ตอนที่ 13 : The Dynasty [ ราชวงศ์ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61


บทที่ 12

The Dynasty

ฉันนั่งกำมือแน่นหลังจากที่ก้าวขาขึ้นรถลีมูซีนยาวเฟื้อยสีดำสนิทเงาวับตรงหน้า ไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้ขึ้นมานั่งในรถที่หรูยังกับวังแบบนี้ นึกว่าอะไรแบบนี้จะมีแต่ในละครซะอีก มือทั้งสองข้างกำชายกระโปรงสีครีมแน่นด้วยความตื่นตระหนก พูดกันตามตรงฉันไม่เคยไปร่วมงานอะไรแบบนี้เลย ไม่เคยไปงานราตรีหรืองานอะไรของคนรวยๆ เขาเลยสักครั้ง ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวยังไง กลัวแสนกลัวว่าจะทำให้แม็กนั่มต้องขายขี้หน้า

ไม่ต้องเครียด" เขาว่าแล้วยื่นขวดแก้วให้ฉัน "สามวิ อย่าหยุดนะ ถ้าหยุดฉันจะกรอกปากเธอ"

แต่ฉัน...”

ไม่มีแต่" เขาว่าแล้วยัดขวดแก้วใส่มือให้ฉันรับไว้

ฉันมองขวดแก้วในมืออย่างชั่งใจ เอาเถอะ ยังไงตอนนี้ฉันก็สั่นซะจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว ถ้ามีอะไรสักอย่างที่จะช่วยลดความปอดแหกของฉันลงได้สักนิดก็คงดี ฉันบิดเปิดฝาขวดแล้วจรดปากขวดกับริมฝีปาก กลิ่นของแอลกอฮอล์รุนแรงโชยขึ้นปะทะกับจมูกทำเอาฉันเบือนหน้าหนี ทว่าใบหน้าหล่อเหลาของเขามองฉัน ดวงตาคู่นั้นหรี่มองอย่างดุดัน

ฉันกลั้นใจเงยหน้าแล้วยกขวดแก้วขึ้น เครื่องดื่มสีใสรสชาติขมและร้อนเหมือนไฟไหลผ่านหลอดอาหาร

ยังไม่ทันจะครบสามวินาทีอย่างที่เขาสั่งไว้ มือใหญ่คว้าขวดแก้วกลับไปเสียก่อน มือข้างหนึ่งโอบรั้งรอบหลังคอของฉันไว้แล้วใช้มืออีกข้างเช็ดริมฝีปากด้วยกระดาษทิชชู่อย่างเบามือ ฉันกระพริบตามองเขาปริบๆ อย่างไม่อยากเชื่อว่านี่คือการกระทำของผู้ชายที่ชื่อแม็กนั่มจริงๆ

ถ้ามากกว่านี้ เธอคงได้นอนก่อนถึงบ้านฉัน" เขาว่าแล้วโยนกระดาษทิชชู่ทิ้งลงถังขยะเล็กๆ ตรงหน้า

มัน... ขมมากเลย" ฉันว่าแล้วแตะริมฝีปากตัวเอง "แล้วก็ไม่อร่อยเลย นายกินเข้าไปได้ยังไง"

คนเขาไม่ได้กินกันเพราะมันอร่อยนี่" เขาว่าแล้วหยิบขวดเหล้าขึ้นมา ก่อนจะเปิดฝาแล้วกรอกลงปากตัวเองเหมือนกินน้ำเปล่าด้วยสีหน้าที่ไม่สะทกสะท้านต่อรสชาติใดๆ ราวกับลิ้นของเขาด้านชาไร้ความรู้สึก มือใหญ่วางขวดลงบนโต๊ะกลางระหว่างเบาะที่นัั่งหนัง "ฉันอยากจะเห็นเธอเมาจริงๆ แต่เอาไว้หลังงานก็แล้วกัน...”

คำพูดลอยๆ ของเขาทำเอาฉันถึงกับก้มหน้าหลบ ได้แต่พยายามสะกดหัวใจที่เต้นแรงในหน้าอกให้สงบลง



ถึงแล้ว"

แม็กนั่มหันหน้ามาหาหลังจากที่รถขับออกมาห่างจากกรุงเทพฯ พอสมควร ฉันชะโงกหน้ามองผ่านกระจกหน้าต่าง ข้างนอกเริ่มมืดแล้ว แต่ยังพอเห็นสองข้างทางได้อยู่ ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจก็คือ... มันไม่มีอะไรเลย รถจอดอยู่ตรงหน้าประตูรั้วสูงใหญ่ราวกับประตูวัง แต่ข้างในรั้วนั้นกลับเป็นสนามหน้าเขียวขจีที่โล่งเตียนสุดลูกหูลูกตา

ถึงแล้วจริงเหรอ ?” ฉันถามด้วยความประหลาดใจ

แม็กนั่มไม่ตอบ แต่เมื่อคนขับรถเปิดประตูให้ เขากลับออกไปจากรถโดยไม่สนใจฉัน ปล่อยให้ฉันค่อยๆ ขยับตัวในชุดราตรียาวๆ แสนแพงที่เดินเหินได้ยาก รวมกับปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ฉันรับเข้าไปก่อนหน้านี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าโลกกำลังหมุนติ้ว โชคดีที่คนขับรถพยุงฉันไว้ได้ก่อนที่ฉันจะล้มลง และทำให้แม็กนั่มหันมามองตาเขียว ก่อนจะคว้าร่างของฉันไปประคองเอาไว้ในวงแขน

