Invisible Boy Next to Me ❀ ปิ๊งรักข้างหัวใจ นายตัวดี

ตอนที่ 4 : V : VS

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61


3

V : VS

 

พฤติกรรมของลีโออยู่ในสายตาของฉันอย่างช่วยไม่ได้มาตลอดทั้งวัน

เขาหลับในคาบภูมิศาสตร์

คร่อกกก~

เขาวาดก้างปลาในคาบศิลปะ

ผมขอส่งงานครับ

เขานั่งพับนกกระเรียนในคาบวรรณคดี

ซึ่งฉันจะไม่เดือดร้อนเลย

นี่หัวหน้าดูสิ!”

ถ้าเขาไม่ได้มารบกวนสมาธิฉันในเวลาเรียน

น่ารักมั้ยด้วยสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนเด็กที่ยังไม่รู้จักโตแบบนี้

น่ารักจ้ะฉันตอบไปตามมารยาทแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ก่อนจะแอบเหลือบมองอีกฝ่ายที่กำลังพับนกตัวต่อๆ ไปใส่โหลแก้วอย่างไม่ประสีประสา ท่ามกลางเสียงพร่ำสอนของอาจารย์ตรงหน้าที่ดังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาของฉันชนิดที่ว่าฟังไม่ได้ศัพท์เลยแม้แต่นิด แค่นี้หน้าที่หัวหน้าห้องของฉันยังไม่มากพออีกเรอะ นอกจากจะต้องคอยแบกงานทั้งหมดไว้บนบ่าแล้ว ยังต้องมาคอยเออออห่อหมกกับอีตาบ้านี่อีก หรรษาเหลือเกิน และต่อให้ฉันจะรู้สึกหงุดหงิดที่เรียนไม่รู้เรื่องแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่อาจว่ากล่าวตักเตือนเขาได้ เพราะสีหน้าของเขาดูมีความสุขมากๆ เลยเวลาได้นำเสนอผลงานชิ้นใหม่ๆ โง่ๆ ของเขาน่ะ แง้ เหนื่อยใจ

นี่เหรอเพื่อนข้างโต๊ะที่ฉันรอคอยมาตั้งหลายวัน

ทำไมมันถึงไม่เหมือนกับที่คาดหวังเอาไว้เลย

 





ปัง!

เสียงปิดประตูล็อกเกอร์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องเปลี่ยนเสื้อสำหรับนักเรียนหญิง ซึ่งเต็มไปด้วยสมาชิกในห้องฉันที่ต้องเปลี่ยนจากชุดวอร์มกลับไปยังชุดยูนิฟอร์มตามปกติเพื่อเตรียมตัวเรียนต่อในคาบต่อไป ราวกับจงใจให้ทุกคนหันมาสนใจฟัง แน่นอนว่ามันได้ผล รวมถึงฉันที่เพิ่งจัดการตัวเองเสร็จเป็นคนแรกและกำลังจะก้าวเท้าออกไปจากห้องนี้ด้วย

นี่ถามจริง ที่นี่มีใครชอบผู้ชายที่เพิ่งมาเรียนวันนี้ที่ชื่อลีโออะไรนี่หรือเปล่า

น้ำเสียงเกลียดชังดังขึ้นมา ซึ่งฉันคิดว่าไม่น่าจะมีเพื่อนคนไหนพูดประโยคแบบนั้นออกมาได้ นอกจากในละคร

ให้ตายสิ! ฉันไม่ชอบสีหน้าอวดดีของหมอนั่นเลยจริงๆ

แต่มันกลับดูเป็นไปได้ทันทีที่ฉันรู้ว่าเจ้าของคำพูดนั้นคือพิงค์กับเอมี่

ฉันตัดสินปล่อยมือออกจากลูกบิดประตูแล้วถอยหลังให้กับคนที่เห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระออกไป ในขณะที่ตัวเองกำลังยืนอยู่ที่เดิมเพราะยังอยากรู้ว่าพวกเธอสองคนตั้งใจจะพูดอะไรต่อ แล้วก็อยากรู้ด้วยว่าเพื่อนผู้หญิงคนอื่นจะตอบคำถามนั่นไปว่ายังไง

