ตอนที่ 9 : ศิลาและหัวขโมย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 พ.ค. 62

บทที่ 9
ศิลาและหัวขโมย
ณ ปราสาทสีเงิน
     ประตูห้องของภัสถูกเปิดพร้อมกับเสียงต้อนรับจากเธอ "กลับมาแล้วหรอ?" เขาเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับส่งเอกสารสำคัญให้กับเธอ 
"มาถึงได้พักใหญ่แล้ว แต่มีธุระนิดหน่อยเลยมาช้า"
"ธุระที่ว่า...นี่ใช่การไปแอบนอนหลับรึป่าว?"
"...เอ่อ....คือนั่นมันก็ใช่ ..แต่มันก็แค่นิดเดียวจริงๆนะ  ที่จริงก่อนมาก็เจอคนแก่หลงทาง..เจอเด็กร้องไห้แล้วตามหาของหาย และ.และ.."
"พอแล้วเรย์ ฉันเชื่อนาย"
"........ที่จริงเผลอหลับนานไปหน่อย แล้วก็ดันมีชายคนนึงมาทำให้ตื่นพอดี"
"ชายคนนึง?"
"เห็นบอกว่าจะสมัครเข้าเป็นทหารของเมืองนี้...เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ที่สำคัญกว่าอยู่ตรงนั้น..(มองไปที่เอกสาร) ..เรื่องที่เธอสงสัยแล้ววานให้ฉันไปสืบหาข้อมูล เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันลองค้นหาข้อมูลหลายอย่าง แล้วลองกลับไปที่รังของ Black mist ที่หน่วยของเราเคยไปกวาดล้างและเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้วในหลายแห่ง ก็ดันไปเจอสิ่งนี้เข้า (เรย์หยิบเศษศิลาส่งให้เธอดู) มันอยู่ใกล้ๆกับศูนย์วิจัยลับ S.I.P."

     เศษศิลาที่อยู่ตรงหน้าทำให้ภัสตกใจเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยชวนให้เรย์ไปยังที่แห่งนึงกับเธอ ภัสเดินไปหยิบสมุดบนชั้นหนังสือออกก่อนที่จะเปิดสมุดแล้วหยิบกุญแจเสียบเข้าไปในช่อง ไม่นานนักประตูก็ได้หมุนแล้วส่งทั้งสองลงไปยังชั้นใต้ดิน เรย์ไม่เคยรู้เรื่องห้องลับภายในปราสาททำให้เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจ 
"นี่เธอสร้างเส้นทางนี้ตั้งแต่เมื่อไร?"
"เส้นทางพวกนี้ไม่มีใครหรือหน่วยไหนสามารถตรวจหาเจอได้ เพราะกำแพงที่อยู่รอบๆตัวพวกเราถูกสร้างออกแบบมาเป็นพิเศษ มีแค่ฉันและนายเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้"
"...แล้วนี่เราจะต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน...ติดไฟบ้างก็ดีนะมึดเชียว"
"อย่าบ่นน่ะ....ถึงแล้วล่ะ"

     ภัสยกฝ่ามือแตะผนังกำแพงไม่นานก็เกิดแสงสีฟ้าแล้วประตูก็ถูกเปิดออก ทั้งสองเดินเข้ามายังด้านใน เรย์เห็นศิลาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางและยังมีอัญมณีอีก 2 เม็ดที่ถูกใส่ไว้เรียบร้อย 
"นี่มันอะไร?"
"อย่าเข้าไปใกล้นะ"
"...(หยุดทันที) ..ทำไม?"

     ภัสเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนเพดาน เขาเงยมองขึ้นตามเธอเช่นกัน สิ่งที่เรย์ได้เห็นทำให้เขามีสีหน้าที่ตึงเครียด
"นั่นใช่เขาใช่ไหม? มันหมายความว่ายังไงกัน...เธอ....รู้อยู่แล้ว?"

