Invisible Boy Next to Me ❀ ปิ๊งรักข้างหัวใจ นายตัวดี

ตอนที่ 5 : S : Study

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ธ.ค. 61


4

S : Study

 

ถ้าเกิดให้อธิบายสถานการณ์ต่อจากนั้นก็คงจะไม่ต่างอะไรกับช่วงเวลาของอะมีบาที่กำลังแบ่งเซลล์ เอ่อฉันหมายถึง ทีแรกก็มีคนไม่ชอบเขาประมาณหนึ่งอยู่แล้ว ในตอนนี้กลับมีสายตาแปลกๆ พุ่งตรงมายังแผ่นหลังของลีโอมากขึ้นไปอีก แบบมากกว่าเดิมสักประมาณสองเท่าได้ จนฉันคนนี้ถึงกับได้รับอิทธิพลไปด้วย

แต่เอาเถอะ เพราะถึงยังไง ฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ ลีโอก็ตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกับเขาค่ะ

จะไม่มีวันมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ อย่างนั้น เด็ด! ขาด!

ฟิ้ววว~

จนกระทั่งบังเอิญเหลือบไปเห็นกองทัพเศษใบไม้หล่นอยู่ใต้โต๊ะของเขาเต็มไปหมด ฉันก็ปรายตาไปมองเขาทันที โดยไม่รับประกันแม้แต่นิดว่าตัวเองกำลังมองเขาด้วยสายตาแบบไหนอยู่

นี่เขาไปทำอะไรมาเนี่ย?

 

zZz

ใบหน้าเนียนใสและแพขนตายาวที่พริ้มลงมา เนื่องจากคนตัวสูงกำลังฟุบโต๊ะหลับโดยตะแคงหน้ามาทางฉันราวกับเด็กน้อย พร้อมด้วยลมหายใจฟึดๆ ฟัดๆ ที่ถ้าหากอยู่ห่างออกไปสักสองสามก้าวแล้วล่ะก็ คงจะไม่ได้ยินแน่ๆ ทำให้ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างกลุ้มใจว่าคงมีแค่ฉันเท่านั้นที่กังวลกับเรื่องที่ผ่านมา

เอาจริงๆ ตั้งแต่วันนั้น เขาก็แทบจะทำตัวเป็นปกติได้เลยด้วยซ้ำ (ปกติของเขา = แปลกของทุกคน) ชนิดที่ต่อให้มีเพื่อนผู้หญิงคนไหนนินทาต่อหน้า เขาก็จะเดินผ่านไปเลยแบบด้อนท์แคร์เวิร์ล หรือต่อให้มีเพื่อนผู้ชายพากันจ้องมองเขาเหมือนเห็นตัวประหลาดแบบโคตรเว่อร์ เขาก็จะมองข้ามไปราวกับไม่ให้ราคามันอะไรทำนองนั้น

กลับเป็นฉันเองที่เดือดร้อนวิ่งเต้นไปกับผลกระทบนั่น

ในขณะที่เจ้าตัว

zZz

หลับทั้งวัน

ใช่ซี่~ ขนาดเขาเองยังไม่สนใจเลย แล้วทำไมฉันจะต้องไปยุ่งกับเขาด้วยล่ะ เป็นแม่เขาเหรอ

ยู! กลุ่มเราต้องไปห้องคหกรรมแล้วนะ ให้รอมั้ย

ไปก่อนเลย! เดี๋ยวฉันตามไป ตอบออกไปทั้งที่ยังไม่ทันประมวลผลให้ดี จะพูดว่าเผลอหลุดปากออกไปก็ได้ ด้วยเหตุนั้น ฉันถึงต้องมายืนโขกหัวกับอากาศอย่างลงโทษให้กับคำตอบของตัวเอง

แต่เมื่อเลื่อนสายตาไปมองอีกฝ่าย

ไม่ว่าเสียงเลื่อนเก้าอี้หรือเสียงฝ่าเท้าของเพื่อนร่วมห้องที่กำลังเดินออกไปจะดังตึงตังแค่ไหน ใบหน้าไร้เดียงสาของเขาก็ตอบสนองเพียงแค่ย่นจมูกเบาๆ เหมือนไม่ยอมตื่นจากความฝัน แถมยังยกมือขึ้นมาปิดหูอีกต่างหาก จนทำให้คนที่กำลังแอบมองเขาอยู่อย่างฉันต้องอุทานในใจว่า อะไรวะ มีเงี้ยด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็อดไม่ได้ที่จะขำ และจู่ๆ ฉันก็เปลี่ยนใจมาคิดได้ว่าโชคดีจริงๆ ที่ตัดสินใจไม่ทิ้งเขาไว้

zZz

ก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม แต่ฉันพูดว่า ช่างเขาเหอะแบบนั้นไม่ได้

ตามใจยูแล้วกัน อย่าช้านักล่ะ

จ้า

เฮ้อออ~ วุ่นวายไม่เข้าเรื่องแท้ๆ

ลีโอถอนหายใจออกมา ก่อนจะโน้มหน้าลงไปปลุกด้วยการเรียกชื่อของอีกฝ่ายซ้ำๆ

ฟึ่บ!

