หัวใจมาร

ตอนที่ 5 : บทที่ 3.2 - ผู้ป่วยอารมณ์ร้อน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ธ.ค. 61























เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ





บทที่ 3

ผู้ป่วยอารมณ์ร้อน!





          เช้านี้ใบหน้าหวานไม่สดใสเหมือนดั่งก่อน ร่างบางหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกจากบ้านหลังน้อยที่ให้ความอบอุ่นเสมอมา ดวงตากลมโตมองใบหน้าของน้องสาวและผู้เป็นยายนิ่ง น้ำตาเจ้ากรรมพลันไหลอาบแก้มแม้จะพยายามสะกดกลั้นก็ตาม มาตังแม้จะใจหายแต่ก็ต้องฝืนยิ้มเพื่อเป็นหลักประกันให้มารีญามั่นใจว่าเธอจะสามารถดูแลทุกอย่างได้

        “พี่ญาจะร้องไห้ทำไมเนี่ย ไปทำงานนะไม่ได้ไปรบเสียหน่อย” เด็กสาวแกล้งว่า

        “ทำเป็นพูดดี รู้นะว่าอยากร้องแต่ที่ไม่ร้องคงเพราะไม่ต้องการให้พี่ห่วงใช่ไหม” พี่สาวคนสวยรู้ทัน มาตังเบ้ปากทำตาทะเล้นใส่

        “ยายต้องดูแลตัวดีๆ นะจ้ะ ทานยาตามที่หมอสั่ง มือถือที่หนูซื้อให้ต้องเอาไว้ใกล้ตัวตลอดนะยาย เวลาที่หนูโทร. มา เราจะได้คุยกันให้หายคิดถึงไง” เสียงหวานสั่งเป็นชุด หญิงชรายิ้มบางเบา

        “ไม่ต้องห่วง ยายจะดูแลตัวเอง”

        “เอาน่าคุณน้อง เดี๋ยวพอเสาร์อาทิตย์เป็นวันหยุดก็มาอยู่บ้านได้ ไม่ได้ไปแล้วไปลับเสียหน่อย” ปุ๊กกี้ว่า วันนี้สาวสองมาทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถให้กับร่างบาง

        “และช่วงนี้พี่เองก็กลับมาอยู่กรุงเทพฯ ถาวรแล้วด้วย เดี๋ยวพี่ช่วยดูแลให้อีกแรง”

        “พี่ปุ๊กกี้จะแวะมาดูแลยายกับน้องให้ญาใช่ไหมคะ?” หญิงสาวดีใจ อย่างน้อยๆ ปุกกี้เองก็เป็นคนที่ไว้ใจคนหนึ่ง

        “อืม” คนเสนอตัวยิ้ม อย่างที่เคยบอก มารีญาเป็นเด็กดีและมีชีวิตที่น่าสงสาร อะไรที่ช่วยได้หล่อนก็อยากช่วย

        “ได้ยินไหม ยายน่ะมีคนดูแลเยอะแยะไปหมด เราน่ะตั้งใจทำงานให้ดีไม่ต้องพะวงถึงทางนี้ เดี๋ยวพอวันหยุดก็กลับมาเยี่ยมยายกับน้อง” หญิงชราอยากให้หลานสาวสิ้นกังวล

        “จ้ะยาย หนูไปก่อนนะจ้ะ ยายดูแลตัวเองดีๆ นะ” ไม่วายสั่งอีกครา ก่อนจะหันไปทำตาดุใส่เด็กสาววัยแสบซน

        “เราเองก็ด้วยมาตัง ดูแลยายแล้วก็ตั้งใจเรียนให้ดี ไม่ใช่ว่าไม่มีพี่แล้วจะเถลไถลได้นะ ถ้ามีเกรดเน่าเกรดหนอนโผล่มาแม้แต่วิชาเดียวล่ะก็ พี่หักค่าขนมแน่!” ชี้นิ้วขู่ไปงั้น เธอรู้อยู่แล้วว่ามาตังไม่ใช่เด็กเกเร

        แต่สมัยนี้กันไว้ย่อมดีกว่าแก้ อะไรเตือนได้ก็ต้องหมั่นบอกหมั่นสอนบ่อยๆ จะได้ไม่มีอะไรผิดพลาดทีหลัง

        “ไปได้แล้วลูก เดี๋ยวสายนะ”

        “ยายจ๋า” มารีญาสวมกอดร่างท้วมแสนรัก “หนูรักยายนะ”

        “ยายก็รักหลาน รักมากที่สุด” หญิงชราน้ำตาคลอ อยู่ด้วยกันมานานน้อยครั้งที่จะแยกจากกัน

