Invisible Boy Next to Me ❀ ปิ๊งรักข้างหัวใจ นายตัวดี

ตอนที่ 6 : B : Beside

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61

5

B : Beside

 

กริ๊งงง

เสียงกริ่งของโรงเรียนที่ดังขึ้นในชั่วโมงสุดท้ายอาจจะเป็นสรวงสรรค์ของใครหลายคนเพราะเลิกเรียนสักที

แต่สำหรับฉัน

มันคือจุดเริ่มต้นของชั่วโมงติวพิเศษให้กับเพื่อนข้างโต๊ะค่ะ

 

ลีโอฉันเรียกชื่อเขาอย่างอ่อนใจ

“…”

เฮ้อออ~

จะไม่ให้อ่อนใจได้ยังไง ในเมื่อฉันเรียกชื่อเขาซ้ำๆ มาตั้งสามครั้งแล้ว และทั้งสามครั้งเขาก็ไม่ใช่แค่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากมือถือจอใหญ่ๆ มาสบตานะ แต่เขาไม่แม้แต่พยักหน้าหรืออะไรก็ตามเพื่อส่งสัญญาณว่ารับรู้แล้วให้ฉันเลยด้วยซ้ำ

ใบหน้าด้านข้าง สันจมูกโด่งๆ กับใบหูเล็กๆ ซึ่งโผล่พ้นเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยียุ่งๆ นั่น เชื่อเถอะว่าฉันเห็นมันในลักษณะนั้นบ่อยกว่าใบหน้าตรงๆ ของเขาซะอีก แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังอุตส่าห์สังเกตลึกไปถึงสีหน้าจริงจังที่มักจะปรากฏออกมาให้เห็นอยู่เสมอเวลาเขาเล่นเกม

Gotcha!”

เกมบ้านั่น!

ฉันได้แต่ขู่ฟ่อ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ที่ว่าฉันไม่ได้สนิทกับอีกฝ่ายมากพอจนจะสามารถลากคอเขาไปติวหนังสือข้างล่างตึกเรียนได้ เขาจึงมีโอกาสมานั่งเอ้อระเหย แถมยังเกะกะคนทำเวรอีกต่างหาก จนเวลาอันแสนจะมีค่าของฉันค่อยๆ นับถอยหลังไปเรื่อยๆ ทำให้จากที่ตั้งใจว่าจะติวให้เขาทุกวันหลังเลิกเรียนสักประมาณหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้ครึ่งชั่วโมงยังไม่ได้เลยมั้ง

นี่ฉันรู้สึกเสียเวลามาก

อีกอย่าง ฉันรู้สึกเกรงใจหมอก

ป่านนี้คงจะหาอะไรทำรอจนเบื่อแย่แน่เลย

ฉันที่เกยคางอยู่บนกองหนังสือที่สูงลิบยิ่งกว่าโตเกียวทาวเวอร์ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่หมื่น ในขณะที่มีเสียงเหมือนระเบิดเวลาดังติ๊กต่อกอยู่ในหัวอย่างเร่งให้ฉันรีบหาทางออกให้กับสถานการณ์ดังต่อไปนี้ ทั้งที่ฉันเป็นติวเตอร์อันดับหนึ่ง (ของห้อง) แท้ๆ ทำไมเขาถึงไม่กระตือรือร้นเอาซะเลยนะ

ยังไงก็เถอะ หมดเวลาก็จบ จบคือจบ

ฉันจะไม่ต่อเวลาให้เขาโดยเด็ดขาด

ทุกอย่างฉันแพลนไว้หมดแล้ว!

ผมไม่ติวหรอกเสียงทุ้มนั้นราวกับกระชากฉันให้หลุดจากห้วงความคิด

ไม่ใช่ตกใจ ไม่ใช่แปลกใจ แต่เพียงแค่ความไม่เข้าใจในตัวเขาก็ทำให้ฉันชะงักไป และถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ในที่สุด เขาก็ยอมตอบสนองฉันจนได้ หลังจากที่นั่งเงียบอมพะนำมาตั้งครึ่งชั่วโมง

แต่อะไรคือไม่ติว?

