เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 28 : ทำไม...ต้องโกหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ม.ค. 62

 

ตอนที่ 28

ทำไม...ต้องโกหก

 



เธอโกหกเขา!!!

มือใหญ่ที่กำแน่นสั่นเทาทันทีที่เห็นภาพที่นักสืบส่งมาให้

เงินหนึ่งแสนบาทกับค่ำคืนพิเศษที่มีผู้ชายหน้าโง่ยอมจ่ายให้ เธอเอาไปเช่าบ้านเป็นรังรักกับผู้ชายที่อาจจะเป็นสามีเก่าหรือพ่อของเด็กปาณัสม์นั่น หรือไม่ก็เลี้ยงผู้ชายคนอื่น ไอ้หนุ่มหน้าตาเข้มคร้ามแบบไทยๆ รูปร่างสูงใหญ่กำยำในภาพถ่าย

“ตอนนี้เรายังไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ครับ”

ต้องได้อะไรอีก ภาพที่เห็น สายตาที่มองกันอย่างห่วงใย การจับมือถือแขนโอบกอดและจูบกัน แม้จะที่หน้าผากหรือแก้ม ความสัมพันธ์อย่างไหนที่จะทำอย่างนี้ได้

“ผู้ชายคนนี้เข้าไปอยู่นานหรือยัง?”

“เพิ่งมาเมื่อวานนี้เองครับ”

เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอยังนอนให้เขากกกอดอยู่ในอ้อมอก ผู้หญิงร้ายกว่างูพิษเป็นยังไง วาคิมรู้ซึ้งแจ้งแก่ใจในนาทีนี้แล้ว

“ผมขอเวลาไม่เกินสามวัน แล้วจะสืบมาให้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร มาจากไหน แล้วมาอยู่ในบ้านนั้นได้ยังไง?” นักสืบที่จ่ายไปแสนแพงและทำงานดีเยี่ยมสมค่าจ้างรับปากรับคำกับเขา

และแม้จะนักสืบจะกลับไปได้นับชั่วโมงแล้ว แต่อารมณ์ขุ่นมัวในใจก็ยังไม่จางหาย

“คุณวาคิมคะ ที่ทางมิสเตอร์โรเบิร์ตนัดมา คุณคิมสะดวกจะให้เข้าพบเมื่อไหร่ดีคะ?”

ใบหน้าหงุดหงิดเงยขึ้นมามองหน้าเลขาสาวใหญ่

“คุณก็นัดไปสิ”

“แล้วจะให้พี่นัดวันไหนล่ะคะ ที่คุณคิมสะดวก”

“คุณเสามีตารางงานของผมทำหมด วันไหนว่างไม่ว่างคุณก็รู้อยู่แล้ว ยังจะมาถามเซ้าซี้อะไร วันไหนที่ว่าง ยังไม่ลงตารางก็นัดมาเถอะครับ”

เสาวลักษณ์หน้างันค้างไป กับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดไม่สบอารมณ์นั่น

“เอ่อ...ค่ะ” หล่อนรีบผงกหน้า แล้วล่าถอยออกไปทันที ตั้งแต่มีแขกปริศนาที่ไม่ได้แจ้งนัดหมายมาก่อนเข้าพบ วาคิมก็หัวเสียจนหล่อนชักสงสัยว่าหมอนั่นเป็นใครกัน

วาคิมจึงรู้ตัว ว่ากำลังหงุดหงิดเมื่อรู้เห็นภาพของลลัลดากับผู้ชายปริศนาจากนักสืบ ทำให้พาลพาโลกับคนรอบข้างไปทั่ว แม้แต่กับเสาวลักษณ์ที่ทำงานเนี๊ยบเรียบร้อยไม่มีที่ติก็ยังพลอยโดนหางเลขไปด้วย

“มีสติหน่อยสิวะคิม...อย่าให้ผู้หญิงคนเดียวมามีอิทธิพลกับแกได้” เขาเตือนสติตัวเอง

เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวดังขึ้น หน้าจอขึ้นชื่อของเลื่องฤทธิ์ ที่หายเงียบกันไปหลายวัน จึงกดรับ

“มีอะไรไอ้ฤทธิ์”

“ฉันจะโทรมาอัพเดทสถานการณ์หัวใจของแก เป็นยังไงบ้างวะตอนนี้...หายบ้าคิดถึงผู้หญิงคนนั้นแล้วหรือยัง?”

