เมียจำแลง (รีไรท์)

ตอนที่ 14 : ไม่เข้าใจผู้หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 235
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ตอนที่ 14

ไม่เข้าใจผู้หญิง

 

 

 

 

 

“คุณเพิ่งทำงานนี้ครั้งแรก?”

เขาออกจะแปลกใจที่ได้ฟังอย่างนั้น การชวนพูดคุยสัพเพเหระ ที่สุดก็วกมาเรื่องนี้ รู้สึกได้เลยว่า คุณด้าที่พามาด้วยไม่ได้กำลังโกหกอยู่ เธอไม่ได้ดูรอบจัดหรือเขี้ยวลากดินอย่างที่เลื่องฤทธิ์เตือนให้เขาระวังตัวไว้ การจะพูดคุยหรืออยู่กับเธอ เลยทำให้เขาสบายใจและเป็นตัวของตัวเอง

“ค่ะ ก็อย่างที่บอก ฉันอยากหาเงินไปจ่ายค่ารักษาลูก”

“แล้วต้องใช้จ่ายอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ?”

หญิงสาวนิ่งคิด เธอติดหนี้มยุราเจ็ดหมื่นกว่าบาท และยังมีค่ารักษาอย่างต่อเนื่องที่ต้องพาปาณัสม์ไปพบหมอตามเวลานัดอีก

“ก็น่าจะสักประมาณหนึ่งแสนบาท ถ้าหาเงินได้ตามจำนวนนี้ ฉันก็คิดว่าจะเลิกทำแบบนี้แล้วค่ะ” คนว่ายิ้มหลุบดวงตาลงมองถ้วยชาที่ประคองอยู่ในมือก่อนยกขึ้นมาจิบ ในใจนึกกังวลหาลูกชาย เพราะไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้ เรียกว่าตั้งแต่ปาณัสม์เกิด ไม่เคยมีคืนไหนเธอไม่ได้นอนกล่อมลูก

ท่าทางเหมือนผู้หญิงที่ไม่เจนจัดสังคม ใสซื่อ ดูไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม ถามตอบอย่างจริงใจ แววตาเปิดเผยไม่โกหก และไม่น่าจะมาทำอาชีพที่ต้องอาศัยความกล้าและเก่งกาจพอตัวอย่างนี้ วาคิมกำลังคิดว่าบางทีหญิงสาวอาจจะกำลังตบตาเขาอยู่

“ทำไมล่ะครับ?”

“อื้ม! ฉันไม่เคยทิ้งลูกไปที่ไหนนานๆ ค่ะ ป่านนี้แกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” ดวงตางามดูเศร้าลงทันทีที่เอ่ยถึงลูกชาย และดูเหมือนเขาจะเห็นหยาดใสวาววับคลอเคลียอยู่ในดวงตาสวยคู่นั้นด้วย

อ่า! เขากำลังทำเสียบรรยากาศสินะ... ไม่ใช่สิ เธอต่างหากที่ทำให้เสียบรรยากาศ ที่เขาว่าจ้างเธอให้มาเป็นคู่ควง เป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวก็เพื่อจะให้เขาเพลิดเพลินจำเริญใจ ไม่ใช่มาฟังเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาหรือดราม่าของใคร

“เดี๋ยวทานเสร็จ เราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนก็แล้วกันนะครับ พรุ่งนี้ผมมีธุระตอนเช้า  คงจะกลับมาช่วงบ่ายๆ เวลานั้นเราค่อยออกไปข้างนอกด้วยกัน”

“ค่ะ” เธอรีบสลัดเรื่องกังวลให้พ้นจิตใจ หันกลับมาทำหน้าที่

อันที่จริงแล้ว วาคิมแทบไม่อยากจะละสายตาจากใบหน้าสวยๆ นี่เลยด้วยซ้ำ แต่เขาไม่อยากเอาใจไปผูกพันหรือรู้เรื่องของเธอให้มากนัก จุดประสงค์ของเขา ก็เพียงต้องการเพื่อนกินเพื่อนเที่ยว จึงควรคุยกันด้วยเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และดูเหมือนว่า ลลัลดาเองก็เพิ่งจะรู้ตัวเช่นกัน

“ช่วงเช้าคุณจะไปไหนก็ได้นะครับ ผมให้อิสระเต็มที่”

