▐▐ Pause & Play ► เพราะพักพาพบ [Yaoi]

ตอนที่ 4 : Track #04: ⤭ Shuffled Mind

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

Track #04: Shuffled Mind

 

 

 

Thank You

You made my day :)

 

                ข้อความจากเบอร์ปริศนาในยามเช้าทำเอาเจตน์ตาสว่างตั้งแต่ยังไม่ยกหัวออกจากหมอน  จะเป็นใครไปได้อีกถ้าไม่ใช่คู่กรณีเมื่อวาน  ไปเอาเบอร์มาจากไหนกันเนี่ย?

                เขาเกาหัวแกร่ก ๆ ก่อนจะโยนมือถือลงข้างหมอนตามเดิม  ดวงตาปูดบวมขึ้นเล็กน้อย เพราะหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน  ทำไมน่ะเหรอ....ก็เรื่องไอ้คลิปเจ้าปัญหานั่นไง

            สุดท้ายก็ปลดล็อกจนได้....

                เจตน์ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน  เพียงแต่เมื่อคืนภาพของพอสวนเวียนในหัวจนนอนไม่หลับจนต้องกลั้นใจเข้าไปสู่ดินแดนแห่งความอับอายอีกครั้ง  หลังปลดล็อกเสร็จก็รีบปิดมือถือขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มจนเช้า

                ชายหนุ่มลุกขึ้นมาจัดการอาบน้ำแปรงฟันให้เรียบร้อย  วันนี้เจตน์หยิบเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์มาสวมแทนชุดสุภาพ  หลังทำงานมาได้สักพักเขาก็เริ่ม อยู่เป็น หากไม่มีประชุมหรือนัดลูกค้าทุกคนจะพากันแต่งตัวสบาย ๆ จนเด็กใหม่รู้สึกแปลกแยกไปเอง

เจตน์เดินลงบันไดทั้งที่ผมยังเปียกหมาด  ข้อดีของการตัดผมสั้นคือไม่ต้องดูแลมากมาย  ขับรถไปถึงที่ทำงานก็แห้งพอดี  สมัยเป็นเทรนนี่ต้องเป่าต้องเซตกว่าจะออกห้องได้  แถมเปลี่ยนสีผมบ่อยจนหนังหัวระบมไปหมด  ราคาที่ต้องจ่ายช่างเยอะเหลือเกิน

                “ตื่นสายเหรอลูก” แม่ที่อยู่บนโซฟาถามด้วยเสียงติดตลก “แม่เกือบขึ้นไปปลุกแล้ว”

                “นิดหน่อยครับ” อันที่จริงเลทไปครึ่งชั่วโมงไม่ถือว่าเล็กน้อย แต่ช่างเถอะ “ผมไปก่อนนะครับ  วันนี้คงกินข้าวเช้าไม่ทัน”

                “เดี๋ยวเจตน์”

                “.......”

                “แล้วข้าวกลางวันล่ะ”

                รอบนี้ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจ “ไม่เป็นไรครับ  วันนี้ไปกินกับเพื่อน”

 

            ก็คง....เพื่อนสักคนในนั้นแหละ....

 

..............................................

 

            แต่ก ๆ ๆ

                เสียงเคาะแป้นพิมพ์รัวดั่งปืนกลสาดยิงไปทั่วห้อง  เข็มยาวและสั้นใกล้จะรวบกันที่เลข 12 เต็มทีแล้ว  ขืนเคลียร์งานไม่เรียบร้อยคงไม่แคล้วพลาดจังหวะแย่งชิงร้านอาหาร

                เจตน์เคาะเอ็นเทอร์ส่งข้อความสุดท้ายได้ทันท่วงที  เขากรอกน้ำลงคอก่อนจะรื้อหากระเป๋าสตางค์กับมือถือหย่อนใส่กางเกงไปอย่างรีบร้อน  ทันทีที่ขยับเลื่อนเก้าอี้ออกเงาลึกลับก็พาดทับลงมาตรงแผงกั้น

                “ไอ้เจตน์  กินข้าว” พี่เบสนั่นเอง “เดี๋ยวไม่มีที่นั่งพอดี”

                “เอ่อ...” เด็กใหม่อ้าปากพะงาบ ๆ และก่อนจะทันได้พูดอะไรวิทย์ก็โผล่เข้ามาที่ข้างโต๊ะ

                “ป๊ะ!  อีกสามนาทีเที่ยง  ถ้าไปตอนนี้น่าจะ---”

                “คือผมมีนัดแล้วน่ะครับ”

               

            หือ??

                สองพี่เลี้ยงหันขวับมามองหน้ากันในบัดดล  เพิ่งทำงานได้ไม่เท่าไหร่ไอ้รุ่นน้องริอาจมีนงมีนัดข้ามหน้าข้ามตากัน  เรื่องอะไรจะยอมปล่อยไปง่าย ๆ เล่า!!!

                “ใคร!

                “สาวที่ไหน?”

                “ครีม!

                “พี่ชมพู่?”

                “ไอ้หน่อยแน่ ๆ” คนสันนิษฐานลูบคาง “ชอบล่อลวงน้องใหม่”

                “แต่กูว่าพี่กิ๊ฟนะ  ฉายาอาม่าฟาดเด็กไม่ได้มาเพราะโชคช่วย”

                “เอ่อ...”

 

                เจตน์ยกมือห้ามทัพก่อนเรื่องจะใหญ่โตไปกว่านี้  น้องใหม่เสน่ห์แรงรีบเฉลย....

