RILAKKUMARK | MarkJin

ตอนที่ 2 : ตัวที่สอง ❥ หมีสีขาวสวมผ้าคลุมสีฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 362
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    17 เม.ย. 62



  


2


พอยื่นสมุดส่งให้ อีกฝ่ายก็ไล่สายตาดูอย่างว่องไวก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ นี่คนหรือเครื่องจักรกันแน่นะ ใช้แค่ดวงตาก็รู้แล้วว่าคำตอบถูกหรือผิด


กับความฉลาดของผม มันแลกมาด้วยความพยายาม หยาดเหงื่อ เวลา และกำลังใจ ต่อให้ผมเก่งแค่ไหน ก็คงไม่มีทางถึงขั้นกวาดตามองทั้งกระดาษสี่วินาทีแล้วรู้คำตอบ


สำหรับคนตรงหน้า และคนที่เคยอยู่ตรงหน้า คำว่าฉลาดคงไม่พอ เรียกว่าอัจฉริยะอาจจะเหมาะสมกว่า ไม่รู้ว่าเขาทั้งสองทำอะไรบ้างถึงเก่งได้ขนาดนั้น


นี่เป็นอีกเหตุผลที่ผมไว้ใจพี่มาร์คทั้งๆ ที่เราไม่ได้สนิทกัน กิตติศัพท์ของเขาเลื่องลือพอๆ กับพี่แจบอม แถมทั้งคู่ยังซี้กันด้วย ที่น่าแปลกก็คือ...นอกจากผลการเรียนสุดขั้นเทพก็แทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย พี่แจบอมชอบเล่นดนตรี แต่พี่มาร์คถนัดกีฬา พี่แจบอมชอบเที่ยวคาเฟ่แมว แต่พี่มาร์คชอบไปเล่นกับโฟรโด้ พี่แจบอมทำงานพิเศษทุกวัน แต่พี่มาร์คนอนอยู่บ้านเล่นเกม


...ผมก็ไม่ได้รู้อะไรมากหรอกนะ จำได้จากที่พี่รหัสเล่าให้ฟังเฉยๆ


“ทำได้ดีตลอดเลยนะ พี่ไม่เข้าใจว่าเราจำเป็นต้องเรียนพิเศษด้วยเหรอ” พี่มาร์คปิดสมุดโน้ตแล้วส่งคืน ผมได้แต่ยิ้มบางๆ


“เพื่อความสบายใจน่ะครับ”


“อ๋อ ของที่บ้านสินะ”


เปล่า ของผมเอง


ก็ถูกอย่างที่เขาว่า อย่างผมน่ะไม่จำเป็นต้องเรียนหรอก แค่พยายามอยู่บ้านก็เพียงพอแล้ว อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็ถือเป็นการเสริมสร้างความขยันที่ดี


“ถ้างั้น...วันจันทร์ก็ตั้งใจแบบนี้นะ ยังไงก็ทำได้อยู่แล้ว” คนผมสีน้ำตาลลาเต้ยิ้มกว้างเห็นเขี้ยวซี่สวย ผมก็ได้แต่ยิ้มคืนกลับไปแบบเดิมพลางเก็บของเข้ากระเป๋า


สามครั้งแล้วที่ผมมาติวกับพี่มาร์ค สามครั้งที่นั่งอยู่ในร้านคาเฟ่กับเขา ตอนนี้ครบเวลาสองชั่วโมงพอดี ถึงเวลาแยกย้าย


แต่อาจจะยังไม่ถึงเวลาพูดเรื่องนั้น...


“วันนี้ขอบคุณมากนะครับ” ผมก้มหัวน้อยๆ แสดงความเคารพ ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าผมจะลุกขึ้นและเดินออกจากร้าน แต่คนนั่งตรงข้ามกลับหยุดความคิดนั้น


“ทำไมจินยองถึงชอบริลัคคุมะเหรอ”


สงสัยเพราะวันนี้หยิบกระเป๋าหน้าหมีมาใช้ เขาถึงได้ถาม


หรืออาจจะถึงเวลาสำหรับเรื่องนั้นแล้ว...?


“ก็...มันน่ารักดีน่ะครับ”


“แสดงว่าจินยองชอบของน่ารักสินะ”


ผมพยักหน้า พี่มาร์คพูดถูก ผมชอบของน่ารัก ประมาณว่า...เห็นแล้วมันอดไม่ได้ที่จะสะสม อยากสร้างอาณาจักรสารพัดของกุ๊กกิ๊ก อะไรแบบนี้ แต่ความเป็นจริงมันไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ที่ชอบที่สุดก็มีแค่ริลัคคุมะ มันหน้านิ่งดี ดูกวนตีนในทีแต่มองไปมองมาก็น่ารักเฉย ผลคือโดนดูดขุมทรัพย์กันไป


เอาจริงๆ ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะตกเป็นทาสหมีตัวนี้หรอก แต่เห็นแล้วมันอยากได้ พออยากได้ก็ซื้อ ซื้อไปซื้อมามันก็มีอยู่เต็มบ้าน รู้ตัวอีกทีทุกอย่างรอบตัวก็กลายเป็นหมีขี้เกียจตัวนี้ไปแล้ว


ริลัคคุมะทำให้ผมกลายเป็นผู้ชายแสนแปลกไปเลย


เหมือนพี่มาร์คจะหลุดขำออกมา “แปลกดีเนอะ”


นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ ทุกคนก็มองผมเป็นคนแปลกๆ ตลอด ทั้งๆ ที่ผมแค่ชอบคุมะเอง


“แล้วพี่มาร์คชอบอะไรเหรอครับ นักกีฬา หนังมาร์เวล เกมยิงปืน ตัวการ์ตูนเท่ๆ หรือผู้หญิงสมัยนิยม?”