แต่เขากลับขมวดคิ้วเหมือนรำคาญกับเสียงสะท้อนเบาๆ ของฉันที่ฟังดูคล้ายยุงล่ะมั้ง จึงสะบัดหน้าหนี หันไปนอนตะแคงอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว เล่นเอาฉันไม่กล้าปลุกเขาต่อเลย ฮือออ ภาพที่ปรากฏต่อฉันตรงหน้าเหลือแต่มือใหญ่ๆ ซึ่งกำลังขยุ้มผมสีน้ำตาลอ่อนจนยุ่งเหยิง ราวกับป้อมปราการเพื่อป้องกันไม่ให้ใครก็ตามฝ่าเข้าไปในโลกของเขาเป็นอันขาด

จะทำยังไงดีนะ

ฉันเองก็ไม่เคยตื๊อใครขนาดนี้ซะด้วย

แต่ถ้าเขาง่วงจริงๆ ล่ะ หรือฉันควรจะปล่อยเขาไปดี?

ในขณะที่ฉันยอมถอดใจให้กับทางเลือกสุดท้าย สองมือพลางคว้าสัมภาระขึ้นมาจากโต๊ะและกำลังจะหันหลังให้กับคนตรงหน้า ทันใดนั้น

หมับ!

เลิกเรียนแล้วเหรอ

ตัวฉันก็ถูกตรึงไว้ด้วยแรงดึงจากมือใหญ่กว่าของเขา

ลีโอในตอนนี้กำลังใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่เท้าคางกับโต๊ะด้วยสีหน้าง่วงเหงาหาวนอนแบบครึ่งหลับครึ่งตื่นสุดๆ แต่ก็ยังยิ้มที่มุมปากออกมาได้ เขาคงจะถามแบบนั้นเพราะเห็นว่าในห้องนี้ไม่มีใครอยู่อีกแล้วสินะ (พยายามมองโลกในแง่ดีว่าเขาไม่ได้กะจะหลับจนถึงเย็น)

ไม่ใช่หรอกฉันตอบ

งั้นเหรอ…” โดยไม่คิดเลยว่าเขาจะทำหน้าผิดหวังซะขนาดนั้น

คาบต่อไปมีเรียนวิชาทำอาหารน่ะ เราต้องไปแล้วว่าพลางมองนาฬิกาบนฝาผนังเพื่อคำนวณระยะเวลาที่อาจารย์ประจำวิชาใช้ กว่าท่านจะเดินทางจากห้องพักครูมาถึงห้องคหกรรมในอีกไม่กี่นาที ไปกันเถอะลีโอ นายหยุดเรียนไปตั้งสองอาทิตย์ เพราะงั้นนายจะต้องรีบไปที่ห้องแล้วก็หากลุ่มอยู่อีกนะ

อ่า…” เขายอมลุกขึ้นยืนจนได้ ว่าแต่ผมต้องเอาอะไรไปบ้าง

ไม่ต้องเอาอะไรไปหรอก ในห้องมีอุปกรณ์ครบอยู่แล้วฉันพูดไปตามความจริง แต่เขากลับหรี่ตาลงเหมือนไม่เชื่อ ในขณะที่สายตาง่วงๆ เบลอๆ ของเขานั้นกำลังจ้องมองอะไรต่อมิอะไรในอ้อมแขนฉัน แถมยังพ่วงด้วยกระเป๋าผ้าที่คล้องไหล่ไว้ด้วยอีกหนึ่งใบ ซึ่งพอฉันเห็นสีหน้าที่อ่านง่ายของเขาแล้วก็ถึงกับหลุดหัวเราะ มันเป็นสมุดเช็กชื่อของทุกคนสำหรับอาจารย์น่ะ ส่วนในกระเป๋าก็มีเครื่องปรุงที่ฉันอาสาเอามาเองเพราะทำกับข้าวไม่เก่งก็เลยช่วยเพื่อนในกลุ่มได้แค่นี้