ฉัน... ฉันว่าฉันเมาแล้ว" ฉันว่าแล้วใช้มือกุมหัวตัวเอง "ฉัน... มองไม่เห็นบ้านนาย"

ยัยเบ๊อะเอ๊ย" เขาบ่นเบาๆ แล้วประคองตัวฉันขึ้นไปบนอะไรบางอย่าง

มีคนอีกสองสามคนรออยู่ในนั้น มือของพวกเขาช่วยกันคาดเข็มขัดให้ฉันที่ยังคงงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก ใครบางคนยื่นบัตรพลาสติกแข็งๆ ให้ฉันรับอย่างงงๆไว้ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าเล็กที่พกติดตัวมาด้วย ก่อนที่ฉันจะทันได้ถามอะไรออกไป สมองของฉันเริ่มประมวลผลภาพตรงหน้าออก ปากอ้ากว้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าฉันกำลังอยู่ในฮะ... เฮลิคอปเตอร์ และยังนั่งอยู่บนที่นั่งข้างคนขับ และคนขับ... คือแม็กนั่ม!!!!

บ้านนายอยู่บนฟ้าเรอะ!!!” ฉันถามแล้วมองออกไปข้างนอกหน้าต่างตรงหน้า เฮลิคอปเตอร์เริ่มยกตัวสูงขึ้นในแนวดิ่ง เหงื่อเย็นไหลซึมออกมาเต็มฝ่ามือ ความเมาสร่างไปหมดเมื่อพบว่าตัวเองอยู่ห่างจากพื้นดินขึ้นเรื่อยๆ และรอบข้างกลายเป็นหุบเขาและป่าเขียวชะอุ่มในยามค่ำ "มะ... ไม่เอานะฉันกลัว"

นั่งนิ่งๆ หรือจะให้ฉันโยนเธอลงไป ??” แม็กนั่มกำไมค์ที่ติดกับเฮดโฟนที่ครอบหัวของเขาไว้เพื่อไม่ให้เสียงของเขาหลุดเข้าไปให้ใครก็ตามที่เป็นผู้รับสัญญาณได้ยิน "ฉันขับเป็นน่าเชื่อสิยัยโง่ อย่าเพิ่งสติแตกไปหน่อยเลย พ่อเคยสอนฉันกับไอ้ไททันตอน ม.ต้นเผื่อว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ฉันต้องนั่ง ฮ.จะได้เอาตัวรอดได้ อีกอย่างมีนักบินอยู่ด้านหลัง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็คง... ช่วยทัน มั้ง ?”

มั้ง ???” ฉันร้องออกมาเสียงสูงแล้วหลับตาปี๋ "นายอย่าใช้คำว่ามั้งกับความเป็นความตายได้ไหม ???”

เธอก็รู้ว่าฉันไม่โกหก...” แม็กนั่มพูดในขณะที่สายตามองออกไปข้างนอก "ยังไงมันก็มีโอกาสตายอยู่ดี"

ช่วยได้มาก!! ฉันกัดฟันกรอดแล้วคิดในใจ พยายามหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วมองไปไกลๆ สุดขอบฟ้า พระอาทิตย์สีส้มแดงระเส้นขอบฟ้าและใกล้จะหายไปเต็มที แสงสีน้ำเงินเข้มสาดคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า... ฉันใช้มือกุมหน้าอกตัวเอง ภาวนาถึงพระเจ้าทุกองค์ในโลกให้ฉันรอดไปได้จากหายนะในครั้งนี้ แล้วฉันจะไม่เดินขึ้นรถขึ้นเรือขึ้นเฮลิคอปเตอร์สุ่มสี่สุ่มห้าอีกเลย

เห็นไหม ?” แม็กนั่มถามแล้วชี้ไปยังแสงสีส้มเหลืองที่ขอบฟ้าไกลลิบๆ "นั่นไงบ้านฉัน"

นั่นนายเรียกว่าบ้าน ???” ฉันหลุดปากพูดออกมาแล้วเพ่งสายตามองไปยังกลุ่มแสงไฟสีเหลืองนวลอีกครั้ง

มันไม่ใช่บ้าน นั่นคือวัง นั่นคือปราสาท!!!

ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าในประเทศนี้มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามและยิ่งใหญ่ขนาดนี้อยู่ได้ยังไงโดยไม่เป็นที่รู้จัก วัง ปราสาท คฤหาสน์ หรืออะไรช่างที่ตั้งอยู่กลางป่าในทิศทางที่เฮลิคอปเตอร์ลำนี้กำลังร่อนลงไปหาสร้างขึ้นมาด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ห้อมล้อมด้วยป่าเขียวขจีและบ่อน้ำใหญ่สะท้อนแสงไฟ ยิ่งฉันเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ยิ่งเห็นรายละเอียดของสิ่งที่แม็กนั่มเรียกว่าบ้านนั่นมากขึ้นเท่านั้น สิ่งก่อสร้างทรงยุโรปโบราณตั้งตระหง่านกลางป่าใหญ่ ยิ่งใหญ่จนชวนให้รู้สึกว่าตัวเองเล็กจ้อยและด้อยค่ายิ่งขึ้นไปอีก

ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดที่ไททันเรียกเพนท์เฮาส์บนยอดตึกของแม็กนั่มว่ารูหนู

เกาะแน่นๆ ล่ะ จะลงแล้ว" เขาว่าแล้วหันมามองฉัน "แต่ลืมบอกไป ฉันเอาเครื่องลงไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่...”