อีกฝ่ายหยิบแก้วกาแฟที่เคยร้อนขึ้นมาดื่ม ผมยิงคำถามยาวไปหรือเปล่า


“คือพวกนั้นเป็นสิ่งที่ผู้ชายทั่วไปต้องชอบสินะ” คนผิวขาวเอ่ยยิ้มๆ ก็ผมอยากรู้นี่นาว่าไม่แปลกต้องเป็นแบบไหน “พี่ชอบเล่นกีฬา แต่ไม่ได้ติ่งนักกีฬาอะไรแบบนั้น”


“...”


“พี่ชอบดูหนังมันๆ แต่หนังมันๆ ไม่ได้มีแค่มาร์เวล”


“...”


“พี่ชอบเล่นเกมหลายแบบ แต่พี่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบเกมไหนที่สุด”


“...”


“ตัวการ์ตูนตัวไหนเก่งพี่ก็ชอบ ตัวไหนเท่พี่ก็ชอบ ตัวไหนหุ่นดีเซ็กซี่พี่ก็ชอบอีก แต่มันก็...ไม่ได้ถึงขั้นสะสมขึ้นหิ้งอะ”


“...”


“ผู้หญิงสมัยนิยม...ก็ชอบนะ ชอบมอง แต่พี่ชอบผู้หญิงที่ยิ้มแล้วมีหนวดแมว”


“ยิ้มแล้วมีหนวดแมว? เป็นยังไงเหรอครับ”


“แป๊บนะ เดี๋ยวเอาให้ดู” คนในเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีผิวหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมากดอะไรบางอย่าง พอเจอสิ่งที่ต้องการก็ยื่นมาให้ดู


ในโทรศัพท์พี่มาร์คขึ้นรูปของผู้ชายคนนึงที่ใส่ฮู้ดสีกรมท่า ผมดำสนิทถูกเซ็ตให้ไม่ยุ่งเหยิง ใบหน้ายิ้มกว้างโชว์ฟันขาว ตาหยีจนขึ้นรอยตีนกาเส้นเล็กๆ ใต้ถุงตา


ผมสัมผัสหน้าจอเบาๆ ครั้งนึงจนมันขึ้นจำนวนไลค์และคอมเมนต์ขึ้นมา ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังส่องโซเชี่ยลของใครบางคนอยู่


“พี่มาร์ค นี่มันรูปผม?”


แม่ง...ยิ้มซะฟันแทบจะออกมานอกปาก น่าอายจริงๆ


“อือฮึ รูปจินยองไง”


“แต่...”


“นี่ไง ยิ้มหนวดแมว” พี่มาร์คซูมริ้วรอยที่ดวงตาของผมและยื่นมาให้ดูอีก “ยิ้มที่พี่ชอบ”


จบคำพูดนั้น สายตาผมเลื่อนขึ้นสบคนถือโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ อีกฝ่ายมองผมอยู่เช่นกันก่อนจะละสายตาไป


ประโยคนั้น...ไม่ได้มีความหมายแฝงใช่มั้ย


“ผมนึกว่าพี่จะให้ดูผู้หญิงที่ยิ้มแล้วมีหนวดแมวซะอีก”


พี่มาร์คปิดหน้าจอโทรศัพท์และวางมันลงบนหนังสือภาษาอังกฤษที่เขาแบกมา “ก็พี่นึกไม่ออกแล้วว่าใครยิ้มหนวดแมวบ้าง”


“...”


“พอเห็นรอยยิ้มของจินยอง ก็จำได้แต่ของจินยองคนเดียว”


เขาจ้องหน้าผมอีกแล้ว ด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ถูก


บรรยากาศรอบตัวของเราวันนี้...ผมรู้สึกว่ามันกำลังจะเปลี่ยนไป


“แต่ว่า...มันไม่ใช่หนวดแมวนะครับ เห็นอยู่ทนโท่ว่ามันคือรอย...”


“รอย...?”


“...รอยตีนกา”


พี่มาร์คขำพรืด เออ ดูเขาทำ...จริงๆ รูปนั้นมันเป็นรูปเก่าของผม สักสองรูปก่อนรูปปัจจุบัน เผลอยิ้มจริงใจแล้วคนมีคนถ่ายได้ ตอนนั้นคิดเองเออเองว่ามันดูดีที่ยิ้มเปิดเผย แต่มีคนมาเมนต์แซวรอยตีนกาผมเยอะมากจนเขว เลยรีบหาโอกาสไปถ่ายรูปดีๆ ยิ้มน้อยๆ และเปลี่ยนทันที นับว่าเป็นรูปโปรไฟล์ที่มีอายุการใช้งานน้อยที่สุดเลยมั้ง


แล้วดูสิ ยังจะมีคนมาส่องเพื่อหารูปยิ้มตีนกาของผม โอ๊ย กลับบ้านไปตั้งเป็นไพรเวทดีมั้ยวะ


“นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้จินยองไม่ชอบยิ้มเยอะๆ เหรอ”


“ก็...”


ผมพูดไม่ออก เขาถามตรงจุดมากราวกับรู้ดี


ใช่ ผมไม่ชอบตีนกาบนหน้าตัวเอง ใครจะไปชอบริ้วรอยบนหน้าตัวเองกัน ผมเลยไม่กล้ายิ้มกว้างเท่าไหร่


“ใครไม่ชอบ แต่พี่ชอบนะ”


“รอยตีนกาเนี่ยนะครับ?”


“อ่าฮะ ทั้งรอยตีนกา...”


“...”


“แล้วก็จินยองด้วย”


เดี๋ยว...


