ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

สีพื้นหลัง

ระยะห่างบรรทัด

คืนค่า

#KACCHAKO THE PROJECT

ตอนที่ 4 : Beautiful Colors ::: I HATE RAMEN #YELLOW

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 4 ธ.ค. 61


I  HATE  RAMEN

Beautiful Colors Project

.

.

.



โอชาโกะมีแฟนแล้วค่ะ


ถ้าถามว่าแฟนของโอชาโกะเป็นคนแบบไหนน่ะเหรอ? เขาเป็นคนที่การกระทำสวนทางกับคำพูดมาก ปากบอกไม่เป็นห่วง แต่เวลาที่เธอลำบากเขาก็มาช่วยตลอด เขาเป็นคนขี้โมโห แต่ก็เป็นคนที่ทำให้ชีวิตของโอชาโกะมีสีสันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น


โอชาโกะกับแฟนหนุ่มคบกันมาสามปีแล้ว และพรุ่งนี้ก็คือวันครบรอบ 3 ปีแล้วด้วย ฉะนั้นวันนี้โอชาโกะจึงอยากเซอร์ไพรส์แฟนโดยการแอบซื้อของขวัญไปให้เขาค่ะ


"ถึงบ้านหรือยัง"


ข้อความของแฟนหนุ่มเด้งขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟน โอชาโกะที่กำลังเดินอยู่บนถนนถึงกับต้องหยุดเดินเพื่ออ่านข้อความจากคนที่ไม่ชอบแชทอย่างคุณแฟน


เธออ่านข้อความนั้นด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข แต่ก็อยากจะเซอร์ไพรส์เขาเรื่องของขวัญ จึงจำใจต้องโกหกเขาไปแบบเนียนๆ


"ขอโทษนะ ฉันแวะมาซื้อซูชิกลับไปฝากที่บ้านก่อนน่ะ ถ้าเสร็จแล้วจะรีบกลับจ้ะ"


เธอพิมพ์ข้อความตอบกลับไป และแน่นอนว่าแฟนหนุ่มของเธอกำลังรอข้อความจากเธออยู่แล้ว เพราะเมื่อส่งข้อความไปปุ๊บ อีกฝ่ายก็ตอบกลับทันที


"กลับถึงบ้านแล้วโทรมาบอกด้วย"


โอชาโกะยิ้มให้กับประโยคสั้นห้วนของคุณแฟน เธอส่งสติ๊กเกอร์หัวใจกลับไปให้ ก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋าและตั้งหน้าตั้งตาเดินหาร้านของขวัญให้เจอให้เร็วที่สุด


แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับโอชาโกะ


ด้วยความที่เธอตื่นเต้นกับเรื่องของขวัญมากไปหน่อย ระหว่างเดินหาร้านของขวัญก็ไปสะดุดพื้นต่างระดับบริเวณนั้นจนล้มลงหน้าจุ่มพื้น ล้มคนเดียวไม่พอยังพาให้คนที่เดินสวนทางมาล้มคะมำตามเธอไปด้วยอีกต่างหาก


"ชิบเป๊งแล้วไง ราเม็งหกหมดแล้ว เธอจะชดใช้ยังไงห๊ะ!?"


โอชาโกะที่หน้าจูบพื้นอยู่นั้นค่อย ๆ ฉุดตัวเองให้ลุกขึ้นยืน และพบว่าราเม็งในตะกร้าใบใหญ่หกเลอะเทอะเกือบทั้งหมด แถมชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้น สวมผ้ากันเปื้อนร้านราเม็งและดูเหมือนเขากำลังจะไปส่งราเม็งด้วย


"ขะ...ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ฉันไม่ตั้งใจจริง ๆ ขอโทษนะคะ"


โอชาโกะโค้งให้อีกฝ่ายรัว ๆ อย่างสำนึกผิดเป็นที่สุด


"ขอโทษแล้วราเม็งสิบชามที่หกไปแล้ว มันจะกลับขึ้นไปอยู่ในชามเหมือนเดิมไหมล่ะ? เธอจะชดใช้ยังไง ห๊ะ!?"


