หัวใจมาร

ตอนที่ 8 : บทที่ 4.3 - โรคเกลียดผู้หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61














เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ





 บทที่ 4

โรคเกลียดผู้หญิง




        “พี่ปุ๊กกี้จะกลับแล้วจริงๆ เหรอคะ อยู่ต่ออีกสักหน่อยเถอะนะ” มารีญายังไม่อยากให้พี่สาวคนสนิทรีบกลับ เพิ่งจะได้คุยกันเอง

        “งานพี่สุมหัวค่ะคุณน้อง ช่วงนี้ใกล้จะเปิดร้านแล้วด้วย ต้องลงไปดูแลเองสักหน่อย” ปุ๊กกี้เปิดธุรกิจร้านเสริมสวยตามความฝัน

        “ไม่เอาสิ ทำหน้าเป็นหมาหงอยไปได้ เดี๋ยวพอว่างพี่จะรีบมาเยี่ยมเลย โอเคไหม?” ปุ๊กกี้ลูบแก้มนวลของหญิงสาว มารีญาเริ่มยิ้มออก

        “กลับถึงกรุงเทพฯ แล้วโทร. บอกญาด้วยนะคะ แล้วก็ฝากไปดูยายกับมาตังด้วยนะพี่” ประโยคสุดท้ายน้ำเสียงมีความเกรงใจ

        “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พี่เป็นคนพาเรามาทำงานนี้ พี่ต้องรับผิดชอบครอบครัวเราอยู่แล้ว”

        “ในชีวิตของญาถ้านอกจากยายกับน้องก็มีพี่นี่แหละค่ะที่ดีแสนดี” มารีญาปลาบปลื้ม ความมีน้ำใจของอีกฝ่ายมอบให้แก่เธอเสมอมา

        “ก็พี่มันลูกคนเดียวนี่ยะ มีหล่อนก็เหมือนมีน้องสาว ถึงแม้ว่าพี่จะสวยกว่าก็เถอะ” ปุ๊กกี้พูดติดตลก ร่างบางขบขัน

        “ไปแล้วๆ มัวแต่ร่ำลากับหล่อนจนเลยเวลามามากโขแล้วเนี่ย” คนพูดโบกไม้โบกมือ

        “มากอดทีหนึ่งสิ” หญิงสาวอ้อนเป็นเด็กๆ โผเข้ากอดร่างสูงใหญ่แต่ใจเป็นหญิง

        “นี่ญา” ปุ๊กกี้กระซิบ สายตาสอดส่องมองไปรอบๆ ตัว “ถ้าถูกอีตาโรคจิตนั่นรังแก รีบโทร. บอกพี่เลยนะ พี่จะมารับตัวเรากลับทันที!

        “ค่า” มารีญายิ้มกว้าง กอดรัดร่างของปุ๊กกี้แน่นขึ้นกว่าเดิม “เดินทางปลอดภัยนะคะ” หญิงสาวคลายอ้อมกอดในที่สุด

        “เจอกันน้องรัก” ปุ๊กกี้แตะแก้มใสของอีกฝ่าย รีบเดินไปขึ้นรถ แต่ไม่แคล้วหันมาส่งยิ้มให้กับสาวเจ้า มารีญาโบกมือลาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

        ทว่าหัวใจกลับรู้สึกโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก วันนี้แล้วสินะที่ต้องเริ่มทำงาน การดูแลคนป่วยไม่ใช่เรื่องน่ากังวลสำหรับเธอ มารีญาผ่านมาทุกรูปแบบแล้ว อะไรที่ว่าแย่หล่อนก็สามารถทำให้งานผ่านพ้นไปด้วยดีเสมอ ทว่ากับผู้ชายคนนั้น เพียงแค่สบตาก็ทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก เหมือนเขาพร้อมจะทำลายทุกสิ่งให้สิ้นซาก

        “คุณพยาบาลคะ”

        “คะ” มารีญาหลุดจากความคิดแล้วหันมองหญิงสาวรูปร่างกลมท้วม “มีอะไรหรือเปล่าคะ?

        “คุณนายให้เชิญไปพบค่ะ”

        “อ๋อ ค่ะๆ”

        มารีญาเดินตามสาวใช้เข้าไปยังตัวบ้านเรือนไทย บรรยกาศที่ไร้พี่สาวอารมณ์ดีอย่างปุ๊กกี้เงียบสงัดทันตาเห็น ทุกคนที่นี่ดูจะเคร่งเครียดกับทุกอย่าง

        “นั่งลงก่อนสิ” คุณสุนีย์เชื้อเชิญ

        “ค่ะ” มารีญาทิ้วตัวนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามกับเจ้าบ้าน แววตาเป็นกังวลชัดเจน

        “กลัวหรือเปล่า?

        “คะ” หญิงสาวมองหน้าสงบนิ่งของอีกฝ่าย “หมายความว่ายังไงคะ?

