▐▐ Pause & Play ► เพราะพักพาพบ [Yaoi]

ตอนที่ 7 : Track #07: ► Play Our Beats

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

Track #07:Play Our Beats

 

 

“เจตน์”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ และพบว่ามีกระดาษปึกใหญ่เคาะอยู่ตรงฉากกั้น

“จะไปห้องการตลาดใช่ปะ”

“อีกสิบนาทีครับ”

“เออ งั้นพี่ฝากไปส่งด้วย” โพสอิทสีบานเย็นถูกแปะทับลงไปด้านบน “ให้คนชื่อกล้วยนะ”

“ครับ”

วิทย์เดินกลับไปยังที่นั่ง  หยิบไม้บรรทัดขึ้นมาวางไล่เช็กตารางอย่างสงบ  ตั้งแต่โป๊ะแตกเรื่องเจย์เอดท์ไปทั้งที่เตรียมใจว่าข่าวคงแพร่ไปทั้งออฟฟิศแล้ว แต่ดูเหมือนแก๊งหนุ่มขี้เม้าท์จะพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง หรือไม่ก็แค่ขี้เกียจมีประเด็นกับเพื่อนร่วมงาน

                จะเรียกว่าโล่งอกก็คงไม่ถูกนัก แต่เจตน์คิดว่าถ้าวันไหนเรื่องแดงขึ้นมาเขาคงมีสติรับมือกับมันได้ดีขึ้น  ตอนนี้ก็ไปกินข้าวคุยงานด้วยกันตามปกติ  พวกพี่เขาก็ไม่แย่นักหรอก  ถ้าไม่นับเรื่องขี้เม้าท์ก็คอยดูแลเจตน์เป็นอย่างดี

                เด็กใหม่รวบเอกสารที่รับฝากรวมกับของตัวเองขึ้นแนบอกแล้วเลื่อนเก้าอี้ออก  หลังส่งรายการสั่งของเดือนกุมภาพันธ์เรียบร้อยงานก็คงเบาลงเยอะ เพราะมีเทศกาลวาเลนไทน์พวกสินค้าน่ารัก ๆ จากเกาหลีญี่ปุ่นเลยขายดีเป็นพิเศษ  ไหนจะเครื่องสำอางสารพัดแบรนด์หลากรุ่นหลากสีที่ทำไอ้เจตน์หัวแทบระเบิด

                รองเท้าผ้าใบกระทบกับผืนพรมเกิดเป็นเสียงไปตามทาง  ห้องการตลาดอยู่ติดกับประตูทางเข้าใกล้ที่สแกนนิ้วที่สุด  เจตน์หักเลี้ยวเข้าไปด้านใน และพบว่าทุกโต๊ะกำลังวุ่นวายได้ที่

                หลังส่งเอกสารให้พี่วิทย์เสร็จเจตน์ก็ตรงเข้าไปยังโต๊ะด้านในสุด  ฝ่ายการตลาดที่อนุมัติสั่งของให้เขาชื่อบัว  สาวน้อยที่ถูกเรียกขึ้นไปร้องคาราโอเกะเมื่อตอนปีใหม่นั่นเอง  อายุรุ่นราวคราวเดียวกันทำให้คุยได้ไม่อึดอัดนัก  ขณะที่สาวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะหญิงสาวก็ต้องชะงักเพราะมีใครอีกคนยืนอยู่ตรงนั้น

                “ใช่ไหมพอส  ฉันว่าน้องเขาน่าจะได้เดฯ สักทีแล้วล่ะ  นานกว่านี้ก็ดองแล้วปะ”

                “มันดองมาสามปีแล้ว  ใครจะรู้”

                “อย่าแช่งสิวะ! เนี่ยถ้าน้องเขาเดฯเมื่อไหร่ฉันเตรียม----  อ้าว! เจตน์!

                เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงเมื่อใครอีกคนหันขวับมาทางนี้  พอสยืนพิงอยู่ตรงฉากกั้นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ  ลืมไปเลยว่ารายนั้นก็สนิทกับบัวเหมือนกัน  เจตน์ยกกระดาษในมือขึ้นโชว์

                “มาส่งรายการสั่งของน่ะ”

                “อ๊ะ! จริงด้วย” หล่อนกวักมือเรียก “เอามาเลย ๆ เดี๋ยวฉันเซ็นแล้วส่งต่อให้เอง  พอส! หลบไป เพราะแกมัวแต่ชวนฉันคุยนั่นแหละ”

                “โห  โทษคนอื่นหน้าตาเฉยเลยนะมึง”

                “ไม่รู้ล่ะ  ก็แกคุยตอบอะ” หล่อนปัดมือให้พอสขยับออกไปก่อนจะรับเอกสารของเจตน์มาวางบนโต๊ะ  พอเห็นตัวอักษรที่หัวกระดาษเลยนึกบางอย่างได้ “เออจริงด้วย! เจตน์รู้จักน้องxxปะ”

                “หา!?”

