[ตีพิมพ์] HARSH BULLET รักอยู่ใกล้กว่าดาว

ตอนที่ 6 : #ซิมฟาง 02 [1] [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    8 ม.ค. 62



:: คำเตือน ::
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจและใช้ความรุนแรง
อาจมีภาพ คำพูดหรือฉากไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม เพศ และภาษา
โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพติด... อ่านให้สนุกนะคะ
ด้วยรักและล่อลวง
- CHERMADA -

02


 


 



[1]




“หิวจนมือสั่นเลยเหรอ”

เขาถามติดหัวเราะอยู่ในที ก่อนเหลือบมองพิซซ่าชิ้นที่ฉันทำตก ไม่วายเอื้อมมือมาเก็บให้พร้อมเอาหน้าพิซซ่าบางส่วนที่หลุดออกแปะใส่ที่เดิมก่อนยื่นให้ฉัน ดีที่มันหล่นบนกล่องเลยยังกินได้อยู่

ฉันยื่นมือออกไปรับมาและนั่งกินเงียบๆ แบบงงๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ นึกขึ้นได้ว่าต้องขอบคุณเขาก็ตอนที่กัดเข้าไปคำที่สองแล้ว อืม ช่างมันแล้วกัน ขอบคุณตอนหลังก็ยังไม่สาย แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นนักแต่ว่า พิซซ่านี่ก็อร่อยดี หรือเพราะฉันหิวก็ไม่รู้นะ รู้ตัวอีกทีก็กินของเขาไปหลายชิ้นแล้ว ก็เจ้าตัวบอกเองนี่ว่ากินได้ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่เกรงใจก็แล้วกัน ทีเขานึกอยากจะมานั่งกินบนนี้ยังมาเองดื้อๆ เลย ทั้งที่ความจริงแล้ว เรื่องมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ

หลังจากกินไปได้สักพักจนรู้สึกว่าเริ่มอิ่มก็คว้าแก้วน้ำอัดลมมายกดื่ม พลางสายตาก็กลอกมองท้องฟ้ายามค่ำคืนไปด้วย ในเมืองแบบนี้ นอกจากท้องฟ้าจำลองแล้วจะมีที่ไหนเห็นดาวสวยๆ บ้างไหมนะ เฮ้อ! สงสัยไปอย่างนั้นแหละ รู้ว่าต้องออกต่างจังหวัดหรือถ้าอยากเห็นสวยมากๆ คงต้องขึ้นดอย

“ชอบท้องฟ้าเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นหลังจากเงียบมานาน ก็ใช่ อย่างที่บอกไปนั่นแหละ ระหว่างเราไม่มีใครพูดอะไรเลย เหมือนซิมจะคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ซึ่งฉันเองก็เหมือนกัน

“อือ นิดหน่อย” ตอบก่อนละสายตาจากด้านบนมายังคนถามแล้วอธิบายต่อว่า “แค่ชอบมองเวลารู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกแปลกๆ น่ะ ไม่เป็นเหรอ”

อีกฝ่ายยักไหล่ขึ้นนิดหนึ่ง “ไม่ แต่ก็ชอบท้องฟ้านะ ท้องฟ้าหน้าร้อนตอนกลางวัน”

“หมายถึงไม่รู้สึกแปลกๆ บ้างเหรอ”

“ฮะ?” ซิมชะงักไปเมื่อฉันอธิบายคำถามให้เข้าใจง่ายขึ้น เมื่อกี้มันอาจจะกำกวมไปหน่อย เขาถึงได้เข้าใจแบบนั้น ไม่ได้จะกวนประสาทนะ แต่ตั้งใจจะถามแบบนี้อยู่แล้วจริงๆ

“ก็... อยู่ๆ มานั่งกินพิซซ่ากับคนไม่รู้จักกันแบบนี้อะ ไม่รู้สึกแปลกๆ เหรอ” ฉันทวนคำถามอีกครั้ง และไม่วายยื่นมือออกไปหยิบปีกไก่อบซอสช้าๆ เพราะไม่อยากให้อีกคนรู้ตัว ทว่า สุดท้ายเขาก็เห็นอยู่ดีนั่นแหละ นั่งกันอยู่แค่สองคนแล้วยังใกล้แค่นี้เอง

“ไม่ใช่ว่าเรารู้จักกันตั้งแต่เมื่อคืน...ไม่สิ เธอรู้จักฉันตั้งแต่เมื่อคืน แล้วฉันก็รู้จักเธอตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว” พูดแล้วเขาก็เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงย้ำว่า ใช่ไหม

