Invisible Boy Next to Me ❀ ปิ๊งรักข้างหัวใจ นายตัวดี

ตอนที่ 10 : X : XX XY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ม.ค. 62


8

X : XX XY

 

จิ้ม~

อ๊ะ?!

สัมผัสนุ่มนวลเพียงแค่เรียวนิ้วยาวประทับลงบนปลายจมูกของฉัน ไม่ต่างอะไรกับผีเสื้อตัวน้อยซึ่งโบยบินมาเกาะเบาๆ ทำให้ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบจนหลุดออกจากห้วงแห่งภวังค์ราวกับตื่นขึ้นจากฝัน

ลีโอยิ้มขำ

ไม่ได้พูดเล่นหรอกนะ~

เสียงทุ้มนั้นฟังดูเหมือนดังกังวานอยู่ไกลๆ

สีหน้าทีเล่นทีจริงของเขาทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจแปลกๆ

อาจเป็นเพราะแววตานึกสนุกเชิงหยอกล้อกับหมวกแก็ปสีดำของเขาหรือเปล่าถึงได้ทำให้ฉันไม่รู้แม้สักนิดว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไร

สบตาเขาตรงๆ ไม่ได้เลย

ดึกป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย

จนกระทั่งลีโอเลิกเล่นเกมจ้องตาฉันแล้วเบือนหน้าหนีไปเอง และเพราะแบบนั้นล่ะ ฉันจึงค่อยหายใจสะดวกขึ้นหน่อย อย่างน้อยใบหน้าด้านข้างของเขาซึ่งกำลังเอ่ยบทสนทนาหัวข้อใหม่อย่างเปิดประเด็นก็ยังพอรับมือไหวมากกว่าใบหน้าตรงๆ นั่นล่ะนะ

ว่าแต่บ้านเธออยู่ไหนน่ะ เดี๋ยวผมไปส่ง

ฮะ?!กก ฮื่อออ อย่าเลย ฉันรีบส่ายหน้าหวือ

ถ้าหากความหวังดีของเขาจะทำให้ฉันต้องรู้สึกยุ่งยากใจขนาดนี้ก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ แค่นี้ฉันก็แทบจะคิดอะไรไม่ออกจนหัวจวนระเบิดอยู่แล้ว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะบอกลาอีกฝ่ายตอนไหนดี จนเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจิ๊ปากเหมือนขัดใจ แถมยังคว้าข้อมือฉันไว้อย่างเอาแต่ใจนั่นแหละ ฉันก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ทีเธอยังเคยไปหาผมตั้งสองครั้งเลยนี่เขาบึนปากอย่างงอนๆไม่ทำให้มันยุติธรรมหน่อยเหรอ

“…”

ไม่มีแรงแม้แต่จะเถียงสักคำ

ในตอนนั้นเองที่ฉันรู้ว่าตัวเองยอมแพ้ให้กับคนตรงหน้าไปซะแล้ว

ไม่งั้นผมไม่ไปเรียนพรุ่งนี้นะ

“…” ให้ตายสิ

ว่าไง กลับยังไง

รถไฟฟ้าน่ะ

ถ้างั้นป่ะ

ลีโอยิ้มกว้างเหมือนกับเด็กๆ ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงมือฉันไปยังสถานีรถไฟฟ้าอย่างไม่สนใจตัวแปรภายนอกใดๆ ต่อไปอีก ร่างสูงโปร่งเคียงข้างฉันเพียงแค่ตั้งหน้าตั้งตานำทาง และมันก็เป็นภาพแปลกตาซะจนทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะแหงนหน้าขึ้นมอง ช่วงไหล่กว้างสมบุกสมบันอย่างสมกับเป็นผู้ชาย ระดับความเร็วในทุกย่างก้าวของเราสองคนที่เดินดิ่งไปข้างหน้าทีละนิดอย่างพร้อมเพรียงกัน พูดเลยว่าฉันนึกภาพตัวเองที่กลับบ้านไปพร้อมกับผู้ชายคนอื่นนอกจากหมอกไม่ออกเลยจริงๆ

แต่ฉันก็นึกภาพเขาที่วันหนึ่งจะไม่ได้มานั่งเรียนข้างๆ ไม่ออกเลยเหมือนกัน

พรุ่งนี้นายต้องมาเรียนนะ

อือฮึ!”

