วิมารลวง

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 - หลอกล่อ ( 100% )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 พ.ย. 61










ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน

https://www.facebook.com/DekDHayase/?ref=bookmarks










บทที่ 2

หลอกล่อ




 


        และแล้ววันที่เธอรอคอยก็มาถึง มุกดาตื่นนอนแต่เช้าเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการไปเที่ยวทะเล หญิงสาวอดตื่นเต้นไม่ได้ยามนึกถึงเสียงคลื่นเสียงลม หลังจากเรียนจบจนรับปริญญานี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้พักผ่อนกายใจไปกับธรรมชาติ

        “เรียบร้อยไหมลูก?” บิดาเห็นบุตรสาวกำลังเช็คกระเป๋าและข้าวของเครื่องใช้จึงเอ่ยถาม “ตกหล่นอะไรไหม”

        “ไม่มีค่ะคุณพ่อ หนูเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ” มุกดาหันมาส่งยิ้มให้ท่าน

        “แล้วนี่ธียังไม่มารับอีกหรือ จะเก้าโมงแล้วนะลูก” คนพูดมองนาฬิกาบนฝาผนังบ้านแล้วสงสัย

        “พี่ธีโทร. มาบอกว่ารถติดน่ะค่ะ แต่ว่าใกล้จะถึงแล้ว”

        “อ้อ” ชายชราพยักหน้ารับรู้ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา แล้วหยิบแก้วน้ำชาขึ้นดื่มตามกิจวัตรประจำวัน เสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้านดึงความสนใจสองพ่อลูก

        “สงสัยคงมากันแล้ว” เกรียงไกรชะเง้อมองออกนอกหน้าต่าง มุกดารีบเดินไปเปิดประตูต้อนรับอาคันตุกะคนสำคัญ

        “สวัสดีค่ะคุณอา” ธนิสรยกมือไหว้บุคคลเบื้องหน้า รอยยิ้มใจดีผุดขึ้นบนเรียวปากหยัก

        “ไหว้พระเถอะลูก นี่เตรียมพร้อมกันแล้วใช่ไหม เช็ครถเช็คอะไรเรียบร้อยหรือยัง?” ชายชราอดเป็นห่วงเรื่องการเดินทางไม่ได้

        “เรียบร้อยแล้วครับ คุณอาสบายใจได้” ธีภพที่เพิ่งลงจากรถบอกกล่าว สองมือหนาทำความเคารพบิดาของหญิงสาว

        “ถ้างั้นก็รีบไปเถอะ เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ เที่ยวให้สนุก” เกรียงไกรเอ่ยกับทุกคน ธีภพเข้าไปช่วยมุกดายกกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นหลังรถ

        “มาพี่ช่วย” เขาจัดการทุกอย่างภายในเวลาอันรวดเร็ว “ไปกันเถอะ” เขาหันมาบอกทั้งสองสาว

        “งั้นหนูไปก่อนนะคะคุณพ่อ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” มุกดาเดินไปกอดบิดา

        “คุณอาไม่ต้องห่วงนะคะ หนูกับพี่ธีจะช่วยดูแลมุกเองค่ะ” ธนิสรยิ้มกว้าง สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้อาวุโส

        “จ้ะลูก ไปกันเถอะนะ”

        เกรียงไกรโบกมือให้คนทั้งสามด้วยรอยยิ้ม ชายชรายืนมองจนรถคันหรูลาลับสายตาแล้วจึงเดินเข้าบ้าน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยสุขล้นเมื่อได้เห็นความร่าเริงของบุตรสาว มุกดาเป็นดั่งแก้วตาดวงใจที่สวรรค์มอบให้

เขาอยากให้เธอไปได้ไกลที่สุดเท่าที่พ่อคนหนึ่งจะส่งลูกไปถึงฝั่งฝันได้!

