เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 2 : คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

 

 
ตอนที่ 2

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

 

 

 

 

เฮือก!

ร่างบางที่เผลอฟุบหลับไปอยู่ข้างเตียงสีขาวผวาตัวกระตุก ก่อนจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาหน้าตาตกตื่น

ดวงหน้าเรียวขาวซีดเซียว เหงื่อกาฬซึมผดผุดพรายตามไรผมและข้างขมับทั้งๆ ที่แอร์คอนดิชั่นเนอร์ภายในยังเย็นเฉียบ

เธอฝันร้าย...ฝันร้ายอีกแล้ว...ฝันเรื่องเดิมๆ วนเวียนซ้ำซาก มาตลอดห้าปี

เหตุการณ์เลวร้ายในค่ำคืนนั้น ยังตามมาหลอกหลอนเธออยู่ มันไม่เคยหาย หรือลบลืมไปจากความทรงจำ เหมือนแผลเป็นฉกาจฉกรรจ์ขนาดใหญ่ในชีวิต ที่ต่อให้ตายก็คงลืมไม่ได้

นัยน์ตาสีนิลดำขลับหม่นเศร้า พร้อมกับลมหายใจกระชั้นถี่เริ่มคลายลงเมื่อมองไปยังเด็กชายตัวจ้อยที่หลับสนิทอยู่บนเตียงคนป่วยด้วยความรู้สึกปวดร้าวหัวใจ

ปาณัสม์ ลูกชายวัยสี่ขวบ คือ สิ่งดีสิ่งเดียว ที่เป็นผลพวงมาจากค่ำคืนนั้น

ลลัลดาเงยหน้ามองขวดน้ำเกลือที่ยึดโยงอยู่กับเสาเหล็กข้างเตียงกำลังหยดติ๋งๆ ไหลเอื่อยผ่านสายยางเส้นใสเข้าสู่ข้อแขนน้อยๆ ของเด็กชายที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจ คนที่เธอต้องรักษาเอาไว้ด้วยชีวิต

จากเด็กสาวอายุเพียงสิบแปดเมื่อห้าปีก่อน เธอเพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลาย แต่โชคร้ายที่พี่ชายคนเดียวต้องมาติดคุก ข้อหาทำร้ายร่างกายหุ้นส่วนที่โกงทรัพย์สินของครอบครัวไปจนสิ้นเนื้อประดาตัว

ความคิดประสาเด็กสาววัยสิบแปดที่ยังอ่อนต่อโลกมาก และต้องการยืนหยัดสู้ต่อไปเพียงลำพัง ลลัลดาเลือกจะตามจุ๊บแจงเพื่อนของเธอไปทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊งค์ในคลับไฮโซแห่งหนึ่ง เพียงเพราะอยากจะหาเงินให้ได้มากๆ เพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนศึกษาต่อ

และเพียงค่ำคืนแรกที่เริ่มทำงาน...ความฝันทั้งหมดของเธอก็พังครืนลงไป

เธอถูกแขกลวนลามจนเกือบเสียท่า ก่อนจะถูกผู้ชายที่เข้ามาช่วยเหลือทำตัวประหนึ่งเทพบุตรขี่ม้าขาวปลุกปล้ำเอา  

เพียงค่ำคืนเดียวนั่นได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล  เธอเพิ่งจะมารู้ว่าตั้งครรภ์ก็เมื่อล่วงเข้าไปได้เดือนที่สี่ ชีวิตที่ไม่เหลืออะไรของเธอมืดดับลงอีกครั้งราวกับโลกทั้งโลกพังถล่มทลาย จากเด็กสาววัยกำลังเบ่งบานสะพรั่งเหมือนดอกไม้งามที่เพิ่งแย้มกลีบตูมเต่งรับแสงอาทิตย์แรก ยังมีอนาคตอีกยาวไกล เธอต้องกลายมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำงานเหนื่อยหนักสายตัวแทบขาดเพียงคนเดียวเพื่อจะดูแลตัวเองและชีวิตน้อยๆ ในท้องให้ต่อสู้กับโลกที่โหดร้ายใบนี้ต่อไป

“สวัสดีครับ...วันนี้น้องเป็นยังไงบ้าง?”