หนุ่มราเม็งตะโกนดังลั่นจนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณนั้นหันมามอง โอชาโกะเงยหน้ามองตะกร้าใส่ชามราเม็งอย่างจนปัญญา


"ฉะ..ฉันจะจ่ายเงินให้ค่ะ!!"


ชายหนุ่มตรงหน้าหันไปมองชามราเม็งที่หกเลอะเทอะ ก่อนจะจิ๊ปากแล้วเก็บถ้วยชามทั้งหมดขึ้นมา


"ราเม็งที่หกไปทั้งหมดสิบชาม ก็หนึ่งหมื่นสองพันเย็น* จ่ายมาเดี๋ยวนี้และเธอต้องตามฉันกลับไปที่ร้านด้วย"


"ว่าไงนะคะ!?"


ไม่ต้องเปิดกระเป๋าเงินออกมาดูก็รู้ดีว่าตอนนี้เธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น โอชาโกะนิ่งไปเพราะไม่รู้จะทำยังไงดี จะโทรหาพ่อแม่ตอนนี้เลยดีไหมนะ


"มัวยืนทำอะไรอยู่ ถ้าไม่มีเงินก็มานี่เลย"


โอชาโกะที่ตัวเล็กกว่าอีกฝ่ายมากนั้น ถูกเขาฉุดแขนให้ตามหลังไปยังรถมอเตอร์ไซต์ที่ซึ่งมีธงชื่อร้านปักอยู่ว่า 'อิซึมิราเม็ง'


"อิซึมิราเม็ง!?" โอชาโกะร้องขณะขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์ของเขา


"หึ ร้านราเม็งบ้านฉันไม่ใช่ร้านธรรมดา ๆ นะ เธอซวยแน่ ยัยซุ่มซ่าม"


จริงอย่างที่เขาว่า อิซึมิราเม็ง คือร้านราเม็งที่มีดีกรีมิชลิน 3 ดาว เป็นร้านราเม็งที่ทุกคนที่มาญี่ปุ่นต้องไปกินให้ได้ โอชาโกะไม่เคยไปกินที่ร้านนี้เลยสักครั้ง เพราะขึ้นชื่อว่าแพงมาก


ร้านอิซึมิราเม็งอยู่ไม่ไกลจากถนนที่เธอเดินอยู่สักเท่าไหร่ โอชาโกะลงจากมอเตอร์ไซต์ขณะมองดูแถวของลูกค้าที่พากันต่อคิวยาวติดต่อกันหลายสิบ แถมบรรยากาศนอกร้านไม่ใช่ระดับเลิศหรูไฮโซติดแอร์อย่างที่จินตนาการไว้เลยสักนิด เป็นแค่ร้านราเม็งเล็ก ๆ เหมือนร้านอื่นทั่วไปเท่านั้น


"ตามมา"


เขาสั่งขณะแบกตะกร้าใส่ราเม็งที่หกเข้าไปในร้าน  โอชาโกะเดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปและพบว่าภายในร้านนั้นมีพ่อครัวและพนักงานเสิร์ฟอยู่เพียงแค่สามคนเท่านั้น


"พ่อครับ ยัยนี่ทำราเม็งราคาหมื่นสองพันเยนหก ดูท่าทางไม่มีเงินจ่าย ผมเลยพามาช่วยงานที่ร้านครับ"


"งั้นก็รีบพาไปเปลี่ยนชุดเลย"


"อะไรนะ!?" โอชาโกะร้องออกมาทันที และตอนนั้นเองก็โดนพนักงานสาวคนหนึ่งเบียดจนน้ำราเม็งในชามที่อีกฝ่ายถืออยู่นั้นกระฉอกใส่


"อย่าเกะกะได้ไหม"


