[The Gang #9] The Dark Side of the Moon : พระจันทร์ด้านมืด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,515 Views

  • 93 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    2,515

ตอนที่ 12 : Prep [ พร้อม ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61


บทที่ 11

Prep

"ยัยนี่ชื่อจันทร์เจ้า จำใส่หัวไว้ให้ดีล่ะ คนที่กล้าชี้หน้าขึ้นเสียงด่ามึงได้ แม้กระทั่งย่าหรือแม่ก็ยังไม่กล้าจะทำแบบนั้นกับมึง คนที่คงจะเป็นคนเดียวที่สติดีที่สุดในงานของตระกูลประสาทแดกที่มึงภูมิใจนักหนา..." แม็กนั่มพูดอย่างเย็นชา ราวกับว่าเขาเกลียดชังครอบครัวเต็มที่ "...กูจะพูดอีกคร้ัง และเป็นครั้งสุดท้าย ไปซะ ให้พ้นหน้ากู"

ชายหนุ่มในชุดสูทถอนหายใจเฮือก

น่าสงสาร" เขาว่าแล้วเหลือบตามองฉัน "อิคารัสที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนเกินไป สุดท้ายก็ต้องตกลงมาตาย"

ผิดแล้ว" แม็กนั่มแย้งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "ดวงอาทิตย์ต่างหากที่จะเข้าไปหา...”

แม็กนั่ม... ดวงอาทิตย์... โซล... แมวตัวนั้น... ลูน่า... จันทร์เจ้า...

ดวงตาของฉันร้อนผ่าวขึ้นอย่างกระทันหันโดยไม่รู้ตัว

ไม่ว่าจะทางไหน สุดท้ายอิคารัสก็ต้องตายอยู่ดี"

ชายในชุดสูทกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ประตูแล้วแทรกตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงแต่ความเงียบงันที่น่าอึดอัด และหัวใจของฉันที่เต้นแรงด้วยความโกรธจนแทบจะระเบิดออก มือทั้งสองข้างเผลอกำแน่นจนเจ็บ ฟันขบเขาด้วยกันอย่างเจ็บใจและเจ็บปวดเพราะคำพูดร้ายกาจที่เสียดแทงใจของหมอนั่น

มันชื่อไททัน... เป็นพี่ชายคนเดียวของฉัน แก่กว่าฉันปีเดียว แต่เรียนจบปริญญาเอกแล้ว ตอนนี้กำลังเรียนบริหารกิจการในเครือของที่บ้านทั้งในและนอกประเทศทั้งหมด เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวทั้งในและนอกประเทศนี้ ...แต่ไม่ใช่ฉัน"

มิน่าล่ะถึงได้เหมือนกันยังกับแกะ น้ำเสียง ท่าทางการพูด แต่น่าหมั่นไส้กว่าเป็นร้อยเท่า

หมอนั่นทำให้นายดูน่ารักคิกขุอาโนเนะไปเลย" ฉันว่าแล้วถอนหายใจ "ขอโทษนะที่วีนใส่พี่นาย ฉัน...”

ฉันสิต้องขอบคุณเธอ" แม็กนั่มว่าแล้วมองหน้าฉันนิ่ง "...ฉันยืนอยู่ใต้เงามันมาตลอดโดยที่ไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งวินาทีที่เธอกล้าขึ้นเสียงใส่มัน ฉันไม่เคยรู้เลยว่าฉันยอมยืนใต้ตีนให้มันเหยียบหัวมานานมากแค่ไหน... เพราะเธอทำให้ฉันรู้ว่ามันจริงๆ แล้วก็แค่ขยะเปียกที่ดันหัวดีกว่าชาวบ้านแค่นั้นแหละ"

ครอบครัวนายดู... รักกันมากเลยเนอะ"

อืม... ถ้าไม่นับที่คนในตระกูลชอบวางแผนฆ่ากันเองบ่อยๆ ละก็คงเป็นครอบครัวที่โอเคระดับนึง"

บอกฉันทีว่านายล้อเล่น.....”

ฉันเคยล้อเล่นเหรอ ?”