ฉันก็ไม่ชอบผู้หญิงใส่แว่นคนหนึ่งเสริมเขาดูน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ อย่างกระเป๋ากับหนังสือน่ะคืนให้กันดีๆ ก็ได้

เห็นด้วย! หมอนั่นไม่น่าคบเอาซะเลยจากนั้นผู้หญิงอีกคนที่น่าจะเป็นเพื่อนยัยแว่นก็ว่าตาม

ถ้ามีงานกลุ่ม ฉันจะไม่ให้เขาเข้ากลุ่มตามด้วยใครอีกหลายๆ คน

พอมองรวมๆ ดูแล้ว มีผู้หญิงมากกว่าสิบคนที่ยืนอยู่ข้างพิงค์กับเอมี่

นั่นเป็นจำนวนที่มากซะจนฉันได้แต่หลบๆ ซ่อนๆ อยู่เฉยๆ อย่างกดดัน และคิดอะไรไม่ออกเหมือนคนโง่อยู่อย่างนั้น ทั้งที่ก็รู้แท้ๆ ว่าพวกเธอทำไม่ถูกที่ไปตัดสินอีกฝ่ายทั้งที่ไม่ได้รู้จักเขาสักนิด แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็พบว่าตัวเองไม่สามารถไปช่วยพูดแก้ต่างอะไรให้เขาได้

ในเมื่อฉันเองก็ไม่ได้รู้จักเขาเลยเหมือนกัน

นอกจากเขาที่นั่งข้างฉันแล้ว ฉันก็ไม่ได้รู้จักเขาดีไปกว่าคนอื่น

แต่พวกเธอก็ผิดไม่ใช่เหรอพิงค์เอมี่

ว่าไงนะ

ฉันเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้นสักพักแล้ว และเมื่อวานอาจารย์แกก็เกริ่นๆ ไว้แล้วด้วยว่าเดี๋ยวจะให้ยูไปตาม แต่แทนที่พวกเธอจะเคลียร์เอาของที่อยู่บนโต๊ะเขาออกไปตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ไม่ทำ แถมยังมัวแต่คุยกันต่อหน้าต่อตาเขาแบบไม่สนใจโลกอีก พูดตรงๆ นะ ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำให้มากกว่าเขาอีก

ใครบางคนแสดงความเห็นออกมาอย่างกล้าหาญ

สาบานว่าฉันแทบจะเห็นปีกนางฟ้าสยายอยู่ตรงกลางหลังเธอ

และไม่น่าเชื่อว่ามันจะทำให้พิงค์กับเอมี่หน้าเสียไปในทันที

นั่นสิ! ฉันเห็นด้วยกับรันรันนะ อันที่จริงลีโอก็ไม่ได้ผิดคนเดียวสักหน่อยนี่

ฉันก็ว่างั้น เอาจริงๆ นิสัยเขาออกจะน่ารักด้วยซ้ำ มึนๆ งงๆ แปลกๆ ดี

อีกอย่างเขาก็หล่อจะตายไป~ แถมยังเล่นบาสฯ เก่งด้วย ว้าย! เห็นท่าดังก์บาสของเขาในคาบพละเมื่อกี้มั้ย

ฉันก็เห็น กรี๊ดดด เท่โพดดด

จู่ๆ เพื่อนผู้หญิงที่ยังไม่ได้ยืนอยู่ข้างพิงค์กับเอมี่ ต่างก็พากันมายืนอยู่ข้างรันรันอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนคนที่เท่ากันสุดๆ เกิดเป็นปรากฏการณ์อะไรสักอย่างที่ทำให้คนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ อย่างฉันได้แต่ยืนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

พระเจ้า

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?

#ทีมลีโอ VS #ทีมพิงค์เอมี่

อะไรทำนองนั้นเหรอ!