ให้เกียรติกองหนังสือใต้คางฉันด้วยค่ะ!

ผมไม่อยากติว เดี๋ยวจะไปพูดกับ จารย์ยุวดีให้

จู่ๆ ก็พูดเรื่องเอาแต่ใจแบบนั้น ในขณะที่สายตาเอาแต่จ้องหน้าจอมือถือ

เธอจะกลับไปเลยก็ได้นะ

นี่เขา

คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเองแค่คนเดียวหรือไง ฉันอุตส่าห์ตัดสินใจจะช่วยนายนะยะ แถมยังอุตส่าห์คิดแผนการมาทั้งคืนจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนเพื่อวางแผนว่าทุกๆ เย็นนายจะได้เรียนรู้วิชาไหน บทเรียนอะไรไปจากฉันบ้าง ฉันน่ะมาด้วยหัวใจเต็มร้อย ไม่ได้คิดถึงผลพลอยได้ว่าอาจารย์จะมีรางวัลให้ฉันเล้ยยย (ไขว้นิ้วไว้แล้ว) แต่ทำไมนายถึงมาผลักไสไล่ส่งฉันแบบนี้ แง ไอ้คนประหลาดไร้หัวใจ

ไม่กลับ” นี่แน่ะ ขึ้นเสียงใส่ซะเลย ไม่ยอมเว้ย

ทำไมล่ะ ลำบากหัวหน้าซะเปล่าๆ

ก็…” พูดอีกก็ถูกอีก เพราะคำพูดที่ฉันพร่ำบ่นมาหลายบรรทัดว่าทำงานจนหัวฟู เหนื่อยจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย อย่างกับถูกหมอนั่นตอกกลับมาด้วยประโยคเดียว ก๊อกเดียวสั้นๆ เลย ให้ตายเถอะ ด้วยเหตุนั้น ฉันจึงปฏิเสธอาจารย์แกไปในทีแรกไงเล่า เพราะฉันอยากช่วยนายไง

จริงอยู่ว่าจะมีข้อเสนอมาล่อตาล่อใจก็เถอะ แต่ความรู้สึกที่มากไปกว่านั้นที่ตกตะกอนออกมาในระหว่างที่ใจเย็นลงได้ ก่อนจะตัดสินใจวางแผนการสอนมาตลอดทั้งคืน แล้วก็ต้องมานั่งตื๊อให้ผู้ชายตัวโตไปติวหนังสือในวันนี้ ก็คือ เกรดของเขาที่ย่ำแย่ซะจนฉันไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้

รู้ทั้งรู้ว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง

แต่มันก็อดเข้าไปยุ่งไม่ได้

นี่อาจจะเป็นข้อเสียของฉันอีกหนึ่งข้อ ความใจดีมันเป็นบาปซะจริงๆ เลยน้า~! ฮ่วย

“…!” เขาชะงักไปกับคำพูดของฉัน

“…”

เธออยากช่วยผมจริงๆ เหรอนัยน์ตาสีดำดูเฉื่อยชาเบือนมาสบตาฉันเป็นครั้งแรกของวัน จากนั้นก็ยิงคำถามด้วยน้ำเสียงโมโนโทนออกมาแบบไม่ได้แฝงความซาบซึ้งในน้ำใจฉันหรือปลาบปลื้มอะไรเลย ทำให้ฉันรู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปวูบหนึ่ง สำหรับคนอย่างฉันที่มักจะได้รับแต่คำว่า ขอบคุณนะยู~เมื่อได้พุ่งพรวดเข้าไปเสนอตัวช่วย หรือไม่ก็ถูกไหว้วานขอให้ช่วยมาโดยตลอด

อื้อฉันพยักหน้าตอบกลับไป

แต่ผมไม่ต้องการ

ทว่าเขาเป็นคนแรกที่ยักไหล่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากฉัน

ผมอยากเล่นเกมโดยไม่ได้มีเหตุผลซับซ้อนอะไรหรอก ก็แค่คงจะคิดว่ายุ่งยากสำหรับเขาเท่านั้นเอง ไปล่ะว่าจบก็ผละตัวออกห่างด้วยการคว้ากระเป๋าไปสะพายไหล่ข้างหนึ่งแล้วก็ถือมือถือไว้ด้วยแขนข้างเดียวกัน ก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปยังบานประตู ทิ้งฉันให้นั่งเด๋ออยู่อย่างนั้นราวกับไว้อาลัยให้กับกองหนังสือใต้คางตัวเอง

หมอนั่นพิลึกคนชะมัด

ในเมื่อคนที่จะได้รับประโยชน์ก็คือตัวเขาเองนะ ทำไมถึงไม่คว้าเอาไว้กัน

ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ ไม่มีทางปฏิเสธแน่ๆ

เดี๋ยวสิ!”

หากแต่ฉันกลับพิลึกกว่าตรงที่เรียกเขาไว้สุดเสียง

แถมยังวิ่งเข้าไปห้ามเขาไม่ให้หนีไปไหนอีก

มีอะไร

ฉัน…”

ไม่ต้องห่วงน่า เดี๋ยวผมจะไปบอกอาจารย์เอง ผมไม่ลืมหรอก

ไม่ใช่

บ้าเอ๊ย! ฉันควรจะแก้นิสัยโง่ๆ นี่ได้แล้ว

ฉันจะติวให้นายฉันกัดปากตัวเองอย่างรู้สึกอับอายสุดๆ ที่จู่ๆ ก็ต้องมาขอร้องให้เขาช่วยฉัน ด้วยการให้ฉันช่วยเขาทีเถอะ มันฟังดูประหลาดสุดๆ ไปเลย ฮือออ เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองกำลังก้มหน้าหลับตาแน่นอยู่อย่างทนในสภาวะนี้ไม่ไหวก็ตอนที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องมองฉันด้วยแววตาวูบไหวเหมือนไม่เข้าใจในอะไรบางอย่าง

อะไรของเธอเนี่ย

ฮือๆ ไม่รู้

ทั้งอยากได้ข้อเสนอของอาจารย์ แล้วก็ทั้งอยากช่วยให้เขาเอาตัวรอดจากเกรดนรกๆ ทั้งหมดนี่ไปได้นั่นแหละ บ้าจริงๆ เลย

เธอนี่…” เขาพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากเหมือนนึกขำกับท่าทางของฉัน แต่ก็ยังดูจริงจังระคนเหนื่อยใจอยู่ในทีผมอุตส่าห์หาทางออกให้เราสองคนวินๆ กันทั้งคู่แล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะชอบเรื่องยุ่งยาก

เอ๊ะ!” นี่เขาหาว่าฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเหรอ

แต่เธอก็ทำให้ผมไม่สนใจเกมได้ตั้งห้านาที

“…” คราวนี้ฉันร้องเอ๊ะในใจ

พยายามอีกหน่อยสิอีกฝ่ายว่าพลางเท้าแขนกับบานประตูแล้วจ้องมองฉันด้วยสายตาอ่านยาก แล้วก็ยิ้มมุมปากอีกครั้งแต่กลับให้ความรู้สึกพิเศษที่แตกต่างกับก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิงถ้าเธอทำให้ผมเลิกสนใจเกมมาสนใจเธอได้ล่ะก็ ผมจะยอมมาติวกับเธอแล้วกัน

“…”

ฉันตกใจกับท่าทีของเขาซะจนพูดแล้วไม่มีเสียงออกมา

เสียงของฉันหายไปหนายยย

ตกลงมั้ยเขาเลิกคิ้วด้วย

นี่เขาแสดงสีหน้าออกมาได้หลากหลายขนาดนั้นเลยเหรอ รู้มั้ยว่าเขากำลังทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกาลิเลโอที่เพิ่งจะค้นพบว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ โฮฮฮ

ว่าไง

ก็…” ฉันยังอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่กับคำถามของเขา

จะตอบยังไงดีนะ

ก็ที่พูดว่าต้องทำให้เขาเลิกสนใจเกมมาสนใจฉัน มันฟังดูยังไงๆ อยู่น้า~ น่ะ

เห็นมั้ย เธอไม่ต้องมาเสียเวลากับผมหรอก

ฉันคิดออกแล้ว!”

