▐▐ Pause & Play ► เพราะพักพาพบ [Yaoi]

ตอนที่ 5 : Track #05: 🔊✖ Mute Heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

Track #05: ??”? Mute Heart

 

 

ปีนี้ธีมสัตว์โลกน่ารักนะ

ครับ?

งานเลี้ยงปีใหม่ไง

 

บทสนทนากับพี่ข้าวข้างต้นทำเอาเจตน์กุมขมับมาเป็นสัปดาห์  คิดไม่ตกจนเผลอเอาไปปรึกษาแม่ และนั่นทำให้เหตุการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

“ลูกสาวเพื่อนแม่เปิดร้านเช่าชุดแฟนซีอยู่”

“หือ?” ช้อนที่กำลังจะเข้าปากชะงักไป  ขณะนี้เวลาเก้าโมงเช้า ณ บ้านจงรักษ์  โต๊ะอาหารอัดแน่นไปด้วยกับข้าวนานาชนิดรอต้อนรับพ่อที่กลับจากสิงคโปร์เที่ยงนี้ “แม่หมายถึง?”

“ไปอุดหนุนเขาหน่อยสิ” มารดาพูดจบก็หันหน้าจอมือถือที่เปิดหน้าเพจหนึ่งค้างไว้ให้ดู “เนี่ย  ชื่อร้านเรนโบว์ยูนิคอร์น”

“แค่ชื่อร้านก็ไม่น่าเข้าแล้ว”

“เอ๊ะ! ลูกคนนี้นี่” หล่อนตีเพี๊ยะสั่งสอนเด็กปากเสีย “ยังหาชุดไม่ได้ใช่ไหมล่ะ  ยังไงก็ลองดูร้านพี่เขาก่อนสิ”

“แม่ดูตื่นเต้นกว่าผมอีกนะ”

“แหม” คนเป็นแม่ทาบมือลงที่ข้างแก้ม “แม่ยังไม่เคยเห็นน้องเจตน์แต่งแฟนซีเลยนี่นา  ความรู้สึกเหมือนสมัยเต้นเพลงผึ้งน้อยตอนอนุบาลสองเลย”

“แม่อย่าพูดถึงมันเลย”

“เนี่ย  ว่าแล้วก็เสียดายที่วีดีโอมันพังไปหมดแล้ว”

พัง ๆ ไปได้ซะก็ดี....

เจตน์ตักผัดผักเข้าปากคำใหญ่  เคี้ยวหยับ ๆ ไม่สนใจหัวข้อนั้นอีกต่อไป  แม่ก็เป็นเสียอย่างนี้  คิดว่าลูกตัวเองน่ารักที่สุดในโลก  ก็นะ....นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่เจตน์เกิดฝันบ้า ๆ อย่างการอยากเป็นไอดอลขึ้นมาก็ได้  ที่จริงก็แอบหลงตัวเองนี่หว่า....

“ไฟลท์พ่อมาถึงเที่ยงใช่ไหมครับ”

“เห็นว่าเที่ยงยี่สิบนะ” ลูกชายจะไปความจำดีสู้แม่ได้อย่างไร “กินเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำไป๊ลูก”

“ครับ ๆ”

หลังล้างจานเรียบร้อยเจตน์ก็ไต่บันไดกลับขึ้นห้องไป  ทันทีที่เปิดประตูมือถือบนโต๊ะก็สั่นเรียก  ดูเหมือนจะเป็นข้อความไลน์เข้าล่ะมั้ง  จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ....

 

PausePause* : นายว่าอันไหนดีกว่า?

บรรทัดบนสุดว่าอย่างนั้นก่อนจะตามมาด้วยรูปภาพอีกสอง

PausePause* :  แดง หรือ เหลือง?

มันคือรองเท้าผ้าใบแบรนด์ไทยที่ช่วงนี้ฮิตกัน  เจตน์เห็นเพื่อนลงรูปในไอจีแว้บ ๆ อยู่เหมือนกัน  เขากดขยายดูรูปเลื่อนไปมาแล้วพิมพ์ตอบ

Jate : ถามเป็นการเมืองเลยนะ

PausePause* :  5555555555

PausePause* :  เร็ว  เจ้าของร้านจะกินหัวแล้ว

Jate : สีไหนก็ได้

PausePause* :  ห้ามตอบงั้นดิ

พอสเสริมด้วยสติ๊กเกอร์หัวร้อน

PausePause* :  นายชอบสีไหน

Jate : ดำ

PausePause* :  เอาที่มันมีสิ!!

เจตน์หลุดขำกับเมจเสจโวยวาย  ตัวเองก็เซนส์แฟชั่นรุนแรงแท้ ๆ ยังจะมาปรึกษากันอีก

Jate : นายมีสีเหลืองเยอะแล้ว  เอาแดงแล้วกัน

PausePause* :  ว้าว  จำได้ด้วยอะ

คุณฝ่ายขายส่งสติ๊กเกอร์ปรบมือเกรียวกราวมาให้  ตอนนั้นเองที่ไอ้ซื่อบื้อรู้สึกพลาดมหันต์  เจตน์รีบรัวแป้นกลับ

Jate : แค้เหนบ่อน

Jate : *แค่

Jate : *บ่อย

                PausePause* : นิ้วเบียดเชียว 55555

                บทสนทนาถูกตัดลงตรงนั้นเมื่อเจตน์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป  ชายหนุ่มทิ้งตัวลงบนเตียงโอ้เอ้ไม่ยอมไปอาบน้ำตามที่แม่สั่ง

                จู่ ๆ ก็คิดถึงความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างตัวเองกับพอส  เรื่องนี้วนเวียนในหัวเจตน์มาหลายสัปดาห์จนแล้วจนรอดก็ยังหาคำตอบไม่ได้  ไม่ได้คาดหวังคำตอบจากทางนั้น  เอาที่ตัวเองก่อนเนี่ยแหละ....

            เขาคิดยังไงกับพอสกันแน่นะ....

                เรื่องของตัวเองแท้ ๆ ยังไม่มีปัญญาหาคำตอบ  ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด  เขาพลิกตัวไปมาดวงตาจับจ้องไปยังมือถือที่หน้าจอดำมืด  ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาหยิบมันขึ้นมาพิมพ์ข้อความลงไป....