เสียงทักทายจากคุณหมอเจ้าของไข้ ที่เปิดประตูเข้ามาเงียบกริบจนเธอไม่ได้ยินเสียง ปลุกให้ลลัลดาหลุดจากภวังค์ขมขื่นปวดร้าวในอดีต

นายแพทย์เชาวนนท์ กุมารแพทย์วัยสามสิบต้น ยิ้มให้ใบหน้าเศร้าซีดเซียวที่เหลียวมามองแล้วก็ให้รู้สึกห่วงใย ในเวลากว่าสามสัปดาห์ที่เขาได้ทำการรักษาเด็กชายปาณัสม์ ทำให้ได้รู้จักคุ้นเคยกับแม่ของเด็กไปด้วย

ลลัลดา อาจโอภาสหญิงสาววัยยี่สิบสามปี เจ้าหล่อนมีใบหน้าสวยสะอ่อนเยาว์ที่สะดุดตาเขาตั้งแต่แรกเห็น และเมื่อได้ทราบว่าหญิงสาวเลี้ยงลูกชายคนเดียวเพียงลำพัง โดยพ่อของเด็กไม่เคยจะมาเหลียวแลเกี่ยวข้อง นั่นทำให้เขายิ่งสนใจอยากรู้ความเป็นไปของเธอมากยิ่งขึ้น

“แกนอนหลับตลอดเวลาเลยค่ะ ตื่นขึ้นมาแป๊บเดียวก็หลับต่ออีกแล้ว  ลูกฉันจะเป็นอะไรไหมคะหมอ?” สีหน้ากังวลตั้งคำถาม ดวงตาทุกข์ระทมอย่างหนัก

“อื้ม! หมอขอตรวจดูแกสักครู่นะครับ” ร่างสูงในเสื้อเชิร์ตสีสุภาพและกางเกงสแล็คคลุมด้วยเสื้อกาวน์สีขาวตัวยาวก้าวเข้ามาใกล้เตียง หญิงสาวขยับตัวห่างเพื่อเปิดทางให้แพทย์หนุ่มทำงานได้อย่างสะดวก

สายตาเป็นกังวลไม่ละไปจากใบหน้าบุตรชาย ถ้าไม่มีชีวิตน้อยๆ นี้ที่ให้ต้องคอยโอบอุ้มดูแล เธออาจจะตัดสินใจจบชีวิตบัดซบของตัวเองลาโลกไปแล้วก็เป็นได้

แต่เพราะก้อนเลือดมีชีวิตที่เต้นตุ๊บๆ อยู่ข้างในตัว หัวใจอีกดวงที่ก่อกำเนิดขึ้นมาจากเลือดเนื้อชีวิตของเธอ ทำให้ลลัลดาได้ตั้งสติ คิดใคร่ครวญ และตัดสินใจจะต่อสู้ต่อไปโดยมีลูกเป็นสายใยยึดโยง

“ไม่มีอะไรผิดปกติหรอกครับ ที่แกนอนหลับ น่าจะเป็นเพราะฤทธิ์ของยาและร่างกายกำลังพักฟื้นตัวจากอาการป่วย” คุณหมอปลด สเตรชสวมหูลงคล้องที่คอดังเดิม พร้อมกับยิ้มให้ให้กำลังใจ

ลลัลดาผงกหน้า ใจชื้นที่ได้ยินอย่างนั้น

“แปลว่าอีกไม่กี่วัน ปาก็จะกลับบ้านได้แล้วสิคะ” ถามอย่างดีใจไปล่วงหน้า

“คงจะเป็นอย่างนั้นครับ แต่โรคที่น้องเป็นไม่ค่อยพบบ่อยนักในประเทศไทย และอาการของโรคก็ไว้วางใจไม่ได้ หมอคงต้องขอตรวจดูแกให้ละเอียดอีกสักสองสามวันก่อน”

สองสามวันที่ว่า นับเวลาตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลวันแรก ก็ปาไปกว่าสามสัปดาห์แล้วสินะ เธอไม่อยากนึกถึงค่าใช้จ่ายที่พุ่งพรวดขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเงินเก็บออมที่ตั้งใจเก็บไว้เป็นค่าศึกษาเล่าเรียนต่อของลูก ต้องถูกนำมาใช้จ่ายเพื่อการรักษาครั้งนี้จนเกือบหมด

“ค่ะ” รอยยิ้มเหนื่อยล้าฉายชัดบนใบหน้า

“คุณด้าดูหน้าซีดๆ นะครับ ได้พักผ่อนบ้างหรือเปล่า?” ที่เอ่ยออกไปไม่ใช่ด้วยหน้าที่แพทย์ แต่ถามจากความห่วงใยส่วนตัว

“ก็ได้พักบ้างค่ะ”