“บ้าบออะไรของแก? ก็แค่ผู้หญิงคนเดียว คิดว่าทำให้ฉันจะเป็นจะตายได้หรือไง?”

“อ้าว! ฉันจะรู้กับแกเหรอ? เห็นวันนั้นคร่ำครวญหาเจ้าหล่อนอยู่นี่นา แล้วก็เงียบฉี่หายไปเลย”

“เออ...ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ก็แค่ไม่ชอบพวกหน้าไหว้หลังหลอก โกหกเป็นไฟ สับปลับปลิ้นปล้อน...ทำไมวะ...ทำไม? ฉันไม่ดีตรงไหนเหรอ? สู้ผู้ชายคนอื่นไม่ได้ตรงไหน? เห็นฉันเป็นควายหรือไง คิดจะมาหลอกเอาเงินแล้วไปเลี้ยงดูผัวตัวเองที่ปิดบังซ่อนเอาไว้ ทำไมวะไอ้ฤทธิ์ ฉันดูเป็นผู้ชายหน้าโง่ หลอกง่ายนักใช่ไหม?”

“แกพูดถึงเรื่องอะไรวะไอ้คิมฉันงงไปหมดแล้ว?”

“เออๆ ไม่มีอะไรหรอก ฉันมันคงจะบ้าจริงๆ อย่างแกว่าน่ะแหละ” วาคิมรีบดึงสติที่หลุดกลับมา

“อะไรของแก ทำตัวเหมือนผู้หญิงเมนไม่มาอย่างนั้นแหละ หงุดหงิด พาลใส่ไปทั่วเลย ถ้าไม่มีอะไรอัพเดทก็แค่นี้นะ ฉันโทรมาเพราะเป็นห่วงหรอกโว้ย” ว่าแล้วเลื่องฤทธิ์ก็วางโทรศัพท์ไป

“เมนไม่มา อะไรของแกวะ?” เขาสบถคำที่เพื่อนพูด ก่อนจะใจหายวาบ เมื่อนึกถึงเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่นัดพบกับลลัลดา และก็โอนเงินให้เจ้าหล่อนไปตั้งแสนหนึ่ง

วันนั้น เขามีอะไรกับเจ้าหล่อนถึงสามครั้ง...และครั้งสุดท้าย เขาไม่ได้ป้องกันตัวเองเสียด้วย

เขาขอ...และเธอก็ยินยอม

ทำไมเขาถึงได้เชื่อมั่น และไว้ใจผู้หญิงคนนั้น มากไปกว่าที่จะระมัดระวัง รักษาชีวิตของตัวเองด้วย

หล่อนคงไม่ท้องขึ้นมา เพราะเซ็กส์แค่ครั้งเดียววันนั้นหรอก แต่ชีวิตของเขาล่ะ...เชื่อมั่นได้ยังไง ว่าผู้หญิงคนนั้นจะปลอดภัยพอที่จะไม่นำโรคร้ายอะไรมาเป็นของฝาก

คิดแล้วก็เสียวสันหลังวาบขึ้นมา

เขาหลงหล่อนจนไม่ลืมหูลืมตา จนหน้ามืดตามัวขาดสติ ในนาทีนั้น มันนึกอยากแต่จะเสพสุขจากเรือนร่างของหล่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หายอยาก เรียกร้องต้องการตักตวงความสุขจากหล่อนอย่างไม่รู้อิ่มรู้เต็ม ทุกภาพจำในวันนั้น ผุดชัดฉายขึ้นมาในหัว แล้วทำให้เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวร้อนรนทนไม่ได้

หลายความร้อนรนกังวลใจสับสนอลหม่านที่ปะทุขึ้นมาราวกับโดมิโน่ในหัว ทำให้เขาไม่มีสติ ไม่มีสมาธิทำจะทำอะไรแล้ว

ขืนให้รอครบสามวัน คงได้ลงแดงตายไปก่อนแน่ๆ ทำไมจะต้องรอ ในเมื่อเขาไปหาคำตอบด้วยตัวเองได้ บ้านช่องห้องหอเจ้าหล่อนอยู่ไหนก็รู้แล้วนี่ จะรอให้อกระเบิดไปทำไม?