เขาหมายความว่าไง


ผมสบเข้าที่นัยน์ตาสีเข้มของอีกฝ่าย พี่มาร์คยิ้มบางๆ มือคว้าหนังสือกับโทรศัพท์เหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะเดินออกไป


อย่านะ...


คนในเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนขาดเข่าลุกขึ้นยืน เขากำลังจะไป


ไม่ได้...เขาจะหนีไปแบบนี้ไม่ได้...


แต่เขากลับเดินมาข้างๆ ผมที่นั่งนิ่ง โน้มตัวลงมาใกล้จนเห็นรูขุมขนบนใบหน้า กลิ่นตัวธรรมชาติลอยขึ้นมาแตะจมูก ริมฝีปากขยับเล็กน้อย เสียงบางเบาแทบกระซิบ


“ถ้าพี่น่ารัก อย่าลืมชอบพี่นะ”


“...”


“เพราะพี่ชอบจินยอง...โคตรๆ เลย”


แล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งให้ผมนั่งอยู่กับแก้วโกโก้ที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง


มาบอกชอบ แล้วก็เดินออกไปเนี่ยนะ!?


ทำไมคนที่มาบอกชอบถึงเป็นฝ่ายเดินออกไปล่ะ ผมต่างหากที่ต้องออกไปก่อน ผมต้องเอ่ยปฏิเสธเขาและเป็นคนที่ลุกเดินออกไปก่อน ต้อง - เป็น - ผม - สิ!


ทั้งที่ตั้งใจจะคุยเรื่องนั้นแท้ๆ...ทำไมเขาถึงได้ตัดหน้าชิงบอกก่อนแบบนี้


แต่พี่ชอบจินยอง...โคตรๆ เลย


...โคตรๆ เลย


...โคตรๆ...


เชี่ยแล้วไง


ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และรูปปาก


ผมจำแม่น...โคตรๆ เลย



ทันทีตื่นมาและรู้ตัวว่าวันนี้ต้องไปโรงเรียนอีก ทุกอย่างก็ดูน่าเบื่อไปหมด เมื่อไหร่จะเรียนจบสักที แต่พอคิดว่าโตขึ้นต้องทำงานหาเงินงกๆ ก็คิดได้ว่าบางทีการไปโรงเรียนอาจจะเป็นอะไรที่สนุกที่สุดในชีวิต เหนื่อยที่สุดก็ตอนอ่านหนังสือสอบ เลวร้ายหน่อยก็แค่สารภาพรักแล้วโดนปฏิเสธ ไม่ก็โดนบูลลี่


ห้องเรียนตอนเช้าไม่ค่อยมีใคร ส่วนใหญ่จะนั่งกินข้าวเช้าเมาท์มอยอยู่โรงอาหาร บางคนก็ไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดหรือสวนรอบห้องสมุด ผู้ชายหลายคนไปเล่นบาสฯ ไม่ก็บอลกัน ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกมาสาย


ผมไม่ได้เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น ผมคือคนส่วนน้อยที่สุดที่จะนั่งอยู่ในห้องเรียนเงียบๆ ตอนเช้า เพราะมันสงบ ผมเลยชอบอ่านหนังสือทบทวนในเวลานี้ ในขณะที่แก๊งของผมอีกสามคนจะนั่งกินข้าวและเล่นเกมมือถือกันอยู่ที่โรงอาหาร


และดูเหมือนว่าใครๆ ก็รู้ว่าพัคจินยองโปรดปรานริลัคคุมะ ถึงได้มีคนเอาตุ๊กตาหมีขี้เกียจสูงสักไม้บรรทัดเศษมาวางไว้บนที่นั่งประจำของผมแบบนี้


ใช่ บนเก้าอี้ที่ผมนั่งเรียนอยู่ทุกวัน


เจ้าตัวที่นั่งอยู่เป็นหมีสีขาวใส่ผ้าคลุมสีฟ้า มีกระเป๋าสะพายข้างรูปหอยอยู่ด้านซ้ายโดยสายสะพายทำจากลูกปัดไข่มุก มันคือโคริลัคคุมะเวเคชั่นซึ่งเป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดประจำเดือนพฤษภาคมในปีนี้ สองมือผมยื่นไปหยิบตุ๊กตามากอดอัตโนมัติ มันนุ่มนิ่มเหมือนที่เคยสัมผัสมาหลายตัว ยกขึ้นมาดมก็ได้กลิ่นสินค้าใหม่ที่คุ้นชิน แต่...เหมือนจะมีกลิ่นแปลกปลอมบางอย่างติดมาด้วย


ไม่ได้รังเกียจเท่าไหร่ พอรับได้


ว่าแต่...เจ้าโคริตัวนี้มันคือของผมจริงๆ หรือเปล่านะ ถึงหลายคนจะรู้ว่าผมเป็นทาสหมี แต่สาวๆ หลายคนก็น่าจะชอบหมีตัวนี้อยู่เหมือนกัน


พอคิดจะหาอย่างอื่นเช่นกระดาษหรือข้อความที่คนให้อาจจะแถมมาด้วย ก็เห็นพอดีว่าตุ๊กตาตัวนี้เมื่อกี้นั่งทับกระดาษโปสการ์ดอยู่ ผมหยิบขึ้นมาอ่านโดยที่มือข้างซ้ายยังถือโคริ ลายมือภาษาเกาหลีเขียนเป็นระเบียบแต่เอียงนิดหน่อยด้วยปากกาสีดำ


เห็นเจ้าหมีตัวนี้ก็นึกถึงจินยองขึ้นมา มันเป็นรุ่นใหม่ พี่ก็เลยคิดว่าจินยองอาจจะยังไม่มีตัวนี้อยู่ที่บ้าน และถ้าจินยองรับมันกลับบ้านไป พี่จะดีใจมากๆ เลย


นี่เขาชอบผมจริงๆ เหรอ คนอย่างพี่มาร์คต้วนเนี่ยนะ 


ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้กัน...