“…”

ทำไมถึงมองฉันงั้น

“…” เขาส่ายหัว

แล้วทำไมต้องมองฉันเหมือนไม่เชื่อด้วยฉันถามตาโต รู้มั้ยว่าฉันแอบเสียความมั่นใจนะ

แค่ผิดคาดนิดหน่อยน่ะ ก็หัวหน้าดูทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แล้วพอบอกว่าทำกับข้าวไม่เก่งก็เลยแปลกใจคำตอบที่ราวกับสงสัยในตัวฉันทำให้ฉันรู้สึกอึ้งไปนิดหน่อย เพราะไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะคอยสังเกตฉันเหมือนกัน ก็นึกว่าจะมีแต่ฉันที่คอยสังเกตเขาอยู่ฝ่ายเดียวซะอีกผมช่วยถือมั้ย

ฮะ? กระเป๋าเหรอ ไม่เป็นไร มันหนักอ่ะ

ผมจะช่วยถือสมุดเช็กชื่อ พูดพลางแย่งไปถือไว้เองอย่างเอาแต่ใจ

“…” ด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนยืนยันว่าไม่ได้ล้อเล่นสักนิด

นี่พูดจริงเรอะ?!

ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆ แก้เก้อ พร้อมกับความรู้สึกที่จู่ๆ ก็หนักไหล่มากกว่าเดิมยังไงก็ไม่รู้ ก่อนจะรีบเดินตามลีโอซึ่งเดินตัวปลิวนำหน้าไปก่อนให้ทัน พลางคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าผู้ชายตรงหน้าจะสรรหาเรื่องอะไรมาเซอร์ไพรส์ฉันอีก

โครม!

นั่นไง

ไม่ทันไร ลีโอก็หยุดเดินโดยไม่บอกไม่กล่าว ดั้งฉันจึงกระแทกกับหลังเขาเข้าให้

แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านอะไร ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือเขาแทบจะไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำ

นี่นาย…”

ชู่ววว~

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาทำท่าตลกๆ แบบนี้

จู่ๆ ก็โน้มตัวไปข้างหน้าพลางใช้นิ้วจุ๊ปากทั้งที่ยังก้มหน้าหาเศษเหรียญบนพื้น โอ๊ย! ตายล่ะ

นี่นายกำลัง…”

เงียบๆ หน่อย ผมจะต้องใช้สมาธิน้ำเสียงขรึมอย่างไม่สมกับใบหน้าเด็กน้อยโตแต่ตัว ทำให้ฉันลืมสิ่งที่จะถามออกไปซะสนิท ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังย่ำเท้าไปเหยียบเส้นรอยต่อตามแผ่นไม้ของระเบียงหน้าห้องทุกๆ เส้นอย่างมั่นคง โดยไม่ให้เหลือรอดไว้แม้แต่เส้นเดียว

โครม!

และชนตูมมม เข้ากับนักเรียนนิรนามตรงหน้าอย่างจังราวกับเหตุการณ์เดจาวู

โนคอมเม้นต์กับสิ่งที่เกิดขึ้น ข้ามค่ะ =_=

 





เราสองคนเดินมาถึงห้องคหกรรมในเวลาต่อมา

แน่นอนว่าอาจารย์ประจำวิชามาถึงแล้ว เพราะแบบนั้น ฉันจึงรีบผละออกจากลีโอแล้วกระโดดเข้าห้องเรียนไปทำหน้าที่ของหัวหน้าอย่างร้อนรนก็เลยโดนบ่นนิดหน่อย ในขณะที่คนตัวสูงยังคงยืนเฝ้าประตูทางออกอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหนราวกับรอใครอัญเชิญให้เข้าไป

ซึ่งมันช่างดึงดูดสายตาของเพื่อนร่วมห้องให้หันไปมองแล้วซุบซิบกันใหญ่ชะมัด

และในตอนนั้นเองที่ฉันหาคำจำกัดความให้กับตัวเองได้

ลีโอ

ว่าตัวเองดูเหมือนพี่เลี้ยงเด็กสุดๆ

จะยืนทำไมตรงนั้นเนี่ยฉันกวักมือเรียกเขา เขาถึงได้เดินหน้ามึนเข้ามา

โชคดีที่อาจารย์แกไม่ถือสา ท่านเพียงแค่ระบายยิ้มอย่างเอ็นดู

นี่เหรอนักเรียนที่ขาดเรียนไปสองอาทิตย์ มีกลุ่มหรือยังล่ะเรา

ยังค่ะฉันตอบแทนอย่างลืมตัว

“…”