ในที่สุด วาคิมก็พาตัวเองมาเยี่ยมๆ มองๆ อยู่นอกประตูรั้วของบ้านเช่าที่ลลัลดาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ และก็ช่างประจวบเหมาะที่ผู้ชายตัวสูงใหญ่คนปริศนาในรูปถ่าย กำลังยกตะกร้าผ้าที่ซักเสร็จหมาดๆ ออกมาตากเสื้อผ้า หมอนั่นหยิบเสื้อผู้หญิงออกมาใส่ไม้แขวน ก่อนจะแขวนไว้ที่ราว คนที่จะทำอย่างนี้ให้กันได้ ความสัมพันธ์จะเป็นอะไรถ้าไม่ใช่ผัวเมีย

ลัญจกรเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นบางอย่างแว่บผ่านไปผ่านมา เมื่อหันไปมองหน้าเจ้าหนุ่มในชุดออฟฟิศที่เดินเลียบเคียงประตูรั้วมองเข้ามาในบ้านราวกับกำลังมาหาใครอยู่

“มีอะไรหรือเปล่าน้องชาย เห็นมองเข้ามาบ้านนี้นานแล้ว” เขาทักอีกฝ่ายไปด้วยน้ำเสียงกระด้างรู้สึกไม่ไว้วางใจ

หากเป็นขโมยขโจรซึ่งดูจากท่าทางการแต่งตัวแล้วไม่น่าจะใช่ อีกฝ่ายจะได้กลัวเกรงและรีบหนีไปโดยไว

“นี่บ้านคุณด้า ลลัลดาใช่ไหมครับ พอดีผมเป็นเพื่อนเธอ แต่ไม่เคยเห็นคุณมาก่อน...ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร และไปทำอะไรข้างในบ้านนั้น” อกสามศอกผึ่งผายทักกลับไปอย่างไม่กลัวเกรงเช่นกัน

ลัญจกรทำหน้าประหลาดใจ เพราะลลัลดาเล่าให้ฟังว่าเพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานยังไม่เคยพาใครมาที่บ้านนี้ นอกจากมยุรากับเอกชัย แล้วไอ้เจ้าหนุ่มนี่เพื่อนของน้องสาวจริงหรือแอบอ้างก็ไม่รู้

“ผมเป็นพี่ชายด้า ถ้าคุณเป็นเพื่อนน้องสาวผมจริง ทำไมถึงไม่รู้จักผมล่ะ?”

ความขุ่นข้องหมองมัวในจิตใจ เหมือนพยับเมฆฝนมืดดำที่ถูกสายลมแรงกรรโชกพัดวูบเดียวก็หายวับไป วาคิมยิ้มในหน้าอย่างยินดีที่ได้ยินคำตอบอย่างนั้น สองมือรีบยกขึ้นไหว้ชายหนุ่มคนนั้นทันที

“สวัสดีครับ พอดีผมไม่ทราบจริงๆ เพราะคุณด้าก็ไม่เคยเล่า เรื่องคุณให้ฟังเลย แล้วนี่ปาณัสม์อยู่ไหมครับ?” รีบตีขลุมถามหาเด็กชายเพื่อยืนยันว่าเขารู้จักกับหญิงสาวจริงๆ

“ปาไปโรงเรียน” สีหน้ายังไม่ไว้ใจ จ้องมองกลับมาไม่วางตา

“อ้อ! จริงสิ ผมลืมไป แล้วนี่คุณด้าหาโรงเรียนให้ปาได้แล้วหรือครับ?”  น้ำเสียงและท่าทางที่เปลี่ยนไปมือไม้อ่อน ยิ้มแย้มแจ่มใสในใบหน้า เลยทำให้ลัญจกรพลอยเปลี่ยนท่าทาไปด้วยเช่นกัน กวาดสายตามองสำรวจไอ้หนุ่มหน้าคมคายผิวขาวตัวสูงใหญ่ตรงหน้า รูปร่างหน้าตาท่าทางก็ดี และเมื่อมองไปไกลๆ เห็นรถที่จอดอยู่ก็ดูจะมีฐานะ แล้วให้สงสัยว่าทั้งสองคนไปรู้จักมักจี่กันได้ยังไง

“ไม่รู้เหมือนกัน ผมยังไม่ได้คุยกับด้าเรื่องนี้ คุณจะเข้ามาในบ้านก่อนไหม?” เพราะจะว่าไป แดดยามนี้ก็ร้อนเปรี้ยงอยู่ ต้อนรับขับสู้แขกในบ้านน่าจะดีกว่า

“ครับ ขอบคุณครับ ไม่ทราบจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดี?”