 

บรรยกาศเย็นสบายคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหลายชั่วโมงให้พลันสลายจนหมดสิ้น มุกดาและธนิสรรีบกระโดดลงทะเลราวกับเป็นเด็กน้อยที่รอการปลดปล่อย ทั้งสองอยู่ในสายตาของธีภพ ชายหนุ่มยิ้มมีความสุขยามเห็นคนที่รักร่าเริงสดใส โดยเฉพาะมุกดา หล่อนเปรียบเสมือนเป็นดอกไม้แรกแย้มที่เขานั้นอาจหาญไปเด็ดมาเชยชม ความงดงามของเธอผู้นั้นดุจดั่งอัญมณีอันล้ำค่าที่เขาภาคภูมิใจ

        “พี่ธีไม่เล่นน้ำด้วยกันหรือคะ” ธนิสรตะโกนถามพี่ชาย ร่างสูงส่ายหน้า เขาไม่ชอบลงน้ำทะเลเท่าไหร่

        “ไปเล่นน้ำด้วยกันเถอะค่ะพี่ธี” ทว่าน้องสาวตัวดีไม่ยอมลดลาง่ายๆ ขึ้นจากน้ำมาลากตัวพี่ชายลงไปเล่นสนุกร่วมกับตน

        “ยัยสรพี่ไม่เล่น” ธีภพพยายามขัดขืน แต่มีหรือที่ธนิสรจะสนใจ หญิงสาวตวัดน้ำใส่หน้าพี่ชายแล้วยิ้มหัวเราะกับเพื่อนรัก

        มุกดาเองก็พลอยรวมด้วยช่วยกันแกล้งชายหนุ่มอีกแรง เห็นดังนั้นธีภพจึงเริ่มสนุกแล้วไล่ต้อนสองสาวจอมแก่น

        “กรี๊ด! พี่ธี” มุกดากรีดร้องเมื่อถูกมือหนาอุ้มแนบอก ธีภพจับหล่อนโยนลงน้ำแล้วหัวเราะชอบใจ

        “ตายแล้วมุก ฮ่าๆ หน้าเหวอหมดเลย”

 ธนิสรไม่คิดช่วยแต่กลับแท็กทีมกับชายหนุ่ม มุกดายิ้มก่อนจะผลักคนทั้งสองให้หงายหลังโดยไม่ทันตั้งตัว

        “ฮ่าๆ สมน้ำหน้า”

        “แกล้งเหรอ ได้ พี่ธีจัดการค่ะ!

 ธนิสรหันไปมองพี่ชายแล้วพยักหน้ารู้กัน มุกดารีบวิ่งหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว หล่อนถูกแฟนหนุ่มและเพื่อนรักแกล้งจนหัวหมุน

        ทั้งสามวิ่งเล่นหยอกล้อกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งตะวันเริ่มลาลับ มุกดาและธนิสรนอนพักห้องเดียวกัน หญิงสาวจัดการอาบน้ำแต่งตัวเพราะค่ำคืนนี้มีนัดดินเนอร์ใต้แสงเทียน

        “ความจริงฉันไม่อยากไปเลยมุก เธอไปคนเดียวเถอะ จะได้มีเวลาอยู่กับพี่ธีสองต่อสองไง” ธนิสรยิ้มทะเล้น

        “ไม่เอาน่า” มุกดารีบปฎิเสธ “เรามาเที่ยวด้วยกันนะสร” ดวงตากลมโตแอบตำหนิเพื่อนสนิทเล็กน้อย

        “เคๆ ไปก็ได้” ธนิสรจำใจแต่งตัว

        ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงทั้งสองก็แต่งกายเสร็จเรียบร้อยพร้อมสำหรับรับประทานอาหารมื้อค่ำสุดพิเศษ มุกดาอยู่ในชุดเดรสสีชมพูแสนหวานลายลูกไม้ ใบหน้านวลแต่งแต้มเครื่องสำอางค์เพียงเล็กน้อย น้ำหอมที่พรมกายช่างเย้ายวนชวนให้หลงใหล ธนิสรเองก็อดอึ้งในความสวยดุจสวรรค์สร้างของเพื่อนรักไม่ได้ จับร่างบางหมุนไปหมุนมาอยู่อย่างนั้น

