เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 3 : คุณหมอสุดหล่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 3

คุณหมอสุดหล่อ

 

 

 

 


มยุราเอ่ยเรื่องที่เธอเป็นกังวลอยู่ ที่โรงพยาบาลนี้จะให้เคลียร์ค่ารักษาทุกสัปดาห์ และตอนนี้เธอก็จ่ายเงินเก็บออมที่มีไปกับการรักษาปาณัสม์จนเกือบหมดแล้ว

“ยังไงปาก็ลูกด้า ด้าต้องรับผิดชอบเขาให้ดีที่สุดค่ะ” นั่นคือสิ่งที่เธอบอกกับคนอื่น และบอกกับตัวเองเสมอ

มยุรามองสาวรุ่นน้องอย่างเห็นใจ  หล่อนกับพี่ชายของลลัลดาเป็นเพื่อนสนิทกัน มีบ้านอยู่ซอยเดียวกัน จึงได้รู้เห็นความเป็นไปกันมาแต่อ้อนแต่ออก พ่อแม่ของหญิงสาวเป็นข้าราชการทั้งคู่ และเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ลัญจกรผู้พี่ชายเปิดร้านจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ กิจการกำลังดีวันดีคืน แต่ก็ถูกเพื่อนโกงจนหมดเนื้อหมดตัว จนเขาทำให้ฉุนขาด และเพราะลัญจกรพลาดพลั้งไปทำร้ายคู่กรณีจนบาดเจ็บสาหัสจึงถูกตัดสินจำคุกไปหลายปี ทิ้งให้ลลัลดาต้องเผชิญชะตากรรมอยู่คนเดียว พอจบมัธยมปลายหญิงสาวก็ตั้งครรภ์โดยไม่รู้ว่าใครคือพ่อเด็ก  หล่อนจึงชวนให้มาทำงานด้วยกันที่ร้านเสริมสวย ถือว่าช่วยๆ กัน กระทั่งคลอดลูกก็ยังดูแลกันเรื่อยมาตามประสาคนรู้จักมักคุ้น

และเมื่อไม่นานนี้ หล่อนได้ขยายสาขาร้านใหม่ไปเปิดในห้างสรรพสินค้า จึงให้ลลัลดาไปช่วยดูแลให้

หญิงสาวทำงานได้ดีมาก มีทั้งฝีมือ ทั้งยังสวยสะ พูดจาอ่อนหวาน จนลูกค้าติดกันตรึม กิจการก็เป็นไปด้วยดีขึ้นเรื่อยๆ

และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ลลัลดาก็ยังคงครองตัวเป็นโสด และไม่เคยจะเอ่ยถึงพ่อของลูกให้ได้ยินเลยสักครั้งเดียว จึงเรียกได้ว่าหล่อนไม่รู้ความเป็นมาหรือข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นแม้แต่น้อย

“แค่ผู้ชายเลวๆ คนเดียวที่ด้าเจอ ไม่ได้หมายถึงผู้ชายที่เหลือทั้งโลกมันจะเลวหมดหรอกนะด้า” มยุรายังพยายามหว่านล้อม

หากดวงตางามคมขลับกลับฉายชัดถึงความมุ่งมั่น หยิ่งทระนง และถือดี

“ด้ารู้ค่ะพี่ยุ แต่ด้าเชื่อว่าตัวเองเลี้ยงลูกคนเดียวได้ และด้าก็สบายใจที่มันเป็นอย่างนี้ มีแค่ปาณัสม์ แค่ผู้ชายคนนี้คนเดียวในชีวิต ด้าก็มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ”

“จ้า...” มยุราผงกหน้าอย่างเข้าใจ “แต่อย่าลืมผู้ชายอีกคนด้วยล่ะ...ลัญน่ะ นี่คงใกล้จะพ้นโทษเต็มทีแล้วสินะ”

