วิมารลวง

ตอนที่ 7 : บทที่ 4 - อดีตที่อยากลืม! ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 พ.ย. 61









ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน

https://www.facebook.com/DekDHayase/?ref=bookmarks






เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ 












บทที่ 4

อดีตที่อยากลืม!

 

 

 

ครืด ครืด

        เสียงมือถือดังขึ้นปลุกให้ร่างบางที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงกว้างลืมตาตื่น ธนิสรขยี้เส้นผมพลางหาวหวอดก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบวัตถุเกิดเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง

        “โหล” น้ำเสียงงัวเงียกรอกลงไปยังปลายสาย

        ( มุก! ตอนนี้มุกอยู่ที่ไหน? )

        “ใครเนี่ย รุตเหรอ” ธนิสรถามเมื่อเสียงเข้มที่โต้ตอบกับตนนั้นคุ้นหูนัก

        ( สรเหรอ มุกล่ะ มุกดาอยู่ที่ไหน!? ) ศรุตมีความร้อนรน

        “นอนอยู่ข้างๆ ฉันเนี่ย รอก่อนนะ” ธนิสรหันไปมองข้างๆ ตน มีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น “เอ้า! ไปไหนของเขาเนี่ย”

        ( ว่าไงนะ! มุกไม่ได้อยู่กับเธอเหรอสร แล้วนี่มุกไปอยู่ที่ไหน อยู่กับใครสร? )

        “โอ๊ย! ใจเย็นๆ ได้ไหมเนี่ย มุกคงตื่นแล้วลงไปทานข้าวเช้าที่ห้องอาหารมั้ง นายจะซีเรียสอะไรนักหนาเนี่ยรุต” ธนิสรหงุดหงิด

        ( แล้วพี่ชายเธอล่ะ พี่ชายเธออยู่ที่ไหน? ) ศรุตเบนเข็มทิศไปยังชายหนุ่มอีกคนแทน

        “คงทานข้าวอยู่กับมุกมั้ง ไม่รู้ล่ะ! สองคนนั้นอาจจะอยู่ด้วยกันก็ได้ ฉันนอนต่อแล้วนะ บาย” ธนิสรตั้งท่าจะวางสายแต่ศรุตรีบตะโกนแทรก

        ( ไม่ได้นะสร! เธอต้องไปตามหามุกดาเดี๋ยวนี้ อย่าให้มุกอยู่กับพี่ชายเธอตามลำพังเด็ดขาด มันอันตรายเกินไป เข้าใจไหม? )

        “นี่รุต มันจะมากเกินไปแล้วนะ พี่ธีกับมุกเขาเป็นแฟนกันอยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นอะไรไป” ธนิสรไม่พอใจ

        ( อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหมสร เธอควรไปตามหามุกดาให้เจอก่อนที่อะไรๆ มันจะสายเกินไป )

        “แล้วอะไรๆ นี่ว่ามันคืออะไรล่ะ นายนี่ยังไงนะ?

        ( พี่ชายเธอวางแผนหลอกลวงมุกดา ฉันไปรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับพี่ชายเธอมา พอได้ความก็รีบไปหามุกที่บ้านแต่คุณอาบอกว่ามุกไปเที่ยวทะเลกับเธอสองพี่น้อง แถมมือถือมุกยังติดต่อไม่ได้อีก รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันเป็นห่วงมุกมากแค่ไหน!

        น้ำเสียงของศรุตคุ้มคลั่งจนผู้ฟังจับอาการได้ ธนิสรเลยตัดปัญหาโดยการตามน้ำไป

        “เคๆ เดี๋ยวไปตามให้ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะรุต ฉันไม่ได้เชื่อนายเรื่องที่บอกว่าพี่ธีหลอกมุกแต่แค่รำคานนายเท่านั้น อะไรก็ไม่รู้ น่าเบื่อจริงๆ เลย”

        ( แชร์โลเคชั่นมาให้ฉันด้วยสร ได้ยินไหมสะ )

        ตุ๊ดๆ!