นี่อาจจะเป็นคำขอร้องครั้งแรกเพียงหนึ่งเดียวของฉัน

สำหรับคนอย่างฉันที่เอาแต่คอยรับฟังคำไหว้วานจากคนอื่นมาโดยตลอด

ท่ามกลางความเงียบซึ่งกำลังโรยตัวลงมาอย่างเงียบงัน

“…”

“…”

ลีโอเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงฉันทีละเล็กทีละน้อย โดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว

 

จิ๊บจิ๊บ~

กลิ่นอายยามเช้าแสนสดชื่นในแบบที่ฉันชอบมักจะปลุกฉันให้บอกลาเตียงนอนเร็วกว่าใครในบ้าน แต่ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่ฉันจะรีบร้อนมาโรงเรียนตั้งแต่รุ่งสาง เหตุผลหนึ่งก็เพราะฉันชอบบรรยากาศโปร่งสบายอย่างปราศจากความน่าอึดอัด หลังจากพบว่าตัวเองมาถึงห้องเรียนเป็นคนแรก และได้เผชิญหน้าต่อสภาพห้องเรียนโล่งๆ ราวกับมีฉันแค่คนเดียวที่เป็นเจ้าของ ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง

สายตาของฉันเลื่อนไปหยุดให้กับคนตัวสูงที่กำลังนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างด้วยท่าทางสง่างามอย่างกับภาพวาด

ใบหน้าเนียนใสอิงแอบกับไหล่กว้าง ปล่อยให้สายลมเบาๆ โชยเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแปลงดอกไม้ข้างล่างตึกเรียน โบกพัดจนเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยียุ่งแล้วลู่ลงไปตามผิวขาวๆ ที่ต้องกับแสงแดดสีทองโดยไม่ปัดป้องอย่างรู้สึกรำคาญ

ฉันเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

แค่อยากรู้ว่าลีโอจะมาโรงเรียนจริงหรือเปล่าแค่นั้นแหละ จึงตื่นเต้นมากซะจนตัดสินใจมาดักรอดูหน้าตั้งแต่เช้า

แต่ดูเหมือนจะถูกตัดหน้าเข้าซะแล้วสิ

zZZ

แถมยังกำลังหลับอยู่อีกต่างหาก

ตึก ตึก ตึก

ฉันรีบเดินเข้าไปหา

เสียงฝ่าเท้าของฉันดังก้องไปทั่วราวกับตอกย้ำว่าบริเวณนี้มีเพียงแค่เราสองคน

กึก

และฉันก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา

ใกล้จนเงาของเขาสามารถทอดผ่านร่างกายฉันได้ทั้งตัว

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งหลับอยู่บนขอบหน้าต่างที่ถูกเปิดอ้าออกจริงๆ ซึ่งถึงแม้ขอบตรงนี้จะกว้างมากพอให้คนนั่งริมหน้าต่างวางหนังสือได้เลยด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้เลยว่าอีกฝ่ายจะไม่พลัดตกลงไป แต่เพราะอะไร เขาถึงไม่กลัวและนอนหลับได้อย่างสบายใจแบบนี้

ภายใต้สีหน้าใสซื่อของเขาที่ฉันรู้แล้วว่ามันซับซ้อนเกินกว่าใครจะเข้าใจกำลังคลี่ยิ้มบางๆ อยู่

กำลังคิดอะไรอยู่กันนะ

ในหัวสมองปั่นป่วนไปหมด

รู้สึกเหมือนกับเรียวแก้มสีชมพูจางๆ นั่นมีแรงดึงดูด

“…”

นิ้วมือของฉันค่อยๆ ขยับเข้าไปสัมผัสกับผิวกายของเขาโดยไม่ตั้งใจ

“…?!” ลีโอจึงลืมตาขึ้นในวินาทีต่อมา

เขาตวัดนัยน์ตาคู่สวยมามองฉันแล้วเลิกคิ้วฉงน และไม่พูดอะไรอย่างไม่เอะใจสงสัย

หากแต่กลับเป็นฉันเองที่ละล่ำละลักแก้ตัวออกไปชนิดที่แทบจะไม่เป็นภาษา

ทะทำไมนายถึงมานอนตรงนี้เล่า?!” เอ่ยออกมาเสียงหลง ก่อนจะพบว่าเสียงนั้นติดอ่างจนฟังดูน่าหัวเราะเป็นบ้า จึงรีบเอามือป้องปากพลางหันหน้าหนี นี่มันอันตรายมากนะ ว่าพลางถอนหายใจพรืดราวกับยืนยันในความถูกต้องในคำพูดตัวเอง ให้ตายเถอะ คิดว่านายเป็นพระเอกการ์ตูนตาหวานหรือไง ไม่ได้เท่เลยนะยะ (ดุข่มไว้ก่อน เดี๋ยวเขาจะรู้ว่าเราแอบแต๊ะอั๋ง T_T)

เขากะพริบตางงๆ ลมมันเย็นดีน่ะ แล้วก็เพราะเช้าเกินไป แม่บ้านก็เลยยังไม่มาสับสวิตช์

งั้นเหรอ

“…”

“…”

ทำไมเงียบล่ะ เงียบไม่ได้นะ

ทำไมนายมาถึงเช้าจัง~!”

