เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 15 : ห้วงเวลาพิศวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 15

ห้วงเวลาพิศวง

 

 

 

 

 

“สวยจังเลยค่ะ”

ดวงตาของคนพูดทอประกายระยิบระยับ เปล่งประกายของความสุข เท่านั้นไม่พอ เธอยังเผื่อแผ่ความสุขมาถึงเขาอีกด้วย

Clarke Quay หรือ Boat Quay ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืนสุดฮิตของสิงคโปร์ และเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและสถานบันเทิงมากมาย และในค่ำคืนที่สอง หลังจากพากันไปเที่ยวสนุกมาทั้งวันที่ Singapore Flyer ชมเมืองสิงคโปร์มุมสูง ด้วย ชิงช้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสูงถึง 165 เมตร จากบนชิงช้าจะสามารถเห็นวิวสิงคโปร์ได้รอบทิศทั้ง 360 องศา  เขาก็เลือกที่นี่เป็นการปิดท้ายทริป ประจำวัน แน่นอนว่า เขาเคยมาที่นี่แล้ว แต่การมากับลลัลดาครั้งนี้ มันให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

วาคิมเผลอมองเสี้ยวหน้างามนั่นอย่างตกอยู่ในภวังค์ หลังจากเครียดนิดหน่อยค้างมาจากงานเมื่อตอนเช้า ตั้งแต่ที่เขาก้าวออกจากโรงแรมมาพร้อมกับหญิงสาว ลลัลดาก็เปลี่ยนวันธรรมดาๆ ให้กลายเป็นวันที่มีสีสันขึ้นมา

และเขาก็ห้ามใจไว้ไม่อยู่ เมื่อเผลอยื่นหน้าไปจดปลายจมูก หอมแก้มเธอเข้าฟอดใหญ่ สูดลมหายใจจากแก้มนุ่มหอมที่ขโมยจูบนั่นอย่างลืมตัว

ใบหน้างามหันขวับมามองเขาอย่างเหวอๆ เมื่อหันมาสบตา ก็เห็นสายตาล้ำลึกที่ทำเอาหัวใจสั่นพร่า

“เอ่อ! คุณคิมคะ” เธอเผลอยกมือขึ้นลูบแก้มที่ร้อนผะผ่าวขึ้นมาทันตาเห็น

“ครับ” เสียงทุ้มนุ่มของเขา ชวนให้คนฟังวาบหวิวหัวใจพิกล และก่อนจะทันตั้งตัว วงแขนแข็งแรงก็รวบเธอเขาไปอยู่ในอ้อมกอด โดยมีร่างใหญ่พิงซ้อนอยู่ด้านหลัง

“คุณไม่หนาวหรือไง ลมออกจะแรงอย่างนี้” น้ำเสียงทุ้มกังวานน่าฟังกระซิบอยู่ข้างหู ฟังดูอบอุ่นและอารมณ์ดี คางหนักๆ ของเขาวางลงบนหัวไหล่ ใกล้ใบหู ให้รู้สึกจั๊กกะจี้ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร

ลลัลดาไม่ได้ตอบออกไป หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วคราว ริมฝีปากหนักจนขยับเขยื้อนไม่ได้ ปล่อยให้วาคิมกอดเธออยู่นิ่งๆ มองดูแสงสีริมแม่น้ำสิงคโปร์ท่ามกลางแสงไฟในเวลาค่ำคืนด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...มันวาบหวาม หวิวไหว หัวใจสั่น และรู้สึกดีมากทีเดียว

“กำลังคิดอะไรอยู่หรือครับ?” เขาอยากรู้ เมื่อเห็นเธอไม่ยอมตอบ ร่างที่แข็งทื่อในทีแรก เริ่มผ่อนปรนความเครียดลง และยอมให้เขากอดแต่โดยดี