 

                “พอสครับ”

                ก้อนมวลความเงียบปกคลุมเหนือโต๊ะทำงานไปชั่วขณะ  ก่อนวิทย์จะตั้งสติขึ้นมาได้ “อ้อ! เป็นเพื่อนกันนี่หว่า”

                “เออจริงด้วย!” เบสทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือ “แบบนี้แก๊งสามหนุ่มสามมุมก็วงแตกแล้วสิ”

                “แก๊งอะไรนะครับ”

                “พี่ข้าวตั้งชื่อให้พวกเราน่ะ” รุ่นพี่ยักไหล่ “ทั้งแผนกมีผู้ชายอยู่แค่สาม---แอ๊ก!!

                ไอ้เจตน์พุ่งตัวแทกเกิลพี่วิทย์  ก่อนจะวิ่งต่อไปราวกับหมายมั่นจะทำทัชดาวน์ให้ได้  มันหันมาตะโกนบอก “ขอโทษครับพี่!!

 

                ก็พอสออกห้องไปแล้วน่ะสิ!!

 

                แม้จะเห็นเพียงหางตาแว้บ ๆ แต่สีผมและเสื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์นั่นจะเป็นใครไปได้อีก  เจตน์วิ่งหน้าตั้งไปตามพรมน้ำเงินที่ทอดยาว  เห็นแผ่นหลังคุ้นตาเลี้ยวออกตรงประตูพอดี  เขายื่นมือออกไปสุดแขน...

            หมับ!

                “เดี๋ยวก่อน!!” คนถูกจับสะดุ้งโหยง  พสุหันกลับมามองด้วยความฉงน  เหนือกว่านั้นคือด้านหลังแก๊งหนุ่มสาวฝ่ายขายก็ยืนมองกันตาปริบ ๆ “เอ่อ....จะมีเรื่องจะคุยด้วย”

                “อ้อ” พอสอ้าปากพะงาบ ๆ แล้วหันไปบอกรุ่นพี่ “พี่ไปกินข้าวกันก่อนเลยครับ”

            ขวับ!

                ดวงตากลมหันกลับมายังเจตน์ และก่อนที่จะทันได้เอ่ยปากพอสก็เป็นฝ่ายพลิกมาจับข้อมือเขาแล้วจูงนำไปเอง  ทิศทางคือบันไดอีกฝั่งที่เหล่าพนักงานขี้เกียจเดินอ้อมกัน

                วันนี้แฟชั่นของพอสจัดจ้านเหมือนเคย  เสื้อยืดขาวสกรีนลายแมทช์กับกางเกงทรงฮาเร็มเป้ายานสีดำ  เสริมความ เยอะด้วยหมวกบีนนี่สีแดง  เซตผมหน้าม้าที่เกินออกมาให้มีวอลลุ่มสวยงาม  เจตน์ชักสงสัยแล้วว่าไอ้หมอนี่ตื่นมาแต่งตัวตั้งแต่กี่โมง

                กึก!  ร่างด้านหน้าเบรกกะทันหันเล่นเอาร่างปะทะกัน  พอสเด้งเซไปเล็กน้อยแต่ศูนย์ถ่วงดีเลยพลิกกลับมาประจันหน้าได้อย่างสวยงาม  คุณฝ่ายขายกอดอกถาม

                “มีอะไรหรือเปล่า”

                “ก็....เอ่อ...”

                “ถ้าเรื่องเมื่อวานฉันขอโทษด้วยนะ” คนตัวผอมก้มหัวลงหลังงอ “ไม่น่าพูดจาเอาแต่ใจแบบนั้นเลย แต่ก็---”

                “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก!!

                พอสเอียงคอ “งั้นเรื่องไหนอะ”

                “อันที่จริงก็ไม่ได้มีเรื่อง แต่มันก็...เอ่อ...”

                “...........”

                “ไปกินข้าวร้านที่นายบอกไง”

 

                พูดจาวกวนอย่างกับเด็กสามขวบ  ไม่เท่เลยสักนิด  ทว่าเจ้าถิ่นกับเบิกตาโตพยักหน้าจนหัวแทบหลุด

 

                “ไปสิ!!

 

.............................................................

 

 

                ร้านเด็ดที่ลือที่เล่าอ้างคืออาหารตามสั่งในส่วนลึกสุดของซอย 5  ชื่อเสียงน่าจะมาจากเมนูที่ ดูมีอะไรไม่ซ้ำซากกับร้านอื่น  ทั้งกะเพราเบคอน  หมูย่างพริกเผา  ไก่กรอบผัดผงกะหรี่

 

ที่พูดมาทั้งหมดนั้น...ไม่ได้กิน...

 

            แกร๊บ!

                ถุงแซนด์วิชถูกขยำกรอบแกร่บไปมา  พอสรื้อไก่ทอดออกมาจัดการต่อเป็นเมนูถัดไป  ถุงร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ที่วางบนโต๊ะอัดแน่นไปด้วยของกินทุกตารางนิ้ว

เพราะมัวแต่อ้ำอึ้งใส่กันจึงพลาดโอกาสทองในการแย่งชิงโต๊ะไป  ผู้พ่ายแพ้จึงต้องเข้าลอว์สันและซื้ออาหารรถเข็นรายทางมานั่งกินตรงม้านั่ง  ที่นี่คือสวนสาธารณะที่อยู่ระหว่างตึกอาคารพาณิชย์  แคบเสียจนมีแค่สามโต๊ะ  ดีหน่อยที่ตึกช่วยให้ร่มเงาไม่ให้อากาศร้อนเกินไป

โต๊ะเหล็กดัดอีกสองตัวว่างเปล่าไร้คนจับจอง  แน่ล่ะ....นี่เป็นตัวเลือกสุดท้ายสำหรับมื้ออาหารกลางวัน  ขณะกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ พอสก็ยื่นไก่ทอดที่กัดแล้วมาให้