Jate : งานเลี้ยงออฟฟิศนายจะแต่งเป็นอะไร

เจตน์มองข้อความที่ส่งออกไป แต่ไม่มีใครอ่าน  นึกเกลียดตัวเองเหมือนกันที่ถามอะไรโง่ ๆ แบบนั้นเพียงเพื่ออยากต่อบทสนทนาออกไปอีกสักนิด  ป่านนี้พอสคงไปจ่ายเงินเดินช็อปปิ้งต่อแล้วมั้ง....

ครืด...

แรงสั่นของมือถือทำเอาเจตน์สะดุ้งเฮือก  ข้อความเข้าใหม่ฉายวาบอยู่บนนั้น....

 

PausePause* : ความลับ

 

อ่า...อย่างพอสก็คงเล่นใหญ่เล่นโตตามเคยนั่นแหละ

แม้จะยังไม่รู้ว่าชุดอะไรก็พอจะจินตนาการถึงความอลังการได้  คนอย่างพสุไม่มีคำว่า แต่งเบา ในพจนานุกรมอยู่แล้วนี่  สารภาพว่าแอบอยากเห็นอยู่เหมือนกัน...

“เจตน์!” ไม่รู้ว่าเอาแต่เหม่อนานแค่ไหน  เจตน์รู้ตัวอีกทีแม่ก็มายืนเท้าสะเอวที่ปลายเตียง “ยังไม่อาบน้ำอีก”

“ครับ  ไปแล้ว!

ไอ้ตัวขี้เกียจหาช่องว่างมุดออกไปได้ก่อนจะถูกแม่บ่นต่อ  คนตัวโตคว้าผ้าขนหนูขึ้นพาดบ่ายังไม่ทันจะปิดประตูห้องน้ำดีแม่ก็ตะโกนถามเรื่องเดิม ๆ

“เรื่องชุดสรุปเอาไง”

มือที่จับลูกบิดชะงักไป “ยังไม่ได้ดูเลยครับ”

“ตายจริง! อาทิตย์หน้าแล้วนะ”

ด้วยความหงุดหงิดเล็ก ๆ เจตน์จึงบอกปัดให้จบเรื่อง “งั้นแล้วแต่แม่เลย”

“.........”

“แม่ไปจองชุดให้ผมหน่อยครับ”

 

จะชุดซาฟารี  หมีควาย  ลายเสือดาวอะไรก็เอามาเถอะ....

 

 

……………………………………………………..

 

 

ถึงจะบอกว่าชุดอะไรก็ได้ก็เถอะ

แต่นี่มัน....

 

ชะ....ชุดทีเร็กซ์.....

 

“ไอ้เจตน์! ยังไม่เปลี่ยนชุดอีก”

พรึ่บ!

เจ้าของชื่อโยนถุงกระดาษไว้ที่เบาะหลังรถก่อนหันไปเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ “แป๊บครับพี่วิทย์”

“อย่าบอกว่าไม่เอาชุดมานะ  ไม่ให้เข้างานแถมปรับด้วยนะโว้ย” คนอาบน้ำร้อนมาก่อนขู่ติดตลก “ไปรอข้างบนแล้วนะ”

“คะ....ครับ...”

พี่วิทย์หนุ่มเชื้อสายแขกสะบัดหางแขวนซีดีของตนขึ้นบันไดไป  งวงเหี่ยว ๆ ถูกจับพาดไว้บนบ่า ส่วนงานั้นไซร้ใส่ไว้ใต้รักแร้รอวินาทีพรีเซนท์ชิงรางวัล  ใส่ไว้ก็แดกเหล้ายากสิวะวิทย์กล่าวทิ้งท้าย

ช่างหัวคนอื่นมันเถอะ  ตอนนี้ไอ้เจตน์ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน....

ขวับ!

เจตน์หันไปมองถุงใส่ชุดที่หลังรถด้วยแววตาว่างเปล่า  ช่วงชีวิตนี้มีเรื่องน่าอายเกิดขึ้นมากมายคล้ายต้องการจะทำลายสถิติท่า J.8ight ให้ได้  เวรเอ๊ย!  อยากจะประชดชีวิตด้วยการวิ่งไปโพสท่าบนเวทีมันเสียเลย

แม่นะแม่!!  เลือกมากะให้เจตน์ขายขี้หน้าหรือไง  ไม่สิ! แม่ยิ่งรสนิยมแปลกอยู่ด้วยเขานั่นแหละผิดเองที่ให้แม่จองชุดให้  ธีมสัตว์โลกแท้ ๆ แม่ยังอุตส่าห์ไปเอาสัตว์เมื่อหลายล้านปีที่แล้วมาให้  คิดแล้วปวดไปถึงก้านสมอง

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติ  สองมือตบป้าบเข้าที่แก้ม  เย็นไว้เจตน์......เย็นไว้  แม้ใจในจะอยากหนีแค่ไหน แต่เด็กใหม่ยังไม่ผ่านโปรควรจะโผล่ไปให้รุ่นพี่เห็นหน้าสักหน่อย  ถ้าแค่สักแป๊บน่าจะพอไหว

อึก....

หมาจนตรอกกลืนน้ำลายเอื๊อกขณะเอื้อมมือไปยังถุงกระดาษ  ตายเป็นตายวะ.....จะขับรถกลับบ้านหรือหาชุดใหม่ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว  สู้ใส่ไปนั่งให้มันจบ ๆ แล้วแกล้งขอตัวกลับก่อนดีกว่า  คิดได้ดังนั้นก็คว้าหูหิ้วแล้วปิดล็อกรถ  มุ่งตรงไปยังห้องน้ำฝั่งหน้าตึกที่ร้างผู้คน

ชุดผ้าร่มสีน้ำตาลถูกยัดเท้าเข้าไปทีละข้าง  เจตน์เหน็บกล่องรางถ่านเอาไว้ที่ข้างเอวตามคู่มือที่แนบมา เพราะพื้นที่ในห้องน้ำมีจำกัดการสวมชุดจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล  คนตัวสูงค่อย ๆ ย่อลงไปหยิบซิปบนพื้น

ฟืด...