“…”

และแทบจะกลอกตากลับหน้ากลับหลังทันทีที่ระลึกขึ้นได้ว่าไม่ใช่คำถามของฉันสักหน่อย

ยังครับนั่นจึงทำให้ลีโอค่อยๆ ตอบอย่างระวังเหมือนไม่แน่ใจว่าอาจารย์ถามฉันหรือถามใคร

 อะแฮ่ม!” อาจารย์กระแอมเหมือนพยายามหลีกเลี่ยงที่จะยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนจะกวาดสายตาไปมองรอบห้องถ้างั้นเอางี้แล้วกัน ว่าไงเอ่ย มีกลุ่มไหนพอจะรับเพื่อนเข้ามาอีกคนได้บ้างจ๊ะ ท่านถาม ในขณะที่ฉันรู้คำตอบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะต้องเงียบกันแน่ๆ

“…”

“…”

ซึ่งมันก็จริง เงียบกันจนได้ยินเสียงถอนหายใจของอาจารย์เลยทีเดียว

ยังไงดีล่ะท่านเอ่ยออกมาแค่นั้น ก่อนจะเว้นวรรคไปอยู่นาน

ในขณะที่ลีโอเองก็กำลังหลุบตาลงต่ำเหมือนอยากจะหนีจากทุกอย่าง << คิดเอาเอง

ฮะๆ เอาจริงๆ มั้ย จริงๆ เขาอาจจะแค่ง่วงนอนอยู่ก็ได้ แต่บอกแล้วไงว่าฉันมันเป็นประเภทชอบคิดแทนคนอื่นให้เหนื่อยใจเล่นๆ น่ะ อีกทั้งเพื่อนๆ ยังไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาอยู่ด้วย ดังนั้นข้อสมมติฐานก่อนหน้านั้นคงจะไม่ใช่แค่มั่วซั่วขึ้นมาซะทีเดียว

ฉันจะต้องช่วยเขา

เมื่อเสียงในใจเรียกร้องให้กับความคิดนั้น ฉันก็หันหน้าไปมองเพื่อนในกลุ่มทันทีเพื่อดูสีหน้าของแต่ละคนว่าโอเคกันหรือเปล่าถ้าหากจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามาอีกคน แต่ก็พบว่าพวกเธอรีบทำแขนเป็นรูปกากบาทตอบกลับมาด้วยความเร็วแสง ราวกับรู้ทันว่าฉันกำลังคิดจะทำอะไรอยู่

บ้าเอ๊ย! ลืมไปว่าฉันทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้หรอก

แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงได้

ถ้างั้นอาจารย์จับให้นะเสียงทรงอำนาจว่าพลางชี้นิ้วไปทางริมหน้าต่าง ไปอยู่กลุ่มโน้นจ้ะ

ลีโอผงกหัวลงเล็กน้อยอย่างตอบรับ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังกลุ่มที่มีผู้หญิงใส่แว่นโบกมือรออยู่ด้วยกันถึงหกคน

ในช่วงเวลาที่เขากำลังก้าวเท้าเดินจากไป โดยหันแผ่นหลังกว้างมาให้ ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนว่าเวลามันผ่านไปช้านัก

ทั้งที่มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันสักนิด

“…”

แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้

แล้วเราไม่ไปเข้ากลุ่มหรือจ๊ะ

อ๊ะ? ไปค่ะ!”

ฉันรีบออกตัววิ่งไปหาเพื่อนในกลุ่มด้วยความอับอายนิดๆ ที่เอาแต่ยืนแข็งแข่งกับหุ่นไล่กาอยู่ตั้งนานสองนานและคงจะนานจนหมดคาบแน่ๆ ถ้าหากอาจารย์สุดแสนจะมีเมตตาไม่ตัดบทดราม่าของฉันด้วยการเอ่ยเตือนซะก่อน

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจารย์สอนว่าพวกเราจะจัดโต๊ะอาหารยังไง วางอะไรไว้ตำแหน่งไหนบ้าง ขอให้นักเรียนเอามาปรับใช้ในชั่วโมงนี้ด้วยนะจ๊ะ แล้วก็สำหรับนักเรียนที่เพิ่งจะมาใหม่ ให้เราลองถามเพื่อนๆ ว่ากำลังจะทำกับเมนูอะไร แล้วก็ช่วยเค้าทำในส่วนนั้นได้เลยจ้ะ หรือแล้วแต่ความสมัครใจนะ

ฉันเห็นลีโอพยักหน้าเงียบๆ

หมดเวลาจะเริ่มให้คะแนนทันที มีเวลาแค่สี่สิบนาที เริ่ม!”