“กินไหม”

“ไม่เป็นไร” เจตน์ยัดข้าวเหนียวตามด้วยหมูปิ้งรูดครั้งเดียวหมดไม้  สไตล์การยัดห่าเป็นปอบลงทำให้พสุถึงกับขมวดคิ้ว

“นายจะกินอิ่มไหมเนี่ย”

“ไม่อิ่มค่อยไปซื้อเพิ่ม” ชายหนุ่มตอบทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก  แก้มกลม ๆ ขยับขึ้นลงเหมือนเด็กไม่มีผิด “นายนั่นแหละกินแค่นั้นจะอิ่มเหรอ”

“ฉันกินเท่าคนปกติ  นายนั่นแหละผิดปกติ”

“แม่ฉันชอบทำอาหารก็เลยกินเยอะมาตั้งแต่เด็กแล้ว”

“อ๊ะ! คุณแม่ที่บีบซอสเป็นรูปดาวน่ะเหรอ”

“อย่าล้อ” เจตน์ดุใส่  ทีเรื่องแบบนี้ล่ะจำแม่นนัก

“ไม่ได้ล้อสักหน่อย  น่าอิจฉาจะตาย!” พอสเสียบไม้อันว่างเปล่าลงในถุงขยะ “แม่ฉันไม่ชอบทำอาหารเลย  กลับบ้านทีไรกินแต่แกงถุง”

“แม่ฉันก็ไม่ได้ทำอร่อยทุกอย่างหรอก”

“แต่ก็กินจนหมดใช่ไหมล่ะ”

“ก็นะ....”

พอสเท้าคางลงบนโต๊ะ  จ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตากลมใส “นายใจดีแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”

“หมายความว่าไง”

“ก็ยอมทำอะไรที่ตัวเองไม่ชอบ”

“..........”

“เช่นปลดล็อกคลิปเจย์เอดท์”

 

ฉึก!!!

ประโยคที่ไม่คาดคิดพุ่งเข้ามาปักกลางกบาล  สมองระเบิดเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วสารทิศ  หมูปิ้งคาอยู่ระหว่างหลอดอาหารเลือกไม่ได้ว่าจะเคี้ยวต่อหรือกลืนลงไปดี

“หน้าแดงแล้ว” ทั้งที่ใกล้จะขาดใจตายอยู่รอมร่อพสุก็มาขยี้ซ้ำ  ฆาตกรยื่นขวดน้ำมาให้ “เดี๋ยวก็ติดคอตายหรอก”

หลังดูดน้ำเอาชีวิตรอดได้สำเร็จเจตน์ก็ปาดน้ำตาที่คลอเบ้าออก “ละ...เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะ”

“ทำไมล่ะ” พอสก็ว่าตัวเองไม่ได้ลงรายละเอียดในคลิปเลยนะ  จะเขินอะไรกันเล่า “ถึงจะทำให้นายเกลียดฉันมากขึ้นก็เถอะ”

“..........”

“แต่ฉันชอบนายจริง ๆ นะ”

“..........”

“อ๊ะ! พูดแบบนั้นคงแปลก ๆ ใช่ไหม.....แต่ถ้าจะพูดว่าชอบแค่เสียงมันก็ไม่ใช่น่ะ  ทั้งสีหน้า  แววตาก็ชอบทั้งหมดเลย”

มาถึงตรงนี้คนสารภาพก็เริ่มร้อนขึ้นมาที่ใบหน้า  ยิ่งพูดยิ่งอันตรายแฮะ  ชายหนุ่มหลบตาวูบ  เห็นแค่เพียงมือใหญ่ที่ประสานกันบนโต๊ะ  ขณะที่กำลังลังเลว่าควรจะพูดอะไรต่อดีน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เขาชอบก็ชิงเอ่ยออกมาก่อน....

“นายชอบเจย์เอดท์”

“อืม....”

 

แค่เจย์เอดท์....

 

“เพราะอย่างนั้นฉันถึงอยากเป็นกำลังใจให้น่ะ  ถึงจะทำให้นายรำคาญโคตร ๆ เลยก็เถอะ” พอสปัดผมหน้าม้าอย่างประหม่า  ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นไปมองใบหน้าอีกฝ่าย “แต่ถ้านายไม่อยากให้ใครฟังแล้วจะล็อกก็ได้นะ  ขอโทษด้วยที่ทำให้อึดอัด”

“มัน.....”

พอสกลั้นหายใจเมื่อเจตน์ขยับปาก

 

“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น” มาถึงตรงนี้พ่ออดีตเทรนนี่ก็เกาท้ายทอยแก้เขิน “ถะ...ถ้าให้พูดตามตรงมันก็รู้สึกดีแหละ....”

“อะไรนะ!!

“อย่าเสียงดังสิ” คนตัวใหญ่ถูใบหน้ากับฝ่ามือแรง ๆ ถ้าแดงขึ้นมาจะได้มีข้ออ้าง “อันที่จริงก็เกลียดคลิปนั่น แต่ฉันเคยเป็นเทรนนี่มาก่อนใช่ไหมล่ะ  ไม่ใช่เพราะแค่อยากร้องหรือรักเสียงเพลงอย่างเดียวหรอกนะ”

ถ้าแค่นั้นล่ะก็คงไม่ยอมทิ้งทุกอย่างไปคว้ามาหรอก  ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีชื่อเสียง แต่เมื่อมันเป็นไปไม่ได้แล้วก็ต้องยอมรับความจริง เพราะอย่างนั้นเจตน์ถึงได้วิ่งหนีอดีตอันน่าอาย  ไม่อยากได้ยิน  ไม่อยากเห็นไอ้เศษซากความพยายามที่ล้มเหลว

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ.....