                “เจตน์จะไปรู้จักได้ไง”

                “เอ้า! ก็เห็นเรียนภาษาเกาหลี  เคยไปอยู่ที่นู่นด้วยนี่” มาถึงตรงนี้บัวก็ตาเป็นประกาย  ได้เหยื่อชวนคุยคนใหม่แล้ว “น้องxxคนไทยที่เป็นเด็กฝึกค่ายxxอะ!

                “อ้อ  รู้จัก....” เพราะหัวช้าเจตน์เลยเผลอตกหลุมพรางไปเสียได้  แอบเห็นจากหางตาว่าพอสคิ้วกระตุกนิดหน่อย  คงด่าว่า ไอ้ทึ่ม ในใจเป็นแน่แท้

                “เห็นไหมแก  น้องเขาดังจะตาย!” หญิงสาวหันไปแสยะยิ้มใส่เพื่อนรัก “แสดงว่าเจตน์ก็สนใจวงการเคป๊อบเหมือนกันนะเนี่ย”

                “กะ...ก็พอรู้จักบ้างน่ะ”

                “เนี่ย! เรากำลังวิเคราะห์กับไอ้พอสว่าปีนี้น้องxxจะได้เดฯหรือยัง” บัวตบโต๊ะป้าบ ๆ “ล่าสุดเห็นรูปเข้าตึกแล้วด้วยนะ”

                “เหรอ” เจตน์ตอบทื่อ ๆ “ก็คงได้เดฯแล้วมั้ง”

                “ใช่ไหม ๆ  คลิปที่น้องเขาเต้นที่ฮงแดวิวเป็นหมื่นเลยนะ  มันต้องมาแล้วสิ” ว่าแล้วบัวก็คลิกเม้าส์เปิดบางอย่างขึ้นมาแทนงาน “ทวิตนี้เขาลงลิสต์เด็กไทยที่ฝึกอยู่นู่นด้วย  เดฯไปตั้งหลายคนแล้วนะ”

                “มีลิสต์ด้วยเหรอ!!” คนตัวสูงตาเบิกโพลง  สัญชาตญาณบางอย่างส่งเสียงว่าหนีไปเจตน์  หนีไป!!

                “ใช่ ๆ เดี๋ยวอ่านให้ฟัง”

                “ไม่ต้อ----”

                “น้องa ค่ายb  คนนี้น่าจะเดปลายปี  น้องcค่ายdเมนร้องค่ายเล็กอะฉันยังไม่รู้จักเลย” หล่อนเลื่อนสายตาลง “น้องeค่ายf  คนนี้เต้นเก่งมาก แต่ยังไม่รู้จะได้เดไหม  เคยไปออกรายการด้วยนะ”

                “ไอ้บัวมึงไม่ต้องอ่านแล้ว  ไม่มีใครเขาสนใจ”

                “ฉันชวนเจตน์คุย  แกไม่ต้องยุ่ง” บัวหันไปแหวใส่เพื่อน “แล้วก็มีgค่ายh  คนนี้ไม่ค่อยป๊อบแฮะ  เห็นข่าวลือว่ากลับมาไทยแล้วด้วย  ส่วนน้องiค่ายj  รายนี้เบ้าพรีเมี่ยมสุด  แล้วก็คนสุดท้าย----”

 

                เจตน์จิกเกร็งกับขากางเกง...ไม่นะ!!

 

“อ๊ะ!

 

ระ...หรือว่า...ความลับของเขา....

 

 

“หมดแล้วนี่หว่า”

ป๊อก!

เศษหินร่วงกราวลงบนหัวเจตน์   นี่มัน...

แม้แต่ชื่อในเว็บ....ก็ไม่มีว่ะ....

เวรเอ๊ย!  ช่างเป็นความยินดีที่น่าสลด  สมแล้วกับวิวหลักร้อยในยูทูป!  ถามหาหมาที่ฮงแดยังเจอง่ายกว่าเจย์เอดท์อีกเหรอวะเนี่ย!!

“อุบ!” เจตน์หูแว่วได้ยินเสียงจากอีกคน  พอหันขวับไปก็พบว่าคุณแฟนคลับอันดับหนึ่งกำลังเม้มปากกลั้นขำจนตัวสั่น  หน็อย....สนุกใหญ่เลยนะ

“ทำงานไป๊ไอ้บัว  มัวแต่ชวนคนอื่นคุยเดี๋ยวก็โดนหัวหน้าด่าพอดี”

“เออ จริงของแก” หญิงสาวรีบพับหน้าจอทวิตเตอร์ลงด้วยความเร็วเหนือแสง  สมกับที่ฝึกปรือฝีมือมานาน “เจตน์ไปเถอะ  เดี๋ยวเราเซ็นแล้วเอาไปส่งต่อให้เอง”