อ่านข้อความในนั้นอีกรอบแล้วก็อดแค่นหัวเราะไม่ได้ ไม่ใช่ว่าดีใจที่ได้แฝดคุมะมาหรอกนะ แต่เสียดายตังค์คนให้มากกว่า เพราะไอ้ตัวที่ผมถืออยู่เนี่ย ผมมีร่างก๊อปปี้มันอยู่ที่บ้านแล้วหนึ่งตัวถ้วน เพิ่งไปจัดมาไม่นานมานี้เลย หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ ต่างกันแค่กลิ่น


จะซื้อทั้งทีก็ยังซื้อตัวซ้ำมา แถมยังขอให้เอากลับบ้านอีก ผมต้องรู้สึกยังไงกัน


ผมเดินไปเปิดล็อกเกอร์ตัวเองหลังห้อง มีช่องว่างหนึ่งช่องพอที่โคริจะอยู่อาศัยได้สักระยะหนึ่ง


อะ จัดตามคำขอ โรงเรียนก็ถือเป็นบ้านหลังที่สอง เขาควรจะรู้ไว้


ผมมองหน้าเจ้าหมีไร้อารมณ์ก่อนจะปิดล็อกเกอร์เบาๆ ถ้าเขารู้ว่ามันไม่ได้ถูกเอากลับบ้าน แถมยังถูกกักขังไว้ในนี้ เขาก็ควรจะรู้อีกว่า...


...เขาไม่ควรเข้าหาคนอย่างผมเลย


 

แต่ละสัปดาห์ คุณชอบวันไหนมากที่สุดเหรอครับ?


ผมชอบวันศุกร์


สำหรับนักเรียนวัยอย่างผม ดูไม่แปลกใช่มั้ยที่ผมชอบวันศุกร์ เพราะวันรุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ ไม่ต้องตื่นเช้าไปเรียน จะนอนดึกแค่ไหนก็ได้ จะไม่ทำการบ้านก็ไม่มีใครบ่น


แต่เหตุผลนั้นไม่ใช่สำหรับผม


วันศุกร์คือวันที่ผมจะได้ไปนั่งร้าน MN ได้อย่างสบายใจ วันที่ผมจะได้นั่งสังสรรค์กับเพื่อน ดื่มอะไรก็ได้ที่อยากดื่ม พูดอะไรก็ได้ที่อยากพูด กลับตอนไหนก็ได้ที่อยากกลับ และ...


...นั่งมองคนร้องเพลงนานแค่ไหนก็ได้เท่าที่อยากมอง


ร้าน MN คือร้านเหล้านั่งชิลล์ที่มักจะเต็มไปด้วยเด็กโรงเรียน J-IS คนชงเหล้าทำเมนูต่างๆ ของที่นี่ รวมไปถึงนักร้องนักดนตรีก็มีทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบันของเจอิส และแน่นอนว่าลูกค้าที่นี่ส่วนใหญ่ก็คือเด็กเจอิสทั้งนั้น เช่นผมไงล่ะ เพราะงั้นที่นี่คือถิ่นของพวกเรา เด็กโรงเรียนอื่นหากมากินเหล้าที่ MN ก็มักจะมีแฟนอยู่ที่นี่ หรือไม่ก็ตั้งใจจะมาหาเรื่องเด็กเจอิส มีแค่สองอย่างเท่านั้นแหละ


ผมรู้ ผมเซียน ผมมาบ่อย แทบจะเป็นลูกค้าชั้นวีไอพี แต่ก็ยังไม่ได้เป็นเพราะอายุไม่ถึง เขาให้นักเรียนมอปลายเข้าได้นี่ก็บุญโขแล้ว


“เอาไรดีจินยอง” ยูคยอม เพื่อนเปรตเชื้อชาติเดียวกันเอ่ยถามเมื่อพวกเราได้โต๊ะที่ดีที่สุดในค่ำคืนนี้


“ไรก็ได้ เลือกจนขี้เกียจจะเลือกละ”


“ลืมไปว่าอยู่ที่นี่มันแดกอะไรก็อร่อย”


ผมกลอกตาใส่เจ้าของคำพูด แบมแบมที่ตัวติดกับยูคยอมเดินไปสั่งเหล้ากับอาหารอื่นๆ ที่เคาน์เตอร์ เหลือเพียงผมกับยองแจหน้าตี๋ มือนึงยื่นไปหยิบป้ายเมนูแนะนำของทางร้านขึ้นมาอ่านดู


“เรื่องเรียนกับพี่แจบอมว่าไงมั่ง ไม่เห็นมีไรมาโม้เพิ่มเลย”


“ก็มันไม่มี”


“ไม่มีได้ไง” คนผมดำธรรมชาติถามอย่างไม่เชื่อใจ “ทำไมไม่มีอะ”


“ก็แทบไม่ได้เรียนกับเค้า พี่เค้าต้องไปช่วยงานที่บ้านบ่อยๆ”


“แล้วพี่มาร์คว่าไง”


“พี่มาร์คทำไม” ผมถามเสียงแข็งพร้อมกับวางป้ายนั่นไว้ที่ตำแหน่งเดิม ทำไมช่วงนี้พี่มาร์คถึงได้มีบทบาทในชีวิตประจำวันของผมจัง มันชักจะเยอะเกินไปแล้วนะ


“อ้าว ก็คืบหน้าบ้างมั้ย หรือว่ามึงยังไม่ค่อยสนิทกับพี่เค้าวะ”


“จะบ้าเหรอ ทำไมกูต้องคืบหน้ากับพี่เค้า มึงพูดไรเนี่ย” ผมปฏิเสธทันที คนนั่งอยู่ตรงข้ามทำหน้างงจนผมงงไปด้วย


“ก็หมายถึงสะพานไง”


“...”