บรรยากาศอันเร่งรีบในร้านราเม็งนั้น โอชาโกะทำได้แค่ยืนมองโดยไม่สามารถปฏิเสธอะไรลูกชายเจ้าของร้านได้เลย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

โอชาโกะในชุดพนักงานเสิร์ฟและผ้ากันเปื้อนนั้นแทบจะลงไปทรุดกับพื้นเมื่อคนในร้านเริ่มซา ไม่ใช่แค่เธอ แต่พนักงานเสิร์ฟสาวอีกคนก็เป็นเหมือนเธอด้วย


"เหนื่อยหน่อยนะ" หญิงสาวส่งยิ้มแบบเหนื่อยอ่อนมาให้


สำหรับโอชาโกะแล้ว สิ่งนี้เหมือนสิ่งที่ช่วยเยียวยาหัวใจเธอได้ดีพอสมควร ตั้งแต่จับพลัดจับผลูมาเป็นพนักงานเสิร์ฟราเม็งแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยสักนิด


"นี่ก็ดึกมากแล้วสำหรับเด็กม.ต้นแบบเธอ วันนี้พอแค่นี้ กลับไปได้แล้วล่ะ"


ลูกชายเจ้าของร้านเอ่ยขึ้นมาขณะกำลังเก็บกวาดพื้นที่สำหรับประกอบราเม็ง


"วันนี้!? วันนี้เหรอคะ!?"


โอชาโกะไม่ถือสาเรื่องที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นแค่เด็กม.ต้นเลยสักนิด อีกฝ่ายหันหน้ามามองเธอแบบไม่สะทกสะท้านอะไร


"ใช่ ทำไมเรอะ?"


"หมายความว่า....."


"ก็หมายความว่าเธอต้องมาที่นี่อีกไง ไม่เห็นจะยาก"


"ไม่ได้นะ!" โอชาโกะร้องออกมา


"ทาคุโตะ อย่าไปแกล้งเด็กผู้หญิงแบบนั้นสิ แกนี่มันจริง ๆ เล้ย"


คนเป็นพ่อถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกมาจากหลังร้าน


"อย่าไปถือสาลูกชายฉันเลยนะ มันก็เก็บกดแบบนี้ล่ะ เพราะร้านเรางานหนักมาก ไม่มีใครอยากมาทำงานที่ร้านนี้เลยสักคน ถึงต้องบังคับขู่เข็ญให้หนูมาไง"


"พ่อ!!"


คนเป็นพ่อหันไปเขกหัวลูกชายทีหนึ่ง


"...สำหรับค่าราเม็งที่เสียหายไปหมื่นสองพันเย็น ลุงจะลดเหลือแค่หกพันเยนเพราะถือว่าหนูมาช่วยงานที่ร้านในวันนี้แล้ว ที่เหลือก็แค่เอามาคืนให้ก็ถือว่าหลุดแล้วล่ะ"


"ค่ะ!!" โอชาโกะรับคำอีกฝ่ายทันทีพลางยิ้มให้คุณลุงเจ้าของร้าน


"พ่อ!!! ไม่ได้นะ ค่าแรงแค่สองชั่วโมงตั้งหกพันเยนเชียวเหรอ!? แบบนี้มันไม่ยุติธรรมกับฮาชิโมโตะนะ!"


ทาคุโตะหมายถึงหญิงสาวเด็กเสิร์ฟอีกคนที่ได้แต่นั่งยิ้มแหยอยู่ข้าง ๆ


"ที่เหลือคือค่าทำขวัญเพราะแกไปลากเขามาทำงานแบบไม่เต็มใจไง"


แล้วก็โดนพ่อตบหัวเข้าให้อีกที


โอชาโกะกลับเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดและพบว่ามีสายที่ไม่ได้รับจากแฟนหนุ่มยี่สิบสาย โอชาโกะช็อคมาก รีบโทรกลับหาอีกฝ่ายมือเป็นระวิง


"ยัยบ้านี่ มัวทำอะไรอยู่ ทำไมไม่รับสาย!!!!!!!!!!!!!"