ภาพไดโนเสาร์เหี่ยวย่นปรากฏขึ้นบนกระจก  เจตน์คลำหาสวิทช์เป่าลมได้สำเร็จ และเมื่อพัดลมด้านในทำงานหัวฟีบแบนก็ค่อย ๆ ขึ้นรูป  ในที่สุดก็ได้เจ้าทีเร็กซ์อันสมบูรณ์แบบ  แท้~แดน

 

แท้แดนบ้าอะไรล่ะ!!!  ใครมันจะไปกล้าใส่ชุดนี้โว้ย!!!

สารร่างน่าหัวร่อแบบนี้ขืนเดินเข้าไปได้กลายเป็นจุดเด่นในงานแน่  เจตน์กุมขมับหวังจะบีบสมองตัวเองให้ระเบิด  มองผ่านตาข่ายตรงบริเวณหน้าออกไปก็เห็นตัวเองในกระจกเงาชัดเจน  เขาเหยียดแขนเท้าลงบนอ่างล้างหน้าเล่นเอ็มวีดราม่าน้ำตานอง

“ขอโทษนะครับขอใช้ห้อง----”

 

ผ่าง!!

 

 

                ทันทีที่หันขวับไปยังประตูเจตน์ก็ต้องอ้าปากค้าง เพราะตรงนั้นมีภาพสะท้อนทั้งที่ไม่ได้ใช้กระจก  นะ....นั่นมัน...

 

            ...ทีเร็กซ์ตัวที่สอง....

 

                สถานการณ์ประหลาดนี่มันอะไรกัน  ไดโนเสาร์สองตัวประจันหน้ากันในห้องน้ำ  ทุกสรรพสิ่งหยุดเคลื่อนไหวมีเพียงเสียงเครื่องเป่าลมทำงานเท่านั้น  น้องใหม่อ้าปากพะงาบ ๆ ลังเลว่าควรจะทักทายว่า กรรรรรหรือ สวัสดีครับตามปกติดี เพราะยังเลือกไม่ได้สักทีทีเร็กซ์ปริศนาก็ชิงยกมือสั้นกุดขึ้นมาชี้หน้า...

                “เจตน์”

                “...........”

                “เจตน์ใช่ไหม”

 

            เดี๋ยวนะ....เสียงนี่มัน....

                “พอส?”

                ทีเร็กซ์หน้าประตูผงกหัวลง “ไหนบอกว่าจะแต่งเบา ๆ ไง  ชนกันแบบนี้ฉันลำบากนะ”

            ใครกันแน่ที่ลำบาก!!

                เจตน์ยกมือสั้นกุดจะกุมขมับ และพบว่าทำไม่ได้ “ฉันจะถอดชุด”

                “เฮ้ย! ล้อเล่นน่า  ชนก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”

                เป็นสิ!!  หากใช้พอสเป็นหลอดวัดความแรงของคอสตูมแล้ว  นี่จัดได้ว่าเขาแต่งระดับเดียวกับตัวท็อปของบริษัท  แบบนี้ไม่โดนเพ่งเล็งตายเหรอ  แถมยังหาโอกาสหนีกลับบ้านได้ยากยิ่ง...

            ผลุบ!

                พอสมุดตัวเข้ามาในห้องน้ำ  หัวทีเร็กซ์บดบี้เข้ากับวงกบประตูเล็กน้อย  คุณฝ่ายขายเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาใกล้จนเจตน์เห็นใบหน้าหลังตาข่ายขัดเจนขึ้น

                “ว้าว~ เจตน์จริง ๆ ด้วย”

                “บอกไว้ก่อนเลยนะว่าแม่จองไอ้ชุดนี่ให้” ทีเร็กซ์หนึ่งถอนหายใจ “ฉันไม่ได้เลือกเอง”

                “แม่นายกับฉันนี่น่าจะไปด้วยกันได้นะ” ทีเร็กซ์สองดึงถุงมือผ้าร่มออกก่อนจะเปิดก๊อกน้ำ  ที่แท้ก็มาเพื่อล้างมือนี่เอง “ฉันอุตส่าห์คิดหัวแทบแตกว่าแต่งเป็นสัตว์อะไรไม่ให้ซ้ำ  นี่ชนโครมตั้งแต่ยังไม่เข้างานเลยแฮะ”

                “เงียบนะ”

                พอสเช็ดมือกับชุดแล้วเอื้อมไปหยิบถุงมือมาใส่ดังเดิม “แล้วยังไม่เข้าไปอีกเหรอ”

                “ยังทำใจไม่ได้”

                “ฮ่า ๆ ๆ ๆ” สีหน้าบ้าคลั่งของหัวทีเร็กซ์ช่างเข้ากันได้ดีกับเสียงหัวเราะไร้สติของพอส “ไม่เห็นเป็นไร  ใครเขาก็แต่งแฟนซีกัน”

                “แต่ไม่มีใครบ้าจี้จัดเต็มขนาดนี้ไง!” อ๊ะ! เถียงไปก็เพิ่งนึกได้ “ฉันไม่ได้ว่านายนะ”

                “โดนเข้าเต็ม ๆ เลยไม่ใช่เรอะ” แม้แขนจะสั้นกุดทีเร็กซ์สองก็ยังอุตส่าห์สับสันมือเข้ามาที่กลางอกไอ้เจตน์ได้ “โธ่ พ่อคนขี้อายเอ๊ย”

                “ใครจะไปเหมือนนายกัน”

                “เอาแบบนี้สิ” ตุบ! พอสตบลงบนเคาน์เตอร์ล้างหน้า “เราก็เข้าไปพร้อมกันไง  ทำเหมือนนัดกันใส่มา”

                “มันช่วยแก้ปัญหาได้ตรงไหนกัน”

                “ไปด้วยกันจะได้ไม่ต้องเขินไง”

                “........”

                “เนอะ”

 

                พูดจบก็ยื่นมือสองกลีบเล็บมาให้  เจตน์ก้มมองมันอย่างชั่งใจ  พูดตามตรงว่าไม่อยากเข้าไปในงานเลยสักนิด แต่พอมีมือของพอสยื่นมาตรงหน้ากลับอุ่นใจอย่างประหลาด...