“มึงไม่ได้คิดไรแปลกๆ ใช่ป่ะ แบบว่า...”


“เฮ้ย เปล่าๆๆ”


ยองแจเงียบไป นี่ผมไร้สติขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงกับลืมเรื่องที่เคยคุยกับเพื่อนไว้แถมยังคิดไปไกลถึงเรื่องอื่น


“...ก็ไม่ได้สนิทขนาดนั้น คงให้พี่เค้าเป็นสะพานไม่ได้แล้วแหละ”


“พูดถึงพี่มาร์คเหรอ” เพื่อนคนเปรตเอ่ยถามเพราะต้องการรู้ว่าหัวข้อสนทนาตอนนี้คืออะไร พลางวางป้ายเลขลงบนโต๊ะ คู่ซี้มันไม่รอช้า รีบพูดเสริมเติมแต่งราวกับว่านั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกันกับผมตั้งแต่แรก


“แหม คนที่จินยองพูดถึงได้มันก็มีอยู่ไม่กี่คนปะวะ”


“เออ จริง ฮิ้วววว”


“ฮิ้วพ่อมึง”


มาร้านเหล้าทีไรก็มีเรื่องคุยอยู่แค่นี้ทุกที


“แล้วทำไมถึงใช้เป็นสะพานไม่ได้วะ” ยองแจถาม สองแขนวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทีแสดงออกว่าอยากเสือกสุดๆ


“ก็...” ผมลากเสียง “กูลุยเองดีกว่า ไม่อยากให้พี่เค้าเข้ามาเกี่ยว”


สามคนที่เหลือมองหน้ากันงงๆ


“ว่าแต่พวกมึงเถอะ ช่วงนี้ตั้งใจเรียนรึไง ไม่เห็นพาสาวมาประชันกันเลย”


“เปล่า กูโดนเท”


“กูก็โดนเท”


“กู...เทเค้า”


“เอ๊าไอ้สัตว์ มึงไปเทเค้าทำไมวะ” แบมแบมอินเนอร์แรงมาก ลุกขึ้นยืนด่าคู่หูทันทีจนอีกฝ่ายหน้าจ๋อย


“ก็เจอคนที่ปิ๊งกว่าง่ะ”


“มึงเลยเทเค้าเนี่ยนะ”


เออ...ยูคยอมมันเปรตจริงๆ ไม่ใช่แค่ส่วนสูง


“ยังไงไหนเล่า”


พอยองแจเปิดช่องว่างให้ยูคยอมได้เปิดอก คนที่เทผู้หญิงก่อนจึงเล่าให้ฟังว่าเรื่องมันเป็นยังไงโดยมีเสียงคนร้องเพลงคลอไปด้วย


ริมฝีปากพี่แจบอมจ่อติดกับไมค์ ดวงตาหลับพริ้มอินไปกับเสียงดนตรี มือที่จับขาไมค์หลวมๆ กับท่าทางการนั่งที่เป็นธรรมชาติทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจ


 

그냥 말을 하는게 유혹하는것 *

(ถ้าเผลอพูดออกไป คงไม่ดีแน่)

I can’t do it 정지 Yeah

(ผมทำไม่ได้หรอก แต่ผมควบคุมตัวเองได้)

잠깐 마주친건데 이리 떨리는건데

(แค่สบตากันครู่เดียว ทำไมถึงได้สั่นขนาดนี้)

빠져버렸어 멈출 없어

(หลงเธอเข้าแล้ว หยุดไม่ได้แล้วสิ)

 


ระหว่างนั้นทั้งเครื่องดื่มและของเคียงก็ทยอยเข้ามาเสิร์ฟ ไก่ทอดกับเบียร์ (เพราะบัตรวีไอพีของยองแจ) แอบน่าเบื่อไปนิด แต่ไม่เป็นไร ผมกินได้


ผมเท้าคางมองคนที่นั่งร้องเพลงอยู่บนเวทีเล็กๆ ถึงแม้เขาจะถูกขนาบข้างไปด้วยคนดีดกีต้าร์และคนกดคีย์บอร์ด ถึงแม้แสงสลัวจะไม่ได้ส่องไปทางเวทีโดยตรง แต่ก็ยังโดดเด่นที่สุดอยู่ดี


ทั้งผิวขาวสดใส ใบหน้าและผมที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นคนเอเชีย และเนื้อเสียงที่เป็นเอกลักษณ์


อืม...หลงเขาเข้าแล้ว หยุดไม่ได้เลย


ต้องทำยังไง...


ครืดดดดด


เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นจากขวามือของผมทำให้เราทั้งสี่คนหันไปมองอัตโนมัติ ผู้ชายผมสีลาเต้ในชุดนักเรียนไร้เสื้อคลุมกำลังหย่อนก้นลงบนที่นั่งโต๊ะเดียวกับเรา...


“ขอนั่งด้วยคนสิ :)


...ก่อนจะขออนุญาตเสียอีก แถมนั่งหัวโต๊ะถัดจากผมเลยด้วย


พรึ่บ!


“สวัสดีครับพี่มาร์ค!