ช้งเช้งงง~

ช้งเช้งงง~

หลังจากนั้น บรรยากาศทั้งห้องก็โหมไปด้วยไฟของจิตวิญญาณแห่งการทำอาหาร มาสเตอร์เชฟไทยแลนด์ #ผิด แต่มันก็ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด เพราะแต่ละคนดูเชี่ยวชาญมากๆ ต่างกับฉันที่เป็นแค่ลูกมือเชฟมิชลินสตาร์ (งานโอเว่อร์แอคค่ะขอประทานโทษ) ช่วยหยิบๆ จับๆ นู่นนี่นั่นเท่านั้น จนทำให้กลุ่มของฉันเงียบมากกก แต่เชื่อมั้ยว่าพวกเธอเงียบกันไม่ได้นานหรอก

นี่ยู

หือ…”

เธอเนี่ยใจดีมากเลยนะที่คอยอยู่ข้างๆ หมอนั่นแบบนั้น

งั้นเหรอฉันแสร้งหัวเราะแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนๆ ในกลุ่มกำลังคิดกับลีโอแบบไหน ถึงไม่ยอมให้เข้ากลุ่มด้วย ระหว่างแค่คิดว่าแปลกดีเฉยๆ หรือถึงขั้นไม่ชอบขี้หน้าเหมือนพิงค์กับเอมี่เลย เขาก็ดูเป็นคนดีนี่นา ทำไมล่ะฉันลองโยนหินถามทาง

ก็เปล่าหรอกผู้หญิงคนหนึ่งว่า แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันคงจะคอยดูอยู่ห่างๆ น่ะ

ไม่ได้หมายความว่าเขามีพิษมีภัยหรอกนะอีกคนว่าตาม เนี่ย! ขอเล่าหน่อยเถอะ มันอึดอัดใจ! คือเมื่อเช้าเว้ย ฉันไปเจอเขากำลังเดินเข้าโรงเรียนมาพอดีแล้วเขาก็แบบทำท่าเดินแปลกๆ อ่ะ ฉันก็เลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เว้ย แล้วคือมันตลกมาก

ทำไมใครอีกหลายคนสงสัย รวมถึงฉัน

ก็เขากำลังเล่นเหยียบเส้นรอยต่อกระเบื้องบนทางเท้าอ่ะแก

“…หา!”

อ้าววว เรื่องเดียวกัน

ฉันก็เคยเล่นนะ แต่มันเด็กมากๆ นานมากๆ แล้วอ่ะ แล้วมันฮาตรงที่ฉันลองไปยืนขวางหน้าเขาดูแล้วเขาก็ชนฉันโบ้ม! ทำเอาฉันล้มหน้าหงายไปเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ แต่เขาก็ขอโทษนะ แบบขอโทษจนฉันรู้สึกผิดที่ดั๊นไปยืนขวางเขาเองเลยล่ะ อะไรเงี้ย

โอ๊ยยย แกยังน้อย นี่ถามจริง มีใครเคยเห็นคนไปแย่งที่นอนแมวบนต้นไม้ป่ะ

เห? จริงป่ะ

ฮ่าๆๆ แปลกจัง

ท่ามกลางเสียงหัวเราะชวนให้อมยิ้มไปรอบวง ฉันก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

ดูเหมือนพวกเธอจะไม่ได้เกลียดอะไรเขา

และมันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กว่าจะรู้สึกได้ว่าเสียงของผู้คนรอบข้างดูเงียบลงไปเพราะอยู่นอกเหนือความสนใจ ฉันก็พบว่าสายตาตัวเองกำลังจับจ้องไปยังคนที่กลายเป็นหัวข้อของบทสนทนาทั้งหมดนั่นเข้าซะแล้ว ด้วยความอยากรู้ล้วนๆ เลยว่าอีกฝ่ายจะเข้ากับเพื่อนในกลุ่มได้มั้ยทั้งที่เพิ่งเกิดเรื่องขึ้นเมื่อวาน

เก่งจังนะนาย!”

พึ่งพาได้ซะด้วยสิ!”

ยัยแว่นหกคนรุมล้อมเขาราวกับดาวล้อมเดือนจนฉันแทบจะไม่สังเกตเห็นเขา แต่ดูเอาคร่าวๆ แล้ว เขาก็ดูเข้ากับเพื่อนในกลุ่มได้ดี ก็ยิ้มให้กับคนอื่นได้นี่นา

เอ๊ะ?!