 ดวงตางามแม้ฉายรอยกังวลและความเศร้า แต่ก็ยังน่าดูนักเลื่อนลงไปมองที่ลูกชายอย่างห่วงใย

หากไม่เกรงว่าจะเป็นเรื่องน่าเกลียดหรือผิดจรรยาบรรณแพทย์ หมอเชาวนนท์นึกอยากเข้าไปโอบกอดปลอบประโลมเธอเหลือเกิน แต่เป็นเพราะตัวเขาเองก็พันธะกับผู้หญิงอีกคนมาก่อนแล้ว จึงไม่อาจทำได้ดั่งใจปรารถนา ได้แต่เพียงส่งรอยยิ้มอย่างให้กำลังใจ

“ยังไงก็ต้องพักผ่อนให้มากๆ นะครับ เพราะถ้าคุณด้าเป็นอะไรไปอีกคน จะไม่มีใครดูแล”

ลลัลดาเงยหน้าขึ้นมายิ้ม พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณเบาๆ

“เดี๋ยวหมอจะสั่งจ่ายวิตามินให้ดีไหมครับ จะได้ทานบำรุงสักหน่อย”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ” รีบปฏิเสธความหวังดีนั่น เพราะมันอาจจะหมายถึงจำนวนเงินนอกเหนือจากค่ารักษาปาณัสม์ที่เพิ่มขึ้นมาโดยไม่จำเป็น

นาทีนี้เธอต้องประหยัดเขม็ดแขม่ทุกทาง ทุกค่าใช้จ่ายที่จำเป็น สำหรับลูกคนเดียวเท่านั้น

“อื้ม...ขอโทษนะครับ คุณด้าน่าจะบอกเรื่องอาการป่วยของปาณัสม์ให้พ่อแกรับทราบด้วย การดูแลเด็กป่วยด้วยโรคนี้เพียงลำพัง มันลำบากมากเลยนะครับ ไหนจะยังต้องคอยติดตามตรวจเช็กดูหลังจากนี้อีก”

คนฟังคำแนะนำถึงกับสะอึกขึ้นมา แล้วจะให้เธอไปตามหาตัวเขาที่ไหนกัน?

ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร? เป็นใคร? อยู่ที่ไหน? หน้าตาเป็นอย่างไร? เธอก็ยังจำไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ

สิ่งเดียวที่เธอไม่ลืมก็คือการกระทำของเขา ไม่ลืมว่าเขาใจร้ายใจดำป่าเถื่อนกับเธอยังไง

และจนถึงตอนนี้ ผู้ชายคนนั้นก็คงยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำกระมังว่า ได้ให้กำเนิดชีวิตน้อยๆ ที่แสนน่ารักน่าใคร่ขึ้นมาบนโลกใบนี้ แต่ถึงเขาจะรู้เธอก็ไม่ยินดีที่จะแบ่งลูกให้กับเขาหรอก เขาไม่จำเป็นต้องมารับรู้หรือรับผิดชอบใดๆ ทั้งนั้น

“เขาตายไปนานแล้วค่ะ”

สำหรับเธอ ผู้ชายคนนั้นได้ตายไปแล้ว เขาไม่เคยมีตัวตนกับเธอและลูกมาตั้งแต่แรก สิ่งเดียวที่เป็นของเขาก็แค่สเปิร์มตัวเดียว ที่ตอนนี้ได้ก่อร่างสร้างชีวิตใหม่จนกลายมาเป็นของขวัญชิ้นใหญ่อันล้ำค่าให้กับเธอ

“เป็นไงบ้างด้า ตาปาดีขึ้นหรือยัง?”

 เสียงทักทายดังมาก่อนตัว เมื่อหันไปมอง ก็เห็นมยุราเพื่อนรุ่นพี่มาพร้อมกับเอกชัยแฟนหนุ่มรุ่นน้องของมยุรา ทั้งสองช่วยกันหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระและซื้ออาหารมาให้เหมือนเคย เพราะรู้ว่าเธอเฝ้าปาณัสม์จนไม่มีเวลาที่จะกระดิกตัวไปไหน

“อ้าว! คุณหมอสวัสดีค่ะ” มยุรายิ้มให้คุณหมอหนุ่มหล่อหน้าเด็กเจ้าของไข้หลานชายสายตาระยิบระยับเป็นประกาย

“สวัสดีครับ ของฝากเยอะแยะเลย ตื่นมาน้องคงจะดีใจ”

“อ้อ! ไม่ใช่ของฝากปาณัสม์หรอกค่ะ ของกินของใช้ของด้าเขา ก็เล่นเฝ้าลูกอยู่ข้างเตียง ไม่ยอมไปไหนเลย ดูสิหน้าตอบแก้มหายไปเลย นี่ผอมลงไปตั้งเยอะเลยนะด้า รู้ตัวหรือเปล่า?”