“คิดถึงลูกค่ะ ฉันอยากให้แกได้มาเห็นอย่างที่ฉันเห็น” ตอบไปอย่างที่หัวใจรู้สึก

อารมณ์โรแมนติกของเขาสะดุดกึกทันที เพราะตอนนี้เธออยู่กับเขา ก็ไม่ควรใช่เวลาที่จะมาคิดถึงใครคนอื่น ในบรรยากาศโรแมนติกที่ควรปล่อยตัวและหัวใจเอิบอิ่มและซึมซับภาพความงดงามตรงหน้า แต่ดูว่าลมหายใจเข้าและออกของผู้หญิงในอ้อมกอดจะคิดถึงแต่ลูกชายอยู่ตลอดเวลา ตอกย้ำให้เขารู้เช่นกันว่า ที่เธอทอดกายอยู่ในอ้อมกอดของเขา มันเป็นไปตามหน้าที่...หน้าที่ของเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน และแค่เพื่อนคลายเหงา

วงแขนที่กอดไว้หลวมๆ จึงคลายอ้อมกอดออกอย่างหมดอารมณ์โรแมนติกลงไปทันที พร้อมกับถอนใจแผ่วยาว ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่บอกไม่ถูก

“อดทนหน่อยก็แล้วกันนะ แค่คืนพรุ่งนี้อีกคืนเดียวเท่านั้น คุณก็จะได้กลับไปพบหน้าลูกชายแล้ว”

“ค่ะ” เธอพยักหน้า ไม่รับรู้อารมณ์ขุ่นมัวของเขาไปด้วย  ทำเอาวาคิมยิ่งหน้าบึ้งตึงไปกว่าเดิม

“ดูเหมือนลมหายใจเข้าออกของคุณนี่คงมีแต่ลูกสินะ”

“ค่ะ ที่ฉันอยู่ และทำทุกอย่างก็เพื่อเขา” ความรับผิดชอบเปี่ยมล้นชัดฉายทางแววตา

“เด็กคนนี้ แกโชคดีที่มีแม่อย่างคุณ” เหมือนอย่างเขาที่โชคดีที่มีแม่อย่างคุณวิไลเลขา แม้ว่าท่านจะไม่ใช่เมียที่ถูกต้องตามกฏหมายของพ่อ แต่ก็ทำหน้าที่ของความเป็นแม่ได้อย่างดีเยี่ยมไม่เคยบกพร่องหรือตกหล่น

“แล้วพ่อของเด็กล่ะ? เขาไปไหนหรือ? คุณถึงต้องเลี้ยงลูกคนเดียว” อดจะถามอย่างข้องใจไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่เหมาะไม่ควร ที่จะไปซอกแซกอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอ

ดวงตางามสลดวูบหนึ่ง ริมฝีปากของเธอดูสั่นๆ จมูกแดง ตาแดง และเหมือนเขาจะเห็นความเศร้าและหดหู่เคลือบคลออยู่ในนั้น หัวใจวาคิมกระตุกวูบรู้สึกผิดขึ้นมา หญิงสาวหันหน้าออกไปมองอ่าวกว้าง

“เขาตายไปนานแล้วค่ะ”

“ผมขอโทษ” น้ำเสียงแผ่วพลิ้วลอยออกจากริมฝีปากหยักสีแดงอย่างรู้สึกผิดที่ไปสะกิดสะเกาตอกย้ำในสิ่งที่อาจจะเป็นปมเขื่องในจิตใจที่เธอไม่อยากพูดถึงมันอีก

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ใครถามฉันก็ตอบ มันไม่ใช่เรื่องปิดบังอะไร?”

“ผมไม่ควรซอกแซกเรื่องส่วนตัวของคุณ”

เธอก้มหน้ายิ้ม และหัวเราะออกมาเบาๆ

“ฉันเจอคำถามนี้อยู่บ่อยๆ ชินเสียแล้วล่ะค่ะ คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรือเสียใจหรอก”

“อื้ม! ครับ...งั้นเรากลับกันเลยดีกว่า คุณคงอยากโทรศัพท์หาลูกชายแล้ว” เขาพูดขึ้นมาราวกับรู้ใจเธอดี

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันโทรหาแกเมื่อกี้แล้ว ตอนไปเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ ป่านนี้แกคงนอนหลับไปแล้ว”

วาคิมพยักหน้า ก่อนจะพากันเดินไปเรียกแท็กซี่ เพื่อที่จะกลับโรงแรมที่พัก

“แล้วงานของคุณเป็นยังไงบ้างคะ? เรียบร้อยดีไหม?”