แต่มันก็เป็นเรื่องปกติของคนเราไม่ใช่เหรอ

ไม่เห็นจะต้องตื่นเต้นยินดีขนาดนี้เลย

คนตัวสูงดูทะมัดทะแมงและเคลื่อนไหวได้คล่องตัวเมื่อต้องจับนู่นทำนั่นไปเรื่อยๆ แบบไม่หยุดมือ พูดเลยว่าเขาดูสนุกมากๆ ต่างกับตอนที่อยู่ในห้องที่เอาแต่นั่งหลับมาโดยตลอด ทำไมกันนะ เพราะเขาชอบแนวปฏิบัติ? อืม น่าจะใช่ ในเมื่อกีฬาเขาก็ทำได้ดีนี่นะ ทำอาหารก็ด้วย เอ๋ หรือเพราะมันมีเกมแนวนี้เขาก็เลยชอบ

ยู

“…”

ยู! ไข่เจียวไหม้!”

 

ไม่นานหลังจากนั้น ฉันก็ได้ล่วงรู้คำตอบของคำถามที่เคยตั้งข้อสงสัย

เพื่อนข้างโต๊ะของฉัน มักจะให้ความสนใจกับวิชาที่มีอะไรให้ทำมากกว่านั่งฟังอยู่เฉยๆ

ในขณะที่ผลลัพธ์ของการไม่สนใจวิชาที่ควรจะใส่ใจนั้นดิ่งลงเหวค่ะ

ยูจ๊ะ

ให้ทายว่าเสียงใคร

อาจารย์คุยกับลีโอไปแล้วล่ะว่าคะแนนแต่ละวิชายกเว้นพละกับการงานมันต่ำเตี้ยมากจริงๆ เรียกได้ว่าต้องมานั่งซ่อมกันทุกครั้งตั้งแต่ม.ต้นแล้ว ไม่งั้นคงจะไม่ได้เลื่อนชั้นแน่ๆ อาจารย์ก็เลยกังวลว่าเขาจะสอบเข้ามหาลัยได้มั้ยน่ะจ้ะ นี่ก็อยู่ม.ห้ากันแล้วอาจารย์ยุวดีว่าพลางเอามือทุบอกตัวเองเหมือนเจอเรื่องหนักใจ พร้อมกับส่งสายตาเว้าวอนมาให้

ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนเงียบอย่างจนด้วยคำพูด

ยูจ๊ะ

คะ#ร้องไห้

เพราะว่ายูเป็นถึงหัวหน้าห้อง แถมยังนั่งข้างๆ เขา อาจารย์ก็เลยอยากจะขอร้องให้เราช่วยดูแลเขาหน่อยน่ะจ้ะ อย่างน้อยก็ช่วยติวให้เขานิดๆ หน่อยๆ ได้มั้ยจ๊ะ ยังไงเราก็เรียนเก่งอยู่แล้ว อาจารย์เชื่อมือว่าคนเก่งๆ อย่างยูจะต้องหาทางสอนเพิ่มให้เขาได้ดีกว่าใครอย่างแน่นอนจ้ะ

“…”

นาจ๊า?

แต่…” ถึงแม้ฉันจะขี้เกรงใจเพื่อนร่วมโลก และคนตรงหน้าเป็นถึงขนาดอาจารย์มากขนาดไหน แต่การขอร้องด้วยเรื่องแบบนั้นเป็นความสาหัสสากรรจ์มากเกินไปไม่ใช่เหรอคะคุณผู้ชม

อาจารย์ทราบมาว่ายูอยากเข้ามหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศมากๆ แต่เกรดวิชาพละ วิชาศิลปะ วิชาการงาน วิชาสุขศึกษาของหนูไม่สวยเอาซะเลย

คะ? TOT” รู้ได้ยังไงคะ

แต่ยูทราบมั้ยจ๊ะว่าที่นั่นมันมีโควตานักเรียนดีเด่นด้วยนะ และครูสามารถช่วยส่งหนูไปด้วยการเขียนใบรับรองความประพฤติได้น่ะ ครูจะอวยหนูแบบสุดตัวไปเลยเพื่อให้ที่นั่นรับหนูไป แต่มีข้อแม้เพียงแค่ข้อเดียว นั่นก็คือหนูจะต้องช่วยดูแลลีโอจ้ะ

“…”

ตกลงมั้ยจ๊า?”