“ขอบใจนะ” หนุ่มฝ่ายประสานงานก้มหัวเล็กน้อยแล้วรีบเดินผละออกมาจากโต๊ะ  กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงอันคุ้ยเคยไล่ตามหลัง

“ฉันก็ไปล่ะ”

เจตน์กลั้นหายใจเมื่อเสียงฝีเท้านั้นไล่ตามหลังมา  เขาหักเลี้ยงตรงหัวมุมก้าวไปตามทางเดินยาวเบื้องหน้า  เร็วแค่ไหนคุณฝ่ายขายก็ตามมาขนาบด้านข้างได้ทันอยู่ดี

คนตัวสูงพึมพำ “นิสัยไม่ดี”

“อะไรเล่า”

“เห็นนะว่าหัวเราะ”

“ฮ่า ๆ ๆ” นอกจากไม่สะทกสะท้านแล้วยังโชว์ให้ดูอีก  ร้ายกาจจริง ๆ “ก็นายทำหน้าตลกอะ  เลิ่กลั่กใหญ่เลย”

“ตกใจหมดเลยนึกว่าโดนจับได้....”

“...........”

“แต่ดันไม่มีชื่อ...”

ทำไมยิ่งพูดยิ่งดราม่าเข้าไปทุกที  แม้แต่เจตน์เองยังสับสนว่าควรดีใจหรือเสียใจดี  ท่าทางหางลู่หูตกนั่นทำเอาพอสต้องตบบ่าแปะ ๆ ปลอบโยน

“โอ๋ ๆ ไม่เป็นไรนะ”

“ไม่ได้อะไรนี่”

“เห็นอยู่ว่าน้อยใจ” พอสเลื่อนมือขึ้นไปขยี้เส้นผมสั้นเกรียน “ดีแล้วไง  จะได้ไม่มีใครมาแย่งฉัน”

ฉึก!  ศรเสียบเข้ากลางอกเจตน์อย่างจัง  อา....ไม่ไหวแล้วคนอย่างพอสนี่มันยังไงกันนะ  แม้แต่เรื่องบัดซบก็ยังพลิกมาหยอดกันได้  อันตรายชะมัดทำเขาหน้าร้อนวูบวาบเลย

ผู้ร้ายฉีกยิ้มกว้างไม่รู้สึกรู้สาว่าเล่นกับใจคนอยู่ “เดี๋ยวฉันต้องออกไปหาลูกค้านะ”

“เหรอ”

“ไม่ต้องเหงาน้า~” พอสถองสีข้างล้อเลียน “อาทิตย์นี้ไปเที่ยวกัน”

“หา!? เที่ยว? ที่ไหน”

“อ๋า! สายแล้วเดี๋ยวรถติด” นอกจากไม่แถลงไขแล้วไอ้ตัวแสบยังกลับหลังหันแล้วออกวิ่งไปยังทิศทางตรงข้าม  เขาโบกมือลา “ไว้เจอกันนะ!

แล้วจะให้เจตน์ว่ายังไงล่ะ....

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  ตั้งแต่จูบกันเมื่อวันนั้นคุณพสุก็ขยันน่ารักให้หัวใจทำงานหนักขึ้นทุกที  ชอบมาหยอดเขาถึงโต๊ะบ้างล่ะ  ลากไปกินข้าวกลางวันบ้างล่ะ

คนตัวสูงสาวเท้ากลับไปยังห้อง  ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้เผลอเหม่อลอยจนถูกพี่ข้าวดุนิดหน่อย  เจตน์คลึงหัวตาใต้กรอบแว่นพลางคิดขึ้นมาว่าอยากให้ถึงวันอาทิตย์เร็ว ๆ จัง

 

...............................................................

 

                “แฮ่ก ๆ ๆ”

                “โอ๊ย! นึกว่าจะตายแล้ว”

                “นายนั่นแหละ” เจตน์หยุดหายใจ  กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอเอื๊อกใหญ่ “เลือกห้องอะไรก็ไม่รู้”

                “ใครจะไปรู้ว่ามันน่ากลัวขนาดนั้นเล่า!” ตัวตั้งตัวตีของเดทนี้กระพือชายเสื้อระบายความร้อน “ตอนมีมือมาข่วนหน้าต่างฉันนึกว่าจะตายคาห้องแล้ว  สงสัยจะโง่ไม่เหมาะกับเกมใช้สมอง”

                “แต่ก็ออกมาได้นี่”

                “ใช้ตัวช่วยจนหมดถ้ายังติดแหง็กข้างในก็เกินไปแล้ว” พอสหมุนเปิดขวดน้ำแล้วกระดกเข้าไปอึกใหญ่ “เฮ้อ~  แค้นว่ะ!  รอบหน้ามาใหม่”

                “เลือกห้องที่มันง่ายกว่านี้สิ” เจตน์พลิกใบรายละเอียดเกมไปมา “อันนี้ห้องซอมบี้”

                “ไม่เอา!! แหยะอะ!