“ขอบคุณค่าพี่ยุ หมอบอกว่าอีกสองสามวันปาก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว”

“อ้าว! จริงเหรอ? ขนมาเสียเยอะเลย ได้กลับก็ดีแล้ว ดีใจด้วย แต่ทำไมเจ้าปายังนอนหลับอยู่เลยนั่น มาเยี่ยมทีไรก็ไม่เห็นตื่นสักที”

“แกเพลียเพราะพิษไข้กับฤทธิ์ยาน่ะครับ ให้พักผ่อนเยอะๆ ดีแล้ว ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่นมีเรี่ยวมีแรง” คุณหมอว่า ก่อนจะเอ่ยปากขอตัวก่อน ปล่อยให้หญิงสาวได้รับแขกและพูดคุยกับญาติได้สะดวก

“หูย...หล่อนะเนี่ย เจอหมอมาก็ตั้งหลายคน ไม่เคยเห็นหมอไหนหล่อเท่าหมอนนท์สักคนเดียว” มยุราจีบปากจีบคอว่า ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่เกรงใจสามีเด็กของตัวเอง

“หมอมีแฟนละยังล่ะด้า ถ้าไม่มีจีบเลยนะ พี่อยากได้น้องเขยหล่อๆ แถมยังนิสัยดีอย่างนี้” รีบยุยงส่งเสริม เพราะสังเกตเห็นอยู่ว่าคุณหมอมีทีท่ากับลลัลดาอยู่เช่นกัน

หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ส่ายหน้าหลุกหลิก

“ก็คงมีแล้วล่ะพี่ ออกจะครบเครื่องขนาดนั้น แล้วคนอย่างเขาก็คงไม่มาสนใจผู้หญิงลูกติดอย่างด้าหรอกค่ะ” รีบปัดเรื่องนี้ไปให้ไกลตัว ตอนนี้เธอมีเรื่องกังวลอยู่มากมาย ทั้งอาการป่วยไข้ของลูกชายคนเดียว หนทางที่จะหาเงินมาจ่ายค่ารักษา การงานที่ไม่ได้ไปทำเลยตั้งแต่ปาณัสม์เข้าโรงพยาบาลทำให้ขาดรายได้ ไม่มีหัวไปคิดเรื่องอื่นเลย

“ว่าได้หรือ? ด้าออกจะสวยสะ ไม่งั้นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ไม่แวะเวียนไปตัดผมที่ร้านพี่หรอก ไปทีไรก็ถามถึงแต่ด้าตลอด เราน่ะมัวแต่ปิดหัวใจ แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะมีความสุขเสียทีล่ะ ปาก็โตขึ้นทุกวัน ถ้าปล่อยไว้โตกว่านี้ รอให้เป็นวัยรุ่นแล้วด้าค่อยไปมีใครตอนนั้น มันจะเข้ากันลำบากนะ”

ลลัลดาส่ายหน้าเบาๆ ให้กับคำแนะนำอย่างหวังดีของมยุรา

“ด้าไม่คิดเรื่องนั้นหรอกค่ะพี่ยุ ชีวิตด้ามีแต่ปาณัสม์คนเดียวก็พอแล้ว”

มยุราส่ายหน้าไม่เห็นด้วยเช่นกัน ทอดถอนใจ อย่างนึกเสียดายความสาวความสวยของผู้หญิงตรงหน้า ที่มีบรรดาอาเสี่ย ยังจะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนเข้ามาขายขนมจีบมากมาย แต่ลลัลดาก็ยังใจแข็งอยู่ได้

“เลี้ยงลูกตัวคนเดียวมันเหนื่อยนะด้า ดูสิ ปาเข้าโรงพยาบาลอย่างนี้ ไหนด้าจะต้องมาคอยดูแลเอง ตัวเองก็เหนื่อยแสนเหนื่อยไม่มีใครมาช่วยแบ่งเบา ไหนจะขาดรายได้ แล้วไหนจะค่าหยูกค่ายาค่าหมอ นอนโรงพยาบาล อยู่ตั้งเกือบเดือนแบบนี้ ป่านนี้ค่ารักษาไม่ปาเข้าไปเป็นแสนแล้วหรือ?”

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น