        “พี่ไปก่อนนะมาตัง” เธอหันไปสวมกอดน้องรักต่อ

        “เดินทางปลอดภัยนะคะพี่ญา หนูรักพี่นะคะ” น้องสาวเอ่ยกระซิบ มารีญาหอมแก้มเด็กจอมทะเล้นหนึ่งที

        ร่างอรชรหิ้วกระเป๋าเดินไปขึ้นรถของปุกกี้ที่จอดอยู่หน้ารั้วนอกบ้าน ไม่วายที่จะส่งสายตาหันมองสองผู้เป็นดั่งยอดดวงใจอีกครั้ง มาตังและยายต่างโบกมือให้ด้วยรอยยิ้ม มารีญายิ้มตอบ นัยน์ตาหวานเคล้าน้ำตาแต่พยายามไม่ให้มันไหลริน

        “พร้อมไหมคะคุณน้อง?” ปุ๊กกี้เอ่ยถาม เธอเข้าใจนะว่ามารีญารู้สึกเช่นไร ต้องไปอยู่ต่างที่เป็นใครก็คงอดห่วงครอบครัวไม่ได้

        “พร้อมค่ะ!

        เธอเลือกแล้ว นี่เป็นหนทางที่จะนำพาความสุขมาสู่ครอบครัวของเธอ

        ยานพาหนะขับเคลื่อนจากไปท่ามกลางสายตาห่วงใยของหญิงชรา อยู่ต่อหน้าเธอต้องแสดงว่าเข้มแข็งเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายห่วงใย บัดนี้หลานสาวคนโตผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวไปแล้ว เหลือเพียงความคิดถึงที่เกาะกินทันทียามไม่ได้พบหน้า มาตังลอบมองความเศร้ของร่างท้วม เด็กสาวสวมกอดผู้เป็นยายอย่างออดอ้อน

        “ยายไม่ต้องห่วงพี่ญาหรอกนะจ้ะ เดี๋ยวพอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ พี่เขาก็จะกลับมาหาเรา” เสียงหวานใสกล่าว

        “หนูจะดูแลยายเอง อย่ากังวลไปเลยน้า” คนจอมทะเล้นเงยหน้าสบตาผู้อาวุโส หล่อนได้รอยยิ้มเอ็นดูเป็นการตอบแทน

        “จ้า หลานรัก”

 

        จากกรุงเทพฯ มาถึงเพชรบูรณ์ใช้เวลานานพอสมควร ร่างบางไม่รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความรู้สึกเดียวที่กระตุ้นจิตใจคือตื่นเต้นจนไม่เป็นตัวของตัวเอง หญิงสาวมองไปรอบๆ บริเวณสวนผลไม้แสนใหญ่โตและกว้างขวาง เรียวปากอิ่มคลี่รอยยิ้มยามเห็นทัศนยภาพอันเต็มไปด้วยธรรมชาติเขียวขจี อากาศที่นี่คงจะสดชื่นน่าดู จากชีวิตคนเมืองที่ทุกๆ วันต้องแข่งกับเวลามาอยู่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ร่างกายจะได้กระปรี่กระเปร่าพร้อมทำงานตลอดเวลา

        “ถึงแล้วค่า”

        ปุ๊กกี้เอ่ยพร้อมกับดับเครื่องยนต์ที่นำพาทั้งคู่มาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ภาพเบื้องหน้าสร้างความตกตะลึงให้กับมารีญา บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ช่างสวยงามเหลือเกิน เหมือนภาพวาดสีน้ำมันมากกว่าความเป็นจริง ราวกับสถานที่แห่งนี้หลุดออกมาจากนวนิยายไม่มีผิด

        “บ้านสวยไหม?” ปุกกี้ถาม

        “สวยมากเลยพี่ ญาไม่เคยเห็นบ้านทรงไทยเรือนไหนสวยสง่าเท่าเรือนไทยหลังนี้มาก่อนเลย” มารีญายิ้มอีกครั้ง เหมือนต้องมนต์สะกดให้ทอดมองอยู่ร่ำไป

        “เข้าไปข้างในกันเถอะ ป่านนี้เจ้านายใหม่รอแย่ละ” ปุ๊กกี้เดินนำหญิงสาว มารีญามองรอบๆ ตัวตลอดเวลา เจ้าตัวสูดกลิ่นไอดินเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกพลังแห่งศรัทธา

        เจ้าประคุณเอ๊ย ขอให้เจ้านายคนใหม่เป็นคนดีไม่เรื่องมากด้วยเถอะ เพี้ยง!

        “มากันแล้วเหรอ?

