หัวใจมาร

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 - อดีตที่เกลียดชัง ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 ธ.ค. 61



















บทที่ 1

อดีตที่เกลียดชัง





1 ปีต่อมา

“ออกไป!!!

          เสียงเข้มตะโกนไล่สาวใช้แตกกระเจิงไปตามๆ กัน มือหนาเขวี้ยงปาข้าวของใส่โดยไม่สนว่าสิ่งเหล่านั้นจะไปทำให้ใครเดือดร้อน ใบหน้าหล่อเหลาทว่าเคร่งเครียดหงุดหงิดใจเหลือเกิน ทุกอย่างมันขวางหูขวางตาไปซะหมด แล้วแบบนี้จะให้อารมณ์ของเขาสดใสได้ยังไง

        “อีกแล้วเหรอพี่ส้ม?

        “ก็เออสิวะ!” คนถูกถามพ่นลมออกปาก โล่งอกเมื่อก้าวเท้าพ้นออกจากห้องเรือนกระจกของชายหนุ่ม “เดี๋ยวมื้อเย็นเอ็งเอาไปให้เองเลยนะ ข้าไม่เข้าไปแล้ว”

        “ได้ไงอ่ะพี่ ฉันกลัวนะ” ผู้มีวัยวุฒิอ่อนกว่าเป็นกังวล สายตาหวาดหวั่นขั้นสุด

        “แล้วข้าไม่ยิ่งกว่าเอ็งหรือไง แก่ๆ แบบข้าไม่โดนจานกระเบื้องเขวี้ยงหัวกบาลแยกก็ดีแค่ไหนแล้ว เอ็งยังสาว ยังมีเรี่ยวมีแรงที่จะพอเอาตัวรอดได้” ส้มว่า

        “ไม่เอาพี่ส้ม อย่าว่าแต่เอาอาหารไปให้เลยพี่ แม้แต่หน้าของคุณคริสฉันก็ไม่กล้ามอง” เพียงแค่นึกถึงขนกายยังลุกชัน

        “โว๊ะ! นังมะนาว ไม่รู้ล่ะ ในฐานะที่ข้าเป็นพี่เอ็งและในฐานะที่ข้าพาเอ็งหนีกลิ่นโคลนสาปควายมาทำงานหาเงินเอ็งต้องเชื่อฟังข้า อีนังพวกนี้มันก็โดนกันถ้วนหน้าจนขยาดไปหมดแล้ว ถึงเวลาที่เอ็งและพวกของเอ็งต้องเข้าไปทำหน้าที่แทนบ้าง ไม่ใช่มัวแต่กลัวหัวหดจนไม่เป็นอันทำงานทำการแบบนี้!

        ได้ทีพี่สาวจึงขอต่อว่าคนจอมขี้ขลาด มะนาวหน้าถอดสีทันที จำต้องยอมทำตามทั้งๆ ที่ใจกลัวจนหัวหด

        “มามุงอะไรกันอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ยอมแยกย้ายกันไปทำงาน”

น้ำเสียงทรงอำนาจแสนคุ้นเคยดังขึ้น กลุ่มสาวใช้แตกกระจายไปตามๆ กัน เหลือเพียงส้มกับมะนาวเท่านั้น

        “อีกแล้วใช่ไหม?” คำถามเดิมๆ ที่ไม่ได้นับว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ สายตาเห็นเศษจานกระเบื้องที่แตกละเอียดอยู่เต็มถาดก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องเรือนกระจก

        อันเป็นที่อยู่ของบุตรชายตนเอง

        “ค่ะคุณนาย ไม่ยอมทานแล้วก็อาละวาดค่ะ” ส้มกล่าว คนฟังถอนหายใจเหนื่อยอ่อน

        “ไปเตรียมสำหรับชุดใหม่มาเดี๋ยวฉันเอาไปให้เอง” หญิงวัยกลางคนสั่ง

        “ค่ะคุณนาย” ส้มและมะนาวรับคำพร้อมเพรียง

        ไม่นานอาหารชุดใหม่ก็อยู่ในมือของผู้เป็นมารดา สุนีย์ สาวเท้าเดินตรงไปยังทางลาดยาวที่จะนำพาเธอไปสู่ห้องเรือนกระจก แม้จะคุ้นเคยแต่กลับรู้สึกกังวลทุกครั้งที่ต้องไปพบหน้าลูกชายสุดที่รัก เขาไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

        “บอกแล้วไงว่าไม่กิน ทำไมพูดไม่รู้เรื่องวะ!” ชายหนุ่มตะคอกโดยไม่หันไปมองว่าใครที่เปิดประตูเข้ามา

        จนกระทั่ง

        “แม่เองลูก” น้ำเสียงใจดีเอ่ย

        คริส วู หันมาสบตากับผู้มีพระคุณ ลมหายใจอุ่นร้อนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง หากกระนั้นแววตายังคงมีความเย็นชาอยู่เต็มเปี่ยม