“…?

ก็คิดดูนะ ถ้าเกิดนายเล่นเกมทั้งวัน แบตนายก็จะหมดเร็ว ทีนี้ที่บ้านก็จะติดต่อนายไม่ได้ ซึ่งนั่นเรื่องใหญ่มากเลยนะ แล้วนายจะทำยังไงล่ะฉันรีบสาธยายผลเสียของการเล่นเกมพลางทำตาโต เพื่อไม่ให้เขาตัดบทไปจากฉันแล้วหันหลังให้ซะก่อน แต่ถ้านายสละเวลาเล่นเกมมาติวกับฉันหลังเลิกเรียนสักหนึ่งชั่วโมงทุกวัน นายก็จะประหยัดแบตได้ตั้งเยอะและเหลือแบตไว้ใช้จนกว่าจะถึงบ้านแน่นอน เพราะงั้น…”

ไม่มีหรอกเขาพูดแทรกทันที

“…” เอ๊ะ? อะไรไม่มีอ่ะ

ที่บ้านไม่โทรมาหรอก

“…” คราวนี้ฉันเงียบไป

ไม่ใช่เพราะพูดแล้วไม่มีเสียงออกมา

ไม่ใช่เพราะตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

แต่ไม่รู้ทำไมเพียงแค่สีหน้าในเสี้ยววินาทีสุดท้ายที่เขาแสดงให้ฉันเห็นกับแผ่นหลังกว้างที่เขาหันมาให้ ถึงทำให้ฉันได้แต่ยืนนิ่งไปและไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือไปเพื่อรั้งเขาไว้อีก

 





วันต่อมา

กริ๊งงง

เสียงกริ่งของโรงเรียนที่ดังขึ้นในชั่วโมงสุดท้าย ราวกับเป็นสัญญาณให้เพื่อนในห้องพร้อมใจกันก่อจลาจลเล็กๆ อย่างช่วยไม่ได้ ใครที่ก้มหน้าแกล้งอ่านหนังสือตามบทเรียนอยู่ก็จะยืดหลังตรง ใครที่ตั้งใจฟังอาจารย์สอนอยู่ก็จะเปลี่ยนแววตาไปจ้องมองท่านอย่างกดดันเหมือนส่งกระแสจิตให้ ไม่ว่าท่านจะสอนจบบทหรือไม่ และแน่นอนว่าร้อยทั้งร้อย ท่านจะไม่สามารถทนต่อความสามัคคีของคนหมู่มากได้ จึงต้องปล่อยให้พวกเขาออกจากห้องเรียนไปเหมือนปลดปล่อยเหล่าลูกลิงน้อยกลับคืนสู่ป่า

แต่ใช่ว่าทุกคนจะรีบร้อนกลับบ้านไปกันหมดหรอกนะ

มันก็เหมือนกับเมื่อวานนั่นแหละ ที่ทั้งห้องจะเหลือแค่ฉัน ลีโอ แล้วก็เพื่อนที่เป็นเวรสี่ห้าคน

นี่…”

จึ้กๆ

ฉันจิ้มไหล่คนตัวสูงเบาๆ เอ่ยถามเสียงแผ่ว

ไปติวกันมั้ยพร้อมกับฉีกยิ้มหวานอย่างคาดหวัง เป็นไงยะ คราวนี้ฉันดูเหมือนอันนาไปเคาะประตูเอลซ่าป่ะ พยายามให้ทำนองเหมือนเลยนะเอ้า จะไปติวหนังสือด้วยกันมั้ย ไปติวด้วยกันรีบมา ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ได้พบหน้า มาติวดีกว่า คล้ายๆ ว่านายขี้เกียจ เราเคยเป็นเพื่อนที่แสนดี แต่วันนี้ก็เปลี่ยน อยากขอนายบอกให้เข้าใจ~”