แต่การที่มีคนมาบอกว่าชอบตัวเขาในตอนนั้นมันก็.....เหมือนกับไอ้เศษซากนั่นมีความหมายขึ้นมานิด ๆ....

 

                “พอนายบอกว่าชอบ....” เจตน์อ้าปากพะงาบ ๆ “เสียง”

                “ทั้งหมด”

                อย่าย้ำได้ไหมเล่า!

                “ลึก ๆ มันก็ดีใจอยู่น่ะ” เจตน์เมินคำขยายความอันตรายนั่น “ฉันโกรธตัวเองที่เป็นลูซเซอร์แล้วเอาไปลงกับนาย เพราะงั้นขอโทษด้วยที่วันนั้นพูดจาไม่ดีใส่”

                “..มะ....ไม่เป็นไร.....”

                “...........”

            “แต่อย่าเพิ่งล็อกคลิปได้ไหม”

 

            นะ....นี่มัน....สุดยอดแฟนคลับ....

                “ขอฉันกลับไปดูอีกสักรอบ  ไม่สิ! ขอโหลดเก็บลงเครื่องก่อน!” พอสชูสามนิ้วสาบาน “รับรองว่าจะไม่เผยแพร่ที่ไหน”

                “ไม่ล็อกก็ได้” เฉพาะคลิปร้องเพลงน่ะนะ แต่คลิปเต้นเจตน์ว่ามันระยำจนต้องลบออกไปจากโลกเลยล่ะ.... “ยังไงนอกจากนายกับแม่ฉันก็ไม่มีใครดูแล้วล่ะ”

                “.........”

            อา....ฟังแล้วอดสูยิ่งนัก....

 

                ฆ่าตัวเองเสร็จก็นั่งคอตกหมดอาลัยตายอยาก  ลำบากคุณฝ่ายขายต้องมาตบบ่าปลอบ “ไม่เป็นไรนะ  อีกนิดก็จะแตะพันวิวแล้ว  ฉันจะช่วยปั่นให้”

                “ช่างวิวมันเถอะ”

                ระยะห่างที่ลดลงทำให้เจตน์เผลอมองผมหน้าม้าฟูฟ่องที่โผล่ออกมาจากหมวกบีนนี่  พอสโดดเด่นเสมอในสายตาเขา  อา....แต่งตัวขนาดนี้ไม่เด่นก็คงแปลกแล้วมั้ง  ไม่สิ! วันที่โดนบังคับให้ใส่โปโลบริษัทหรือเสื้อเชิ้ตก็ยังเตะตาอยู่ดี  ช่างมีเสน่ห์แบบไอดอลเต็มเปี่ยม

                เพราะแบบนั้นเจตน์ถึงได้เผลอใจเต้นแรงหรือเปล่านะ...

                “แชมพูที่นายใช้หอมดีนะ” ตัวอันตรายยื่นใบหน้าเข้าสูดฟุดฟิดที่ข้างศีรษะ “ยี่ห้ออะไรน่ะ”

                “จำไม่ได้  แม่ซื้อมาวางให้”

                “อ๋า  คุณแม่น่ารักจัง” พอสประสานมือไว้ที่อกชื่นชมออกนอกหน้า “วันนี้กลับไปถ่ายรูปขวดให้ดูหน่อยสิ”

                “อืม”

                “ส่งมาทางไลน์ก็ได้”

            เอ๊ะ….

                ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะดูยั่วยวนไม่ว่าเจ้าตัวจะตั้งใจหรือไม่ “เบอร์ที่ส่งข้อความไปเมื่อเช้าไง”

                “อ่า....เบอร์นั้น” เจตน์โหลดข้อมูลอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเพิ่งสะดุ้ง “จริงสิ! นายไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน”

                “แหม เป็นเพื่อนร่วมงานกันมีเบอร์ไว้ก็ไม่เห็นแปลกเลย”

 

                แปลกสิวะ.....เพิ่งร่วมงานกันครั้งเดียว  แถมเจตน์ยังไม่ได้พิมพ์นามบัตรเลยสักใบ  ไอ้แบบนี้มันเรียกรุกล้ำความเป็นส่วนตะ----

                งั้นเดี๋ยวฉันทักไลน์ไปนะ”

                ถึงขั้นแอดมาก่อนด้วยว่ะ!  นี่มัน....

 

            ติ๊ง!

                มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นเรียกให้เจ้าของหยิบออกมาดู  บนจอปรากฏข้อความเข้าใหม่พอกดเข้าไปดูก็พบกับประโยคสั้น ๆ

                อย่าลืมแชมพูล่ะ;)

 

อุก....ใจกระตุกเหมือนถูกไฟช็อต  เจ้าของข้อความกระตุกยิ้มที่มุมปาก มวลมหาออร่าส่องแสงออกมาจากด้านหลังราวกับมีใครฉายสปอร์ทไลท์

ยอมรับก็ได้ว่าน่ารักเป็นบ้าเลย....

 

.................................................

 

นี่มันเดทไม่ใช่เหรอ....

 

PausePause* : ว่างไหม?

Jate : ถอนหญ้าหน้าบ้านให้แม่ตอนเช้า

PausePause* : แล้วบ่ายล่ะ

Jate : ว่าง

PausePause* : มีเรื่องให้ช่วยหน่อย  ออกมาเจอกันได้เปล่า

Jate : ?