        “ก็เมื่อวานรู้ฤทธิ์ลูกชายของฉันแล้ว ไง เธอกลัวหรือเปล่า” คุณสุนีย์ยกแก้วชาขึ้นดื่ม

        “เอ่อคือ” หญิงสาวอ้ำอึ้ง

        “ตอบมาตามตรงเถอะ ฉันไม่ว่าอะไรหรอก” หญิงวัยกลางคนพอจะเดาอาการของร่างบางได้

        “นิดหน่อยค่ะ” ในที่สุดมารีญาก็ยอมจำนน

        มาถึงก็ถูกเขวี้ยงแจกันใส่เป็นการต้อนรับ ใครบ้างจะไม่กลัว

        “เขาเป็นแบบนั้นแหละ แต่ไม่ต้องห่วงนะ เขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร” คุณสุนีย์พยายามชี้แจง หากคนฟังไม่คิดเช่นนั้น

        “เอ่อ ขอโทษนะคะคุณนะ คุณนาย” สิ้นเสียงหวานก็บังเกิดเสียงหัวเราะทันที คิ้วสวยขมวดมุ่น “ขำอะไรหรือคะ” หล่อนถามหน้าซื่อ

        “เรียกฉันว่าคุณนายเหรอ” คุณสุนีย์ถามกลับ สาวเจ้าพยักหน้า

        “เห็นคนที่นี่เขาเรียกกัน”

        “คำๆ นั้นไว้สำหรับคนงานเรียก แต่เธอเรียกฉันว่าคุณนีย์ก็พอ” คุณสุนีย์ยิ้มเอ็นดู หล่อนหาจริตมารยาในตัวผู้หญิงคนนี้ไม่มีเลยจริงๆ

        “อ้อ ค่ะ คุณนีย์” มารีญาพยักหน้าพลางยิ้ม เรียกแบบนี้ก็ดีหน่อย คุณนายมันดูไม่คุ้นปากนักสำหรับเธอ

        “ว่ามาสิ เมื่อกี้จะพูดอะไรนะ”

        “คือ ต้องบอกก่อนนะคะว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี คือว่า เอ่อ คือจริงๆ แล้ว คือ

        ให้ตายสิ! จะพูดยังไงไม่ให้มันน่าเกลียดนะ

        “พูดมาเถอะ ไม่ต้องกลัว” คุณสุนีย์อยากรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

        “เมื่อวานจากที่พบลูกชายของคุณ ดิฉันคิดว่านอกเหนือจากสภาพร่างกายที่ต้องรักษาแล้ว สภาวะทางอารมณ์ของเขาก็ควรได้รับการเยียวยาเช่นกันนะคะ” เสียงหวานร่ายยาว

        “นี่เธอกำลังจะบอกว่าลูกชายฉันเป็นบ้าเหรอ” คนพูดแสร้งถามไปงั้น หล่อนคิดว่าเธอเข้าใจหญิงสาวตรงหน้าดี

        “ไม่ใช่นะคะ ไม่ใช่!” มารีญารีบโบกมือพัลวัน ก่อนจะเอ่ยต่อ

“ดิฉันเพียงแต่คิดว่า เราจะประสบความสำเร็จหากทำการรักษาจิตใจของผู้ป่วยควบคู่ไปด้วย” น้ำเสียงอ่อนลง

        “ไม่ต้องห่วง คริสไม่ใช่คนน่ากลัวอย่างที่เธอคิด เขาแค่ปิดกั้นทุกความรู้สึกจากโลกภายนอกเท่านั้น ถ้าเธออดทนดูแลเขาได้ ฉันเชื่อว่าเธอจะเห็นมุมดีๆ ของเขา” คุณสุนีย์มั่นใจยามเอ่ยเช่นนั้น

        ปิดกั้นความรู้สึกจากโลกภายนอกนี่มันไม่น่ากลัวตรงไหนฟะ แต่ช่างเถอะ! เขาจ้างให้มาดูแลก็ดูแลไป นอกเหนือจากนั้นก็ถือว่าเธอให้คำแนะนำไปแล้ว รับฟังหรือไม่ก็อีกเรื่อง ไม่เกี่ยวกับลูกจ้างอย่างเธอ

        “นี่ใกล้ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว เธอเริ่มงานเลยแล้วกันนะ”

        “ระ เริ่มเที่ยงนี้เลยหรือคะ?!” มารีญาตกใจ

        “ทำไมล่ะ หรือว่าเธอไม่สะดวก” คุณสุนีย์ขมวดคิ้วถาม อีกฝ่ายรีบส่ายหน้าปฎิเสธ

        “เปล่าค่ะ ดิฉันสะดวก”

        “ถ้าอย่างนั้นพอถึงเที่ยงปุ๊บ เธอก็นำอาหารไปให้เขาที่ห้อง และถ้าจะให้ดีช่วยทำให้เขาทานด้วย” ประโยคหลังฟังดูคล้ายจะออกคำสั่งมากกว่า

        “แล้วถ้าเขาไม่ยอมทานล่ะคะ?

        “นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอ ที่จะต้องทำยังไงก็ได้ให้เขายอมทาน”

แววตาของผู้พูดเริ่มจริงจัง มารีญากลืนน้ำลายลงคอ

        ภารกิจอันยิ่งใหญ่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ!




ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า

กดเข้ามาที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ จะเจอนิยายทุกเรื่องของเพื่อนแพง

ช่วงนี้แต่ละเรื่องกำลังโปรฯ ลดราคาค่า

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87








ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน

Friend_Ship & เพื่อนแพง

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น