“แบบนั้นเขาไม่เรียกว่ารู้จักหรอกนะ”

“อ้าว แล้วแบบไหนถึงจะรู้จักล่ะ” ซิมย้อนถามกลับมาทันทีที่ฉันพูดจบ ไม่วายยื่นหน้าข้ามโต๊ะเข้ามาหาด้วย และก็เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่ฉันจะเอนตัวหนีไปด้านหลังเล็กน้อย นี่ถ้าเขาเข้ามาจนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยล่ะก็ ฉันเอาปีกไก่ฟาดหน้าจริงๆ ด้วย ให้ตายสิ “หรือว่าลืมบอก”

“ฮึ?” ฉันทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจว่า ตัวเองลืมบอกอะไรเขา หรือว่าเป็นเจ้าตัวเขาเองที่ลืมบอกอะไร

“ลืมบอกว่าอยากรู้จักไง” เขาบอกก่อนกลับไปนั่งตัวตรงตามเดิมแล้วหยิบปีกไก่ที่เหลืออยู่ชิ้นสุดท้ายไปกินบ้าง “แต่ถ้าเธอไม่อยากรู้จักฉันก็ไม่เป็นไร ชิลๆ ให้ฉันอยากรู้จักเธอคนเดียวก็ได้”

เอ่อ ฉันควรต้องตอบเขาว่ายังไงดี ทำนิ่งไว้แล้วกันเนอะ ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากรู้จักอะไรขนาดนั้น ไอ้เรื่องที่เขาทำไว้เมื่อคืน ถือว่ามื้อนี้เป็นมื้อขอโทษแล้วกัน อีกอย่างเขาก็เอาบุหรี่มาคืนให้จริงๆ แต่ว่านะ ความรู้สึกตอนนี้คือ งงสั้นๆ ง่ายๆ คำเดียวเลย หรือว่า... “จีบเหรอ”

“แคกๆ ๆ!” คำถามนั้นเล่นเอาคนฟังถึงกับออกอาการสำลัก จนฉันต้องช่วยหยิบแก้วน้ำส่งให้ พอเขาได้จิบน้ำและหายใจหายคอสะดวกขึ้นแล้วก็ตวัดสายตามามองฉันอย่างไม่เข้าใจ “ไงนะ แบบนี้เรียกจีบเหรอ”

“ไม่รู้” ฉันส่ายหน้า

ถึงจะรู้ว่าวิธีจีบสาวบนโลกนี้มีมากมายหลายวิธี และในอดีตฉันก็เคยมีแฟนซึ่งเขาเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน แต่ก็ไม่ใช่แนวหมอนี่เลย ตอนนั้นมันเป็นวิธีเบสิกที่เข้ามาแล้วพูดตรงๆ ว่า ขอจีบน่ะ แล้วฉันก็ไม่คิดเลยว่า การหวั่นไหวง่ายๆ ครั้งนั้นจะทำให้ตัวเองมีอดีตที่ยากจะลบเลือนจนถึงทุกวันนี้...

“เฮ้ย! ร้องไห้ทำไม แค่ฉันไม่จีบนี่ต้องร้องไห้เลยเหรอ” ซิมลนลานรีบหยิบทิชชูในถุงที่ใส่กล่องพิซซ่ามาส่งให้ ฉันไม่ได้รับแต่ใช้หลังมือปาดน้ำตาออกลวกๆ คิดถึงเรื่องนั้นทีไรก็เกือบจะหลุดไปอีกโลกทุกทีสิน่า

“เผ็ดต่างหาก” ฉันโยนความผิดให้ปีกไก่ในมือแบบดื้อๆ

“ใช่เหรอ” อีกฝ่ายทำหน้าล้อเลียน แต่ฉันก็ตีเนียนแกล้งนิ่งเอาไว้ พูดตรงๆ ใครจะไปเสียใจกับเรื่องแบบนั้น เขาไม่จีบฉันจริงๆ ก็ดีแล้วล่ะ นึกไม่ออกเลยว่า ถ้าวันหนึ่งฉันพลาดท่าตกหลุมพรางของหมอนี่เข้า ชีวิตจะเพี้ยนขนาดไหน “แล้วถ้าจีบนี่ได้หรือเปล่า”

นั่น...!