PausePause* : เจอกันxxxบ่ายตรงนะ

 

                ไลน์เมื่อเช้าเด้งเป็นเจ้าเข้าอยู่หลายนาทีจนแม่ตะโกนเรียกเจตน์กินข้าวนั่นแหละถึงได้หยุด  พอเดินลงมาเติมเสบียงก็ไม่วายถูกแม่บ่น ช่วงนี้เล่นแต่มือถือนะ  มีแฟนหรือไง

                เจตน์ข้าวติดคอเกือบตาย  หลังเอาชีวิตรอดได้ก็รีบชี้แจง เพื่อน!!’

                แม่ทำหน้าไม่เชื่อ แต่ก็ยอมเปลี่ยนเรื่องแต่โดยดี  มาตรงนี้ไอ้เจตน์ก็ชักร้อน ๆ หนาว ๆ เพราะคนอย่างแม่ถ้าสงสัยแล้วไม่มีคำว่ารามือ  เริ่มตั้งแต่ออกบ้านพร้อมประโยคสุดฮิต ไปไหน แต่งตัวหล่อเชียวนะ  แม่ครับ....มันก็เสื้อยืดกางเกงยีนส์ไม่ได้พิเศษอะไรเลยสักนิด  จับผิดไปก็ไม่มีประโยชน์....

                ....ก็เป็นเพื่อนกันจริง ๆ นี่....

                แค่คุยไลน์กันทุกวันหลังเลิกงาน  แล้วก็กินข้าวเที่ยงในบางวันที่พอสเข้าออฟฟิศ  เพื่อนที่ไหนเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ

 

            เอี๊ยด!

                ชายหนุ่มจอดรถตรงหน้าอาคารที่พสุปักหมุดให้  มันเป็นโกดังที่ตั้งในเขตชุมชน  ลานจอดรถด้านหน้าอัดแน่นไปด้วยยานพาหนะหลากสี  ด้านในสุดคืออาคารชั้นเดียวสีขาวมุงด้วยหลังคาแดง  พร้อมป้ายกระดาษแขวนรอบบริเวณ ‘SALE’ ‘ลดลืมตาย!!’ ‘ไม่หมดไม่กลับ!!’ ‘กลัวไม่เจ๊ง!’

ดูยังไงก็ไม่ใช่สถานที่เหมาะแก่การนัดเพื่อนออกมาเลยสักนิด....

ระหว่างที่กำลังยืนเคว้งเต้งล่องลอยอยู่นั่นเอง  มือปริศนาก็โผล่เข้ามาฉกข้อมือ  จะเป็นใครเสียอีกถ้าไม่ใช่...

“เจตน์!!” พอสปรากฎตัวในชุดเดินฮงแดอีกเช่นเคย  เริ่มตั้งแต่หมวกทรงบัคเก็ตสไตล์ขอทานบนหัว  เสื้อยืดสีเหลืองกล้วยกับกางเกงยีนส์ขาสั้นปลายรุ่งริ่ง พร้อมรองเท้าแตะรัดส้นสีดำ  ยังไม่ทันสำรวจต่างหูก็ถูกลากแขนไปเรียบร้อย “อีกห้านาทีจะเริ่มแล้ว!

“หา!?” คนถูกลากหันซ้ายขวา “เริ่มอะไร”

“ลดล้างโกดัง!!

 

หืม?....เจตน์หูฝาดไปหรือเปล่า....

ไม่ต้องออกปากถามต่อเมื่อพอสได้พาเขามาหยุดอยู่ตรงหลังแถมฝูงชนมหาศาลที่มีตั้งแต่ลุงป้าน้าอายันวัยรุ่น  บ้างก็มาเดี่ยว  บ้างก็เป็นหมู่คณะ แต่ทุกสายตาพุ่งตรงไปยังประตูม้วนเหล็กราวรอคอยบางอย่าง

อย่าบอกนะว่า.....

 

“อีกสามนาที!!” ตัวตั้งตัวตีเอ่ยรายงานก่อนจะยัดตะกร้าใส่มือเจตน์ “โทษทีที่พานายมาลำบาก แต่มันจำเป็นจริง ๆ”

“เอ่อ....นี่ซื้ออะไรกันเหรอ  บัตรคอนเสิร์ต?”

“ป็อกกี้”

“.........”

เพราะสีหน้าซังกะตายของไอ้เจตน์ทำเอาคนนัดอธิบายจนลิ้นพันกัน “ไม่ใช่ป็อกกี้ธรรมดานะ!! มันเป็นแบบนำเข้าเชียวนะ  บางรสกล่องเป็นร้อยก็มี แต่นี่ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์!!  ห้า-สิบ-เปอร์-เซ็นต์!!

“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

อ๊ะ! จริงด้วย....เจตน์ก็หน้าแบบนั้นเป็นปกตินี่นา

พอคิดแบบนั้นพอสก็สบายใจขึ้นมา  ชายหนุ่มก้มหน้ากดมือถือก่อนจะยกให้อีกฝ่ายดู “เป้าหมายหลักคือรสสตอว์เบอร์รี่ รุ่น Chunky รูปหัวใจ  เอาตัวที่เป็นลิมิเต็ดของฤดูหนาวนี้  อ๊ะ! นี่รูปกล่อง”

“ขะ...เข้าใจแล้ว”

“ส่วนอันนี้ตัวสำรอง” ปลายนิ้วปัดไปยังภาพถัดไป “เป็นรุ่นเบอร์รีช็อกโกแลต”

“เอ่อ....มีสำรองด้วยเหรอ”

“คนเราต้องมีแผนสองสิ!  เหมือนกดบัตรคอนโซนที่อยากได้ไม่ทัน แต่ก็ยังได้โซนอื่นไง” อธิบายได้เห็นภาพจนเจตน์สิ้นคำจะเถียง “มีคำถามอื่นอีกไหม”

“แค่สงสัยว่าต้องชวนฉันออกมาเลยเหรอ”

“กะ....ก็...” คนตาโตกำหมัดแน่น  งึมงำเสียงแผ่ว “อันที่จริงก็เกรงใจนายมาก ๆ แบบมาก ๆ โคตร ๆ เลยล่ะ แต่เพื่อนคนอื่นไม่ว่างวันนี้เลย  คนที่ว่างก็บ่นว่าชวนเหี้ยไรเนี่ย”

“..........”

