ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

สีพื้นหลัง

ระยะห่างบรรทัด

คืนค่า

#KACCHAKO THE PROJECT

ตอนที่ 6 : |SF| Cinderella Story -complete

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 17 ธ.ค. 61





.
.
.

          อุรารากะ โอชาโกะ นักเรียนชั้นปี 1 ห้อง A โรงเรียนมัธยมปลายยูเอ เธอเป็นสาวน้อยช่างฝันที่อยากมีความรักกับเจ้าชายมาตั้งแต่ชั้นอนุบาลแล้ว เธอชื่นชอบการอ่านเทพนิยายเป็นอย่างมาก ถึงแม้โอชาโกะจะรู้ว่าตัวเองไม่ได้สวยเหมือนเจ้าหญิง แต่ขอแค่สักวันหนึ่งเธอได้มีความรักกับเจ้าชายสักคน ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเจ้าหญิงในนิทานทุกเรื่องที่เธอเคยอ่านบ้าง แค่นี้ก็ถือเป็นความฝันอันสูงสุดของเธอแล้ว


            หลังเลิกเรียนโอชาโกะโบกมือลาอีดะและเดกุเพื่อมานั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด สถานที่โปรดของเธอคือมุมนิทานที่วันนี้อาจารย์บรรณารักษ์กระซิบบอกเธอมาว่ามีหนังสือเล่มใหม่เข้ามา โอชาโกะจึงไม่พลาดโอกาสมาคลุกอยู่ในห้องสมุด ในมุมเดิมที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี


            หนังสือเล่มใหม่วางอยู่บนชั้นหนังสือแนะนำ โอชาโกะปราดเข้าไปหยิบมันขึ้นมาถือไว้ พลางมองหนังสือเล่มตรงหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย หนังสือภาพปกสีทองเล่มหนา ข้อความบนหน้าปกเขียนไว้ว่า


“ซินเดอเรลล่า”


นิทานเรื่องนี้โอชาโกะคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะเคยอ่านมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่สำหรับโอชาโกะ หากเป็นหนังสือหน้าปกไม่คุ้นเคยแบบนี้ ถึงแม้เนื้อหาด้านในจะเหมือนกับที่เคยอ่านมาแล้วก็ตาม แต่เธอก็จะถือว่านี่คือหนังสือเล่มใหม่ที่เธอยังไม่เคยอ่าน และตอนนี้เธอพร้อมแล้วที่จะเริ่มต้นอ่านมัน!


โอชาโกะกอดหนังสือเล่มหนาเตอะไว้แนบอก ก่อนเดินไปหาโต๊ะว่างสำหรับนั่งอ่าน เนื่องจากความตื่นเต้นเกินเหตุของเธอ ทำให้ไม่ทันระวังไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะตัวหนึ่ง


“โอ้ย!


หนังสือนิทานเล่มใหม่ที่เธอถืออยู่ดันไปโขกโดนหัวคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะตัวนั้นก่อนจะหล่นลงไปนอนแอ่งแม้งบนพื้น


“ยัยซุ่มซ่าม!!!!


โอชาโกะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่ตรงหน้า ที่แท้ก็เป็นบาคุโก คัตสึกิ เพื่อนร่วมห้องเดียวกันนั่นเอง


            “ฉะ...ฉันขอโทษ”


            “ขอโทษแล้วมันหายเจ็บเรอะ!!!?


            อีกฝ่ายยกมือลูบหัวตัวเองป้อย ๆ โอชาโกะเพิ่งสังเกตว่าหนังสือนิทานที่เธอถือมานั้นก็ค่อนข้างหนาและหนักพอสมควร


            โอชาโกะขอโทษอีกฝ่ายอีกครั้งก่อนจะมองหาหนังสือที่ตนทำหล่น


            “ยัยบ้านี่ ชอบทำตัวน่ารำคาญจริง” บาคุโกบ่นกระปอดกระแปด


            หนังสือนิทานปกสีทองนอนอยู่บนพื้นห้องสมุด โอชาโกะเอื้อมคว้ามาได้ ก่อนจะเปิดหน้าหนังสือออกอ่าน เผยให้เห็นภาพ ๆ หนึ่งที่ผู้วาดถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงาม สิ่งนี้ไม่ได้เรียกความสนใจจากเธอแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เรียกความสนใจจากโอชาโกะ... คือกึ่งกลางระหว่างหนังสือทั้งสองด้านนั้น จู่ ๆ ก็ปรากฏแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โอชาโกะยกแขนขึ้นบังแสงแสบตานั้น และรู้สึกตัวว่าจู่ ๆ ร่างของตัวเองก็ถูกแสงนั้นดูดเข้าหาเรื่อย ๆ จนไม่สามารถทำอะไรได้เลย


            “บาคุโกะคุง ช่วยด้วย!!!!!!!!!!


.

.

.

 


            นานเท่าไหร่ไม่รู้ โอชาโกะรู้สึกตัวขึ้นและพบว่าตัวเองอยู่ในชุดนักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายยูเอ แต่สถานที่นี้กลับไม่ใช่พื้นห้องสมุดหรือสถานที่ที่อยู่ในโรงเรียนแต่อย่างใด


            โอชาโกะผุดลุกขึ้นยืนและพบว่าตัวเองยังมึนหัวอยู่เล็กน้อย จึงเซลงไปนั่งบนเบาะสีแดงที่ขาดวิ่นมีแต่รอยปุปะเต็มไปหมด เด็กสาวละสายตาจากเบาะสีแดงมองไปยังบรรยากาศรอบตัว


            !!!!!


            “นะ นี่มัน!!?


            โอชาโกะอยู่ในห้องนอนสี่เหลี่ยมเล็ก มีเตียง ที่นอน หมอน ผ้าห่ม ทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีรอยเย็บอยู่นับไม่ถ้วน แต่ถึงกระนั้นโอชาโกะก็พบว่ามันสะอาดและมีกลิ่นหอมเหมือนเพิ่งซักมาใหม่ ๆ ข้างเตียงมีตู้เสื้อผ้า โต๊ะเครื่องแป้งและโต๊ะอ่านหนังสือ สภาพของมันเก่าและมีรอยซ่อมแซมหลายแห่ง แต่ทุกอย่างก็ล้วนแล้วแต่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยทั้งสิ้น


            โอชาโกะไปหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่มีกระจกบานหนึ่งสะท้อนภาพตัวเธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายยูเอ และได้สติว่าสถานที่ที่เธอกำลังอยู่นี้ไม่คุ้นเอาเสียเลย


            ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!


            โอชาโกะผละจากโต๊ะเครื่องแป้งไปเปิดประตูที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาของเธอ คือสวนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีต้นไม้ขึ้นเขียวชอุ่ม มีหนองน้ำเล็ก ๆ ดอกบัวสีชมพูหลายดอกแผ่ขึ้นมาจากใต้น้ำที่ใสสะอาด ผิวน้ำนิ่งไม่ไหวติง กบหลายตัวกำลังเริงร่าอยู่บริเวณริมหนอง


            โอชาโกะแทบล้มทั้งยืน เพราะบรรยากาศที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย จนกระทั่งจู่ ๆ เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


            ก่อนหน้านี้เธออยู่ในห้องสมุด หลังจากที่เธอกำลังมองหาที่นั่งอ่านหนังสือเล่มใหม่ ก็เจอบาคุโกเพื่อนร่วมห้อง เธอเผลอเดินสะดุดขาโต๊ะจนสันหนังสือไปโขกโดนหัวของอีกฝ่าย หนังสือจึงหล่นลงไปนอนอยู่บนพื้น และจู่ ๆ ก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมา แสงดูดเธอให้เข้าไปในหน้าหนังสือนั้น และจู่ ๆ เธอก็มาปรากฏตัวขึ้นที่นี่!?


            หรือว่า!!!!?


            “เอลล่า ทำไมเจ้ายังอยู่ที่นี่”


            เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้น โอชาโกะหันไปมองทางต้นเสียงทันที


            เด็กสาวพบร่างสีเขียวร่างหนึ่งที่ผุดหัวขึ้นมาจากหนองน้ำ ร่างนั้นมีสีเขียว บนหัวมีจานสีขาว ปากยาวแหลมยื่นออกมา ท่าทางเหมือนกัปปะ แต่ใบหน้านั้นช่างดูคุ้นเคย


            “เดกุคุง!?