เธอก็เหมือนกันเขายิ้มมุมปากตอบกลับมาทำไมล่ะ

กะก็นอนไม่หลับอ่ะฉันได้แต่กลอกตาคิดหาคำตอบอย่างร้อนรน เมื่ออีกฝ่ายดันหรี่ตาลงเหมือนไม่เชื่อ อะไรกันเล่า? ทีนายยังไม่เห็นจะตอบฉันเลย

ลีโอเลิกคิ้วอีกครั้ง

จากนั้นก็ส่งยิ้มบางๆ มาให้

ไม่บอกหรอก เขาว่าพลางสบตาฉันด้วยแววตาฉายประกายอย่างผู้อยู่เหนือกว่า

“…”

จนค่อยๆ หม่นแสงลง

หลงเหลือไว้เพียงแค่นัยน์ตาสีดำมืดสนิท

ลีโอในตอนนี้กำลังจ้องมองฉันเหมือนกับเมื่อวานไม่มีผิด

ด้วยสายตาราวกับคนที่มีความคิดมากมายปนเปอยู่ในหัวจนพูดปลอบใจลำบาก

ถ้าเกิดผมพูดออกไป เธอต้องล้อผมแน่ๆ

เป็นสายตาขี้โกงในแบบที่ขโมยสติของฉันไปทั้งหมด

จริงๆ แล้วผมมาเช้าก็เพราะอยากให้เธอช่วยติวก่อนเข้าเรียนทีน่ะ พอดีเย็นวันนี้ผมไม่ว่าง มีนัดแล้ว

และเชื่อเถอะว่ามันไม่แฟร์เลยสักนิดที่มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่เอาแต่หัวหมุนตามไม่ทันกับความรู้สึกของอีกฝ่าย เดี๋ยวก็ชอบใช้สายตามองแบบเป็นต่อ เดี๋ยวก็ชอบใช้คำพูดเหมือนมีเลศนัย เห็นฉันเป็นคนยังไงกัน

อย่างกับกำลังถูกปั่นหัวอยู่ยังไงก็ไม่รู้

แล้วก็นะ คนอย่างเขาน่ะเหรอจะมีนัด นอกจากฉันแล้วเขายังมีเพื่อนคนอื่นด้วยงั้นเหรอ (นับว่าตัวเองเป็นเพื่อนเขาไปเรียบร้อยแล้ว) ไม่น่าเชื่อ

อ่อ ได้สิ งั้นฉันขอตัวไปหาหนังสือแป๊บ

เดี๋ยวก่อนเขาคว้าชายเสื้อฉันไว้ ไม่ถามหน่อยเหรอว่าใคร

ไม่นี่ฉันตอบแบบเลี่ยงๆ พลางขยับตัวนิดหน่อยก็หลุดพ้นจากการเกาะกุม หรือในอีกหนึ่งความหมาย อีกฝ่ายอาจจะยอมปล่อยฉันไปเอง

ไม่สนุกเลย~เขาถอนหายใจ

ปล่อยให้ฉันเลิกคิ้วไม่เข้าใจกับประโยคก่อนหน้า จากนั้นก็ผละตัวออกจากเขาไปหยิบหนังสือได้ตามสบาย และพยายามกวักมือเรียกเขาให้ลงจากขอบหน้าต่างมานั่งติวบนโต๊ะตัวเองดีๆ อยู่นานมาก แต่ก็ล้มเหลว เพราะเขายังคงตีหน้านิ่งเนียนๆ เหมือนรอให้ฉันพยายามตื๊อเขามากกว่านั้น ฉันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเดินกลับไปหาอีกครั้ง เอื้อมมือออกไปหวังกระชากเขาลงมา

หมับ!

?!

หากแต่ภายในเสี้ยววินาที เพียงแค่ฉันกะพริบตา

ท่อนแขนแข็งแรงของลีโอกลับเร็วกว่า และเขาก็ลากฉันเข้ามาล็อกตัวไว้ด้วยแขนข้างเดียว

พร้อมกับคำหนึ่งคำซึ่งฉันไม่ได้ยินมานาน

Gotcha!”

“…”

จับโปเกม่อนได้แล้ว!”