     ภัสพยักหน้าตอบกลับเล็กน้อยสีหน้าของเธอเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ก่อนจะหันหลังกลับไปทางประตู
"ต้องออกไปจากที่นี่แล้วล่ะ"

     เรย์กำหมัดแน่น เขาไม่พอใจเป็นอย่างมากแต่ก็ได้ทำตามสิ่งที่เธอบอก ทั้งสองกลับขึ้นไปยังด้านบนปราสาท

ณ ห้องพักอาจารย์ในปราสาท

"เน่..ริน...หลังๆมานี่ทำไมไอน้องชายงี่เง่ามันถึงได้อารมณ์ขึ้นใส่ฉันบ่อยนักนะ"
"มันก็เพราะนายนั่นแหละ พักหลังๆมานี้ นายเนี่ยวันๆเอาแต่ดื่มเหล้า ลูกน้องของนายแต่ละคนมาเล่าให้ฉันฟังจนเบื่อ"
"ห๊ะ!? ..เดี๋ยวจะซ่อมให้หนักเลยคอยดู..." 
"นายก็วางขวดเหล้าแล้วออกไปตั้งใจทำงานได้แล้ว ตามติดฉันทุกวี่ทุกวันอยู่ได้.. รึอยากโดนต่อย?"
"แหะๆ ถ้าเป็นรินล่ะก็อะไรก็ยอมทั้งนั้นแหละ"
"...งั้นจัดให้! (รินยกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหยุดแล้วมองเขา) นี่อิน"
"(ยกแขนสองข้างขึ้นมาป้องกัน)อ้าว.. อะไร?"
"วันนี้มีประชุม"
"(ครุ่นคิดก่อนจะมองที่นาฬิกา)...ซวยแล้ว!"

     อินเบิกตากว้างก่อนจะรีบทิ้งขวดเหล้าแล้วจัดระเบียบร่างกายอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งขึ้นไปยังห้องประชุมด้านบนปราสาท ทันทีที่เขามาถึงหน้าห้องก็รีบเคาะประตูแล้วเข้าไปทันที การประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด เมื่อเขามาถึงยิ่งทำให้สถาณการณ์แย่มากไปกว่าเดิม แต่ทว่าเขาก็ได้เอ่ยเปิดเรื่องการคัดเลือกทหารของเมืองอย่างแนบเนียน จนทำให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์ที่เลวร้ายไปได้ 
"กรรมการคุมสอบและบททดสอบในรอบแรก ผมว่าถ้าเราน่าจะใช้ Black mist มาเป็นบททดสอบแรกก็อาจจะทำให้ได้ผลเร็วกว่าที่คิดนะครับ"
"นายบ้าไปแล้วรึไง? ขนาดทหารในหน่วย S.I.P. เองยังแทบจะหาคนที่ต่อกรได้ตัวต่อตัวเพียงหยิบมือ นายตั้งใจจะให้การคัดเลือกเต็มไปด้วยการนองเลือดรึ"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ ผมไม่ได้ต้องการเช่นนั้น แต่คนเป็นทหารทุกคนก็ต้องมีวันใดวันนึงที่ต้องเจอกับมันอย่างแน่นอน ถึงมันอาจจะดูโหดร้ายไปหน่อย แต่ผมว่า...สำหรับมือใหม่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆเลยทีเดียว"
"ฉันไม่เห็นด้วย"

     ทุกคนภายในห้องส่วนใหญ่เริ่มไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน จนทำให้อินเริ่มถอดใจแต่ทว่า
"ฉันเห็นด้วย"