        “โห พระเจ้า! สวยมากเลยมุก ทำไมเธอสวยแบบนี้เนี่ย”

        “ฉันเวียนหัวหมดแล้วเนี่ย” มุกดาแกล้งว่า

        “โทษทีๆ พอดีว่าตื่นเต้นเห็นเพื่อนสวย” คนจอมทะเล้นว่า

        “สรเองก็สวยเหมือนกันนะ” มุกดาเอ่ยชม

        ธนิสรจัดได้ว่าเป็นผู้หญิงสวยมากคนหนึ่งเช่นกัน ใบหน้าเรียวได้รูปไร้ศัลยกรรมทำให้เธอถูกพูดถึงเรื่องความงามอยู่บ่อยครั้ง สมัยเรียนมหาวิทยาลัยใครๆ ต่างบอกว่ามุกดาสวยที่สุดในคณะ ซึ่งความจริงแล้วธนิสรเองก็สวยไม่แพ้กัน หนุ่มๆ เทียวไล้เทียวขื่ออยู่เชื่อวัน เพียงแต่เจ้าหล่อนไม่ยอมมอบไมตรีให้ใครง่ายๆ

        แม้มุกดาจะสนับสนุนเต็มที่ก็ตาม

 

        บรรยกาศริมทะเลโซนส่วนตัวที่ธีภพจองไว้พิเศษสำหรับทั้งสองสาวนั้นช่างโรแมนติกเหนือคำบรรยาย ชายหนุ่มแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมออกถึงสามเม็ดบน เผยให้เห็นแผงอกกว้างอันมีไรขนปกคลุม ร่างสูงสง่าหล่อเหลาจนตกเป็นเป้าสายตาของบรรดาแขกเหรื่อในร้าน รวมไปถึงพนักงานสาวที่จ้องมองตาเป็นมัน เขาช่างดูดีราวกับรูปปั้น ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นผู้ชายคนนี้วิเศษที่สุดแล้ว

        “น้องมุกของพี่สวยที่สุดเลยครับ” เสียงเข้มเอ่ยชม แก้มนวลแดงระเรื่อ

        “แหมพี่ชาย แล้วน้องคนนี้ไม่สวยหรือคะ” ธนิสรแซวพลางกอดอกมองคนทั้งสอง

        “เราน่ะสวยทุกวันอยู่แล้ว” เขายิ้มพลางลูบหัวน้องรัก ก่อนจะเดินไปจัดการขยับเก้าอี้ให้สุภาพสตรีนั่ง “เชิญครับน้องมุก”

        ธนิสรยืนนิ่งลองใจว่าตัวเองจะได้รับการปฏิบัติเยี่ยงไรจากพี่ชาย

        “เราน่ะนั่งเองได้” ธีภพแกล้งว่า คนฟังแลบลิ้นใส่ “ดูทำท่าเข้า” ชายหนุ่มหัวเราะขบขัน

        “น้องมุกชอบที่นี่ไหมครับ?

        “ชอบค่ะ มุกไม่ได้มาทะเลนานแล้ว” พูดจบเจ้าหล่อนก็สูดอากาศสดชื่นยามค่ำคืนเข้าเต็มปอด อดคิดถึงมารดาผู้เป็นที่รักยิ่งไม่ได้

        ถ้าแม่ของเธอยังอยู่ชีวิตคงมีความสุขมากกว่านี้

        “มุก เป็นอะไรหรือเปล่า?” ธนิสรแปลกใจที่เห็นเพื่อนนิ่งเงียบไป

        “ปะ เปล่า” มุกดารีบปฏิเสธ “คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” สาวเจ้ายิ้ม

        “กินกันเถอะหิวจนตาลายแล้วเนี่ย” ธนิสรพร้อมรับประทานเต็มที่ สองมือจัดการหั่นสเต็กเนื้อชั้นดีเข้าปากอย่างว่องไว