ถ้าหากมีใครเปิดประตูผลัวะเข้ามาในตอนนี้ พูดเลยว่าพวกเขาคงรู้สึกตลกน่าดู สำหรับท่าทางของลีโอที่กำลังนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างโดยมีมือข้างหนึ่งยึดเกาะไว้อย่างน่าหวาดเสียว ส่วนอีกมือข้างหนึ่งก็กำลังรวบกอดร่างบางของฉันไว้ ด้วยสีหน้าภูมิอกภูมิใจนักหนา

คิดแล้วฉันก็เผลอหัวเราะออกมา

อะไรของนายเนี่ย

เช้าขนาดนี้ยังไม่มีใครมาหรอกเขาเอ่ยเสียงเบาราวกับพูดกับตัวเอง ตามใจผมแล้วอยู่ติวด้วยกันตรงนี้ทีสิ

อ่า…”

ท่ามกลางความเงียบซึ่งกำลังโรยตัวลงมา

ตึกตัก ตึกตัก

หัวใจของฉันกำลังเต้นแรงอย่างตื่นตกใจ คงเป็นเพราะแผ่นหลังฉันที่ถูกปกคลุมด้วยเสื้อเชิ้ตตัวบางๆ นั่น ไม่เพียงพอต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้มันบังอาจสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอุ่นๆ จากร่างกายเขาได้แบบชัดเจนเลยล่ะมั้ง หยุดจินตนาการไม่ได้สักทีว่าแถวๆ นั้นคงเป็นอะไร หน้าอกของเขา? หรือหน้าท้อง? ให้ตายสิ ทำไมฉันมัวคิดถึงแต่เรื่องพวกนี้นะ จากลมเย็นๆ กลายเป็นร้อนผ่าวไปหมดทั้งตัวเลย เฮ้อๆ ยัยบ้ายู!

ในขณะที่สองมือของฉันได้แต่กอดหนังสือเอาไว้แน่นอย่างหาเกราะกำบังไม่ให้เสียงนั้นดังเกินไปนัก

เฮ้อออ~

เข้าใจแล้วฉันผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อปรับอารมณ์พร้อมกับแกะมือหนาออกไป ก่อนจะหันหลังไปเผชิญหน้ากับคนเอาแต่ใจที่สุดในโลกที่กำลังกะพริบตาใส่ฉันด้วยสายตาคาดหวังกับคำตอบ ซึ่งนั่นก็ทำให้ฉันอ่อนใจจนต้องถอนหายใจออกมาอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ติวตรงนี้ก็ได้” แต่ไม่เอาท่านั้นนะยะ พิลึกตายชัก ///!

“…” ลีโอยิ้มพอใจ

ตั้งใจด้วยล่ะและฉันก็กล่าวทิ้งท้าย

หลังจากนั้น บทเรียนระหว่างเราสองคนก็ดำเนินไปอย่างเพลิดเพลินโดยฉันแทบจะไม่สนใจเวลาแม้แต่นิด และลีโอเองก็น่ารักตรงที่ยอมรักษาสัญญาของฉันด้วยการตั้งใจฟังตามมาตรฐานความหัวดี (แบบซ่อนรูป) ของเขา จนบางทีอาจเป็นฉันด้วยซ้ำที่เป็นฝ่ายเสียสมาธิไป

เพราะจู่ๆ ก็ต้องเลื่อนเวลามาติวตอนเช้าอย่างกะทันหันนั่นแหละ

มีนัดอะไรของเขา

ยู!”

จนกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น

และมันก็ทำลายสมาธิของฉันไปอย่างสมบูรณ์แบบ

ฉันดึงสติกลับมา ก่อนจะพบว่าเพื่อนร่วมห้องนั้นค่อยๆ ทยอยเข้ามาสมทบกันแล้ว

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ต่างกำลังสนใจอยู่แต่กับเรื่องของตัวเอง เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งกลับกำลังมุ่งหน้ามาหาฉัน

เธอคนนั้นฉันกับเธอเคยร่วมงานกลุ่มกันในบางที จึงพอจำได้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าลีโอพอๆ กับกลุ่มพิงค์กับเอมี่ และมันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น เมื่อพบว่าสายตาของเธอกำลังมองผ่านไหล่ของฉันไปยังลีโอราวกับกำลังมองตัวประหลาด แล้วเธอก็ขมวดคิ้วยุ่งยากใจ

นี่~ เมื่อวานมีคนเห็นยูกับลีโอเดินอยู่ด้วยกันแถวย่าน X ด้วยล่ะ จริงหรือเปล่าเสียงหวานเอ่ยถามคนอย่างยูไปเที่ยวกลางคืนกับเค้าด้วยเหรอ ถ้าให้พูดตรงๆ ย่านนั้นไม่ต่างอะไรกับแหล่งอบายมุข ซึ่งเต็มไปด้วยผับบาร์ เหล้า ซื้อกิน และไม่มีพวกนักเรียนไปเที่ยวบ่อยนักหรอก ดังนั้นมันจึงค่อนข้างเป็นเรื่องหนาหูสำหรับโรงเรียนลูกคุณหนูแห่งนี้เลย สมมติมีใครสักคนเห็นเข้าแล้วเอาไปพูดว่าเราอาจไปทำเรื่องอย่างว่า