เขาพูดจบ ใบหน้าของฉันซีดเผือด กรีดร้องในใจพร้อมกับสาปส่งเขาถึงเจ็ดชั่วโคตร แม็กนั่มยื่นมือข้างหนึ่งออกมาคว้ามือของฉันที่สั่นระริกไว้แน่น ในขณะที่ตัวเองเอาเฮลิคอปเตอร์ลงด้วยมือข้างเดียว รอยยิ้มจางระบายบนริมฝีปากเพียงพอให้มองเห็นได้จากด้านข้าง หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาทันที มันก็คงจะดีอยู่หรอกถ้าหากว่าไม่ใช่ว่าไอ้มือที่เหลือของเขาอีกข้างนั้นกำลังบังคับเอาพาหนะที่โหม่งลงพื้นเมื่อไหร่ก็คือตายสถานเดียวนี่

ถ้าหากว่าฉันรอดไปได้นะ ฉัน... ฉันอยากจะฆ่านายจริงๆ เลยแม็กนั่ม!!!



นะ ในที่สุด เท้าของฉันเหยียบพื้นดินอีกครั้ง แม็กนั่มคว้าตัวของฉันออกมาจากที่นั่งข้างคนขับอย่างง่ายดาย แล้วก็ปล่อยให้ฉันยืนงงๆ ทำอะไรไม่ถูกตรงหน้าความยิ่งใหญ่ของสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า ปากอ้าค้างด้วยความตกใจเมื่อพบว่าสิ่งที่แม็กนั่มเรียกว่าบ้านนั้นใหญ่กว่าที่ฉันเห็นจากไกลๆ นั่นเสียอีก

ถามจริง นี่นายเรียกที่นี่ว่าบ้านเหรอ...” ฉันเงยหน้ามองบ้านของเขาที่สูงไม่ต่ำกว่าแปดชั้นเป็นอย่างน้อย

ปิดปากเธอได้แล้ว เดี๋ยวแมลงก็บินเข้าไปหรอก" เขาหันมาดุด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "เอาล่ะ อย่าสติแตกนะ"

มือใหญ่คว้ามือของฉันที่เย็นเยียบและสั่นเทากุมไว้แน่น ก่อนจะรั้งให้ฉันเดินตามเขาไปในงานกลางแจ้งในสวนที่ประดับประดาด้วยดวงไฟสีเหลืองอบอุ่นตามต้นไม้สูงใหญ่และพุ่มไม้เตี้ยๆ ผู้คนขวั่กไขว่เดินไปมาเต็มไปหมดทั้งสวน สวยงามราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ชีวิตที่ฉันคงจะไม่มีวันได้สัมผัสหากไม่ใช่เพราะคนข้างๆ

ฉันหันไปมองแม็กนั่มอีกครั้ง แม้มือของเขาจะจับมือของฉันไว้ และอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม แต่ก็นั่นแหละ มันกลับมาอีกแล้ว ความรู้สึกที่ว่า... เราสองคนต่างกันมากเกินไป มากเกินไปขนาดที่ว่าโลกของเราคงจะไม่มีทางมาบรรจบกันได้เลย ยิ่งภาพบรรยากาศ ทุกสิ่งทุกอย่างในห้วงเวลานี้ยิ่งช่วยยืนยันความคิดของฉันได้เป็นอย่างดี

อ้อ กล้าโผล่หัวมาจริงๆ สินะ" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหน้า ร่างสูงที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้ฉันตัวสั่นเล็กๆ

ไททัน... พี่ชายแท้ๆ ของแม็กนั่ม

ร่างสูงหล่อเหลาในชุดสูทสีดำสนิทตรงหน้าเปล่งความรู้สึกที่ทำให้หัวใจสั่นไหว ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาจ้องมองเราทั้งคู่อย่างไร้ความรู้สึก ความเย็นเยียบหยิ่งยโสของเขาทำให้ฉันรู้สึกด้อยค่าและต้อยต่ำไปในพริบตา ราวกับตัวเองเป็นมดและเขาเป็นยักษ์ น่ากลัวจนอยากจะวิ่งหนีหากว่าแม็กนั่มไม่บีบมือเรียกสติของฉันไว้

ไม่มาก็บ้าแล้ว ใครจะพลาดงานสนุกขนาดนี้" แม็กนั่มกัดฟันพูด ฉันสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของคนทั้งคู่

ส่วนเธอ... อืม ยัยเด็กนั่นวันนั้นสินะ" ไททันพูดแล้วมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำให้ฉันอยากจะวิ่งกลับบ้านไปร้องไห้ฟูมฟายสักสามวัน "ก็ไม่แปลกเท่าไหร่ หนอนยังเปลี่ยนเป็นผีเสื้อได้ เธอจะ... กลายเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องประหลาด และคงมีแค่เรื่องเดียวที่มึงทำได้ดีบ้างก็คือเรื่องผู้หญิง"

นั่นคือ... คำชม รึเปล่า? หรือเป็นอีกหนึ่งวิธีในการดูถูกที่ฉันไม่อาจเข้าถึงได้

แล้วไหน พ่อ แม่ ย่า?” แม็กนั่มทำเป็นไม่สนใจคำพูดของพี่ชายตัวเองแล้วถามด้วยน้ำเสียงถือดี

ใจร้อนจริง" ไททันว่า มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋าแล้วมองฉัน "มึงจะพายัยนี่ไปพบสามคนนั้นจริงๆ เหรอ?”

