เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 23 : สวรรค์เป็นใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

ตอนที่ 23

สวรรค์เป็นใจ

 

 

 

 

 “ถ้าเขาอยากได้เงิน ทำไมเขาไม่ให้เบอร์ฉันเอาไว้ล่ะ ในเมื่อฉันเต็มใจจะจ่ายอย่างงาม”

“อื้ม! แล้วแกรู้ชื่อนามสกุลเขาไหม? ถ้ารู้ก็น่าจะตามหาได้ไม่ยากหรอก”

“ฉันมีชื่อบัญชีที่โอนเงินไปให้เขา แต่การทำแบบนี้ มันไม่เท่ากับกำลังคุกคามเขาอยู่หรือ?”

“ตกลงแกอยาก หรือไม่อยากรู้เรื่องของเขาว่ามา ไอ้คุกคงคุกคามอะไรนั่นไม่ต้องไปพูดถึง เลี่ยงคำว่าคุกไว้หน่อยก็ดีว่ะ ไม่ค่อยชอบฟังเลย มันดูเหมือนกำลังทำเรื่องชั่วๆ อยู่”

“อยากสิ”

“แล้วแกจะอยากเจอเขาอีกทำไม? ถ้าคิดจะเป็นเพื่อน ก็อย่าเลยดีกว่า ฉันบอกแล้ว ผู้หญิงอย่างนี้เขาไม่ได้อยากมีเพื่อน และถ้าแกสนใจจะใช้บริการเขาอีก ก็ลองตามล่าหาตามเว็บต่างๆ ดู เปลี่ยนชื่อแซ่เสียด้วยล่ะ เขาได้หลงกลกลับ”

“มันยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เพราะฉันทำมาแล้ว” สารภาพอย่างยอมจำนน ทุกคืนเขานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อจะค้นหา หวังว่าจะเจอ แต่ก็ไม่เจอ

“ไอ้คิม นี่แกบ้ามากเลยนะ” เลื่องฤทธิ์อุทานอย่างตกใจไม่น้อย เมื่อรู้ว่าเขาทำอะไรลงไป

“เออ! ฉันมันบ้า แล้วใครล่ะเป็นคนแนะนำให้ฉันทำเรื่องบ้าๆ นี่น่ะ ไม่ใช่แกหรอกเหรอ?”

“ก็ฉันเป็นห่วงแก เห็นแกเหมือนยังมีเยื่อใยกับพี่สะใภ้แกอยู่ ฉันไม่อยากเห็นเพื่อนปีนต้นงิ้วนี่หว่า?”

“บ้า ฉันไม่มีทางทำอย่างนั้นบอกแล้วไง” เขาโวยวายกลับไป และเริ่มตระหนักได้ว่า ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่เคยมีต่อแพรวพิชชาในเวลาห้าปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะคลายลงไปมาก แต่ก็ยังไม่ได้หายไป

หากเวลานี้ เขากลับไม่ได้มีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่ นอกจากยินดีและปรารถนาดีกับเธอ ผู้หญิงที่ทำให้เขาเป็นบ้าเป็นหลังได้ กลับเป็นใครอีกคนหนึ่งแทนที่ต่างหาก

“ฉันว่าบางทีแกอาจจะโดนของ ต้องไปรดน้ำมนต์ ทำบุญเยอะๆ แล้วล่ะ”

คำแนะนำของเลื่องฤทธิ์ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมาเลย แต่เขาก็คิดว่าจะลองทำดูก็แล้วกัน อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของตัวเอง และถ้าบุญกุศลจะหนุนนำจริง เขาก็อยากมีโอกาสได้พบกับลลัลดาอีกครั้งหนึ่ง

 

 

“แล้วรถเราไปไหนล่ะ?”