“=_=”

ปั้นมนุษย์หิมะด้วยกันมั้ย เอ๊ย! ติวกันมั้ย

พอเถอะน่า

งั้นไม่กวน…”

แงงงง ไม่ได้ผลเรอะ เพราะไม่ว่ายังไง เกรดของเขาที่ย่ำแย่ซะจนน่าเป็นห่วงก็ทำให้ฉันเมินเฉยต่อไปไม่ได้ อีกทั้งอาจารย์ประจำชั้นก็ไม่ได้ขอร้องให้ฉันไปทำงานอะไรอีกเหมือนให้ฉันมีเวลากับลีโออย่างเต็มที่ ดังนั้นในเมื่อรับปากไปแล้ว ก็มีแต่ต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น! แต่มันติดๆ ขัดๆ อยู่ตรงที่ลีโอปฏิเสธไม่ยอมให้ฉันช่วยติวสักทีนั่นล่ะ จนกว่าฉันจะทำให้เขาเลิกสนใจเกมมาสนใจฉันแทนได้ ให้ตายสิ เกรดก็แย่ขนาดนั้นแล้วยังจะห่วงเล่นเกมอีก ฉันล่ะไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ

นะ นะ นะ

ขอผ่านเขาตอบเสียงเรียบ

ทำไมล่ะฉันเซ้าซี้เสียงสูงแบบไม่ยอมสุดๆ

ก็มันไม่เห็นจะน่าสนุกเลยนี่ว่าพลางยักไหล่ไปสไลด์จอจับโปเกม่อนต่อ ปล่อยให้ฉันที่เพิ่งจะได้รับฟังคำตอบถึงกับคิ้วกระตุกไปนิดๆ ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเอาหัวของเขาทุ่มไปกับโต๊ะซะให้มันรู้แล้วรู้รอด

ติวมันก็ต้องไม่น่าสนุกอยู่แล้วสิ

ผมถึงไม่อยากติวไง

วกกลับมาที่เดิม #เอวังเลยจ้า

ฉันถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ แต่ยังหรอกน่า ฉันยังไม่อยากยอมแพ้

แต่เกรดของนายน่ะ

ยู!”

คำพูดของฉันขาดห้วงไปเนื่องจากเสียงเรียกของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง ฉันจึงต้องเม้มปากหยุดบทสนทนาเอาไว้กลางคัน ก่อนจะหันหน้าไปยังต้นเสียง ทำให้คนข้างตัวยักไหล่อีกครั้งแล้วตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกมต่ออย่างสบายใจเพราะไม่มีสายตาของฉันคอยจับจ้อง

ยูยังไม่กลับบ้านเหรอผู้หญิงที่เป็นเวรวันนี้ถามพลางมุ่นคิ้วราวกับเจอเรื่องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ยังจ้ะตอบพลางปรายตาไปมองลีโอหนึ่งที จากนั้นก็หันกลับไปสบตาคนตรงหน้า มีอะไรล่ะ

ยูว่างหรือเปล่าน้ำเสียงเกรงใจเอ่ยถาม

ซึ่งฉันรู้ทันทีว่าประโยคต่อมาคืออะไร

เรามีเรียนพิเศษด่วนเลยอ่ะ อาจารย์เพิ่งจะโทรมาตามเมื่อกี้ แต่เรายังทำเวรไม่เสร็จน่ะสิก็เลยไม่รู้จะทำยังไงดี

“…” ฉันเงียบไปอย่างไม่มีอะไรจะพูด

ช่วยเอาขยะไปทิ้งให้เราหน่อยได้มั้ยยู เรารีบมาก กว่าจะเอาลงไปกว่าจะเอาขึ้นมา เราก็คงจะไปไม่ทันน่ะจ้ะเธอขมวดคิ้วไปน้ำตาคลอไปอย่างน่าสงสารซะจนถ้าหากฉันไม่ยอมช่วยเธอล่ะก็ คงจะดูใจร้ายเกินไปหน่อย