            หมับ

                มือทีเร็กซ์กอบกุมกันอย่างแนบแน่น  แม้แขนจะสั้นทำให้การเดินลำบาก แต่พอสก็ไม่ยอมปล่อยมือจากอีกฝ่าย  ไดโนเสาร์น้อยทั้งสองพากันจูงมือออกจากห้องน้ำ---

 

กึก!!

                หัวทีเร็กซ์หนึ่งติดคาอยู่ตรงวงกบประตูคล้ายภาพในหนังจูราสสิค พาร์ค  ไอ้เจตน์ต่อสู้ด้วยการดันตัวไปด้านหน้าทว่าชุดพองลมก็ดีดกลับเข้าไปอยู่ดี  ภาพที่เห็นคงโง่บรมจนพสุทนกลั้นหัวเราะไม่ไหว

                “ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

                “อย่ามัวแต่ขำสิ!

                “ลืมบอกเลยว่าให้ระวังหัวด้วย” พอสพลิกตัวอย่างยากลำบากแล้วดึงแขนสั้นกุดของอีกฝ่ายลง “ค่อย ๆ ย่อลงนะ”

                เจตน์ทำตามที่ฝ่ายนั้นบอก  แม้ท่าทางจะทุลักทุเลไปบ้างเพราะส่วนสูง แต่ก็สามารถงัดหัวดีดผึงออกมาพ้นประตูได้อย่างสวยงาม และกรรมวิธีทั้งหมดกระทำโดยยังเกาะกุมมือกันอยู่เหมือนเด็กอนุบาล

                เด็กใหม่คิดว่ามันน่าอายนิดหน่อย แต่ก็รู้สึกดีจนไม่อยากปล่อยมือ  แถวนี้ยังไม่มีคนคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง  คิดได้ดังนั้นก็ปล่อยให้ทีเร็กซ์อุ้ยอ้ายทั้งสองเดินจูงมือไปตามทาง

                “ว่าไป....วันนี้จะได้เห็นเจย์เอดท์ไหมน้า~

                “กะ...เกี่ยวอะไรกับเจย์เอดท์ล่ะ”

                “งานเลี้ยงก็ต้องมีร้องเพลงสิ” พอสแกว่งมือเล่นเหมือนแกล้งคนตัวสูง “แค่คิดว่าจะได้ยินเสียงเจย์เอดท์อีกก็ตื่นเต้นไม่ไหวแล้ว”

                “ไม่รู้สิ....”

                “ทุ้มแบบติดแหบนิด ๆ ทะลุเข้ามากลางใจ” แค่พูดคุณพสุก็ใจเต้นแรงแล้ว “แล้วก็ออร่าวิบวับรอบตัวที่เหมือนจะเรืองแสงได้”

                “ไม่ใช่เจย์เอดท์”

                เจ้าของสเตจเนมสุดแพรวพราวงึมงำอยู่หลังผืนตาข่าย

 

“เจตน์ต่างหาก....”

 

“อ้าว! ไดโนเสาร์ที่ไหนเนี่ย”

หุ่นสูบลมทั้งสองสะดุ้งโหยงผละออกจากกันในบัดดล  เจตน์หันกลับไปมองยังต้นเสียงก็พบว่าผู้มาเยือนนั่นคือ....

“พี่ติณ?”

ทางนั้นขมวดคิ้วก่อนจะเบิกตาอ้าปากค้าง “เจตน์เหรอ?”

“คะ....ครับ”

“โห....เปิดตัวแรงนะเรา”

เออ  ก็พอรู้ตัวอยู่....

“พี่ติณเองก็.....” น้องใหม่มองรุ่นพี่หัวจรดเท้า “ตัวอะไรน่ะครับ”

ชุดหนังแวววาวรัดรูปสีเงินส่องประกายระยิบระยับ  ติณยกหมวกฮู้ดขึ้นมาสวมเฉลยให้รุ่นน้องดู  บนนั้นมีลูกตาพร้อมลิ้นสองแฉกตรงกลาง “ตัวเงินตัวทองไง”

“อ้อ....”

ยังจะมีหน้ามาว่าคนอื่นแต่งแรงอีกเรอะ.......

“ตัวนี้เจตน์  แล้วอีกตัวคือ....” ติณเพ่งเข้าไปในตาข่ายก่อนจะผงะเมื่อพบว่าเป็นรุ่นน้องในแผนกตัวเอง “ไอ้พอสเหรอ”

“ครับพี่”

“โอ้~” คนอายุมากกว่าลูบคาง “แต่งเป็นคู่เลยเนอะ”

“............”

“เออ!! ลืมเลย  พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะเว้ย”

ทิ้งระเบิดลงหัวตู้มใหญ่เสร็จไอ้ตัวต้นเหตุก็วิ่งแท่ด ๆ จากไป  เจตน์นึกขอบคุณที่ชุดบ้านี่มีตาข่ายบังไว้ชั้นหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีสีหน้าแบบไหนอยู่....

“เราก็....” พสุหันมาพูดกับเจตน์ “เข้างานกันปะ”

“อืม”

ครั้งนี้ไม่มีมือที่เกาะเกี่ยวกันอีกแล้ว เพราะไอ้พี่ติณดันพูดแบบนั้นขึ้นมาเขาเลยสงบจิตใจไม่ได้เลย

ถึงจะไม่ได้ตั้งใจใส่มาคู่กันก็จริง แต่พอคนนอกทักก็อดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้  แม้พอสจะไม่ได้คิดอะไรแต่คนด้านหลังนั้นว้าวุ่นเมื่อนึกถึงคำถามที่ยังค้างคาใจ

และตอนนี้คนโง่อย่างเจตน์ก็ทำได้แค่เพียงจ้องหางที่ปัดป่ายไปมาเท่านั้น

 

.............................................................