            กัปปะเดกุพาตัวเองขึ้นมาจากหนองน้ำมานั่งอยู่ใต้ต้นไม้


            “เดกุคือใคร? ข้าคือกัปปะ”


            โอชาโกะแทบเป็นลมเมื่อพบว่าเพื่อนสนิทของเธอที่โรงเรียนกลายเป็นกัปปะตัวสีเขียวไปแล้ว แถมอีกฝ่ายยังเรียกเธอว่าเอลล่าอีกต่างหาก!


            เดี๋ยวนะ


            เอลล่าคือชื่อเดิมของซินเดอเรลล่านี่นา หรือว่าสิ่งที่เธอคิดไว้ก่อนหน้านี้จะเป็นเรื่องจริง


            เธอหลุดมาอยู่ในโลกของนิทานเรื่องซินเดอเรลล่าไปเสียแล้ว!


            “นังซิน!!! นังซินอยู่ไหน!!!!? นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วยะ ทำไมป่านนี้อาหารเช้ายังไม่เสร็จ หล่อนหายหัวไปไหน!!!!


            เสียงที่คุ้นหูอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น


            “ไปเร็วเข้า แม่เลี้ยงเรียกหาเจ้าแล้ว!


            กัปปะเดกุกระโดดผลุงลงไปใต้หนองน้ำทันที เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูห้องนอนเปิดผางออก


            “หนอย นี่หล่อนเพิ่งตื่นเหรอยะ!!!? ทำไมนอนตื่นสายขนาดนี้!!!? ทำไมไม่ออกไปจ่ายตลาด ทำไมไม่ทำกับข้าว!!? ข้ากับลูก ๆ สองคนหิวจะแย่อยู่แล้วนะ!!!


            โอชาโกะโดนแม่เลี้ยงจิกผมลากพาเธอออกมาจากห้องนอน ซึ่งในระหว่างที่กำลังโดนลากนั่นเอง โอชาโกะไม่รู้ว่าตัวเองควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี


            เพราะแม่เลี้ยงใจร้ายที่เธอเห็นตรงหน้านี้ แสดงโดยมิเนตะคุง...


            มิเนตะที่จู่ ๆ ก็ตัวสูงพรวดพราด แถมยังแต่งหน้าทาปากแดง ทรงผมก็ยกเกล้าขึ้นไปผูกไว้อย่างสวยงาม ใบหน้าที่คุ้นเคยกลับกลายเป็นคนแปลกหน้า โอชาโกะยอมให้อีกฝ่ายฉุดกระชากจนมาถึงห้องครัวที่ว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยจานชามที่ยังไม่ได้ล้างวางกองพะเนิน


            สิ่งที่เรียกความสนใจจากโอชาโกะนอกจากมิเนตะในร่างแม่เลี้ยงแล้ว อีกสองคนที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีชมพูและฟ้า ยืนเท้าสะเอวรอเธออยู่บริเวณนั้นคือเคียวกะจังและมินะจังที่ดูเหมือนจะแสดงเป็นลูกเลี้ยงของแม่เลี้ยงมิเนตะคนนี้


            “นังซิน! ทำไมเจ้าถึงตื่นเอาป่านนี้ รู้ตัวหรือเปล่าว่าหล่อนต้องตื่นมาทำอาหารเช้าให้พวกข้ากินน่ะ!” มินะจังในชุดสีฟ้าถลาเข้ามาฟาดเธอที่หน้าเข้าเต็ม ๆ


            “ใช่ ข้ากับพี่และแม่หิวแล้วนะยะ ขอให้รู้สถานะของตัวเองเอาไว้ด้วยนะยะว่าหล่อนน่ะเป็นใคร แล้วพวกข้าน่ะเป็นใคร!!!?


            เคียวกะจังเงื้อมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของโอชาโกะอีกข้าง ก่อนทั้งสองคนจะผลักให้เธอไปยืนอยู่หน้าเตาแล้วสั่งหยิก ๆ ให้เธอทำอาหารเช้าได้แล้ว


            ในระหว่างการทำอาหารเช้า โอชาโกะมัวแต่คิดว่าเธอจะกลับไปยังโลกเดิมได้อย่างไร ทำให้ทอดแฮม ไส้กรอก และไข่ดาวไหม้ โดนมิเนตะจิกหัวและด่า โดนเคียวกะและมินะตบหน้า จนตอนนี้ใบหน้าของเธอรู้สึกแสบไปหมด ตอนนั้นเองเธอเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าซินเดอเรลล่าในนิทานที่เธอเคยอ่านนั้น ตกระกำลำบากขนาดไหน นางถึงไม่อยากอาศัยอยู่ที่นี่อีกแล้ว นางถึงอยากไปงานเลี้ยงเต้นรำเพื่อเจอกับเจ้าชาย


            “เอาล่ะ เสร็จงานในครัวแล้วก็ไปขนเสื้อผ้าของข้าและลูก ๆ ไปซัก กวาดบ้านถูบ้าน และไปจ่ายตลาดเสียด้วย” แม่เลี้ยงมิเนตะสั่งก่อนจะเดินหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมออกจากบ้านไป


            โอชาโกะจำใจต้องทำตามที่อีกฝ่ายสั่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในระหว่างนั้นก็คิดไปด้วยว่าหากเนื้อเรื่องนี้ดำเนินเหมือนนิทานที่เธอเคยอ่านล่ะก็ เรื่องที่ว่าพระราชาจะจัดงานเลี้ยงเต้นรำเพื่อหาคู่ครองให้เจ้าชายก็คงจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า และหากนิทานเดินเรื่องจนจบบริบูรณ์แล้ว เธอคงได้กลับไปยังโลกเดิมแน่นอน เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ค่อยวางใจขึ้นมาบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ความคิดไปเองของเธอก็ตาม


            ระหว่างที่โอชาโกะ หรือ ในโลกนี้ทุกคนเรียกเธอว่า ซินเดอเรลล่า กำลังนั่งซักผ้าอยู่ตรงสวนหลังบ้าน กัปปะเดกุก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง


            “เจ้าโดนแม่เลี้ยงกับลูก ๆ โขกสับอีกแล้วสินะ” กัปปะว่าพลางนั่งมองเธอซักผ้า


            “ถ้าเธอรู้ว่าฉันจะโดนพวกนั้นรังแก ทำไมเธอไม่ออกมาช่วยล่ะ”


            กัปปะเดกุนั่งนิ่งไปอึดใจ


            “ข้าเป็นเพียงภูติพรายที่ปรากฏตัวขึ้นเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเจ้ายามเจ้าท้อแท้และลำบากเท่านั้น ข้าไม่มีกายหยาบ ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้”


            โอชาโกะรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะนิทานเรื่องซินเดอเรลล่าที่เธอรู้จัก ไม่มีตัวละครที่เป็นกัปปะตัวสีเขียวอยู่ อีกอย่างกัปปะก็เป็นผีจากญี่ปุ่นด้วย ไม่น่าจะปรากฏในนิทานเรื่องนี้ได้


            หรือหนังสือเล่มนี้เป็นนิทานเรื่องซินเดอเรลล่าเวอร์ชั่น 2018 กันแน่นะ!?


            แต่ถึงแม้โอชาโกะจะรู้สึกโดดเดี่ยวมากแค่ไหน แต่อย่างน้อยเธอก็มีกัปปะเดกุคุงที่คอยอยู่เป็นเพื่อนเธอยามเธอไม่มีใคร ถึงแม่เลี้ยงและพี่สาวทั้งสองคนจะมีใบหน้าอันแสนคุ้นเคย แต่ก็ไม่ใช่เพื่อนคนเดิมที่เคยรู้จักเลยสักนิด คิดได้ดังนั้นโอชาโกะก็รู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวมากกว่าเดิม


+++++++++++++++++++++++


            หลังจากวันที่โอชาโกะหลุดมายังโลกแห่งซินเดอเรลล่าได้สามวัน จดหมายเชิญไปร่วมงานเลี้ยงเต้นรำจากพระราชาก็ถูกส่งมายังบ้านหลังนี้ โอชาโกะหยิบซองจดหมายขึ้นมาและตั้งใจจะเปิดจดหมายออกอ่าน แต่ก็ถูกแม่เลี้ยงมิเนตะแย่งไปจากมือ ก่อนหล่อนจะผลักเธอให้ล้มลงไปนอนกองบนพื้น


            “จดหมายเชิญจากพระราชานี่นา! ลูก ๆ ของแม่จะต้องเฉิดฉายในงานเลี้ยงคืนนั้นแน่นอนจ้ะ!