                “แล้วนี่ล่ะ  โรงพยาบาลร้าง  ระดับต่ำสุดเลยนะ”

                “แหยะหนักกว่าซอมบี้อีกไม่ใช่เหรอ!

                ระหว่างถกเถียงกันเรื่องเกมต่อไปพนักงานสาวก็มายืนด้อม ๆ มอง ๆ ข้างโซฟาก่อนจะเอ่ยอย่างสุภาพ “เอ่อ....ขอรบกวนคุณลูกค้าถ่ายรูปทางนี้หน่อยได้ไหมคะ”

                ชายหนุ่มทั้งสองรีบลุกตามให้ความร่วมมือโดยพลัน  พวกเขาอยู่ที่ร้าน Escape Game เล่นหลบหนีออกจากห้องด้วยการไขปริศนาในธีมต่าง ๆ  เมื่อครู่เพิ่งจะออกจากห้อง คุณฆ่าเธอ?

เนื้อเรื่องคือตัวเอกตื่นขึ้นมาในห้องปิดตายพร้อมศพผู้หญิงถูกแขวนคอ  เขาต้องหาความจริงและหนีออกไปจากห้องนี้ให้ได้ภายในเวลาที่กำหนดโดยสามารถขอใช้ตัวช่วยได้ 5 ครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าหน้าใหม่สมองทึบใช้เสียเต็มโควตา

                กว่าจะออกมาได้ก็เล่นเอาหลอนไปหมดทั้งศพขยับ  มือปริศนาข่วนหน้าต่างป้ายเลือด  สารพัดจะขุดมาเร่งเร้า เสียเหงื่อจนน้ำทั้งขวดไม่อาจเยียวยาร่างกายได้ด้วยซ้ำ

                “ขอบคุณมากนะคะ”

                ภาพถ่ายใบหนึ่งถูกติดไว้ในบอร์ดร้าน อีกสองใบให้กลับเป็นที่ระลึก  เจตน์มองรูปในมือไม่วางตา  วันนี้คุณฝ่ายขายสวมเสื้อมีฮู้ดสีดำสกรีนลายคาดเส้นเหลือง ‘KEEP OUT’ พร้อมกางเกงยีนส์ดำบากเป็นบั้ง ๆ แบบปลาหมึก  บนสันจมูกมีแว่นไร้กรอบทรงกลมเหมือนคนขายยาดม  ส่วนรองเท้าเป็นแตะสีดำแบบรัดส้น  ทั้งหมดทั้งมวลนี้สามารถดูดีมีสไตล์ได้เมื่ออยู่บนไม้แขวนถูกอัน

                เทียบกับตัวเขาที่เสื้อยืดขาวแปะโลโก้กับกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบ  ความต่างนี้เล่นเอาเจตน์เวทนาเซนท์แฟชั่นตัวเอง เสียแรงที่เคยไปเทรนด์เรื่องการวางตัวถึงเกาหลี  นี่ก็ว่าชุดเก่งแล้วเชียวนะ....

                “นายน่าจะยิ้มสักหน่อยนะ” พอสเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วขณะยกรูปถ่ายขึ้นมองใกล้ ๆ

                “เขานับเร็วไป  ฉันกะจังหวะไม่ทัน” คนหน้าตายแก้ตัว  ในรูปถ่ายพอสทำท่าขยับแว่นลงยักคิ้วหลิ่วตาทะเล้นใส่กล้อง  สมแล้วที่มีจิตวิญญาณของไอดอลเต็มเปี่ยม “รอบหน้าไว้มากันใหม่นะ”

                “แต่ไม่เอาห้องซอมบี้นะ  ฉันชอบไม่ชอบเลือด”

                “หือ?”

                “เลยเลือกห้องผูกคอตายนี่ไง  อย่างน้อยก็ไม่ค่อยเห็น” ชายหนุ่มล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อขณะก้าวไปตรงบันไดทางลง “แต่ดันเจอเลือดป้ายหน้าต่างเฉยอะ  แม่งเกือบหลุดกรี๊ดแล้ว”

                “ฮ่า ๆ ๆ”

                “อ๊ะ! หัวเราะแล้ว” พอสแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์  ตอนนั้นเองที่เจตน์พบว่าตัวเองเผลอหลุดยิ้มจนหน้าเบี้ยวไปหมด  ชายหนุ่มบีบปลายคางตัวเองให้กลับมาบึ้งตึงดังเดิม “เวลาถ่ายรูปนายก็แกล้งทำเป็นหัวเราะแบบเฟค ๆ ก็ได้  ดูเป็นธรรมดาชาติดีออก”

                “นายพูดว่าเฟคกับธรรมชาติปนกันนะ”

                “มันก็เหมือนกันแหละน่าแค่รูปออกมาสวยก็พอแล้ว” พูดจบคุณครูก็พลิกตัวกลับมา  สองมือเอื้อมจับใบหน้าคนตัวสูง  ใช้นิ้วโป้งยกตรงมุมปากขึ้น “ไหนยิ้มให้ดูหน่อยสุดหล่อ----แว้กกกกก!!