        ธนิสรตัดสายทิ้งทันที หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกไปตามหาเพื่อน ร่างบางเดินไปที่ห้องอาหารที่ทางโรงแรมจัดไว้รองรับสำหรับแขกก็ไร้เงาพี่ชายและมุกดา เธอจึงเดินออกไปดูที่ริมหาดก็ไม่พบใครนอกจากนักท่องเที่ยวที่กำลังอาบแดดเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งลองโทรศัพท์หาธีภพก็ไม่มีการตอบรับ ธนิสรเริ่มรู้สึกใจไม่ดีที่ทั้งสองขาดการติดต่อไปเสียดื้อๆ

        จนกระทั่งมือถือเครื่องโปรดส่งสัญญาณเตือนว่ามีข้อความเข้า ร่างบางรีบเปิดอ่านทันที

        พี่พามุกกลับกรุงเทพฯ ก่อนนะสร พอดีมุกไม่ค่อยสบายเลยอยากกลับบ้านเลย ส่วนเราพี่ส่งคนไปรับแล้วน่าจะถึงที่นู่นก็ช่วงบ่ายๆ ขอโทษทีนะน้องรัก

        พออ่านจบธนิสรก็แคปหน้าจอข้อความดังกล่าวส่งไปยังศรุตอีกที  และไม่นานเกินรอเพื่อนชายก็โทร. เข้ามาอีกครั้ง แต่ด้วยความรำคานเจ้าหล่อนจึงไม่รับสาย แล้วรีบเก็บกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน

        “อีตารุตนี่จริงๆ เลยนะ คนเป็นแฟนกันเขาจะอยู่ด้วยกันไม่ได้หรือไง เชอะ!” ธนิสรเบ้ปาก

        ศรุตทำราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมุกดา ขนาดรู้ทั้งรู้ว่าธีภพมีสถานะเป็นแฟนตัวจริงยังไม่วายปั่นประสาทให้คนเขาเลิกกัน คอยดูเถอะ กลับไปถึงกรุงเทพฯ เมื่อไหร่เธอจะไปพูดกับเขาให้รู้เรื่อง จะไม่ขอนิ่งเฉยอีกต่อไป

        ธนิสรคิดอย่างหมายมั่น!

 

        รถยนต์คันหรูขับเคลื่อนจอดเทียบริมฟุบาทหน้าบ้านหลังน้อยที่เต็มไปด้วยไม้ดอกนานาชนิด ใบหน้าหวานเศร้าหมองยามมองผ่านประตูเหล็กเข้าไปภายในรั้วบ้าน ร่างบางบอบช้ำจากน้ำมือซาตานร้ายที่สะใจเมื่อเห็นเธอเจ็บปวด ดวงตากลมโตที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักเลื่อนมองชายหนุ่มข้างกาย ธีภพยิ้มมีความสุขผิดกับหญิงสาวที่อมทุกข์ราวกับตกนรก

        “ไอ้แก่พ่อเธอมันจะทำอะไรอยู่นะ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น สายตาเจ้าหล่อนตวัดมองอย่างไม่พอใจ

        “คุณมันคนเลว!” มุกดากัดฟันกรอด ภาพความโหดร้ายผุดขึ้นในมโนสำนึก

        ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียด ถ้าทำได้เธออยากฆ่าเขาให้ตายคามือนัก

        “จุ๊ๆ ความเลวของฉันยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของพ่อเธอเลยด้วยซ้ำ” ธีภพแสยะยิ้ม

        “พ่อฉันไปทำอะไรให้คุณ ทำไมถึงต้องมาทำร้ายฉันแบบนี้ด้วย” ร่างบางร้องไห้โฮ เขายิ้มได้ในขณะที่เธอมีแต่น้ำตา จะไร้หัวใจเกินไปแล้ว

        “แหม เรียกกันซะห่างเหินเชียวนะที่รัก แทนตัวเองว่ามุกแล้วเรียกพี่ว่าพี่ธีเหมือนเดิมสิคะ” ชายหนุ่มยียวน

        “เสียใจ พี่ธีของฉันเขาได้ตายจากฉันไปแล้ว ตายไปพร้อมกับความรักและความไว้ใจที่ฉันมอบให้!

        ธีภพอึ้งยามทอดมองนัยน์ตากลมโต เจ้าหล่อนพูดเสียงหนักแน่นแต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด วูบแรกของความรู้สึกเขาอยากจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มนวล หากความแค้นที่มีจำต้องหักห้ามใจแล้วแสดงท่าทีแข็งกระด้างออกมาแทน

        “เรื่องของเธอ!” เสียงเข้มไม่ใยดี “คิดว่าฉันแคร์นักหรือ? เธอจะรักหรือไม่รักฉันไม่ได้ใส่ใจมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะการเข้าหาเธอมันคือแผนของฉัน”

        “สักวันคุณจะต้องเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้” มุกดาหมายมั่น