ค่ะ#น้ำตาไหลพรากกก

และฉันก็ยังยืนยันในคำพูดเดิม

ว่าลีโอคือ มนุษย์จอมสร้างความวุ่นวายให้ฉันค่ะ

 





เนิ่นนานกว่าอาจารย์ยุวดีจะคืนอิสรภาพของฉันกลับคืนมา เวลาก็ล่วงเลยมาจนกระทั่งแสงอาทิตย์สะท้อนกับผืนกำแพงโรงเรียนและทางเท้าจนทอประกายสีแดงส้ม ผู้ชายเจ้าของความสูงที่มักจะอาศัยความได้เปรียบนั้นมายุ่งกับหัวฉันเสมอกำลังยืนพิงกำแพงรอฉันอยู่ ทำให้ฉันต้องเร่งจังหวะการก้าวเพื่อให้ประชิดถึงตัวเขาเร็วขึ้นอีกนิด

“รอนานมั้ย” ฉันถามออกไปอย่างเกรงใจ

ตั้งแต่ฉันกับหมอกตกลงว่าจะเดินกลับจากโรงเรียนไปยังสถานีรถไฟฟ้าพร้อมกัน ฉันก็มักจะมาสายอยู่เรื่อย และมักจะปล่อยให้เขารอมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็อดดีใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับข้อเสียนั้นของฉันเลยสักครั้ง

เพิ่งถึงเขาชอบตอบแบบนั้นให้ฉันสบายใจเหมือนกับทุกที เล่นเอาฉันพูดคำว่าขอโทษไม่ออกเลย

เอ๊ะ? แต่จะว่าไป คราวนี้มันไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อยนี่นา

ฮึ่ม! ต้องโทษลีโอนั่นแหละ

“เป็นไร หน้าเครียดเชียว” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ในขณะที่เราสองคนเพิ่งจะเริ่มออกเดินไปได้ไม่นาน นั่นทำให้ฉันรู้ตัวว่ากำลังขมวดคิ้วอยู่และค่อยๆ เงยหน้าจากทางเท้าขึ้นไปมองคนตัวสูงอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะพบว่าใบหน้ากึ่งสงสัยแต่ก็ยังดูไร้อารมณ์ของหมอกกำลังเลิกคิ้วมาให้ราวกับรอคอยคำตอบ

“เปล่านี่” ฉันส่ายหน้า

เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายก็ต้องเผชิญปัญหาไม่ต่างกัน แถมยังหนักหนามากกว่าฉันซะด้วย จึงไม่อยากให้เขาต้องมารับฟังเรื่องที่ดูไม่เป็นเรื่องสุดๆ ของฉันให้หนักใจเพิ่มขึ้นไปอีก พอจะคุ้นๆ หูกันมาอยู่บ้างใช่มั้ยล่ะว่าหมอกดูเหมือนนักเรียนเวอร์ชั่นอันธพาลสุดๆ จนทำให้ถูกจับตามองจากคณะอาจารย์แม้กระทั่งวิธีการหายใจน่ะ นั่นมันเลวร้ายมากๆ เลยนะ และดูจากสีหน้าวันนี้ของเขา คงต้องพบเจอเรื่องยุ่งยากมามากพอแล้วแน่ๆ

แต่!

“นายว่าคนที่นั่งโต๊ะข้างๆ นาย เป็นคนยังไง”

แต่ฉันอดบ่นไม่ได้จริงๆ แงงง ฉันขอโทษ

“หือ?” หมอกงงเลย #พนมมือ

“คนข้างโต๊ะฉัน แปลกมากเลย”

“ทำไม”

“ก็” ไม่แน่ใจว่าหมอกกำลังมีท่าทีสนใจเพราะสนใจจริงๆ หรือเพราะแค่ตามน้ำฉันไปอย่างนั้น แต่ฉันก็ยังคงโซโล่บ่นต่อไปพร้อมกับจ้องเขม็งไปยังเท้าของอีกฝ่ายที่กำลังเดินอยู่

“…”

“…”

ราวกับรถที่กำลังแล่นอย่างสมดุลแล้วจู่ๆ ก็เจอไฟแดงแบบกะทันหัน

หมอกหยุดเดินทันที และเพราะแบบนั้น ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปขมวดคิ้วใส่

“นายไม่เห็นต้องเดินเหยียบเส้นรอยต่อกระเบื้องบนทางเท้าเลย” ฉันว่าพลางตัวสั่นน้อยๆ เหมือนโดนผีหลอกเข้าให้แล้ว

“ฮะ?” นั่นยิ่งทำให้หมอกงงหนักเข้าไปอี๊กกก

นายคงจะไม่เข้าใจ แต่มันก็เหมือนบทนำในหนังสือนั่นแหละ แบบที่ต้องมีเกริ่นก่อนแล้วค่อยเข้าสู่เส้นเรื่องหลัก