เสียงตะโกนแปดหลอดจากแฟนหนุ่มดังขึ้นมาจนโอชาโกะต้องยกหูโทรศัพท์ออกห่าง


"ขอโทษนะบาคุโกคุง...คือฉัน...."


เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอในวันนี้ หากเล่าให้อีกฝ่ายฟัง จะต้องโดนโมโหและเผลอ ๆ อีกฝ่ายต้องตามมาอัดเจ้าของร้านราเม็งเลยก็เป็นไปได้ เธอจึงตัดสินใจว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด เพราะถึงยังไงหลังจากนี้เธอก็จะไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว นอกจากนำเงินที่เหลือมาจ่ายคืนเท่านั้น


"...ฉันเผลอหลับน่ะ เลยลืมโทรบอก ขอโทษนะ"


แล้วเธอก็โดนแฟนหนุ่มบ่นจนหูชา โอชาโกะมีความสุขที่อีกฝ่ายเป็นห่วงเธอมาก ถึงแม้จะไม่พูดคำว่า “ห่วง” ออกมา แต่การกระทำทุกอย่างของเขาล้วนแล้วแต่ชัดเจนว่า "เขา" รักและเป็นห่วงเธอมากจริง ๆ


+++++++++++++++++++++++++


                เช้าวันต่อมาโอชาโกะตื่นขึ้นพร้อมกับความเพลียและอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เพราะงานเด็กเสิร์ฟเมื่อวานแท้ ๆ ทำให้สารร่างของเธอวันนี้แย่ไปหมด แถมเงินค่าขนมที่อุตส่าเก็บหอมรอมริบมาหลายวันก็ต้องหมดไปเพราะค่าเสียหายราเม็ง แถมเมื่อวานหลังจากกลับจากร้านราเม็งแล้ว ร้านของขวัญก็ปิดทำการแล้วทั้งสิ้น ทั้งที่วันนี้เป็นวันครบรอบสามปีที่คบกับแฟนแท้ ๆ แต่อะไรหลาย ๆ อย่างกลับไม่เป็นใจเลย


                ถึงแม้หน้าตาของเธอจะดูซีดเซียวขนาดไหน แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามจะให้คุณแฟนรู้ไม่ได้เด็ดขาด ไอเทมแก้ตาคล้ำแบบคอนซีลเลอร์จึงถูกโอชาโกะงัดขึ้นมาใช้ปกปิดใต้ตาก่อนจะแต่งหน้าอ่อน ๆ ตามปกติ ทำให้โอชาโกะมาโรงเรียนสายในที่สุด


                “แปลกจังที่วันนี้อุรารากะคุงมาโรงเรียนสาย” อีดะคุงทัก


                “นั่นสิ ไม่สบายหรือเปล่าน่ะ?


เดกุคุงที่ชอบมองอะไรทะลุปรุโปร่งอยู่เสมอทักขึ้นมา และนั่นทำให้แฟนหนุ่มที่นั่งแถวถัดไปสองแถวหันมามองทันที ซึ่งโอชาโกะก็ส่ายหน้าไปมารัว ๆ


“มะ ไม่เป็นไรจ้า แค่นอนดึกเฉย ๆ น่ะ”


“โอชาโกะจังมัวทำอะไรอยู่ถึงนอนดึกนะ?” สึยุจังถามขึ้นมาลอย ๆ


โอชาโกะได้แต่หัวเราะแหะ ๆ แล้วเหลือบไปมองแฟนหนุ่มที่ยังคงหันหลังมามองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย


                วันนี้ทั้งวันโอชาโกะไม่มีสมาธิเลยสักนิด เธอมัวแต่กังวลว่าจะทำยังไงดีเรื่องวันครบรอบ  3 ปีของเธอกับแฟน ถ้าเลิกเรียนแล้วตรงไปร้านขายของขวัญด้วยกันกับเขาเลย ความก็จะแตก แถมเธอยังต้องนำเงินไปคืนเจ้าของร้านราเม็งอีกต่างหาก กลัวความลับแตกจริง ๆ แต่ถ้าแยกกับแฟนแล้วเธอค่อยย่องเอาเงินไปคืนให้ทีหลังก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะถึงยังไงร้านก็เปิดถึงดึกอยู่แล้ว ว่าแต่จะเอายังไงดีนะ จะทำยังไงดี


                “อุรารากะคุง!!!!


                หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงอีดะคุงเรียกมาจากที่ไกล ๆ


                “หือ? มะ มีอะไรเหรอ อีดะคุง?


                โอชาโกะได้สติพลางเงยหน้ามองอีดะที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธอ อีดะคุงมองมาที่เธอด้วยความสงสัย ตอนนั้นเองหญิงสาวก็พบว่าไม่ใช่แค่อีดะเท่านั้นที่มองมาทางเธอ แต่คนทั้งห้องกำลังมองมาที่เธอ รวมถึงแฟนหนุ่มของเธอด้วย


                “ลุกขึ้นไปล้างหน้าแล้วกลับมาแก้โจทย์ปัญหาที่กระดาน”


                เสียงอาจารย์ไอซาวะดังขึ้นเบื้องหน้า เธอจึงพยักหน้าแล้วผุดลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว และพบว่าจู่ ๆ ภาพเบื้องหน้าก็มืดลงอย่างรวดเร็วจนเธอต้องทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม


                “เป็นอะไรไป อุรารากะ” ซาโต้คุงที่นั่งข้างเธอเอ่ยถามขึ้นมาเสียงเบา


                “มะ ไม่มีอะไร”


เธอว่าพลางกระพริบตาถี่ ๆ จนกระทั่งโลกทั้งโลกกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขอตัวอาจารย์ไอซาวะออกมาล้างหน้าล้างตา


แต่ยังไม่ทันเดินถึงห้องน้ำ โอชาโกะรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ตาก็พร่าจนมองทางไม่ชัด และขณะที่กำลังจะล้มลงไปบนพื้นนั้นเอง ก็พบว่าใครคนหนึ่งเดินตามหลังเธอและยื่นมือเข้ามารับเธอไว้ได้พอดิบพอดี


“บะ บาคุโกคุง...”


คัตสึกิไม่พูดอะไรสักคำ แถมสีหน้าก็ไม่ได้แสดงออกว่าโกรธเคืองอะไรเลยสักนิด เขาออกแรงดึงให้เธอขึ้นขี่หลังแล้วพาเธอไปยังห้องพยาบาลทันที


โอชาโกะรู้สึกตัวอีกทีก็เลิกเรียนไปแล้ว เธอผุดลุกขึ้นนั่งทันทีและพบว่าเพื่อนร่วมห้องหลายคนยืนล้อมรอบเตียงเธออยู่ ทั้งอีดะ เดกุ สึยุจัง เคียวกะ โมโมะ และอีกหลายคน แต่ไม่มีคัตสึกิ


“อย่าเพิ่งลุกขึ้นมาสิ อุรารากะคุง” อีดะคุงเอ่ยขึ้นมาทันที


เพื่อนร่วมห้องพากันถามไถ่อาการของเธอเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวจนอาจารย์ห้องพยาบาลไล่ตะเพิดออกมา จึงเหลือเพียงแค่เคียวกะและโมโมะเท่านั้น


“ถ้าบาคุโกะล่ะก็ หมอนั่นหายไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เลิกเรียนแล้วล่ะ” เคียวกะว่า


“ลองเช็คมือถือดูสิคะ เผื่อเขาอาจส่งข้อความมา” โมโมะเสนอ


โอชาโกะรับมือถือของตัวเองมาจากเคียวกะ จากนั้นเช็คข้อความที่อาจจะส่งมาจากบาคุโกแฟนหนุ่มของเธอ แต่ก็ไม่พบข้อความใด ๆ เลยสักข้อความเดียว


“ไม่มีเลยเหรอ?