เพื่อนสามคนของผมลุกพรวดจากเก้าอี้พร้อมโค้งตัวจนหัวแทบติดโต๊ะ พี่มาร์คเด้งตัวขึ้นมาด้วยความเร็วพอๆ กัน ส่วนผมได้แต่นั่งนิ่ง ตามเหตุการณ์ปัจจุบันไม่ทัน


“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ห่างกันปีเดียวเอง”


“แต่นี่พี่มาร์คเลยนะครับ พี่-มาร์ค-ห้อง-เอ!” แบมแบมอวยเกินหน้าเกินตา ทุกคนค่อยๆ นั่งลงโดยยังมีสายตาชื่นชมส่งมาถึงตัวผู้มาใหม่เป็นระยะๆ


“กูก็ห้องเอ ทำไมไม่ดีใจแบบนี้บ้าง” ผมแหว


“สันดานมึงก็พอๆ กับกูแหละ จะดีใจให้ได้ไร”


เอ้า โดนด่าเฉย แม่งรู้ได้ไงว่าพี่มาร์คดีเลิศประเสริฐศรีวะ


“เอาน่าๆ พี่ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้น แค่เรียนเก่งจนฉลาด พ่อแม่ทำงานจนบ้านรวย แล้วก็บังเอิญเกิดมาหล่อ แค่นี้เอง”


บนโต๊ะเงียบกริบ กาบินผ่านไปสามตัว ยองแจหัวเราะแห้ง


“พี่หยอกเล่นน่า”


คนแก่กว่าปีเดียวยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ก็นะ พี่มาร์คก็พูดจริงๆ นั่นแหละ เขาช่างโชคดี แต้มบุญชาติที่แล้วเยอะ ชาตินี้ถึงได้เกิดมาเพอร์เฟคเบอร์นี้ ทั้งหน้าตาหล่อ นิสัยรวย แถมฉลาดเป็นกรด ใครๆ ก็หมายปองเขาทั้งนั้น


ยกเว้นผม


“ว่าแต่พี่มาที่นี่ด้วยเหรอครับ พวกผมไม่ค่อยเห็นเลย” ยูคยอมเป็นคนเปิดประเด็น พี่มาร์ควางโทรศัพท์ตัวเองไว้บนโต๊ะเหมือนที่ผมเคยเห็นทุกครั้ง


“ไม่เคยอะ นี่ครั้งแรก”


“หา?”


“ถึงจะไม่เคยเห็นพี่ที่นี่ แต่ก็ไม่คิดว่าครั้งแรกนะครับเนี่ย” ยองแจว่าพลางยกเบียร์ขึ้นดื่ม


“พี่มาร์คเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวผมไปสั่งให้”


อารักขากันดีจริงๆ ราวกับสนิทกันมาตั้งแต่ปางก่อน ผู้ชายคนนี้มีอะไรเจ๋งนักหนานะ


“ไม่เป็นไร มานั่งดูเพื่อนร้องเพลงแป๊บเดียวน่ะ” สายตาเขามองไปที่รุ่นพี่แจบอม “มันชวนหลายทีแล้ว วันนี้เพิ่งรู้สึกอยากมา”


“ทำไมต้องเป็นวันนี้ครับ”


นี่เป็นประโยคแรกที่ผมขยับปากพูดเมื่อเขานั่งอยู่ตรงนี้ พี่มาร์คเลื่อนสายตาจากบนเวทีมายังผมที่นั่งอยู่ข้างๆ


“เพราะจินยองก็มาวันนี้ไง :)


ผมเบือนหน้าหนีไปมองเนื้อไก่จืดชืดตรงหน้า สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาด และผมก็รู้ว่าไอ้เพื่อนสามเกลอของผมมันต้องรู้สึกด้วยเช่นกัน


“แล้วทำไมไม่อยู่นานๆ ล่ะครับ กว่าร้านจะปิดก็ตั้งดึก” แบมแบมถามอีกครั้งหลังจากเสนอตัวจะหาของกินให้ผู้มาใหม่


“พี่นัดเล่นเกมกับเพื่อนไว้น่ะ เดี๋ยวก็คงต้องไปแล้ว”


เป็นอย่างที่พี่แจบอมว่าจริงๆ ว่าเพื่อนคู่หูของเขาน่ะติดเกมมาก


“หืม พี่มาร์คเล่นเกมด้วยเหรอเนี่ย” ยูคยอมทำหน้าสงสัย “เอาเวลาที่ไหนไปเล่นอะครับ?”


“ทุกเวลาที่ว่างเลย”


“แต่พี่อยู่ห้องเอนะ เป็นไปได้ด้วยเหรอ”


“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้กัน”


“ว่าแต่พี่มาร์คเล่นเกมอะไรอะ พับจี? จีทีเอ? โอเวอร์วอช?”


"อย่างพี่มาร์คอาจจะเกมเนื้อเรื่องป่ะ พี่ดูฉลาด"


“ฮ่าๆ ก็เล่นได้หมดแหละ แต่ช่วงนี้ติดพับจีหน่อย โดดยาวๆ เลย”


“ขอชื่อสตีมได้มั้ยครับ”


นั่นไง...กะแล้วว่าถ้าพวกนี้รู้ว่าพี่มาร์คติดเกมเข้าขั้นหนักแล้วต้องเป็นแบบนี้ เพราะไอ้เพื่อนห้องซีของผมมันก็ใช่ย่อย อือฮึ มันอยู่ห้องซีกันหมด เพราะเอาแต่เล่นเกมแบบนี้แหละ


จริงๆ ความสัมพันธ์ของกลุ่มผมกับกลุ่มพี่แจบอมก็เป็นอะไรที่เหมือนใยแมงมุม ผมรู้จักพี่แจบอม พี่แจบอมรู้จักเพื่อนผม พอทักกันบ่อยเข้าก็เจอพี่มาร์คบ้าง และพี่มาร์คก็คงรู้จักพวกเราคร่าวๆ จากพี่แจบอม อย่างน้อยถ้าไม่รู้ชื่อก็คงคุ้นตากันบ้าง


