บรรจงจูบ #นายเหนือ #พญานก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 206,989 Views

  • 561 Comments

  • 850 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    203

    Overall
    206,989

ตอนที่ 6 : บทที่ 1คืนหวามชวนเสียตัว [2] - [4]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8627
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    30 ม.ค. 62



บทที่ 1คืนหวามชวนเสียตัว [2]

 

เจ้าของร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วเดินไปนั่งบนแคร่ใต้ถุนบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง ภายในไร่ตรีธารมีบ้านทั้งหมดสี่หลังด้วยกัน หลังแรกคือ บ้านใหญ่ หรือที่เหล่าเจ้านายหนุ่มทั้งสามแห่งไร่ตรีธารเรียกที่นี่ว่า ฐานบัญชาการเพราะบิดามารดาอาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งผู้บัญชาการสูงสุดก็คือ จันทร์แรมหรือที่ทุกคนในไร่เรียกว่า แม่นายหญิงแกร่งแห่งไร่ตรีธาร มารดาผู้ให้กำเนิดบุตรชายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรถึงสามคน

แม้ว่าจันทร์แรมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในไร่ แต่ก็มักบัญชาการลับๆ อยู่เบื้องหลังสามีและบุตรชายเสมอ จึงเรียกได้ว่าเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง และด้วยนิสัยชายโสดรักสงบที่ต่างต้องการความเป็นส่วนตัว จึงพากันสร้างบ้านหลังขนาดกะทัดรัดแยกออกมาต่างหาก แต่ยังคงไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านใหญ่เป็นประจำ

บ้านริมนา บ้านของนาเหนือเป็นบ้านไม้ยกสูงทรงโมเดิร์นเรียบง่ายกลมกลืนไปกับธรรมชาติ นอกชานบ้านปูด้วยไม้สีเข้มโล่งกว้างแบ่งเป็นสองระดับ กลางชานบ้านมีต้นกาสะลองสูงใหญ่แผ่ร่มเงาปกคลุมบ้านทั้งหลังเอาไว้ได้อย่างลงตัว โดยมีม้านั่งไม้สีเดียวกับพื้นล้อมรอบโคนต้นกาสะลองเอาไว้ ในบ้านมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด

ส่วน บ้านริมน้ำของน้องชายคนกลางนั้นอยู่ติดริมแม่น้ำซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของไร่ และหลังสุดท้าย บ้านริมบึงของน้องชายคนเล็กปลูกอยู่ติดกับบึงดอกบัวสีน้ำเงิน

นาเหนือทิ้งตัวลงนอนบนแคร่ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นหนุนศีรษะแล้วปิดเปลือกตาลงอย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากครุ่นคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป

แน่นอนว่า...ทำไม่ได้

ความคิดยังคงวนเวียน กอปรกับสายลมเย็นที่พัดโชยลอดใต้ถุนบ้านเข้ามาปะทะใบหน้าคมคร้าม จึงทำให้ในที่สุดเขาก็ผล็อยหลับไป ความฝันแสนหวานในวันวานดึงห้วงแห่งความคิดคำนึงของนาเหนือให้จมดิ่งไปยังเหตุการณ์ที่ยังคงตราตรึงในหัวใจไม่รู้ลืม


--ต่อนะคะ--


บทที่ 1คืนหวามชวนเสียตัว [3]

 

การออกเดินทางท่องเที่ยวแบบค่ำไหนนอนนั่นไม่น่าเบื่ออีกต่อไป เมื่อมีสาวน้อยหน้าหวานจากเมืองไทยมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน กลุ่มของนาเหนือนั้นเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเล็กๆ ที่ต่างคนต่างแบกเป้เดินทางท่องเที่ยวเพียงลำพัง แต่ด้วยอัธยาศัยถูกคอจึงตัดสินใจร่วมเดินทางไปด้วยกัน กลางวันแบกกล้องตะลอนถ่ายภาพทิวทัศน์เก็บเกี่ยวประสบการณ์แปลกใหม่ ตกกลางคืนกางเต็นท์ก่อกองไฟทำอาหารง่ายๆ นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกันอย่างถูกคอ

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่พวกเขาจะรอนแรมอยู่ในประเทศออสเตรีย เพราะเฮเลนหญิงสาวชาวอเมริกันในกลุ่มอยากเปลี่ยนบรรยากาศนอนพักในโรงแรม แช่ตัวผ่อนคลายในอ่างจากุชชี่ แล้วแต่งตัวสวยออกท่องราตรียามค่ำคืนในกรุงปารีสอย่างสาวสังคม ซึ่งสมาชิกทั้งหกคนต่างเห็นพ้องเพราะบางส่วนจะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดจึงถือโอกาสนี้แยกย้ายกันไป ดังนั้นค่ำคืนนี้จึงเต็มไปด้วยเหล้าเบียร์และอาหารเลิศรสเป็นการส่งท้าย