     ทุกคนมองไปที่ต้นทางของเสียง "เรย์"
"ว่าไงนะ?' เรย์นี่นายบ้าไปแล้วรึไง?"
"ขอเหตุผลที่น่ายอมรับด้วยเรย์"
"มันคงจะเรียกว่าเหตุุผลไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกจากประสบการณ์ของฉันเมื่อหลายปีก่อน....ฉันไม่เคยต่อสู้กับพวกมันเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนกระทั่งจบจาก S.I.P. ฉันมั่นใจในฝีมือของตัวเอง และเชื่อในตัวเองจนไม่สนใจใครทั้งนั้น แต่ว่านะ...ไอความมั่นใจนั่นแหละที่นำความตายเข้ามา ทุกคนที่มาช่วยฉันพวกเขาตายกันเกือบหมด เป็นเพราะฉันเองที่ไม่เคยได้รับรู้ถึงความน่ากลัวของ Black mist จริงๆ นี่คงเป็นเหตุผลเดียวที่ฉันเห็นด้วยกับอิน ถึงแม้มันอาจจะทำให้เป็นอันตรายอย่างมากสำหรับพวกหน้าใหม่ แต่มันก็จะเป็นประสบการณ์จริงๆที่ทำให้พวกเขาได้รับรู้ ว่าไอการมั่นใจอวดดีมันอาจทำให้พวกเขาและคนรอบข้างต้องตาย....ก็มีเท่านี้แหละ"

     บรรยากาศภายในห้องเงียบอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะเริ่มโหวดความคิดเห็นของอิน ฝั่งที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวน 6 คน แล้วที่เห็นด้วยมีทั้งหมด 5 คน ในห้องมีทั้งหมด 13 คน(ไม่รวมคนสนิทที่ติดตามมาอีก 7 คน) เหลือเพียงภัสและหมอวี ทั้งสองยังคงนิ่งจนทุกคนได้หันไปเฝ้ารอเสียงโหวดจากทั้งสองคน ไม่นานนักหมอวีก็เอ่ยขึ้น
"สำหรับหมอ หมอคิดว่าสิ่งที่อินเสนอมานั้นมีประโยชน์มากและยังเป็นประสบการณ์ให้กับทหารใหม่ได้ดี แต่ว่านะพวกเราเองก็ยังไม่มีมาตรการในการป้องกันหรือควบคุม Black mist ได้ ถึงแม้จะมีตัวยา N.D.3014 ที่ยั้บยั้งประสาทพวกมันได้ แต่ตัวยาเองกว่าจะออกฤทธิ์ต้องใช้เวลามากถึงกว่า 10 นาที ถ้าเกิดในช่วงเวลานั้นทหารหน้าใหม่ตกอยู่ในอันตราย ถ้าพวกเราไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ทันก็อาจจะเกิดการสูญเสียขึ้น ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น...."
"งั้นแสดงว่าหมอไม่เห็นด้วยอย่างงั้นใช่ไหมครับ?..."
"........แต่..."
"แต่?"
"แต่สิ่งที่เกิดจากอดีตของเรย์ มันก็เป็นเหตุผลที่ไม่ควรมองข้าม มนุษย์น่ะมักหลงไปกับความสามารถของตนเอง จนทำให้คนรอบข้างต้องมาเดือดร้อน แล้วถ้าเกิดเราไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ล่ะก็.....หมอไม่อาจตัดสินใจได้ ..... หมอขอยกเสียงโหวดให้กับควีนของเมือง....(ภัส)"

     เสียงฮือฮาดังขึ้นในที่ประชุมก่อนจะค่อยๆเงียบลง 
"............ฉัน..............ไม่เห็นด้วย"

     เรย์ออกอาการไม่พอใจเล็กน้อย ส่วนอินนั้นอ้ำอึ่งไปชั่วขณะเขาไม่คาดคิดว่าเธอจะปฏิเสธความคิดเห็นของเขา วินกล่าวสรุปมาตรการคัดเลือก เป็นอันไม่เห็นด้วยในรอบแรกที่จะใช้ Black mist ในการสอบจริง หลังจากนั้นการประชุมหัวข้ออื่นๆก็ได้เริ่มต่อไป การประชุมครั้งนี้ยาวนานถึง 4 ชั่วโมง

