เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 16 : คู่ควงแสนสวย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 16

คู่ควงแสนสวย

 

 

 

 

 

กระทั่งวาคิมก้าวกลับไปยืนข้างๆ ดังเดิม

“ขอบคุณค่ะ”

หัวใจเธอหวิวไปเลยทีเดียว เพราะถ้าไม่นับพ่อของลูกแล้ว วาคิมเป็นผู้ชายคนที่สอง ที่ได้แตะต้องสัมผัส ณ ตรงนี้

ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนไหวเงียบกริบ แทบได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ ต่างคนต่างนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไร กระทั่งลิฟต์เปิดอีกครั้งหนึ่ง วาคิมก็ยื่นแขนมาให้เธอเกาะเพราะรู้ว่าเดินไม่ถนัดนัก

มือเรียววางลงไป ก่อนจะก้าวออกจากลิฟต์ไปเคียงคู่กับเขา พนักงานของโรงแรมเปิดประตูให้ สองหนุ่มสาวก้าวลงบันไดไปยังรถลิมูซีนที่จอดรอให้บริการอยู่ คนขับเปิดประตูให้คู่หนุ่มสาวที่สวยหล่อสมกันราวกับเทพบุตรและเทพธิดาขึ้นไปนั่งที่เบาะด้านหลัง วาคิมช่วยรวบชายกระโปรงหางปลาที่ค่อนข้างรุ่มร่ามนั่นให้เธอ

“ขอบคุณค่ะ” ลลัลดากล่าวขอบคุณเขาตามมารยาท รู้สึกประทับใจในความใส่ใจและเป็นสุภาพบุรุษของเขา

ชายหนุ่มเดินอ้อมมาขึ้นประตูอีกฝั่ง พร้อมปลดกระดุมเสื้อสูท

“ผมน่าจะย้ำสเตลล่าว่าให้หาชุดที่เดินเหินง่ายๆ สักหน่อยให้คุณ เพราะในงานเราคงได้เดินไปทั่ว”

“ชุดนี้ก็สวยดีเหมือนกันนะคะ ชายกระโปรงมันค่อนข้างยาวนิดหน่อย เวลาใส่เลยต้องเดินแบบลากชายนิดๆ จะช่วยให้ดูสง่ายิ่งขึ้น” เธอเข้าใจเจตนาของคนที่เลือกมาให้

“คุณพอจะพูดหรือฟังภาษาอังกฤษได้ไหมครับ?” ข้อนี้เขาเพิ่งมานึกกังวลใจเอาตอนนี้ ไม่ได้ถามไถ่หรือคิดมาก่อนล่วงหน้า เพราะปกติผู้หญิงที่ควงมาออกงาน ก็ล้วนแล้วแต่ผ่านเมืองนอกเมืองนามาแล้วทั้งนั้น

ลลัลดาผงกหน้า ไม่อยากจะคุยว่า ตอนเรียนเกรดหนึ่งถึงเกรดเก้าน่ะ เธอเรียนโรงเรียนนานาชาติ ก่อนจะย้ายมาสอบเข้าโรงเรียนของรัฐบาล ดังนั้นเรื่องภาษาหรือการโต้ตอบการสนทนาภาษาอังกฤษไม่เป็นปัญหายังรวมไปถึงภาษาฝรั่งเศสและภาษาจีนอีกนิดหน่อยด้วย

“ได้ค่ะ” เธอผงกหน้าพร้อมกับยิ้มให้เขา วาคิมมีสีหน้าโล่งใจ

“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องถามแบบนี้ แต่งานเลี้ยงที่เราจะไป แทบจะหาคนไทยไม่ได้เลย ถ้าคุณไม่สะดวกผมจะได้คอยช่วยแนะนำ”

“ค่ะ ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ” เธอจะไม่ถือสาหาความเขา เพราะผู้หญิงดีๆ มีหนทางไป ก็คงไม่คิดสั้นจะมายึดอาชีพคู่ควงชั่วคราวให้ใครหรอก

และเมื่อมาถึงงานเลี้ยงที่จัดใหญ่โตหรูหราที่ห้องบอลลูมของโรงแรมระดับห้าดาว ลลัลดาก็สวยสง่างามเซ็กซี่เคียงข้างเขาเรียกแสงแฟลชมากมายตั้งแต่เข้าไปในงาน สีหน้าเธอตื่นนิดหน่อย เพราะไม่เคยเป็นที่จับจ้องและสนใจมากเช่นนี้

“ยิ้มหน่อยสิครับ” เขากระซิบกระซาบบอกบทบาทที่เธอต้องทำ

กลีบปากอิ่มสวยเคลือบลิปสติกสีส้มแดงแย้มยิ้มออกมา

“เอ่อ! เขาจะถ่ายภาพเราไปทำไมเยอะแยะคะ?”