แม็กนั่มพูดแล้วถอนหายใจเบาๆ และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาทำท่าวิตกขนาดนี้ แม็กนั่มที่ผ่านมาแทบจะไม่เคยสนใจอะไรก็ตามรอบตัวเลย แต่ตอนนี้ราวกับว่าเขาเป็นคนละคนกับตอนก่อนที่ไททัน พี่ชายของเขาจะโผล่มาพร้อมกับบัตรเชิญนั่น แม็กนั่มมองฉันด้วยสีหน้าเครียด

เอาน่า ไม่ต้องเครียดหรอก นายน่ะเก่งออก เก่งจะตาย เก่งกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ของคนในโลกนี้ซะอีก"

ฉันไม่เครียดเรื่องนั้นหรอก ถ้าฉันเครียดฉันคงเครียดตั้งแต่เกิดมาแล้ว... ฉันแค่กำลังเครียดแทนเธอ”

หา...”

เพราะเธอไม่รู้หรอกว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้าง และงานเลี้ยงนั่นก็คืนพรุ่งนี้แล้วด้วย"

หา!!!!!”



เวลาหนึ่งวันผ่านไปราวกับโกหก อีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นจะถึงเวลาที่ฉันต้องไปงานเลี้ยงนั่น คอนโดฯ ของแม็กนั่มกลายเป็นความโกลาหลขั้นวิกฤติเมื่อแม่บ้านของหมอนั่นต้องหาชุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับทั้งเขาและฉันภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน ในระหว่างรอชุด ทีมแปลงโฉมก็เริ่มลงมือกับฉันอย่างไร้ความปรานี เริ่มจากการบำรุงเส้นผมบนหัว มาส์คหนังหน้า ทำสปาเล็บมือเท้า แว็กซ์ขน(เจ็บ!!) อาบน้ำแร่แช่น้ำนม บีบนวดถูไถสารพัดจนฉันเริ่มงง และบอกตรงๆ ว่าฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักหรอก นี่มันโลกของคนรวยที่ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว

เครื่องเพิ่งจะแลนด์ ชุดมาถึงแล้วค่ะ" เสียงของแม่บ้านกระหืดกระหอบดังมาจากประตูหน้า ฉันกระพริบตาปริบๆ มองแม่บ้านด้วยความงุนงง ทำไมแค่ชุดไปงานแค่นี้ถึงกับต้องหอบหิ้วมาด้วยเครื่องบิน "คุณแม็กนั่มคะ ส่วนชุดนี้ของคุณเป็นชุดที่คุณย่าส่งมาให้ค่ะ"

แม่บ้านว่าก่อนจะยื่นกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆ ขนาดใหญ่สีดำสนิทผิวด้านให้กับแม็กนั่ม เขารับไว้และวางทิ้งลงบนโต๊ะอย่างไม่แยแส ก่อนจะมองไปที่ของอีกอย่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะสำคัญกว่าในสายตาของเขา... ฉันถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเมื่อเห็นเข้ากับภาพตรงหน้า... ก่อนเคยคิดว่าเสื้อผ้าจะถูกแพงก็คือเสื้อผ้าเหมือนกัน แต่นี่มัน...

ชุดราตรีสีครีมยาวระพื้นสวมอยู่กับหุ่นสีดำ ชายกระโปรงผ้าชิฟฟอนเบาบางทิ้งตัวลงกับพื้นพรมในห้องอย่างนุ่มนวลราวกับปุยเมฆ ก่อนจะไล่สีเข้มขึ้นเล็กน้อยที่ช่วงเอวเพื่อเน้นขับตามส่วนโค้งเว้าของร่างกาย ลายปักดอกไม้ตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไปละเอียดละออจนแทบจะเรียกได้ว่าชุดที่อยู่ตรงหน้าคืองานศิลปะ ไม่ใช่เพียงเสื้อผ้า สายตาของฉันไล่ไปจนถึงช่วงหน้าอกถึงไหล่ของชุดที่ระยิบระยับด้วยเม็ดคริสตัลมากมายและรอยปักดอกไม้ที่ปราณีต ทรงของชุดค่อยๆ บีบตัวแคบลงไปจนเหลือเพียงผ้าชิ้นเล็กทั้งสองข้างที่ผูกเป็นโบนุ่มนวลด้านหลังคอของหุ่น ส่วนแผ่นหลังทั้งหมดของชุดเว้าลงจนถึงเอว เปิดเผยหมดจดทุกตารางนิ้ว