ถ้างั้นเอาไงดี

คราวนี้ฉันเหลือบไปมองลีโออย่างชั่งน้ำหนัก

ระหว่างคนที่ตัวเองอยากช่วยกับคนที่ขอร้องให้ฉันช่วย

“…”

จนฉันเห็นว่าลีโอชะงักไปแบบที่สายตาไม่ได้จดจ่ออยู่แต่กับหน้าจอเหมือนเดิม

ราวกับเขากำลังรอฟังคำตอบจากฉัน

แต่ฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้

ไม่มีอะไรที่เขาสนใจมากไปกว่าเกมตรงหน้าอยู่แล้ว

โอเคจ้า~ เราว่างพอดีน่ะ แฮ่!” เพราะงั้นฉันก็เลยตอบตกลงกลับไปพร้อมกับฉีกยิ้มแห้งๆ ให้กับอีกฝ่ายโดยคิดว่าตัวเองกำลังเลือกหนทางที่ดีที่สุด ใช่แล้วล่ะ ไม่ว่ายังไง ฉันก็ไม่ได้อยากนั่งอยู่เฉยๆ เพียงเพื่อตามตื๊อลีโอ ทั้งที่เขาไม่ยอมให้ความร่วมมือแม้แต่นิดหรอกนะ

สู้ช่วยคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือในตอนนี้ยังจะดีซะกว่า

ขอบใจมากเลยนะจ๊ะยู!” เจ้าของเสียงหวานระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะผงกหัวขอบคุณฉันไม่รู้ตั้งกี่รอบ ยิ่งยืนยันให้มั่นใจว่าฉันไม่ได้ตัดสินใจผิด

แบบนี้แหละดีแล้ว

ไม่ว่าง

เอ๊ะ?

หัวหน้ามีธุระกับผมแล้วน้ำเสียงเอาแต่ใจเอ่ยออกมาทันทีโดยไม่แม้แต่หันมาถามความสมัครใจจากฉัน

ในขณะที่ฉันกำลังขมวดคิ้วงงเพราะย่อยข้อมูลไม่ทัน

หากแต่ลีโอไม่ได้ขยายความมากไปกว่านั้น

ฟึ่บ!

นอกจากเขาหยัดแขนยืนขึ้น

ในตอนนั้นเองที่ฉันเพิ่งจะสังเกตว่าเขาเก็บมือถือไปแล้ว เมื่อจู่ๆ มือใหญ่กว่าก็โกยเอากองหนังสือซึ่งฉันเตรียมมาอย่างดีเพื่อจะใช้ติวไปถือไว้ด้วยมือข้างเดียวพร้อมกับเหวี่ยงกระเป๋านักเรียนของเขาไปสะพายอยู่บนไหล่กว้าง ก่อนจะเร่งรีบเดินออกไปจากห้องเรียนชนิดที่ดูทุลักทุเลมากซะจนเหมือนผีบ้าหอบฟาง

อะไรน่ะ?

จู่ๆ ก็

รอด้วย!” ฉันตะโกนไล่หลัง ทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งสติให้ดี ก่อนจะขยับปากเป็นคำว่าขอโทษให้กับผู้หญิงตรงหน้าลวกๆ แล้วรีบวิ่งตามเขาไป และกว่าฉันจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรกันแน่ ฉันก็พบว่าเขากำลังนั่งรออยู่ใต้ตึกเรียนบนโต๊ะม้าหินอ่อน พร้อมกับกองหนังสือของฉันทั้งหมดที่ถูกวางลงระหว่างกลางจนสายตาของเราสองคนประสานกัน