“ก็ลงหนังสือ ออกข่าว พวกหน้าสังคม คุณมีอะไรหรือเปล่า?”

“มันจะไม่ไปถึงเมืองไทยใช่ไหมคะ?” นั่นคือที่เธอกังวล

“ไม่น่านะครับ อีกอย่างพวกเขาถ่ายภาพเป็นร้อยๆ ใบ จากคนที่มาร่วมงานทั้งหมดตั้งหลายร้อยคน คงมีไม่กี่สิบภาพกระมังที่จะถูกเลือกนำไปเผยแพร่ ซึ่งส่วนมากก็เป็นภาพคนเด่นคนดังที่ผู้คนสนใจ ซึ่งผมมั่นใจว่า ไม่ใช่ผมแน่” เขาตอบพร้อมรอยยิ้มนิดๆ

ลลัลดาสบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง คลี่ยิ้มหวาน เกาะท่อนแขนแข็งแรงไปทำตามหน้าที่ของตัวเองต่อ

“นั่นเจ้าของงาน คุณเฉิน นักธุรกิจสิงคโปร์เชื้อสายจีนเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท เรามาร่วมแสดงความยินดีในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ ของขวัญถูกส่งมาจากเมืองไทยล่วงหน้าแล้ว คุณก็เพียงแค่ยิ้มหวานๆ อยู่ข้างผมก็พอ”

ลลัลดาพยักหน้า มือเธอชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้น เดินควงคู่กับวาคิมเข้าไปอวยพรเจ้าภาพใหญ่ของงาน

มิสเตอร์เฉิน ทักทายปราศรัยกับชายหนุ่มด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงจีน เอ่ยขอบคุณที่เขามาร่วมงานนี้ และสนทนาอะไรกันอีกนิดหน่อย ก่อนจะหันมามองเธอยิ้มๆ

หญิงสาวยื่นมือเรียวขาวไปจับมือกับนักธุรกิจใหญ่ พร้อมกับเอ่ยอวยพรเขาด้วยภาษาอังกฤษ และภาษาจีนที่เธอเคยร่ำเรียนมา เรียกใบหน้าคร้ามเข้มของคู่ควงสุดหล่อให้หันมามองอย่างทึ่งๆ

ดูเหมือน มิสเตอร์เฉินจะพอใจอย่างมากทีเดียว ถึงได้สนทนาโต้ตอบกับเธออีกหลายประโยค ก่อนจะเชื้อเชิญเข้าไปในงาน

“คุณพูดภาษาจีนได้ด้วยหรือครับ?” น้ำเสียทั้งประหลาดใจปนทึ่งมากๆ

“ค่ะ...ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดมานานแล้ว” ยิ้มของเธอดูมั่นใจมากยิ่งขึ้น

เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ  ผู้หญิงคนนี้มีอะไรที่ไม่ธรรมดา และค่ำคืนนี้ ลลัลดาก็ทำหน้าที่คู่ควงได้อย่างดีเยี่ยม เกินกว่าที่คาดเอาไว้

จากที่คิดว่าเธอเป็นคนเงียบๆ ไม่ช่างพูดช่างคุย เป็นความคิดผิดถนัด เพราะหญิงสาวเจรจาฉะฉานโต้ตอบกับกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจของเขาได้ แม้จะไม่ใช่เรื่องธุรกิจ แต่แสดงให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้มีความรู้รอบตัว มีอารมณ์ขัน มีเสน่ห์แพรวพราวเหลือร้าย จนเรียกความสนใจจากผู้ชายหลายคนมองมาที่เธอชนิดไม่อาจจะถอนสายตาไปได้ และนั่น มันทำให้วาคิมนึกหวงแหนคู่ควงแสนสวยขึ้นมา

มือหนาตวัดไปเกี่ยวบั้นเอวด้านหลัง โอบเธอไว้ในอ้อมแขน เพื่อเป็นการประกาศให้ผู้ชายทุกคนรู้เป็นนัยๆ ว่าผู้หญิงคนนี้มีเขาเป็นเจ้าของ...อย่างน้อยก็ในค่ำคืนนี้

 

 

“เหนื่อยหรือเปล่าครับ?”