คำถามของซิมทำให้ฉันระคายเคืองคอขึ้นมา แต่ยังไม่ถึงกับสำลักแบบเขา

“บ้าหรือไง”

“ทำไม หรือว่ามีแฟนแล้ว”

“ไม่มี...ช่างเถอะ” เพราะเป็นความจริงอยู่แล้วปากเลยตอบไวไปหน่อย ลืมตัวว่าควรจะอ้างแฟนปลอมๆ ขึ้นมา เขาจะได้ล้มเลิกความคิดสุ่มเสี่ยงนั่นไป

“งั้นผู้ชายที่ร้านคนเดียวกับที่เดินมาส่งเมื่อเย็นก็ไม่ใช่แฟนน่ะสิ” เขาถามแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ไม่ใช่ แล้วนั่นยิ้มอะไร” พอโดนถามเจ้าตัวก็ถึงกับหุบยิ้มฉับพลัน

“เปล๊า! ก็แค่นึกว่าแฟนกัน แล้วคือยังไง หมอนั่นจีบเธออยู่เหรอ”

“เปล่า เพื่อน”

“จริงดิ ไม่จีบได้ไงน่ารักขนาดนี้อะ เพื่อนเธอคนนี้คงมีอะไรผิดปกติ” ให้ตายเหอะ ผู้หญิงกับผู้ชายจะเป็นเพื่อนกันนี่มันหมายถึงใครสักคนต้องผิดปกติด้วยเหรอ ป่านนี้พิณจามแย่แล้วมั้ง

“คนผิดปกติน่าจะเป็นนายมากกว่า” ฉันบ่นลอยๆ

พอกินเสร็จก็ลุกจากที่นั่งมาล้างมือตรงก๊อกน้ำต่อสายยางที่เอาไว้สำหรับรถน้ำต้นไม้ด้านนอก ซิมเห็นเลยเดินตามมาล้างด้วย แถมยังไม่ล้างเองอีกต่างหาก ยื่นสองมือมารอให้ฉันรดน้ำใส่ให้ แถมยังจ้องกันตาแป๋วคล้ายว่าอ้อนอยู่ในที แม้จะไม่เต็มใจเท่าไร แต่ก็ตัดสินใจทำตามความต้องการของเขาเพื่อตัดความรำคาญ ปากก็พูดสรุปไปด้วย “เรื่องเมื่อคืนถือว่าให้จบลงด้วยดีแล้วกัน หวังว่าเราคงไม่เจอกันอีกนะ เอ่อแล้วก็...ขอบคุณสำหรับมื้อนี้ด้วย”

“จะรีบไล่ไปไหน ข้างบนนี้บรรยากาศดีจะตาย เดี๋ยวนั่งเป็นเพื่อน เห็นว่าเอางานออกมาทำไม่ใช่เหรอ” อีกฝ่ายถามพลางพยักพเยิดหน้าไปทางแล็ปท็อปและเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ

“อยากอยู่ต่อหรือไง”

“ได้เปล่าล่ะ”

“...”

“สัญญาว่าจะไม่เสียงดังรบกวน” ยื้อเก่งแบบนี้จะให้ฉันมองว่าเขามาดีได้ยังไง ถ้าไม่จีบก็ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ แต่ว่านะ คิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเขามีจุดประสงค์อะไร

ซิมยกสองมือที่ล้างเสร็จแล้วขึ้นระดับศีรษะเมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่เงียบไม่ยอมอนุญาตสักที “นะฟาง กลับห้องก็ไม่มีอะไรให้ทำนอกจากดูหนัง อยู่นี่เผื่อช่วยอะไรเธอได้”

อย่ามานะฟงนะฟางได้ไหมเล่า!

ใช่ ช่วยได้สิ...ช่วยกลับไปดูหนังอยู่ที่ห้องนายไงไอ้บ้าซิม 




[2]




สุดท้ายแล้วฉันก็พยักพเยิดหน้าเออออตกลงไปจนได้ ขอให้เขาไม่พูดมากจริงๆ ก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ไล่เขากลับ จะว่าไปแล้ว ที่จริงมีเขาอยู่ด้วยแบบนี้มันก็สบายใจไปอีกแบบดีนะ เป็นความสบายใจแบบที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน

“เรียนคณะอะไร ปีอะไรแล้วล่ะ” ซิมถามขึ้นหลังจากเราเพิ่งกลับมานั่งที่โต๊ะ ไม่สิ เขานั่งแล้วดูฉันเก็บพวกกล่องและเศษขยะเพื่อจะนำไปทิ้ง

