสนุกไปกับมันเหมือนกัน

มีสาวหลายคนเข้ามาขอชนแก้วด้วย ลัญจกรก็ไม่ขัด หากก็ยิ้มหัวพูดคุยด้วยตามมารยาท ไม่คิดหิ้วใครกลับไปสานต่อที่บ้าน เพราะแค่นี้ เรื่องที่มีในชีวิต ก็ทำให้ปวดหัวพออยู่แล้ว ทั้งเรื่องน้อง เรื่องหลาน และเรื่องงาน ที่ตอนนี้มืดแปดด้านไม่รู้จะไปเริ่มต้นอะไรตรงไหนดี

“ลัญ...ไอ้ลัญหรือเปล่าวะ?”

ลัญจกรหันไปตามเสียงเรียก มองหน้าคนที่ทักทาย

“ฉันโก้ไง...โก้ ทองสิน”

เขาพินิจมองอีกฝ่าย ก่อนจะผงกหน้าว่าจำได้

“ยังอยู่กรุงเทพฯ เหรอ? นึกว่ากลับใต้ไปแล้ว”

“ก็อยากกลับอยู่ แต่ต้องไปดูร้านให้พี่เขย ก็เลยยังไม่ได้กลับ”

“ร้านอะไร?”

“ร้านแต่งอะไหล่รถไง ที่เคยเล่าให้ฟัง แกละพ้นโทษออกมานานหรือยัง?”

“ก็สักเดือนกว่าๆ”

“มีงานทำหรือยัง? ไปทำด้วยกันไหม? ที่ร้านกำลังต้องการช่างฝีมือดีอยู่เลย”

“น่าสนใจว่ะ” ตอบไปแบ่งรับแบ่งสู้

“งั้นเอานามบัตรไป สนใจก็แวะไปดูก่อนได้ ขอตัวก่อนนะ พอดีเมียเร่งแล้ว” เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่เจอกันในคุกว่า ก่อนจะตบบ่าตบไหล่ทักทายกันแล้วออกไป

ลัญจกรรับนามบัตรนั่นมาหย่อนใส่กระเป๋ากางเกง เพิ่งตกงานมาวันนี้เอง ยังอยากพักกายพักใจไปสักสองสามวันก่อน แต่หลังจากนี้ เขาก็ตั้งใจจะหางานทำเป็นจริงเป็นจัง เพราะไม่อยากเป็นภาระให้ลลัลดา และที่สำคัญ เงินที่น้องสาวของเขาเอามาใช้จ่าย ก็ได้มาจากไอ้ว่าที่น้องเขย ที่นับวันเขาก็ยิ่งไม่ชอบหน้า ถึงวาคิมจะดูแลลลัลดาได้ดี รักใคร่ แต่การไม่ให้เกียรติยกย่องคบกันอย่างเปิดเผย เขาไม่ชอบเลย

 

 

“เธออยู่ไหนแล้ววสา?”

วิกานดาโทรศัพท์ตามเพื่อนสาว ที่สัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะมารับกลับบ้าน เพราะรถของเธอยังติดซ่อมอยู่ที่โชว์รูมของเลื่องฤทธิ์ หลังจากอาละวาดอีกฝ่ายไป

“ฉันยังทำผมไม่เสร็จเลย”

“อะไรกัน นี่ฉันรอตั้งสองชั่วโมงแล้วนะ”

“ต่อผมมันใช้เวลา ฉันก็ไม่คิดว่าจะนานขนาดนี้” ฝ่ายนั้นให้เหตุผลที่หล่อนต้องกลอกตามองบน หลังจากมานั่งแกร่วรออยู่ผับแห่งหนึ่งที่พี่ชายของพันวสาเป็นเจ้าของอยู่

เธอนัดคุยกับเพื่อนสาว กะจะระบายเรื่องวันนี้เสียหน่อย แต่พันวสายังอยู่ที่ร้านทำผม และปล่อยให้วิกานดารอ จนเวลาล่วงเลยมาสี่ห้าทุ่มได้แล้ว

“แล้วตกลงว่าไง หรือจะให้ฉันเรียกแท็กซี่กลับ”

“อีกแป๊บหนึ่งก็เสร็จแล้วน่า เธอใจเย็นๆ สิ จะกลับตอนนี้ หรืออีกชั่วโมง มันก็ดึกแล้วเหมือนกันนั่นแหละ นั่งสั่งอะไรมากินเล่นให้เย็นใจก่อน เดี๋ยวฉันไป” พันวสาว่า ก่อนจะวางสายไป

วิกานดาวางโทรศัพท์ลง ทำหน้าเซ็ง ก็พอดีมีบริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ มือเรียวฉวยคว้าแก้วทรงสูงขึ้นมาจิบแก้เซ็ง แล้วก็ต้องนิ่วหน้ากับรสชาติแปร่งลิ้น