ณ ห้องพักอาจารย์ในปราสาท
     อินเดินเข้ามาด้วยความอิดโรยทำให้รินสงสัย 
"เป็นอะไร ทะเลาะกับวินมาอีกแล้วหรอ?"
"ป่าวไม่ใช่...แค่รู้สึก....รู้สึก...เอ๊ะ? รู้สึกงงๆล่ะมั้ง"
"อะไรของนาย? จะรู้เรื่องไหมเนี่ยแล้วการประชุมเป็นยังไง นี่ถ้าฉันไม่ติดดูงานนักเรียนทั้งเปิดและปิดแล้วเข้าประชุมในวันนี้แทนล่ะก็ คงไม่มานั่งถามนายแบบนี้หรอกนะ.."
"ก็เหมือนเดิมนั่นแหละทุกอย่างมีแต่การเพิ่มงบประมาณและเสริมกำแพง แถมยังมีแผนที่จะขยายเมืองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับประชากรอีก"
"ว้าว! นี่เมืองเราจะขยายพื้นที่อีกหรอเนี่ย มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่หรอ? แล้วทำไมนายถึงทำท่าทางแบบนี้ล่ะ?"
"....ก็นะ...เรื่องนั้นก็เห็นด้วย แต่ที่เป็นแบบนี้เพราะฉันดันไปเสนอหัวข้อการสอบ ที่ฉันคิดว่ามันดีแต่กลับไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมานี่สิ."
"นายก็เลยถูกต่อว่ามางั้นสิ.?"
"ไม่ใช่แบบนั้น ....ไอความรู้สึกที่โดนปฏิเสธจากคนอื่นเนี่ยไม่ทำให้อินคนนี้สะเทือนได้หรอก แต่เพราะภัสต่างหาก ...."
"เพราะพี่ภัส? ทำไมเกิดอะไรขึ้น"
"ไม่รู้เหมือนกัน เธอไม่เห็นด้วยก็จริงแต่ท่าทีเธอ..ในตอนที่ไม่เห็นด้วยเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่"
"....ลองเล่ามาทั้งหมดซิ"
"ห๊ะ!? ."
"...ฟังแล้วงง เอาแบบละเอียดเลยเล่ามา.....เดี๋ยว..นี้."

     ออร่าอยากรู้อยากเห็นของรินเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด อินไม่กล้าที่จะปฏิเสธเธอเดิมทีเขาก็ไม่กล้าอยู่แล้ว ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รินก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดก่อนจะครุ่นคิดแล้วคิดว่าพี่ภัสของเธอคงจะมีเหตุผลบางอย่างที่แม้แต่พวกเขาก็ไม่อาจรู้ได้ แต่รินคิดว่าคงเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วที่ทุกคนต่างไม่เห็นด้วยกับอิน เพราะตัวเธอเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน 

ณ ถนนย่านการค้าในเมือง

     เทียร์หอบขนมปังวิ่งหนีพ่อค้าอย่างรวดเร็ว "หยุดเดี๋ยวนี้นะ ยัยตัวแสบ!" เธอหันไปแลบลิ้นก่อนจะมุ่งหน้าวิ่งผ่านสิ่งกีดขวางในช่องทางแคบๆของตัวตึกอาคารบ้านเรื่อน เทียร์วิ่งจนมาถึงทางตันด้านหน้าเป็นกำแพงสูง "ฉันไม่ยอมปล่อยให้ขนมปังของฉันถูกเธอชิงไปได้หรอกยัยตัวแสบ" พ่อค้าออกอาการหอบและยิ้มออกมา เทียร์หันมามองเขาด้วยสีหน้าที่กังวล เธอมองไปรอบๆพยายามคิดหาวิธีหนีออกไปจากตรงนั้นให้ได้ "เอาไงล่ะ ? เจ้าหนูหัวขโมยขนมปัง..ริอาจเป็นขโมยแต่เด็กมันไม่ดีเลยนะ." จบประโยคคำพูดพ่อค้า เขาพุ่งเข้าไปจะจับเทียร์ แต่ทว่าเธอหลบมือของเขาได้อย่างฉิวเฉียดและด้วยความที่เธอนั้นตัวเล็ก เทียร์วิ่งมุดผ่านหว่างขาของพ่อค้าไป "เฮ้ย?!" "หนูไม่ยอมโดนลุงจับหรอก.. แบร่ :P" "...หนอยแน่เดี๋ยวเถอะ! เทียร์!!.." "..ลุงรู้ชื่อหนูได้ไง?" ".....หึหึ อยากรู้ก็มายอมให้จับซะดีดี.." เทียร์หยิบขนมปังใส่ปากกินที่ล่ะชิ้นในขณะที่กำลังวิ่ง พ่อค้ายังคงไม่ยอมแพ้เธอแล้วยังคงวิ่งไล่ตามเทียร์อย่างดุเดือด
     พ่อค้าแม่ค้าย่านการค้าระแวกนั้นต่างหัวเราะทั้งสองคน เทียร์มักจะมาขออาหารผลไม้ระแวกนี้เป็นประจำ พ่อค้าแม่ค้าก็ต่างให้เธอฟรีๆทุกครั้ง แต่มีเพียงพ่อค้าร้านขนมปังซึ่งเทียร์ชอบกินมันมากๆไม่ยอมให้เธอ เทียร์จึงมักจะขโมยเขาทุกครั้งที่มา พ่อค้าเริ่มหมดแรงไล่ตามเธอแล้วหยุดพักหอบหายใจ เมื่อเขาเงยหน้ามอง ก็ได้เห็นสาวน้อยวิ่งหอบขนมปังไปพร้อมกับโบกมือบ้ายบายให้เขา "..ลุงหนูชอบขนมปังของลุงนะ!!..มันอร่อยมากๆเลย!!..." ".....(ดีใจ).ไม่ต้องมาชมเลย!! ..ครั้งหน้าจะจับเธอให้ได้เลยคอยดู!.."  