 

สถานที่จัดงานยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือ  ร้านอาหารกึ่งลานเบียร์ถูกเนรมิตเป็นสวนสัตว์  มีหญ้าปลอมเขียวชอุ่มมัดเป็นกำเสียบไว้ตามกระถาง  ไม่เว้นแม้แต่หน้าเวทีที่มีหญ้าเทียมคลุมโดยรอบ  บนนั้นมีวงดนตรีกำลังเล่นเพลงยอดนิยมของร้านเหล้าอยู่  เสียงดีเลยทีเดียว

ทางเข้างานมีซุ้มแบ็กดร็อปเป็นรูปกรงขัง  สำหรับคนชอบผาดโผนก็สามารถใช้แข้งขาเกี่ยวพันแล้วจิกตาด้วยจิตวิญญาณ The xcat Dolls ได้  เอาแบบปานกลางก็เกาะกรงคำราม หรือขี้อายหน่อยก็ยืนถ่ายบัตรประชาชนไปเลย

“เอ้า! คำรามครับ!” ตากล้องตะโกนสั่ง

“กรรรรรรรรรร!!

 

เจตน์ได้ยินเสียงตะโกนดังมาไม่ขาดสาย  พนักงานที่นี่อินเนอร์รุนแรงกันทุกคนเชียว แต่จะไปว่าคนอื่นก็ไม่ได้  ชายหนุ่มก้มมองรูปถ่ายโพลารอยด์ในมือตนเอง  ทีเร็กซ์สองตัวทำหน้าบ้าคลั่งรื่นเริงอยู่หน้ากรงขัง  แม้จะไม่เห็นใบหน้าคนใส่ แต่เสียงคำราม กรรรรรรร!!’ ของพอสยังติดอยู่ในหู  คนอะไรบ้าพลังชะมัด

“รูปสวยกว่าของพี่อีกว่ะ” พี่เบสที่นั่งอยู่ด้านข้างโผล่หน้ามาวิจารณ์ก่อนจะล้วงของตัวเองขึ้นมาบ้าง “แม่งถ่ายตอนหลับตา  พอบอกว่าจะเอาใหม่ก็ไม่ยอม”

“เขาคงเอาฟิลม์มาน้อยมั้งครับ”

“ไม่เห็นหน้าแบบแกก็ดีนะ” รุ่นพี่ว่าพลางถลกผ้าขาวม้าที่ร่วงบนพื้นขึ้นพันเอวใหม่ “วะ!! หลุดอยู่ได้รำคาญ”

                พี่เบสแต่งตัวเป็นควาญช้าง  สวมม่อฮ่อมพันผ้าขาวม้าสีแดงไว้ที่เอวพร้อมงอบบนหัว  เล่นง่าย เน้นการจูงช้างอย่างพี่วิทย์สร้างความสนใจ  ในแง่ไอเดียเอาไปเก้าเต็มสิบ  ในแง่ขี้เกียจเอาไปร้อยเต็มสิบ

                บนโต๊ะแผนกประสานงานคลาคล่ำไปด้วยสาว ๆ กลุ่มใหญ่  พี่ข้าวในชุดนางพญางูขาวนั่งอยู่ฝั่งติดเวที  ถัดมาก็บันนี่  แมวกวักจากญี่ปุ่น แล้วก็แก๊งที่พรีออเดอร์ชุดนอนสัตว์จากเว็บเกาหลีมาใส่ทั้งกลุ่ม  มีทั้งเสือ  ยีราฟ  เพนกวิน ลามไปถึงยูนิคอร์น  รู้ได้ยังไงน่ะเหรอ.....ไอ้คนกดเว็บให้ก็นั่งหัวโด่อยู่นี่ไง

                เจตน์รูดซิปลงมาถึงใต้อกเพื่อโผล่หัวออกมากินอาหาร  หัวทีเร็กซ์เหี่ยว ๆ จึงกองอยู่ด้านหลังเป็นที่รำคาญนัก  ดีที่ชุดผ้าร่มนี่มีพัดลมข้างในเลยพอบรรเทาความหงุดหงิดไปได้บ้าง

                อาหารบุฟเฟต์จัดเต็มไม่มีหวงมีกั๊กอย่างพวกรุ่นพี่กล่าวอ้าง  มีตั้งแต่บาร์บีคิวยาวไปถึงอาหารทะเล เสียแต่ต้องรอคิวย่างนานจนต้องยอมตักอาหารอย่างอื่นมากินไปพลางก่อน  ตรงหน้าเจตน์ตอนนี้มีปลากะพงทอดน้ำปลาและต้มยำกุ้ง  ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่พอยาไส้เพราะพี่คนอื่นจะตักมาเผื่อแบบไม่ต้องลุยเอง

                เหล่าพนักงานร่วมร้อยชีวิตจับกลุ่มนั่งกันตามแผนก  เด็กใหม่อย่างเจตน์คุ้นหน้าคุ้นตาคนนอกไม่ถึงสามสิบคนด้วยซ้ำไป  กระนั้นก็ยังมีคนแอบมาด้อม ๆ มอง ๆ ไอ้ชุดไดโนเสาร์นี่ไม่ขาดสาย  ขอร้องล่ะ....อย่ายุ่งกับเจตน์เลย  มองทีเร็กซ์สองดีกว่า.....

                พอสนั่งถัดจากเขาไปสามโต๊ะ  สภาพปลดซิปโซ้ยอาหารไม่ต่างกัน เพียงแต่ทางนั้นกระดกเบียร์ไม่หยุดสมแล้วที่เคลมว่าคอทองแดง  กระแทกแก้วเสร็จก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับพี่สาวข้าง ๆ

                อา....น่าระ----

 

            พรึ่บ!

ไฟดวงเล็กรอบ ๆ ลานดับวูบกะทันหันทำเอาเจตน์หลุดจากภวังค์  เกิดอะไรขึ้นวะ!  ขณะลังเลว่าควรจะวิ่งหรือหลบใต้โต๊ะดีพี่ ๆ รอบข้างก็ปรบมือเกรียวกราวราวกับรอเวลานี้มานาน  เจตน์หันกลับไปยังเวทีก็พบว่าวงดนตรีเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว แต่กลับมีพี่สาวแผนกประชาสัมพันธ์ในชุดซาฟารีขึ้นไปแทน

“สวัสดีค่า!” เจตน์ทึ่งนิด ๆ ที่หล่อนมีน้ำเสียงแบบพริตตี้ตามมาตรฐานเด๊ะ “ปีนี้พบกันอีกแล้วกับแซนดี้นะคะ”

“วู้ววววววว!!