ว่าแต่ยูล่ะ นั่งข้างเขาแล้วคิดยังไง ชอบเขาหรือเปล่า

อ้าว! เฮ้ยยย~

ไหงจู่ๆ ก็มาถามฉันเล่า

ฉันอุตส่าห์ยืนแอบฟังอยู่ตรงนี้มาตั้งนานแล้วนี่นาไม่เนียนเหรอ

ว่าไงยู

แหะๆ ฉันไม่เคยคิดถึงขั้นนั้นเลยสายตาคาดคั้นจากผู้คนหมู่มากที่จ้องมองมาราวกับเห็นว่าคำตอบของฉันเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ฉันต้องตอบไปแบบอ้อมๆ แอ้มๆ พลางหลบตาไปด้วยทั้งที่พูดความจริง แต่มันก็กลับกลายเป็นช่องทางให้พวกเธอเข้าใจว่าฉันโกหก

พวกฉันไม่เอาไปบอกหมอนั่นหรอกน่า คิดยังไงก็บอกมาตรงๆ เถอะ

ช่ายๆ~ ยูชอบหรือไม่ชอบ รำคาญหรือคิดว่าน่ากลัวเหมือนกันหรือเปล่า

เพื่ออะไรเนี่ยโดยมีพิงค์กับเอมี่เป็นแกนนำ ฉันถูกไล่ต้อนให้เค้นคำตอบออกมาอยู่แบบนั้น อย่างกับฉันเป็นคนผิดและกำลังถูกสอบสวนซะเอง ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพวกเธอจะต้องจริงจังกับการหาพวกขนาดนี้ด้วย ชอบหรือไม่ชอบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ฉันไปร่วมวงอีกคนก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ ฉันคิดว่าเขาก็เป็นคนดีนี่…”

แค่กวนฉันในเวลาเรียนนิดหน่อย อ้อ! แถมยังเป็นคนแปลกๆ

ถึงอย่างนั้น มันก็ใช่ว่าจะเป็นเหตุผลให้ฉันต้องไปเขม่นหน้าใส่เขาสักหน่อย

ชิ!” อ่าแต่คำตอบที่ชัดเจนของฉันคงจะเป็นเหตุผลให้ยัยสองคนนั้นบึนปากใส่ฉันได้อยู่ล่ะนะ

ถ้างั้นยูก็อยู่ข้างพวกเราเหรอ!”

เปล่าหรอกฉันปฏิเสธเพื่อนร่วมห้องอีกฝั่งที่อยู่ทีมลีโอทันที

ทั้งไม่ใช่ไม่ชอบ

ทั้งไม่ใช่ว่าชอบนั่นแหละ

เป็นความรู้สึกต่อเขาที่มึนๆ งงๆ

เป็นผู้ชายแปลกๆ ที่ดูไร้พิษภัย

แค่นั้นล่ะมั้ง

 





แต่ในไม่กี่นาทีต่อจากนั้น

ฉันตัดสินใจว่าตัวเองจะเพิ่ม มนุษย์จอมสร้างความวุ่นวายให้ฉันอีกหนึ่งอย่าง

~

โทรศัพท์มือถือของฉันดังขึ้นมาในเวลาพักกลางวัน ตามด้วยรายชื่อของคนโทรเข้าที่รอรับสายอยู่ ทำให้ฉันหยุดฝ่าเท้าที่กำลังเดินไปโรงอาหาร ก่อนจะรีบตอบกลับไป

สวัสดีค่ะอาจารย์

[ยูจ๊ะ อาจารย์เกรงใจยูจังเลยแต่รบกวนตามลีโอมาพบที่ห้องพักครูหน่อยได้มั้ย เขาไม่รับสายอาจารย์อีกแล้ว] น้ำเสียงอ่อนโยนของอีกฝ่ายเหมือนรู้สึกเกรงใจอย่างที่พูดไว้ สามารถโน้มน้าวใจฉันให้ยอมรับฟังคำขอแล้วทำตามให้ทุกสิ่งได้อย่างเต็มใจเหมือนเคย [ยูเพิ่งจะเรียนพละเสร็จนี่นะ เขาอยู่แถวๆ นั้นหรือเปล่าจ๊ะ] อาจารย์ถาม

เปล่าค่ะ หนูออกมาแล้ว ฉันชะเง้อคอมองนิดหน่อย แต่เดี๋ยวลองย้อนกลับไปดูแถวๆ ห้องเปลี่ยนเสื้อได้ค่ะ