“แต่เขาจำกัดไม่เกินคนละสิบกล่องน่ะสิ!!” ปลายนิ้วชี้ไปยังด้านหน้า “เจ๊คนนั้นยังเอาลูกมาด้วย  ขี้โกงชะมัด!!

“อ่า......” เจตน์พอจะเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาหน่อย ๆ แล้ว  มิน่าเล่าแก๊งข้างหน้าถึงแห่มากันเยอะนัก  คงมีทั้งซื้อไปกักตุนไหนจะเอาไปขายต่ออีก  ถึงกระนั้นก็ยังติดใจอยู่อีกอย่าง.... “ขออีกคำถาม”

“ว่ามา”

“นายแต่งตัวแบบนี้มาแย่งซื้อของเซลเนี่ยนะ”

พอสก้มมองเครื่องแต่งกายของตนเองแล้วตอบอย่างมั่นใจ             “เพราะว่าวันนี้สีเสื้อมงคลคือสีเหลืองไง!!

            งั้นไม่ต้องเหลืองไปยันหมวกก็ได้มั้ง.....

                เจ้าของแฟชั่นจัดจ้านดึงชายเสื้อโอ้อวด “เลขตกตรงช่องเดชอำนาจชัยชนะเชียวนะ!!

                “อ่า...เข้าใจละ” นี่คือจุดที่โหราศาสตร์กับแฟชั่นมาบรรจบกันสินะ  เจตน์พยักหน้าหงึกหงัก “แล้ว----”

               

                ครืดดดดดดดด....

                บานประตูส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแล้วค่อย ๆ ขยับเลื่อนขึ้น  วินาทีนั้นทุกสรรพสิ่งหยุดเคลื่อนไหว  พอสหันมาสบตากับเจตน์ขยับปากว่า มาแล้ว

                ในมือกำตะกร้าแน่นราวกับจับอาวุธ  เบื้องหลังประตูนั่นมีสมรภูมิรออยู่....

 

                ครืดดดดดดดด....

 

                ดวงตาทั้งสองจ้องเขม็งไปยังช่องว่างที่แสงส่องออกมา  หัวใจระรัวดุจลั่นกลองรบ  ส้นรองเท้าเปิดขึ้นพร้อมดีดตัวออกไป  นับ....สาม  สอง  หนึ่ง...

            ไป!!

 

……………………………………………….

 

 

            ตุบ!

                ถุงพลาสติกถูกโยนระเนระนาดบนเบาะ  ก่อนจะตามมาด้วยร่างเปื่อยยุ่ยของชายทั้งสองที่ล้มเผละไม่เป็นท่า  นอนทุเรศได้ไม่นานก็ต้องเด้งตัวขึ้นมา เพราะแก้วกาแฟที่สั่งไว้มาเสิร์ฟวางถึงโต๊ะแล้ว

                “ลาเต้กับคาปูชิโน่ที่สั่งค่ะ”

                “ขะ...ขอบคุณครับ” พอถูกเห็นสภาพน่าอายพอสจึงรีบจัดท่าให้เข้าที่เข้าทาง  เขาเอ่ยกับคนฝั่งตรงข้าม “อยากกินอย่างอื่นก็สั่งเลยนะ  ฉันเลี้ยงเอง”

                ที่นี่คือร้านคาเฟ่รกร้างไร้ผู้คน  หากถามถึงตำแหน่งก็อยู่ตรงข้ามกับโกดังอันเป็นสนามรบเมื่อครู่เลยล่ะ  มองออกไปนอกหน้าต่างตอนนี้ยังเห็นฝูงชนหอบหิ้วถุงออกมาเต็มสองมือ

                ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ industrial loft แบบมาตรฐาน  มีทุกอย่างตามตำรา  เฟอร์นิเจอร์ไม้ขาเหล็ก  กระดานดำ  ผนังตกแต่งลายอิฐสลับปูนเปลือย และโคมไฟเหล็กทรงสุ่ม  ร้านกว้างขวางแบ่งออกเป็นสองโซนคือแบบนั่งโต๊ะและนั่งบนพื้นชานยก  แน่นอนว่าพวกเขาเลือกแบบนั่งพื้นเพื่อให้เหยียดแข้งเหยียดขาและแอบนอนแผ่ได้

                เจตน์เขย่าคอเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ  ทั้งที่เปิดแอร์เป่าหัวอยู่ก็ยังมิอาจบรรเทา แม้แต่พ่อคนแฟชั่นจัดยังต้องถอดหมวกขอทานมาพัดรัว ๆ

                เมื่อครู่พวกเขาเพิ่งจะผ่านสมรภูมิเดือดซอมบี้คลั่งมาสด ๆ ร้อน ๆ เรียกได้ว่าแขนขาขาดด้วนเชื้อกินสมองเกือบเอาชีวิตรอดออกมาไม่ได้  พลังแห่งของเซลดึงสันดานดิบของมวลมนุษย์ออกมาได้ดียิ่งกว่าน้ำท่วมโลก  ทั้งดึงผลักดันเบียดใครล้มก็กระทืบซ้ำ

                ส่วนผลน่ะเหรอ....