โอชาโกะพยักหน้าก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง


“ให้ฉันไปถามคิริชิม่าให้ไหมล่ะ? เผื่อเจ้านั่นจะรู้อะไรเกี่ยวกับบาคุโก”


โอชาโกะส่ายหน้าเบา ๆ


ตอนนั้นเองเสียงฮือฮาของนักเรียนคนอื่นดังแว่วเข้ามาในห้องพยาบาล เคียวกะกับโมโมะเดินไปที่หน้าต่างพลางชะโงกหน้าออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอก


“เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” โอชาโกะถาม


“ไม่รู้สิ แต่เด็กผู้หญิงยืนมุงกันเต็มไปหมด” เคียวกะตอบกลับมา


ตอนนั้นเองโอชาโกะก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ค่าราเม็ง!!!


“แย่แล้ว!!!


เคียวกะและโมโมะหันมามองด้วยความสงสัย แน่นอนว่าคนอย่างอุรารากะ โอชาโกะ มีหรือจะปิดความลับไว้มิด เพราะแค่โดนสองสาวจ้องเธอก็ยอมเล่าทุกอย่างให้ทั้งคู่ฟังแล้ว


“เอาเงินมา เดี๋ยวฉันเอาไปคืนให้เอง” เคียวกะจังถอนหายใจพลางแบมือ


“ไม่ได้หรอก ฉันต้องไปคืนด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นคุณทาคุโตะจะโกรธเอาได้”


“แต่เธอป่วยอยู่นะ! ถ้าคุณบาคุโกรู้เข้า เขาจะต้องไม่พอใจแน่ๆ” โมโมะว่า


“เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงไม่อยากให้เขารู้ มันเป็นความผิดฉันเองที่ซุ่มซ่าม ก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ ฉันต้องชดใช้ความผิดนี้ด้วยตัวเอง จะให้บาคุโกคุงมาช่วยตามเช็ดไม่ได้หรอก”


ระหว่างที่สามสาวกำลังคุยกันอยู่นั้นเอง จู่ ๆ ประตูห้องพยาบาลก็เปิดผางออก และคนที่ปรากฏอยู่ที่หน้าธรณีประตู คือ อิซึมิ ทาคุโตะ ลูกชายเจ้าของร้านราเม็งอิซึมิที่โอชาโกะไปช่วยงานเมื่อวาน


“คุณทาคุโตะ!?


“ขอโทษนะ ฉันห้ามเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย” มินะจังเอ่ยเสียงอ่อน


มินะและสึยุจังยืนอยู่ด้านหลังทาคุโตะ รวมไปถึงนักเรียนหญิงอีกเป็นกระบุงโกย คงเพราะหน้าตาของทายาทเจ้าของร้านราเม็งคนนี้แน่นอน


ทาคุโตะก้าวเท้าเขามายืนอยู่ข้างเตียงที่โอชาโกะนอนอยู่ทันที


“นี่เธอแกล้งป่วยเพราะจะได้ไม่ต้องคืนเงินหกพันเยนสินะ!?


โอชาโกะอ้าปากค้างเพราะไม่คิดว่าทาคุโตะจะเข้าใจผิดไปแบบนี้ และในระหว่างที่โอชาโกะกำลังสับสน เคียวกะจังก็หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาและแอบเดินออกไปจากวงสนทนาเงียบ ๆ


“ฉะ ฉันเปล่านะ”


“โอชาโกะจังป่วยจริง ๆ นะคะ คุณไม่เห็นสีหน้าของเธอเหรอ!?” โมโมะแย้งขึ้นมาทันที แต่ทายาทเจ้าของร้านราเม็งก็ยังไม่เชื่อ เขาแบมือออกมาตรงหน้าโอชาโกะ


“เจ็ดพันเยน...”


“ห๊า? ทำไม....”