นี่ชุดของเธอ" เขาว่าแล้วใช้นิ้วไล้สัมผัสเนื้อผ้า "ใส่ให้ฉันดูหน่อย"

เขาออกคำสั่ง คนที่เคยทำเล็บและวุ่นอยู่กับร่างกายของฉันแตกฮือออก ก่อนที่อีกทีมจะเข้ามาแทนที่ พร้อมที่จะจับฉันยัดเข้าไปในชุดตรงหน้าที่ดูน่าจะราคาแพงระยับยิ่งกว่าอะไรก็ตามที่ฉันเคยสัมผัสหรือเห็นมาทั้งหมด หากแต่แม็กนั่มกลับจ้องพวกเขาเขม็ง ก่อนจะยกมือขึ้นไล่ทุกคนออกไปจากห้อง

อ้าว ทำไม...”

ฉันต้องเป็นคนแรกที่ได้เห็น" เขาว่าแล้วมองไปที่ชุดนั่น "ใส่ให้ฉันดู ตอนนี้"

คำพูดของเขาง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย ใส่ให้ฉันดูสิ ไอ้คนประสาท นายคิดว่าใส่ชุดราตรีมันง่ายหรือไงยะ ไม่อย่างนั้นเขาจะมีทีมแต่งตัวไว้ทำแมวอะไรกัน!!! ฉันมองไปที่ชุดนั่น สลับกับแม็กนั่มที่ยืนมองฉันนิ่งตรงหน้า แน่นอนว่าครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกๆ ครั้ง... เขาพูดจริง และเขาต้องการให้ฉันใส่ไอ้ชุดบ้านี่ให้เขาดูก่อนเป็นคนแรก แถมยังต่อหน้าเขา...

ฉันกำมือแน่น ไอ้ใส่ให้ดูน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ไอ้กระบวนการก่อนใส่เนี่ยสิ

มันหมายความว่าฉันต้องแก้ผ้าต่อหน้าหมอนี่... อีกครั้ง

หรืออยากจะให้ฉันช่วย"

เขาถาม หากแต่ไม่รอคำตอบ ขายาวๆ ก้าวเข้ามาหาแล้วรั้งตัวฉันเข้าไปใกล้ ฉันที่ใส่เพียงชุดคลุมอาบน้ำสั้นๆ บางเบาทับชุดชั้นในไว้สะดุ้งเฮือก ไม่เคยชินเลยสักครั้งกับการกระทำอันแสนจะอุกอาจของหมอนี่ นิ้วมือเรียวยาวกระตุกดึงเงื่อนที่ผูกไว้หลวมๆ ที่เอวออก ชุดคลุมคลายตัวแล้วค่อยๆ ร่วงไหลลงไปกองกับเท้า

ยะ อย่ามองนะ" ฉันพูดแล้วใช้มือปิดบังหน้าอกตัวเองเอาไว้ทันที ใบหน้าร้อนและแดงผ่าวด้วยความอาย

ทว่าเขากลับไม่ฟังฉันเลยแม้แต่นิด ดวงตาทั้งคู่จ้องมองผิวเนื้อเนินอกของฉันอย่างไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิดเดียว ก่อนจะโอบมือไปด้านหลังแล้วสะกิดเพียงนิดเดียว สายด้านหลังของชุดชั้นในสีดำก็ดีดผึงแยกตัวออกจากกันอย่างง่ายดาย ใบหน้าของฉันแดงซ่านและอับอายที่กำลังถูกหมอนั่นกลั่นแกล้งอย่างไร้ความยุติธรรม มือทั้งสองข้างยิ่งกอดอกแน่นขึ้นไปอีก ทั้งยังไม่มีทางจะร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้

ปล่อย ชุดนั่นมันเปิดหลัง ยังไงเธอก็ต้องถอดอยู่ดี" เขาว่าแล้วคว้าข้อมือของฉันจับไว้ได้ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างไล้ลงบนผิวบริเวณเนินอกและลำคอที่ยังคงปรากฏรอยช้ำเป็นจ้ำจางๆ สีแดงจากจูบเมื่อวันก่อน "รอยเก่าจะหายไปแล้ว ฉันคงต้องทำใหม่...”

ไม่เอา... เดี๋ยวคนอื่นเห็น...”

แล้วไง...”