            เคียวกะและมินะจังดีใจเป็นอย่างมาก โอชาโกะไม่ได้รู้สึกอยากไปงานเต้นรำเพราะไม่อยากอาศัยอยู่ที่นี่แต่อย่างใด แต่เหตุผลที่เธออยากไปงาน ก็เพราะเธออยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าชายต่างหาก!


            นอกจากเดกุ มิเนตะ เคียวกะ และมินะแล้ว เพื่อนร่วมห้องของเธออาจปรากฏตัวเป็นตัวละครอื่นในนิทานเพิ่มอีก ถึงจะไม่ใช่เพื่อนคนเดิม แต่โอชาโกะไม่ปฏิเสธว่าตนรู้สึกสนุกนิดหน่อยและรอคอยให้ถึงงานเลี้ยงเร็ว ๆ จึงไปรื้อตู้เสื้อผ้าเก่ากึกของเจ้าของเดิม หยิบเอาชุดออกงานในนั้นมาได้ชุดหนึ่ง เธอตั้งใจว่าหลังจากที่ทั้งสามคนออกไปงานแล้ว เธอจะสวมชุดนี้และตามพวกเขาเข้าไปในงานบ้าง


            แต่ก็เหมือนในนิทานนั่นแหละ ซินเดอเรลล่าไม่ได้ไปงานเลี้ยงเต้นรำด้วยชุดที่เตรียมไว้หรอก เธอจะถูกพี่สาวทั้งสองคนแกล้งเอาชุดไปทิ้ง เธอจะต้องนั่งร้องไห้และอีกไม่กี่วินาทีถัดมา นางฟ้าแม่ทูนหัวจะปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเธอ และก็เป็นตามนั้นจริง ๆ


            “เจ้าคือเอลล่างั้นเหรอ?


            เสียงหนึ่งปรากฏขึ้นในสวนหลังบ้านอันมืดมิด ถึงแม้โอชาโกะจะไม่ได้นั่งร้องไห้เสียใจเหมือนในนิทาน แต่นางฟ้าแม่ทูนหัวก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอเหมือนในนิทานจริง ๆ


            และนางฟ้าคนนี้ก็ยังสาวยังสวยด้วย


            “โมโมะจัง!” โอชาโกะยิ้มกว้างขณะมองโมโมะในคราบนางฟ้าที่แต่งกายสวยงาม


            “เจ้าว่ายังไงนะ?” โมโมะถามย้ำ ซึ่งโอชาโกะกลับส่ายหน้าไปมา


            “นางฟ้าเจ้าคะ ฉันอยากไปงานเลี้ยงเจ้าค่ะ!” เธอกล่าวอย่างร่าเริง


            นางฟ้าโมโมะเลิกคิ้วเล็กน้อย


            “แต่เจ้าไม่มีชุดออกงานนี่นา เจ้าจะไปชุดนี้ได้ยังไง”


            โอชาโกะอมยิ้มโดยไม่ตอบคำถาม นางฟ้าโมโมะที่รอคำตอบอยู่นั้นจู่ ๆ ก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะเสกให้ชุดเก่าปุปะที่โอชาโกะสวมอยู่นั้นกลายเป็นชุดออกงานอันสวยงามหรูหรา พร้อมด้วยรองเท้าแก้วที่ปรากฏอยู่บนเท้าของเธออย่างพอดิบพอดี


            “สวยจังเลย” เธอว่าพลางชื่นชมรองเท้าแก้วที่เคยเห็นเพียงแค่ในนิทานเท่านั้น


            “เจ้าจะต้องกลับมาที่นี่ก่อนเที่ยงคืน ไม่อย่างนั้นเวทมนตร์ทั้งหมดก็จะเสื่อมสลาย”


            นางฟ้าโมโมะทิ้งท้ายไว้ก่อนจะผายมือให้โอชาโกะขึ้นไปบนรถฟักทองสีเหลือง มีม้ากาชาสีน้ำตาลรอคอยอยู่แล้ว


            “เอาล่ะ ออกเดินทางได้”


            “ขอรับ”


            เสียงอันคุ้นหูนั้นดังมาจากม้าเบื้องหน้า โอชาโกะยิ้มกว้างทันทีเพราะเสียงนั้นคือเสียงของเพื่อนร่วมชั้นอีกคนที่มีนามว่า คามินาริ!


            “คามินาริคุงเป็นม้าไปแล้วเหรอ!?


            “เจ้าพูดว่ายังไงนะ? เสียมารยาท!


            เจ้าม้าตอบกลับมาก่อนจะพาเธอไปยังปราสาทอันยิ่งใหญ่และสวยงาม


            ม้าคามินาริหายไปแล้ว ที่นี่มีเพียงแค่โอชาโกะในชุดราตรีอันสง่างาม เธอเงยหน้าชื่นชมความสวยงามของปราสาทที่เคยเห็นเพียงแค่ในนิทานเท่านั้น ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรเข้าไปในงานได้แล้ว เธอจึงก้าวขึ้นบันไดปราสาทด้วยความทุลักทุเลเพราะรองเท้าแก้วส้นเข็มที่ไม่คุ้นเคย


            บรรยากาศในงานเลี้ยงเต้นรำช่างยิ่งใหญ่ตระการตา ผู้คนมากหน้าหลายตากำลังเต้นรำอยู่ในฟลอร์ สำหรับโอชาโกะสิ่งที่หน้าตื่นตาตื่นใจไม่ใช่บรรยากาศในงาน แต่เป็นผู้คนที่อยู่ในงานต่างหาก ทั้งหญิงทั้งชายนั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนมัธยมปลายยูเอแทบทั้งสิ้น และนั่น! เธอเห็นเพื่อนร่วมชั้นอีกคนแล้ว!


            โทโคยามิในร่างไก่อบอันหอมฉุยบนโต๊ะอาหาร!


            โอชาโกะเดินสำรวจภายในงานด้วยความตื่นตาตื่นใจ จนกระทั่งใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า


            “ข้าอยากเต้นรำกับเจ้า”


            โทโดโรกิคุงในชุดสูทที่หรูหราที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ชายคนอื่นในห้องโถงนั้น


            หรือเขาจะเป็นเจ้าชายกันนะ!?


            ไม่รอให้โอชาโกะตอบรับ อีกฝ่ายก็คุกเข่าลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะเงยหน้ามองและยื่นมือออกมาตรงหน้า โอชาโกะลังเลที่จะยื่นมือออกไป แต่ก็จำใจต้องทำให้เหมือนกับในนิทานที่เธอเคยอ่านมา


            โทโดโรกิที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนั้นช่างหล่อเหลา สายตาที่มองมาไม่เหมือนกับเป็นโทโดโรกิคุงเพื่อนร่วมห้องคนนั้นเลยสักนิด โอชาโกะรู้สึกเขินนิดหน่อยแต่ก็ยอมเต้นรำไปเรื่อย ๆ พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับใครคนหนึ่งที่ยืนมองลงมาจากบัลลังก์พระราชา


            เอ็นเดเวอร์ พ่อของโทโดโรกิคุงคือพระราชา แสดงว่าผู้ชายตรงหน้าเธอก็คือเจ้าชายอย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิดจริง ๆ


            ระหว่างที่โอชาโกะกำลังเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่เหมือนในนิทาน จู่ ๆ นาฬิกาก็ดังขึ้นบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืนเข้าไปทุกที โอชาโกะสนุกจนลืมเวลา!