“แน่นอนว่าช่วงเวลาที่พวกเรารอคอยก็มาถึง” หล่อนเงี่ยหูฟัง “อะไรนะคะ  แจกรถ?  บอสคะพี่กล้วยพูดนะคะแซนไม่เกี่ยว”

คนด้านล่างหัวเราะชอบใจกันใหญ่  สาวสวยจึงก้มหัวรับคำขอบคุณ “ช่วงแจกของเอาไว้เป็นหลังสี่ทุ่มนะคะ แต่ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเล่นเกมที่ทุกคนรอคอยกันอยู่ค่ะ  ติ๊กต่อก ๆ อะไรน้า?”

“ร้องเพลง!!” คนด้านล่างตะโกนเรียกให้สาวสวยปรบมือ

“ถูกต้องค่ะ!” หล่อนดีดนิ้ว “และนี่....คือช่วงเวลาของ....คาราโอเกะเวิลด์ไวดดดดด์”

                เย้!~~~

                คนรอบตัวเฮกันลั่นจนไอ้เจตน์ต้องหันไปมองเลิ่กลั่ก  กับแค่ร้องเพลงมันจะต้องอะไรขนาดนั้น

                “กติกาของเราก็เหมือนเช่นทุกปีนะคะ  แซนดี้จะสุ่มผู้โชคดีรายแรกขึ้นมาก่อน  หลังร้องจบต้องเลือกเพลงให้คนถัดไปมาร้องต่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นคนละแผนกกันเท่านั้นนะคะ  อยากฟังเสียงใครเตรียมตัวกันไว้ให้พร้อม”

            อ้อ....ที่แท้ก็กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ในองค์กรนี่เอง  เจตน์คิดกับตัวเองในใจขณะยกแก้วเป๊บซี่ขึ้นดื่ม เพราะพนักงานมีจำนวนมากรู้จักกันไม่ทั่วถึง  คงต้องการกระตุ้นให้รู้จักคนใหม่ ๆ  อย่างน้อยก็จำได้ว่า อ๋อ ไอ้นี่ไงที่ร้องเพลงนั้นตอนงานปีใหม่

                “มาเริ่มที่คนแรกกันดีกว่า  อันนี้แซนดี้ไม่ได้กลั่นแกล้งนะคะ แต่ว่าบอสแอบกระซิบรีเควสมาเมื่อกี้” หล่อนผายมือลงไปด้านล่าง “เชิญพี่กล้วยการตลาดเลยค่า!!

                ชาวประชาเวิลด์ไวด์เซลหัวเราะชอบใจตบโต๊ะกันใหญ่เมื่อไอ้คนปากดีขอรถบอสโดนเรียกขึ้นไปเป็นคนแรก  ชายชื่อกล้วยในชุดเครื่องหัวไบซันเกาเขาแกร่ก ๆ แก้เขิน

                “บอสคร้าบ~  เมื่อกี้ผมพูดเล่นนะครับ”

                “ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

                เพราะถูกเรียกออกมาเป็นคนแรกแซนดี้เลยเป็นฝ่ายเลือกเพลง  แน่นอนว่าพี่เบิร์ดต้องเปิดฟลอร์ให้กับทุกคน Loving you too much so much very much กันไปเลย

                หลังจากนั้นไมค์ก็เวียนโยนไปมาตามแผนกต่าง ๆ  พี่ครีมฝ่ายประสานงาน  กล้าหาญคลังสินค้า  ฟ้าใสบัญชี  ปีใหม่ประชาสัมพันธ์  แล้ววนกลับมาที่พี่ชมพู่โต๊ะเดียวกับเจตน์อีกครั้ง

                เด็กใหม่ไม่ได้สนใจเกมบนเวทีอีกต่อไป เพราะอาหารทะเลกับบาร์บีคิวที่สั่งไว้มาเสิร์ฟถึงโต๊ะพอดี  เจตน์จ้วงทุกอย่างใส่ปากอย่างหิวโหย  เมนูก่อนหน้านี้ไม่พอยาไส้เลยสักนิด

                เขาตัดขาดจากโลกภายนอกในวินาทีนั้น  ทั้งที่โต๊ะอยู่ใกล้เวทีแท้ ๆ แต่โสตประสาทไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเปิดเพลงอะไร  เกมดำเนินอยู่นานจนกระทั่งมาถึงเพลง Taki Taki ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าดำน้ำขนาดไหน  เพื่อนที่เลือกเพลงให้ช่างใจทมิฬหินชาติ

                “เพลงต่อไปอะไรดีคะน้องบัว”

                “ตะวันยังมีให้เห็นค่ะ” หล่อนอยู่ฝ่ายการตลาด  เป็นคนที่เจตน์เคยดีลงานด้วยบ่อย ๆ “บัวส่งเพลงให้......”

                “ใครดีคะ”

“พอสฝ่ายขายค่ะ”

 

            กึก

                ส้อมในมือหยุดชะงักกลางอากาศ  เจตน์อ้าปากค้างขณะหันไปมองโต๊ะถัดไป  พสุลุกขึ้นยืนทั้งที่ชุดเหี่ยวย่นพร้อมกับสบถ “ไอ้บัวมึงเล่นกูเหรอ!

“ฮ่า ๆ ๆ”

“เชิญน้องพอสขึ้นมาเลยค่า!

คนที่โต๊ะปรบมือชอบใจกันใหญ่จนคนถูกเลือกออกอาการเขิน  พอสบ่นงึมงำว่า พอเลยพี่

เจตน์มองตามร่างทีเร็กซ์ที่เดินสะบัดไปมา  พอยืนขึ้นแล้วชุดค่อยขึ้นรูปสวยงามหน่อย  พอสรับไมค์ต่อจากเพื่อนบนเวที  แอบเห็นว่าแยกเขี้ยวขู่ด้วย เล่นกันเป็นเด็กเลยแฮะ....

“มาค่ะน้องพอส  ยืนตรงกลางเลย” แซนดี้จัดตำแหน่งให้รุ่นน้อง “เพลงต่อไปตะวันยังมีให้เห็นจากน้องพอสฝ่ายขายค่า!