เอ่อ…”

เราไม่กล้าปักใจเชื่อหรอกนะว่ายูจะไปเที่ยวแถวนั้นได้ก็เลยมาลองถามดู แถมยังไปกับเขาด้วยคนตรงหน้าลดเสียงลงไม่ให้คนข้างหลังฉันได้ยิน และคำพูดของเธอก็ทำให้ฉันพูดความจริงออกไปไม่ออก จนถึงกับหัวตื้อไปพักหนึ่งด้วยความรู้สึกมึนงง

แล้วนี่ทำไมอยู่ด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันตั้งแต่เช้าอีกฝ่ายถามต่ออย่างตั้งป้อม แถมยังมามองพวกเราด้วยสายตาจับผิดอีก ให้ตายสิ ไปกันใหญ่แล้วมั้ง และคราวนี้ฉันตอบออกไปได้

ติวให้เขาตามคำสั่งอาจารย์น่ะจ้ะ

อ่อเคเธอพยักหน้ารับรู้หวังว่าข่าวนั่นจะไม่จริงนะ เพราะตัวแทนห้องเอของเราต้องเพอร์เฟ็กต์!”

อ่า…”

ฉันรู้แล้วว่าทำไมเรื่องดังกล่าวถึงดูเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเธอนัก

ถ้าจำไม่ผิด เหมือนเคยได้ยินว่าเธอคนนี้จะชอบเอาเรื่องดีๆ ในห้องตัวเองไปเขม่นใส่คู่แข่งในห้องอื่นนี่นะ

ไม่เป็นแบบนั้นหรอกจ้า อย่าห่วงไปเลยนะ ^-^” ต้องฝืนยิ้ม และพอหันหลังให้แล้วถึงค่อยถอนหายใจออกมา หยุดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าหากเป็นกังวลขนาดนั้น ทำไมเธอไม่เป็นหัวหน้าห้องเองไปเลยฮะส่วนพวกเราก็ติวกันเสร็จแล้วเนอะ

รู้สึกเหนื่อยจัง

ฉันหันไปพูดกับลีโอแล้วตัดจบ ก่อนจะขอตัวกลับไปนั่งพักหายใจ เขาจึงเดินตามหลังฉันมาโดยไม่พูดอะไร

ยู…”

แต่สุดท้ายเขาก็พูดออกมาเหมือนไม่อยากเก็บไว้

สีหน้าเกรงใจอย่างไม่สมกับเป็นคนเอาแต่ใจอย่างเขา พร้อมทั้งแววตาไม่มั่นใจ ทำเอาฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ท่าทางคนตรงหน้าเหมือนกับรอคอยคำตอบจากฉันอย่างใจจดใจจ่อ แต่ก็กลัวมากเหลือเกินว่าจะได้คำตอบกลับไปแบบไหน

มีอะไรหรือเปล่า จนต้องกลั้นใจถามออกไปก่อน และเพราะแบบนั้น เขาถึงยอมพูดเรื่องเอาแต่ใจออกมา

หลังเลิกเรียนไปกับผมหน่อยได้มั้ย

หืม? ไปไหนฉันขมวดคิ้วถาม ไหนนายว่ามีนัดแล้วไง

ก็นี่ไง กำลังชวนอยู่เขาพูดหน้านิ่ง ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่น

“…”

“…”

เนิ่นนานกว่าฉันจะรู้ตัวว่าอีกฝ่ายกำลังหมายความถึงใคร

ลีโอก็สบถพึมพำออกมาแล้วเฉลยเสียงดังให้ฉันได้ยินชัดๆ

มีที่ที่อยากไปกับเธอให้ได้อยู่น่ะ

เอ๊ะ?

 

สวนหลังโรงยิม?

เมื่อเสียงกริ่งของโรงเรียนดังขึ้น ราวกับเป็นสัญญาณบอกให้นักเรียนทุกคนหมดหน้าที่ตั้งใจเรียน ซึ่งโดยปกติแล้ว ชั่วโมงติวพิเศษระหว่างฉันกับลีโอก็จะดำเนินการในเวลาต่อมาทันที แต่ในวันนี้ ลีโอกำลังพาฉันไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เขาภูมิใจนำเสนอมากเหลือเกิน มากซะจนท่าทางกระตือรือร้นของเขาทำให้ฉันเผลอลั่นวาจาถามออกไปว่าทำไมถึงอยากไปกับฉันขนาดนั้น

จะว่าไปแล้ว ผมพูดว่าอยากให้เธอสนใจผม แต่จริงๆ แล้วเธอยังไม่รู้จักผมเลยน่ะ~

‘…’