ทำให้ผมสนใจเธอให้ได้ด้วยล่ะ

ในหัวสับสนไปหมด

ฉันเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามเขาอย่างเงียบๆ

จู่ๆ ก็เป็นแบบนี้ไปซะได้

จู่ๆ ก็ยอมมาติวหน้าตาเฉยซะจนตั้งตัวไม่ทัน

เฮ้อออ~

ว่าแต่ฉัน

จะต้องทำยังไงให้เขาสนใจดีเนี่ย

แปลกตาดีนะ

“…?ฉันเลิกคิ้วให้กับคำพูดของเขา

ปกติผมจะมองเห็นเธอแค่ด้านข้างๆ มาตลอดลีโอพึมพำต่อเสียงเบา เขาเท้าคางแล้วขมวดคิ้วยุ่งเหมือนแปลกใจอย่างจริงจัง ซึ่งฉันก็ยอมรับว่าตัวเองรู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เพราะจะว่าไป มันก็มีน้อยครั้งมากเลยนะที่ฉันได้มองเห็นใบหน้าตรงๆ ของเขาแบบนี้

จริงด้วยเนอะฉันหลุดยิ้มออกมา ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกตลก

อือ อาจเป็นเพราะเห็นว่าเขาเองก็ยิ้มกลับมาให้ล่ะมั้ง

ติวเลยมั้ย

บรรรยากาศกำลังดี~

“…อ๊ะ!”

แต่ลีโอกลับรีบทำตาโตทันทีเหมือนไม่ปล่อยให้ฉันฉวยโอกาสในตอนที่เขากำลังเผลอ สายตาของเขาผละออกไปจากฉัน มือหนาคว้าไปหยิบมือถือด้วยความรวดเร็วราวกับเพิ่งระลึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ แต่ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำตามใจชอบอย่างนั้น

แทนที่นายจะเล่นเกมคนเดียว

“…”

นายมาเล่นเกมกับฉันเถอะ

หือ?!” เขาวางมือถือลงทันที

โห่~ ช่างเดาทางได้ง่ายดายอะไรอย่างเน้

หัวหน้าจะเล่นเกมกับผมเหรอเขาเอียงคอสงสัยโหลดแอพหรือยังล่ะ

มะไม่ใช่!” ฉันติดอ่างโดยไม่ตั้งใจ กรี๊ดดด ฉันไม่ได้หมายความว่าตัวเองจะไปตามล่ามอนสเตอร์กับนายสักหน่อย! ดังนั้นเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดต่อไอเดียที่ฉันเพิ่งจะคิดได้ ฉันจึงรีบทำตามแผน ด้วยการนำไม้บรรทัดมาทาบ แล้วฉีกกระดาษสมุดออกมาเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ให้มีขนาดพอดีฝ่ามือ นี่คือตั๋วรับฟังคำขอ

เห?!” เขาตาลุกวาวไปอี๊กกก

กติกามีว่าถ้านายตั้งใจติวแล้วทำแบบทดสอบที่ฉันเตรียมไว้ ได้เกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ นายจะสั่งให้ฉันทำอะไรก็ได้ ทุก! อย่าง! การันตีจากเพื่อนหรืออาจารย์ทุกคนที่เคยไหว้วานฉันให้ทำงานนู่นนี่นั่นแทน ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหน เพราะงั้นว่ามาได้เลย ฉันทำให้นายได้หมดนั่นแหละ

“…”

“…”

เอ๊ะ?

ทำไมจู่ๆ เขาถึงเงียบไป

ฉันเงียบไปบ้างแล้วกะพริบตาถี่ใส่อีกฝ่ายอย่างค้นหาคำตอบ และพบว่าลีโอกำลังพ่นลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ เหมือนรวบรวมสมาธิ จากนั้นก็จ้องมองมายังฉันด้วยสายตาจริงจัง ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันหัวเราะออกมาเพราะไม่คาดฝันว่าจะได้เห็นสีหน้ากระตือรือร้นจากเขา นี่สินะที่โบราณท่านว่าไว้ อยากได้ลูกเสือให้เข้าถ้ำเสือ แต่ถ้าอยากได้ลีโอที่ติดเกมจนแทบบ้าก็ให้ทำตัวเป็นเกมให้เขาเล่นซะเลย