ลลัลดานึกถึงพี่ชายที่ไม่ได้ไปเยี่ยมมาแรมเดือนเพราะต้องคอยดูแลปาณัสม์ ลัญจกรถูกตัดสินจำคุกสิบปี แต่เพราะเขาเป็นนักโทษชั้นดี จึงได้รับการอภัยโทษมาเรื่อยๆ อีกไม่นานก็จะถูกปล่อยตัวแล้ว

“ค่ะ...อีกสองเดือนพี่ลัญจะพ้นโทษแล้ว”

“อื้ม! ดีแล้ว ลัญจะได้มาช่วยเลี้ยงหลาน” มยุราว่า นึกดีใจเพราะหล่อนกับลัญจกรก็รู้จักสนิทสนมกันดี ชายหนุ่มเป็นคนนิสัยดี ถ้าไม่ติดที่ใจร้อนจนก่อเรื่องร้ายแรงด้วยความแค้นในครั้งนั้น ถึงทำเอาชีวิตแทบพังไม่เป็นท่า

“แล้วนี่ถ้าลัญพ้นโทษออกมาจะพากันไปอยู่ที่ไหน อพาร์ตเม้นท์ที่ด้าอยู่กับลูกตอนนี้ น่าจะคับแคบไปนะ คงไม่สะดวกสักเท่าไหร่?” มยุราถามอย่างห่วงใยไปถึง

เรื่องนี้ลลัลดาก็คิดเอาไว้เหมือนกัน ว่าถ้าพี่ชายพ้นโทษกลับมาอยู่ด้วยอีกคน ก็อาจจะพากันไปเช่าบ้านหลังเล็กๆ อยู่ด้วยกัน เพราะลำพังอพาร์ตเม้นต์ห้องเดียวก็ดูจะคับแคบไป เมื่อปาณัสม์เองก็โตขึ้นทุกวันๆ เธออยากให้ลูกมีที่วิ่งเล่น ให้แกเติบโตตามธรรมชาติ มีเพื่อนฝูง มีอาณาบริเวณ ให้โลกของแกใหญ่กว่าห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่กี่ตารางเมตร ให้แกได้ไปไหนมาไหนมากกว่าที่ห้อง โรงเรียน และร้านเสริมสวย

ที่ผ่านมาเธอยอมทำงานหนัก เก็บทุกบาททุกสตางค์ก็เพื่อลูก อยากให้ปาณัสม์ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้เรียนโรงเรียนดีๆ แต่ตอนนี้ เงินออมเกือบทั้งหมดได้ถูกนำมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลในครั้งนี้ และดูท่าว่าจะไม่พอเสียด้วย

และแน่นอนว่าคนที่เคยมีคดีติดตัวข้อหาพยายามฆ่าคนตายอย่างลัญจกร  คงหางานทำที่ไหนไม่ได้ง่ายนัก พี่ชายคงจะเป็นภาระของเธอไปสักพักใหญ่ ตอนนี้ลลัลดามืดแปดด้านไปหมด ยังคิดหาทางออกไม่ได้ ว่าจะทำยังไงต่อไป

“ไว้พี่ลัญออกมา ก็ค่อยว่ากันอีกทีค่ะ” ตอนนี้ขอแค่คิดเอาตัวรอดไปเป็นวันๆ เป็นเรื่องๆ เฉพาะหน้าไปก่อน ส่วนเรื่องที่มันเกิดขึ้นในอนาคต เธอยังไม่อยากเอามากวนหัวสมอง

คุณพยาบาลเมษาที่แวะเวียนมาวัดไข้ปาณัสม์ทุกชั่วโมงเปิดประตูเข้ามา ก่อนจะยิ้มให้เธอ แล้วยื่นถุงบางอย่างให้

“อะไรหรือคะ?”