[ฝากด้วยจ้ะ]

ฉันรีบวิ่งย้อนกลับไปอีกครั้ง โดยคอยรายงานปลายสายไปด้วย ในระหว่างนั้นมีเพื่อนร่วมห้องผู้ชายหลายคนเดินสวนมา แต่ก็ไร้วี่แววของเป้าหมาย

ไม่เจอเลยค่ะฉันว่าพลางหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หลังจากที่ตรวจสอบความถูกต้องด้วยการเดินๆ ถามหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นไปแล้วว่าเขายังอยู่มั้ย เพื่อนๆ ในห้องบอกว่าเขาออกไปตั้งนานแล้ว

[…] อาจารย์ยุวดีเงียบไป

โครกกก~

ในขณะที่ฉันเริ่มหิว ฮือออ

[ยูจ๊ะ] เอาอีกแล้ว น้ำเสียงหวานๆ นั่นดังขึ้นมาพร้อมกับลางสังหรณ์ว่าฉันต้องอดข้าวกลางวันยังไงก็ไม่รู้ [มันเป็นเรื่องด่วนจริงๆ นะ เกี่ยวกับเกรดของเขาน่ะ อาจารย์เลยอยากคุยกับเขาเดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้เท่านั้น เพราะอย่างที่เรารู้นั่นแหละว่าเดี๋ยวอาจารย์จะมีประชุม]

ค่ะ ฮือออ

[ตามหาเขาให้หน่อยนะ บอกว่าสำคัญมากๆ แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ]

ค่ะแงงงง

โครกกก~

และเขาก็ทำให้ฉันนก แม้แต่ขนมปังง่ายๆ ที่ก็แค่รอต่อแถวซื้อในโรงอาหารไม่ถึงนาทีมารองท้อง

 





ในช่วงเวลาพักกลางวันที่แสนจะมีค่ากับการประท้วงเบาๆ จากกระเพาะอาหารนั้น ฉันยอมเสียสละเมล่อนปังในโรงอาหารมาตามหาเพื่อนข้างโต๊ะที่หายสาบสูญไปค่ะ ไม่สิ ควรจะเรียกว่าพลิกแผ่นดินหาซะมากกว่า เพราะนอกจากเขาจะไม่รับสายเบอร์แปลกอย่างที่เคยลั่นวาจาไว้แล้วยังไม่เจอตัวในโรงอาหารอี๊กกก นี่เขาไม่กินข้าวหรอกเหรอ #ร้องไห้ด้วยความหิวโหย ดังนั้น สิ่งที่ฉันพอจะทำได้ก็คือถามเพื่อนในห้องทุกคนว่าเห็นเขาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่และที่ไหนนั่นแหละ

และแล้ว

พยานแวดล้อมทั้งหมดก็พาฉันให้มายืนเคว้งอยู่ในสวนหลังโรงยิม ซึ่งร้างผู้คน น้อยคนนักที่จะผ่านมาแถวนี้เนื่องจากมันไม่มีอะไรนอกจากต้นไม้ใบหญ้า แล้วก็ห่างไกลจากตึกเรียนพอสมควร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครมาแอบนอนหลับอยู่แถวนี้หรอก

หมอก!”

แค่เห็นคนตัวสูงที่ทอดกายยาวไปตามผืนหญ้าภายใต้ต้นใหญ่อยู่ไกลๆ ฉันก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นใคร

เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของฉันมักจะมีรอยช้ำบนใบหน้าอยู่เสมอราวกับจะไม่มีวันจางหาย พ่วงด้วยเครื่องแบบนักเรียนที่เหลือแต่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวจนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเครื่องแบบนักเรียนด้วยซ้ำ ทำให้อาจารย์ทั้งหลายทั้งแหล่ต่างพร้อมใจกันจับผิดแม้กระทั่งท่าเดินของเขา ไหนจะสีหน้ามุ่ยๆ เหมือนพร้อมจะต่อยคนตลอดเวลา ทำให้นักเรียนแต่ละคนพากันหวาดกลัวนั่นอีกล่ะ ซึ่งก็ชักจะน่าเห็นด้วยหน่อยๆ แล้วตรงที่ยังขมวดคิ้วแน่นๆ แม้ยามหลับน่ะนะ