เขาพูด ก่อนจะใช้แรงกระชากฉันให้หมุนตัวหันหลังให้เขา ทันทีที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันกระแทกกับแผงอกแข็งด้านหลัง มือที่แข็งแรงก็กระชากชุดชั้นในสีดำนั้นหลุดออกแล้วทิ้งลงบนพื้นพรมด้านล่าง เหลือเพียงแค่มือทั้งสองข้างของฉันที่ปิดบังหน้าอกตัวเองไว้ ใบหน้าแดงก่ำเหมือนถูกไฟเผา ทั้งอาย ทั้งโกรธ ทั้งหวั่นไหวจนบอกไม่ถูก

ริมฝีปากนุ่มและร้อนก้มลงประกบทับลงบนไหล่ จูบของเขาเหมือนกับยาพิษที่ทำให้ฉันมึนเมาได้ในชั่วพรึบตา เพียงแค่จูบเดียว ทำให้ฉันถึงกับลืมตัวผ่อนแรงที่มือออก พอดีกับที่มือใหญ่ทั้งสองข้างสอดเข้ามาเกาะกุมไว้แทนที่อย่างง่ายดาย และด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของเขา ทำเอาร่างกายมึนเมาไปกับสัมผัสร้อนระอุที่คนข้างหลังมอบให้จนเผลอเอนตัวพิงกับร่างใหญ่โดยไม่รู้ตัว

เสียงหัวเราะต่ำๆ แผ่วเบาดังจากด้านหลัง

เธอนี่มัน...” เขาว่าแล้วหยุดไปพักหนึ่ง "...อยากจะตีเธอให้ตายจริงๆ"

เอ๋...” ฉันร้องออกมาแล้วรีบปัดมือของเขาออกจากหน้าอก "นะ นายนั่นแหละที่ควรโดนมากกว่า!!!”

ร่างสูงถอนหายใจเบา

เอามือออก เธอหันหลังอยู่ ฉันมองไม่เห็นหรอก" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงนิ่ง

ไม่เห็นกะผีสิ นายสูงกว่าฉันตั้งหนึ่งไม้บรรทัด หมามันยังมองออกว่านายตอแหล

แต่สุดท้ายฉันก็เอามือออกตามคำสั่งของเขาจนได้ รู้สึกเย็นวูบวาบไปทั้งตัวเพราะร่างกายส่วนบนนั้นเปลือยเปล่า หันหลังให้เขา และท่อนล่างมีเพียงแค่กางเกงขาสั้นตัวเดียวที่สวมทับกางเกงชั้นในเอาไว้ แม้จะไม่พอใจ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ฉันต่อต้านเขาได้ หมอนี่มันร้ายกาจจริงๆ ฉันคิดก่นด่าหมอนั่นในใจในขณะที่มือใหญ่รวบผมยาวของฉันขึ้นแล้วใช้ยางรัดผมที่ไปเอามาจากไหนไม่รู้รัดไว้เป็นหางม้าหลวมๆ จากด้านหลัง

เสียงกล่องเปิดออกดังขึ้น ฉันไม่กล้าหันไปมองเพราะยังไม่อยากจะแก้ผ้าให้เขาเห็นชัดๆ กลางวันแสกๆ แบบนี้ ทว่าก่อนที่ฉันจะทันอ้าปากถาม สัมผัสเย็นของโลหะปะทะเข้ากับหูข้างหนึ่ง ฉันสะดุ้งโหยงจนเกือบกระโดดหนีทว่ามือข้างหนึ่งของแม็กนั่มบีบต้นแขนของฉันไว้แน่น ก่อนที่จะปล่อยแล้วค่อยๆ ใส่ต่างหูชิ้นเล็กๆ ให้ฉันทีละข้างจากด้านหลังอย่างเบามือจนฉันแทบจะไม่อยากเชื่อว่ามือที่วุ่นวายอยู่กับหูของฉันจะเป็นมือของแม็กนั่มคนร้ายกาจคนนั้นจริงๆ

ถ้าไม่อยากให้ฉันเห็นก็หันหลังหนีซะ" เขาว่าแล้วเดินตัดหน้าผ่านฉันไปหาชุดในหุ่นอย่างไม่สนใจใยดีว่าฉันกำลังหน้าแดงแทบตายด้วยความอายสุดชีวิตที่กึ่งๆ แก้ผ้าต่อหน้าผู้ชายสองต่อสอง แม็กนั่มปลดชุดออกมาจากหุ่นแล้วเดินตรงเข้ามาหาฉันที่กอดอกแน่น ไม่แหละแม้แต่ผมที่เคยช่วยปิดบังร่างกายไว้เพราะโดนคนแผมสูงตรงหน้ารวบขึ้นไปหมด "...เข้ามา ฉันจะช่วย ให้เธอใส่คนเดียวเดี๋ยวก็ทำชุดพังพอดี ชุดสำรองยังมาไม่ถึงด้วย"

เดี๋ยวนะนายมีชุดสำ...”