นายอยากได้วิชาไหน

แล้วแต่เธอสิ เตรียมมาตั้งนานไม่ใช่เหรอ

โอ้ววว เขินจัง เขาสังเกตด้วยงั้นเหรอว่าฉันโคตรเตรียมพร้อม *O*

นี่มันเหนือความคาดหมายมากจริงๆ

เชื่อมั้ยว่าลีโอตั้งใจมากชนิดที่ฉันอยากจะขยี้ตาตัวเองสักพันครั้งว่าคนตรงหน้าใช่ผู้ชายข้างโต๊ะที่นอนหลับอยู่ตลอดเวลาขณะอาจารย์สอนหรือเล่นเกมจนหมดคาบพักหรือเปล่า เขาในตอนนี้กลายเป็นนักเรียนดีเด่นจนครูชั่วคราวอย่างฉันได้แต่ทาบอกในใจ เมื่อเขาตั้งคำถามทันทีที่ฉันสอนจบบท ซึ่งมันก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีได้เลยว่าเขาเข้าใจในความรู้ที่ฉันกลั่นกรองให้แทบจะหมดทุกอย่าง

และฉันก็ต้องใช้คำว่าเขาเข้าใจหมดทุกอย่างจริงๆ

เพราะเขาทำแบบทดสอบได้คะแนนเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ดังที่ฉันเคยตั้งรางวัลไว้

ราวกับเกรดที่ย่ำแย่ของเขาที่ผ่านมาเป็นเรื่องโกหก

หัวหน้า!” ลีโอคว้าแผ่นกระดาษในมือฉันไปฉีกตรงมุมแล้วโปรยให้มันร่วงหล่นลงมาผ่านสายตาฉันไป ทำให้ฉันรีบดึงสติกลับมาและตระหนักได้ว่าตัวเองจะต้องเตรียมตัวรับฟังคำขอจากเขาแล้วทำตามสักที

ไม่ว่าจะง่ายหรือยากแค่ไหน

ลีโอหลับตาลงสักพัก

ผมขอ…”

อย่างกับกำลังอธิษฐานให้กับเค้กก้อนโตในงานวันเกิด

ผมอยากจะขอเรียกหัวหน้าว่า ยูได้หรือเปล่า

ฮะ?

อือฮึ

แค่นั้นเองเหรอ

ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป

เขาถึงได้ยิ้ม

และมันเป็นรอยยิ้มที่ฉันคิดว่าใสซื่อที่สุด

คำขอของผมคงไม่ได้ยากเกินไปใช่มั้ย

“…”

ทุกคนเคยได้ยินหนังชื่อเรื่อง 5 Centimeters per Second มาก่อนใช่มั้ยคะ สาบานเลยว่าจู่ๆ พอได้สบตากับเขาในวินาทีนั้นแล้ว ฉันจะนึกถึงหนังชื่อเรื่องที่ว่านั่นขึ้นมาทันที พร้อมทั้งจินตนาการฉากนั้นเป็นภาพในหัวได้อย่างชัดเจน

ยามซากุระร่วงโรย

ยู :)”

ใครจะไปคิดล่ะว่าวิธีที่ทำให้เขาเลิกสนใจเกมมาสนใจฉัน

ก็คือการที่ฉันกระโดดเข้าไปเป็นเกมให้เขาเล่นซะเอง


 







เย้มาแล้วววววววววววว  ตอนนี้พระเอกดูอ่อยๆ เบาๆ ชอบบบบ <3
นางเอกก็เล้าหลือเวอร์ เป็นเราคงรำคาญอ่ะจะเล่นเกมจะทำไม 55555

ถ้าชอบ อยากติดตามต่อก็กด Like แฟนเพจที่หน้านิยายหลัก
และกดเป็นแฟนพันธ์แท้ที่นี่ได้เลย >O<


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #3 anearest (@anearest) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 06:05

    ในที่สุดก็ยอมให้ติวนะลีโอ เรียนเก่งไปอีก

    #3
    0