เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 30 : ขอดูแล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 ม.ค. 62

 

ตอนที่ 30

ขอดูแล

 




“ด้าจะย้ายไปอยู่กับเขางั้นหรือ?”

ลัญจกรถามเสียงดัง น้ำเสียงฟังออกว่าไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการตัดสินใจของน้องสาว ซึ่งลลัลดาก็คาดเดาได้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนั้น

“แล้วปาล่ะ?”

“ด้าจะพาปาไปด้วยค่ะ คุณคิมไม่มีปัญหาอะไร เขาชอบเด็กอยู่แล้ว และเขากับปาก็เข้ากันได้ดี” นึกมาถึงตรงนี้ เธอก็อดจะขอบคุณชายหนุ่มไม่ได้ที่เข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่

ด้าทำหน้าที่ของแม่ได้อย่างเต็มที่ ผมกลับชื่นชมด้วยซ้ำนะ แต่ต่อไปด้าต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ที่ต้องแบ่งเวลาดูแลปามาดูแลผมด้วยอีกคน

นึกถึงคำพูดของเขา แล้วเธอก็อดจะยิ้มออกมาอย่างขัดเขินไม่ได้

“แล้วด้าจะย้ายไปอยู่กับเขาในฐานะอะไร?”

“ด้ากับคุณคิมคบกันอยู่ค่ะพี่ลัญ” เธอไม่กล้าสบตากับลัญจกรตรงๆ รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ทำตัวเป็นผู้หญิงใจง่ายอย่างนี้

“คบกัน  ชอบกันแล้วไม่คิดจะแต่งการแต่งงานกันให้ถูกต้องหรือไง?” ลัญจกรท้วง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ห่วงใย และไม่พอใจนักกับการตัดสินใจของเธอ

ลลัลดาลอบถอนใจแผ่วเบา เธอยังไม่ตัดสินใจจริงจังถึงขั้นนั้น ด้วยฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว มันดูจะเป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะเท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ สำหรับเธอ ก็ราวกับว่าฝันไปอยู่แล้ว

“พี่ลัญคะ ด้าก็แค่ผู้หญิงลูกติด แล้วคุณคิมน่ะเขาก็มีหน้ามีตา มีคนรู้จักมากมาย ครอบครัวเขาอยู่ในวงสังคม คงยากที่พวกเขาจะยอมรับผู้หญิงอย่างด้าเป็นภรรยาออกนอกหน้า”

“ด้าพูดเหมือนตัวเองไม่มีค่า ไม่มีศักดิ์ศรีอย่างนั้นแหละ”

ลัญจกรพูดถูก ผู้หญิงที่หอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่กับผู้ชายเพียงแค่เขาเอ่ยปากชวน ทั้งที่ไม่มีฐานะอะไรให้คนอื่นรับรู้ ก็คงไม่ต่างจากเมียลับ หรือเมียเก็บ ก็ไม่ต่างจากผู้หญิงไม่มีค่าไร้ศักดิ์ศรี เธอมีทางเลือก แต่กลับเลือกทางนี้ เรื่องเงินและความช่วยเหลือที่วาคิมเสนอมา คือข้อตกลงที่เธอยอมแลกก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือหัวใจของเธอกับเขาตรงกัน นั่นต่างหากคือเหตุผลที่เธอเลือกอย่างนี้

“ด้ารักเขาใช่ไหม?”

คำถามของพี่ชายช่างฟังดูแล้วน่าตกใจ ตั้งแต่แตกเนื้อสาวมา เธอไม่เคยรักใคร...รักแบบที่ผู้หญิงผู้ชายเขารักกัน ชีวิตเธอมีอะไรเกิดขึ้นหลายอย่าง ความสัมพันธ์น่าปวดหัว ข้ามขั้นไปมา...แต่ถ้าถามใจตัวเอง...ลลัลดาคิดว่าใช่

พอเห็นน้องสาวนิ่งเงียบ สีหน้าคิดหนักเป็นกังวล ลัญจกรก็พูดไม่ออก เขาค่อนข้างเชื่อมั่นและไว้ใจในความคิดและการตัดสินใจของลลัลดา ที่ต้องเผชิญชีวิตตามลำพังและดูแลตัวเองมาหลายปีตอนที่เขาติดคุก หากเจ้าตัวไม่คิดใคร่ครวญมาอย่างดี หรือไม่มั่นใจ ไม่แน่ใจ ก็คงไม่มาเอ่ยปากเรื่องนี้กับเขาหรอก