        น้ำเสียงเป็นกันเองทักทายยามเห็นแขกผู้มาเยือน ใบหน้ายิ้มแย้มทำให้มารีญารู้สึกโล่งอก ดูท่าสวรรค์จะรับฟังคำขอของเธอ

        “สวัสดีค่ะคุณสุนีย์” ปุ๊กกี้ยกมือไหว้

        “สวัสดีค่ะ” มารีญารีบไหว้ตามทันที

        “คนนี้เหรอที่จะมาดูแลลูกชายของฉัน?” คุณสุนีย์เอ่ยถามยามมองร่างบาง หน้าตาสะอาดสะอ้านถูกใจเธอเหลือเกิน

        “ค่ะคุณสุนีย์ นี่มารีญา นางพยาบาลที่ปุกกี้แนะนำค่ะ”

“คุณปุ๊กบอกว่าเธอทำงานดีมาก หวังว่าคงไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ” คุณสุนีย์หันไปพูดกับหญิงสาว มารีญายิ้มเขินอาย

        “รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ น้องญาเนี่ยได้รางวัลนางพยาบาลดีเด่นติดๆ กันหลายปีซ้อนเลยนะคะ” ปุ๊กกี้ได้ทีจึงขออวดสรรพคุณเด็กปั้นของตน

        “ดีค่ะ ฉันเองก็อยากได้พยาบาลที่ดีมีฝีมือมาดูแลลูกชายของฉันเช่นกัน” คุณสุนีย์เริ่มพอมีหวังขึ้นมาบ้าง

        “แต่มีเรื่องที่ฉันอยากบอกให้ทราบก่อนเริ่มงานสักเล็กน้อย” จู่ๆ เจ้าบ้านก็ทำสีหน้าเคร่งเครียด

        “ว่ามาเลยค่ะคุณสุนียน์ เรื่องใหญ่เพียงใดรับรองว่าน้องญาจัดการได้อยู่แล้วค่ะ” ปุ๊กกี้มั่นอกมั่นใจ

        “คือว่า” ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยคำใด เสียงดังโหวกแหวกก็แทรกขึ้นอย่างน่าตกใจ

        “ฉันไม่กิน เอาออกไป!

        มารีญาสะดุ้งเฮือก หญิงสาวมองหน้าปุ๊กกี้พลางขวัญผวา คุณสุนีย์ทำหน้าไม่บอกบุญ สายตาพะวงเหลือคณา

        “มะ มีอะไรกันหรือเปล่าคะคุณสุนีย์ ทำไมถึง…?” ปุ๊กกี้ไม่อาจพูดต่อได้เมื่อร่างของสาวใช้วิ่งแตกกระเจิงออกมาเป็นกลุ่ม ในถาดสีเงินเต็มไปด้วยเศษจานกระเบื้อง

        “คุณนายคะ เป็นเหมือนเดิมอีกแล้วค่ะ” มะนาวร้องบอก สีหน้าหวาดกลัวจนมารีญาแปลกใจ

        “เอาไปเก็บไป” คุณสุนีย์พูดสั้นๆ ไม่แสดงท่าทีอันใดนอกจากวางท่าเรียบเฉย

        “เดี๋ยวนะคะคุณสุนีย์ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ?” ปุ๊กกี้ต้องการรู้ว่าเหตุใดเด็กสาวพวกนี้ถึงได้วิ่งหน้าตาตื่น

        หญิงวัยกลางคนหากทว่าสง่างามสูดลมหายใจลึกๆ สบตาแขกผู้มาเยือนทั้งสอง

        “นี่ล่ะค่ะคือสิ่งที่ฉันต้องการให้ทราบ ลูกชายของฉันประสบอุบัติเหตุทำให้เดินไม่ได้”

        “เรื่องนั้นพี่ปุ๊กกี้บอกกับดิฉันแล้วค่ะ” มารีญาเอ่ย

        “ยังไม่หมด” คุณสุนีย์แย้งขึ้น “มันมีเรื่องราวมากกว่านั้น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้อน แล้วก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ไม่เพียงแต่ร่างกายที่ไม่เหมือนเดิม หากนิสัยใจคอของเขาก็เปลี่ยนไป คนดูแลกี่คนๆ ที่เข้ามาก็ไม่เคยมีใครทนลูกของฉันได้เลยสักคน เขาไม่ยอมแม้แต่จะให้ความร่วมมือในการรักษาด้วยซ้ำ”

        พระเจ้า สวรรค์เล่นงานฉันแล้วไงล่ะ! มารีญาอุทานในใจ

        “ทำไมถึงไม่ยอมรับการรักษาล่ะคะ เขาไม่อยากหายหรือคะ” หญิงสาวไม่เข้าใจ มีใครบ้างอยากจะพิการไปตลอดชีวิต ในเมื่อมันมีทางรักษาก็ควรจะทำตามขั้นตอนของแพทย์สิ