สายตาที่มองมาของไททันเป็นดั่งคำขู่กลายๆ ที่ทำให้ฉันเริ่มใจไม่ดีเข้าไปใหญ่

...งั้นเธอรออยู่นี่" แม็กนั่มหันมาพูดกับฉันด้วยใบหน้านิ่งเฉย "ฉันพาเธอไปด้วยไม่ได้"

ฉันชะงักกึก ก่อนที่คลื่นความเสียใจกลุ่มใหญ่จะถาโถมเข้าใส่ ใบหน้าชาและสั่นเทา เพราะเขาอายที่ฉันไม่ได้เกิดมาในตระกูลลูกท่านหลานเธอที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นร้อยๆ ปีแบบเขาเหรอ หรือว่าเพราะว่าฉันไม่สวยพอ ไม่ดีพอที่จะยืนเคียงข้างเขา จะเหตุผลใดก็ตาม หัวใจของฉันได้หดตัวเหลือเพียงสองเซ็นติเมตรไปแล้ว

อืม...” ฉันตอบได้เพียงแค่นั้น "นายไปเถอะ โชคดีนะ"

นี่...” เขาพูด ยังคงไม่ปล่อยมือฉัน ดวงตาคมมองฉันนิ่งด้วยแววตาที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันหน้าเสียไป "ฉันไม่ได้ไม่อยากพาเธอไป แต่ชีพจรเธอเต้นเร็วเกินไปแล้ว ฉันกลัวว่าถ้าเธอเจอมากกว่านี้แล้วเธอจะช็อคตายก่อน อยู่ที่นี่แหละ อันที่จริง... ฉันรู้แล้วว่าจะฝากเธอไว้กับใครดี"

อะ... อะไรนะ... เหตุผลของนายคือเพราะชีพจรของฉันเต้นเร็วมาก... เกินไป ???

นั่นคือเหตุผลที่นายจับมือ ไม่สิ ข้อมือของฉันไว้ตั้งแต่เมื่อกี้ ????



พี่อันอัน พี่คอปเตอร์ พี่สตาร์ พี่เจ็ท พี่ยูโร พี่ฟอร์ส นี่จันทร์เจ้า... ส่วนจันทร์เจ้า นี่พี่อันอัน พี่คอปเตอร์ พี่ยูโร พี่ฟอร์ส พี่สตาร์ แล้วก็พี่เจ็ท เธอคงรู้จักชื่ออยู่บ้าง แต่ฉันไม่คิดว่าเธอจะเคยคุยด้วยหรอก" แม็กนั่มว่าแล้วผลักตัวฉันให้กับกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน กลุ่มของคนที่งดงามราวกับหลุดออกมาจากหนังสือนิยายจริงๆ จนแทบต้องขยี้ตาหากไม่ติดว่าฉันต้องติดขนตาปลอมนี้ไว้จนจบงาน แม็กนั่มมองฉันที่ยังคงอึ้งค้าง "ฝากยัยนี่ด้วยแล้วกัน ผมต้องไปเจอครอบครัว ไม่อยากให้ยัยนี่ช็อคตายก่อน ส่วนเธอ... ทำตัวดีๆ ก็แล้วกัน แล้วฉันจะรีบกลับมา"

เขาว่าแล้วหันหลังเดินตัวปลิวกลืนหายไปกับคนในงาน

เอ่อ...”

ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วมองกลุ่มคนชายหญิงนับสิบในชุดสูทและชุดราตรีอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับฉัน ทั้งที่อายุของเราแทบจะไม่ต่างกัน แต่ทำไมฉันยังดูเหมือนเด็กอายุสิบสองขวบในขณะที่ทุกคนตรงหน้าดูดีราวกับว่าได้ข้ามขั้นไปเป็นซุปเปอร์โมเดลไปแล้ว!!!

พวกเขาเป็นสมาชิกของเดอะแก๊ง กลุ่มของนักเรียนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโรงเรียน และยังมีอำนาจมากพอที่จะควบคุมอาจารย์และฝ่ายบริหารของโรงเรียนได้ เพราะพวกเขากลุ่มคนที่สุดยอดที่สุดในแต่ละด้านอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ วิธีการคัดคนเข้าคือการแข่งขันกันเองระหว่างผู้สมัคร นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดมาตลอดระยะเวลาที่ต้ังแก๊งมา ซึ่งก็นานพอๆ กันกับระยะเวลาที่โรงเรียนนี้ตั้งขึ้น

ฉันว่าเธออยู่ที่นี่แหละดีแล้ว" หญิงสาวสวยในชุดราตรีสีดำสนิทยาวกรอมพื้นพูดแล้วยิ้มให้ "ฉันชื่ออันอัน"