“ค่ะ...ฉันคงอยู่ที่โรงแรม ไม่ออกไปไหนหรอกค่ะ”

“มาเที่ยวต่างบ้านต่างเมืองทั้งที ก็น่าจะออกไปเปิดหูเปิดตา ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในห้องนะครับ” เขาแนะนำ

“ค่ะ ฉันจะลองดูก็แล้วกันว่าพอจะไปไหนได้บ้าง”

เขาและเธอนั่งทานอาหารกันไปเงียบๆ ลลัลดาไม่ใช่คนช่างคุยนัก อาจจะเพราะไม่รู้ว่าจะคุยอะไร แต่บางครั้งเขาก็ชอบที่จะตกอยู่ในความเงียบ และลอบพิจารณาเธอไปด้วย

ผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนแปลกๆ แต่มีอะไรบางอย่างน่าสนใจซึ่งเขาก็บอกไม่ถูก เธอไม่ได้จะสนใจใคร่รู้เรื่องของเขาเลย บางทีอาจจะเพราะกำลังคิดถึงลูกชายอยู่ แต่มีอะไรหลายอย่างที่เขาอยากรู้เกี่ยวกับตัวเธอ และก็คิดว่ามันจะเป็นมารยาทที่ดีกว่า ถ้าจะไม่ซักถามให้หญิงสาวต้องอึดอัด

หลังจากเช็กบิลเรียบร้อย ทั้งสองก็กลับเข้าไปยังโรงแรมซึ่งวาคิมให้เสาวลักษณ์จองห้องพักติดกันสองห้องไว้ให้

ร่างใหญ่ในกางเกงนอนขายาวสีขาวเนื้อนิ่ม สวมเสื้อกล้ามสีเดียวกันนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงหลังใหญ่

ให้ตายเหอะ ใจของเขาไม่สงบเลย เพราะความสงสัยมากมายเกี่ยวกับคู่ควงที่พามาด้วย

“เราโง่หรือเปล่าวะ?” พึมพำกับตัวเอง ที่ดันไปยื่นข้อเสนอบ้าๆ ว่าจะไม่ยุ่งกับเธอ ทั้งที่จะว่าไป ความตั้งใจแรกมันก็มีอยู่ แต่เป็นเพราะอยากให้คุณด้าเดินทางมากับเขานั่นแหละถึงยอมรับข้อเสนอที่เสียเปรียบนั่น

เขารู้สึกถูกชะตากับผู้หญิงคนนี้ รู้สึกอยากช่วยเหลือในข้อกล่าวอ้างที่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงเสียด้วยซ้ำ

“แกมันบ้าว่ะวาคิม บ้าบอจริงๆ” ด่าตัวเองก่อนจะลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิอยู่กลางเตียง พรุ่งนี้เขามีธุระเกี่ยวกับงานที่คุณวสันต์ไหว้วานให้มาทำตอนเช้า ควรที่จะนอนหลับไปได้แล้ว นานแค่ไหนที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนมาก่อกวนจิตใจเขาได้อย่างนี้ ผู้หญิงคนสุดท้าย ถ้าไม่นับแพรวพิชชา ที่ตอนนี้ยอมรับได้แล้วว่าเธอมาเป็นพี่สะใภ้ของเขาเต็มตัว ก็คงเป็นผู้หญิงชื่อลิลที่เป็นสาวปริศนาในคืนนั้นละมัง

ขายาวแข็งแรงก้าวลงจากเตียงนอน เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำดื่มออกมา การดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ บางทีก็ช่วยให้เราสงบลงได้ วาคิมเปิดฝาขวด แล้วถือเดินออกไปที่ระเบียง นานพอดูเหมือนกัน ที่เขาไม่ได้เห็นสิงคโปร์ในยามค่ำคืน

มือใหญ่เลื่อนประตูระเบียงออกไปอย่างแผ่วเบา แล้วเสียงหนึ่งก็แว่วลอยมากับลม

“แม่มาทำงานนะครับปา เราจะได้มีเงินเยอะๆ ไง แล้วทีนี้ปาอยากได้อะไร แม่ก็จะได้มีเงินซื้อให้หนูไง”

ผู้หญิงห้องข้างๆ ก็ยังไม่นอนเหมือนกันกับเขา วาคิมย่องเงียบแผ่วเบาแทบจะไม่หายใจ เพราะอยากฟังบทสนทนานั่นต่อไปอีก

“แม่มาไม่นานครับ เดี๋ยวอีกสองวันเราก็จะเจอกันแล้ว”

“สองวันเองครับลูก ไม่นานเลย ปานอนหลับไปสองตื่น เราก็จะได้เจอกันแล้วไง”

“ไปเที่ยวกับป้ายุลุงเอกเป็นยังไง สนุกไหมครับ?”