แม็กนั่มไม่ปล่อยให้ฉันพูดต่อจนจบ แต่กลับพยายามยัดฉันเข้าไปในชุดราตรียาวลากพื้นสีชมพูอ่อนที่บางเบาและนุ่มนวลอย่างเร่งรีบ ก่อนจะช่วยผูกโบว์ให้จากด้านหลัง เป็นอันเสร็จสิ้น หมอนั่นดึงฉันไปยืนหน้ากระจก มือข้างหนึ่งวางไว้บนไหล่ และอีกข้างแนบอยู่กับแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าต่อร่างสูงด้านหลังอย่างน่าเสียวไส้

ฉันมองตัวเองในกระจกด้วยความตกตะลึง... เงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่ความสวย

ชุดที่ตัดขึ้นมาเพื่อฉันคนเดียวในโลก ไม่มีส่วนไหนที่ไม่พอดีและไม่เข้ากัน เอว คอ ไหล่ ความยาว ทุกสัดส่วนเข้ากันพอดีกับร่างกายของฉันอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นที่สุด ฉันยังคงไม่อาจละสายตาจากภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกได้เลย สวย... จนไม่น่าเชื่อว่านี่คือฉันจริงๆ

นิ้วเรียวของแม็กนั่มแตะที่ต่างหูเพชรเม็ดเล็กบนใบหู

ฉันสั่งทำพิเศษ เพื่อเธอคนเดียว...” แม็กนั่มว่าแล้วใช้นิ้วเรียวไล้ตามลำคอและไหล่ หัวใจของฉันเต้นแรงตั้งแต่ตอนที่เขาบอกว่าสั่งทำพิเศษนั่น แล้วยังไอ้ที่บอกว่า เพื่อเธอคนเดียว นั่น ทำเอาฉันช็อคเงียบๆ ไปแล้วเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมา รอยยิ้มเย็นระบายบนริมฝีปากบาง "...ข้างหนึ่งเป็น GPS ฉันจะได้ตามหาตัวเธอได้ถ้าเธอเกิดหายไปจากสายตาของฉัน ส่วนอีกข้างเป็นกล้องและเครื่องดักฟัง ถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันจะได้จัดการถูกคน"

%@$#%$#

และถ้าเธอไปก่อเรื่องอะไรเข้า ฉันจะได้มีหลักฐานลงโทษเธอได้" เขาพูดต่ออีก

@$#^@%$#^%@$

นี่ฉันจะไปบ้านนายนะไม่ใช่ไปออกรบที่ชายแดน จำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยหรือไง ???” ฉันหันไปถามด้วยความงุนงง ในขณะที่รอยยิ้มฝืนปนกับเสียงหัวเราะแค่นๆ หลุดออกมาจากคนตรงหน้า ฉันขมวดคิ้วมุ่นแล้วกอดอกมองหน้าแม็กนั่ม "ฉันรอดมาจากยัยบ้านั่นได้ ฉันต้องรอดจากบ้านนายได้น่า แล้วอีกอย่าง ฉันคงไม่โง่ขนาดที่จะหลงในบ้านของคนอื่นหรอก"

ปากดีนัก เดี๋ยวก็รู้"

แม็กนั่มว่าแล้วก้มหน้าลงจูบสั้นๆ ที่หลังคอครั้งหนึ่ง สัมผัสร้อนจากริมฝีปากของเขาทำเอาฉันสะดุ้ง และหัวใจถีบตัวเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหวั่นไหวที่เขาขยันสร้างได้สร้างดีทุกวันที่อยู่ด้วยกัน ฉันหันไปมองเขาอย่างไม่พอใจ แล้วก็ต้องก้มหน้าหลบสายตานิ่งเมื่อปะทะกับแววตาเจ้าเล่ห์ของเขา ทั้งๆ ที่ใจหนึ่งกำลังโกรธ แต่อีกใจก็ดัน... ชอบ... ที่เขาทำแบบนั้น

เสียงถอนหายใจเบาดังจากร่างสูง ก่อนที่มือใหญ่จะขยี้ผมของฉันจากด้านบน อ่อนโยน และนุ่มนวล...