“ผู้ชายที่นั่งข้างๆ ฉัน เขาเป็นคนประเภทที่ต้องเหยียบเส้นรอยต่อกระเบื้องบนทางเท้าทุกเส้นน่ะ” ว่าแล้วฉันก็อธิบายพลางเดินต่อ โดยรู้ว่าหมอกจะต้องเดินงงๆ ตามมาทีหลัง “จริงจังถึงขนาดไม่ยอมหลบให้คนที่เดินสวนมา แล้วก็เดินตรงต่อไปเฉยเลย” ฉันใช้มือช่วยพูดเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่อลังการยิ่งกว่าละครเวที เขาที่เห็นแบบนั้นจึงเลิกคิ้วประหลาดใจเหมือนเริ่มอินกับเรื่องราวของฉัน

“อะไรจะขนาดนั้น”

“ใช่มะ”

“แล้วเธอไปยุ่งอะไรกับเขา” หมอกถามกลั้วหัวเราะ

“ก็อาจารย์ให้ฉันช่วยดูแลเขาน่ะสิ” พูดถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ก่อนหน้านี้เขาไม่มาโรงเรียนตั้งหลายวัน อาจารย์ก็เลยให้ฉันไปตาม”

“อ้อ”

“แต่พอกลับมาได้แป๊บเดียว เขาก็หายไปอีก มีวันนึงฉันต้องตามหาเขาไปทั่วแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายไปเจอเขาหลบอยู่ในห้องนอกหน้าต่าง เพื่อเล่นเกม ฉันพยายามไม่สนใจเขาแล้วนะ แต่เพราะนั่งข้างกัน อาจารย์ก็เลยหาเรื่องให้ฉันดูแลเขาเรื่องเรียนอีก” บ่นไปบ่นมาฉันก็อินกับเรื่องราวตัวเองจนอยากจะร้องไห้

แต่คนฟังไม่สงสารฉัน เขาหัวเราะเฉย!

“ฮืออ ตลกตรงไหนเนี่ย” ฉันจะร้องไห้จริงๆ แล้วนะ

                “เอาน่า เธอทำได้อยู่แล้ว” หมอกรีบกลับลำมาพูดปลอบใจฉันราวกับจะแก้ตัวเสียงหัวเราะเมื่อกี้ และเกือบทำให้ฉันตายใจว่าในที่สุด เขาก็เข้าใจความทุกข์ระทมของฉันด้วยอินเนอร์ที่ควรจะมีสักที ถ้าเขาไม่โป๊ะ หลุดหัวเราะออกมาอีกรอบซะก่อน แถมยังเอื้อมมือมาโยกหัวฉันเบาๆ เหมือนเคยอีกด้วย ถึงฉันจะรู้ว่าเขาแค่หมั่นเขี้ยวก็เถอะ แต่หัวของฉันจวนจะระเบิดอยู่แล้วนะ โว้ยยย พึมพำ งึมงำ พึมพำ (บ่น)

 

ในตอนนั้น ฉันยังรู้สึกหงุดหงิดเกินกว่าจะรู้เท่าทันความคิด ว่าคนที่ปล่อยให้ลีโอเข้ามาปั่นป่วนในชีวิต

ก็คือตัวฉันเอง







เรื่องนี้เหมือนไดอารี่ของนางเอกที่เข้าไปเผือกชีวิตของพระเอกนั่นเองค่ะ
เพราะอีตาพระเอกเนี่ยน่าสนใจ (?) หรือแปลกมากๆ ก็ไม่รู้เนอะ
อ้อ จริงๆ เราแต่งไว้นานมากตั้งแต่ช่วงเกมโปเกม่อนโกฮิตมากๆ เลยอ่ะ
กว่าจะเอามาลงคนก็เลิกหมดละ เศร้าเนอะ 55555555

ถ้าชอบ อยากติดตามต่อก็กด Like แฟนเพจที่หน้านิยายหลัก
และกดเป็นแฟนพันธ์แท้ที่นี่ได้เลย >O<


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #2 บีบี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 16:07

    ชอบหมอกกกกก

    #2
    1
    • #2-1 Baby Boo. (@mukdarat1994) (จากตอนที่ 5)
      3 มกราคม 2562 / 12:48
      เราก็ชอบบบบบ มันเป็นคาแรคเตอร์ของเพื่อนเราเอง เท่มว้ากกกก
      #2-1