“รถกี้เข้าศูนย์ค่ะ เขาทำให้ไม่ทัน บอกให้มาเอาวันพรุ่งนี้” คนพูดไขว้นิ้วพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“เจ้าจ๊อดก็อยู่บ้านนี่ ทำไมไม่เรียกใช้มันล่ะ”

“โธ่! พี่คิมขา ออฟฟิศพี่คิมใกล้ๆ แค่นี้ แวะมารับน้องแป๊บเดียวเอง ไม่เสียเวลาหรอกน่า ไหนๆ ก็ต้องกลับบ้านทางเดียวกันอยู่แล้ว ขืนให้ดาโทรหา  จ๊อด กว่าจะออกจากบ้าน กว่าจะฝ่ารถติดมาถึง ก็มืดค่ำกันพอดี...นะคะ...นะคะพี่คิมขา” วิกานดาลงทุนอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน รู้ดีว่าพี่ชายคนนี้ขี้ใจอ่อน เจอลูกอ้อนเข้าหน่อยที่สุดก็ต้องยอมอยู่แล้ว

“แล้วนี่เราจะรออยู่ที่ไหนล่ะ?” ที่สุดเขาก็พ่ายให้กับลูกอ้อนของญาติผู้น้องจนได้จริงๆ

วิกานดาแทบจะร้องไชโยออกมาดังๆ ก่อนจะบอกชื่อร้านที่กำลังทำเล็บทำผมอยู่ให้พี่ชาย แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า กรีดกรายมือข้างขวาไปให้ช่าง

“เรียบร้อยแล้วจ๊ะ ทีนี้ก็ช่วยเนรมิตรเล็บสวยๆ ให้ได้เลย”

“เดี๋ยวนิ่มจะทำความสะอาดกับตกแต่งตะไบเล็บให้ก่อนนะคะ เรื่องวาดลายเดี๋ยวต้องให้ช่างมือหนึ่งของร้านมาทำให้ ตกลงลูกค้าเอาลายนี้นะคะ” ชี้ภาพในแคตตาล็อกยืนยันอีกครั้ง

“จ๊ะ...ลายนั้นแหละสวยสุดละ เหมาะกับมือดาที่สุด” วิกานดาตอบพร้อมยิ้มแป้นแล้นอย่างอารมณ์ดี ที่สามารถหลอกล่อให้วาคิมออกมารับเธอที่ห้างได้ หลังจากวางแผนให้พันวสาเพื่อนสาวไฮโซได้มาพบกัน ซึ่งเธอเองก็หมายมาดอยากให้ทั้งสองมาเกี่ยวดองกัน เข้าตำรา เรือล่มในหนองทองจะไปไหนเสีย ดูจากโปรไฟล์แล้ว ทั้งสองคนก็เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

“ตกลงพี่คิมมาได้หรือเปล่ากี้?” พันวสาที่เดินออกมาจากฉากกั้นสระผมหลังร้านถามอย่างลุ้นๆ

“มือระดับนี้แล้ว จะพลาดได้ยังไงกันล่ะ” แล้วสองสาวหัวเราะกันคิกคัก

“จะให้เล็มความยาวอีกนิดนะคะ แล้วม้วนลอนใช่ไหมคะ?”

“ค่ะ เอาให้สวยๆ เลย เพราะเดี๋ยวแฟนเขาจะมารับ” วิกานดาตอบแทน ทำเอาเพื่อนสาวถึงกับอายม้วนต้วนไปเลยทีเดียว เพราะถ้าแผนการที่วางไว้ลุล่วง เจ้าหล่อนคงเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด

“แล้วตกลงเธอรู้หรือยัง ว่าผู้หญิงที่พี่คิมเธอควงไปงานเลี้ยงนั่นเป็นใคร?”

“ไม่รู้น่ะสิ...ทั้งพี่รุต ทั้งคุณปู่ หาตัวกันให้ขวั่กเลย แต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสอะไรจากปากพี่คิมทั้งนั้น...แต่อย่าไปสนเลย พี่ชายฉันน่ะ เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยพอๆ กับเปลี่ยนถุงเท้านั่นแหละ แม่นั่นจะเป็นใครก็ช่าง แต่ไม่มีทางใช่ตัวจริงแน่ ยิ่งประวัติคลุมเคลือออกอย่างนั้น คุณตาไม่ชอบหรอก และที่สำคัญ ถ้าพี่คิมจริงจังด้วย ก็คงจะพาเข้าบ้านแนะนำตัวให้รู้จักไปนานแล้วล่ะ”

พันวสายิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ลลัลดาจับกรรไกรเล็มผมและจัดแต่งให้เป็นทรงตามที่ลูกค้าต้องการ เธอค่อนข้างจะพิถีพิถันเป็นพิเศษ ต้องละเอียดละออ เพราะงานบริการหากผิดพลาดเพียงนิด หรือทำอะไรให้ไม่พอใจ ลูกค้าอาจจะไม่กลับมาใช้บริการอีกเลย แถมไอ้การพูดบอกกันแบบปากต่อปาก ก็มักทำให้คนเชื่อถือได้มากกว่าอีกด้วย

เธอไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องที่สาวสวยสองคนท่าทางมีฐานะเพราะใช้ของแบรนด์เนมเสียทั้งตัวพูดคุยกันนัก แต่ละวันคนเข้าออกร้านหลายสิบคน จะว่าไปแล้ว อาชีพอย่างเธอก็ไม่ต่างจากเพื่อนระบาย ใครมีอะไรก็มาเล่าให้ฟัง

รู้แต่เพียงว่า สองสาวเป็นเพื่อนกัน และเดี๋ยวจะมีผู้ชายมารับ ผู้ชายที่มาก็คงเป็นแฟนของคนที่เธอกำลังไดร์ผมและจัดทรงให้อยู่ หญิงสาวจึงก้มหน้าก้มตาทำงานไปตามหน้าที่ อย่างมีสมาธิ กระทั่งทำผมเสร็จรับเงินมา

“พี่ด้าคะ ลูกค้าเลือกลายนี้ไว้ นิ่มวาดไม่ได้ค่ะ มันยากอ่ะ ต้องใช้ฝีมือละเอียดๆ อย่างพี่ด้า”

“ไหนจ๊ะลายไหน?” ร่างงามในชุดเสื้อเชิร์ตแขนยาวและกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมงโฉบมาดู

“ได้ๆ เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

“ค่ะ...นิ่มวางสีทาเล็บที่ต้องใช้ไว้ตรงนี้หมดแล้วนะคะ”

“จ๊ะ” ลลัลดารับคำ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งตั่งตัวเล็กๆ เพื่อที่จะเริ่มเพ้นส์สีเล็บให้ลูกค้า จากนิ้วมือทั้งสิบ ต่อด้วยนิ้วเท้า และเพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน เธอจึงไม่ได้สนใจอื่นใด กระทั่งได้ยินสองสาววี๊ดว้ายกระตู้วู้

“อุ๊ย! มานั่นแล้ว”

“ฉันสวยหรือยัง?”

“สวยแล้วจ้า เร็ววสาไปรับหน้าก่อนเลย บอกว่าฉันยังทำเล็บอยู่นะ”

เธอรับรู้เพียงลูกค้าสระและจัดทรงเมื่อครู่นี้ เดินออกไปที่หน้าร้าน ก่อนจะกลับมาพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง รองเท้าหนังสีดำขัดเงามันปลาบของเขาเดินผ่านเธอที่ก้มหน้าก้มตาเพ้นท์เล็บไป

“อ้าว! นึกว่าทำเสร็จแล้วเสียอีก” เสียงทุ้มนุ่ม ฟังคุ้นเหมือนเคยได้ยินมาก่อนเอ่ยขึ้นมา

“เหลือเคลือบสีเล็บอีกแป๊บเดียวเองค่ะ” คนที่นั่งทำเล็บอยู่แก้ตัว

“นิ่มๆ เอาเครื่องอบมาช่วยหน่อย สีจะได้แห้งเร็วขึ้น” หันไปบอกกับนิ่มนวลให้นำเครื่องช่วยเป่ามาให้ ก่อนจะเงยหน้าไปแย้มยิ้มสนทนากับแขกของสองสาว

“รอสักครู่นะคะ ไม่นานหรอกค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว”

แต่พอเห็นใบหน้าของเขาเต็มตามือของเธอก็สั่นขึ้นมา ตาต่อตาจ้องมองกันอย่างตกตะลึง และเชื่อมั่นว่าเขาจำเธอได้แน่ๆ

วาคิมที่กำลังหงุดหงิดชะงักงันไปเช่นกัน เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ตาม หามาแรมเดือน และทำให้เขาเป็นบ้าเป็นหลัง อยู่ที่นี่ ตรงหน้าเขานี่เอง มันช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักกับการมาเจอกันโดยบังเอิญ หรือจะเป็นผลบุญที่เขาเพียรทำในช่วงที่ผ่านมานี่ตามคำแนะนำของเลื่องฤทธิ์

เจ้าหล่อนรีบก้มหน้างุดกลับไป ลุกลี้ลุกลนจนปัดเอาขวดน้ำยาทำความสะอาดเล็บหกเลอะเทอะหลังเท้าของวิกานดา