 

พรืดดดดดด!!

 

                เพราะหันหลังเลยก้าวพลาดไถลลงไปสามขั้นบันได

 

            หมับ!

                เจตน์คว้าฮู้ดเสื้อไว้ได้ทันก่อนเท้าไปแตะขั้นที่สี่  ท่วงท่าตอนนี้ราวกับหนังฮอลลีวู้ดฉากตกตึกก็ไม่ปาน  พ่อพระเอกยืนหิ้วคอเสื้อนางเอก  ขณะที่อีกฝ่ายเหยียดขาตรงยั้งการหล่นร่วงไว้  ท่อนขาแข็งแกร่งสั่นระริก  ทว่าเรื่องบัดซบยังไม่จบเพียงเท่านี้.....

แคว่กกกก!!

กางเกงบั้งปลาหมึกด้ายระเบิดจนหัวเข่าทะลุออกมา

“อุบ” คนหน้าตายเม้มปากก่อนจะทนไม่ไหวระเบิดเสียงหัวเราะสะเทือนปฐพี “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

จัดให้ดังสนั่นสมใจไอ้พอสเสียไม่มี “หยุดเลยนะ  ช่วยฉันก่อนสิ!

“ขอโทษนะแต่มัน....ฮึก” ผู้ช่วยชีวิตกลั้นขำจนมือสั่นหงัก ๆ

“จะร่วงแล้ว ๆ ๆ ๆ”

เอ้า...ฮึบ!  เจตน์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดึงร่างนั้นขึ้นมายังบันไดขั้นบนสุดได้สำเร็จ  เหยื่อผู้โชคร้ายงอตัวใช้แขนยันเข่าไว้พร้อมหอบแฮ่ก ๆ ราวกับเพิ่งผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายมา

“กางเกงฉัน!!” พอสกรีดร้องราวกับถูกผีสิงสู่  สองนิ้วแหวกดูความเสียหายตรงหัวเข่า “เพิ่งใส่ได้สองครั้งเองโว้ย!!

“อย่าไปแหกมันสิ  เดี๋ยวก็----”

แคว่ก!!

รอยแยกลามตามตะเข็บขึ้นไปถึงต้นขาด้านใน  ท่ามกลางความตื่นตะลึงของเจตน์ที่ลูกตาแทบหลุดเหมือนหมาปั๊กได้ยินเสียงฟ้าผ่า  มือใหญ่รีบตะปบปิดลงไปบนต้นขาขาว ๆ  มองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก  จังหวะนั่นเองที่มีเสียงฝีเท้าจากด้านหลัง

“เอ่อ....เป็นอะไรหรือปะ-----”

ผ่าง!  ภาพที่เห็นคือชายคนหนึ่งกำลังทิ่มมือเข้าไปในต้นขาอีกคน  ท่วงท่าฉาวโฉ่ระดับลงข่าวหน้าหนึ่งได้สามฉบับติด  ลุงผู้อารีผายมือไปทางซ้าย “ตามสบายนะไอ้หนุ่ม  ห้องน้ำอยู่ทางนู้น”

“มะ...ไม่ใช่นะครับ!!

“ถ้าชั้น 4 จะเงียบกว่านะ”

“ลุ้งงงงงงงงงงง!!

เสียงกรีดร้องไปอาจไปถึงเมื่อลุงเดินดุ่ม ๆ จากไปทิ้งไว้เพียงบรรยากาศชวนวาบหวิวประหนึ่งถ่ายปกปลุกใจเสือป่า  พ่อสุภาพบุรุษยกมือออก แต่พอเห็นขาก็ปิดลงมาใหม่  ทำวนไปมาอย่างนั้นเหมือนไม่มีสมองคิดอย่างอื่นแล้ว

“เอ่อ...เจตน์”

ทันใดนั้นเองเจ้าทึ่มก็หันไปเห็นบางอย่างตรงหัวเข่า “เลือด!!

“หา!?” พอสก้มมองแล้วพลันหน้าซีดเผือด  แผลถลอกมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นจุด ๆ “แหยะ!!

“ถ้ากลัวก็อย่าดูสิ!” เจตน์ผลักหัวชายหนุ่มไปอีกทาง “ต้องล้างแผลแล้ว  ไปโรงพยาบาลไม่ก็คลินิกไหม”

“เวอร์ไปแล้ว”

“ยืนไหวไหม”

“ใจเย็นพวก! ขาฉันยังไม่ขาด  อ้อ! ห้ามเล่นมุกวงไพ่”

“ใครมันจะเล่น”

“ฮะ ๆ ๆ” พอสส่ายหัว  ไม่ไหวเลย  เจตน์นี่จืดชืดชะมัด แต่ไอ้สีหน้ากังวลว่าเขาจะเสียเลือดจนตายจากแผลเล็กเท่าเหรียญบาทนั่นก็น่ารักดี “แผลแค่นี้เอง”

“แต่นายกลัวเลือดนี่”

“ถ้าไม่เยอะก็ไม่เป็นไรหรอก” คนเจ็บบุ้ยปาก “ห่วงกางเกงฉันดีกว่าไหม”

“โป๊เลยเนอะ----”

“มันแพง”

“...........”