        “โอ้เอ็มจี! อร่อยมากอ่ะ” คนพูดตาลุกวาว

        “แต่งตัวสวยแต่ดูทำท่าเข้า” ชายหนุ่มส่ายหน้าระคนเอ็นดู ดวงตาคมคายเลื่อนมองร่างบาง

        “น้องมุกลองทานดูนะครับ สเต็กเนื้อร้านนี้อร่อยที่สุดในโลก” ชายหนุ่มจัดการหั่นให้เสร็จสรรพ

        “ขอบคุณค่ะ” มุกดาเอียงอาย เหลือบตามองธนิสรที่คอยส่งยิ้มล้อเลียนตนตลอดเวลา

        “อร่อยไหมครับ?” ธีภพถามทันทีที่ร่างบางตักชิ้นเนื้อเข้าปากคำแรก

        “อร่อยมากค่ะ” มุกดาตอบตามความจริง ปกติเธอไม่ชอบทานเนื้อเท่าไหร่ แต่ต้องยอมรับว่าสเต็กเนื้อร้านนี้นุ่มละมุนลิ้นถูกใจหล่อนเหลือเกิน

        “พี่ดีใจนะครับที่น้องมุกชอบ” ธีภพสบนัยน์ตาแฟนสาว โลกทั้งใบแทบจะมองไม่เห็นใครนอกจากหญิงงามตรงเบื้องหน้า

        จนกระทั่ง

        “ทุกคน อยู่ดีๆ ก็ง่วงนอนแล้วอ่ะ” ธนิสรโพล่งขึ้น มุกดาขมวดคิ้ว

        “อะไรกันสร ง่วงแล้วหรือ?

        “อืม” ดวงตาคมเฉี่ยวแทบปรือ “เดี๋ยวขอตัวไปนอนก่อนนะ เชิญทานกันต่อได้เลยจ้ะ” ธนิสรทำท่าจะลุกขึ้น

        “สร” มุกดาสบตาเพื่อนรัก ความที่รู้จักกันมานานทำให้รู้ใจกันเป็นอย่างดี

        “ง่วงนอนจริงๆ มุก ไม่ได้แกล้ง”

        “ถ้างั้นให้มุกไปส่งนะ” เจ้าหล่อนอาสา

        “ไม่เป็นไร ฉันเดินไหว”

        “ให้พี่ไปส่งไหมสร?” ธีภพเป็นห่วงน้องสาว

        “ไม่เป็นไรค่ะ พี่ธีอยู่ทานอาหารต่อเป็นเพื่อนมุกเถอะ สรเดินไหว แต่ถ้าขืนนั่งกินต่อได้หลับคาโต๊ะแน่ๆ” ยังไม่วายติดตลก

        “แต่ว่า” มุกดาอึกอัก

        “ไปละ แล้วเจอกันที่ห้องนะมุก” ธนิสรโบกมือลาเพื่อนรักก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้บรรยกาศแสนโรแมนติกตกเป็นของคู่รักแทน

        “ยัยสรนี่จริงๆ เลย” ธีภพส่ายหน้า ทว่าดวงตากลมโตกลับมองเขาพลางจับผิด “ทำไมน้องมุกมองพี่แบบนั้นล่ะครับ”

        “ที่จู่ๆ สรก็ง่วงกะทันหันแบบนั้นเป็นแผนของพี่ธีหรือเปล่าคะ?” เสียงหวานข้องใจ

        “โธ่น้องมุก พี่ธีไม่ใช่คนแบบนั้นนะคะ พูดแบบนี้พี่เสียใจแย่เลย” ชายหนุ่มเง้างอน

        “มุกขอโทษค่ะพี่ธี” หญิงสาวรู้สึกผิดที่มองเขาในแง่ลบ ธีภพแสร้งเงียบไป มุกดายิ่งใจคอไม่ดี

        หรือว่าจะโกรธเธอเสียแล้ว

        “พี่ธี มุกขอโทษจริงๆ ค่ะ”

        ธีภพหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนเรียวปากหยัก

        “พี่ธีหัวเราะอะไรคะ”

        “น้องมุกคิดว่าพี่จะโกรธน้องมุกจริงๆ หรือครับ” ชายหนุ่มถาม เห็นสีหน้าตกใจของร่างบางแล้วอดขำไม่ได้

        “ก็” มุกดาพูดไม่ออก

        “พี่ไม่เคยคิดโกรธมุกเลยนะครับ พี่รักมุกขนาดนี้จะโกรธได้ยังไง จริงไหม?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ย ยื่นมือไปกอบกุมมือเรียวไว้มั่น

        “มุกว่าเราทานต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นแล้วไม่อร่อย” มุกดาเลี่ยงสายตาหวานของแฟนหนุ่ม เขาชอบเวลาที่แก้มนวลเขินอาย

        “ครับ” ธีภพยิ้ม ทั้งสองลงมือทานสเต็กเนื้อรสเลิศกันอย่างเอร็ดอร่อย ความหิวทำให้สาวเจ้าทานหมดเกลี้ยงจาน

        “เอาอีกไหมครับ เดี๋ยวพี่สั่งให้” ชายหนุ่มเอาใจ

        “ไม่เอาแล้วค่ะ มุกอิ่มแล้ว”

        คนพูดหยิบผ้าสีขาวขึ้นมาเช็ดริมฝีปาก น้ำส้มคั้นของโปรดหล่อนดื่มหมดภายในพริบตาเช่นกัน

        “แสดงว่าหิวมากใช่ไหมเนี่ย” คนพูดเอ็นดู

        “ค่ะ ทั้งเดินทางทั้งเล่นน้ำ” มุกดาตอบยิ้มๆ

        ความจริงใจไม่แสแสร้งก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้เขาชื่นชอบและรักเธอ ผู้หญิงบางคนที่เขาเคยออกเดทด้วยมักไม่เป็นธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ประดิษฐ์ประดอยด้วยกันทั้งสิ้น ผิดกับมุกดา หญิงสาวเป็นตัวของตัวเอง เรียบร้อยอ่อนหวานพูดจาไพเราะ ใบหน้าก็งดงามไร้การเติมแต่ง ไม่มีกลิ่นน้ำหอมแสนฉุนหรือกลิ่นเครื่องประทินโฉมให้ชวนรู้สึกอยากอ้วกเวลาอยู่ใกล้

        จู่ๆ ใบหน้านวลก็ซีดเซียวขึ้นมาดื้อๆ เจ้าตัวรู้สึกไม่สู้ดีจนต้องกุมขมับทั้งสองข้าง

        “น้องมุกเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง

        “รู้สึกเวียนหัวน่ะค่ะ” คนตัวเล็กตอบ

        “งั้นกลับห้องกันเถอะเดี๋ยวพี่ไปส่ง” ธีภพไม่รอช้ารีบเรียกพนักงานมาเช็คบิลแล้วประคองร่างบางกลับไปยังที่พัก

        โดยที่เจ้าหล่อนไม่รู้เลยว่ากำลังเดินไปติดกับดักแห่งความร้ายกาจ!



มาๆ จ้า คุยกันหน่อยเด้อ ^O^


หลังจากนี้เนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะคะ ใครที่เป็นสายดาร์ค สายเถื่อนต้องห้ามพลาดเด็ดขาด พระเอกเรื่องนี้มีความไบโพล่าสูงมากกกกกกก!!! ( ก.ไก่ ล้านตัววววว ) ใครที่หลงเข้ามาแล้วฝากเม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ ชอบไม่ชอบ ติ เตียนได้เต็มที่เลยค่ะ 


ปล. ฝากนิยาย E-Book & แฟนเพจด้วยนะคะ ไปอุดหนุนนิยายเก๋ากันเยอะๆ น้าตัวเองงงง ^_^  




ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

กำลังอยู่ในช่วงโปรโมรชั่น

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น