“อี๋...อะไรเนี่ย?” วางแก้วลงมอง ก่อนจะย่นคิ้ว “ฉันไม่ได้สั่งนี่นา” ทำหน้าฉงนใจ

“ผมเลี้ยงเจ๊เองแหละ” พอสันต์ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหน มานั่งร่วมโต๊ะด้วย

วิกานดาเบ้หน้า ในบรรดาพี่น้องของเพื่อนสาวคนสนิท เธอไม่ชอบหมอนี่ที่สุดเลย ยียวนกวนประสาท ประวัติก็ไม่ดี แม้แต่พันวสาเองก็แทบไม่อยากนับญาติด้วย

“ทำไมมานั่งคนเดียว? หรือว่าคนที่นัดไว้เบี้ยว”

เธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง อย่างไม่อยากสนทนาด้วย ยกแก้วเครื่องดื่มมาจิบแก้มือว่าง ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่เพื่อนเคยเล่า ถึงประวัติฉาวโฉ่ของพอสันต์ ก็รีบวางแก้วนั่นลง

“นายเอาอะไรมาให้ฉันดื่ม?”

“ก็...อะไรที่จะทำให้เจ๊กี้คนสวย สนุก และเร่าร้อนสุดๆ ไปเลยในคืนนี้”

วิกานดาหน้านิ่ว สะบัดหน้าพรืด คว้ากระเป๋าถือขึ้นมา หยิบเงินออกวางค่าเครื่องดื่ม

“เดี๋ยว...อย่าเพิ่งไปสิ” พอสันต์คว้าหมับที่ข้อแขนเธอ

“ฉันจะกลับแล้ว?” เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง ฝ่ายนั้นยิ้มยียวนกลับมาให้ มือที่จับแขนเธอบีบแน่นไม่ยอมปล่อย

“ผมอุตส่าห์เลี้ยงเหล้า กินให้หมดสิ” ยกแก้วเหล้านั่นส่งให้

“ไม่กิน ฉันจะกลับบ้านแล้ว”

“รอเจ๊วสาอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

“รู้ได้ยังไง?”

“ก็วสาโทรมาบอกให้ผมไปส่งเจ๊ที่บ้าน”

“ไม่ต้อง ฉันนั่งแท็กซี่ไปได้”

“กินให้หมดก่อน เดี๋ยวปล่อยกลับ”

วิกานดาจ้องหน้าพอสันต์เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ และเพื่อตัดความรำคาญ จึงคว้าเครื่องดื่มแก้วนั่นมาดื่มหมด ก่อนจะวางลงที่โต๊ะ

“พอใจหรือยัง?”

“ไปสิ...จะไปส่ง” เขาจูงแขนเธอกึ่งดึงเล็กน้อยเพื่อพาไปด้วยกัน

“ไม่...ฉันจะกลับเอง” วิกานดาพยายามจะสะบัดข้อมือเล็กให้หลุด แต่พอสันต์ก็บีบรัดจับแน่นไม่ยอมปล่อยลากพามาจนถึงหน้าร้าน

“นี่นายพอล ฉันบอกว่าจะกลับเองไง ปล่อยซี้...” เธอหวีดร้องดัง หวังให้เสียงนั่นทำให้ชายหนุ่มปล่อย

“ดีดดิ้นอะไรกันนักหนา ไม่ให้ผมไปส่งแล้วเจ๊จะกลับยังไง ไม่มีรถไม่ใช่หรือ?”

“ก็กลับแท็กซี่ไง”

“อยากเป็นเมียแท็กซี่หรือไง” หมอนั่นตะคอกใส่หน้าเธอ

“หมายความว่าไง?”

พอสันต์ยิ้มมุมปาก พร้อมกับสายตาวับวาวเป็นประกายไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด

“เดี๋ยวก็รู้ หึๆ”

วิกานดากลอกตาไปมา พร้อมกับความรู้สึกเมาเกินเบอร์ ทั้งๆ ที่เธอเองไม่ได้ดื่มไปมากมายขนาดนั้นสักหน่อย และยังจะอาการร้อนวูบวาบครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกประหลาด

ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อคิดถึงคำบอกเล่าของพันวสา

“นี่นายเอาอะไรให้ฉันกิน?” ถามอย่างตระหนกตกใจ

“ก็อะไรอร่อยๆ ที่จะทำให้เจ๊สนุกจนลืมโลกไง...ทำไมเริ่มออกฤทธิ์แล้วเหรอ? เร็วทันใจดีแฮะ ฮ่าๆ ไปสนุกกันดีกว่าเจ๊กี้คนสวย แล้วรับรองว่า เจอลีลาพอลเข้าไป จะติดใจลืมไม่ลง” ยื่นมือหมับมาคว้าแขน

“บ้าน่ะสิ...ปล่อยนะ” ว่าพร้อมกับสลัดแขนอย่างแรง แล้ววิ่งหนีทันที ก็พอดีไปชนเข้าใส่กับใครบางคนจนแทบล้ม

“อุ๊บ...”