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ คุณหมอนนท์ฝากมาให้คุณ” เจ้าหล่อนว่า ก่อนจะไปวัดไข้บุตรชายตามหน้าที่

ลลัลดาจึงคลี่ถุงออกดู ล้วงหยิบซองวิตามิน ที่หน้าซองจ่าชื่อของนายแพทย์หนุ่มเองไม่ใช่ชื่อของเธอ แต่ก็ไม่กล้าถามพยาบาลเมษา กระทั่งอีกฝ่ายกลับออกไป

“อะไรน่ะด้า หมอฝากอะไรมาให้?” ทันทีที่ลับหลังนายไปรษณีย์จำเป็นพ้นจากประตูไป มยุราก็รีบถามขึ้นมาทันทีด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วอดจะลุ้นไปด้วยไม่ได้

“พวกวิตามินกับเกลือแร่น่ะค่ะ หมอคงเห็นว่าด้าดูเพลียๆ”

“ต๊าย! ช่างสังเกตสังกา แปลว่าห่วงใยใส่ใจนะเนี่ย” มยุราวี้ดว้ายกระตู้วู้ออกนอกหน้า

ลลัลดายิ้มเพลียๆ ให้ ไม่นึกถึงเรื่องอะไรมากไปกว่าเรื่องค่ารักษาของบุตรชายที่ฝ่ายการเงินเรียกไปพบ เห็นทีว่าหากมีไม่พอจ่าย เธอคงต้องรบกวนหยิบยืมจากมยุราอีกเช่นเคย

“เขาส่งสัญญาณมาขนาดนี้ อย่าปล่อยให้หลุดมือเชียวนะ” รีบเชียร์ทันที

“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ยุ แกก็แค่หวังดีอย่างเพื่อนมากกว่า”

“หื้ม...ผู้หญิงกับผู้ชายไม่คิดแค่เป็นเพื่อนกันหรอก” แอบแย้งอย่างไม่เห็นด้วย

ลลัลดาคิดเพียงแค่ว่าจะเก็บความปรารถนาดีนี้เอาไว้ก็เท่านั้น แต่ก็ไม่ขัดเพื่อนรุ่นพี่ที่เชียร์จนออกนอกหน้า เพียงแค่ยิ้มๆ ไม่ต่อความยาวสาวความยืดออกไปอีก

“ด้าหนอด้า คิดมากอยู่ได้ ถ้าพี่ยังสาว ยังสวยเหมือนด้า รับรองว่าหมอนนท์น่ะไม่รอดพ้นเงื้อมมือพี่แน่ๆ ผู้ชายดีๆ อย่างนี้จะหาได้ง่ายๆ ที่ไหนอีก” มยุราพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าท่าทางอย่างหมายมาดแทนและแสนเสียดาย ทำเอาเอกชัยมองแฟนสาวรุ่นใหญ่มองตาขวาง พร้อมกับกระแอมกระไอ

“อะแฮ่ม! ให้มันน้อยๆ หน่อยเจ๊ ใครเขาจะไปไวไฟอย่างเจ๊ล่ะ ผัวยังนั่งหัวโด่อยู่นี่ทั้งคน พูดออกมาหน้าตาเฉยว่าจะงาบผู้ชายอื่นต่อหน้า ไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจกันบ้างเลย” บ่นออกมาหน้าบึ้งๆ

“แหมๆ อันนี้ยุคิดแทนด้าหรอกจ้าเอก มีแฟนทั้งรูปหล่อ กล้ามใหญ่ เอาใจเก่งอย่างนี้ ใครจะไปมีตาไว้ไปมองผู้ชายอื่นอีกละจ๊ะที่รัก มาๆ งอนเขาหรือตัวเอง จุ๊บ...จุ๊บ...หายงอนน๊า เขารักตัวเองคนเดียว”  ว่าแล้วรีบหอมแก้มเอาใจแฟนเด็กขี้งอนประสาคนขี้เล่น

