เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 36 : ความรัก...ไม่ใช่ความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 ก.พ. 62

ตอนที่ 36

ความรัก...ไม่ใช่ความลับ

 

 

 

 

 “ออกรับแทนขนาดนี้ แกรู้จักเขาดีแค่ไหนกันเชียว โอ้ย...ฉันว่ายัยผู้หญิงคนนั้นจะต้องทำเสน่ห์ใส่แกแน่ๆ ไอ้คิม แกถึงได้หลงหัวปักหัวปำไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้”

“หุบปากซะไอ้ฤทธิ์ ถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกันต่อไป” วาคิมเริ่มโมโห เขาไม่อยากให้ใครไปว่าร้ายให้ลลัลดาทั้งที่ไม่รู้จักเธอดีพอ

“ฉันต้องเตือนสติแก คนที่กำลังหลงไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายรู้ว่าโดนหลอก คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือแก และเพราะฉันเป็นเพื่อนแก ฉันยอมให้แกโง่งมต่อไปไม่ได้” เลื่องฤทธิ์ว่ายาวเหยียดเป็นชุด ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

“ฮัลโล...หลวงพ่อหรือครับ...หลวงพ่อพอจะมีเวลาว่างไหม...ขอเร็วที่สุดครับ...บ่ายนี้...ได้เลยครับ...ผมจะพาเพื่อนไปรดน้ำมนต์ สงสัยว่ามันจะโดนของน่ะครับ...ครับๆ ขอบคุณมากครับหลวงพ่อ”

เมื่อวางโทรศัพท์ก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา ผงกหน้า มองมาด้วยสายตาเป็นกังวล

“ไป ไอ้คิม” ว่าแล้วก็เข้ามาฉุดแขน

“ไปไหน?”

“ไปรดน้ำมนต์ล้างซวยไงแกโดนของอยู่ แกไม่รู้ตัวหรอก นี่ฉันขอลัดคิวหลวงพ่อให้แกเลยนะ”

“ไอ้ฤทธิ์” วาคิมขืนตัวไว้

“แกดูหน้าฉัน แล้วแกคิดว่าฉันจะโดนของอยู่งั้นเหรอ?”

เลื่องฤทธิ์หันขวับมามองหน้า กวาดสายตาพิจารณามอง ไม่เห็นว่าหน้ามันจะดำจะคล้ำ หรือดูไม่มีสง่าราศีตรงไหน ตรงกันข้าม กลับดูสดใส มีออร่า

“ตอนโดนแรกๆ ก็งี้แหละ ไม่ค่อยรู้ตัวหรอก...ไป” ยังเชื่อว่าอย่างนั้น

“สรุปแกจะพาฉันไปให้ได้ใช่ไหม?”

“ใช่” เลื่องฤทธิ์ผงกหน้า รับคำหนักแน่น

“ได้เลยไอ้ฤทธิ์...ถ้าแกจะเอาอย่างนั้นก็ได้”

วาคิมยอมเดินตามเพื่อนไปอย่างไม่ขัดขืน

“แต่ฉันขอเป็นคนขับเอง”

“แกรู้เหรอว่าวัดไหน?”

“แกก็คอยบอกทางให้ฉันก็แล้วกัน”

“เออได้...ว่าง่ายๆ ค่อยคบกันยืดหน่อย” เลื่องฤทธิ์ว่า อย่างสบายใจขึ้นมา ยอมให้วาคิมเป็นสารถีขับรถไป แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้พาเขาไปที่วัดตามที่ได้ตกลงกันและนัดหมายกับหลวงพ่อไว้

แต่กลับเป็นบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้

“ที่ไหนของแกนี่?”

“มาสิ...ลงมา แล้วแกจะหายข้องใจ” คนขับว่าแล้วเปิดประตูเดินนำหน้าลงไปก่อน เลื่องฤทธิ์เลยต้องตามลงไปอย่างเสียไม่ได้

“ด้า...ด้าครับ...”

“ขาคุณคิม กลับมาแล้วหรือคะ?”

“อื้อ...ทำอะไรนี่..ฟิด...ฟิด...” เขาจามกับกลิ่นฉุนที่ขึ้นจมูก เดินเข้าครัวไป ก็เห็นลลัลดากำลังทำอาหารเย็นอยู่

“ทำอะไรทานจ๊ะนี่?”

“สปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาค่ะ...ของคุณ ส่วนของปา เป็นซอสมะเขือเทศ”

“เสร็จหรือยัง?”

“ค่ะ”

“มา...งั้นออกมากับผมหน่อย” ว่าแล้วเขาก็ดึงเธอออกห่างจากเตา ปลดผ้ากันเปื้อนให้

“ไปไหนคะ?” ลลัลดาทำหน้างง วาคิมก็จูงเธอมาพบผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจับจ้องมองมาที่เธอไม่วางตาทีเดียว

“นี่ไอ้ฤทธิ์ เลื่องฤทธิ์เพื่อนผม”

“สวัสดีค่ะ” ลลัลดายกมือไหว้อีกฝ่าย

“แล้วนี่ลลัลดา...หรือด้า ผู้หญิงที่ฉันกำลังคบอยู่”

เลื่องฤทธิ์อ้าปากค้าง สายตากวาดสำรวจผู้หญิงตรงหน้า ที่สวยสะดุดตา หน้าตาอ่อนเยาว์ราวกับเด็กสาวมหาวิทยาลัย แม้เจ้าตัวไม่แต่งหน้า ก็ยังดูสวย รูปร่างก็สูงโปร่งมีทรวดทรงองค์เอวแล้วก็พอเข้าใจ ว่าอะไรที่เป็นสาเหตุให้วาคิมลุ่มหลง

“คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเอาเครื่องดื่มให้” วาคิมขอตัว มั่นใจว่าถ้าเลื่องฤทธิ์ได้คุยกับลลัลดา มันจะต้องเปลี่ยนใจแน่ๆ

“คุณคบกับไอ้คิมมานานเท่าไหร่แล้ว?”

“เอ่อ...ฉันรู้จักคุณวาคิมสักสามเดือนได้แล้วค่ะ”

“คุณมีลูกแล้วใช่ไหม?”

“เอ่อ...ค่ะ”

“งั้นก็เป็นแม่หม้ายสินะ”

ลลัลดาหน้าเจื่อนไป

“พี่ชายคุณ ลัญจกรทำงานกับผม”

“อ่อ..ค่ะ” เธอผงกหน้า

“เขาเคยติดคุกข้อหาฆ่าคนตายด้วยเหรอ? ผมเพิ่งรู้วันนี้เอง” ลลัลดาทำหน้าไม่ถูก

“ข้อหาพยายามฆ่าค่ะ แต่ไม่ได้มีใครตาย พี่ลัญเป็นคนดี มีฝีมือ และก็ตั้งใจทำงาน ถ้าไม่มองที่ประวัติเขา ฉันเชื่อมั่นว่าคุณจะได้คนทำงานที่ฝีมือดี มีคุณภาพคนหนึ่งแน่ๆ”

“เหอะ...ผมไม่รู้หรอก ถึงรับเขาเข้าทำงาน ก็เพราะไอ้คิมมันรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะ” ว่าอย่างเคืองไม่หาย

“คุณรู้ใช่ไหมว่าไอ้คิมเป็นลูกใคร หลานใคร นามสกุลอะไร บ้านมันร่ำรวย มีหน้ามีตาในสังคมแค่ไหน...และผมก็มั่นใจว่า คนที่นั่นไม่มีวันยอมรับคุณแน่”

ลลัลดาสะอึกขึ้นมา ดวงตาวูบวับสลด

“เอ่อ...ดิฉันไม่ทราบรายละเอียดนักหรอกค่ะ”

“คุณไม่มีอะไรเหมาะสมกับไอ้คิมเลย” เขาสรุป มองหน้าเธอพร้อมกับถอนหายใจแรงๆ

“ฉันขอบคุณคุณมากนะคะ ที่รักและหวังดีกับคุณวาคิม และเตือนสติฉัน...ฉันไม่รู้เหตุผลที่คุณวาคิมเลือกฉันหรอกค่ะ...แต่ที่ฉันอยู่กับเขา ก็เพราะฉันรักเขา และเขาก็ยังรักฉันอยู่ แต่หากถ้าวันใดที่คุณวาคิมไม่ต้องการฉัน ฉันพร้อมจะเดินออกไปจากชีวิตเขาทันที คุณไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะไม่ทำอะไรให้คุณวาคิมต้องแปดเปื้อน หรือตกต่ำอย่างนั้นแน่นอน”