“เอาเถอะ ยังไงด้าก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว มีสิทธิ์เลือกชีวิตของตัวเองได้ และพี่ก็คิดว่าด้าคงตัดสินใจดีแล้ว” เขายื่นมือไปหาน้องสาว ลลัลดายื่นมือมาให้จับ ก่อนจะถูกพี่ชายรั้งตัวเข้ามากอดเอาไว้ในอ้อมอก

“พี่ขอโทษนะ ที่เอาแต่คิดว่าด้ายังเป็นเด็กตัวน้อยๆ ที่ให้พี่ต้องคอยปกป้อง ดูแล ทั้งๆ ที่หลายปีมานี่ ด้าทำให้พี่เห็นแล้วว่า ด้าเก่ง และแกร่งแค่ไหน ทำงานหนักเลี้ยงลูกมาคนเดียว แต่ถึงยังไงก็ตาม พี่ก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี เพราะพี่ไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นดีพอที่จะไว้ใจให้ด้าไปอยู่กับเขาได้”

ลลัลดาน้ำตาคลอ เงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย เข้าใจความรู้สึกของลัญจกร ก่อนหน้านี้ เขาก็ดูแลเธอมาราวกับไข่ในหิน ตั้งแต่เล็กจนโต

“คุณวาคิมเป็นคนดีค่ะ เขาช่วยเหลือด้ามาหลายครั้งแล้ว และที่สำคัญด้ารักเขา” เธอสารภาพจนหมดสิ้น เพราะนี่คือการเสี่ยงครั้งยิ่งใหญ่ชีวิต โดยการที่เอาตัว หัวใจและชีวิตไปมอบให้กับคนคนหนึ่ง

ลัญจกรลูบที่ศีรษะของน้องสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

“แล้วด้าจะไปเมื่อไหร่?”

“พรุ่งนี้ค่ะ” ระยะเวลาช่างกระชั้นชิด ทำตัวราวกับวัยรุ่นใจร้อน ทำเอาเขาตั้งตัวไม่ทันทีเดียว

“ก่อนจะไป พี่ขอคุยกับเขาหน่อยนะ” น้ำเสียงเครียดว่า จนลลัลดานึกหวาดหวั่นใจ ว่าลัญจกรจะคุยอะไรกับวาคิม แต่ก็ไม่กล้าถาม

 

 

“ด้าบอกว่าพี่มีเรื่องจะคุยกับผม”

หลังจากทักทายกันตามมารยาท วาคิมก็เข้าเรื่องสำคัญ ที่เขากำลังหวาดหวั่นใจอยู่ไม่น้อยว่าลัญจกรจะพูดอะไร จะว่าไปแล้วเขาก็อดเกรงใจหุ่นล่ำๆ และกล้ามใหญ่ๆ ของพี่ชายเธอไม่ได้เหมือนกัน

ลัญจกรเป็นคนเงียบๆ ดูดุๆ จำได้ว่าเขาไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้ยิ้มเลย แต่ลลัลดาบอกว่าพี่ชายเธอใจดีที่สุดในโลก

ก็แหงล่ะ กับน้องสาวนี่นา ไม่ใช่ไอ้หนุ่มที่เสนอหน้ามาจีบน้องสาว แถมยังไม่พอชวนเธอวิวาห์เหาะไปเสียดื้อๆ อย่างนี้ เป็นพี่ชายคนไหนก็คงจะอดหนวดกระตุกไม่ได้ทั้งนั้น

“นั่งก่อนสิ” น้ำเสียงราบเรียบหากฟังดูเครียดขึ้ง

“จะมารับด้าไปอยู่ด้วยในฐานะอะไร?”

“เอ่อ...” เขาถึงกับอ้ำอึ้งไปทันที

“ถึงด้าจะไม่มีพ่อมีแม่แล้ว แต่ก็ยังมีพี่ชาย และถ้าคุณจะละเอียดอ่อนพอคงรู้ว่า น้องสาวผมมีชีวิต มีจิตใจ ผมไม่เห็นด้วยหรอกนะเรื่องที่สองคนตัดสินใจจะไปอยู่ด้วยกันแบบนี้”

ดวงตาดุดันไม่พอใจจ้องหน้าเขาที่ได้แต่นิ่งรับฟัง

“แต่ที่ผมไม่ห้าม เพราะด้าเองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมเชื่อว่าเขาต้องคิดใคร่ครวญมาอย่างดีและตัดสินใจแล้วก่อนจะทำอะไรลงไป” พูดจบลัญจกรก็ถอนใจยาวเหยียด