เสียงหัวเราะและควันไฟจากการปิ้งบาร์บีคิวลอยฟุ้งพวยพุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้าสีน้ำเงินกำมะหยี่ ต้นไม้และขุนเขาต่างโอบล้อมพวกเขาเอาไว้ บริเวณท้องทุ่งกว้างตรงจุดนี้มีกลุ่มนักเดินทางหลายกลุ่มตั้งเต็นท์พักผ่อน แต่พวกเขาเลือกที่จะตั้งไกลออกมาจากกลุ่มอื่นๆ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว

“ดื่มไปกี่แก้วแล้ว ระวังเมานะ”

เจ้าของร่างสูงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นหญ้ามองคนตัวเล็กที่ยกแก้วเบียร์ที่ใหญ่ราวกับเหยือกขึ้นดื่มราวกับกระหาย ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อไปด้วยเลือดฝาด ดวงตากลมโตพราวระยับสุกสกาวเสียยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า คนตัวโตกว่าจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลอย่างเปิดเผย พลางขยับตัวเข้าไปนั่งเบียดกระแซะใกล้ๆ จนต้นแขนเบียดชิดกัน จากนั้นจึงยื่นมือออกไปเกลี่ยเส้นผมสีดำสนิทที่สยายไปตามแรงลมให้ทัดใบหู ซึ่งทำให้ปลายนิ้วสัมผัสโดนแก้มอิ่มแผ่วเบา

สัมผัสเพียงเท่านี้กลับทำให้คนทั้งคู่ต่างใจเต้นแรงจนแทบกระโจนออกมานอกอก

“ถ้าพี่เหนือกลัวว่าข้าวจะเมา พี่เหนือก็ดื่มแทนข้าวสิคะ”

หญิงสาวยิ้มกว้างแล้วยื่นแก้วเบียร์ให้ชายหนุ่มแก้อาการเขิน เขารับมาถือไว้แล้วจงใจหมุนมุมแก้วตรงที่ริมฝีปากเธอเพิ่งสัมผัส แล้วดื่มต่อจากเธอราวกับว่านั่นเป็นการ จูบเธอทางอ้อม

“แปลก...”

“แปลกอะไรเหรอคะ” หญิงสาวเอียงคอน้อยๆ เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นเขามองแก้วเบียร์ด้วยความสงสัย

“รสชาติเบียร์มันแปลกๆ”

“ยังไงคะ”

“แก้วนี้มันหวานกว่าแก้วอื่นๆ  ทั้งหวาน ทั้งหอม”

พูดจบเพียงเท่านั้นนาเหนือก็ก้มลงสัมผัสริมฝีปากอิ่มของขวัญข้าว มือข้างหนึ่งเชยปลายคางให้แหงนเงยเพื่อรับจูบหวามจากเขาได้อย่างถนัดถนี่ บดเบียดลงบนริมฝีปากนุ่มที่ยังคงเม้มเข้าหากันสนิทด้วยความตื่นกลัวกับสัมผัสแปลกใหม่ ร่างบอบบางสั่นน้อยๆ อีกทั้งยังมีอาการสั่นเทา ทำให้เขาได้รู้ว่าเขาเพิ่งปล้นจูบแรกของเธอมาไว้ในครอบครอง

 


บทที่ 1คืนหวามชวนเสียตัว [4]

 


คนตัวโตกว่าถึงกับลิงโลดใจ ใช้ปลายลิ้นกระหวัดยวนเย้าล่อหลอกให้เธอค่อยๆ เผยอริมฝีปากเปิดรับปลายลิ้นร้อน ลิ้มชิมรสหวานภายในโพรงปากสีกุหลาบอย่างอ้อยอิ่ง ค่อยๆ บรรจงจูบเพื่อให้หญิงสาวได้เรียนรู้ว่าการ จูบเป็นสิ่งที่น่าอภิรมย์สักเพียงใด

จากนั้นจึงผละออกจากริมฝีปากหวานแล้วพูดออกไปว่า...