            เธอผละจากโทโดโรกิคุงแล้ววิ่งอย่างทุลักทุเลออกไปยังประตูทางเข้าปราสาท


            “เดี๋ยวก่อน เจ้า!!


เสียงของโทโดโรกิคุงดังขึ้นมา แต่โอชาโกะจะมัวเสียเวลาไม่ได้ เธอต้องไม่ทำให้นิทานเรื่องนี้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม หากในนิทานบอกว่าต้องกลับก่อนเที่ยงคืนและห้ามให้คนอื่นจับได้ เธอก็ต้องทำ ถึงแม้ลงมาจากปราสาทได้ครึ่งทางแล้วรองเท้าแก้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหลุด เธอก็ต้องแสร้งถอดมันทิ้งไว้แล้ววิ่งออกจากบริเวณนั้นทันที


เลยเที่ยงคืนแล้ว ชุดอันสวยงามกลับกลายมาเป็นชุดเก่าปุปะตามเดิม รวมถึงรองเท้าแก้วอีกข้างก็หายวับไปแล้วด้วย


            เดี๋ยวก่อน! รองเท้าแก้วอีกข้างไม่ควรหายสิ! ก็ในนิทานมันไม่ใช่อย่างนี้นี่นา


            โอชาโกะมัวแต่ตกใจที่เหตุการณ์ไม่เป็นเหมือนในนิทาน จนเดินหลงเข้ามาในป่าอันมิดมืด


            บรรยากาศยามดึกช่างวังเวง เสียงจักจั่นผสมปนเปไปกับเสียงลมพัดใบไม้ไหวยามเที่ยงคืน โอชาโกะในชุดขาดปุปะและเท้าเปล่าเดินย่ำเข้าไปในป่าลึกขึ้นเรื่อย ๆ เด็กสาวห่อไหล่ลงเพราะอากาศเริ่มเย็น โอชาโกะอาศัยแสงจากดวงจันทร์คอยนำทางเท่านั้น และบอกไม่ได้ด้วยว่าที่นี่คือที่ไหน และทางเบื้องหน้าจะพาเธอไปสู่อะไร


            เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ โอชาโกะรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณฝ่าเท้า ที่แท้ก็เดินเหยียบหินที่แหลมคมเข้านี่เอง เลือดไหลซิบ โอชาโกะใช้มือซับเลือดบนฝ่าเท้า และนั่งลงบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นพลางคิดในใจว่าจะนั่งตรงนี้สักพักจนกว่าจะหายเหนื่อยแล้วค่อยหาทางกลับบ้าน


            ขณะที่กำลังนั่งพิงลำต้นไม้ใหญ่นั้นเอง เสียงร้องของอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงที่โอชาโกะอยู่ ฟังดูแล้วคล้ายเสียงของสัตว์ดุร้าย โอชาโกะผุดลุกขึ้นยืนทันทีพลางหันซ้ายหันขวามองไปในความมืดรอบกาย ในใจภาวนาว่าขออย่าให้เจอเรื่องร้าย ๆ เลยเถอะ จนกระทั่งเงาของสัตว์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นด้านหลัง


            มังกรเพลิงสีแดงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นต่อหน้าโอชาโกะ อากาศบริเวณนั้นจากที่หนาวเย็นกลายเป็นอุ่นและร้อนขึ้นจนโอชาโกะรู้สึกได้ เด็กสาวอ้าปากค้างและยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้เลยแม้แต่นิดเดียว


            นะ นิทานเรื่องซินเดอเรลล่ามีมังกรด้วยงั้นเหรอ?!


            ขณะที่เด็กสาวกำลังตะลึงงันจนพูดอะไรไม่ออก มังกรขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้านั้นกำลังจ้องมองมาที่เด็กสาวตัวเล็กอย่างสนใจใคร่รู้ ใบหน้าขนาดใหญ่มองชะโงกมายังเด็กสาวใกล้ ๆ จนโอชาโกะกรีดร้องออกมาแล้วเผลอทิ้งตัวลงไปนั่งแปะบนพื้น


            “เจ้ากำลังหลงทางงั้นรึ แม่สาวน้อย?


            เสียงอันคุ้นหูดังขึ้นมาจากสัตว์ดุร้ายเบื้องหน้า ถ้าฟังไม่ผิดนี่มันเสียงของเพื่อนร่วมห้องของเธออีกคนที่มีผมสีแดงเพลิง คิริชิม่า!


            “คิริชิม่าคุง!?” โอชาโกะเผลอพูดชื่อเพื่อนคนนั้นออกมาเสียงดังจนมังกรแดงทำหน้าตาฉงน


            “หืม? เจ้าว่าไงนะ!?


            “เจ้ากำลังพูดอยู่กับใครน่ะ เรด”


            เสียงนั่น!?


            โอชาโกะค่อย ๆ พยุงร่างกายตัวเองให้ลุกขึ้นยืนขึ้นอีกครั้ง และพบว่าผู้ชายที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอก็คือ บาคุโก คัตสึกิ


            “บาคุโกคุง!?


            โอชาโกะไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงดีใจขนาดนั้น และไม่รู้ว่าทำไมร่างกายของตัวเองถึงอ่อนแรงลงเหลือเกิน เธอเพิ่งพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนได้ตะกี้นี้เอง แต่แล้วก็ล้มพับลงไปอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ล้มลงไปบนพื้น


            บาคุโกที่ยืนห่างออกไปหลายก้าว ไม่รู้ทำไมเขาถึงวิ่งตรงเข้ามารับเธอไว้ได้พอดี โอชาโกะจึงล้มลงไปบนแผ่นอกกว้างของคนตรงหน้าแทนที่จะเป็นพื้นดินอันเยียบเย็นนั่น


            “เฮ้ย!?” เขาร้องออกมาในขณะที่โอชาโกะสัมผัสได้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายนั้นอบอุ่นเหลือเกิน


            “บะ บาคุโกคุง..”


            สิ้นเสียงเรียกของเด็กสาว โอชาโกะก็หมดสติไป

 

+++++++++++++++++++++++++++++

 


        “จะเอายังไงกับเด็กนั่นล่ะ?

 

            “ข้าไม่รู้”


            “พานางกลับไปที่บ้านสิ คนที่บ้านคงเป็นห่วงแย่แล้ว”


            “เหอะ เป็นห่วง!!? เจ้าพูดออกมาได้นะเรด สภาพบ้านของนางเป็นยังไงเจ้าไปสืบมาแล้วนี่ เจ้ารู้ดีไม่ใช่เรอะ”


            “....แต่ถึงกระนั้นที่นั่นก็เป็นบ้านของนาง”


            “รอให้ฟื้นก่อนค่อยกว่ากันอีกที”


            โอชาโกะรู้สึกตัวมาสักพักแล้ว และกำลังเงี่ยหูฟังบทสนทนาระหว่างมังกรเพลิงกับคนที่ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของมังกรตัวนั้น


            “นางฟื้นแล้วแน่ะ”


            สิ้นเสียงของคิริชิม่าคุงในร่างมังกร บาคุโกก็เดินตรงเข้ามาหาเด็กสาวที่กำลังพยุงตัวเองขึ้นนั่ง สีหน้าเธอสดชื่นขึ้นเล็กน้อย คงเพราะได้นอนหลับไปหลายชั่วโมง


            “เช้าแล้วเหรอ” เธอถามขณะยกมือป้องแสงแดดจ้าที่ส่องเข้ามา


            “ถ้าฟื้นแล้วก็กลับบ้านเจ้าไปได้แล้วล่ะ”


            บาคุโกว่าขณะกำลังปิ้งไก่อยู่อย่างขะมักเขม้น กลิ่นหอมฉุยส่งผลให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารของโอชาโกะทำงานขึ้นมาทันทีจนคิริชิม่าหัวเราะ นั่นเป็นฉากที่พิลึกเหลือเกินที่มังกรควรน่ากลัวกลับมานั่งหัวเราะกับท่าทีเด๋อด๋าของเด็กสาว

 

คลิกเพื่อฟังเพลง

 