“ดี...ยังไงก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง และผมก็หวังว่า เมื่อวันนั้นมาถึง คุณจะรักษาสัญญา รักษาคำพูดอย่างที่พูดไว้กับผมในวันนี้”

ลลัลดาสะอึก...มันเจ็บอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็เข้าใจเจตนาของชายหนุ่มที่รักและหวังดีต่อเพื่อน

“คิดว่าแค่มีเงินแล้วมาตัดสินความเป็นคนของคนอื่นได้หรือไง?”

แต่ไม่ใช่กับลัญจกร ที่มาทันได้ยินว่าเลื่องฤทธิ์กำลังพูดอะไรกับน้องสาวของเขาอยู่

“ลัญจกร”

“ถึงผมจะทำงานกับคุณไม่นาน แต่ผมก็พอจะเห็น ว่าคุณมันไม่ได้มีหัวใจ รักใครไม่เป็น ด้านชา...ผมไม่รู้ว่าคุณถูกเลี้ยงมายังไง  เติบโตมาอย่างไหน หรือพบเจอกับอะไรมา ถึงขัดเกลาให้คุณเป็นคนแบบนี้...แต่อย่าใช้ตัวเองมาเป็นมาตรวัดตัดสินคนอื่น...และอย่ามาดูถูกหัวใจของน้องผมด้วย” ลัญจกรว่าเสียงดังอย่างคับแค้นใจ

วาคิมที่ไปเตรียมน้ำแข็งโซดา ตั้งใจจะมาดื่มกันแกล้มอาหารฝืมือเมียอวดเพื่อนเสียหน่อยหน้าตาตื่น

“ไอ้ฤทธิ์แกมาพูดอะไรกับด้า” เขารีบวางที่ถือทั้งหมดทั้งมวลลงบนโต๊ะ เดินเข้ามาร่วมวงด้วย

“ฉันรักแกนะไอ้คิม” เลื่องฤทธิ์หันมาบอก

“แกพูดอะไรกับด้า?” ยังถามย้ำ เพราะเห็นลลัลดาน้ำตาคลอ สีหน้าไม่ดีเลย และลัญจกรก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“แกคบกับเขาไม่ได้หรอกนะไอ้คิม คนมันต่างกัน และฉันก็ว่าที่บ้านแก ไม่มีทางยอมรับผู้หญิงคนนี้แน่ๆ”

“นี่แกไม่เห็นเลยเหรอว่าด้าดีแค่ไหน แกอย่าตัดสินกับอดีตที่เขาเคยพลาด บางอย่างชีวิตก็เลือกไม่ได้ ฉันก็เกิดมาพร้อมกับถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเมียน้อย ฉันเกลียดคำๆ นี้ ที่ถูกยัดเยียดให้ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของฉัน...ฉันไม่เคยเข้าใจ ว่าแม่ต้องหวานอมขมกลืน อยู่ในฐานะกินน้ำใต้ศอกผู้หญิงคนอื่น ลดศักดิ์ศรีตัวเองทำไม แต่แม่ฉันเลือกความรัก เลือกที่จะให้ฉันอยู่เป็นลูกที่มีพ่อ หัวใจของผู้หญิงที่ยอมโดนดูถูก เสียสละเพื่อลูกมันยิ่งใหญ่มาก และฉันก็เห็นสิ่งเดียวกันนั้น ในตัวของด้า...ฉันรักเขา รักที่เขาเป็นแม่ที่ดี ไม่เคยทิ้งพี่ทิ้งน้อง แต่แกมันหยาบกระด้าง แค่ผิดหวังจากผู้หญิงคนเดียว แกก็เห็นผู้หญิงคนอื่น ไม่ดีเหมือนกันหมด ยัยจิ๊บ ทำให้แกเป็นบ้าเป็นบอ ไม่มีหัวใจและตัดสินคนอื่นอย่างนี้”

“ไอ้คิม แกต่างหากที่หน้ามืดตามัว กำลังถูกพี่น้องคู่น้องคู่นี้ต้มตุ๋นอยู่ มาขายเรื่องดราม่านิยายน้ำเน่า เอาจุดอ่อนของแกมาเล่น” เลื่องฤทธิ์ว่าพร้อมหายใจหอบแรง

“ฉันยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้สวย แต่คนระดับแก หาสวยกว่านี้ก็ได้ไม่ยากหรอก แถมไม่มีประวัติเสียหายแบบนี้ด้วย”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้ฤทธิ์...ถ้าเห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่เคยมีมา แกกลับไปเสียตั้งแต่ตอนนี้...ไป...ไป...”