“อีกพันเยนคือค่ารถมาหาเธอถึงที่นี่ไง เซนส์บางอย่างของฉันบอกว่าเธอต้องเบี้ยวแน่นอน และก็เป็นจริง หึ เธอกะจะเบี้ยวเงินค่าเสียหายใช่ไหมล่ะ!?


โอชาโกะอ้าปากค้าง ไม่รู้จะตอบกลับอีกฝ่ายไปอย่างไรดี จึงจำใจหยิบกระเป๋าเงินของตัวเองขึ้นมา


และตอนนั้นเอง...


“เจ็ดพันเยนเรอะ? งั้นก็เอาไป”


แบงก์พัน 7 ใบถูกใครบางคนปาใส่ทาคุโตะจากด้านหลัง


“บาคุโกคุง!?


คัตสึกิยืนอยู่ด้านหลังทาคุโตะ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ท่าทีดูไม่มีอะไรแต่สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความโกรธจัด โอชาโกะเห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าอีกฝ่ายคงกำลังอดทนอยู่


“ได้เงินแล้วก็ออกไปจากที่นี่ซะ” เสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้นมา


ทาคุโตะก้มลงไปหยิบแบงค์พันที่ตกเกลื่อนห้องขึ้นมา ท่าทีของเขาไม่ได้เกรงกลัวอะไรบาคุโกเลยแม้แต่น้อย กลับหันหลังไปเผชิญอีกฝ่ายอย่างท้าทายอีกต่างหาก


“อะไรกัน นายเป็นผู้ปกครองของยัยซุ่มซ่ามนี่เหรอ?


คัตสึกิไม่ตอบคำถาม


“ได้เงินแล้วก็ออกไปจากที่นี่ซะ อย่าให้ต้องพูดซ้ำสอง”


คิ้วของคัตสึกิกระตุก เส้นความอดทนคงใกล้ขาดแล้ว โอชาโกะเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วลงจากเตียงตรงไปยืนข้าง ๆ คัตสึกิทันที


“ขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนให้นะคะ แต่ช่วยออกไปจากที่นี่เถอะค่ะ”


คัตสึกิก้าวเท้าไปยืนขวางโอชาโกะไว้พลางฉวยข้อมือเธอไว้ด้วย


“ไม่ได้ยินหรือไง ตอนนี้กลับไปก่อน ถ้ายังข้องใจอะไร ไปตัว ๆ กับฉันข้างนอก”


ตอนนั้นเองเพื่อนชายร่วมห้องของโอชาโกะก็ก้าวเท้าขึ้นไปยืนเคียงข้างคัตสึกิ ทั้งคิริชิม่า คามินาริ อีดะ โทโดโรกิ ซึ่งนั่นทำให้ทาคุโตะเผลอก้าวถอยหลังไปนิดหน่อย คงเขวไม่ใช่น้อย


“ถ้าจ่ายครบแล้วก็ไม่มีอะไรติดค้างแล้ว”


อีกฝ่ายกลับลำทันที จากนั้นจึงเดินแหวกฝูงชนออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โอชาโกะเผลอทรุดลงไปนั่งบนพื้นแต่โชคดีที่คัตสึกิจูงมือเธอไว้อยู่แล้ว


“ยัยบ้าเอ๊ย ไปโดนใช้งานหนักขนาดไหนกันวะเนี่ย”


ชายหนุ่มทรุดลงไปนั่งตรงหน้าแฟนสาว ยกมือขึ้นอังหน้าผากอีกฝ่ายเบา ๆ


“ขอบคุณและขอโทษนะ บาคุโกคุง” โอชาโกะเอ่ยเสียงแผ่ว


“ขอโทษเรื่องอะไร”


คัตสึกิพยุงโอชาโกะให้ขึ้นมานั่งบนเตียง ตอนนั้นเองหญิงสาวจึงพบว่าคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่ในห้อง บัดนี้ทยอยออกไปกันหมดแล้ว จึงเหลือแค่เธอกับคัตสึกิเท่านั้น


“หลายอย่างเลย...”