ผมก็เลยอยากให้เธอมาเห็นที่ที่ผมชอบที่สุดในโรงเรียนนี้

และที่แห่งนั้นก็คือ

นายนี่มีรสนิยมเดียวกับเพื่อนฉันเลยนะฉันพูดขำๆ พลางกวาดสายตาไปรอบทิศ

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็พบเจอแต่ต้นไม้กับสนามหญ้า จนกล้าพนันได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้คงจะสามารถสกัดเอากลิ่นสีเขียวจางๆ ออกมาได้โดยไม่ต้องพยายาม อีกทั้งไอแดดอ่อนๆ ซึ่งส่องลอดผ่านกลุ่มใบไม้ข้างบนก็ช่วยทำให้ฉันรู้สึกหายเหนื่อยราวกับร่างกายได้รับการชำระล้าง จนนึกเสียดายว่าอันที่จริงที่ที่ดีขนาดนี้ผู้อำนวยการไม่ควรจะปล่อยให้มันรกร้างด้วยซ้ำ

แต่ก็ว่าใครไม่ได้หรอกนะ ในเมื่อครั้งก่อนที่ฉันมาเจอกับหมอกที่นี่ก็มองข้ามบรรยากาศดีๆ ไปเหมือนกัน

ซู้ดดด (สูดหายใจเข้าลึกๆ ซึมซับกลิ่นธรรมชาติ)

เฮ้!”

หือ? ว่าไง

ไม่ใช่ที่นี่สักหน่อยเขาส่ายหัวเบาๆ ด้วยสีหน้ากึ่งระอากึ่งกลั้นขำ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังประตูรั้วลวดหนามที่ต้องเดินต่อไปอีกประมาณสิบก้าวจึงจะถึงจุดหมาย

“…”

ทางนู้น

อ้าวเหรอ…” ฉันเกาหัวแกร่กๆ เดินตามคนตัวสูงไปอย่างมึนๆ (น่าจะรีบบอก ฉันอุตส่าห์เล่นใหญ่ #ร้องไห้)

ว่าแต่เขากำลังจะพาฉันไปไหนกันแน่เนี่ย

ทำไมเราถึงต้องเดินไปหาประตูรั้วลวดหนามเก่าๆ ด้วยล่ะ

ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจเขาหรอกนะ แต่ในโรงเรียนของเรามีสถานที่ที่ลึกลับขนาดนั้นด้วยเหรอ (สวนหลังโรงยิมนี่ฉันก็ว่าลึกลับมากแล้วนะ!)

เธอเข้าไปก่อนเลยยู

เข้าตรงไหน ฉันชะโงกหน้าออกมาจากแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงเพื่อให้ตัวเองมองเห็นทางข้างหน้าได้ถนัด แต่ก็เห็นแค่ประตูสนิมเขรอะแล้วก็แม่กุญแจที่คล้องไว้อย่างแน่นหนาซึ่งดูยังไงก็… “มันล็อกอยู่ไม่ใช่หรือไงเล่า เขาห้ามเข้าหรือเปล่า ฉะฉันไม่เอาด้วยแล้วดีกว่า

ตุ้บ!

ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะรับฟังคำติติงของฉัน เขากลับนั่งยองๆ ลงทันทีแล้วชี้นิ้วไปยังข้างใต้ประตูเจ้าปัญหานั่น

เธอเห็นทางเข้าลับนี่มั้ย

อะไรเล่าฉันโวยวาย

ดูดีๆ สิ

ท่าทางเอาจริงเอาจังของผู้ชายตรงหน้าราวกับยืนยันว่าไม่ว่ายังไงก็จะเข้าไปแน่ๆ ทำให้ฉันถอนหายใจอย่างอ่อนใจ เป็นผู้ชายประเภทชอบแหกกฎหรือไงยะ

เห็นมั้ยยู ตรงนี้มันมีช่องให้ลอดอยู่ด้วยล่ะ

อืมเห็นถ้าเขากำลังหมายถึงลวดหนามพังๆ พอให้สุนัขลอดล่ะก็… “ไม่ไหวหรอก มันเล็กไป

ไม่เล็กนะ มันใหญ่กว่าที่เธอเห็นซะอีกเขารีบหันขวับมาเถียงตาโต เมื่อเช้าผมก็เพิ่งจะใช้ช่องลับนี่ลอดผ่านไปเอง สบายมาก