        “เขาคงเสียใจมาก” คุณสุนีย์คล้ายจะพึมพำคนเดียวมากกว่า

        “ว่าไงนะคะ?” มารีญาได้ยินไม่ถนัด

        “เอาเป็นว่านี่คือข้อมูลที่ฉันต้องการบอกเธอ หลังจากนี้ก็ให้เธอทำงานอย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะช่วยทำให้เขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง”

        มันคือหน้าที่อันใหญ่หลวงที่หญิงสาวสัมผัสได้ มารีญาชักกังวลขึ้นมายามได้รู้พิษสงของผู้ป่วยพิเศษ

        “ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาติให้ดิฉันเข้าไปดูเขาหน่อยได้ไหมคะ?” เสียงหวานเอ่ย

        “ตอนนี้เหรอญา นี่หล่อนจะบ้าหรือไงยะ ไม่เห็นเหรอว่าเขาเพิ่งอาละวาดคนของเขามาน่ะ” ปุ๊กกี้กระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

        “จะตอนนี้หรือตอนไหนญาก็ต้องทำหน้าที่ดูแลเขาอยู่ดี พี่ปุ๊กกี้อย่าห่วงเลยค่ะ”    

        มารีญาบอก ปุ๊กกี้รู้ดีว่าห้ามสาวเจ้าไม่ได้ คนอย่างหล่อนถ้าลองตั้งใจทำสิ่งใดแล้วล่ะก็ ต่อให้เอาช้างร้อยโขลงมาฉุดก็รั้งไม่อยู่

        “เชิญ” คุณสุนีย์ผายมือไปตามทางลาดยาว ปุ๊กกี้ทำท่าจะเดินตามแต่กลับถูกห้ามไว้ “ให้เธอเข้าไปคนเดียวเถอะค่ะคุณปุ๊กกี้ มันเป็นหน้าที่ของเธออยู่แล้ว”

        “ตะ แต่ว่า” ปุ๊กกี้ยอมรับว่าเป็นห่วงสวัสดิภาพของน้องรัก มารีญาหันมาส่งยิ้มหวานเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร

        ร่างบางทอดน่องไปตามทางเดิน พื้นกระเบื้องลายหินอ่อนไม่ได้ช่วยให้ฝ่าเท้าเย็นขึ้นเลยสักนิด หัวใจของหล่อนเต้นแรงราวกับจะหลุดออกจากอก เหงื่ออุ่นชื้นซึมตามไรผมและฝ่ามือเรียวทั้งสองข้าง ประตูห้องนอนเปิดกว้างพร้อมกับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่กระทบผิวกาย มารีญาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หลับตาเพื่อรวบรวมสมาธิ

        “เอาวะ! งานคือเงิน ท่องเอาไว้จะได้มีแรงสู้ต่อ”

เสียงหวานบอกกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปเหยียบพื้นที่ส่วนตัวของคนร้ายกาจ

        ดวงตากลมโตยังคงปิดแน่น หล่อนไม่อาจรู้ว่าพายุอารมณ์กำลังใกล้ถึงตัวในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

        เพล้ง!

        มือหนาเขวี้ยงแจกันขนาดใหญ่ลงตรงหน้าหญิงสาว มารีญาเบิกตากว้างพลางมองเศษกระเบื้องราคาแพงที่แตกละเอียดเต็มพื้น โชคดีแค่ไหนที่เธอยังไม่ทันเหยียบ ไม่เช่นนั้นเท้าบางคงได้เลือดเป็นแน่!

        คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคอ มารีญาช้อนสายตาขึ้นมองบุคคลตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายกำลังจ้องเธอเขม็ง กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่น นัยน์ตาของเขาลุกโชนอย่างน่ากลัว

        ทุกองค์ประกอบของผู้ชายคนนี้ทำให้หญิงสาวเกิดอาการหวาดผวาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        “ไสหัวออกไป!!!

        



คุยกันหน่อยน้า

มาอีก 1 ตอนแล้วนะคะ เพื่อนแพงจะอัพ 60% ของเนื้อเรื่องนะคะ ฝากเม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ฝากติดตามนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงจัดโปร ลดราคากระหน่ำเลย อิอิ ฝากด้วยน้า



ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า

กดเข้ามาที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ จะเจอนิยายทุกเรื่องของเพื่อนแพง

 ช่วงนี้แต่ละเรื่องกำลังโปรฯ ลดราคาค่า 

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87







ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น