สวย... น่ารัก สวยมากๆ น่ารักมากๆ นี่คือคำเดียวที่ฉันคิดออกในตอนนี้ และชายที่ยืนข้างเธอก็หล่อระดับพระเจ้าสร้าง พี่คอปเตอร์แห่งเดอะแก๊ง คนหล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จักมาในชีวิตนี้... ให้ตายเถอะ ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าการเผชิญหน้ากับครอบครัวของหมอนั่น หรือต้องเจอกับคนพวกนี้ อย่างไหนจะชวนให้ฉันช็อคตายมากกว่ากัน

ถ้าฉันเป็นเธอฉันจะดีใจที่ไม่ต้องเจอกับครอบครัวมัน" ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วยื่นมือให้ฉันจับ วินาทีนั้นฉันนึกว่าเขาเป็นเจ้าชายมาจากไหนที่ไหนด้วยซ้ำ "ฉัน... ฟอร์ส บ้านฉันต้องทำธุรกิจกับครอบครัวมันบ่อยๆ เลยรู้จักมันพอตัวอยู่ เธอน่ะโชคดีแล้วที่ไม่ต้องไปเจอพ่อแม่มันน่ะ ยิ่งคุณย่ามัน... ฉันว่าเธออาจจะสติแตกไปเลยก็ได้"

ขู่เด็กจังเลยมึงนี่" อีกเสียงเดินเข้ามาจับไหล่พี่ฟอร์สไว้แล้วยิ้มกว้าง ใบหน้าหล่อเหลามองฉันด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แล้วยิ้มให้อีกครั้ง "ฉันชื่อยูโร เธอคงรู้จักพวกเราบ้างมั้ง ? อย่าไปเชื่อคำพูดฟอร์สมากนักเลย มันแค่ขู่เธอไปงั้นเอง ถึงพ่อแม่ย่ามันจะโหดสัสสลัดหมาก็จริง แต่พี่ชายมันก็... เหี้ยกว่า"

ฉันควร ดีใจ ????

พวกนายนี่" พี่อันอันว่าแล้วใช้มือก่ายหน้าผาก ก่อนจะเดินมาโอบไหล่ฉันไว้ "เลิกแกล้งเด็กได้แล้ว!!!”

ก็แหม เด็กไอ้แม็กเชียวนะ ว่าที่... อุบ" พี่ยูโรพูดไม่ทันจบ พี่คอปเตอร์ถองซี่โครงเขาเข้าให้โครมใหญ่

อันอันผู้เป็นกลางจะเล่าความจริงให้เธอฟังแบบไม่ใส่สีตีไข่เหมือนไอ้พวกบ้านั่น" พี่อันอันว่าแล้วโอบไหล่ของฉันไว้อย่างนุ่มนวล ก่อนจะพาฉันปลีกตัวออกไปหาบริกรในชุดสีดำสนิทถือถาดใส่ค็อกเทลเดินไปมาราวกับฉากในภาพยนต์ฮอลลีวูด ก่อนจะหยิบให้ฉันแก้วหนึ่ง "แต่เธออาจจะต้องกินนี่หน่อย... ไม่หน่อยละ เยอะๆ เลยก็ดี"

ฉันยกแก้วขึ้นดื่ม รสชาติของน้ำในแก้วดีกว่าขวดที่แม็กนั่มให้ฉันมาก มากๆ เลยแหละ

อืม... ฉันจะเริ่มยังไงดีนะ เธอได้เข้ามาในดินแดนของครอบครัวที่ไม่น่าผูกมิตรที่สุดด้วยในประเทศนี้แล้วแหละ เผลอๆ อาจจะเป็นในทวีปเอเชียนี่เลยด้วยซ้ำ ตระกูลของแม็กนั่มน่ะมีมายาวนานเป็นร้อยๆ ปี มีตระกูลแยกย่อยออกไปในหลายๆ ประเทศเพราะพวกเขาทำธุรกิจนั่นนี่เยอะแยะแล้วก็ขยายสาขาไปต่างประเทศเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือวิธีการคัดเลือกทายาทของตระกูล...”

อะไรนะคะ ?” ฉันถามแล้วขมวดคิ้วมุ่น พี่อันอันหยิบค็อกเทลแก้วที่สองยื่นให้ฉัยรับไว้

ใช่ ทายาทก็คือคนที่จะรับสืบทอดกิจการทั้งหมดในครอบครัว เป็นหัวเรือหลักที่จะนำตระกูลทั้งตระกูลหลักและตระกูลรองใช่ไหม ตามปกติก็ควรจะสืบเชื้อสายกันโดยสายเลือด แต่วิธีการแบบนั้นใช้ไม่ได้กับตระกูลนี้... ถึงแม้จะมีทายาทสายตรงเช่นแม็กนั่ม แต่ก็ยังมีเด็กคนอื่นที่สืบสายเลือดจากตระกูลย่อยๆ ด้วยอีกหลายร้อยคน แถมยังเป็นสุดยอดหัวกะทิระดับประเทศด้วยซ้ำ แต่ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้ทุกอย่างไป เพราะพวกเขาสืบทอดทายาทด้วยการแข่งขัน... ใครก็ตามที่อยากจะได้ครอบครองทุกอย่างแบบ 100% จะต้องเป็นที่หนึ่งในทุกๆ ด้าน... คราวนี้ฉันให้ทายว่าใครกำลังเป็นที่หนึ่งในตอนนี้"