“เบียร์หวานละมุนเหมือนปากของข้าวนี่เอง”

“พะ...พี่เหนือ”

ดวงตากลมสุกใสจ้องมองคนตัวโตที่โน้มลงมาใกล้ รับรู้ได้ว่าใบหน้าของเธอร้อนผ่าว ร่างกายวูบไหวราวกับเลือดในการสูบฉีดรุนแรง เธอจำต้องหลุบเปลือกตาลงต่ำ ด้วยไม่อาจต้านทานสายตาคมที่จ้องมองราวกับจะปลดเปลื้องเธอให้เปลือยเปล่าด้วยสายตาเสียกระนั้น

“สองคนนั้นทำอะไรอยู่”

ทั้งสองถึงกับผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว เมื่ออิริคหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินมาหาด้วยท่าทางเมามาย ก่อนจะเหลือบไปเห็นแก้วเบียร์ที่ว่างเปล่า จึงรีบจัดแจงเติมจนเต็มแล้วบีบบังคับให้ชาวไทยทั้งสองดื่มให้หมด แก้วแล้วแก้วเล่า จนทุกคนต่างมีสภาพเมามาย

“ข้าวไม่ไหวแล้ว ข้าวขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” ขวัญข้าวขอตัวไปนอนเป็นคนแรก จากนั้นคนอื่นๆ จึงทยอยกลับเข้าเต็นท์ของตน เพราะพรุ่งนี้ช่วงสายจะต้องเดินทางออกจากประเทศออสเตรียเพื่อไปยังประเทศฝรั่งเศส ตามที่ได้วางแผนกันเอาไว้

นาเหนือเดินเซซ้ายทีขวาที กระนั้นก็พยายามหอบร่างสูงใหญ่ไปส่งเพียงขวัญที่เต็นท์นอน ก่อนที่แขนแข็งแกร่งข้างหนึ่งจะลูบลงบนศีรษะคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจ

“ฝันดีนะครับน้องข้าว”

         “ฝันดีเช่นกันค่ะพี่เหนือ”

         ขวัญข้าวหันมาบอกลาก่อนจะเขย่งปลายเท้าแล้วจุ๊บเบาๆ ที่ปลายคางสาก ขโมยจุ๊บเสร็จแล้วก็รีบวิ่งหายเข้าไปในเต็นท์ ทิ้งให้คนตัวโตยืนอึ้งก่อนที่จะเผยยิ้มกว้างออกมา เวลานี้หัวใจของเขามันพองโตจนคับอก แทบไม่เหลือพื้นที่ให้ปอดหรืออวัยวะภายในอื่นๆ เสียแล้ว

        

         แต่เมื่อนาเหนือเดินมาถึงเต็นท์นอนของตนเองกลับพบเงาของผู้หญิงอยู่ในเต็นท์ แรกทีเดียวเขาขยี้ตาแรงๆ เพราะคิดว่าตาฝาด แต่ไม่ว่าจะเพ่งมองยังไง ในเต็นท์ของเขาก็มีผู้หญิงอยู่จริง อีกทั้งเมื่อเพ่งมองดีๆ จะเห็นว่าผู้หญิงที่กำลังนอนระทวยเปลือยเปล่าอยู่ในเต็นท์ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น...

เฮเลน!

เพื่อนร่วมทริปในครั้งนี้นี่เอง เธอพยายามส่งสายตาและแสดงชัดว่าชอบเขามาตั้งแต่ต้นทริปแล้ว แต่เขารู้สึกกับเธอแค่เพื่อน และไม่ต้องการความสัมพันธ์ฉาบฉวยชั่วคืนอย่างที่คนสมัยนี้นิยมกัน จนกระทั่งเขาได้พบกับขวัญข้าวและเป็นฝ่ายชวนเธอมาร่วมทริปท่องเที่ยวด้วยกัน นับตั้งแต่นั้นเขาก็ไม่ได้สนใจเฮเลนอีกเลย เพราะสายตาของเขาจดจ่ออยู่เพียงผู้หญิงไทยตัวเล็กที่เข้ามาวิ่งเล่นอยู่ในหัวใจของเขานับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบสบตา

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินกลับไปนั่งยังบริเวณที่กองไฟเพิ่งดับไป หยิบเบียร์ที่วางไว้บริเวณนั้นขึ้นมาดื่ม ตั้งใจว่าจะดื่มให้เมาแล้วค่อยไปขอนอนในเต็นท์ของอิริค ทว่ายิ่งแอลกอฮอล์ในเลือดสูงมากขึ้นเท่าไหร่ ขาที่ควรก้าวไปยังเต็นท์นอนของอิริคกลับวกมาอีกทาง

กว่าจะรู้สึกตัวเขาก็ยืนอยู่หน้าเต็นท์ของขวัญข้าวเสียแล้ว


E-book คลิ๊กรูปเลย

สั่งซื้อ บรรจงจูบ รูปเล่ม ติดต่อนักเขียนได้ที่

(คลิ๊กรูป F)

ซื้อ Ebooks เรื่องอื่นๆ

(คลิ๊กที่รูป Meb)










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

0 ความคิดเห็น