        “ทานข้าวเถอะจะได้ทานยา” คุณสุนีย์ห่วงใย

        “ผมไม่หิว” คริส วู พูดเสียงห้วน “คุณแม่เอากลับไปเถอะครับ”

        “ทานหน่อยเถอะลูก ยาของหมอน่ะลูกต้องทานหลังจากทานอาหารแล้วนะ” คุณสุนีย์พยายามหว่านล้อม

        “กินไปทำไมยา กินไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆ มันดีขึ้น” น้ำเสียงเย้ยหยัน แววตามองวิวทัศน์ผ่านเรือนกระจกไม่วาง

        “ถ้ายิ่งไม่ทานยาอาการก็จะยิ่งแย่นะลูก”

        “สุดท้ายผมก็เป็นได้แค่ไอ้ง่อยเหมือนเดิม แล้วมันจะมีผลอะไรไม่ทราบ!” คนตัวโตเดือดดาล สองมือกำหมัดแน่น

        สมเพชตัวเองเหลือเกินที่ต้องตกอยู่ในสภาพพิการเดินไม่ได้ โลกของเขานับแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุครานั้น มีเพียงแค่บ้านและวิวแชร์อันน่ารังเกียจ

        “คริส ลูกต้องทำความเข้าใจใหม่นะ อาการที่ลูกเป็นแค่ยาอย่างเดียวมันอาจไม่ได้ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นเต็มที่ ถ้าลูกยอม

มารดายังพูดไม่ทันจบคนป่วยก็แทรกขึ้นอย่างอารมณ์เสีย

        “คุณแม่หยุดพูดเถอะครับ ผมไม่อยากฟัง!

        “ถ้าอย่างนั้นแม่จะวางถาดอาหารไว้ตรงนี้ หิวเมื่อไหร่ก็ทานนะลูก

        ความจริงยาจะมีผลเต็มร้อยก็ต่อเมื่อลูกชายของเธอยอมทำกายภาพบำบัดควบคู่ไปด้วย แต่นี่เขาไม่เอาอะไรเลย ไม่แม้แต่จะยอมให้หมอมาวางแผนการรักษาด้วยซ้ำ คุณสุนีย์ทำได้เพียงให้หมอประจำตระกูลมาดูแลเขาทุกเดือนเท่านั้น

        ประตูห้องถูกปิดลงท่ามกลางความเงียบที่ต้องอยู่กับมันอีกครั้ง ดวงตาคมกล้าสั่นไหว น้ำใสเอ่อคลอเต็มหน่วยแล้วค่อยๆ รินไหลอาบแก้มสากที่เต็มไปด้วยหนวดเคราอย่างช้าๆ เพราะแบบนี้ไงเขาถึงชอบที่จะอยู่คนเดียว ความอ่อนแอมันพร้อมแสดงตัวตนเสมอ ร่างสูงไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำเติมชีวิตแสนน่าสมเพชของตน

เพียงเท่านี้ก็อดสูมากพอแล้ว

        “ทำไม ทำไมฉันถึงต้องเจ็บปวดกับเรื่องเดิมๆ ทำไม!

        น้ำตาลูกผู้ชายรินไหลไม่รู้จบ หัวใจที่ว่าเย็นชาดุจหินผาสั่นคลอนทุกครั้งยามนึกถึงอดีตแสนเลวร้าย ภาพของเพื่อนและคนรักที่ร่วมมือกันทรยศหักหลังไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา ต่อให้ผ่านไปอีกสักกี่ปีเขาก็จดจำความทุกข์เหล่านั้นได้ขึ้นใจ ผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นไม่เพียงแต่พรากความศรัทธาแห่งความรักไปจากตัว แต่เธอยังพรากความสมบูรณ์แบบของทางร่างกายให้เขาต้องตกนรกทั้งเป็น อุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้คนอย่างคริส วู ต้องกลายเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ จากคนที่เคยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไปไหนมาไหนมีแต่เสียงชื่นชม บัดนี้กลายเป็นเพียงผู้ชายกระจอกๆ ที่วันๆ ได้แต่นั่งอยู่บนรถเข็นเส็งเคร็ง ไม่มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ แสงสว่างในชีวิตมืดบอด ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของชายหนุ่ม มันปิดสนิทจนไม่สามารถเปิดรับสิ่งใดเข้ามาได้อีก

        โดยเฉพาะความรู้สึกแห่งรัก





ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน















ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า

กดเข้ามาที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ จะเจอนิยายทุกเรื่องของเพื่อนแพง

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87


ช่วงนี้แต่ละเรื่องกำลังโปรฯ ลดราคาค่า






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น