“ว้าย! ตายแล้ว อะไรเนี่ย เลอะหมดเลย” น้องสาวของเขาโวยวายลั่น

“ขอโทษค่ะ ขอโทษ” มือเรียวรีบหยิบผ้าขนหนูมาซับหลังเท้าขาวอูมอย่างคนมีวาสนาของสาวน้อย

“ขอโทษแล้วหายไหม? รู้ก็รู้ว่าฉันรีบ แล้วดูสิ สีลายที่เพ้นส์เอาไว้เลอะเทอะหมดเลย” วิกานดาสวมวิญญานสาวช่างวีนใส่เป็นชุดๆ จนเขานึกสงสาร

“เอ่อ! เดี๋ยวฉันจะทำให้ใหม่นะคะ”

“แล้วอีกนานไหมกว่าจะเสร็จ ฉันมีธุระ ให้พี่ชายมานั่งรอไม่ได้หรอกนะ เวลาเขาน่ะเป็นเงินเป็นทอง” แว้ดๆ เข้าใส่ไม่ไว้หน้า

“เอ่อ! แป๊บเดียวค่ะแป๊บเดียว” เจ้าหล่อนรีบคว้านั่นคว้านี่อย่างลนลานเหมือนไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนหลัง จนเขานึกสงสารและเคืองน้องสาวตัวเอง

“จะอะไรกันนักหนาวิกกี้ เขาก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจ เราจะโวยวายไปทำไม?”

“ก็พี่คิมดูสิคะ เขาทำเล็บเท้ากี้เลอะหมดเลย”

“อยู่ตั้งเล็บเท้า ใครกันมันจะไปมอง ใส่รองเท้าไปก็ไม่เห็นแล้ว”

“ก็กี้อยากสวยหัวจรดเท้านี่นา”

“คนจะสวยสวยที่ใจ ที่นิสัย ไม่ใช่แค่หน้าตา ที่เราแว้ดๆ อย่างนี้ ผู้ชายที่ไหนได้ยินก็หนีหมดแล้ว ไม่ต้องรอดูหน้า ดูตา หรือว่าดูเล็บเท้าหรอก” ดุอย่างไม่ไว้หน้าจนน้องสาวหน้าจ๋อยจืดเจื่อน ลามไปถึงพันวสาเลยทีเดียว

“คุณไม่ต้องทำแล้วครับ ช่วยเช็ดที่เลอะๆ ออกให้ก็พอแล้ว” เขาถืออำนาจสั่งการแทน จนเจ้าของเท้ายังอ้าปากหวอ

“แต่ว่ากี้...”

“ถ้าอยากทำก็มาทำวันหลัง เพราะยังไงวันนี้พี่ก็ไม่รอแล้วนะ” ยื่นคำขาดขึ้นมา ไม่อยากทนเห็นหญิงสาวจะต้องทำงานรับใช้ใครทั้งนั้น แม้นั่นมันจะเป็นงานของเธอก็ตาม

วิกานดาหน้าเจื่อนสี ก่อนจะพยักพเยิดหน้าส่งๆ ไป เพราะกลัวว่าจะทำเอาแผนการที่เป็นแม่สื่อแม่ชักระหว่างพี่ชายกับเพื่อนสาวที่วางไว้จะล่มเสียก่อน จึงจำยอมให้ยัยช่างซุ่มซ่ามคนเดิมเช็ดเอาสีเพ้นส์เล็บที่เลอะๆ นั่นออก แล้วเปลี่ยนมาทาเคลือบเล็บอย่างเดียว ก่อนจะจ่ายเงินให้หน้าหงิกอย่างไม่พอใจ

“คอยดูนะ ร้านนี้จะไม่เข้ามาเหยียบซ้ำอีกเลย” บ่นงึมงำก่อนจะเข้าควงแขนพี่ชายเดินออกไปจากร้าน

วาคิมต้องตามแรงฉุดของสองสาวไปอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่ใจอยากอยู่ต่อ อุตส่าห์เจอตัวคนที่ทำให้เขาแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับมาเป็นเดือน ยังไงเขาก็ไม่มีทางจะปล่อยเธอไปแน่ครั้งนี้ แต่ที่จำต้องเดินออกจากร้าน เพราะไม่อยากมีพิรุธให้ใครจับสังเกตได้


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น