วาคิมถามคู่ควงคนสวยที่ทำให้เขาละสายตาจากเธอแทบไม่ได้เลย  เมื่อรถลิมูซีนคันเดิมมาส่งเขาและเธอถึงโรงแรมที่พักเป็นที่เรียบร้อย

ลลัลดาแอบถอนใจนิดหน่อยรู้สึกโล่งอกมากขึ้น เมื่อไม่ต้องปั้นหน้าฉีกยิ้มหวานให้ใครอีกหลังจากก้าวเข้าไปอยู่ในลิฟต์ด้วยกันแล้ว

“นิดหน่อยค่ะ ฉันไม่ชินกับการใส่รองเท้าส้นสูง จนนึกอยากจะถอดเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย คุณจะว่าอะไรไหมคะ?” เธอหันไปถามเขา สีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ได้สิ ตามสบายเลย” วาคิมเอ่ยอนุญาต

มือเรียวจึงถกชายกระโปรงขึ้นมา ก่อนจะพยายามขยับเท้า เพื่อถอดรองเท้าออก  แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากไปสักหน่อย เพราะรองเท้าค่อนข้างคับ ตอนที่เธอแจ้งเขาไปเรื่องไซต์รองเท้า ก็บอกขนาดเล็กกว่าที่สวมใส่ปกติไปครึ่งไซต์ เพราะไม่มั่นใจไซต์รองเท้าของที่นี่จะใหญ่กว่าที่เคยใส่ ถ้ารองเท้าหลวมและหลุดง่ายก็จะเป็นภาระกับตัวเอง

“อื้ม! ถอดยากจัง”

ร่างสูงย่อตัวลงไปจับที่ข้อเท้าเล็กขาวเนียนนั่น

“อุ๊ย! อย่าค่ะ”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมช่วย จะได้ถอดง่ายขึ้น คุณช่วยยกเท้าหน่อยครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาบอก และเธอก็ทำตาม วาคิมดึงรองเท้าส้นเข็มสีเงินวาวพราวระยับออกจากเท้าของเธอง่ายกว่าที่เธอพยายามจะถอดด้วยตัวเอง

ดวงตาเขาฉายแววตระหนกเล็กๆ เมื่อเห็นรอยแดงเป็นปื้นที่ปรากฏอยู่บนผิวเท้าขาวนวล ที่ถูกบีบรัดด้วยรองเท้าอยู่นานหลายชั่วโมง ไม่อยากคิดว่าหญิงสาวจะต้องทนเจ็บและทรมานขนาดไหนกัน ที่ต้องเดินเคียงข้างไปกับเขา เป็นระยะทางไม่ใช่น้อย ตลอดค่ำคืนนี้ แต่ลลัลดาก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมาให้เห็นเลย

“โอ้โห! เท้าคุณแดงเลย ดูเหมือนรองเท้าจะคับไปนะครับ” เสียงเขาดูตกใจเหมือนกัน ก่อนจะช่วยถอดรองเท้าอีกข้างออกให้ จนฝ่าเท้าของเธอได้เหยียบย่ำลงบนพื้นเต็มๆ จึงหิ้วรองเท้าคู่สวยยื่นคืนให้

“พอดีฉันให้คุณหาไซต์เล็กกว่าที่เคยใส่ให้ครึ่งไซต์น่ะค่ะ เพราะไม่แน่ใจว่าขนาดของที่นี่ จะเท่ากับที่เมืองไทยไหม กลัวว่ารองเท้าจะหลวมจะหลุดง่ายเดินไม่สะดวกแน่ๆ ขนาดเท้าฉันมันก็ไม่ค่อยพอดีด้วยสิ” เอ่ยยิ้มๆ เพื่อให้เขาไม่ต้องรู้สึกผิดกับเรื่องนี้

“แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ?”

“โอ้ย! เหมือนขึ้นสวรรค์เลยค่ะ” เงยหน้าพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในเวลาที่ร่างงามลดความสูงสง่ากว่าตอนที่เดินเคียงข้างเขาลงไปอีกประมาณคืบหนึ่ง จนเธอแทบจะต้องแหงนหน้าคุยด้วยเวลาที่เขายืนอยู่ใกล้อย่างนี้