        “ฉันจะเสียใจมากกว่าถ้าไม่ได้แก้แค้นไอ้เกรียงไกร” ธีภพเดือดดาล กระชากร่างเล็กลงจากรถโดยไม่สนเสียงร้องของสาวเจ้า

        “อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ฉันเดินเองได้ ปล่อยนะ!” มุกดาพยายามขืนตัวสุดฤทธิ์

        “อะไรกันลูก เสียงดังโวยวายไปถึงข้างใน”

        ร่างสูงวัยเดินออกมาจากในบ้านด้วยใบหน้างุนงง บุตรสาวของตนกำลังถูกแฟนหนุ่มฉุดกระชากลากถู ช่างเป็นภาพแปลกใหม่ที่เขาไม่เคยเห็นตั้งแต่ทั้งคู่คบกัน

        “อะไรกันธี ทำไมต้องทำรุนแรงกับน้องแบบนี้ล่ะ” เกรียงไกรเอ่ยถาม เขาเดินเข้าไปหามุกดาที่ถูกธีภพผลักลงกับพื้น

        “ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉัน ฉันจะทำยังไงกับเธอก็ได้!” ชายหนุ่มประกาศกร้าว

        “หมายความว่ายังไง?” บิดาไม่เข้าใจ

        “หญิงชายเอากันจะให้เรียกว่าอะไรล่ะครับคุณพ่อ” ธีภพพูดพลางหัวเราะ

        “มุก ทำไมหนู” เขาหันไปทางบุตรสาว มุกดาปล่อยโฮโผเข้ากอดผู้มีพระคุณ “นี่มันเรื่องอะไรกัน ธีทำอะไรมุก”

        “ให้ตายเถอะ แกลืมฉันจริงๆ เหรอวะไอ้เกรียงไกร” ธีภพสบถคำหยาบ ไร้ความนับถือเฉกเช่นก่อน

        “อาไม่เข้าใจ ธีเป็นอะไร ทำไม

        “แหกตาดูซะ!

 มือหนาหยิบรูปใบหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นไปตรงหน้าเกรียงไกร ดวงตาชายสูงวัยเบิกกว้างยามมองบุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพ

“ไงพอจะจำได้ยัง จำได้หรือเปล่าว่าเคยสร้างวีรกรรมเลวๆ อะไรไว้!” น้ำเสียงธีภพเกรี้ยวกราด

        “นะ นี่มัน!

 เกรียงไกรตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มุกดาไม่เคยเห็นพ่อสติแตกขนาดนี้มาก่อน ทำให้หล่อนยิ่งอยากรู้ว่าระหว่างบิดากับธีภพมีเรื่องบาดหมางอันใดเขาถึงได้ร้ายกาจกับตนถึงเพียงนี้

        “อย่าบอกนะว่าแก” เกรียงไกรชี้หน้าชายหนุ่ม

        “ใช่” ธีภพแสยะยิ้มมุมปาก “ในที่สุดแกก็จำฉันได้แล้วสินะ”

        “ไม่จริง! แกจะเป็นลูกของพวกมันได้ยังไงในเมื่อทั้งชื่อและนามสกุลของแกมันไม่ใช่” เกรียงไกรไม่อยากเชื่อ

        ธีภพหัวเราะร่วนราวกับขบขันเสียเต็มประดา ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ศัตรูหน้าโง่

        “ก็ต้องนับว่าเป็นความโชคดีของฉันที่สวรรค์ยังพอมีเมตตาอยู่บ้าง ส่งให้ฉันได้เป็นบุตรบุญธรรมของมหาเศรษฐีชาวฮงกง หลังจากท่านสิ้นฉันก็ได้สิทธิ์ดูแลทรัพย์สมบัติทุกอย่าง รวมไปถึงธุรกิจแสนล้านที่ทำให้แกยอมไว้เนื้อเชื่อใจให้ลูกสาวมาคบหากับฉัน หึ ถ้าแกจะจำฉันไม่ได้มันก็ไม่ผิดหรอก ในเมื่อฉันเปลี่ยนทั้งชื่อและนามสกุลตามพ่อบุญธรรม อีกทั้งเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันนานกว่ายี่สิบปี ฉันโตขึ้นส่วนแกก็แก่ลง แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ สำหรับฉัน ฉันไม่เคยลืมความเลวที่แกเคยทำไว้กับครอบครัวของฉัน!