 

                “ได้รุ่นลิมิเต็ดมาแค่กล่องเดียวเอง” เจตน์งึมงำกับหลอดดูด  อันที่จริงเกือบไม่ได้ด้วย เพราะมีป้าคลั่งพุ่งเข้ามาแย่งจากมือ แต่เจตน์ทำหน้าเหี้ยมใส่จนหล่อนล่าถอยไปเอง “ไม่คิดเลยว่าจะโหดขนาดนี้”

                “อย่างน้อยก็ได้เบอร์รี่ช็อกโก้มาครบโควตานะ”

                “ก็ใช่...” แต่มันน่าหงุดหงิด  ถ้าวิ่งเร็วนี้สักหน่อยอาจจะพอคว้าได้อีกสักกล่องแท้ ๆ  เจตน์ดูดลาเต้ลงคอไปอึกใหญ่ “รอบหน้าจะใส่รองเท้าแบบวิ่งมาด้วย”

                “ถ้ามีรอบหน้านายจะมาอีกเหรอ” ดวงตากลมโตส่องประกายระยิบระยับทำเอาคนฝั่งตรงข้ามหน้าร้อนนิด ๆ  เจตน์หลบตาวูบ

                “ถ้าว่างก็มาช่วยก็ได้แหละ”

                พอสเท้าคางมองคนเขินแล้วก็อดจะแซวไม่ได้ “นายนี่ใจดีจริง ๆ เลยน้า~

                “ฉันแค่ไม่ชอบแพ้น่ะ  เหมือนเล่นเกมไม่ผ่านด่าน  มันคาใจ”

                “เพื่อนฉันน่ะนะ....” จู่ ๆ พสุก็เอ่ยเรื่องอื่นขึ้นมา “พอบอกว่าจะให้มาช่วยซื้อของเซลก็บอกว่า เหี้ยไรเนี่ยไม่ก็ งั้นกูไม่ว่างแล้วเพราะงั้นก็เลยไม่กล้าบอกนายแต่แรกว่าจะพามาปู้ยี้ปูยำ”

                แม้จะฟังรุนแรงแต่ไอ้คำนั้นก็ใกล้เคียงความจริงจนเจตน์ไม่แย้งอะไร....

                “พอเห็นนายไม่ว่าอะไรค่อยโล่งอกหน่อย” ชายหนุ่มใช้หลอดคนคาปูชิโน่ในแก้วตัวเองเล่น  พอสเลียริมฝีปากลิ้มรสขมที่ติดบนนั้น “ดูงี่เง่าปะ”

                “เรื่อง?”

                “ชายวัยยี่สิบสามจริงจังกับการซื้อขนมลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์” พอสถอนหายใจ “ปัญญาอ่อนปะ”

                “ก็ไม่นี่”

 

            ซู้ดดดดดด...

                คนตัวใหญ่ดูดลาเต้อย่างสงบ “คนเราก็ต้องมีเรื่องที่ชอบมาก ๆ ทั้งนั้นแหละ”

                “อืม....”

                “ขนาดฉันไปเต้นแร้งเต้นกาทุเรศลูกตานายยังไม่ว่าอะไรเลย”

                “........”

                “แล้วความชอบของนายจะเป็นเรื่องงี่เง่าได้ไง”

 

อา....ไม่ไหวแล้ว....

หัวใจเหมือนจะเรืองแสงแผดเผาร่างให้ตายมันเสียตรงนั้น  รุนแรงเสียจนพอสทรุดตัวแนบใบหน้าลงกับโต๊ะความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาเต็มอกราวกับผีเสื้อสยายปีก

ที่ผ่านมามีแต่คนค่อนขอดเรื่องรสนิยมของเขา  จะเสื้อผ้าหน้าผม  เจาะหู  เป็นเกย์ หรือแม้แต่ฟังเพลงเกาหลี  ตอนโดนล้อโดนแซวก็พอจะทำเป็นเรื่องตลกได้อยู่หรอก แต่ลึก ๆ ใครจะชอบโดนดูถูกกันล่ะ  ทั้งที่เพื่อนตอบว่า อะไรของมึงเนี่ยแต่เจตน์กลับคว้าตะกร้าแล้ววิ่งสู้ฟัดมาให้ได้ตั้งกล่องหนึ่ง  คิดมาถึงตรงนี้ก้อนเนื้อตรงอกซ้ายก็เหลวเป๋วราวกับถูกลนไฟ  บางทีพอสอาจจะตายโดยไม่ต้องให้พระเจ้าเรียกอุกกาบาตก็ได้

ไม่!! เขาจะมาตายตรงนี้ไม่ได้!!

 

“ต้องฉลอง!!

จู่ ๆ ไอ้คนซบโต๊ะก็โพล่งเสียงดังจนเจตน์สะดุ้งโหยง

“ฉลอง?  ฉลองอะไร”

แทนคำตอบคุณฝ่ายขายหันกลับไปรื้อถุงขนาดใหญ่ข้างตัวอย่างบ้าคลั่ง  ผู้ถูกเลือกมีสีขาวแซมด้วยชมพูต่างกับกล่องอื่น ๆ อย่างชัดเจน

“ดะ...เดี๋ยวสิ” เจตน์ห้ามไม่ทันแล้ว เพราะนายพสุใช้นิ้วโป้งทิ่มเข้าไปตรงช่องว่างพร้อมแงะฝากล่องออก “เฮ้!  ฉันไม่กินก็ได้  นายเก็บไว้เถอะ”

“ก็บอกว่าจะฉลองกันไง” นอกจากไม่สนใจคำห้ามปรามแล้วพอสยังฉีกซอง  ยื่นแท่งหนึ่งให้เจตน์เสร็จสรรพ “เอ้า!!