            บาคุโกในโลกนี้เหมือนกับบาคุโกในโลกเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ผิดก็แค่เขาไม่ได้สวมเสื้ออะไรเลย นอกจากชุดที่มีขนขยุกขยุยปกปิดลาดไหล่อันแข็งแรง กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ต่างหูสีแดง เล็บอันยาวแหลมนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่านี่ไม่ใช่บาคุโกคนที่เธอรู้จัก


            “เอ้า กินอิ่มแล้วก็กลับบ้านไปซะ”


            เขายื่นน่องไก่ย่างให้เธอชิ้นโต เด็กสาวรับมันมากินอย่างเอร็ดอร่อย


            “ขอบคุณมากนะ บาคุโกคุง”


            บาคุโกในโลกนี้ขมวดคิ้วให้กับชื่อนั้น แต่ก็พยักหน้ารับอีกฝ่ายเบา ๆ


            “ก่อนหน้านี้เจ้าก็เรียกข้าด้วยชื่อแปลก ๆ เหมือนกัน เรียกว่าอะไรนะ?” มังกรแดงถาม


            “อ๋อ คิริชิม่าคุงน่ะเหรอ?” โอชาโกะยิ้มให้มังกรเพลิงที่แสนใจดี


            “ทำไมเจ้าถึงเรียกพวกข้าด้วยชื่อแบบนั้น” บาคุโกจัดการไก่ของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วหันมาถาม


            โอชาโกะก้มหน้าลงทันที เพราะไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายยังไง


            “เจ้าชื่อซินเดอเรลล่าใช่ไหม?” คราวนี้มังกรแดงถามขึ้นมาบ้าง แต่โอชาโกะส่ายหน้า


            “เปล่า ฉันไม่ได้ชื่อนั้น ฉันชื่ออุรารากะ โอชาโกะ!” เธอผุดลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะพบว่าที่เท้ามีผ้าพันแผลปิดอยู่


            “ชื่ออะไรนะ?” บาคุโกโลกนี้ถาม


            “อุรารากะ!


            “หน้ากลม?


            “อุรารากะ!!!” เธอส่งค้อนให้เขาทันที มังกรคิริชิม่าหัวเราะเสียงดัง


            “จะชื่ออะไรก็เรื่องของเจ้าเถอะ รีบกลับบ้านไปได้แล้ว” บาคุโกโลกนี้ตัดบท


            เด็กสาวก้มหน้านิ่งไปอึดใจ


            “...ฉันก็อยากกลับเหมือนกัน แต่...ฉันหาทางกลับไม่ได้”


            เธอพูดเสียงแผ่ว และแน่นอนว่าเธอไม่ได้หมายถึงบ้านที่มีแม่เลี้ยง พี่สาวและกัปปะ แต่เป็นบ้านของเธอจริง ๆ บ้านที่เธอเพิ่งจากมา


            “ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ ข้าไปส่งเจ้าก็ได้”


            บาคุโกโลกนี้ผุดลุกขึ้นยืนทันที แต่ก็ชะงักเมื่อเด็กสาวตรงหน้าส่ายหน้าเป็นพัลวัน


            “เจ้าจะเอายังไงกันแน่!!!!!!


            “ข้ารู้ว่าเจ้าคือพ่อมดอันชั่วร้าย แต่กับเด็กสาวผู้หลงทางและบาดเจ็บคนนี้ก็ช่วยใจดีกับนางหน่อยเถอะ” มังกรแดงพูดขึ้นมา จากนั้นไม่กี่วินาทีมังกรสีแดงก็โดนผู้เป็นเจ้าของไล่ตะเพิดจากไป


            “ถึงเธอจะไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้ แต่ก็ขอให้รู้ไว้ว่าฉันพูดความจริง”


            โอชาโกะเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอให้พ่อมดหนุ่มผู้ชั่วร้ายฟัง เขาฟังไปก็คิ้วกระตุกไป ในระหว่างที่เด็กสาวเล่า พ่อมดก็แทบจะระเบิดพลังออกมาหลายหน เขารู้สึกสับสนและมึนงงกับสิ่งที่เด็กสาวเล่ามาก แต่น่าแปลกที่เขากลับเชื่อสนิทใจว่าที่อีกฝ่ายพูดนั้นคือความจริง


            “...เพราะฉะนั้น ตอนนี้ฉันเลยอยากกลับไปที่โลกเดิมของฉันมาก อยากไปเจอเพื่อนทุกคนที่โลกเดิมมาก รวมถึงเธอในโลกเดิมด้วย”


            “ข้าในโลกของเจ้า!?


            โอชาโกะพยักหน้าให้ก่อนจะพูดต่อ


            “..ฉันเพิ่งซุ่มซ่ามทำเขาบาดเจ็บนิดหน่อยก่อนจะมาที่นี่ด้วย เขาคงตกใจมากที่จู่ ๆ ฉันหายเข้ามาในหนังสือ ไม่แน่เขาอาจโมโหจนฉีกหนังสือเล่มนั้นขาดเป็นชิ้น ๆ ไปแล้วก็ได้”


            พ่อมดหนุ่มนิ่งไปนิดหนึ่ง


            “..ถ้าข้าในโลกของเจ้าฉีกหนังสือที่ว่านั่นทิ้งไปแล้ว เจ้าก็คงจะกลับไปโลกเดิมไม่ได้อีกแล้วล่ะ”


            โอชาโกะสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อย


            “..ฉะ ฉันแค่เดาเอาน่ะ”


            ทั้งสองคนเงียบกันไปอึดใจ และในที่สุด พ่อมดหนุ่มก็ผุดลุกขึ้นยืน


            “มาเถอะ ข้าจะไปส่ง”


            “ไม่นะ....ฉันไม่อยากกลับไป....”


            โอชาโกะรู้สึกขอบตาของตัวเองร้อนผ่าว เธอส่ายหน้าไปมาและเอาแต่นั่งอยู่บนโขดหินนั้น จนอีกฝ่ายคิ้วกระตุก แต่ก็พยายามระงับโทสะของตัวเองไว้


            “เจ้าเพิ่งบอกข้าตะกี้ว่าเจ้าควรดำเนินเรื่องในนิทานให้จบก่อนถึงจะกลับโลกเดิมได้ไม่ใช่หรือไง?


            “ตะ แต่ที่นั่นมีแต่คนใจร้าย แม่เลี้ยงกับพี่สาว ถึงหน้าตาจะเหมือนเพื่อนในโลกของฉัน แต่พวกเขาก็ใจร้ายเหลือเกิน...”


            “ธีโอ....”


            “เอ๊ะ?


            บาคุโกในร่างนี้หันหน้ามามองเธอด้วยสายตาจริงจัง ไม่มีแววโมโหแต่อย่างใด


            “เมื่อไหร่ที่เจ้าเดือดร้อน เรียกหาข้าได้เสมอ”


            “บะ บาคุโกคุง?


            “ข้าจะบินไปหาเจ้าทุกเมื่อที่เจ้าต้องการ”


 

No matter where you go

You know you’re not alone

 


            “...บาคุโกคุงงงงง”


            “ไมใช่บาคุโก ธีโอโว้ยยยยยยยยยยยย!!!


            สิ้นเสียงของธีโอ โอชาโกะรู้สึกว่าเท้าของตัวเองลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ธีโอโอบเอวของเธอเอาไว้แน่นก่อนจะพาเธอลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า โอชาโกะกรีดร้องออกมาดังลั่น เสียงร้องของเธอผสมปนเปไปกับเสียงก่นด่าของธีโอ ซึ่งเป็นพ่อมดชั่วร้าย(?) โอชาโกะยกมือป้ายอากาศอันว่างเปล่าไปมา ธีโอถึงกับต้องดึงแขนของเธอให้โอบรอบคอของเขาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตกลงไป


            “ถ้าไม่อยากหล่นลงไปตายก็เกาะให้แน่น”


++++++++++++++++++++++++++


            ธีโอพาโอชาโกะกลับมายังบ้านซินเดอเรลล่า กัปปะเดกุที่นั่งรออยู่ในสวนถึงกับตกใจกระโดดผลุงลงไปซ่อนตัวอยู่ในหนองน้ำ โอชาโกะลงไปยืนบนพื้นดินอีกครั้งอย่างนุ่มนวลและปลอดภัย วินาทีนั้นเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากจากบาคุโกในร่างนี้ไปเลย


            “กลับเข้าไปในบ้านซะ” เขากระซิบก่อนจะลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วหายวับไปกับตา


            “จะ เจ้า!? เจ้ามากะ...กับพ่อมดอันชั่วร้าย!!!!