"ฉันจะไปแต่งตัว..." เขาพูดแล้วดึงมือกลับ "อย่า... น่ารักมากนักล่ะ... ฉันไม่อยากให้คนอื่นมอง"



ในที่สุดฉันก็แต่งตัวเสร็จ

ชุดที่เปิดหลังทำให้สไตลิสต์ที่หมอนั่นจ้างมาตัดสินใจเกล้าผมของฉันขึ้นเป็นมวยหลวมๆ ไม่สูงนัก เพื่อที่จะให้ฉันได้โชว์แผ่นหลังอย่างเต็มที่ตามคำสั่งของแม็กนั่ม(ไอ้หื่นนั่น...) ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาด้วยโทนชมพูอ่อนเช่นเดียวกับชุดตามคำสั่งของหมอน่ันอีกเช่นกัน ในขณะที่ฉันนั่งหน้ากระจก ปล่อยให้สไตลิสต์จัดการแต่งตัวฉันไปเรื่อยๆ เหมือนแต่งตัวตุ๊กตานั้น ประตูห้องก็เปิดออก ชายในชุดสูทสีดำสนิทสองคนเดินเข้ามา

คุณจันทร์เจ้าครับ ขอเชิญลงไปด้านล่างครับ รถมารับแล้ว นายน้อยเองก็รออยู่ด้านล่างแล้ว"

หะ... ฉันอ้าปากค้าง อะไรนะ ?? นะ นี่มัน... นี่มันอะไรกัน หนังจักรๆ วงศ์ๆ ตอนเช้าวันเสาร์หรือไง!!!

หากแต่เขาไม่ได้ล้อเล่น พวกสไตลิสต์เองก็เหมือนจะรู้งาน ทุกคนถอยออกไปเก็บข้าวของของตัวเองที่เกลื่อนกลาดในห้อง ไม่มีใครกล้าสบตาพวกผู้ชายสองคนนั้น ฉันจึงต้องจำใจเดินเข้าไปหาผู้ชายสองคนน้ันอย่างเก้ๆ กังๆ และไม่ลืมที่จะหยิบรองเท้าส้นสูงที่แม็กนั่มเตรียมไว้ให้ติดมือลงลิฟต์ไปด้วย

ลิฟต์เปิดออก ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อก แล้วก็ต้องตกใจแทบจะช็อคตายเมื่อเห็นคนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

ร่างสูงโปร่งยืนนิ่งอยู่หน้าลิฟต์ในชุดสูทดำสนิทเช่นเดียวกับเนคไทและรองเท้าหนัง ใบหน้านั้นยังคงหล่อเหลางดงาม ไม่สิ เขายิ่งหล่อกว่าเดิมซะอีกเมื่ออยู่ในชุดสูทเป็นทางการแบบนี้ ผมสีดำสนิทถูกจัดแต่งเป็นทรงเรียบร้อยไร้ที่ติ ทุกส่วนบนร่างกายและใบหน้าของเขาสมบูรณ์แบบจนยากจะเชื่อว่าเขากับฉันเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกันจริงๆ ดวงตาคมเข้มจ้องมองฉันที่กำลังเดินออกมาจากลิฟต์นิ่ง สายตาที่คมกริบของเขาทำให้ฉันรู้สึกราวกับกำลังโดนทะลุทะลวงเข้าถึงกลางใจ ราวกับว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของฉันอีกต่อไป แขนขาราวกับจะหมดแรง และร้อนๆ หนาวๆ กระสับกระส่ายไปทั่วทั้งร่างกาย จนฉันต้องก้มหน้าหลบสายตาคู่นั้น

เท้าทั้งสองข้างพยายามก้าวเร็วๆ เพื่อให้พ้นจากร่างสูงที่แค่มองก็ทำให้ฉันรู้สึกหมดเรี่ยวแรงและไร้สติ

บอกแล้วไม่ใช่เหรอ...” เขาว่าแล้วขยับตัวมาขวางฉันไว้ไม่ให้เดินต่อ "ฉันไม่อยากให้คนอื่นมอง...”