ลลัลดามองคู่รักต่างวัยที่แม้จะอายุห่างกันหลายปีแต่ก็ยังรักกันหวานชื่น ช่างกระเซ้าเย้าแหย่กันราวกับหนุ่มสาวแล้วก็รู้สึกดีขึ้นมา พร้อมกับรู้สึกเหงาๆ หัวใจอยู่บ้าง ที่ผ่านมา เธอแทบไม่เคยได้ใช้ชีวิตวัยสาว หรือคบหาเพื่อนต่างเพศเลย ด้วยครอบครัวเธอก็เลี้ยงลูกสาวมาราวกับไข่ในหิน และลัญจกรนั่นหวงน้องสาวเอามากๆ

แต่แล้วความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว ก็เปลี่ยนชีวิตเธอไปอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว ถึงตอนนี้เธอไม่คิดโทษโชคชะตาฟ้าดินอีกแล้ว เพราะปาณัสม์คือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ และเป็นกำลังใจสำคัญของเธออย่างที่สุด

 

 

“ได้หลานสาวหรือหลานชายล่ะ?”

เลื่องฤทธิ์ถามทันทีที่วาคิมวางโทรศัพท์จากครอบครัว สองหนุ่มเพื่อนซี้ที่นานทีปีครั้ง ได้โคจรมาพบกัน เพราะต่างก็มีภาระหน้าที่การงานให้รับผิดชอบ เพิ่งได้เจอกันเมื่อตอนหัวค่ำ และหลังจากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบประสาคนที่ไม่ได้เจอกันมานาน อัพเดตสถานการณ์ของอีกฝ่ายที่เป็นอยู่ พอดึกเข้าหัวข้อสนทนาก็เริ่มเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่องตามราว

“เด็กผู้ชาย ก็คงสมใจพี่รุตเขาล่ะ” ตอบไปอย่างเนือยๆ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนหลานสาวคนแรก ที่เขาแทบบินกลับจากสิงคโปร์มานั่งลุ้นที่หน้าห้องคลอดด้วยอีกคน เรียกว่าตื่นเต้นไม่น้อยหน้าวิศรุตซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ เลยทีเดียว

“มหาดำรงค์กิจมีทายาทสืบสกุลแล้ว ปู่แกก็คงไม่มาเร่งยิกๆ เอาที่แกแล้วสินะ” เลื่องฤทธิ์กระเซ้าขำๆ

แต่คนฟังไม่ได้นึกขำตามไปด้วย เมื่อรู้ตัวเองดีว่า เขาไม่ใช่คนสำคัญที่เจ้าสัววิชาญคาดหวังว่าจะผลิตทายาทสืบสกุลให้ท่านหรอก ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป หลานรักเบอร์หนึ่งก็ยังคงเป็นวิศรุตไม่เคยเปลี่ยน และยิ่งเมื่อพี่ชายได้แต่งงานกับหญิงสาวที่ท่านหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ และตอนนี้ก็เพิ่งมีเหลนผู้ชายให้สืบสกุล คนที่ตกไปอยู่ก้นกระป๋องนานแล้วอย่างเขา ก็ยิ่งอยู่นอกสายตา ไม่มีใครเสียเวลามานึกถึงหรอก

เขาไม่ได้นึกอิจฉาแต่อย่างใด เพียงแต่บางครั้งก็อดจะน้อยใจไม่ได้ เพราะไม่ว่าอะไรที่สำคัญ หรือดีที่สุด ต้องตกไปเป็นของวิศรุตก่อนเสมอ

“ทำหน้าตาเหมือนหมาป่วยอย่างนี้ อย่าบอกนะว่ายังทำใจเรื่องพี่สะใภ้ไม่ได้” คนรู้ใจกันดีถามขึ้นมา น้ำเสียงเป็นห่วง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเห็นทีว่าเพื่อนของเขาคงอยู่ยาก เมื่อเจ้าสัววิชาญมีคำสั่งให้วาคิมกลับมาทำงานที่ประเทศไทย และไปช่วยงานของพี่ชายในไทย ไอออน อินดัสตี้ บริษัทผลิตและส่งออกเหล็กอุตสาหกรรมรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งครอบครัวของเพื่อนรักเป็นเจ้าของอยู่