“ครับ ไม่มีปัญหาอะไร อ้อ! คืนพรุ่งนี้ คุณจะต้องไปงานเลี้ยงกับผมนะ” เขาตัดบทเข้าธุระการงานสำคัญสุดของการมาเยือนสิงคโปร์ครั้งนี้ ตอนแรกตั้งใจจะไปคนเดียวนั่นแหละ แต่จู่ๆ ก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา ไหนๆ เขาก็จ่ายไปไม่น้อย แต่แทบไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวเธอเลยเสียด้วยซ้ำ ก็น่าจะควงออกงานให้คุ้ม ดีกว่าไปแกร่วอยู่ในงานเลี้ยงตามลำพัง

“คะ ฉันต้องไปงานเลี้ยงกับคุณด้วยหรือคะ?” ทำหน้าและน้ำเสียงประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นบอกล่วงหน้า เธอจะได้เตรียมตัวมา

“ใช่...คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

“เอ่อ! ฉันไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยค่ะ” ออกงานก็ต้องมีชุดสวยๆ สินะ

“ถ้าคุณหมายถึงเสื้อผ้าหน้าผม ไม่ต้องกังวลหรอกนะ พรุ่งนี้จะมีคนเอาชุดและเครื่องประดับไปให้คุณ ส่วนเรื่องทำผมแต่งหน้า เลขาของน้องชายผมจะหาช่างมาดูแลคุณ”

“เอิ่ม! งั้นฉันรบกวนคุณแค่เรื่องชุดก็พอค่ะ ส่วนเรื่องแต่งหน้าทำผม ฉันทำเองได้”

เขามองเธออย่างประหลาดใจ เพราะลลัลดาไม่ได้แต่งหน้าแต่งตา จะว่าไป เขาก็ชอบหน้าใสๆ ของเธอมากกว่าอยู่ดี แต่ก็นั่นแหละ เวลาที่ออกงาน มันมีทั้งแสงแฟลชแสงไฟที่มากกว่าปกติ ก็ควรที่จะเติมสีสันให้จัดจ้านกว่าที่เป็นอยู่

“แน่ใจหรือ? นี่เป็นงานเลี้ยงใหญ่ คุณจะต้องเจอคนเยอะเลยนะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันทำได้แน่” เธอยิ้มตาหวานให้เขาเบาใจ

วาคิมพยักหน้า จะว่าไปลลัลดาก็มีอะไรให้เขาคาดไม่ถึงได้มากมายจริงๆ ลองเชื่อใจ และไว้ใจเธอสักครั้ง เพราะยังไง เขาก็เลือกเธอมาเป็นคู่ควงชั่วคราวแล้วนี่นา

 

 

 “ช้าจังเลย แต่งออกมาแล้วจะเป็นยังไงนะ?”

แน่นอนล่ะว่าวาคิมอดจะลุ้นอย่างตื่นเต้นไม่ได้ เขาแค่ภาวนาไม่ให้เธอแต่งหน้าแต่งตัวออกมาเป็นลิเกก็พอ ไม่เช่นนั้นเห็นทีเขาคงจะต้องยกเลิกควงเธอออกงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้แน่ๆ

สเตลล่า เลขาของวัชเรศเป็นคนช่วยจัดหาเสื้อผ้าชุดราตรีสำหรับออกงานให้ เขามั่นใจว่าเจ้าหล่อนมีรสนิยมอยู่ไม่น้อย ส่วนการแต่งหน้าทำผมที่ลลัลดาขอจัดการตัวเอง ไม่ให้เขาจ้างช่างดูแลเป็นพิเศษ ก็ยังให้ลุ้นอยู่ ยังไงเสียพื้นฐานเธอก็เป็นคนสวยอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรให้น่ากังวลใจนัก

วาคิมเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ เขาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟานุ่มได้ครู่เดียว ก็ต้องผุดลุกขึ้นมาใหม่ ไม่อาจจะหย่อนก้นลงได้อย่างเป็นสุข ด้วยลุ้นจนตัวโก่ง

“ก็อก...ก็อก...” เสียงเคาะที่หน้าประตู เรียกใบหน้าคร้ามเข้มหล่อเหลาเหลียวขวับไปทันที สีหน้ายินดีไม่น้อย แล้วรีบก้าวยาวๆ เดินไปเปิดประตู