...อย่าบอกนะว่า ไททัน ?” ฉันตอบเสียงเบา มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกตัวเอง

ใช่ ในบรรดาลูกหลานของตระกูลนี้ทั้งหมดนับร้อยคน ไททันเป็นที่หนึ่ง ไททันที่แก่กว่าแม็กนั่มแค่ปีเดียว"

แล้ว... แม็กนั่มล่ะคะ ?” ฉันถาม เริ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ด

เท่าที่ฉันรู้มาจากพ่อแล้วก็พวกเดอะแก๊งล่ะก็นะ... หมอนั่นน่ะมันเป็นกบฏตัวจริงเลยล่ะ มันไม่เคยเข้าร่วมในการแข่งขันหรือทดสอบอะไรของตระกูลหรอก ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ชื่อแม็กนั่มก็ยังถูกนำไปจัดอันดับอยู่ดี ดังนั้น... ก็เลยเป็น... ที่สุดท้าย แต่ก็เพราะว่าหมอนั่นไม่เคยมีคะแนนอะไรไง"

ไททันเคยเรียกแม็กนั่มว่า... จุดด่างพร้อยของตระกูล อะไรประมาณนี้" ฉันว่าแล้วขมวดคิ้วมุ่น

นั่นยังถือว่ามีเมตตาแล้ว ถ้าเทียบกับคำอื่นที่คนในครอบครัวเรียกมัน...” พี่อันอันว่าแล้วบีบไหล่ของฉัน

เขาไม่เคยเล่าให้ฟังเลย" ฉันว่าแล้วขมวดคิ้ว มองหน้าพี่อันอัน "ทำไมหมอนั่นถึงไม่พูดอะไรสักคำ...”

ฉันไม่รู้จักหมอนั่นดีมากนักหรอก แต่เท่าที่รู้ ก็คงเป็นเพราะแม็กนั่มน่ะเกิดมาพร้อมกับความกดดันที่มีพี่ชายที่เก่งโคตรๆ แบบนั้น ส่วนตัวเองอยู่ต้องใต้เงาของพี่ชายตลอดก็เลยอาจจะคิดว่าตัวเองไม่มีทางชนะ ความกดดันทำให้อ่อนแอไม่ได้ แพ้ไม่ได้ หันไปหาใครก็ไม่ได้... สำหรับคนอย่างหมอนั่น เป็นที่สองคงไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็น”

ก็จริง อย่างแม็กนั่ม ถ้าต้องเป็นที่สอง เขาคงยอมตายซะยังดีกว่า ในกรณีนี้ คือเลือกที่จะถอนตัวออกมา...

เพราะครอบครัวแบบนี้ เลยทำให้แม็กนั่มกลายเป็นแบบนั้น...

แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เธอควรจะเครียดที่สุดนะ อันที่จริงเรื่องความประสาทของครอบครัวหมอนี่น่ะเล่าสามวันก็ยังไม่จบ นี่คือฉบับย่อเท่าที่เธอควรจะรู้" พี่อันอันว่าแล้วหยิบค็อกเทลแก้วที่สามและสี่ยื่นให้ "อ่ะ... กินเข้าไปเยอะๆ ก่อนที่ฉันจะเล่าเรื่องสุดท้ายให้เธอฟัง ไม่งั้นล่ะก็เธอคงประสาทเสียก่อนฉันจะเล่าจบแน่ๆ"

ฉันรับแก้วทั้งสองมาแล้วรีบกลืนลงคออย่างรวดเร็ว ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวและสมองเริ่มมึนชา

พร้อมแล้วค่ะ ว่ามาเลย" ฉันว่าแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะแก้วตัวเล็กข้างๆ "ฉันพร้อมรับทุกอย่างแล้ว"

สำหรับคนที่จะ เออ... คบ หมั้น หรือแต่งงานกับคนในตระกูลน่ะ กว่าจะเป็นได้มันโหดยิ่งกว่าคัดเลือกทายาทซะอีก เพราะมันหมายความว่าทายาทรุ่นต่อไปจะต้องได้รับ DNA จากคนๆ นั้นครึ่งหนึ่ง ถ้าเกิดว่ารับคนที่ห่วยเห่ยไม่เอาไหนมาเป็นสามีหรือภรรยา ทายาทรุ่นต่อไปก็จะ... เออ เธอคงเข้าใจนะ"

ฉันที่เริ่มมึนๆ ใกล้เมาแล้วถึงกับสร่างเมาในทันที

ภะ... ภรรยาเหรอคะ ???” ฉันถามแล้วมองตาโต "แต่หนูไม่... หนูไม่ได้...”