        ธีภพรู้สึกเป็นต่อเมื่อได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกของศัตรู

        “หลังจากที่แกโกงพ่อกับแม่ของฉันจนสิ้นเนื้อประดาตัวครอบครัวเราก็ต้องเช่าห้องเก่าๆ ไว้ซุกหัวนอน พ่อต้องทำงานแบกหามเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ส่วนแม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าเพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จากคนที่เคยมีทุกอย่างกลับต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายเพราะถูกเพื่อนที่รักหักหลังอย่างเลือดเย็น ฉันต้องออกจากโรงเรียนนานาชาติไปเรียนโรงเรียนวัดที่มีแต่พวกนักเลงหัวไม้คอยรังแก ชีวิตของเราสามคนมันแย่ยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น!

แววตาของธีภพเจ็บปวด ภาพในอดีตเด่นชัดราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้น แผลเป็นแห่งความรวดร้าวไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา

        “แกพูดเรื่องบ้าอะไร ใครโกงใครฉันไม่รู้เรื่อง!” เกรียงไกรปฏิเสธ ธีภพยิ่งแค้นที่เห็นคนเลวไร้จิตสำนึก

        “เธออยากรู้ไหมมุกดาว่าไอ้พ่อที่แสนดีของเธอมันทำยังไงกับแม่ของฉัน” เขาหันไปถามหญิงสาว

        “แกอย่ามายุ่งกับลูกสาวของฉัน!” เกรียงไกรเอาตัวบดบังเรือนร่างงาม ท่าทางหวงบุตรรักยิ่งสร้างความหึกเหิมต่อชายหนุ่ม

        “คืนนั้นพ่อของฉันต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดร่วมกับคนงานคนอื่นๆ ฉันอยู่กับแม่แค่สองคนที่ห้องเช่าโทรมๆ ฝนตกกระหน่ำพัดพาอากาศหนาวเย็นเข้ามาเยือน เราสองคนแม่ลูกกอดกันเพื่อสร้างไออุ่น เข็มนาฬิกาบอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง เตือนให้เรารู้ว่าควรเข้านอนได้แล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังกอดลูกชายของตนด้วยความรัก ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังปลอบประโลมไม่ให้ลูกต้องหวาดกลัวกับเสียงฟ้าคำรามจากภายนอก ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยอมสละผ้าห่มของตัวเองให้กับเด็กน้อยที่ใกล้จะหลับใหลลงไปทุกที ความสงบสุขมาเยือนเราสองคนแม่ลูกโดยที่ไม่รู้เลยว่าความชั่วร้ายที่สุดกำลังจะบังเกิดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า” นัยน์ตาเข้มแดงก่ำ สองมือกำหมัดแน่นยามมองมุกดา

        “สองแม่ลูกควรได้นอนกอดกันอย่างมีความสุข แต่เปล่าเลย ร่างของเธอถูกกระชากด้วยน้ำมือชายคนหนึ่งที่แอบลักลอบเข้ามาภายในห้อง ไอ้สารเลวคนนั้นต่อยท้องผู้หญิงไร้ทางสู้จนเจ็บร้าวไปทั้งกาย ส่วนตัวลูกชายก็ถูกมันขู่ว่าจะทำร้ายหากร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ร่างของผู้หญิงอันไร้เรี่ยวแรงถูกไอ้ชายชั่วขืนใจอย่างเลือดเย็น!!!

 เล่ามาถึงตรงนี้หัวใจของธีภพก็ปวดหนึบ เหมือนมีมีดนับพันกำลังกรีดเนื้อของเขาให้เจ็บแสบ

        มุกดาอึ้งพลางมองบิดา

        “ยะ อย่าไปฟังมันนะลูก มันโกหก! มันต้องการใส่ร้ายพ่อ อย่าไปฟังมันนะลูก” เกรียงไกรกลัวบุตรสาวจะเชื่อน้ำคำของธีภพ

        “เสียงร้องไห้ของแม่ยิ่งสร้างความหวาดกลัวต่อลูกรัก เด็กชายที่ไม่รู้เดียงสาต้องทนเห็นมารดาถูกกระทำย่ำยีโดยที่ตัวเองช่วยอะไรท่านไม่ได้เลย!!!” ธีภพตะโกนลั่น

        “ไอ้เวร! เรื่องมันจบไปแล้วทำไมแกไม่ให้มันจบๆ ไปวะ จะตามจองล้างจองผลาญฉันอีกทำไม”

        เกรียงไกรโกรธจนตัวสั่นเผลอยอมรับกับอดีตที่ตนนั้นกลบฝังจนมิด มุกดาเสียใจที่บิดาอันเป็นที่รักเคยทำเรื่องต่ำช้าพรรณนั้น หญิงสาวร้องไห้ตัวโยน