ทันทีที่เปิดประตูออกไป ภาพของหญิงสาวเรือนร่างสะโอดสะองไปด้วยส่วนโค้งเว้าของอิสตรีให้ชุดราตรีสีดำปักเลื่อมพรายพราวระยับเก๋ไก่สะดุดตาชวนมอง ทรวงอกอวบอิ่มงามขาวผ่องเต็มตึงปริ่มอยู่กับขอบชุดเรียกสายตาให้มองปักอยู่ตรงนั้น

ลลัลดากำลังก้มลงจัดชายกระโปรง พอได้ยินเสียงเปิดประตู เธอก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วยิ้มให้เขา

ให้ตายเถอะ...วาคิมรู้สึกราวกับร่างที่หนักกว่าแปดสิบกิโลกรัมของเขาถูกดูดวื้ดหายราวกับไร้น้ำหนักเข้าไปยังดวงตาคู่สกาวสดใสที่แต่งสโมกกี้อายส์เบาๆ เน้นใบหน้างามให้ยิ่งผุดผ่องงดงามสะดุดตา

เรือนผมดำขลับยาวสยายถูกรวบเก็บด้วยกิ๊บคริสตัลอวดเรียวหน้าซีกขวาที่ปัดพวงแก้มเบาๆ ด้วยสีเชอรี่

ท่าทางตกตะลึงงันของวาคิม ทำให้ลลัลดารู้สึกขัดเขินจนแก้มร้อนขึ้นมา ยิ่งเมื่อสบนัยน์ตาวาบวาวสีเข้มของเขา ร่างสูงสง่าโก้หรูอยู่ในชุดแบล็กไทร์ของแบรนด์ดังสำหรับสุภาพบุรุษ

“ฉันพร้อมแล้วค่ะ” เสียงหวานปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ที่คิดว่าตัวเองอยู่ในห้วงสวรรค์

“ครับ” วาคิมพยักหน้า ราวกับสติยังไม่กลับมาเต็มที่

ขายาวก้าวออกมาจากข้างในห้อง ก่อนจะดึงประตูปิด หย่อนคีย์การ์ดใส่กระเป๋าเสื้อสูทตัวนอก แล้วยื่นแขนมาให้เธอเกาะเพื่อจะควงกันเดินไปที่ลิฟต์

“คุณเดินถนัดหรือเปล่า?” เขาเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอถกชายกระโปรงชุดราตรีทรงหางปลาขึ้นมานิดหนึ่ง

“พอได้ค่ะ ฉันจะพยายามไม่ล้มคะมำให้คุณขายหน้านะคะ” เธอรีบบอก

วาคิมหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ไม่ต้องห่วงผมขายหน้าหรอก ห่วงว่าคุณจะเจ็บตัวดีกว่านะ มาผมช่วย” เขาว่าแล้วเดินไปช่วยจัดชายกระโปรงเมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าไปอยู่ในลิฟต์แล้ว ลลัลดาตัวแข็งทื่อนิดๆ รู้สึกขัดเขินในสิ่งที่เขาทำให้

เมื่อร่างสูงยืดตัวกลับ วาคิมมองภาพบนบานประตูเหล็กมันวาวที่ปิดงับลง แม้แต่เงาสะท้อนของเธอก็ยังสวยเสียจนไม่อาจจะละสายตาได้ และอะไรบางอย่างก็สะดุดตาเขา จนต้องหันมา ดวงตาจับจ้องอยู่ที่เรียวคอระหง

“มีอะไรคะ?” ถามขึ้นมาอย่างปอดๆ เพราะแววตายามนี้ของเขาชวนให้หวาดหวั่นไม่น้อย

“ขอโทษนะครับ” เขาจัดสร้อยเพชรสายเดี่ยวที่ห้อยระย้าลงไปที่ร่องอก

ความรู้สึกร้อนรุ่มพุ่งพรวดอย่างรวดเร็ว เธอแทบกลั้นลมหายใจ เมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ปัดป้ายอยู่เหนือทรวงอกจนรู้สึกได้ว่าหายใจไม่ทั่วท้องนัก


ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น