ฉันรู้ แม็กนั่มน่ะไม่คิดแม้แต่จะคบใครจริงๆ จังๆ หรอก แต่ฉันเข้าใจสายตาของเธอที่มองหมอนั่น ฉันรู้เพราะเราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แค่แวบแรกฉันก็เข้าใจแล้ว ไม่มีใครห้ามหัวใจหรือถ้าพูดกันตามหลักวิทยาศาสตร์ก็คือสมองไม่ให้ตกหลุมรักได้หรอก เพราะงั้นฉันถึงอยากจะบอกเธอให้เตรียมใจไว้ก่อน...” พี่อันอันว่าแล้วมองแก้วในมือตัวเอง "เพราะว่า ถ้าเธอรักหมอนั่นจริงๆ นอกจากการคัดเลือกบ้าบอนั่นแล้ว เธอต้องถามตัวเองว่าเธอพร้อมไหมที่จะต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของเธอ เจอกับดราม่าครอบครัว ชิงดีชิงเด่น อะไรอีกเยอะแยะ"

รักเหรอคะ ??” ฉันอ้าปากค้าง "หนูไม่เคยคิด...”

ลูกๆ ของเธอจะเป็นเหมือนแม็กนั่ม เกิดมาบนความกดดัน ต้องเอาชนะ ต้องเป็นที่หนึ่ง...”

ละ ลูก ??????”

ฉันขัดออกมาเสียงดัง อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เกือบจะทำค็อกเทลแก้วที่ร่วงลงบนพื้นหญ้า หัวใจเต้นแรงด้วยความเขินอาย ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟเผา พะ พะ พูดเรื่องอะไรกัน อายุฉันยังไม่เหยียบยี่สิบเลยนะ แล้วมันก็... ทว่าพี่อันอันยังคงมองฉันด้วยสีหน้านิ่งเรียบแล้วพยักหน้าช้าๆ

ใช่ ลูก... สมมติว่าเธอผ่านการทดสอบ ครอบครัวแม็กนั่มจะบีบให้เธอมีลูกให้มากที่สุดและเร็วที่สุดด้วย เพราะนั่นหมายความโอกาสที่ทายาทที่สุดแสนจะฉลาดโคตรมหาเทพจะเกิดขึ้นมาก็มีมากขึ้นด้วย เพราะงั้น เธออาจจะกลายเป็นคุณแม่ในเร็วๆ นี้... แต่นั่นก็อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าเธอต้องผ่านบททดสอบนั่นนะ"

ฉันช็อคแน่นิ่งไปแล้ว... ถามจริง... โลกนี้มีครอบครัวแบบนี้อยู่จริงเหรอ

จู่ๆ พี่อันอันก็ระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นออกมา ทำเอาฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์

จริงๆ แล้วคือพี่... ล้อหนูเล่นใช่มั้ยคะ ?” ฉันถาม รอยยิ้มเริ่มกลับมาบนใบหน้าอีกครั้ง

หา อะไรนะ ??” พี่อันอันว่าแล้วทำตาโตมองฉัน "ฉันจะโกหกให้เปลืองน้ำลายทำไม ฉันพูดจริง...”

ใบหน้าของฉันซีดเผือดเหมือนกระดาษขาว นอกจากกำแพงระหว่างชนชั้นระหว่างฉันกับแม็กนั่ม แล้วยังมีกำแพงของครอบครัวที่ยิ่งดูยิ่งสูงใหญ่ ดูยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีวันข้ามไปได้แล้ว แล้วการทดสอบนั่นอีก... สาบานได้เลยว่าถ้ามีโจทย์เลขโผล่ออกมาแค่ข้อเดียว ฉันก็ไม่มีวันได้เข้าใกล้แม็กนั่มไปอีกตลอดชีวิตแน่ๆ

พระเจ้า... ทำไมต้องสร้างเขาขึ้นมาเพียงแค่ได้เจอกับฉัน แต่กลับทำให้ฉันไม่อาจเอื้อมถึงเขาได้... ใจร้ายจริง



ประตูทางเข้า

สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าชื่ออะไรครับ ?”

ชายในชุดสูทถามหญิงสาวร่างเล็กในชุดราตรีสีครีมยาวกรอมพื้น ใบหน้าเล็กเงยหน้ามองแล้วยิ้มหวานให้ มือเล็กจับปอยผมเกี่ยวหูด้วยท่าทางเอียงอายเมื่อทำทีควานหาอะไรบางอย่างจากกระเป๋าในเล็กที่เธอหนีบไว้ติดตัว หากแต่เธอกลับทำหน้าเสียแล้วขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเงยหน้ามองชายในชุดสูทอีกครั้ง

จริงๆ แล้วฉันเป็นแขกของคุณแม็กนั่มน่ะค่ะ แต่ออกมาทำธุระเลยลืมหยิบบัตรเข้างานออกมาด้วย"

ถ้าไม่มีบัตร ผมก็ให้คุณเข้าไปในงานไม่ได้จริงๆ นะครับ"

แต่ถ้าแบบนั้น... คุณแม็กนั่มจะต้องโมโหมากๆ เลยนะคะที่ฉันหายไป" ร่างเล็กว่าแล้วทำหน้าตาเป็นกังวล "ถ้าอย่างงั้น ลองโทร.ถามคนข้างในงานหรือแม็กนั่มให้ช่วยยืนยันให้ได้ไหมคะ ชุดที่ฉันใส่ตอนนี้ก็เป็นชุดที่เขาให้ฉันเอง เพราะงั้นเขาคงบอกได้ว่าฉันเป็นแขกของงานนี้จริงๆ"

ผมลองดูก็ได้ครับ แต่ระหว่างนี้คงต้องขอให้คุณอยู่นอกรั้วไปก่อน ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ"

ชื่อของฉัน... จันทร์เจ้าค่ะ...”