“อื้ม! เก่งมากเลยลูกชายแม่ แม่ภูมิใจในตัวหนูนะ”

“ใช่ๆ ปาต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนนะ เชื่อฟังลุงเอก ป้ายุ ป้าสุรีย์ พี่นิ่ม พี่แป้งนะครับ”

“ครับๆ แม่สัญญา แม่จะซื้อของเล่นไปฝากปาด้วย ไม่ลืมแน่ๆ”

“ปาทานนม แปรงฟันแล้วรีบเข้านอนนะครับ”

“ครับ แม่ก็รักปานะครับลูก เป็นเด็กดีนะครับ อีกสองวันก็ได้เจอกันแล้ว”

เสียงหวานให้คำมั่นสัญญา ก่อนบทสนทนาจะจบลงโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวว่าได้เสียมารยาทฟังคนอื่นคุยกันอยู่ แต่ก็ใช่ว่าเขาจะมาแอบฟังเสียเมื่อไหร่ เขาแค่มายืนรับลมชมเมืองที่ระเบียงเท่านั้น แล้วก็บังเอิญมาได้ยินเข้าต่างหาก

ลลัลดาหมุนตัวจะกลับเข้าไปในห้อง เมื่อปาณัสม์ยอมวางสายไป แล้วเข้าใจรับฟังที่เธอให้เหตุผล แต่แล้วก็ต้องชะงักงัน เมื่อเห็นว่าระเบียงห้องติดกันมีคนอยู่

เธอสบตากับวาคิมอย่างเก้อๆ ก่อนจะค้อมศีรษะให้ ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินบ้างหรือเปล่าว่าเธอคุยโทรศัพท์อะไรกับลูกชาย

“คุณยังไม่นอนอีกหรือคะ?”

“ยัง....ออกมาตากลมนิดหน่อย แล้วคุณล่ะ?”

“อ้อ! ฉันออกมาโทรศัพท์หาลูกค่ะ” โชคดีที่ปาณัสม์เป็นเด็กมีเหตุผล แกจึงเข้าใจ หรือถึงไม่เข้าใจก็ยังยอมจะรับฟัง และก็คงสงบนิ่งไปได้อีกคืนหนึ่ง ไม่เป็นภาระคนดูแลมากนัก

มยุราพยายามจะซักไซ้ไต่ถามว่าเธอมาทำอะไร และมีเหตุผลใดถึงได้ปิดโทรศัพท์ แต่ลลัลดาก็เลี่ยงจะตอบจนได้

วาคิมเพียงผงกหน้า ไม่ถามอะไรต่อ เพราะกลัวว่าเธอจะรู้ว่าเขาได้ยินได้ฟังบทสนทนาทั้งหมด

“จะเข้านอนหรือยังครับ?”

“ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ”

“ครับ ราตรีสวัสดิ์”

การสนทนาและคำพูดคำจาช่างฟังดูเป็นทางการอย่างเหลือเกิน เหมือนคนแปลกหน้า ไม่รู้จัก ทั้งๆ ที่เขาจ้างเธอมาเป็นเพื่อนเที่ยว ให้ความสำราญแท้ๆ

วาคิมมองตามหลังร่างโปร่งบางที่เดินหายเข้าไปในห้อง พอเห็นว่าหญิงสาวสวมชุดนอนเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ที่ไม่ได้มีความเซ็กซี่ตรงไหนแม้แต่น้อย เขาก็ให้ส่ายหน้าขึ้นมาเบาๆ

“คิดผิดจริงๆ วะเรา”

เพียงเพราะความสงสาร เห็นใจ เลยทำให้เขาตัดสินใจเลือกจ้างผู้หญิงคนนี้ แต่สามหมื่นบาท กับอะไรที่ได้เห็น เขารู้สึกตัวเองขาดทุนชะมัด