ดนตรีบรรเลงอินโทรขึ้นมา  จังหวะช้าเนิบนาบชวนเหงาใจราวกับบรรยากาศของดวงอาทิตย์ตกดิน  พอสยืนอยู่กลางแสงไฟ  ยกไมค์ขึ้นมาตรงริมฝีปาก  สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเปล่งเสียงร้องท่อนแรกของเพลง....

 

ภายในใจวนเวียนเฝ้าคิดถึงเพียงเธอ  หลับตายังคงเจอเธอ เหมือนเดิมเสมอทุกวัน….

 

 

นี่มัน...

 

เสียง...เหี้ย...มาก.....

 

แต่วันนี้ ฉันรั้งตัวเธอต่อไปไม่หวายยยยยย  เมื่อเธอกับฉันต้องเดินแยกทางกันปายยยยย  ไม่มี...เธอแล้วจะอยู่อย่างร้ายยยยยย~~~

 

“ใครก็ได้หยุดไอ้พอสที!!

“บัว  มึงกำลังฆ่าทุกคน!!

“หนูขอโทษค่ะพี่”

 

รู้เพียง ตะวันยังมีให้เห็นนนนนนนนนนนนนนน  ไกลลลไกลลลลลลลล~~~~

 

อย่าว่าแต่เสียงที่หลบ  ทุกคนก็อยากจะหลบด้วย  โหยหวนลำโพงแตกระดับจ่าขี้เมาตามร้านเหล้ายังต้องมาดูงานที่นี่  เจตน์เหมือนถูกคลื่นโซนาร์ทะลวงรูหูไปกลับซ้ายขวาตลอดเวลา  ไอ้เพลงนี่ก็ขยันขึ้นเสียงสูงจริงวะ!

 

ทุกอย่าง....นั้นยังมีแปรเปลี่ยนไป แต่ฉันจะมีแค่เธอในใจ มีแต่เธอในใจ เหมือนดวงตะวานนน

 

ในที่สุดท่อนจบที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง  เหล่าผู้รอดชีวิตพากันสรรเสริญปรบมือให้ทั้งพอสและตนเอง  เหล่ามนุษย์ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าเหตุใดนางยักษ์ถึงตายได้ด้วยเสียงปี่ของพระอภัยมณี

“เอ่อ...” แซนดี้ที่อยู่ใกล้ลำโพงเหมือนจะโดนโจมตีหนักกว่าชาวบ้านจนถึงกับเบลอไปชั่วขณะ “สะ...สุดยอดเลยค่ะ  ขอเสียงปรบมือให้น้องพอสด้วยนะคะ”

พสุโค้งรับเสียงบอกรักจากมิตรรักแฟนเพลงทั่วสารทิศ  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ปีหน้ามันต้องถูกหมายหัวไม่ให้จับไมค์อย่างแน่นอน  ไอ้หนุ่มเสียงหลงเก้าทายทอยแกร่ก ๆ แก้เขิน  สะบัดหางไปมา “ขอบคุณครับ”

“น้องพอสเลือกเพลงต่อไปเลยจ้ะ”

“เอ่อ....” ทีเร็กซ์หนุ่มขมวดคิ้ว “เอาเป็นเพลงจะทำยังไงของบอยโกฯ แล้วกันครับ”

เจตน์ใจกระตุก  นั่นมันเพลงที่เขาเคยร้องลงยูทูบนี่นา....

“ส่งต่อให้ใครดีคะ”

 

น่าแปลกที่ครั้งนี้เจตน์ยืดแผ่นหลังตั้งตรงราวกับรอคอยบางอย่าง....

ความเจ็บปวดในอดีตทั้งหมดถูกปัดออกจากหัว  อาจเพราะเวลาที่ผ่านมาพอสคอยบอกเสมอว่าเสียงของเจตน์ยอดเยี่ยมที่สุด  ต้นไม้ตายซากที่เรียกว่าความมั่นใจพลันแตกหน่อเล็ก ๆ ออกมา

ถ้าเป็นตอนนี้ล่ะก็เขาคิดว่าสามารถร้องได้  ไม่สิ! ต้องร้องได้

อยากจะเปล่งเสียงที่พอสชอบให้ฟัง....

 

“ส่งให้ฝ่ายประสานงาน”

 

ดวงตาทั้งสองสบประสานกัน  ประกายบางอย่างแล่นวาบเข้ามาในอกเจตน์  พอสนิ่งค้างไปชั่วขณะก่อนจะหลบตาวูบ....

 

                “พี่ข้าวแล้วกันครับ”

 

            เอ๊ะ....

                ขณะที่สับสนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก็ถูกเลื่อนออก “พอส! คอยดูนะ!

                “หัวหน้าลุยเลยครับ!

                “พี่ข้าวเป็นความหวังของแผนกนะคะ”

                คนบนโต๊ะหัวเราะปรบมือชอบใจ ทว่าเสียงเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูเจตน์เลยสักนิด  ดวงตายังคงมองค้างไปยังเวที  พอสยืนอยู่ตรงนั้นขี้เล่นซุกซนเหมือนอย่างเคย

                แต่ไม่ได้มองมาที่เจตน์อีกแล้ว....

 

                อกซ้ายปวดวาบขึ้นมา  ตอนนั้นเองที่เจตน์ได้พบคำตอบที่ค้นหาอยู่...

                อยากเห็นหน้า

                อยากสัมผัส

                อยากได้ยินเสียง

อยากเห็นรอยยิ้ม

 

จะเป็นความรู้สึกอื่นไปได้ยังไงเล่า....

ดวงตาเรียวเหลือบมองไปยังโต๊ะฝ่ายขาย  พอสยังคงยิ้มยังคงหัวเราะกับทุกคนเหมือนเคย แต่ความรู้สึกของเจตน์ไม่อาจกลับเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว....

 

ฉันจะมองหน้าเธอยังไง ให้ใจข้างในปิดไว้ไม่ต้องเปิดเผยอะไร ๆ ที่มีให้เธอรู้

ฉันจะพูดคุยยังไง ที่จะไม่ทำให้ใจของเธอนั้นพบว่าฉันแอบรักอยู่

 

บทเพลงที่บรรเลงทิ่มแทงลงมาในใจ....