...ฉัน... ฉันไม่รู้นี่ จะให้ฉันจะทำยังไงล่ะ...” ฉันพูดติดๆ ขัดๆ พยายามหลีกไปจากเขา

เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากบาง ฉันเผลอตัวเงยหน้ามองใบหน้าของเขาอย่างลืมตัวอีกครั้ง ราวกับมีมนตร์สะกด สมองของฉันลืมวิธีหายใจไปในเสี้ยววินาที อึดอัดหัวใจจนแทบยืนต่อไม่ไหว ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ฉันยิ่งสัมผัสได้ถึงอันตรายที่น่าหวาดหวั่นที่แผ่ออกมาจากเขามากเท่านั้น... สัมผัสแบบนี้... มัน... เหมือนกับตอนที่เจอกันครั้งแรก เหมือนกับตอนที่เจอไททันเมื่อวันก่อน...

นี่ฉันกำลังเล่นอยู่กับอะไร... ทั้งแม็กนั่มและไททันเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด และเขาทั้งคู่ร้ายกาจเกินกว่าที่ฉันคนนี้จะรับมือไหว แล้วฉันกำลังทำอะไรอยู่... ฉันกำลังจะไปพบกับครอบครัวของเขา ทั้งตระกูลของเขาเลยด้วยซ้ำ อะไรจะรับประกันได้ว่าฉันจะมีชีวิตรอดกลับมาจากงานเลี้ยงนั่น หัวใจของฉันสั่นไหวเมื่อคิดถึงความจริงข้อนี้ สายตาพลันเบือนไปมองที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า มืออีกข้างที่อยู่ข้างลำตัวถือขวดแก้วที่บรรจุน้ำสีใสไว้ในมือ

รอยยิ้มเย็นระบายบนริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะยกขวดแก้วนั่นขึ้นมา

ไอ้นี่จะช่วยให้เธอไม่สติแตกตายไปก่อน"

นั่นมัน... เหล้า...

ให้ตายเถอะ ให้ตาย... นี่ฉันกำลังจะเจอกับครอบครัวประเภทไหนเนี่ย!!!




ฮืออออออ ขอบคุณมากๆๆๆ สำหรับเม้นนะคะ ช่วยฮีลใจได้เยอะเลย T.T

เพราะงั้น เดี๋ยวจะอัพให้อีกตอนนะ!! 


ขอบคุณมากๆ ค่ะ ><









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #91 cat06 (@cat06) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:06

    หนูยังติดตามอ่านไรท์อยู่น้าา รู้ว่าไรท์ยุ่งเพราะต้องทำงานดูได้จากการดองตั้งแต่เรื่องเจ๊
    สตาร์//แซว หนูก็จะยังรออ่านไรท์นะเป็นเรื่องที่สนุกประทับใจมากเป็นเรท้องที่ดองนานแค่ไหนก็ยังจำเนื้อเรื่องได้พอกลับมาอัพหลังห่างหายมาแสนนาน(จริงๆ)เพราะงั้นไม่ว่าถ้าไรท์จะมาช้ามากถึงมากสุดแต่อย่าทิ้งเรื่องนี้นะคะนานแค่ไหนก็รอค่ะ

    จาก ไรท์ตัวน้อยที่เจอการดองนิยายที่อยากอ่านมานานหลายเรื่อง&#8226;&#769;

    &#8255; ,&#8226;&#768;
    #91
    1
    • #91-1 cat06 (@cat06) (จากตอนที่ 12)
      1 มิถุนายน 2562 / 18:30
      จากรีดไม่ใช่ไรท์ ****แก้หน่อย
      #91-1
  2. #84 nyvanida0324 (@nyvanida0324) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 12:20
    ตื่นเต้นแทนจันทร์เจ้าขึ้นมาทันที
    #84
    0
  3. #75 Be Yah (@xvalya_8) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:00
    เหมือนจันทร์เจ้ากำลังเข้าสู่สนามรบเลย
    #75
    0
  4. #71 Kif99 (@Kif99) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:04
    มาแล้ว&#8203; รักไรท์&#8203;จัง&#8203; จันทร์&#8203;เจ้าหนูต้องใจเย็น&#8203;ๆตะลูก
    #71
    0