แต่ว่า…” ฉันลังเล

เธอไม่อยากเห็นที่ที่ผมชอบเหรอ

ก็อยากอยู่หรอกแงงง

ตรงนั้นมีโปเกสต็อปด้วยนะ โปเกม่อนก็มีให้จับด้วย ตัวแรร์ด้วยเขาพยายามโน้มน้าวฉันโดยการยกข้อเสนอสุดคุ้มค่า (สำหรับเขา) ขึ้นมาล่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แถมยังชี้นิ้วรัวๆ ไปยังอีกฟากหนึ่งของประตูอีกต่างหาก ตะแต่ฉันไม่ได้เล่นไงจึงได้แต่ยืนขมวดคิ้วลังเลอยู่อย่างนั้น จนเขาคงจะทนไม่ไหวล่ะมั้งถึงได้กดหัวลงต่ำ คลานเข่าลอดใต้ช่องนั้นไปก่อนโดยไม่ส่งสัญญาณใดๆ บอกล่วงหน้าเลยว่าจะทำ

เดี๋ยวสิ!”

ที่สำคัญ

ระวัง!”

มันคือทางลาด!

ซึ่งเครื่องพิสูจน์อย่างแม่นยำก็คือเสียงร้องอย่างเหวอๆ ของลีโอที่ดังลั่นกว่าคำเตือนเสียงหลงของฉันซะอีก และในชั่วพริบตาต่อมา ฉันก็พบว่าคำเตือนของฉันไม่อาจส่งไปถึงอีกฝ่ายได้ เนื่องจากผู้รับสารกำลังกลิ้งหลุนๆ ลงไปอย่างกับลูกบอลกลมๆ ที่ดูเหมือนจะยังไม่เจออะไรสักอย่างให้ช่วยเป็นแรงเสียดทาน

ลีโอ!”

“…”

ลีโอออ~!”

“…”

นี่มันเป็นความเงียบที่ฉันรู้สึกกลัวที่สุดเลย!

เมื่อกี้ยังอยู่ด้วยกันดีๆ แท้ๆ แต่จู่ๆ ก็หายไปเฉย

ทำยังไงดี?!

ฉันยืนเครียดอย่างคิดไม่ตก

คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ

นอกจาก

ฉันกัดฟันให้กับความคิดสุดท้าย และหลังจากนั้น ฉันก็กลั้นใจให้ตัวเองลืมความกังวลในใจไปจนหมดสิ้นเพื่อล้างสมอง ก่อนจะรีบมุดหัวคลานผ่านช่องลับตรงหน้าตามเขาไปทันทีโดยไม่มีแผนสำรอง

พรืดดด

ลื่น~

ขลุกๆๆ หลุนๆๆ ตุ้บ! ปั่ก!

กรี๊ดดด

โอ๊ย!”

ไม่ใช่เสียงของฉัน

ลีโอ!”

เจ็บนะเนี่ยเสียงทุ้มเอ่ยประท้วงอย่างไม่จริงจังนัก

และเพราะแบบนั้น ฉันจึงได้สติ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งปะติดปะต่อเหตุการณ์ว่าอะไรเป็นอะไร

ใช่แล้ว เพราะเสียหลักตกจากเนินข้างบนไปเมื่อกี้ จึงล้มโครมลงไปชนกับอีกฝ่ายเข้าให้เต็มๆ! เท่านั้นล่ะ ความอับอายก็ตีระรื้นขึ้นมาถึงแก้มทันทีจนรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ฉันรีบเงยหน้าขึ้นมาแล้วตั้งใจจะขอโทษเขาสำหรับความไม่ระมัดระวังของตัวเองในครั้งนี้

หากแต่ภาพตรงหน้าก็ทำให้ฉันแทบจะหยุดหายใจ

ลืมแม้กระทั่งคำง่ายๆ อย่างคำว่าขอโทษ

จู่ๆ ฉันก็คิดคำดีๆ ขึ้นมาได้แทนว่า สำหรับบางครั้ง คนเราอาจไม่จำเป็นต้องใช้กล้องเพื่อบันทึกความทรงจำ ในเมื่อ ณ เวลาในตอนนั้น สมองของเราได้จดจำมันไว้หมดแล้ว

ซึ่งมันก็ไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด สำหรับในตอนนี้

ฉันกับเขากำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสวนดอกทานตะวัน

ซึ่งกำลังบานสะพรั่งรับหน้าร้อน

สวยใช่มั้ยล่ะ~

อื้อ!”