“โอ๊ะ...” ร่างใหญ่เหมือนภูผาที่เธอไปชนเข้าใส่ รีบคว้าตัวเธอเอาไว้ก่อนจะหงายหลังก้นจ้ำเบ้า วิกานดาเองก็รีบคว้าแขนเขาเอาไว้

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มถามเรียกให้เธอเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

เช่นเดียวกับผู้ชายคนนั้น ทันทีที่เห็นว่าเป็นเธอ เขาก็ปล่อยมือทันที มองอย่างไม่พอใจนัก แล้วรีบเดินหนีไปเลย

“เจ๊กี้...วิกกี้...” พอสันต์วิ่งตามเธอมา วิกานดารีบวิ่งไปด้านหน้าร้านซึ่งเป็นถนน เห็นผู้ชายคนนั้นขึ้นรถ กำลังจะขับออกไปพอดี เธอจึงรีบวิ่งตามไปเปิดประตู แล้วขึ้นนั่งที่นั่งข้างคนขับ แล้วปิดประตูตามด้วยกดล็อกทันที

ลัญจกรหันขวับมามองหน้าเธอ

“อะไรกันนี่คุณ?”

“ไปส่งฉันกลับบ้านหน่อย”

“ผมไม่ใช่แท็กซี่นะ”

“ช่างเถอะ รีบพาฉันไปให้พ้นจากตรงนี้ก่อนเร็ว” ว่าแล้วก็รีบก้มตัวหลบวูบเมื่อเห็นว่าพอสันต์วิ่งตามมา

“หนีผัวมาหรือไง?”

“รีบไปเร็ว ผู้ชายคนนั้นมันจะทำร้ายฉัน”

ลัญจกรหน้าตาเหรอหราตกใจ รีบเข้าเกียร์แล้วหมุนพวงมาลัยขับออกไปทันที กระทั่งรถวิ่งมาบนถนนได้ไกลจากร้านนั้น

“นั่งดีๆ ได้แล้ว หมอนั่นไม่ตามคุณมาแล้ว”

วิกานดาจึงผงกหัวขึ้นมา พร้อมกับที่หน้าชาร้อนวูบวาบลามไล้ผะผ่าวไปทั้งเนื้อทั้งตัว เธอยกสองมือขึ้นมาลูบแขน พร้อมกับเริ่มหายใจแรงๆ รู้สึกมีอารมณ์ทางเพศขึ้นมา

“เป็นอะไร? เมาเหรอ?” ลัญจกรหันมาถาม เมื่อเห็นหญิงสาวมีท่าทางกระสับกระส่าย

“ไปส่งฉันกลับบ้านหน่อย” น้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ว่า

“ทำไมไม่เรียกแท็กซี่”

“แท็กซี่ไม่ได้” วิกานดาหลับตา ส่ายหน้าไปมา ในนาทีนี้เธอไม่ไว้ใจทั้งนั้น แม้กระทั่งตัวเอง

“เสียใจด้วย ผมไม่ใช่แท็กซี่” ว่าแล้วก็เลี้ยวรถเข้าข้างทาง

“ลงไป” เขาไล่ พร้อมกับคลายปุ่มเซ็นทรัลล็อก

วิกานดาส่ายหน้า

“ไม่ได้ ฉันกลับแท็กซี่ไม่ได้”

“ทำไม...ไม่มีเงินงั้นหรือ?” มองหญิงสาวอย่างประหลาดใจ

“ไม่ได้ไงเล่า ออกรถสิ เร็ว” ลัญจกรชักสีหน้า ไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่ง แต่เขาก็เข้าเกียร์แล้วตวัดพวงมาลัยออกจากข้างทาง

“ไปส่งฉันที่บ้านหน่อย”

“ผมไม่ไป บอกแล้วไงว่าไม่ใช่รถแท็กซี่”

“แต่รถที่นายขับอยู่ มันของพี่ชายฉันไม่ใช่เหรอ? ขับไปส่งฉันที่บ้านเดี๋ยวนี้” หันมาออกคำสั่งน้ำเสียงฉุนเฉียว

ลัญจกรไม่พอใจหนัก เขาเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว แต่ไม่ได้พาหญิงสาวเจ้าอารมณ์ไปส่งบ้าน แต่ขับกลับมาที่บ้านของตัวเองแทน บ้านเช่าที่ลลัลดาเช่าเพื่ออยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้น้องสาวไปอยู่กับวาคิม

“อยากกลับ ก็เรียกแท็กซี่กลับเองละกัน”

ลัญจกรว่า เมื่อขับรถเข้ามาจอดในบ้านแล้ว เปิดประตูเดินเข้าบ้านไป ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนี้อีกเลย


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น