แถมยังหลับลึกมากๆ ซะด้วย

หมอก!” เรียกซ้ำอีกครั้งพลางย่อตัวลงนั่งข้างๆ

“…” แต่ลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขาซึ่งผ่อนออกมาจากจมูกโด่งเรียวก็ทำให้ฉันแทบจะยกมือขอยอมแพ้ จนใบหน้าเคลือบเงาของร่มไม้ค่อยๆ คลายปมระหว่างคิ้วลงก่อนที่มุมปากจะหยักขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังฝันดี ฉันก็ล้มเลิกความตั้งใจที่จะปลุกเขาอย่างเต็มรูปแบบ

ยังไงซะ ก็ตั้งใจจะมาทักเฉยๆ

แล้วก็อยากจะถามว่าเห็นเขาคนนั้นหรือเปล่าด้วย

แต่เมื่อดูจากสภาพแล้วหมอกคงจะไม่เห็นเขาหรอก

ฟิ้ววว~

ทันที่ฉันตัดสินใจได้ว่าจะลุกขึ้นยืนเพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่แถวนี้และอีกอย่างก็ไม่อยากรบกวนเวลานอนของคนตรงหน้า ใบไม้สีเขียวขจีก็ร่วงจากต้นไม้หล่นลงมาจรดอยู่บนหน้าผากของหมอก ฉันจึงอดไม่ได้ที่จะช่วยหยิบมันออกให้อย่างระวังไม่ให้เขารู้สึกตัว

ฟิ้ววว~

อ๊ะ?

อีกแล้ว

คราวนี้ใบไม้ที่คาดว่าน่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน จู่ๆ ก็หล่นลงมาประทับอยู่บริเวณปลายจมูกของอีกฝ่ายจนทำให้เขากระตุกหน้านิดๆ เหมือนจั๊กจี้ แงงง ตลก แต่ถึงยังไง ฉันก็ค่อยๆ หยิบมันออกแบบไม่เอะใจ ก่อนจะมุ่นคิ้วหน่อยๆ เมื่อสังเกตเห็นบาดแผลใหม่หรือไม่ก็เก่าที่มีเลือดเกรอะกรังเล็กน้อย

นั่นทำให้ฉันตระหนักได้ว่าบางทีการที่เขากำลังขมวดคิ้วอยู่อาจจะเป็นเพราะเจ็บแผลก็ได้

ว่าแต่ฉันกำลังทำอะไรอยู่

ฟิ้ววว~

นี่ฉันจะมามัวแต่หยิบใบไม้ออกจากหน้าเขาทั้งวันไม่ได้หรอกนะ

ฟิ้วๆๆๆ ฟ้าววว~

โว้ยยยยยยยยยยยย

ฉันรู้สึกหงุดหงิดกับใบไม้บ้าบอที่ราวกับมีใครจงใจโปรยมันลงมาเพื่อกลั่นแกล้ง จึงปัดมันออกไปให้พ้นรัศมีแบบโคตรผีบ้า แต่ถึงอย่างนั้นหมอกก็ยังไม่ตื่นอยู่ดี ฮือๆ ประกอบกับฉันยังมีภารกิจเร่งด่วนจากอาจารย์ยุวดีให้จัดการต่อซะด้วยสิ เพราะแบบนั้น ฉันจึงตัดสินใจลุกขึ้นยืน โดยไม่ลืมวางพลาสเตอร์ยาทิ้งไว้ข้างตัวเขา จากนั้นก็เดินย้อนกลับไปยังห้องเรียนในวินาทีสุดท้าย เผื่อว่าลีโอจะอยู่ที่นั่น

ยู!”