“พรีมาตัวละตั้งหลายบาทดันมาขาดง่าย ๆ แบบนี้พอกันทีไอ้ร้านลวงโลก!” พูดจบพอสก็ยืดตัวขึ้นยืนจนเศษผ้าที่ขาดห้อยต่องแต่งไปมาดูอนาจารนัก “เซ็งว่ะ! ไปหาขนมกินกัน”

“นายจะบ้าเรอะ!  สภาพนี้ยังจะเที่ยวต่อได้อีกเหรอ” ทั้งที่เสื้อผ้าอยู่ครบดี แต่เจตน์กลับเป็นฝ่ายลนลานเสียเอง  เรียกว่าอายเผื่อพอสหมดแล้ว “ต้องหากางเกงมาเปลี่ยน”

“ถ้าอย่างนั้นก็....”

“............”

“ไปห้องฉันไหมล่ะ”

 

                เจตน์มั่นใจว่านั่นไม่ใช่ประโยคคำถามอย่างแน่นอน.....

 

…………………………………………..

 

คอนโดของพอสอยู่ติดรถไฟฟ้าถัดไปสองสถานีเท่านั้น จึงเหมาะสมแก่การเปลี่ยนกางเกงที่สุด  เจตน์จูงอีกฝ่ายเดินหนีบลับ ๆ ล่อ ๆ ไปที่รถก่อนจะทะยานออกไปราวม้าศึก

                บรรยากาศในห้องโดยสารตึงเครียดเป็นอย่างมาก  เพราะจู่ ๆ ก็ถูกลากไปห้องของคู่เดตแบบไม่ทันตั้งตัวเลยออกจะชวนขวยเขินอยู่ไม่น้อย  กว่าบทสนทนาแรกจะเริ่มขึ้นอีกครั้งก็ตอนที่มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องแล้ว

            แอ๊ด....

                เจตน์แอบชะเง้อมองเข้าไปด้านใน  สมแล้วที่เป็นคอนโดแบรนด์ดัง เพราะหมดงบไปกับการโปรโมทห้องเลยเล็กเท่าแมวดิ้นตาย  ยืนมองจากหน้าห้องก็เห็นแทบทุกอย่างแล้ว

                เจ้าบ้านก้มถอดรองเท้าด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ เพราะแผลเริ่มหายชาและผิวตึง  เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะก้มไปดึงสายรัดส้นที่ข้อเท้าลงให้

                “ขอบใจ”

                “อืม” พอก้มลงมาระดับนี้บั้นท้ายอีกฝ่ายก็ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า  เจตน์พยายามสงบจิตใจท่องพุทโธ ธัมโม สังโฆวนเวียนอยู่หลายจบจนเจ้าของกางเกงบาปหนานั่นเดินไปถึงกลางห้อง  พอสเอี้ยวตัวมาทางเขาขมวดคิ้วเป็นเชิงบอกว่า จะยืนตรงนั้นอีกนานไหม

                ผู้มาเยือนก้าวตามไป เพราะมีพื้นที่จำกัดโซฟาจึงถูกวางไว้แทบจะติดประตู  อีกฝั่งมีทีวีแขวนอยู่  ดวงตาเรียวมองสำรวจไปโดยรอบ  จะว่ายังไงดีล่ะ....ห้องสมกับเป็นพอสสุด ๆ ไปเลย  ทั้งการตกแต่งโทนขาวเกลี้ยงที่ยกอีเกียมาทั้งดุ้นแถมยังเพิ่มงาน DIY เหมือนบอร์ดแพลนเนอร์ที่โต๊ะทำงาน  ธงสามเหลี่ยมตรงผนัง  กรอบรูปงานคอลลาจ  แม้แต่ผนังหลังโซฟาก็เป็นงานเพ้นท์ตัวหนังสือยึกยือ  ความสวยไม่มาก แต่ความพยายามเกินร้อย

                กลางห้องมีเคาน์เตอร์กินอาหารสองที่นั่ง  ครัวเตาไฟฟ้าขนาดเล็ก  ถัดออกไปไกลสุดคือระเบียง  ส่วนห้องนอนนั้นแยกสัดส่วนไปทางขวามีฉากกั้นนิดหน่อย แต่มองจากตรงนี้ก็เห็นอยู่ดี

                “นั่งก่อนสิ” พอสอาจจะไม่รู้ว่าเจตน์ไม่ได้มารยาทงาม แค่กำลังสาระแนความเป็นอยู่ของชาวบ้าน  ชายหนุ่มถอดแว่นแฟชั่นไร้กรอบวางลงบนเคาน์เตอร์พลางหันมาถามอย่างเจ้าบ้านที่ดี “จะเอาน้ำไหม”

                “ไม่ต้องหรอก”

                “น้ำอัดลม?”