            กัปปะเดกุตัวสั่นงกเงิ่นอยู่ใต้น้ำ


            “พ่อมดชั่วร้ายงั้นเหรอ?” โอชาโกะทวนคำ “เขายังใจดีกว่าคนที่นี่ตั้งหลายเท่า”


            หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีถัดมากัปปะก็หลบลงไปอยู่ใต้น้ำอีกครั้งเมื่อประตูห้องนอนเปิดผางออก


            แม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงสองคนต่างเข้ามาโขกสับโอชาโกะอีกครั้งเนื่องจากหลังจากที่ทั้งสามคนกลับมาจากงานเลี้ยงเมื่อคืน โอชาโกะไม่ได้อยู่บ้าน แถมตื่นเช้ามาบนโต๊ะอาหารก็ยังว่างเปล่า ตอนนั้นเองโอชาโกะพยายามไม่คิดถึงธีโอเพราะไม่อยากรบกวนเขามากไปกว่านี้ ทว่าก่อนที่แม่เลี้ยงจะเงื้อมือของเจ้าหล่อนฟาดลงบนหน้าโอชาโกะ


            เสียงคำรามของสัตว์ดุร้ายชนิดหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากที่ไหนสักแห่งในโลกใบนี้


          กรรรรรรร!!!!!!


          นั่นคือเสียงของคิริชิม่า โอชาโกะยิ้มขึ้นมาทันที


            กรรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!


            เสียงคำรามรอบที่สองดังขึ้นชัดกว่าเดิม ทั้งที่ตัวก็ไม่ได้โผล่มา แต่ก็สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับแม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงทั้งสองมาก ทั้งสามคนจึงวิ่งหนีออกไปจากห้องนั้นทันที เสียงคำรามถึงได้เงียบลง


            “ท่านแม่คะ เสียงร้องของตัวอะไรน่ะคะ มีสัตว์ประหลาดอยู่แถวนี้ด้วยเหรอ!


            “นั่นสิคะ เสียงมันดังใกล้มากเลย เหมือนมันอยู่ไม่ไกลจากเราเลย!


            พี่เลี้ยงทั้งสองคนรู้สึกกระวนกระวาย พวกหล่อนเอาแต่เดินไปเดินมาในห้องครัวและไม่กล้าที่จะแยกกลับไปในห้องของตัวเอง โอชาโกะที่กำลังทอดไส้กรอกอยู่นั้นลอบยิ้มขึ้นมาเบาบาง


            “พวกเจ้ายังเด็กมาก คงไม่เคยได้ยินตำนานเรื่องมังกรเพลิงมาก่อนสินะ”


            แม่เลี้ยงมิเนตะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว ลูกทั้งสองของเธอถึงกับต้องยืนกอดกันกลมขณะฟังแม่ของตัวเองเล่าเรื่องราวดังกล่าวให้ฟัง


            “เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้วที่มังกรเพลิงอพยพถิ่นฐานของตนจากนรกขึ้นมาอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ พวกสัตว์ในป่าแตกตื่นกันใหญ่ สัตว์พวกนั้นบอกว่าจู่ ๆ ก็มีมังกรสีแดงเพลิงมาบุกรุกที่อยู่อาศัยของพวกมัน มังกรเพลิงดุร้ายมาก มันจะออกอาละวาดฆ่าสัตว์และคนที่หลงเข้าไปในเขตของมันทุกคืน คนที่สามารถปราบมังกรได้มีเพียงแค่พ่อมดคนหนึ่งที่เดินทางมาจากแดนไกลเท่านั้น หลังจากการปรากฏตัวของพ่อมด มังกรเพลิงสงบนิ่งมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี จนกระทั่งพ่อมดคนนั้นได้ให้กำเนิดบุตรชายและเขาได้ถ่ายทอดพลังของตนสู่บุตรชายและลาจากโลกนี้ไป ชาวบ้านต่างรู้สึกอุ่นใจที่ถึงแม้นพ่อมดคนก่อนจะตายจากไปแล้ว แต่ทายาทของเขายังคงอยู่ จึงชะล่าใจคิดว่าตัวเองยังสงบสุขปลอดภัยอยู่เช่นเคย แต่แล้ววันหนึ่งมังกรเพลิงที่สงบเงียบไปนานก็ออกอาละวาดอีกครั้ง ใครจะรู้เล่าว่า คนที่เป็นคนปลุกความชั่วร้ายของมังกรให้ฟื้นคืนกลับมาดังเดิม ก็คือทายาทของพ่อมดผู้แสนดีที่ได้จากโลกนี้ไปแล้วนั่นแหละ!


            สองพี่น้องฟังพลางก็กรีดร้องไปพลาง โอชาโกะยื่นจานอาหารเช้าวางตรงหน้าทั้งสามคน ก่อนจะแกล้งทำเป็นยุ่งงานในครัวเพื่อที่จะได้ฟังเรื่องราวนั้นต่อ


            “...สรุปแล้วลูกชายของพ่อมดใจดีนั่นกลายมาเป็นพ่อมดผู้ชั่วร้ายเหรอคะท่านแม่!?


            “ใช่แล้ว เขาเสียสติโดยสมบูรณ์ ระเบิดพลังของตัวเองออกมาซึ่งพลังของเขาสามารถทลายภูเขาได้เป็นสิบ ๆ ลูกเลยทีเดียว”


            ทั้งสองคนต่างกรีดร้องเสียงดังจนผู้เป็นแม่ส่งเสียงดุ


            “อยากโดนพ่อมดจับกินหรือไง!” หล่อนตวาดแว้ดใส่ลูก ๆ


++++++++++++++++++++++++++


            “ที่เธอเล่าน่ะ เรื่องจริงเหรอ” โอชาโกะจัดการงานบ้านเสร็จแล้วรีบกลับเข้ามาในห้องเพื่อพูดคุยกับกัปปะเดกุที่ตัวยังสั่นไม่เลิก


            กัปปะงกเงิ่น ไม่รู้จะพยักหน้าหรือส่ายหน้าดี


            “ระ เรื่องจริงตามนั้น”


            “บุตรชายที่ปลุกพลังของมังกรเพลิงให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง คือธีโออย่างนั้นเหรอ”


            โอชาโกะพึมพำเบา ๆ ส่งผลให้กัปปะเดกุสะดุ้งตกใจตัวโยนกระโจนลงไปในหนองน้ำ


            “นะ นั่นชื่อเขาเหรอ!!? ทำไมเจ้าถึงรู้ชื่อจริงเขา! พวกข้าที่เฝ้าหนองน้ำมาตลอดหลายร้อยปี ไม่เคยมีใครได้ยินนามที่แท้จริงของเขามาก่อนเลย!!!


            โอชาโกะไม่ทันได้สังเกตสีหน้าท่าทางของกัปปะเดกุ เพราะเธอมัวแต่นึกถึงเรื่องเล่าในอดีตของธีโอที่ได้ยินมาจากแม่เลี้ยง เธอรู้สึกไม่ค่อยเชื่อคำกล่าวนั้นเท่าไหร่ รุ่นพ่อของธีโอเป็นอย่างไรนั้นเธอไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือมังกรเพลิงไม่ได้มีนิสัยดุร้ายเหมือนที่แม่เลี้ยงเล่าเลยแม้แต่นิดเดียว


            “...แล้วมังกรล่ะ!? เธอรู้เรื่องมังกรมากน้อยแค่ไหนกัน?


            แต่กัปปะเดกุไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว


            วันต่อมาหลังจากที่โอชาโกะกลับมาจากจ่ายตลาดแล้ว จู่ ๆ แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็บุกเข้ามาโขกสับเธออีกครั้ง จากที่รุมรังแกเธอด้วยเหตุผลไร้สาระ คราวนี้ทั้งสามคนกลับมาพร้อมเหตุผลที่ว่า มีคนเห็นเธอไปร่วมงานเลี้ยงและได้เต้นรำกับเจ้าชายด้วย


            “ไหนพูดมาซิว่าคืนนั้นเจ้าทำอะไรอยู่ที่บ้าน!?