คงมีคนคอยดูแลมันอยู่แล้วล่ะนะ แต่ผมเป็นนักเรียนคนแรกที่หาที่นี่เจอ แล้วผมก็อยากให้เธอมาเห็นเป็นคนแรก

เป็นเพราะคำพูดของเขา

เป็นเพราะแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สะท้อนลงมาตกกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาพอดี

หรือเป็นเพราะฉากหลังเป็นดอกทานตะวันสวยๆ ตัดกับกลีบเมฆหลายเฉดสีจากแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ตกดินกันแน่

ฉันถึงได้เอาแต่จ้องมองเขาจนไม่สามารถหันไปมองทางอื่นได้ราวกับต้องมนตร์แบบนี้

คนตัวสูงเคียงข้างฉันกำลังนั่งกอดเข่าตัวเองไว้ กดคางลง สายตาของเขาเหมือนกำลังเหม่อมองไปยังที่ที่แสนไกล

จริงๆ แล้วผมดีใจมากนะที่เมื่อวานเธอมาตามหาผม

“…”

แล้วก็เมื่อวานที่เธอพูดว่าผมเป็นเพื่อนของเธอ ผมดีใจมากจริงๆ

“…”

ที่ผ่านมามีแต่คนคอยอยู่ห่างๆ ผมตลอด แต่ทำไมเธอถึงไม่ทำเป็นมองไม่เห็นผมเหมือนกับคนพวกนั้นล่ะ

จู่ๆ ความในใจของเขาก็พรั่งพรูออกมาจนหมด

จู่ๆ คนข้างตัวที่มีโลกส่วนตัวสูงจนเข้าถึงยาก ก็ทำให้ฉันรู้สึกราวกับอีกฝ่ายนั้นอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้นเอง

คิดแล้วฉันก็ยิ้มเหมือนคนเสียสติ

จะมีสักกี่คนกันที่แสร้งทำเป็นไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง แต่จริงๆ แล้วเขาแคร์

นี่เขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ?

ฉันอยากรู้จักนายน่ะ นายแปลกดี

ลีโอเลิกคิ้วแปลกใจ งั้นเหรอ

อื้อ!”

คนที่อยากจะรู้จักคนแปลก ไม่ใช่คนที่แปลกกว่าเหรอยู

นั่นสินะ~

หึ…”

ยิ้มอะไรฉันมองค้อนอย่างคาดโทษ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ยิ้มไม่หุบจนฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย (ว่าหมอนี่เสียสติไปแล้วหรือเปล่า) จนเขาหัวเราะแก้เก้อออกมาทำเอาเผลอหัวเราะตามไปด้วย ฉันถึงยอมแพ้และละสายตาจากเขาไปสำรวจสิ่งรอบข้างแทน แล้วก็ต้องร้องว้าวออกมาอย่างตื่นตาตื่นใจเฮ้ย! ตรงนี้มองเห็นดาวด้วยอ่ะนาย ยังไม่มืดสักหน่อยนะ แถมท้องฟ้าก็กว้างมากเหมือนกับดาวจะหล่นลงมาเลยล่ะ ฮือๆๆ นายเห็นมั้ย สวยชะมัด

“…”

“…”

เอาอีกละ เขายิ้มแบบนั้นอีกแล้ว

แต่เพราะถึงถามไป เขาก็คงไม่บอกอยู่ดี ฉันจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองดาวบนฟ้าเหมือนเดิม

ก็เธอเล่นดีใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้นี่นา

โดยไม่คาดฝันว่าจะได้รับคำตอบ เมื่อจู่ๆ เสียงทุ้มนั้นก็ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

ภายใต้ท้องฟ้าพร่างดาวกับสวนดอกทานตะวันสีเหลืองทองดูสดใส คำพูดของเขาทำให้ฉันนึกไม่ออก ว่าตัวเองเคยใจพองโตมากขนาดนี้เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่





 







เย้ มาอัพแล้ว เร็วจริงๆ เห็นมั้ยบอกแล้ว
ถ้าสารภาพว่าใกล้จบแล้วจะเชื่อมั้ย XD เพราะตั้งใจว่า
จะให้จำนวนตอนเท่ากับตัวอักษรที่เป็นชื่อนิยาย เลยกลายเป็นว่า
อ้าวมีแค่นี้เองหรอ เลยเป็นมินิซีรีส์ไปเลย >__< ถึงยังไงเราก็มีเรื่องหน้ามานำเสนอค่ะ
เหมือนจะอัพไว้ตอนนึงแล้ว เข้าไปอ่านพลางๆ ได้นะคะ
ขอบคุณที่เม้นนะตะเองงงงง โห เม้นนึงก็ทำให้รู้ว่ามีคนอ่านอ่ะ 555+ ดีใจ

ถ้าชอบ อยากติดตามต่อก็กด Like แฟนเพจที่หน้านิยายหลัก
และกดเป็นแฟนพันธ์แท้ที่นี่ได้เลย >O<


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #7 bii_ (@Sitasitaknow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 19:50
    หัวใจพองโตตามยูไปด้วยเลย
    อ่านฉากนี้แล้วรู้สึกดี อยากได้ความรู้สึกแบบนี้บ้าง
    #7
    0