“มนุษย์อิ๊ง ปีสาม”

“ปกติพูดมีหางเสียงเฉพาะตอนทำงานที่ร้านกาแฟเหรอ ฉันแก่กว่าเธอนะเนี่ย”

ฉันชะงักไปนิดหน่อย คงเพราะน้ำเสียงและลักษณะการพูดฟังดูห้วนจริงๆ ทั้งที่ตอนนี้ไม่ได้อารมณ์ไม่ดี ทว่า ฉันทำเพียงเหลือบมองเขาแว็บหนึ่งก่อนทำเป็นไม่สนใจ หันมาเก็บของต่อเพื่อจะเคลียร์พื้นที่บนโต๊ะให้กว้างพอสำหรับวางเอกสารและอุปกรณ์อย่างอื่น แต่ก็...

“อายุเท่าไร” ...อดถามเขาไม่ได้น่ะ

“เดาสิ”

“ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ขี้เกียจเดา”

“ฮ่าๆ ๆ” ซิมหัวเราะร่วน หากแต่เขาก็ยังไม่ยอมบอกคำตอบอยู่ดี แถมยังเปลี่ยนเรื่องไปอีก “ลุคไม่น่าทำงานบริการลูกค้าได้เลยนะ แต่ก็เห็นว่าเธอทำได้ดีเลยล่ะ”

เขากำลังชมกันอยู่ใช่ไหมนะ

“อืม ก็ชินแล้ว ทำมาแทบจะทั้งชีวิต” พูดตอบไปทั้งที่มือยังง่วนกับการเก็บของ และจังหวะนี้เองที่อีกคนช่วยใช้มือกางปากถุงออกให้ฉันเก็บซองซอสและกล่องอื่นๆ ใส่ได้ง่ายขึ้น

ซิมกวาดสายตามองไปรอบตัวนิดหน่อย ก่อนจะถามอีกว่า “อยู่คนเดียวเหรอ ทำไมต้องทำงานทั้งที่ยังเรียนอยู่ด้วยล่ะ”

“ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้เรียน เรียกว่าอยู่คนเดียวก็ไม่ถูกหรอก ทั้งชีวิตฉันก็มีแค่ตัวเองคนเดียวนี่แหละ”  

คราวนี้เป็นอีกฝ่ายที่เงียบไป ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ฉันไม่ได้สนใจมากเพราะรีบดึงถุงออกมาจากมือเขา จัดการผูกปากให้เรียบร้อย ก่อนนำไปยัดใส่ถังขยะที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของชั้นดาดฟ้านี้

“ดูท่าแล้ว นายคงไม่เคยทำพาร์ตไทม์หรอกใช่ไหม” ฉันถามอีกคนหลังจากเดินกลับมาที่โต๊ะ

“ดูออกเลยเหรอ!” ซิมทำหน้าตกใจ

“ก็ลักษณะนายมันฟ้อง” ฉันกวาดสายตามองการแต่งตัวของเขาให้ถ้วนทั่วอีกครั้ง ก่อนเดินอ้อมมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม ดึงกองเอกสารและแล็ปท็อปมาใกล้เพื่อเตรียมทำการบ้านต่อ หางตาเห็นอยู่ว่าอีกคนกำลังทำอะไรบางอย่างขยุกขยิก ตอนแรกคิดว่าเขาคงจะหยิบโทรศัพท์ออกมานั่งเล่น ทว่า วินาทีต่อมา มือหนากลับเอื้อมเอาเครดิตการ์ดมาวางไว้ตรงหน้าฉัน

เดี๋ยวนะ...

“อะไร” ฉันนิ่วหน้าและถามเขาอย่างไม่เข้าใจทันที อะไรของฉันไม่ได้หมายความว่าไม่รู้จักสิ่งที่เขายื่นมา แต่มันคือการถามว่า เขาคิดจะทำอะไรอยู่ต่างหาก

อีกคนทิ้งบัตรไว้แล้วชักมือกลับไปเกาแก้ม สีหน้าเหมือนกำลังเรียบเรียงประโยคพูดอยู่ “ฉันว่าเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยมันลำบากนะ ถ้าเธอไม่คิดมาก เอาบัตรนี่เก็บไว้ใช้ก็ได้จะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