“หลายปีที่ผ่านมา ด้าต้องทุกข์ใจ และรับผิดชอบอะไรมากมายหลายอย่าง มากกว่าที่ผู้หญิงวัยเดียวกันคนอื่นจะได้รับ”

ในดวงตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เป็นห่วง คนวาคิมรู้สึกได้

“แต่ถ้าคุณจะเป็นคนที่ทำให้น้องสาวผมมีความสุข ผมก็ยินดี แต่จำไว้ด้วยว่าถ้าวันไหนที่ด้าทำให้คุณไม่พอใจ หรือคุณไม่ได้รักใคร่ไยดีอะไรอีกแล้ว ก็ให้พาน้องสาวผมกลับมาส่งให้กับมือผม อย่าได้ทำร้าย ลงไม้ลงมือ หรือแม้แต่ทำให้ด้าเสียใจเป็นอันขาด” น้ำเสียงของลัญจกรเริ่มสั่น เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ จนเขาพลอยสะเทือนอารมณ์ตาม

“เพราะสิ่งที่ด้ามอบให้คุณไปในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ การทิ้งโอกาสจะไปเจอผู้ชายคนอื่น ความรัก หรือหัวใจของเขา  มันมีค่าและยิ่งใหญ่มากเลยสำหรับผม...จำเอาไว้”

วาคิมถึงกับสะอึก เมื่อได้ฟังคำพูดฝากฝังจากใจของลัญจกร เขาเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายดี ว่ากำลังคิดอะไรและเป็นห่วงทั้งน้องและหลานขนาดไหน

“ผมสัญญาครับพี่ลัญ ว่าจะรักและดูแลด้าอย่างดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้”

ลัญจกรถอนหายใจยาว ผงกหน้า ยกมือขึ้นตบบ่าเขาแรงๆ

“จำคำพูดของคุณวันนี้เอาไว้ให้ดีนะวาคิม เพราะถ้าคุณทำร้ายน้องสาวผมวันใด ผมจะไม่มีวันให้อภัยคุณเด็ดขาด คุกตะรางสำหรับผมมันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือน่ากลัว คนที่ผมรักต่างหากที่สำคัญกับผมที่สุด”

นั่นถือเป็นคำขู่กรายๆ แต่ลูกผู้ชายอย่างเขา ไม่ได้กลัวคำขู่นั่นหรอก เพราะมั่นใจเหลือเกินว่า ตัวเองจะไม่มีทางทำให้ร้ายผู้หญิงที่รักอย่างลลัลดาแน่นอน

 

 

“ที่นี่เป็นอู่ของเพื่อนผมเอง ซ่อมแต่รถนอก รถราคาแพง ค่าแรงดี สวัสดิการเยี่ยม และตอนนี้มันก็ต้องการคนที่มีฝีมือไปทำงานด้วย ผมเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะให้พี่ลัญไปเริ่มงานที่นั่นก่อน”

นอกจากดูแลเธอแล้ว เขายังห่วงใยไปถึงคนในครอบครัวเธออีกด้วย เมื่อรู้ว่าลลัลดากำลังเป็นห่วงเรื่องที่พี่ชายยังไม่มีงานทำ อีกทั้งประวัติของลัญจกรที่เพิ่งออกจากคุกมาข้อหาพยายามฆ่า คงจะหางานทำยากอยู่ เธอกลัวพี่ชายจะคิดมาก

และพอถามไถ่รู้ว่าก่อนหน้านี้ลัญจกรเคยทำงานอะไร วาคิมก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที รีบโทรศัพท์หาเลื่องฤทธิ์ เพื่อฝากฝังงานให้ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยินดีรับ เพราะคำรับประกันเป็นมั่นเหมาะจากเขา

“พี่ลัญเคยเป็นเจ้าของร้าน แล้วจู่ๆ จะให้ไปเป็นลูกน้องคนอื่น ด้าว่าเขาคงไม่ยอมหรอกค่ะ”