 

กลัวจะทำให้เธอลำบากถ้าหากว่าเธอได้รู้

และฉันนั้นควรจะทำยังไง ถ้าหัวใจของฉันมันหยุดไม่อยู่

 

ในวินาทีที่รู้ว่าตกหลุมรักก็อกหักไปเสียแล้ว....

              การที่ เจตน์ไม่ได้ถูกเลือกให้ร้องเพลง  พอคิดย้อนไปแล้วมันไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย  ก็ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน...

 

เจย์เอดท์จริง ๆ ด้วย!!’

           ลูกค้าน่ะไม่เอาด้วยหรอก แต่ถ้าเป็นเจย์เอดท์ล่ะก็ไม่แน่

ก็บอกแล้วว่าชอบเจย์เอดท์

ยังรอคลิปใหม่อยู่นะเจย์เอดท์

 

สาเหตุที่พอสจะเป็นจะตายเพียงเพราะคลิปถูกล็อกนั่นน่ะ....

 

            ว่าไป....วันนี้จะได้เห็นเจย์เอดท์ไหมน้า~’

 

                เพราะว่าคนนั้นคือ เจย์เอดท์ไม่ใช่เจตน์ยังไงล่ะ...

                ต่อให้ฝ่ายนั้นดีกับเขามากแค่ไหนก็เป็นความรู้สึกคนละแบบที่มีให้เจย์เอดท์อยู่ดี  แม้จะเป็นเสียงเดียวกัน  แม้จะหน้าตาเหมือนกัน แต่ภายใต้เปลือกนั้นเขาไม่มีอะไรที่พอสชอบเลยสักอย่าง

                ทั้งจืดชืด  น่าเบื่อ  แบกซากปรักหักพังของชีวิตที่ล้มเหลวไว้บนหลัง  คนไร้เสน่ห์แบบนั้นน่ะ...

 

จะเอาชนะได้ยังไง

ก็เขาไม่ใช่เจย์เอดท์นี่นา

 

 

TBC



จู่ ๆ ก็ดราม่าเลยนะคะ  ว้ายยยยยยยย

มาแบบกรุบ ๆ วัยรุ่นร้อนแรงค่ะ

หรือตอนหน้าน้องเจตน์อาจจะแก้ปัญหาด้วยการแยกเงาพันร่างไปเลย 55555555

ต้องรอติดตามค่ะ!!!


ป.ล.สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังด้วยนะคะทุกคน  ขอฝากตัวกันไปอีกปีจ้ะ  รักกกกกกกส์ //กอดๆๆ

ป.ล.อัพตอนพิเศษอาแสงเมื่อวันคริสต์มาสไปนะคะ  ใครยังไม่ได้อ่านไปตำกันได้จ้า  ส่วนนังหลงเขียนไม่ทันปีใหม่  ขอยาดยกยอดเป็นเทศกาลต่อไปนะคะ //กราบคุณอโณ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

121 ความคิดเห็น

  1. #110 Artemis~ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 00:28
    งือออ ยังหัวเราะฮาอยู่ดีๆ กลายเป็นเศร้าไปซะแล้วว น้องเจตน์ลูกกกกก สงสารจังเลย มาๆเดี๋ยวพี่กอดปลอบนะ พอเริ่มรู้ตัว ก็กลายเป็นว่าอกหักดังเปร๊าะเลย อีกคนก็สดใส เฟรนด์ลีกับทุกคนซะขนาดนั้นอะเนอะ -เรามันก็แค่คนจืดๆคนนึง เง้ออ
    #110
    0
  2. #103 Mysterygrey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 10:36
    แงงงงงงงงงงง เจตน์ค้าบบบบบบบ
    #103
    0
  3. #98 PuleunBam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 23:50
    อย่าเพิ่งฟีลดาวน์ รอก๊อนนนนน
    #98
    0
  4. #85 J.lasa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:18
    เจตน์อย่าเพิ่งดราม่า พอสก็แค่แคร์ความรู้สึกนายไง เคยบอกว่าไม่อยากร้องนี่ โถ่พ่อคุณ
    #85
    0
  5. #46 Extra Ordinary (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 22:41
    นี่คิดว่าพอสหวงเสียงเจตน์ พอสเก็บไว้ฟังคนเดียวแน่ๆ แต่พ่อ Jeight ของเราคิดน้อยใจไปไกลมากแล้ว กลับมาก๊อนนนน// กำทิชชู่พร้อมค่ะ
    #46
    0
  6. #45 biggertmb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 02:21
    ในมุมพอสก็คือแคร์ความรู้สึกเจตต์แต่พ่อพระเอกฉันคิดไปไกลแล้วนะคะะะ แงงง อยากให้ได้ยินมี่พอสพูดงึมงัมจังเรยยยย แต่ก็ถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่เจตต์ถึงจะรู้ใจตัวเอง 555555555555 รอนะคะ
    #45
    0
  7. #44 kimrella (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 01:54
    เป็นงั้นไป โถ่ พอส
    #44
    0
  8. #43 TheViper_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 23:53
    เป็นตัวของตัวเองดีแล้วเจตน์คู่กันแล้วไม่แคล้วคลาดกัน
    #43
    0
  9. #41 Ampchom Chomphoonut (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:51

    โอ๋ๆ พอสอาจจะกลัวเจตน์รู้สึกโดนบังคับกลัวเคืองมากกว่ามั้งน้า

    #41
    0
  10. #40 Azumane's (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:29
    โอ๋ๆนะเจตน์ พอสอาจจะคิดว่าเธอไม่อยากร้องก็ได้นะ ;-; อย่าเพิ่งน้อยใจจจ
    #40
    0
  11. #39 Hiyoko_Warunee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:06
    แง้ โอ๋ๆพิเจตน์นะคะะะ
    #39
    0
  12. #38 Mimi 7777 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:03
    พอสวางแผนมาแล้วน่าาาา อย่าน้อยใจปัยยยยย
    #38
    0
  13. #37 yarin. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 21:49

    แง้ เปิดตอนมางุ้งงิ้งกันใหญ่ แหงตบเข้าดราม่าแบบเนร้ ทีงี้เจตน์จะเอาไงต่อ จะเกิดการเปลี่ยนลุคกันไหมเนี่ย
    #37
    0