และเขาก็อยู่ที่นั่นจริงๆ

เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ทำไมยูถึงกลับมาถึงห้องช้านักล่ะเพื่อนผู้หญิงซึ่งฉันจำได้ว่าอยู่ทีมลีโอในเหตุการณ์เลือกฝ่ายในห้องเปลี่ยนเสื้อเมื่อไม่นานมานี้วิ่งเข้ามาประชิดตัวทันที พร้อมกับสีหน้าตื่นตกใจแบบสุดๆ ทำให้ฉันที่กำลังถือเมล่อนปังที่เพิ่งจะแวะไปซื้อมาระหว่างทางรู้สึกตามไม่ทัน ลีโอน่ะ…” ว่าแล้วก็ชี้นิ้วไปทางริมหน้าต่าง เขาน่ะ!”

ทำไมๆๆๆ ทำไมเหรอฉันตื่นตกใจไปด้วย ในเมื่อที่นี่เธอบอกนั้น มันไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยเอาซะเลย

ไปดูเองเถอะ!”

อันที่จริง ไม่ต้องรอให้มีใครพูดแบบนั้น ฉันก็ต้องรีบไปดูอยู่แล้ว

ลีโอ!” ฉันเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมกับสาวเท้าไปยังริมหน้าต่างด้วยความไวยิ่งกว่าจรวดไอพ่น โดยมีเพื่อนร่วมห้องเกือบๆ ครบทุกคนที่พร้อมใจกันแหวกทางให้ฉันไปถึงที่หมายได้โดยง่าย และเมื่อฉันเข้าชาร์จขอบหน้าต่างสำเร็จพร้อมกับชะโงกหน้าลงไปเห็นเจ้าของชื่อ ซึ่งปลอดภัยดีทุกอย่าง แถมยังนั่งพิงคอมเพลสเซอร์แอร์พลางเล่นเกมมือถืออย่างสบายใจเฉิบ ด้วยท่าทางไม่สนใจสภาพแวดล้อมใดๆ ทั้งสิ้น ฉันก็แทบจะล้มทั้งยืน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!

ก็อย่างที่เห็นแหละใครสักคนพูดขึ้นมา เขาเป็นอะไรไม่รู้ จู่ๆ ก็เข้าห้องมาแล้วก็ไปนั่งเล่นเกมตรงนั้นเฉย

พวกเราตกใจกันมากเลยนะ นึกว่าเขาจะกระโดดตึกตายซะอีกตามมาด้วยเสียงที่สอง

“…”

“…”

พร้อมด้วยสายตาของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ ที่มองมายังผู้ชายนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ราวกับประเมินราคาสินค้าสักอย่าง ไม่ใช่เพียงแค่พิงค์กับเอมี่อีกต่อไป ก็ทำให้ฉันรู้ว่ามีคนที่ชื่นชมว่าเขาน่ารักอย่างงู้นอย่างงี้น้อยลงไปทุกที

ลีโอ

“…”

นี่มันชั้นสามนะฉันพูดอย่างเป็นห่วง แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่เล่นเกมแบบไม่ขยับสักนิด

ใบหน้าด้านข้างของเขาที่สว่างจัดเนื่องจากกระทบกับแสงแดดนานเกินไปจนน่ากลัวว่าถ้าขืนปล่อยไว้ เขาอาจจะเป็นลมแดดไปก็ได้ ไหนจะเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ลู่ลงจนแนบไปกับต้นคอเพราะเหงื่อจำนวนมากนั่นอีกล่ะ ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆ นะว่าเขาจะทำแบบนี้ไปทำไม หากแต่ฉันก็ได้ทำได้แค่เรียกชื่อเขาซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นตามประสาคนไม่มีแผนสำรอง

กริ๊งงง

เอาไงดี นี่มันก็ได้เวลาเรียนแล้วด้วย

เสียงกริ่งของโรงเรียนกับเสียงหวานของเพื่อนร่วมห้องช่วยให้ฉันรู้สึกกดดันมากขึ้นไปอีก

ท่ามกลางสายตาที่มองมาแบบแปลกๆ นั้น ฉันถอนหายใจออกมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเรียกเขาดูอีกครั้ง

ลีโอ…”

พอเหอะ

หมับ!