"...นายนี่นะ ตอนนั้นก็เห็นโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ..ตอนนี้ชอบหนูนั่นก็ให้ขนมปังไปฟรีๆก็ได้นิ"
"......ใคร?...ใครชอบเด็กหัวขโมยแบบนั้นกัน?...ฉันเนี่ยนะ? ไม่มีทาง ..(เดินกลับ ตรงไปยังร้านตัวเอง)."

     พ่อค้าอีกคนเอ่ยขึ้น
"อ้าวสเตนนี่นายมาซื้อของแถวนี้หรอ? "
"ใช่...."
"แล้วมาคนเดียวหรอ ว่างป่าวเราไปดื่มกันหน่อยไหม?."
"(หัวเราะ)..ขอบใจๆ แต่ฉันพาไก่อ่อนมาคนนึงว่ะ วันนี้คงไม่ว่าง (ยกนิ้วโป่งชี้ผ่านไหล่ย้อนหลังไป)"

     อรัมกำลังแบกของจำนวนมากโดยที่ตาลกำลังยืนเลือกของของเธออยู่ อรัมเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างพ่อค้าและเทียร์ เขามองไปที่พ่อค้าขนมปังที่กำลังเดินกลับไปพลางคิดในใจ 'เขาเป็นคนดีนี่นา...ดีใจจริงๆที่เป็นเขา' พ่อค้าขนมปังหันมาสบตากับอรัม "นี่นายยังอยู่ที่เมืองอีกหรอพ่อนักข่าว" "..ครับ...พอดีผมตั้งใจที่จะสมัครเป็นทหารของเมืองน่ะครับ" "ห๊ะ!... งั้นก็พยายามเข้านะ" "ขอบคุณครับ" พ่อค้าขนมปังเอ่ยลาและเดินจากไปได้พักหนึ่ง ตาลก็ได้เอ่ยพูดหลังใบหูของเขาเบาๆจนทำให้ตกใจ "ยิ้มอะไรของนาย? ...เอานี่! (ตาลส่งของให้เขาถือ)" ถ้ามองสิ่งของที่เขาถือนั้นจะสูงเลยหัวไปนิดหน่อย 

พ่อค้าและสเตน
"สองคนนั้นเป็นแฟนกันหรอ?"
"ป่าวหรอก แค่ทั้งสองอยู่ในกลุ่ม B เหมือนกันก็เลยออกมาหาซื้อของใช้เอาไว้ฝึกฝนร่างกายน่ะ"
"....แต่ดูจากสิ่งที่เห็นนี่มันถ้าไม่ใช่แฟนกันก็เจ้านายกับคนใช้เลยนะนั้น..."
"(หัวเราะ)...นั่นสินะ"