                “ฉันต่างหากต้องถามนาย” เจตน์มองเลือดไหลซิบตรงหัวเข่าพสุ “มีอะไรให้ช่วยไหม”

“งั้นถอดกางเกงให้หน่อยสิ”

“พูดอะไรของนาย!! น้องเจตน์ตะโกนด้วยใบหน้าแดงเรื่อ  ขณะที่คนเจ็บเลิกคิ้วขึ้น

“ถ้าไม่มีคนช่วยจับให้มันก็โดนแผลสิ”

 

อ้อ....อย่างนี้นี่เอง

คนตัวสูงลอบถอนหายใจ  ที่พอสพูดมาก็สมเหตุสมผลอยู่  เจตน์ปัดความคิดสกปรกออกจากหัวพลางย่างสามขุมเข้าไปยืนข้าง ๆ  พอสสบตาเขาแว้บหนึ่งก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ซิบกางเกง

ฟืดดดดดด….

“ดะ...เดี๋ยวหยุดก่อน  ฉันว่านาย---”

ผลุบ!  เจ้าบ้านยังปลดกระดุมออกอย่างเฉยชา

“พอส! นายเปลี่ยนเองในห้องน้ำดีกว่---”

พึ่บ!  ขอบกางเกงลงมากองที่กลางสะโพก  เผยให้เห็นปราการชั้นสุดท้าย

“โทษที  ไม่รู้ว่านายจะมาไม่งั้นจะใส่กางเกงในตัวเก่งเลย”

โอ๊ย....ไอ้เจตน์อยากตาย....

เหมือนจะมีแค่เขาที่ลนลาน เพราะคุณฝ่ายขายทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้กระดิกเท้าน้อย ๆ พลางเอ่ยขอ “ช่วยดึงออกให้หน่อยสิ”

เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เขินอายเจตน์ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองลามกนรกส่งมาเกิด  ดังนั้นต้องรีบแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการคุกเข่าลงบนพื้น  ถอดกางเกงให้แบบจริงใจแมน ๆ

เฮ้ย! ไม่เห็นมีอะไรเลยว่ะ  ช่วยเพื่อนเฉย ๆ

“ถ้าเจ็บก็บอกนะ” พูดจบก็อยากตบปากตัวเอง  ไม่มีประโยคที่มันส่อน้อยกว่านี้แล้วเหรอวะไอ้เจตน์! แต่ช่างมันก่อนตอนนี้ต้องช่วยคุณฝ่ายขายลอกคราบทำแผลให้เรียบร้อย  คิดได้ดังนั้นขอบกางเกงก็ร่นลงมาตรงต้นขา

จู่ ๆ ในห้องก็เงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจเท่านั้น  เจตน์ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวดึงรูขาดให้ลอยขึ้นจากผิว  ส่วนมืออีกข้างก็ค่อย ๆ ปลดผืนผ้าลง  รอจนทั้งหมดมากองเหนือบาดแผลจึงเปลี่ยนไปถอดที่ข้อเท้าต่อ

ผิวกายแตะต้องกันเล็กน้อยชวนให้วูบโหวงในช่องท้อง เพราะกางเกงเข้ารูปจึงต้องใช้เวลาพอสมควร  ในที่สุดเขาก็สามารถลอกคราบพอสได้สำเร็จ  ขาขาวเปลือยเปล่ากระดิกไปมาชวนสติเตลิดอีกครั้ง  โชคดีหน่อยที่เจ้าตัวสวมชั้นในแบบกางเกงเลยพอลดความอนาจารไปได้บ้าง

“กล่องยาอยู่ไหนล่ะ”

“ไม่ต้องหรอก  เดี๋ยวฉันทำเอง” พูดจบพอสก็ชักขาขวาขึ้นมาชันบนเก้าอี้  ท่วงท่าแบบนั้นเผยให้เห็นส่วนใต้ร่มผ้าชัดขึ้นจนเจตน์ต้องเบือนใบหน้าชมนกชมไม้แทน  เหมือนจะหูแว่วได้ยินเสียงกลั้นหัวเราะเสียด้วย

แกร๊ก!

กล่องปฐมพยาบาลที่เตรียมไว้ถูกเปิดออก  ชายผู้กลัวเลือดเปิดซองสำลีแล้วลงมือเช็ดรอบบาดแผล  ความแสบแล่นพล่านไปถึงสมองจนอดจะครางอือไม่ได้

“ไม่น่าโง่ร่วงลงมาเลย”

“เจ็บเหรอ”

“ก็นะ...” คนบนเก้าอี้ไหวไหล่  ทาบสำลีลงไปอีกครั้งก่อนจะเปิดประเด็นใหม่ “นี่ ฉันมีเรื่องคาใจอยู่อย่างน่ะ”

“หือ?”