แล้วดูพวกเขาตอนนี้สิ สายเลือดเดียวกันสุด ถึงขั้นแลกไอดีเล่นเกม แม่งเจอพวกเดียวกันแล้วผมนี่แห้งเลยวุ้ย


“จินยองไม่เล่นเกมใช่มั้ย”


“อย่างจินยองไม่มีทางเล่นเลยครับ” ผมกำลังจะอ้าปากตอบแต่โดนแบมแบมตัดหน้าซะก่อน แต่ก็นั่นแหละ คำตอบคือๆ กัน “วันๆ เอาแต่อ่านหนังสือ กับเล่นตุ๊กตา”


“แค่สะสมเฉยๆ เว่ย” ผมปฏิเสธ คนอื่นหัวเราะคิกคักกันรวมถึงพี่มาร์คด้วย


“ถ้าอย่างนั้น...จินยอง”


“ครับ?”


“เก็บตุ๊กตาพี่กลับบ้านได้แล้วนะ รู้มั้ยในนั้นมันแคบ อึดอัด ไม่มีความสุขเลย”


ราวกับนาฬิกาหยุดเดิน ผมสบนัยน์ตาสีน้ำตาลธรรมชาติของเจ้าของคำพูดจนเหมือนเห็นเงาตัวเองสะท้อนออกมาแม้แสงไม่ได้สว่างพอ ลมหายใจถูกสูดเข้าไปช้ามากจนแทบลืม


“...ตุ๊กตาพี่ก็อยากได้ความรักเหมือนกัน สักนิดหน่อยก็ยังดี”


น้ำเสียงจริงใจของคนอายุมากกว่ากลบเสียงที่อยากจะฟังในคืนนี้จนไม่ได้ยิน ผมมองเรียวปากสีชมพูเข้มอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเขาถึงพูดออกมาแบบนั้น


“ไปแล้วนะ อย่ากลับดึกมาก แล้วก็กลับบ้านดีๆ นะครับทุกคน :)” 


พี่มาร์คคว้าโทรศัพท์บนโต๊ะ ยกมือขึ้นโบกสั้นๆ พร้อมกับยิ้มอย่างเป็นกันเองและเดินออกไป สายตาผมยังค้างอยู่ที่เก้าอี้ที่เพิ่งว่าง และรับรู้ได้ว่าคนรอบข้างเริ่มกระวนกระวายใจแทน


“จินยอง” ผมหันไปหาเสียงเรียก ยูคยอมทำหน้าเหมือนลังเลว่าจะพูดหรือไม่พูดดี “ไอ้ตัวขาวนั่นพี่มาร์คเป็นคนให้มาอ่อวะ”


“...”


“แล้วพี่มาร์คยังไม่รู้เหรอว่ามึงชอบพี่แจบอม”


ใบหน้าของผมยกขึ้นลงช้าๆ พลางกลืนน้ำลายลงคอ


“เพราะงี้มึงเลยบอกว่าใช้เป็นสะพานไม่ได้...ใช่ป่ะ” แบมแบมถามเสียงเบาราวกลับกลัวคนที่เป็นหัวข้อสนทนาได้ยิน ผมทำได้แค่พยักหน้า พูดอะไรไม่ถูก


ทำไมเขาต้องพูดเรื่องให้เพื่อนผมรู้ด้วย กับเจ้าโคริแล้ว...ผมบอกเพื่อนมันแค่ว่ามีคนส่งมาจีบ ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร เพราะงั้นสิ่งที่พี่มาร์คพูดออกมาเป็นคำสารภาพชั้นดี


“เชี่ย...น้องแอบชอบพี่รหัส จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนพี่รหัสแต่เพื่อนพี่รหัสดันมาชอบตัวเองแทน ให้ตาย”


ใช่ เชี่ยจริงๆ


ผมไม่รู้จะเอายังไงต่อแล้ว ต่อให้หลังจากนี้จะได้สนิทชิดเชื้อกับพี่แจบอมมากขึ้น แต่อีกฝ่ายที่เรารู้ว่าเขาชอบเราล่ะ...เขาจะรู้สึกยังไง ผมลุยจีบพี่แจบอมต่อไปอย่างไม่แคร์อะไรได้งั้นเหรอ


ผมนึกว่าถ้าเขารู้ว่าผมเอาโคริไว้ในล็อกเกอร์เขาจะถอย


...แต่เขากลับเดินเข้ามาอีก


รู้งี้บอกพี่มาร์คตั้งแต่วันแรกที่เรียนด้วยกันก็คงดี อย่างน้อยถ้าเขาชอบผมจริงๆ ตั้งแต่ตอนนั้น คนที่เป็นฝ่ายรู้สึกทรมานใจจะได้เป็นเขา


ไม่ใช่ผม



* Holic - Defsoul


---


ทุกคนได้กลิ่นดราม่ามั้ยคะ 555555555

แต่ไม่ต้องห่วงนะ ไม่หนักหรอกค่ะ จริงๆ ... คิดว่านะ 555555

พี่มาร์คจะพิชิตใจน้องได้มั้ย ส่วนจินยองจะแพ้ทางคนพี่เมื่อไหร่ มารอดูกัล

ส่งแรงใจกันได้ที่ #ริลัคคุมาร์ค คิ__________คิ

 (แล้วก็เอาใจช่วยไรท์เตอร์ด้วย จะเปงสะล้อดแน้ว ถถถถถถถถถ อย่าโกดกัน 555555)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45 ความคิดเห็น

  1. #42 Gryffindor&Slytherin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 17:46

