หัวใจมาร

ตอนที่ 12 : บทที่ 6.1 - ไม่อาจกลับหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61


















บทที่ 6

ไม่อาจกลับหลัง















“ฉิบหายแล้วไง!

        ส้มอุทานลั่นเมื่อผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี สาวใช้รีบวิ่งไปหาคุณสุนีย์ทันที เดาได้เลยว่าหลังจากนี้ศึกอันใหญ่หลวงต้องเกิดขึ้นเป็นแน่ ส่วนบรรดาคนอื่นๆ ต่างใจจดใจจ่อกับการปะทะคารมระหว่างหญิงสาวกับชายหนุ่ม

        นัยน์ตาคมเข้มหลับแน่นก่อนจะค่อยๆ ลืมขึ้นมองเธออย่างช้าๆ ไฟแห่งความโกรธลุกโชนจนเธอสัมผัสได้ แล้วยังไงล่ะ วาจาเหยียดหยามของเขาก็ทำให้เธอขุ่นเคืองไม่แพ้กัน แล้วทำไมเธอจะต้องเป็นฝ่ายกลัวในเมื่อความผิดทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่เธอ

        “กล้าดียังไงทำแบบนี้กับฉัน?” เสียงเข้มถาม ขนาดสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เขายังมีอานุภาพมากพอที่จะทำลายล้างทุกอย่าง มารีญาไม่ปฎิเสธว่าผู้ชายคนนี้สามารถฆ่าคนได้เพียงแค่ใช้สายตามอง

        “ต่อให้ฉันดูถูกเธอยังไง เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน” คริส วู กล่าว

        “เห็นแก่ตัว!” มารีญายิ้มหยัน “คุณจะบอกว่าคุณด่าทอคนอื่นได้อยู่ฝ่ายเดียวงั้นสิ?

        “ใช่!” คนตัวโตตวาดลั่น ไม่เพียงแต่ร่างบางเท่านั้นที่ตกใจ บรรดาพวกแอบฟังก็สะดุ้งเฮือกไปตามๆ กัน

        หากกระนั้นก็ยังเลือกที่จะฟังต่อ

        “ฉันเป็นนายจ้างของเธอ หรือถึงไม่ใช่ ฉันก็เป็นคนมีอำนาจมากกว่าเธอ เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน”

        “แค่มีเงินก็เที่ยวตัดสินความสำคัญของคนงั้นเหรอ ตลกสิ้นดี ไม่น่าเชื่อว่าคนรวยๆ เขาจะมีความคิดได้ตกต่ำถึงเพียงนี้”

        “มารีญา!

        ใบหน้าหล่อเหลาชาวาบ เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับเขามาก่อน

        “ว้าว รู้จักชื่อของฉันด้วย เป็นเกียรติจังเลยค่ะ แสดงว่าคุณก็คงสนใจนางพยาบาลต่ำต้อยอย่างฉันอยู่ไม่น้อย” ได้ทีหล่อนก็ขอยั่วสักหน่อย ซึ่งมันได้ผลเกินคาด

        “หุบปากไปเลยนะ!” เขาชี้นิ้วสั่ง มารีญาปัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี

        “คุณนั่นแหละที่ต้องหุบปาก อย่ามาสั่งฉันนะ ได้ ในเมื่อไม่อยากให้ฉันทำงานอยู่ที่นี่นักฉันไปก็ได้ ถ้าต้องดูแลคนป่วยทางอารมณ์แบบคุณ สู้ให้ฉันไปเลี้ยงควายกลางทุ่งยังจะดีซะกว่า อย่างน้อยๆ พวกมันก็ยังมีประโยชน์มากกว่าคนอย่างคุณ!”     

        “หยุดได้แล้วมารีญา!

        เสียงทรงอำนาจดังขึ้น หญิงสาวหันไปมองก็พบกับสตรีวัยกลางคนที่กำลังย่างกรายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรือนกระจก กลุ่มก้อนสาวใช้แตกกระเจิงไม่หลงเหลือ มีเพียงส้มที่เป็นสาวใช้คนโปรดเดินตามหลังผู้เป็นนายเท่านั้น

        “เธอพูดเกินไปหรือเปล่า ทำไมต้องด่าทอลูกฉันแบบนั้นด้วย” คุณสุนีย์กล่าวขึ้น แววตาเรียบนิ่งไม่แสดงท่าทีใดๆ

        “ลองถามลูกชายของคุณก่อนไหมคะว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาดูถูกฉันก่อนและฉันจำเป็นต้องพูดเพื่อปกป้องตัวเอง” มารีญาไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ

        คุณสุนีย์ไม่ต้องถามให้มากความเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าบุตรชายของตนเป็นคนเช่นไร

        “แต่ฉันจ้างเธอให้มาดูแลเขา เพราะฉะนั้นเธอควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี แล้วนี่อะไร ทำไมถึงสาดน้ำใส่หน้าลูกของฉัน” เจ้าของบ้านได้รับรู้เรื่องราวบางส่วนจากส้มมาก่อนแล้ว

        “ขอโทษด้วยนะคะคุณนีย์ ถ้าการที่ฉันรับงานนี้แล้วต้องมาเจอกับผู้ชายเจ้าอารมณ์ งั้นฉันขอลาออกค่ะ”

        ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดอะไรร่างบางก็รีบเดินออกจากห้องเรือนกระจกทันที แม้จะเสียดายเงินเดือนมหาศาล แต่ศักดิ์ศรีของเธอมีค่ามากกว่านั้น สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่ามานั่งรองรับอารมณ์ร้ายกาจของคนไร้จิตสำนึก ไม่ขอทนให้เขาดูถูกโดยใช้เงินฟาดหัว มันมากเกินไปสำหรับเธอ

        มือเรียวกวาดเสื้อผ้าภายในตู้ออกมาเหวี่ยงลงกลางเตียงกว้าง แล้วหยิบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่เปิดออกเพื่อนำสัมภาระของตนใส่ลงไป เก็บของเสร็จก็ตั้งใจจะโทร. หาปุ๊กกี้ให้มารับทันที ทว่ามือถือเครื่องโปรดกลับดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวหยุดการกระทำทุกอย่างแล้วกดรับสายอย่างไว

        “ว่าไงมาตัง?” มารีญาพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ

        ( ยะ แย่แล้วพี่ญา แย่แล้ว! ) หากน้ำเสียงของอีกฝ่ายกลับดูร้อนรนจนเธอตกใจ

        “มีอะไรมาตัง เป็นอะไร?

        ( ยะ ยาย ยาย! )

        “ยายเป็นอะไรมาตัง ยายเป็นอะไร?!” มารีญาลนลาน

        ( ยายเข้าโรงพยาบาล อาการของยายกำเริบ พี่ญา หนูกลัว แล้วหมอบอกว่าคะ ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก เราจะมีเงินจ่ายเขาไหม ถะ ถ้าเราไม่มีเงินแล้วยายจะเป็นอะไรไหม ) ปลายสายพูดไปร้องไห้ไป

        หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ มือไม้เย็นชื้นขึ้นมากะทันหัน

        “ใจเย็นๆ นะมาตัง ยายต้องไม่เป็นอะไร เอางี้ ลองโทร. หาพี่ปุ๊กกี้ดูสิว่าถึงไหนแล้ว ให้พี่ปุ๊กกี้ไปอยู่เป็นเพื่อนก่อน เดี๋ยวพี่จะส่งข้อความบอกพี่เขาให้อีกที”

มารีญารีบหาทางออก ถ้าหล่อนอยู่ตรงนั้นก็คงจะดีไม่น้อย

        หญิงสาวจัดการส่งข้อความหาปุ๊กกี้ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนมาตังที่โรงพยาบาลตามที่น้องสาวส่งโลเกชั่นมาให้ ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงกว้าง ยกมือกุมใบหน้าอย่างหมดหนทาง

        เกือบสองชั่วโมงที่มารีญาเอาแต่นั่งคิดไม่ตกว่าจะทำเช่นไร ยายมาป่วยกะทันหันเช่นนี้ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องพูดถึงเลย เงินเก็บที่มีก็แทบจะหร่อยหรอลงไปทุกที

        ก๊อกๆ

        เสียงเคาะประตูดัง มารีญารีบเช็ดน้ำตาที่นองใบหน้าออกอย่างลวกๆ แล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู สตรีวัยกลางคนยืนทำหน้าเรียบนิ่งอยู่หน้าห้อง ในมือถือแก้วน้ำยื่นส่งให้กับเธอ

        “ดื่มสักหน่อยไหมเผื่อจะได้ใจเย็นขึ้น”

        “ขอบคุณค่ะ” มารีญารับแก้วน้ำมาถือไว้ในมือ “เอ่อ เชิญข้างในก่อนสิคะ”

        ท่าทางของคุณสุนีย์ดูเหมือนต้องการพูดอะไรกับเธอ ร่างบางเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง กลิ่นน้ำหอมประจำกายสาวเจ้าอบอวลไปทั่ว