ณ ปราสาท
     ภัสกำลังตรวจดูรายชื่อและประวัติเด่นๆของผู้มาสมัครเป็นทหารอย่างคร่าวๆ รายชื่อพวกนี้ถูกคัดกรองมาโดย น.ต.อาเธน่า ในรายชื่อนั้นมีชื่อของ อรัมและตาลอยู่ด้วย 
"เอ๋....นั่นมันชายคนนั้นนิ"
".(ตกใจ).. เรย์? เข้ามาตอนไหนเนี่ย?"
"ฉันเคาะประตูแล้วนะ ...เธอไม่ตอบฉันก็เลยเข้ามา..เห็นเธอกำลังตั้งใจอ่านเอกสารเลยเข้ามาดูเนี่ยแหละ"
"....ทำแบบนี้ไม่ดีนะมาอ่านเอกสารคนอื่นเนี่ย....แล้วที่ว่าเขาตอนนั้นนี่หมายถึงใครหรอ?"
"ก็หมอนี่ไงที่ทำให้ฉันตื่นในตอนที่กำลังแอบหลับ(ชี้ไปที่รูปอรัมในเอกสาร)."
"...นี่นายยอมรับแล้วใช่ไหมว่าไปแอบหลับมา.."
"(หัวเราะกลบเกลื่อน) หมอนี่น่ะน่าสนใจนะ เจ้าตัวบอกว่าไม่มีพลังเวทย์ แต่กลับมีอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ"
"อะไร?"
"ไม่รู้สิ....นี่เธอรู้จักหมอนี่ด้วยหรอ?"
"ก็รู้จักนิดหน่อย เขาอาศัยอยู่ที่ร้านสเตนน่ะ"

     ในขณะนั้นเองดาบของภัสทั้งสองเล่มก็ได้เปล่งแสงออกมาก่อนจะตามด้วยเสียงสัญญาณสื่อสาร "พบ Black Mist จำนวนมากที่ชายฝั่งทะเลทางตะวันออก ขอให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อม ย้ำอีกครั้ง...." ภัสลุกขึ้นไปหยิบดาบของเธอในขณะนั้นเองที่เรย์ได้เข้ามาจับแขนเธอไว้ 
"เธอ...อยู่ที่นี่แหละ...ฉันไปจัดการเอง"
"ไม่ได้...."
"ได้สิ...เธอเป็นควีนของที่นี่นะ...แล้วอีกอย่างถ้าเกิดเจ้านั่นเกิดตื่นขึ้นมา ในตอนที่เธอไม่อยู่ทุกคนในเมืองจะเป็นอันตราย....เธอกลายเป็นเสาหลักของเมืองนี้ไปแล้วนะ ไม่จำเป็นต้องออกไปจัดการพวกมันทุกครั้งหรอก....ใช้ฉันสิ."
"เรย์...."
"ไม่จำเป็นต้องแบกอะไรไว้เพียงคนเดียวหรอกนะ...ฉันจะช่วยเธอเอง ....แล้วอีกอย่างอาจจะกลับมาช้าหน่อย คงต้องไปช่วยเจ้าหนุ่มนั่น(หมายถึงอรัม)"

     ในขณะที่เรย์กำลังออกจากประตู ภัสได้เอ่ยเรียกเขาอีกครั้งก่อนจะเดินไปหาเขาแล้วยื่นดาบประจำตัวของเธอให้กับเขา 1 เล่ม

ผ่านไป 10 นาที หน้าประตูกำแพงทิศตะวันออก
     เรย์กล่าวปลุกขวัญกำลังใจกับทหารทุกหน่วย ด้วยการนำดาบของเธอขึ้นแสดงโชว์การเป็นตัวแทนของเธอ "อย่าให้พวกปีศาจได้อะไรจากเรา! จงเอาทุกอย่างจากมัน!!....." เสียงเฮดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณระแวกนั้น 
"เคลื่อนพล!!"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น