“อ้อ!  ผมชื่อลัญจกร เป็นพี่ชายของด้า แล้วคุณ?”

“วาคิมครับ ผมชื่อวาคิม เป็นเพื่อนคุณด้า” ยิ้มแป้นแล้นเสนอหน้าเต็มที่อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินเอี้ยมเฟี้ยมเรียบร้อยเข้าไปในบ้านให้ลัญจกรซักไซ้อยู่นาน กระทั่งรถโรงเรียนพาปาณัสม์มาส่ง

เขาก็รีบไปตีซี้กับเด็กชายที่ทำหน้างงๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออกว่าเคยเจอลุงคิมใจดีเพื่อนของแม่มาก่อน

ลัญจกรมองชายหนุ่มที่มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อเล่นกับปาณัสม์อยู่นานสองนาน ตั้งแต่ตอนบ่ายจนเย็นย่ำ จนมืดค่ำได้เวลาที่ลลัลดาจะกลับมา ดูเหมือนว่าแขกคนนี้ก็ไม่มีความเกรงใจที่จะขอตัวกลับไปเสียที มันน่าสงสัยจริง

“คุณ?” ลลัลดาตกใจไม่น้อยที่พบคนที่ไม่คาดไม่ฝันว่าจะเจอ

“เอ่อ! มาที่นี่ได้ยังกันคะ?” จะไม่ให้เธอประหลาดใจหรือ? เขารู้จักบ้านช่องห้องหอเธอได้ยังไงกัน

วาคิมไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน เมื่อเห็นว่าปาณัสม์ไปเล่นอยู่กับลัญจกรไม่ได้สนใจ เขาเลยถือโอกาสฉวยข้อแขนเล็กเดินออกมานอกตัวบ้าน และพี่ชายเธอก็เหลือบมาเห็นพอดี ลัญจกรเริ่มสงสัยในท่าทีความสนิทสนมระหว่างทั้งสองคนว่าจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ

“ปล่อยค่ะ...คุณคิม...เดี๋ยวพี่ลัญก็สงสัยหรอก” เธอบอกพร้อมกับหมุนข้อมือตัวเองออก

“ไม่เห็นเคยเล่าให้ผมฟังว่าคุณมีพี่ชาย แล้วเขาไปอยู่ไหนมา ทำไมผมถึงเพิ่งรู้?”

ลลัลดาทำหน้าลำบากใจ ไม่รู้จะเล่ายังไงดี? เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว เธอไม่ต้องการให้คนนอกรู้ว่าพี่ชายเคยมีประวัติโชกโชนติดคุกติดตะรางมา

“คุณด้า ผมไม่สบายใจนะ นี่ใช่ไหม? คือเหตุผลที่ทำให้คุณไปหาผมเมื่ออาทิตย์ก่อน?”

ใบหน้างามเงยมองเขา ดวงตางามกะพริบปริบๆ จนใจที่จะอธิบาย

“นี่ใช่ไหม?เหตุผลที่ทำให้คุณมาที่นี่ คุณสะกดรอยตามฉันอย่างนั้นหรือ? คุณไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้นนะคะคุณวาคิม คุณกำลังละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอยู่รู้ไหม?”

“แล้วคุณล่ะรู้ไหมว่าผมทำไปทำไม?”

“ฉันจะไปรู้กับคุณหรือ?” น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจว่า

“ก็เพราะผมเป็นห่วงคุณไงล่ะ ผู้หญิงกับเด็กอยู่กันแค่สองคน มันไม่ปลอดภัย แล้วพี่ชายคุณ จู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนกัน? เขาเป็นพี่ชายจริงๆ หรือ? แล้วทำไมถึงทิ้งน้องตัวเองไว้กับหลานเล็กๆ อย่างนี้ไปตั้งนาน ให้คุณต้องไปทำงาน...เอ่อ...ต้องเจอสภาวะกดดันอย่างตอนที่เราเจอกันครั้งแรก...ผมไม่เข้าใจ”

 


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น