“เราต้องเข้าใจนะด้า ว่าการลงทุนในเศรษฐกิจตอนนี้ มันมีความเสี่ยง และเรื่องสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอด ก็คือ ลูกค้า และมีคอนเน็กชั่นหลายทาง การที่จู่ๆ จะไปเปิดร้านเองเลย นอกจากเงินทุนก้อนใหญ่แล้ว ลูกค้าที่ไหนจะไว้วางใจมาใช้บริการ อย่างน้อยเราก็ต้องมีผลงาน ฝากฝีมือให้เขาไว้ใจ ร้านของเพื่อนผม เป็นโชว์รูมใหญ่ มันกำลังต้องการคน ผมว่าให้พี่ลัญไปเริ่มงานที่นั่น นอกจากได้เคาะสนิมฝึกฝีมือ จะได้รู้จักคนกว้างขวาง ต่อไปถ้าพี่ลัญคิดจะเปิดร้านเอง ก็จะง่ายขึ้น เพราะมีคอนเน็กชั่นและเครดิตแล้ว...อีกอย่าง พี่ลัญอยู่ข้างในมาตั้งหกปี โลกข้างนอกมันเปลี่ยนไปเยอะ เขาจะต้องทำใจเรื่องที่โลกมันเปลี่ยนไปมากแล้ว และเปิดใจที่จะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่”

ลลัลดาฟังเหตุผลของชายหนุ่มแล้วค่อนข้างเห็นด้วย จึงไปกล่อมลัญจกร ที่ตอนแรกปฏิเสธหัวชนฝาเมื่อรู้ว่าวาคิมฝากงานให้

“พี่ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร”

“มันไม่ใช่เรื่องของบุญคุณอะไรหรอกนะคะพี่ลัญ คุณวาคิมเขารู้ว่าพี่ลัญอยากทำงานและทำงานอะไรได้บ้าง เพื่อนของเขาก็กำลังต้องการคนพอดี เขาก็แค่มาบอกต่อให้เท่านั้นเอง และด้าว่ามันก็เป็นการดี ที่พี่ลัญจะได้ไม่ต้องถูกขุดคุ้ยประวัติเก่าให้ไม่สบายใจ เพราะคุณวาคิมช่วยรับรองให้อยู่แล้ว พี่คิมอยู่ข้างในมาหกปี โลกมันเปลี่ยนไปทุกวงการ การไปทำงานที่ร้านของเพื่อนคุณวาคิม อย่างน้อยพี่ลัญก็ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และยังจะได้รู้จักลูกค้า รู้จักคอนเน็กชั่น ถ้าฝีมือเราดีจริง อีกหน่อยก็หาลู่ทางมาเปิดร้านของเราเองได้ไม่ยาก และโอกาสอย่างนี้ มันไม่ได้จะมาหาเราบ่อยๆ นะคะ ด้าอยากให้พี่ลัญลองเปิดใจดู”

ลัญจกรนิ่งคิดไปอยู่นาน ก่อนจะตอบตกลงในที่สุด ซึ่งนั่นทำให้ลลัลดาแสนจะดีใจ

เธออยากให้ลัญจกรกลับเข้ามาสู่สังคมอย่างคนปกติคนหนึ่ง ไม่ใช่มีบาดแผลของคนเคยติดคุกมาก่อน เป็นชนักติดหลัง ให้ต้องกังวลว่าอดีตทำให้เขาถูกมองแปลกประหลาดไปจากคนอื่นๆ

 

 

 “เป็นอะไรไปครับด้า อาหารไม่อร่อยหรือ?”

วาคิมถามอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก เมื่อเห็นลลัลดาดูหน้าหงอยๆ ทั้งๆ ที่เขาพยายามเอาใจ พาเธอไปทานอาหารอร่อยๆ จากร้านที่เชฟส่งตรงมาจากฝรั่งเศส บรรยากาศหรูหรา มีดนตรีเพราะๆ ขับกล่อม เมื่อครู่นี้เธอก็ยังร่าเริงมีความสุขอยู่แท้ๆ แต่พอกลับมาถึงบ้านก็เหมือนว่าความสุขนั่นจางหายไปอย่างรวดเร็ว

เขาจับจูงมือเธอเดินเข้ามาในบ้าน นั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขก พร้อมกับเปิดทีวีให้เธอดูรายการที่เคยโปรด แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้หญิงสาวจะไม่ค่อยโปรดมันสักเท่าไหร่ ปล่อยให้คนในจอพูดเรื่อยเจื้อยไปโดยแทบไม่ได้ฟัง

ลลัลดาพยายามจะยิ้มให้เขา ไม่อยากให้ชายหนุ่มเสียบรรยากาศนักหรอก รู้ดีว่าเขาพยายามจะเอาอกเอาใจเธอ แต่พอมาถึงบ้านที่ว่างเปล่าไร้เงาของปาณัสม์ มันก็อดจะคิดถึงลูกไม่ได้ แต่เกิดจนโต เรียกว่านับคืนได้ที่วันไหนเธอไม่ได้นอนกล่อมลูก