ให้ตายเหอะ เขาคือคนที่บ้าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย

“นายกำลังดูถูกฉันอยู่เหรอ”

“เปล่าๆ!” เขารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันแค่เห็นว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องมาทำงานส่งตัวเองเรียนแบบนี้มันน่าเห็นใจน่ะ ฉันแค่อยากช่วย”

“ขอบคุณ แต่เก็บความหวังดีของนายเอาไว้เถอะ” ฉันส่งบัตรของเขาคืนไป ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรหรอกว่า ทำไมเขาต้องทำแบบนี้กับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันด้วย แล้วก็ยอมรับว่าแอบโกรธอยู่นิดๆ กับสิ่งที่เขาทำนั่น ถึงเจ้าตัวจะดูไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายแอบแฝงอยู่ก็ตาม

แต่ก็นะ ถึงยังไงก็ไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่

“งั้น ถ้าอยากได้อะไรบอกฉันแล้วกัน” เขาเก็บบัตรคืนไปแต่โดยดีเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของฉัน

“นี่ ถามจริง” ฉันมองหน้าอีกคนอย่างซีเรียส “ทำไมนายต้องมาทำแบบนี้กับฉันด้วย ต้องการอะไรกันแน่”

“ไม่ต้องการ ก็แค่เห็นว่าน่าจะพอช่วยอะไรเธอได้บ้าง”

“ทั้งที่เราไม่ใช่ญาติพี่น้องกันเนี่ยนะ” ยิ่งคุยกับเขาก็ยิ่งงง บ้าเอ๊ย

“ทำไมอะ ช่วยไม่ได้เหรอ”

“เก็บเงินของนายไว้ใช้เองเถอะ แล้วก็ไปไกลๆ ฉันเลย”

“เฮ้! นี่ฉันมาดีนะ ฉันซื้อร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่แล้วไล่เธอออกก็ยังได้” เขาทำหน้าจริงจังบ้างเมื่อได้ยินฉันออกปากไล่ แต่ดูท่าแล้ว เขาคงไม่ไปง่ายๆ หรอก ดื้อด้านเสียขนาดนี้ ถ้าจะไปคงไปตั้งแต่ทีแรกแล้วล่ะ

“ไหนว่ามาดีไง”

“ก็เธอ...” อีกฝ่ายเงียบไปเหมือนคิดคำแก้ตัวไม่ทัน ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาเติบโตมาในสิ่งแวดล้อมแบบไหน แต่คิดว่ามันคงดีมากจนฉันจินตนาการไม่ถึง รอบตัวเขาคงมีแต่คนเอาใจ อยากได้อะไรก็ไม่เคยต้องขาด เพราะงั้นเขาถึงได้เป็นแบบนี้ ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ดี แต่คิดว่าเขาทำไม่ค่อยถูกสักเท่าไรน่ะ “โอเค ฉันขอโทษ”

“...”

“ไม่คิดว่าเธอจะคิดว่าฉันดูถูก แต่ฉันแค่รู้สึกถูกชะตากับเธอเฉยๆ เลยอยากช่วย” สีหน้าอีกฝ่ายดูหม่นแสงลงไปนิดหนึ่ง คล้ายว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกผิดจริงๆ อันที่จริงฉันก็ไม่ได้โกรธมากมายขนาดนั้นหรอก เรียกว่าเคืองก็คงได้ล่ะมั้ง ฉันไม่ใช่คนโกรธใครง่ายๆ สักเท่าไร ส่วนมากจะแค่รู้สึกหงุดหงิดใจและไม่อยากสนใจก็เท่านั้น โอเค ที่จริงเพราะฉันไม่ค่อยอยากยุ่งกับใครอยู่แล้วด้วย

“ปกตินายใช้เงินแก้ปัญหาเหรอ”

“ไม่นี่ ฉันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วนอกจาก...” เขาชะงักไปเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะหลุดพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด แต่ฉันไม่ได้ติดใจอยากรู้อะไรมากหรอก “ก็นั่นแหละ ไม่ค่อยมีหรอกปัญหาหรอก ช่างเถอะ”

แน่ล่ะ ฉันว่าเขาคงไม่เคยขาดอะไรเลยจริงๆ

“ฉันว่านั่นแหละ คือปัญหาของนาย”

“...?”