            “บอกมาว่าเจ้าไม่ได้ไปร่วมงานในคืนนั้น!!!


            “เจ้ายังไม่ได้ไปเสนอหน้าให้เจ้าชายเห็นใช่ไหม!?


            แม่เลี้ยงคว้าผมของโอชาโกะได้กระจุกหนึ่งแล้วดึงมันขึ้นมาเพื่อให้เธอเงยหน้าตอบคำถาม แต่เมื่อเธอยังไม่ยอมพูดอะไรออกมา พี่สาวคนโตก็เงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดไปที่ใบหน้าของเธอ แต่จู่ ๆ ลมก็พัดแรงขึ้น พาเอากระถางดอกไม้ หนังสือและสิ่งของอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักเบาปลิวไหวไปตามแรงลม


            ทั้งสามคนหลุดจากการเกาะกุมโอชาโกะ ยกมือป้องหน้าป้องตาเมื่อลมที่พัดรุนแรงดั่งพายุนั้นพยายามเข้าทำร้ายทั้งสามคนแบบไม่รู้ที่มาที่ไป


          กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด


          ธีโอ!


            โอชาโกะนึกถึงพ่อมดหนุ่มผู้ชั่วร้ายขึ้นมาได้ เธอกลิ้งไปหลบอยู่ใต้โต๊ะ ก่อนเพ่งจิตไปถึงบุคคลดังกล่าวที่เธอกำลังนึกถึง


            ธีโอ! หยุดเถอะนะ!


            สิ้นเสียงจากความคิด พายุปริศนาก็สงบลงทันที     


            แม่เลี้ยงและลูกเลี้ยงพากันวิ่งหนีพายุกันจ้าละหวั่น โอชาโกะผุดลุกขึ้นยืนและมองไปยังนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ายามเย็นสีแดงอมส้ม ถ้าเธอมองไม่ผิด เงาของผู้ชายคนหนึ่งที่ผมยุ่งเหยิงยืนอยู่บนยอดหอคอย ไกลห่างออกไปหลายเมตร


            ฉันยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากเธอเลยนะ!


            โอชาโกะนึกพลางมองเงาที่ยืนอยู่นั้นไม่วางตา


            เจ้าจะรอให้ยัยเพิ้งพวกนั้นฆ่าเจ้าก่อนใช่มั้ย?


          ธีโอส่งกระแสจิตผ่านมาให้เธอ ซึ่งเมื่อได้รับข้อความแล้ว โอชาโกะก็ส่ายหน้าไปมา


            พวกเขาไม่ทำอะไรฉันถึงตายหรอก


          สรุปคือเจ้าจะรอให้ตายก่อนถึงจะยอมเรียกข้าใช่ไหม!!!!!!?


            โอชาโกะรับรู้ได้ถึงอารมณ์โทสะของธีโอ เงาของเขาค่อย ๆ เลือนหายไปจากยอดหอคอย เธอจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

when you’re weak I’ll be strong

I’m gonna keep holding on

 

 

             แต่แล้วธีโอกลับปรากฏกายขึ้นข้างหลังโอชาโกะนั่นเอง...


            “บาคุโกคุง เอ้ย ไม่ใช่---“


            ธีโอไม่พูดอะไรเลยสักคำ เขาเพียงแค่มองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาได้ยาก ก่อนจะอ้าแขนของตัวเองออกมาช้า ๆ


            “ธีโอ?....”

 

Now don’t you worry, it won’t be long

and when you feel like hope is gone

Just run into my arms.

 

 

เท่านั้นเองน้ำตาของโอชาโกะก็ร่วงแหมะ เธอถลาเข้าสู่อ้อมกอดของอีกฝ่ายทันทีเหมือนเด็กกำลังหาที่พึ่ง ธีโอกอดตอบเงียบ ๆ โอชาโกะปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย แต่ทั้งคู่ก็สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกันได้ ด้วยอ้อมกอดนี้

 

++++++++++++++++++++++

 

            หลายวันต่อมา


ขอกลับเข้าสู่เนื้อหาในนิทานอีกครั้ง เมื่อเจ้าชายต้องการตามหาเจ้าของรองเท้าแก้วที่ทิ้งไว้ให้เขาดูต่างหน้าในคืนงานเลี้ยง เจ้าชายจึงนำรองเท้าแก้วข้างนั้นออกมาแล้วสั่งให้ทหารนำมันไปให้ผู้หญิงทั่วทั้งหมู่บ้านทดลองสวมรองเท้าข้างนี้ แต่ไม่มีใครสวมได้พอดีเลยแม้แต่คนเดียว


 ขณะที่โอชาโกะกำลังซักผ้าอยู่ที่สวนหลังบ้าน ขบวนเสด็จของเจ้าชายก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านของเธอ


            “เจ้าชายเสด็จ”


            เสียงนั้นช่างคุ้นหู โอชาโกะวางอุปกรณ์ซักผ้าลงแล้วชะโงกหน้าออกไปดูเหตุการณ์หน้าบ้าน


            ทหารรับใช้ส่วนพระองค์สองคนที่นำเจ้าชายเข้ามาในบ้าน คนแรกคืออีดะ ส่วนคนที่สองคือเซโร่พวกเขานำเจ้าชายโทโดโรกิเข้ามาในบ้าน แม่เลี้ยงและลูกสาวต่างยินดีปรีดา รีบจัดหาเก้าอี้และน้ำดื่มมาบริการทันที


            ถึงเวลาแล้วสินะ


            โอชาโกะคิดในใจขณะลอบมองเหตุการณ์เงียบ ๆ พลันทันใดนั้นเอง โอชาโกะก็นึกถึงรองเท้าแก้วอีกข้างที่หายไปขึ้นมาได้


            แย่แล้ว รองเท้าอีกข้างไม่อยู่นี่นา แบบนี้นิทานจะจบลงแบบไหนกันเนี่ย


            อีดะและเซโร่ยื่นรองเท้าให้พี่สาวทั้งสองคนสวม ซึ่งทั้งคู่ก็สวมมันไม่พอดีเหมือนในนิทาน ถัดจากพี่สาวทั้งสองคนก็ถึงคิวของแม่เลี้ยงบ้าง


            ทันใดนั้นเอง แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าโอชาโกะ


            รองเท้าแก้วอีกข้างที่หายไป จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาเสียอย่างนั้น โอชาโกะรีบคว้ามันมาซ่อนไว้ในผ้ากันเปื้อนที่ตนสวมอยู่ทันที


            “ยังมีผู้หญิงอยู่ในบ้านนี้อีกหรือเปล่าขอรับ” ทหารอีดะเอ่ยถามขึ้นมาขณะมองเข้าไปในตัวบ้าน


            “มะ ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ บ้านพวกข้ามีกันอยู่เพียงสามคนแม่ลูกเจ้าค่ะ”


            แม่เลี้ยงละล่ำละลักบอก แต่เจ้าชายโทโดโรกิที่สายตาแหลมคม แอบมองเข้ามาภายในบ้าน โอชาโกะรีบหดคอกลับเข้ามาทันที


            “ยังมีหญิงสาวอีกหนึ่งคนอยู่ในบ้านหลังนี้”


            เจ้าชายกล่าว


            สิ้นเสียงเจ้าชาย ทหารทั้งสองคนก็ตรงเข้ามาหาโอชาโกะทันที


            “เชิญคุณผู้หญิงลองสวมรองเท้าข้างนี้ดูหน่อยเถิด”


            เจ้าชายมองโอชาโกะด้วยความสนใจใคร่รู้ และดูเหมือนจะลอบยิ้มเบาบางด้วย


            ก็เหมือนในนิทานนั่นล่ะ โอชาโกะสวมรองเท้าแก้วข้างนั้นได้อย่างพอดิบพอดี เป็นจังหวะเหมาะเจาะที่รองเท้าแก้วอีกข้างที่โอชาโกะแอบเก็บไว้ในผ้ากันเปื้อน หล่นลงมานอนกลิ้งบนพื้นตรงหน้าเจ้าชาย


            “อึ๋ย..ซวยแล้ว” เธอบ่นพึมพำขณะมองเจ้าชายก้มลงไปหยิบรองเท้าแก้วอีกข้างขึ้นมา


            “เจ้ามีรองเท้าแก้วอีกข้างอย่างนั้นหรือ?