        “จบเหรอ? มันจะจบได้ยังไงในเมื่อแกเป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ของฉันต้องฆ่าตัวตาย แม่ทนไม่ได้ที่ต้องกลายเป็นผู้หญิงมีตำหนิ ท่านไม่อาจรับมือกับความเจ็บปวดครั้งนั้นได้ พ่อเองก็เช่นกัน ท่านไม่สามารถทำใจได้ว่าเมียรักถูกไอ้เพื่อนชั่วข่มขืนอย่างเลือดเย็น แกรู้ไหมว่าภาพของเด็กสิบขวบที่ต้องยืนมองศพพ่อกับแม่แขวนคอตายเคียงข้างกันมันรู้สึกปวดร้าวมากแค่ไหน แกเคยรู้บ้างไหม!!!

        ธีภพตวาดเสียงกร้าว ถ้ามีอาวุธร้ายอยู่ในมือสองพ่อลูกคงได้ตายด้วยน้ำมือของเขาไปนานแล้ว

        “คุณพ่อทำแบบนั้นได้ยังไง คุณพ่อ ฮึก”

        “อย่าไปฟังมันลูก อย่าไปฟังมัน” เกรียงไกรโผเข้าหาลูกรัก แต่ร่างบางถอยหนี “บอกพ่อมาว่ามันทำอะไรลูก”

        มุกดาไม่ตอบหล่อนเอาแต่ร้องไห้ท่าเดียว

        “แกทำอะไรลูกสาวฉัน!?” เขาตะคอกถามธีภพ

        “นี่แกเป็นโรคความจำสั้นเหรอวะ ก็บอกไปแล้วว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเมียฉัน คนจะเป็นผัวเมียกันได้มันก็ต้อง” ชายหนุ่มประกบมือเข้าหากันแล้วทำท่าแฝงไปด้วยเลศนัยบางอย่าง “กันปะวะ!

        “ไอ้สารเลว!” เกรียงไกรชี้หน้าธีภพ จากสภาพของบุตรสาวเขาก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าคงไม่ใช่ความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย

        “แกข่มขืนลูกสาวฉัน ไอ้ชั่ว! ฉันจะแจ้งความจับแก”

        “เชิญเลย” ธีภพไม่หวั่น เขาท้าทายไร้ความเกรงกลัว “ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอดีตนักธุรกิจที่ติดการพนันอย่างแกจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้”

        สังคมสมัยนี้วัดความถูกต้องกันที่เม็ดเงินและอำนาจ ธีภพมั่นใจว่าครอบครัวที่เหลือกันอยู่เพียงสองพ่อลูกจะไม่มีวันทำอะไรเขาได้

        มีแต่เขาเท่านั้นที่จะเป็นฝ่ายเอาคืนอย่างสาสม

        “ไอ้ชั่ว!” เกรียงไกรน้ำตาคลอ

        “ยังไม่หมดนะครับคุณพ่อ ลูกเขยคนนี้ยังมีความจริงบางอย่างอยากจะสมนาคุณอีกข้อ”

        ธีภพเดินไปที่รถแล้วหยิบซองสีน้ำตาลติดมือมาด้วย ชายหนุ่มเปิดผนึกพร้อมกับหยิบแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมกว้างออกมาชูต่อหน้าสองพ่อลูก มุกดายกมือป้องปากยามไล่อ่านทุกตัวอักษรจนครบถ้วนถี่

        “นะ นี่มัน!” เสียงหวานอึ้ง

        “ใช่บ้านหลังนี้เป็นของฉันแล้ว” ธีภพยิ้มหยัน

        “ไม่จริง! คุณไปเอาโฉนดของบ้านฉันมาได้ยังไง เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ” มุกดาพยายามไปแย่งสิ่งมีค่ากลับคืน ธีภพกระชากซองกลับอย่างรวดเร็ว

        “ฉันว่าเธอถามพ่อสุดที่รักของเธอดีกว่านะ ว่าทำไมถึงปล่อยให้โฉนดบ้านอันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของภรรยาไปตกอยู่ที่บ่อนการพนันได้!

        ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงตรงกลางศีรษะ เกรียงไกรเลิ่กลั่ก

        “มะ ไม่จริงนะลูก พ่อไม่ได้ทำแบบนั้น มันของปลอม”

        “ด้วยความสมเพชฉันเลยไปตามไถ่คืนมาให้ แต่ก็ขอโทษนะที่ต้องยึดไว้เป็นของตัวเอง นักธุรกิจจะให้ลงทุนเสียเปล่าเห็นทีคงจะไม่ได้ จริงไหมครับคุณพ่อ?” ธีภพกวนประสาท

        “แกอย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ!” เกรียงไกรชี้หน้าคนที่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมุกดา

        “คุณพ่อยังไม่เลิกเล่นการพนันอีกหรือคะ?” มุกดาย้อนถาม

        “พ่อเลิกเล่นแล้วลูก พ่อเลิกนานแล้ว” เขาไม่ได้โกหก หลังจากเสียโฉนดบ้านของเมียรักให้กับบ่อนเถื่อนเกรียงไกรก็ตั้งปณิธานว่าจะไม่ยุ่งกับสิ่งผิดกฏหมายเหล่านั้นอีก

        “แกไม่แปลกใจบ้างหรือวะว่าทำไมไอ้บ่อนพวกนั้นถึงยังให้แกอยู่บ้านหลังนี้ในขณะที่แกไม่เคยไปใช้หนี้มันเลยเลยสักครั้ง”

        เกรียงไกรกำหมัดแน่น จริงอยู่ที่เขาเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าคนติดพนันมีเป็นร้อยเป็นพันคน อีกทั้งเศรษฐีตกยากมากมายก็เอาทรัพย์สินมีค่าไปจำนอง แค่บ้านหลังเล็กๆ ของเขาอาจไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกมันเท่าใดนัก จึงทำให้เขาและลูกมีที่อยู่อาศัยมาจนถึงทุกวันนี้

        “ความจริงเธอควรต้องขอบคุณฉันนะมุกดา ที่ทำให้เธอกับพ่อได้มีที่ซุกหัวนอนมาจนถึงทุกวันนี้” เขาเบนเข็มทิศไปยังหญิงสาว

        “ฉัน” มุกดาพูดไม่ออก ทั้งเจ็บและละอายต่อสิ่งที่พ่อบังเกิดเกล้ากระทำลงไป

        “แต่ไม่เป็นไร สำหรับฉันแค่คำขอบคุณอย่างเดียวมันไม่พอหรอก ฉันต้องการมากกว่านั้น”

        “แกต้องการอะไร?” เกรียงไกรกระชากเสียงถาม

        “โฉนดฉบับนี้แลกกับตัวลูกสาวของแก”

        มุกดาชาวาบไปทั้งร่าง

        “แกหมายความว่ายังไง”

        “ฉันจะคืนโฉนดบ้านหลังนี้ให้แกถ้ามุกดายอมมาเป็นนางบำเรอของฉัน” เสียงเข้มเอ่ย

        “ไอ้เวรเอ๊ย!” เกรียงไกรโกรธจัด

        “คิดดูดีๆ นะที่รัก ได้ข่าวว่าบ้านหลังนี้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ไม่ใช่หรือไง ไม่อยากเก็บมันเอาไว้เหรอ”

        ธีภพปั่นประสาทสองพ่อลูกโดยเฉพาะมุกดา เขารู้ดีว่าเธอรักมารดาผู้ล่วงลับมากแค่ไหน การที่มีโฉนดบ้านกระจอกๆ หลังนี้อยู่ในกำมือมันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

        “มุกไม่ต้องไปสนใจนะลูก เราไปหาที่อยู่กันใหม่ได้ อย่าไปยอมมันนะลูก” เกรียงไกรพยายามเกลี่ยกล่อมบุตรสาว

        เขาไม่อยากให้แก้วตาดวงใจต้องไปรับกรรมกับสิ่งที่เขาก่อไว้ในอดีต เพียงแค่รู้ว่าลูกรักถูกทำร้ายความรู้สึกของคนเป็นพ่อก็แทบแตกสลาย

        มุกดามองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยืนยิ้มมุมปาก ท่าทีผู้ชนะที่พร้อมสังหารเหยื่อให้ไร้ลมหายใจ

        เธอรู้ดีว่าเขาต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นบิดา หากสิ่งที่เธอตัดสินใจหลังจากนี้จะลดทอนความเจ็บปวดที่พ่อของเธอได้กระทำไว้กับครอบครัวของเขา

 เธอก็ยินดีโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น

        “ฉันตกลง!



วิมารลวง คลอด E-Book แล้วนะคะทุกคน ฝากติดตามด้วยนะคะ รับรองว่าแซ่บเฟอร์  สามารถกดโหลดจากตรงนั้นได้เลยจ้า 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น