แต่วันนี้ ลัญจกรขอตัวปาณัสม์ไปอยู่ด้วย เพราะอาทิตย์หน้าพี่ชายจะเริ่มไปทำงานแล้ว กลัวจะไม่ได้เจอหลานบ่อยๆ และคงอยากเปิดโอกาสให้เธอกับเขาได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเต็มที่ประสาคนรักด้วย

ปาณัสม์เองก็เข้ากับวาคิมได้เป็นอย่างดี ออกจะติดเขาแจเสียด้วยซ้ำ เพราะชายหนุ่มตามใจเหลือเกิน เรื่องไหนที่เธอห้าม เขากลับสนับสนุน เรียกว่าเรื่องลูกก็คือเรื่องหนึ่งที่ทำให้เธองอนเขาอยู่บ่อยๆ และวาคิมก็มักพูดเสมอว่า

เด็กตัวเท่านี้ ด้าจะเอาอะไรกับแกมากมาย เห็นแกสนุก มีความสุข เราก็น่าจะดีใจแล้วนะ

“ขอโทษค่ะ ด้าแค่คิดถึงลูก”

เขายิ้มอย่างเข้าใจ แต่ก็อดจะกระเซ้าไม่ได้

“ว้า! ผมหรืออุตส่าห์เอาใจ คุณก็ยังไปคิดถึงผู้ชายอื่นอีก มันน่าน้อยใจนัก” เอ่ยตัดพ้อขึ้นมา

ลลัลดาตาโต

“อะไรกันคะคุณคิม ปาเป็นลูกชายด้านะคะ ไม่ใช่ผู้ชายอื่นเสียหน่อย”

“ก็นั่นแหละ ผมอดจะอิจฉาปาไม่ได้จริงๆ ดูเหมือนลมหายใจเข้าออกของด้า จะมีแต่ปาคนเดียว จะมีผมด้วยสักนิดสักหน่อยก็ไม่ได้ นี่คงไม่เคยคิดถึงกันเลยสินะ” จู่ๆ เขาก็ทำตัวเป็นเด็กพาลพาโลว่าไปโน่น

ลลัลดาหัวเราะเบาๆ อดจะยื่นมือไปดึงแก้มชายหนุ่มอย่างหมั่นไส้แกมเอ็นดูไม่ได้

“เด็กๆ ทำก็น่ารักดีหรอกนะคะ ท่างอนอย่างนี้ แต่ผู้ใหญ่อย่างคุณทำ ดูแล้วไม่จืดจริงๆ ค่ะ ไม่รู้ว่าจะน่าสงสาร หรือน่าหมั่นไส้ดี” ว่ายิ้มๆ

วาคิมรวบมือสวยไปกุมไว้ แล้วหอมลงไปที่หลังมืออย่างรักใคร่ รู้สึกเวลาที่อยู่ด้วยกันช่างมีความสุขมากมายมหาศาลอย่างเหลือเกิน

“ถึงไม่น่ารัก ถึงจะน่าหมั่นไส้ แต่ด้าก็ต้องรักผมด้วยนะ”

ลลัลดาหัวเราะเสียงใส คนที่ต้องกลัวถูกทิ้งหรือกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่รัก น่าจะเป็นเธอเสียมากกว่า แต่วาคิมก็ชอบออดอ้อนเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาทำให้เธอรู้สึกเป็นคนสำคัญและมีความหมาย นับวันเธอก็ยิ่งลุ่มหลงในตัวเขา แม้สถานะที่เป็นอยู่ จะคือเมียลับเมียเก็บหรืออะไรก็ตามแต่ ชายหนุ่มกลับไม่เคยทำให้เธอรู้สึกแย่อย่างนั้นเลย

“และอีกอย่างไม่ต้องห่วงหรอกนะ ปามีพี่ลัญดูแลอยู่ทั้งคน แต่ผมสิ...ผมไม่มีใครดูแลเลย” ทำเสียงเล็กเสียงน้อยเข้าใส่ ส่งสายตาออดอ้อน

“และปาก็หย่านมแล้วด้วย คงไม่ร้องไห้หาแม่กินนมหรอกน่า แต่ผมอ่ะ ยังไม่หย่านมนะ และตอนนี้ก็หิวแล้วด้วย” คนว่าไม่ว่าเปล่า เมื่อดึงคอเสื้อเธอลงแล้วก้มงับลงไปเหนือทรวงเต้า ทำเอาลลัลดาถึงกับสะดุ้งโหยง


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น