            สุดท้ายแล้วโอชาโกะก็ได้สวมรองเท้าแก้วทั้งสองข้างนั้น และมันเข้ากันได้อย่างพอดิบพอดี เจ้าชายยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับทหารยามและหันกลับมาอีกครั้ง


            “ข้าได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ว่า หากผู้หญิงคนใดสวมรองเท้าแก้วข้างนี้ได้อย่างพอดิบพอดี ข้าจะแต่งงานกับคน ๆ นั้น และเธอคนนั้น ก็คือเจ้า”


            เจ้าชายพูดพลางก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโอชาโกะ


            โอชาโกะไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลย ทั้งที่เธออยากจะหนีออกไปจากที่ตรงนั้นใจแทบขาด เธอหลับตาปี๋พลางนึกถึงคน ๆ หนึ่งเอาไว้ในใจ


            ธีโอ!!


            สิ้นสุดความคิดของโอชาโกะ พายุหมุนที่ไม่ทราบสาเหตุก็พัดขึ้นมาอีกครั้ง ส่งผลให้เจ้าชายละสายตาไปจากโอชาโกะ ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเองโอชาโกะก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยอยู่เหนือพื้นดิน


             “ธีโอ!!!!” โอชาโกะร้องขึ้นด้วยความยินดี


            “เกาะข้าให้แน่น ๆ”


            ธีโอกระซิบขณะโอบเอวเธอเอาไว้แนบอกเขา ก่อนจะพาเธอลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าทันทีโดยไม่สนใจเจ้าชาย เหล่าทหาร และแม่เลี้ยงที่มัวแต่ยืนตกตะลึงอยู่เบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย


            โอชาโกะกอดคอธีโอแน่นขณะอีกฝ่ายพาเธอลอยขึ้นไปบนอากาศ รองเท้าแก้วเลือนหายไปช้า ๆ โดยที่โอชาโกะไม่รู้ตัว


            ธีโอพาเธอลอยมาหยุดอยู่เหนือแม่น้ำขนาดใหญ่ในป่าลึกที่ห่างกับหมู่บ้านพอสมควร เหนือหนองน้ำนั้นมีแสงจ้าสว่างวาบขึ้นเป็นระยะ เป็นแสงที่โอชาโกะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี


            “แสงนั่น!?


            “มันปรากฏขึ้นมาได้สักพักแล้ว สิ่งนี้ทำให้ข้านึกถึงแสงที่เจ้าเคยเล่าให้ข้าฟังเมื่อคราวก่อน”


            ธีโอโอบเอวเธอไว้แน่นขณะลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าแสงนั้น โอชาโกะทันเห็นมังกรเพลิงคิริชิม่าและกัปปะเดกุลอยคออยู่เหนือน้ำ เห็นหัวหน้าเผ่ากัปปะที่หน้าตาเหมือนอาจารย์ออลไมท์ด้วย


            “ได้เวลาจากกันแล้วสินะ” กัปปะเดกุกล่าวทั้งน้ำตา โอชาโกะยิ้มให้เขาด้วยความเศร้าใจ


            “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ กัปปะคุง”


            “ขอให้สุขภาพเจ้าแข็งแรง” มังกรเพลิงกล่าว


            “อื้อ ขอบคุณมากนะ คิริชิม่าคุง!


            มังกรเพลิงหัวเราะก่อนโอชาโกะจะหันมามองคนที่โอบเอวเธออยู่ตรงหน้า


            “ขอบคุณมากนะ ธีโอ”


            ธีโอไม่ได้พูดอะไรเลย เขาแค่พยักหน้าให้เบา ๆ และก่อนที่โอชาโกะจะตั้งตัวได้ทัน ธีโอก็รั้งคอโอชาโกะให้เข้าหาเขาแผ่วเบา แล้วบรรจงจุมพิตเธอบนริมฝีปากแดงอิ่มเนิ่นนาน


            “ลาก่อน อุรารากะ”


            ธีโอปล่อยให้แสงสว่างตรงหน้านั้นดูดร่างของโอชาโกะเข้าไปเรื่อย ๆ โอชาโกะร้องไห้ขณะยื่นมือออกไปหาธีโอ แต่ช้าไปเสียแล้ว ธีโอมองโอชาโกะเลือนหายไปในแสงจ้านั้นช้า ๆ จนแสงกระตูกวูบหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าของอากาศเหนือหนองน้ำเท่านั้น


            “แล้วเราจะได้เจอกันอีก”


            ธีโอทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

.

.

.

 

 

            อุรารากะ โอชาโกะ พุ่งตัวออกมาจากหนังสือเล่มหนาที่นอนแอ่งแม้งอยู่บนพื้น เธอกระโจนเข้าหาใครคนหนึ่งที่กำลังมองหนังสือเล่มนั้นด้วยความฉงนสุดขีด


            และแล้วโอชาโกะก็กลับเข้ามาสู่โลกของเธอในที่สุด


            “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”


            “เหวออออออออออออออ”


            กว่าจะรู้ตัวเธอก็นั่งอยู่บนตัวของใครคนหนึ่งที่ในโลกก่อนหน้านี้ เธอเพิ่งจูบกับเขาสด ๆ ร้อน ๆ


            “ธะ เธอ!!!!!!!!!


            “ธีโอ!!!!!


            “ตะกี้เธอหายเข้าไปในนี้ แล้วจู่ ๆ เธอก็ลอยออกมา!!!!?


            บาคุโกในชุดนักเรียนชุดเดิม สถานที่เดิมก่อนที่โอชาโกะจะถูกดูดไปในโลกของหนังสือ โอชาโกะยิ้มกว้างก่อนจะโผเข้ากอดคนตรงหน้าทันที


            “ฮือ ธีโอออออ”


            “ธะ ธีโอบ้านเธอสิ บาคุโกโว้ย!!!!!!!!!!!!!


            บาคุโกนั่งเกร็งอยู่บนพื้นขณะที่จู่ ๆ อีกฝ่ายก็โผเข้ากอดเขาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เขาก็ไม่ได้ผลักเธอออกแต่อย่างใด แค่นั่งเฉยปล่อยให้อีกฝ่ายกอดเขาอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เธอทำตามใจเธอต้องการอย่างนั้น


...

 

            หนังสือเล่มใหม่ที่วางอยู่บนพื้นถูกปิดลง หน้าปกขัดมันเผยชื่อเรื่องบนหน้าปกว่า


            ซินเดอเรลล่า ภาคพิสดาร


            หากคุณได้ลองอ่านตอนจบของนิทานเล่มนี้ดู จะพบว่าซินเดอเรลล่าได้ครองรักกับพ่อมดอันชั่วร้ายแทนที่จะแต่งงานกับเจ้าชายเหมือนในนิทานต้นฉบับ


            แต่ถึงแม้เรื่องราวของซินเดอเรลล่ากับพ่อมดร้ายจะจบลงแล้ว แต่เรื่องราวของอุรารากะกับบาคุโกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

 

fin

           

รู้สึกว่ามันค้าง ๆ คาๆ ไหมคะ 555555555 ฮือออ อยากเขียนต่อออ 555555555 แต่เอาจริงจบแบบนี้ก็ดีแล้วนะ อย่าให้มันไกลกว่านี้เลย เดี๋ยวไม่จบ 5555 ฟิกจบแล้วเพิ่งมาบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในโปรเจ็ค Beautiful Colors นะคะ ฉากวาร์ปหายเข้าไปในหนังสือต้องขอขอบคุณแฮร์รี่ตอตเตอร์กับห้องแห่งความลับด้วย เรานึกถึงฉากนั้นขึ้นมาในหัว เลยใช้ฉากนั้นเขียนฟิกเรื่องนี้ออกมา ก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นนี่แหละ ชอบไม่ชอบยังไงก็ติชมได้นะ แล้วเจอกันใหม่ค่า <3


            

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

×