“ไม่หรอก...เวลามันก็ผ่านมานานตั้งห้าปีแล้ว แถมตอนนี้พวกเขาก็ยังมีลูกด้วยกันตั้งสองคน” และวิศรุตก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่ารักใคร่หลงใหลและเอาใจใส่ภรรยาดีแค่ไหน เท่านี้เขาก็เบาใจที่แพรวพิชชาได้อยู่กับคนที่เธอรักอย่างมีความสุขเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แม้ตัวเองจะเป็นฝ่ายอกหักและช้ำรักก็ตามที แถมหลานสาววัยเกือบสี่ขวบอย่างพราวพิชญาหรือยัยแก้มใสก็ยังช่างฉอเลาะน่ารักน่าชัง เสียจนทำเอาคุณอาอย่างเขาที่เพิ่งบินมาถึงเมืองไทยได้สองวันหลงรักหัวปักหัวปำเลยทีเดียว

“ดีละ แกทำใจได้ก็ดี ถึงเวลาแล้วที่จะมองหารักใหม่”

วาคิมถอนใจอีกหน การรักใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องง่าย พอๆ กับการลืมความรักครั้งเก่านั่นแหละ

“แล้วเป็นไง ไปอยู่สิงคโปร์ตั้งสี่ซ้าห้าปี สาวๆ แถวนั้นไม่มีถูกใจบ้างหรือไง แกถึงได้กลับเมืองไทยมาอย่างโสดๆ นี่น่ะ”

“สวยๆ น่ะมีเยอะ แต่ฉันยังไม่อยากหาห่วงผูกคอตอนนี้หรอก” ว่าอย่างเซ็งๆ เพราะถึงตอนคิดจะจริงจังกับใคร บาดแผลเก่าในใจก็กระทุ้งเตือน ทำให้เขาไม่กล้าที่จะทุ่มเท กลัวจะผิดหวังแล้วเป๋ เหมือนที่เคยเกิด

“อ้อ! ก็เลยจะกลับมาทำตัวเป็นหนุ่มไฮโซเจ้าเสน่ห์แข่งกับฉันอย่างนั้นสิ...ฮะฮ่า...ขอบอกไว้ก่อนเลยนะไอ้น้อง ว่าถึงแกจะหล่อล่ำเร้าใจกว่า แต่เรื่องใจถึง ใจป้ำน่ะ ยังไงก็สู้ฉันไม่ได้หรอก” ว่าแล้วหัวเราะลงลูกคอเอิ๊กอ๊าก

วาคิมอมยิ้ม มองหน้าเพื่อนรักที่ช่างมั่นอกมั่นใจเหลือเกินแล้วส่ายหน้าไปมา เพราะถึงเขาจะไปทำงานที่สิงคโปร์ห้าปี แต่ก็ได้ยินชื่อของเลื่องฤทธิ์  กันกิจจาซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงสังคมว่าชายหนุ่มเจ้าของโชว์รูมนำเข้าซุปเปอร์คาร์รายใหญ่คนนี้ มีชื่อเรื่องความเจ้าชู้และเพล์บอยไม่น้อยเลยทีเดียว

“แต่จะว่าไป สมัยนี้คิดอย่างนั้นน่ะถูกแล้ว เช่าผู้หญิงเอาคุ้มทุนที่สุดว่ะ รักสนุกไม่ต้องผูกพัน ไม่ต้องไปรับผิดชอบอะไรมากมาย ผู้หญิงเดี๋ยวนี้แต่งตัวเก่ง ใช้เงินเก่งกันจะตาย ค่าแมนเทอแน้นซ์นี่สูงลิบลิ่วทีเดียว จะเลี้ยงอีหนูสักคนนี่ต้องสำรวจกระเป๋าตังค์ให้ดีๆ ก่อน ถ้าเอาสวย เซ็กซี่ระดับพริตตี้ หรือดาราตัวประกอบ ต้องมีเงินให้ใช้ไม่ต่ำกว่าเดือนละแสน”


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น