        “กำลังจะไปเหรอ?” คนพูดจ้องมองกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดใหญ่

        “ค่ะ” มารีญาพยักหน้า มือที่ถือแก้วน้ำสั่นระริก “ตะ แต่ว่า” เสียงหวานเงียบไป ไม่กล้าเอ่ยต่อ

        “มีอะไรหรือเปล่า” คุณสุนีย์เอ่ยถาม จ้องมองปฎิกิริยาของหญิงสาว ดูกังวลราวกับมีเรื่องเครียดอยู่ในใจ

        “พูดมาเถอะ ฉันพร้อมที่จะรับฟัง”

        มารีญาสบนัยน์ตาของผู้หญิงที่มีอำนาจสูงสุดภายในบ้านหลังนี้ แม้บุคคลิกจะดูเรียบนิ่งติดออกไปทางเย็นชาในบางครั้ง ทว่าเธอกลับรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยน

        “เมื่อครู่น้องสาวของดิฉันโทร. มาบอกว่ายายอาการกำเริบ ต้องเข้ารับการรักษาด่วน แต่ว่าค่ารักษามัน เอ่อ มันแพงมาก” ร่างบางหลบสายตา

        จะให้เธอพูดอย่างไร ทำกับลูกชายเขาขนาดนั้นแล้วจะให้พูดหน้าตาเฉยว่าขออยู่ที่นี่เพื่อทำงานต่องั้นหรือ?

        “งั้นเธอก็คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ” คุณสุนีย์พูดอย่างใจเย็น มารีญาขมวดคิ้ว “ยายมาป่วยเข้าโรงพยาบาลกะทันหันแบบนี้ ถ้าเธอออกจากงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปดูแลยายล่ะ จริงไหม?

        “หมายความว่า

        “ฉันจะให้เธอทำงานที่นี่ต่อ แล้วฉันจะให้เธอเบิกเงินล่วงหน้าหนึ่งเดือน เอาไปจ่ายค่ารักษายาย”

        น้ำตารินไหลอาบแก้ม รู้สึกโล่งและหวั่นใจในเวลาเดียวกัน หมดห่วงเรื่องของยายก็จริง แต่เรื่องของผู้ชายคนนั้นกลับทำให้เธอคิดหนัก

        “ส่วนคริส ไม่ต้องกังวล วันนี้ฉันจะให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำกายภาพบำบัดเลยแล้วกัน”

        “เขายอมหรือคะ?” เสียงหวานรีบถาม

        “นั่นแหละคือหน้าที่ของเธอ ทำยังไงก็ได้ให้เขายอมรักษาตามกะบวนการ” คุณสุนีย์ยื่นคำขาด

        ซึ่งเวลานี้หล่อนไม่มีทางเลือกนอกจากก้มหน้ารับชะตากรรม

        “พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้งานของเธอจะเริ่มต้นขึ้น”

 

 




คุยกันหน่อยจ้า 

นิยายเรื่อง "หัวใจมาร" จะอัพให้อ่านแค่บทที่ 6 เป็นบทสุดท้ายแล้วนะคะ เพราะจัดจำหน่ายในรูปแบบ E-Book วันที่ 30.12.61 ในราคาเพียงแค่ 149 บาท เท่านั้นค่ะ ( ราคากำลังดีเหมือนเดิมจ้า ) ฝากด้วยนะคะทุกคน ไปให้กำลังใจนางเอกของเรารับมือกับอีตาอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ กันเต๊อะ ฮ่าๆ 


ขอบคุณทุกการสนับสนุนนะคะ แม้ไม่มีคอมเม้นเลยแต่เก๋ารู้ว่ายังมีคนแอบอ่าน ฮ่าๆ พบกันใหม่เรื่องหน้านะคะ 


อ้อ ฝากนิยายเรื่อง "กรงรักเถื่อนสวาท" ด้วยนะคะ เพื่อนแพงอัพบทนำไปเรียบร้อยแล้วค่ะ จะเริ่มอัพต่อจากนี้จนกว่าจะหมดโควต้า 50% ของเนื้อเรื่องนะคะ เป็นแนวสายโรแมนติกดราม่า ร้อนแรง สายฮอตปรอทแตกห้ามพลาดเด้อ จุ๊บๆ รักทุกคนเบย 




ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า

กดเข้ามาที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ จะเจอนิยายทุกเรื่องของเพื่อนแพง

ช่วงนี้แต่ละเรื่องกำลังโปรฯ ลดราคาค่า

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87







ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น