ขนมสีหวานจ๋อยถูกยื่นเข้ามาแทบทิ่มหน้า  ก็ไม่ได้ไม่ชอบของหวานหรอกนะ แต่...

“นายกินเถอะ” เจตน์พยายามดันออก แต่พอสขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม บางทีเขาอาจจะสูญเสียดวงตาจากเหตุการณ์นี้ได้ “อุตส่าห์ไปแย่งมาได้กล่องเดียวเลยนะ”

“เพราะแบบนั้นถึงต้องแบ่งกันไง” ปลายขนมจ่อเข้ามาใกล้ตาดำทุกที “นะ”

“กะ..ก็ได้...”

หมับ!

เจตน์คว้าขนมแท่งจากมืออีกฝ่ายก่อนจะเสียอวัยวะไป  จังหวะที่กำลังจะส่งมันเข้าปากพอสก็ยื่นอีกอันมาตรงหน้า

“เชียร์สสสสส”

 

อันที่จริงแล้วเจตน์ไม่ชอบทำอะไรน่ารัก ๆ อย่างการชนป็อกกี้แทนแก้วเบียร์สักเท่าไหร่หรอก  สารร่างเขาแอ๊บแบ๊วไหวที่ไหนกันล่ะ แต่ว่าตอนนี้....ตอนที่พอสเฝ้ารอด้วยดวงตาวิบวับ....

เขาขยับขนมแท่งของตัวเองไปใกล้ ๆ  เอ่ยตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เชียร์ส”

แล้วก็ชนป็อกกี้เข้าหา...

 

ป๊อก!!

 

“เชี่ย!!

สองเสียงประสานขึ้นพร้อมกันเมื่อขนมร่วมสาบานแหลกสะบั้นหักออกเป็นสี่ท่อนในพริบตา  เศษซากกระเด็นกระดอนอัดข้างฝาบ้าง  กลิ้งขลุก ๆ มาที่ปลายเท้าบ้าง  แหลกแบบไม่ต้องเก็บมาแดกกันอีกต่อไป

ชายวัยยี่สิบสามทั้งสองสบตากันครู่ใหญ่แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

 

เล่นอะไรปัญญาอ่อนชะมัด.....

 

ใบหน้าที่เคยเฉยชาไร้อารมณ์บัดนี้กลับฉาบทับด้วยอารมณ์ขบขัน  ดวงตาเรียวยิ้มจนกลายเป็นขีด  ราวกับเจตน์ได้ใช้ทุกกล้ามเนื้อบนใบหน้าจนหมดสิ้น

เขากัดซากขนมที่เหลือเข้าปาก  รสหวานของมันทำให้วันหยุดมีความหมายยิ่งกว่าเดิม และยิ่งเมื่อได้นั่งอยู่กับใครอีกคน......

 

อืม...ซื้อของเซลก็ไม่ได้แย่นักหรอก....

 

TBC


เห้อมมมมม  กลับมาเขียนรักสดใสของวัยรุ่นแล้วชุ่มชื่นหัวใจไปอีกแบบค่ะ  ปกติมีแต่พวกคนเถื่อน//หรี่ตามองตัวละครที่ผ่านมา

ขอส่งความหวาน Merry Christmas ทุกคนล่วงหน้าเลยแล้วกันนะคะ  ใส่ปากเคี้ยวกร้วม ๆ

และ ๆ ๆ อันนี้ต้องขออวดอย่างแรง  น้อง ICHI วาดคาแรคเตอร์มาให้  ทับใจมากกก  มันใช่เลยอะะะ ฮือออออออออ

(J.8ight คิระ ๆ พัลจัก ๆ มาก  อปป้าค้าาาาาาาาาา)

ฝากติดตามน้องเจตน์น้องพอสด้วยนะคะ

จะพูดว่าใกล้จบแล้วก็กระดากปากอะ  สั้นเท่านี้ 55555555555

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ//กอดรวบ


ป.ล.เรื่องนี้ตีพิมพ์กับสนพ.เฮอร์มิตจ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

121 ความคิดเห็น

  1. #109 Artemis~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 01:50
    งือๆ น่ารักจังเลยค่ะ แบบมันชุ่มชื่นหัวใจ 😌😌 นี่แอบเขินไปกับน้องพอสเลยค่ะ ตอนที่น้องเจตน์บอกว่า แล้วจะไปบอกว่าความชอบของนายไร้สาระได้ไง โดนแอทแท็คแรงมากก ชอบคนความคิดแบบนี้จัง งืออ น่ารักที่สุดด
    #109
    0
  2. #93 ก้อนดิน ปั้นดาว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 17:31
    เคยเจอนะแบบพอส...เราเลยไม่ค่อยแบ่งเพลงให้ใครฟังเท่าไหร่
    #93
    0
  3. #84 J.lasa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 11:06
    ตอนแรกนึกว่าเซลเสื้อผ้าเหมือนกัน ที่แท้ป๊อกกี้ 5555 พอสน่ารักอะ
    #84
    0
  4. #35 AhnA* (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:39
    น่ารักจัง
    #35
    0
  5. #31 biggertmb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:57
    ตอนแรกนึกว่าเป็นเสื้อผ้า ความพอส 555555555555555
    #31
    0
  6. #27 lonlon. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:15
    อยากมีคุณเจตน์ไว้ที่บ้านนนน
    #27
    0
  7. #22 Honny_P (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 01:49
    น่ารักกกกกกกกกกก
    #22
    0
  8. #21 Hiyoko_Warunee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:02
    แง้ คุณเจตน์น่ารักกกกกกก เค้าวูบวาบกันแล้วล่ะค่ะทุกคนนนน//////
    #21
    0