    อ๊ากกกกกกว่าแล้วเชี่ย จะมีอะไรเซอร์ไพร์อีกไหมเนี่ย
    #42
    0
  2. #39 theskyandsea (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:22
    พอมาร์ครู้ตัวว่าชอบจินยองก็เดินหน้าจีบ แต่คนอ่านรู้ว่าจินยองชอบแจบอมก็คือเส้าาา เป็นกำลังใจให้พี่มาร์คนะคะ ติวให้น้องต่อไปเรื่อยๆเลย
    #39
    1
    • #39-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      2 เมษายน 2562 / 23:39
      ทีมมาร์คไปด้วยกันนะคะ 555555
      #39-1
  3. #31 AnnaMTJYP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:16
    ดีใจมากเลยที่พี่มาร์คออกตัวแรงจีบน้อง
    แต่ก็ต้องเงิบเพราะน้องชอบพี่แจบอม
    แงงงง พี่มาร์คสู้ๆ
    #31
    1
    • #31-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      23 มีนาคม 2562 / 01:49
      แต่พี่มาร์คสู้ไม่ถอยนะ อิอิ 55555555
      #31-1
  4. #27 Rhadamanthus (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 13:09
    จินยองแอบใจร้ายไม่เบาเลยนะเนี่ย สงสัยต้องหากระดาษทิชชูไว้รอซับน้ำตาพี่มาร์คแล้ว5566
    #27
    1
    • #27-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      4 มีนาคม 2562 / 23:01
      ไว้ท้ายๆ เรื่องค่อยเตรียมก็ยังไม่สายค่ะ ... เอ๊ะ เผลอสปอยล์ซะแล้วสิ 5555555
      #27-1
  5. #18 mj422 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:44
    รักสามเศร้าจริงๆ มาร์คหยอดเยอะๆ น้องจินยองต้องใจอ่อน เราเชื่อแบบนั้น ทีมมาร์คจ้า ชูป้ายไฟ
    #18
    1
    • #18-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      1 มีนาคม 2562 / 23:06
      ทีมมาร์คเต็มนิยายเยอะขนาดนี้ พี่เค้ารุกจีบต่อไม่ถอยแน่นอน 55555
      #18-1
  6. #16 stmtn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:26
    เป็นความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงจริงๆแต่ก็เชียร์พี่มาร์คนะเป็นคนชัดเจนดี(หล่อด้วย) สู้ๆนะพี่เดี๋ยวน้องก็ใจอ่อน
    #16
    1
    • #16-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      1 มีนาคม 2562 / 23:04
      มารอดูกันว่าจะใจอ่อนจริงมั้ย อิอิ 555555
      #16-1
  7. #15 pangpgyy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:47
    เชียร์พี่มาร์คสุดใจ
    #15
    1
    • #15-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      1 มีนาคม 2562 / 23:03
      เชียร์ต่อไปอย่าย้ายทีมนะ!
      #15-1
  8. #14 ponny-jinyoung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 08:54
    ทำไมน้องร้ายยยย เชียร์คุมาร์คนะคะสู้ๆ!!
    #14
    1
    • #14-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      22 มกราคม 2562 / 20:49
      ทีมคุมาร์คเช่นกันค่ะ 555555 น้องจะต้องแพ้ทางคนพี่เข้าสักวันนน
      #14-1
  9. #13 bg_96 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 07:42
    รู้สึกจุกเลย จินยอง ประโยคสุดท้ายใจร้ายมากเลย ฮือออ
    #13
    1
    • #13-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      22 มกราคม 2562 / 20:48
      มาลุ้นกับพี่ม้าคกันว่าจะเปลี่ยนใจคนน้องยังไงงง 555555
      #13-1
  10. #12 ssomo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 22:41

    สู้ๆพี่มาร์คค น้องเชียร์ๆ คุมาร์คต้องได้ไปอยู่กับน้องจินนน

    #12
    1
    • #12-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      22 มกราคม 2562 / 20:47
      *ชูป้ายไฟ* 5555555
      #12-1
  11. #10 Cleo181247 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 20:03

    พี่มาร์ค!!!!

    รุกแรงมาก!!!!

    น้องจำคำพูดขึ้นใจเลย😂 มาต่อทีเหลือเร็วๆนะ
    #10
    2
    • #10-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      13 มกราคม 2562 / 21:53
      มีแรงกว่านี้!!! 555555555555 จะรีบมาลงนะคะ ><
      #10-1
  12. #9 ssomo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 07:50

    ตั้ยล้าวววว พี่มาร์คเอ้ยยยยยย น้องโดนรุกแบบไม่ทันตั้งตัวเลย เอ็นดู คำนี้จะวนเวียนไปเรื่อยๆ ขอให้น้องชิบพี่กลับนะ น่ารักมากก เอ็นดูรอยตีนกา

    #9
    1
    • #9-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      13 มกราคม 2562 / 21:52
      ไม่ทันตั้งตัวจริงๆ เหวอมาก555555555 อย่าแซวตีนกาน้องงงงง 555555
      #9-1
  13. #8 PnChyA (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 06:44

    พี่มาร์คตอนจีบน้องคือแพรวพราวมาก รุกน้องแรงมากด้วยเดี๋ยวน้องรุกคืนคนพี่จะทรุดเอานะ 5555

    #8
    1
    • #8-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      13 มกราคม 2562 / 21:51
      มีแพรวพราวกว่านี้อีกน้าาา ฮี่ๆๆ 5555555
      #8-1
  14. #7 Namkim1996 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:06
    พี่มาร์ครุกไวจนน้องตั้งตัวไม่ทันเลยยย 5555 เอ็นดูน้อง ยิ้ม รอยตีนกา
    #7
    1
    • #7-1 тarozunɢ(จากตอนที่ 2)
      13 มกราคม 2562 / 01:37
      เค้าเรียกยิ้มหนวดแม๊วววว 5555555555
      #7-1