สายตาทึ่ง ระคนประหลาดใจ และพิศวงงงงวย มองหญิงสาวตัวเล็กน่าทะนุถนอม ที่ถกชายกระโปรงขึ้นและย่ำเท้าไปมา แก้อาการเมื่อยขบ ลลัลดายิ้มอย่างร่าเริงสดใส และฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดีขึ้นมา เหมือนสาวน้อย ที่กระโดดโลดเต้น ในหนังเทพนิยาย ไม่ใช่ตัวตนเดิมๆ ของเธอที่เขาเคยสัมผัสมาก่อนหน้านี้

ในงานเธอจิบคอกเทลไปหลายแก้ว เพราะต้องชนแก้วดื่มกับแขกที่สนทนาด้วย ตามมารยาท และแอลกอฮอล์เบาๆ ที่ไม่ถึงกับเมา ก็ทำให้เธอดูผ่อนคลายอารมณ์ดีขึ้นมา

วาคิมมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ด้วยความรู้สึกดีอย่างที่บอกไม่ถูกจริงๆ เขาจำไม่ได้ว่าเคยตกหลุมรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่ครั้งล่าสุด ดูเหมือนจะเป็น...ตอนนี้ ณ วินาทีนี้

เสียงลิฟต์ดังขึ้น เมื่อมาถึงยังชั้นที่เป็นห้องพักของเธอและเขา ลลัลดาหยุดฮัมเพลง และกำลังจะก้าวเท้าออกไปจากลิฟต์ แต่แล้วร่างของเธอก็ลอยหวือเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

“คุณเจ็บเท้าอยู่นี่” ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาว่ายิ้มๆ ขณะอุ้มพาเธอก้าวออกจากลิฟต์

“เอ่อ! แต่ฉันเดินเองได้ค่ะ คุณอย่าลำบากเลย” เธอทำหน้าไม่ถูก รู้สึกขัดเขินจนทำตัวไม่ถูก

“ผมไม่ได้ลำบากอะไรนี่” แววตาวาบวาวเป็นประกายฉายชัดยืนยันทุกคำที่พูดออกมา

“แต่ว่า...”

“คุณตัวเบานิดเดียวเอง อีกอย่างคุณอุตส่าห์อดทนใส่รองเท้าคับๆ เพื่อผมได้ตั้งหลายชั่วโมง แค่อุ้มคุณไปส่งห้องไม่กี่เมตรแค่นี้ ถือว่าแทนคำขอบคุณก็แล้วกันนะครับ”

เมื่อเขาพูดมาเสียอย่างนี้ เธอเองก็จนใจจะหาเหตุผลอะไรมาปฏิเสธได้อีก

ลลัลดาปล่อยให้วาคิมอุ้มเธอ วงแขนแข็งแรงทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังถูกทะนุถนอม อ้อมอกแข็งแกร่งของเขา ดั่งปราการอันอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้สัมผัสจากผู้ชายคนใดมาก่อน แม้แต่จากลัญจกรพี่ชาย ก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนอย่างนี้

ทางเดินทอดจากลิฟต์ไปยังหน้าประตูห้อง เพียงไม่กี่เมตร แต่ความรู้สึกมากมายหลายหลากกลับประทุขึ้นมาระหว่างคนสองคน หัวใจสองดวงอยู่อย่างเงียบเชียบ

วาคิมหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าประตูห้องพักของลลัลดา แต่ก็ยังไม่ยอมวางร่างของเธอลง เพื่อที่จะให้หญิงสาวกลับเข้าห้องไปพักผ่อนเสียที

ให้ตายเถอะ เขาโมโหที่ระยะทางระหว่างลิฟต์จนถึงหน้าประตูห้องพักของหญิงสาวมันช่างสั้นเหลือเกิน มันไม่เพียงพอต่อความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นมาราวกับพลุไฟกระบอกเล็กๆ ที่ถูกจุดจนระเบิดพราวพร่างสว่างไสวไปทั้งท้องฟ้า ถ้าเป็นไปได้ เขายังอยากจะอุ้มเธอเอาไว้ แล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ ต่อไปอีก ไม่รู้ว่าถึงไหนถึงจะพอ เพราะมันเป็นห้วงเวลาแห่งความสุขที่ไม่น่าเชื่อเลยกับการกระทำเพียงแค่นี้

เช่นเดียวกับลลัลดา ที่หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ตื่นเต้นไม่ยอมหายเสียที และเมื่อวาคิมหยุดนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอลง เธอเองก็ไม่ได้อยากจะไปจากอ้อมกอดนี้ และห้วงความรู้สึกเวลานี้ แต่ไม่มีอะไรจะอยู่กับเราตลอดไปหรอกเธอเรียนรู้เรื่องนี้มาแล้ว


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น