“ทำไมต้องเจย์เอดท์ด้วย แปดนิ้วเหรอ”

“ไม่ใช่!!!

“ง่ะ”

“ปะ....เป็นลัคกี้นัมเบอร์!!

“อ่า รู้แล้ว ๆ ไม่เห็นต้องโวยวายเลยนี่นา” ตัวเองเล่นมุกใต้สะดือแท้ ๆ ยังมีหน้ามาบ่นผู้เสียหายอีก  เจตน์ล่ะยอมใจ “สงสัยเฉย ๆ เอง”

“สันนิษฐานอะไรของนาย”

“ฮ่า ๆ ๆ”

ไอ้ตัวแสบหัวเราะไปแต้มยาทาแผลสดไป  ไม่มีความสลดใด ๆ ทั้งสิ้น  ทิ้งให้เจตน์กุมขมับกับสถานการณ์อันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที  พยายามมองนู่นมองนี่ไม่ให้เผลอไปโฟกัสจุดยุทธศาสตร์ก็แล้ว  เจ้าตัวยังลากเขากลับมาหมกมุ่นต่อได้หน้าตาเฉย  เจตน์หันหน้าออกไปยังผนัง  ตรงนั้นเองที่มีกระดานแปะรูปเต็มไปหมด  หนึ่งใบในนั้นช่างคุ้นตาเหลือเกิน

“รูปนั้น....”

“อ๊ะ! น่ารักเนอะ” คนบนเก้าอี้สั่นขา “ถึงจะไม่เห็นหน้าแต่ก็เป็นรูปคู่ใบแรกเชียวนะ”

ทีเร็กซ์ฝาแฝดสองตัวคลั่งอยู่หน้ากรงขังคือรูปที่พอสกล่าวถึง  ทั้งทุเรศปนตลกทว่าตอนนี้พอย้อนกลับมาดูอีกครั้งก็พบว่ามันเป็นความทรงจำที่ดีไม่น้อย

คนบนพื้นพึมพำบอก “ไว้มาเพิ่มรูปกันอีกนะ”

“งั้นต้องเทรนด์ให้คนแถวนี้ฝึกยิ้มหน่อยแล้วแฮะ” พูดจบพอสก็แปะเทปปิดแผลเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ  เขาเอี้ยวตัวเท้าคางลงบนเคาน์เตอร์ “แต่ตอนนี้ฉันมีอีกคำถาม”

“หือ?”

“ไอ้นั่นน่ะ”

ปลายนิ้วชี้ลงมาบนกางเกงเจตน์

 

“มัน...ชี้หน้าฉันอยู่หรือเปล่านะ?”

 

อ่านต่อเว็บไหนก็ได้ค่ะ >> 


 https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=69034.msg3937094#msg3937094

                https://www.readawrite.com/c/e256988f24057408d773d99aaf5e028b

               https://fictionlog.co/c/5c47321cb3dfb72b3c3057af

 

 

TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

121 ความคิดเห็น

  1. #112 Artemis~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 00:06
    กรี้ดดดด ร้อนนหน้าไม่ไหวแล้วค่ะะ น้องเจตน์คะลูกก ทำไมหนูถึงซื้อแบบนี้ 555 ชอบความแอ๊วหนักของพอสมาก ขำอะ ไม่ขอโทษหรอกนะ เพราะตั้งใจ แล้วน้องเจตน์ลูกก เราจำกัดความสัมพันธ์กับพอสเค้าว่าอะไรนะ เอ็นดูววว 5555 แต่ ฮืออ น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #112
    0
  2. #101 PuleunBam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 00:07
    ความโรแมนติกหาไม่ค่อยจะเจอ ตล๊ก555555555
    #101
    0
  3. #87 J.lasa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:40
    เขินมากกกกกกกก พอส แหน่ ร้ายนะเราอ่ะ
    #87
    0
  4. #80 SeALu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 12:12
    พอสแกก็ยั่วอ่ะ บ้าบอออสงสารน้องเจตน์เขา555
    #80
    0
  5. #60 biggertmb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 15:13
    สองคนนี้ตลกแบบที่บางสถานการณ์ก็ไม่น่าตลกได้ 55555555555555 แต่ก็น่ารักกกก แต่แหมพอสสส ร้ายๆๆนะเราน่า 55555
    #60
    0
  6. #56 kimrella (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 00:39
    โอ้ว โอ้ววว โอ้วววววววว

    ปล วงวารเจตน์ตอนไล่ชื่อเด็กฝึกนิดๆ 55555 ไม่ร้องนะ
    #56
    0
  7. #55 TheViper_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 23:28
    อิ2คนนี้โว้ยยยยย55555
    #55
    0