วาคิมโมโหหน้าดำหน้าแดง ไล่เพื่อนสนิทที่ไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงอย่างนี้มาก่อน

เลื่องฤทธิ์มองหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“แล้ววันหนึ่ง แกจะตาสว่าง ไอ้คิม”

คำพูดทิ้งท้ายฝากไว้ ก่อนจะขับรถออกไปอย่างหัวเสีย

“คุณวาคิมคะ” ลลัลดาเข้าเกาะแขนชายหนุ่ม พร้อมกับลูบปลอบให้เขาใจเย็นลง เมื่อเห็นโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“ผมไม่คิดเลยว่าไอ้ฤทธิ์มันจะใจแคบอย่างนี้” เขาส่ายหน้าว่าอย่างผิดหวัง ทั้งยังเหนื่อยหัวใจ ที่แม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังไม่เข้าใจ

“ไปพักก่อนเถอะค่ะ ขอด้าคุยกับพี่ลัญแป๊บนะคะ”

วาคิมหันไปสบตากับลัญจกร ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป

“พี่ลัญมาทำไมคะ?” ถามอย่างแปลกใจ ที่พี่ชายโผล่มาที่บ้านเธอได้

“พี่ออกจากงานแล้วนะ มันว่างๆ ก็เลยว่าจะรับปาไปอยู่ด้วย อย่างน้อยก็ได้ช่วยเลี้ยงหลาน ดีกว่าอยู่เปล่าๆ”

“ตอนนี้ปามีพี่เลี้ยงแล้ว แถมยังติดแจเลยค่ะ ไม่รู้จะยอมไปหรือเปล่า?”

“แล้วตอนนี้เจ้าปาอยู่ไหน?”

“อยู่ที่ร้านพี่ยุค่ะ สักพักพี่เอกก็คงพามาส่ง พี่ลัญอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันสิคะ ด้าทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาไว้กระทะใหญ่เลย”

ลัญจกรยังไม่ทันจะตอบ มยุราก็โทรศัพท์เข้ามาพอดี

“พรุ่งนี้ว่าจะไปไหว้พระที่อยุธยากัน เจ้าปาได้ยิน ก็รบเย้วๆ ขอไปด้วย” มยุราเกริ่นนำ ก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้เด็กชาย ที่โทรมาออดอ้อนขอนอนกับมยุราและเอกชัย เพื่อว่าพรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวอยุธยาด้วยกันแต่เช้า และเธอก็เอ่ยอนุญาต

“คืนนี้ปาจะนอนค้างกับพี่ยุพี่เอกค่ะ พรุ่งนี้พวกเขาจะไปเที่ยวอยุธยากัน พี่ลัญไปกับเขาสิคะ”

“ไม่ล่ะ ขี้เกียจ อยากอยู่บ้านมากกว่า” ตอบไปหน้ามุ่ยที่สุดท้ายแล้วก็ไม่เหลืออะไรไว้ให้แก้เซ็ง

“หรือจะไปตามหลานที่บ้านพี่ยุก็ได้นะคะ พามานอนด้วย แล้วพรุ่งนี้ก็พาไปส่งเช้าๆ เลย”

“ดูเหมือนตอนนี้ ปาไม่ติดใครเลย งั้นก็ปล่อยให้นอนกับยุกับเอกดีละ จะได้รู้จักเรียนรู้อยู่กับคนอื่น” ลัญจกรว่าในที่สุด ก่อนจะขอตัวกลับ เพราะไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกิน และยิ่งเห็นว่าลลัลดากับวาคิมรักกันแค่ไหน เขาก็ยิ่งหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น