ชายในชุดสูทมองเธอตาโตด้วยท่าทีเลิ่กลั่กทันทีที่ริมฝีปากบางบอกชื่อตัวเอง เขาใช้มือแตะหูฟังข้างหูก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างแล้วผายมือเชิญพร้อมกับเปิดประตูรั้วให้เธอเข้าไปนั่งในรถลีมูซีนสีดำสนิทที่มุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานในที่สุด... ร่างบางในชุดราตรีสีครีมมองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่และดวงตาที่มืดหม่นยิ่งกว่าท้องฟ้าในยามค่ำคืน

สิ่งที่แม็กนั่มทำกับเธอ... ไม่สิ เธออีกคน... กับยัยนั่น มันเจ็บปวดเกินไป... แม้ยัยตัวน่ารำคาญจะใจอ่อนกับแม็กนั่มเสมอ แต่เธอไม่ใช่... ยิ่งจันทร์เจ้าตัวจริงใจอ่อนและให้อภัยมากเท่าไหร่ ความแค้นยิ่งทวีในใจของเธอมากขึ้นเท่านั้น ทุกวินาทีที่ผ่านไป ทุกภาพ กลิ่น เสียง สัมผัส ความรู้สึก ทุกอย่างที่ยัยนั่นรับรู้ เธอเองก็สัมผัสได้เช่นกัน และมันทำให้เธอยิ่งเจ็บปวด ยิ่งโกรธแค้นที่ยัยนั่นปล่อยให้แม็กนั่มทำร้ายความรู้สึกตัวเองไปเรื่อยๆ ราวกับคนไม่มีสมอง

และในที่สุดเธอก็สบโอกาส... โอกาสที่จะแก้แค้นให้กับจันทร์เจ้าทั้งสองคน

จะมีที่ไหนเหมาะกับการทำลายแม็กนั่มมากกว่าต่อหน้าคนทั้งครอบครัวของเขาอีก








จันทร์เจ้า 2 มีเหรอชีจะพลาดงานนี้ นางต้องมาแน่นอนอยู่แล้วววววว 555 แถมมาด้วยความแค้นเต็มหลอดด้วย รับรองงานนี้แม็กนั่มตายกับตาย มีทั้งครอบครัวตัวเองที่ไม่รัก มีทั้งอีไททันที่จะตบกันตายวันตายพรุ่ง บวกด้วยจันทร์เจ้า 2 ที่พร้อมบวกเต็มที่อีก โถ แก ต้องให้ใครสักคนมาช่วยแล้วไหม 

( ยืมมือเดอะแก๊งสิๆๆๆๆๆๆๆๆ )

ส่วนเรื่องชุด ทำไมถึงมีชุดสองตัว เผื่อมีใครสงสัยนะคะ คนเวอร์ๆ แบบคุณแม็กนั่มเค้าคงจะสั่งตัดมาสำรองค่ะ เผื่อไว้ รวยๆ และเก็บไว้ที่ไหน น่าจะเป็นที่คอนโด ซึ่งนังจันทร์เจ้า 2 ของเราก็ขึ้นได้สบายนะคะ เนื่องจากนางไม่ใช่แฝด นางคือร่างก๊อปปี้ ดังนั้นต่อให้สแกนลายนิ้วมือ ยังไงก็เหมือน ม่านตาก็เหมือน แต่บอกกงๆ น่าจะใช้ระบบยามจำหน้ามากกว่า 55555

อ่าา อัพสองตอนเพราะกลัวจะเบื่อกันนะคะ ; ____ ; แล้วก็เม้นเยอะด้วย ดีใจมากๆๆๆ ค่ะ รู้สึกกำลังใจฟื้นฟู

ขอบคุณมากๆๆ นะคะที่ติดตามกันมาตลอด จุ๊บๆ

ปีใหม่นี้ขอให้มีความสุขน้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #89 Ann Napatsakorn (@0911181528) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 02:02
    อยากอ่านต่ออ่าาา ไรท์ยังแต่งสนุกเหมือนเดิมเลย
    #89
    0
  2. #86 babyprinces (@babyprinces) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 23:45
    กำลังสนุกเลยค่ะ
    #86
    0
  3. #85 nyvanida0324 (@nyvanida0324) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 12:52

    จันทร์เจ้า 2 นี่โหดร้ายมาก จะรอนะค่ะ
    #85
    0
  4. #82 aappss (@ap_rachinicorn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:48
    โอ้ยย แซ่บแน่ๆงานนี้
    #82
    0
  5. #81 Rockin Heaven (@nawam) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 14:54
    รอมาต่อนะคะ
    #81
    0
  6. #77 puiziiza (@puuukalove9) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 20:50
    รอดูผู้ช่วยยยย อิอิ
    #77
    0
  7. #76 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:32
    รอดูความมันละ
    #76
    0
  8. #74 Benza_mp (@benza_mp) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 00:55
    รอเดอะแก๊งค์โผล่นานมากกก มาซะที รอต่อนะคะะะ
    #74
    0
  9. #73 iam0912 (@apichaya3344) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 23:50
    คิดถึงเดอะเเก๊งค์มากเเง
    #73
    0
  10. #72 happy_landf18 (@fad123fad) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:19
    แงงง ชอบบบ อัพบ่อยๆนะคะ
    #72
    0