เสียงทุ้มเอ่ยห้าม พร้อมกับจับข้อมือของฉันไว้

และพอฉันรีบหันหน้าไปมองเจ้าของแรงนั้น ก็พบว่าเป็นเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในห้องซึ่งกำลังส่งสายตาดุๆ มาให้

เธอคงจะเพิ่งได้อยู่ห้องเดียวกับมันใช่มั้ยล่ะ

“…”

อย่าไปยุ่งกับมันเลย มันก็เป็นแบบนี้แหละ พอไม่มีคนสนใจเดี๋ยวก็กลับเข้ามาเอง ว่าจบ ฉันก็ยืนเงียบเป็นเป่าสาก ในขณะที่มีเสียงนินทาอย่างครหาว่าอีกฝ่ายเรียกร้องความสนใจดังขึ้นมาแทบจะในทันทีราวกับมีคนมากดปุ่มสวิตช์ให้ห้องที่เงียบฉี่ทำงาน จากนั้นเพื่อนในห้องทุกคนก็พากันบ่นว่าเสียเวลาชะมัด ก่อนจะแยกย้ายกลับไปนั่งที่ตัวเองอย่างเสียอารมณ์ รวมถึงผู้ชายที่เพิ่งจะพูดจาอย่างเย็นชาใส่ฉันเมื่อกี้นี้ด้วย

อะไรกัน

ฉันรู้สึกผิดหวังนิดๆ นะ

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นห่วงเขากันดีๆ อยู่เลยแท้ๆ

แล้วก็นะ ถึงฉันจะไม่ได้รู้เรื่องด้วยหรอกว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นว่ามาน่ะ มันจริงมั้ย

แต่เมื่อฉันได้เบือนสายตาไปมองลีโออีกครั้ง และพบว่าเขาชะงักไป

ปลายนิ้วของเขาหยุดเคลื่อนไหว แถมสายตาของเขาก็จับจ้องไปยังโทรศัพท์มือถือในฝ่ามือด้วยความว่างเปล่าซะจนฉันไม่แน่ใจว่าเขากำลังมองมือถืออยู่จริงๆ หรือกำลังมองทะลุไปถึงไหนต่อไหนกันแน่ ตัวเขาในตอนนี้ราวกับสะท้อนอยู่ในความคิดของฉันทั้งหมด ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันตระหนักได้ในทันทีว่าตัวเองไม่สามารถเพิกเฉยอีกฝ่ายเหมือนกับคนอื่นได้

ลีโอ

ฉันหันหลังให้เขาไม่ได้จริงๆ

ได้เวลาเรียนแล้วนะ

ในเมื่อเขาจะต้องกลับมานั่งอยู่ข้างๆ ฉันนี่

เอ้า!” ว่าพลางยื่นมือให้เขาข้ามผ่านเส้นกั้นที่เรียกว่าขอบหน้าต่างออกไป

ทั้งที่เขายังไม่หันหน้ามาสบตาฉันด้วยซ้ำ

เจ้าของร่างสูงโปร่งกำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่อย่างนั้น แน่นิ่งมากซะจนฉันไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะยอมให้ความร่วมมือด้วยหรือเปล่า สำหรับมือของฉันที่ยังคงยื่นออกไปอย่างรอคอยการตอบรับ

“…”

จนกระทั่งเขาค่อยๆ เลื่อนมือใหญ่กว่าให้ขยับใกล้เข้ามา

“…”

“…”

แล้วจับมือฉันเอาไว้






เฮ้ยยยย เราเห็นมีกดแฟนพันธุ์แท้เพิ่มอีกหนึ่งคนเลยมาอัพ 555555555
จริงๆ ลืมไปแล้วด้วย มัวแต่ปั่นเรื่องใหม่ พระเอกเรื่องนี้ก็จะงงๆ ป่วนๆ หน่อย
เป็นพระเอกที่ค่อนข้างเด๋อที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาเลย
ปล. หมอกเป็นตัวละครของโอลีฟเพื่อนเรา แอบชอบเลยชิปมากตอนเขียน
เป็นตัวละครที่เท่มาก!

ถ้าชอบ อยากติดตามต่อก็กด Like แฟนเพจที่หน้านิยายหลัก
และกดเป็นแฟนพันธ์แท้ที่นี่ได้เลย >O<


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #1 บีบี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:53

    ยูน่าสงสาร

    #1
    0