หากความรู้สึกอบอุ่นใจกลับไหลบ่าอาบอิ่มอยู่ในหัวใจ เมื่อได้ยินว่าเธอคุยอะไรกับลูกชายบ้าง

ถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความรักใคร่ ห่วงใย อย่างอ่อนโยน ลลัลดาทำให้เขานึกถึงคุณวิไลเลขาผู้เป็นแม่ ที่ตอนนี้ไปถือศีลปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดป่าแห่งหนึ่ง เรียกว่าหันหลังให้ทางโลกเกือบสิ้นเชิงเลยก็ว่าได้

แม่เป็นผู้หญิงที่ใจดี อบอุ่น และดีที่สุดในโลกในสายตาของเขา ผู้หญิงดีๆ ที่ไม่ควรตกอยู่ในฐานะ ภรรยารอง หรือว่าเมียน้อยของผู้ชายคนไหน

ทำไมแม่ถึงไปเป็นแฟนกับพ่อล่ะครับ ทั้งๆ ที่พ่อก็มีเมียอยู่แล้ว?

เขาเคยตั้งคำถามกับท่านเมื่อเยาว์วัย ตอนที่ถูกเพื่อนล้อว่าเป็นลูกเมียน้อย เมียเก็บ เขาไม่ชอบคำนี้เลยจริงๆ ถึงขั้นชกปากเด็กผู้ชายคนนั้นจนเลือดกบปาก

จำได้ว่ามารดาถึงกับสะอึก และนิ่งไปอยู่นาน แววตาของท่านฉายความทุกข์ใจไม่น้อย ก่อนจะก้มลงมองเขา ยิ้มให้ด้วยสายตาเอ็นดู ลูบหัวเขาด้วยความรัก

เพราะแม่รักพ่อไง...ความรักทำให้แม่ยอมทุกอย่าง

ทุกอย่างแม้กระทั่งยอมเป็นเมียน้อยเหรอแม่?

เขาถามประสาซื่อ จากสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา ไม่คิดหรอกว่าคำนั้นมันสะเทือนใจของมารดาขนาดไหน

สักวันหนึ่งโตขึ้นคิมจะเข้าใจ

คิมไม่เข้าใจหรอกครับ แม่เป็นคนสวย แม่ใจดี ทำไมแม่ต้องทนให้คนอื่นมาว่าแม่ด้วย พ่อเองก็ไม่เห็นจะมาหาแม่เลย อยู่แต่บ้านใหญ่ พ่อรักเมียบ้านโน้น รักแต่ลูกบ้านโน้น แม่จะทนอยู่กับคนที่ไม่รักแม่ทำไมกันครับ?

ตอนนั้นเขาอายุแค่เก้าขวบ...ไม่เข้าใจเหตุผลของแม่ แต่เขาเชื่อมั่นในตัวแม่ ว่าเป็นคนดีที่สุด

แม่ดึงตัวเขาไปกอดไว้แนบอกแน่น...แน่นแสนแน่น

แม่รักคิม และคิมต้องมีพ่อ แม่ถึงยอมได้ทุกอย่าง คิมคือของขวัญที่ดีที่สุด คือสิ่งที่ดีที่สุด ที่พ่อให้กับแม่ แล้วแม่จะไม่รักพ่อได้ยังไงกันล่ะลูก

เชื่อเถอะว่า เขาไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลของผู้หญิงเลย จนกระทั่งถึงวันนี้

เช่นเดียวกับที่เขาไม่เข้าใจว่า ลลัลดาทำไมต้องทนเลี้ยงลูกอยู่คนเดียว แล้วปล่อยให้ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกลอยตัวไปใช้ชีวิตสบายๆ โดยที่ไม่มาเหลียวแลหรือรับผิดชอบทั้งเธอและลูก

ผู้หญิงเป็นเพศที่อดทน และซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ

เลื่องฤทธิ์เคยพูดเอาไว้

แต่ก็หวังว่า สักวัน เขาจะเข้าใจพวกเธอมากขึ้น มากพอที่จะเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง โดยไม่กลัวว่าความผูกพัน และชีวิตครอบครัว จะเป็นภาระอันใหญ่หลวง

ชอบก็อย่าลืมกดหัวใจด้านล่าง 

และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะจ๊ะ




กดติดตามผลงานของนักเขียนได้ที่เพจนี้นะจ๊ะ 

จะได้ไม่พลาดการติดตามน๊า ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น