น้ำเสียงของโอชาโกะไม่สู้ดีนัก ชายหนุ่มจึงส่ายหน้าไปมาช้า ๆ


“ถ้างั้นไว้ค่อยคุยกันหลังจากที่เธอหายป่วยแล้วเถอะ เราสองคนยังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกเยอะ”


“เธอเป็นห่วงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ” โอชาโกะยังมีแรงแซวอีกฝ่าย


“ยัยบ้า ใครเป็นห่วงเธอกัน”


คัตสึกิยิ้มให้โอชาโกะ ซึ่งนั่นเป็นยิ้มที่นาน ๆ ทีเธอจะได้เห็น 


ตอนนั้นเองโอชาโกะก็สังเกตเห็นช่อดอกกุหลาบสีขาวช่อเล็กวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีเลย แถมนี่เป็นสิ่งของที่ไม่สมควรมาอยู่ในห้องพยาบาลอีกต่างหาก


คิดได้ดังนั้น โอชาโกะก็ยิ้มกว้างอย่างสุขใจ


“บาคุโกคุง!


“หืม?


“ฉันรักเธอนะ สุขสันต์วันครบรอบ 3 ปีจ้ะ”


“.....ปะ ปัญญาอ่อนชะมัดยาดเลยโว้ย!!!!!!!!!!


ถึงจะพูดแบบนั้นแต่แก้มของชายหนุ่มก็ขึ้นสีระเรื่อจนโอชาโกะเห็นแล้วอดที่จะหัวเราะไม่ได้


นี่แหละคือ บาคุโก คัตสึกิ แฟนหนุ่มของเธอ คนที่มักจะพูดอะไรสวนทางกับการกระทำเสมอ ในสายตาคนอื่นจะมองว่าอีกฝ่ายไม่ดียังไง แต่สำหรับโอชาโกะแล้ว คัตสึกิเป็นผู้ชายที่น่ารักที่สุดในโลกเลย <3


 +++++++++++++++++++++++++


ตัดกลับมาที่ร้านราเม็ง


หลังจากวันที่ทาคุโตะไปหาโอชาโกะที่โรงเรียน ตาของเขาก็บวมตุ่ย ใครถามว่าไปโดนอะไรมา เขาก็บอกว่าโดนผึ้งต่อย ผึ้งตัวโตที่มีผมทรงสัปปะรดคนนั้น


“ค่าราเม็งจ่ายหมดแล้วก็จริง ยัยนั่นไม่ติดหนี้แกแล้วก็จริง แต่แกติดหนี้ฉันอยู่ว่ะ เพราะแกใช้กำลังบังคับขู่เข็ญยัยนั่นสารพัด ไปทำแบบนั้นกับแฟนตัวเองเถอะไป๊!!!!!!!


แล้วก็โดนต่อยหน้ามาทีนึง หมัดหนักชะมัดยาด ตอนแรกนึกว่าดีแต่ท่ามาก ที่แท้ก็ของจริง


ไอหมอนั่นน่ากลัวชะมัด จะไม่ไปยุ่งกับมันอีกแล้ว!

 

fin

               

talk : ตั้งชื่อแบบ ทุกคนที่ได้อ่านคงรู้สึกเกลียดราเม็งไปอีกนาน นี่เชื่ออย่างนั้นค่ะ 555555555 เรื่องแรกในโปรเจ็คคลอดออกมาแล้วอย่างรวดเร็วแบบใช้เวลาแต่งวันเดียว มันเลยสั้นอย่างที่เห็น ชื่อเรื่องก็กากอย่างที่ทุกคนเห็นด้วย 5555555 ถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นสีเหลือง? เพราะเป็นสีที่คล้ายคลึงกับเส้นราเม็งค่ะ สิ้นคิดเว่อ 555555555 ส่วนโปรเจ็คถัดไป ขอให้ติดตามด้วยนะคะ เรื่องต่อไปจะเป็นสีอะไรน้า?


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

46 ความคิดเห็น

×