“การที่ชีวิตไม่เคยเจอปัญหาไง”

“ก็บอกว่ามีอยู่อย่างหนึ่ง แต่ช่างมันเถอะ ฉันไม่คิดว่าเป็นปัญหาสักเท่าไร คิดว่าเป็นเรื่องสนุกๆ สร้างสีสันในชีวิตด้วยซ้ำ” โอเค ฉันเชื่อสนิทใจเลยที่เขาพูดมา

“อืม” ฉันพยักหน้ารับง่ายๆ อย่างคนที่ขี้เกียจจะพูดแล้ว จากนั้นจึงหันมาสนใจสิ่งสำคัญที่ตัวเองจะต้องทำ ไหนหมอนี่ว่าจะไม่กวนไง เมื่อกี้คือกวนกันชัดๆ เลย ไล่เขาอีกรอบดีไหมนะ

“ฟาง”

“...”

“นี่เธอโกรธฉันจริงๆ เหรอ”

“เปล่า”

“งั้นฉันอยู่ต่อได้ใช่ไหม”

อะ...ไอ้บ้าเอ๊ยยย หมดคำจะเอ่ยกับเขาจริงๆ นั่นแหละ เฮ้อ!

ไม่รู้ว่าติดใจอะไรในชั้นดาดฟ้าธรรมดาๆ ของฉันนักหนา ทั้งที่คิดว่าคนอย่างเขาคงหาสถานที่ได้ดีกว่านี้มากแน่ๆ ถ้าอยากจะรับลมชมวิวยามค่ำคืน ให้ตายสิ ฉันควรทำยังไงกับเขาดีนะ 







- TO BE CONTINUED -




Animated GIFAnimated GIF



ถ้าน้องฟางไม่ต้องการ
โยนบัตรมาทางนี้ก็ได้ค่ะพี่ซิม 5555555555

อยู่ต่อเลยได้ไหม อย่าเพิ่งปล่อยให้ตัวฉันไป~
เพลงนี้ลอยมาเลยจ้าพี่ซิมจ๋าาาา 5555555555
จุดประสงค์ไม่ชัดเจนยังไงก็ไม่รู้นะคะ ฝากติดตามกันต่อไปด้วยน้าาา

เจอคำผิดตรงไหนบอกได้เลยจ้า
ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกกำลังใจ และทุกการติดตามค่ะ เลิฟฟ <3



BULLET SET
BY: Castle-G , CHERMADA and CHAI_HONG
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,161 ความคิดเห็น

  1. #419 Triamphan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 22:00

    เนียนตลอดจ้า

    #419
    0
  2. #232 taoTG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:27
    อยากได้บัตรบ้างค่ะคุณพี่ซิมมมม55555
    #232
    0
  3. #178 Venitah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 01:50
    ความจะเปย์สาว แล้ว......ยัง ยัง ยังไม่ไปอีก 555
    #178
    0
  4. #58 taetapp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 03:25
    ใช้เงินแก้ปัญหาเก่งงงง รวยเก่งงงง 5555555
    #58
    0
  5. #57 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 22:37
    “ช่างเถอะ ก็นั้นแหละ ไม่ค่อยมีหรอกปัญหา” ((คำสลับป่ะจ๊ะ))
    ไม่ได้ติดใจดาดฟ้าแต่ติดใจเทออออออ
    #57
    1
    • #57-1 CHERMADA(จากตอนที่ 6)
      4 มกราคม 2562 / 23:22
      5555555555 สงสัยฉันจะมึนเหมือนพี่ซิม เดี๋ยวไปแก้ประโยคใหม่แป๊บ XD
      #57-1
  6. #56 C A S T L E - G (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 18:05

    บ้าจริงง อยากมีคนมานั่งเฝ้าแบบนี้บ้างจังเลย /เขิงง https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-08.png

    #56
    0
  7. #54 tongt22 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 06:51

    ชอบน้าาาาชอบมากกกกก
    #54
    0
  8. #53 ✨•P•u•y•z•Zii•✨ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 22:57
    “แค่ชอบมองรู้ (สึก) ไม่สบายใจ...((คำตกจ๊ะ))
    #53
    1
    • #53-1 CHERMADA(จากตอนที่ 6)
      3 มกราคม 2562 / 23:00
      ขอบคุณค่า แก้เรียบร้อย <3
      #53-1
  9. #52 taetapp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 22:50
    โอ๊ยแพ้ผชลูกหมาาาา มาองมาอ้อนแบบมองตาปริบๆงี้อะ แงงงงงงง บ่ไหว
    #52
    0