Puzzle Venom ปริศนา(ไม่)ลับ ฉบับจู่โจมหัวใจ [Mino x Irene]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 586 Views

  • 8 Comments

  • 30 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4

    Overall
    586

ตอนที่ 4 : No.1 Venom :: Ch.3 First Puzzle [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    11 ก.ย. 61










First Puzzle

:: ปริศนาข้อที่ 1 ::



 

“โอ้ยยยย”


ฉันร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด เมื่อหลังปะทะเข้ากับฟูกนุ่มหลังจากที่จอมทัพโยนฉันลงบนเตียงอย่างไม่ยั้งมือ ก่อนจะพยายามดิ้นสุดแรงเพื่อให้มือและร่างกายหลุดจากพันธนาการของซาตานตัวร้าย ร่างสูงที่กำลังคร่อมตัวฉันอยู่ด้านบนค่อยๆใช้บอดี้สุดเซ็กซี่บดขยี้ร่างกายฉันอย่างไร้ความปราณี ฉันพยายามดิ้นสุดแรงเมื่อรู้สึกเจ็บบริเวณร่างกายท่อนบนเมื่อจอมทัพทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดมาที่ร่างฉันอย่างจงใจพลางใบหน้าหล่อเหลาก็ซุกไซร้อยู่บริเวณซอกคอขาวของฉัน


“ปล่อยฉันนะ!!!


“อื้อออออ”


แต่คำตอบที่ฉันได้รับแทบจะทำให้หัวใจฉันสั่นสะท้านด้วยกลัวเมื่อเขาครางตอบรับฉัน ฉันพยายามกั้นน้ำตาตัวเองที่ปริ่มรอบดวงตาด้วยการกัดริมฝีปากพลางในหัวก็คิดหาวิธีเอาตัวรอด ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นกรอบรูปบริเวณหัวเตียง ฉันจึงปล่อยให้จอมทัพครอบครองร่างกายฉันอย่างเป็นอิสระเมื่อนึกว่าตัวเองจะทำอย่างไรถึงจะเป็นอิสระ


 เมื่อคนตัวใหญ่เห็นว่าฉันตอบกลับอารมณ์ของเขา มือหนาที่กุมข้อมือฉันแน่นจึงค่อยๆ คลายออกอย่างลืมตัว ก่อนที่มือนั่นจะค่อยๆไล่มาตามแผ่นหลังของฉัน ฉันพยายามคุมเกมโดยทำทีเป็นเผลอคล้อยตามเขาโดยไม่ลืมที่จะค่อยๆขยับตัวขึ้นทีละนิดเพื่อให้ชิดหัวเตียงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ก่อนจะทำทีเป็นใช้มือจิกแผ่นหลังเขาอย่างหยอกล้อเพื่อให้เขาตายใจ เมื่อได้จังหวะฉันก็เอื้อมมือไปหยิบกรอบรูปก่อนจะใช้สันกรอบแทงเข้าที่หลังเขาอย่างสุดแรง


“โอ้ยยยย!!!” จอมทัพร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวดและในจังหวะนั่นเองฉันก็ใช้เท้ายันท้องเขาก่อนจะรีบวิ่งหนี “เธอ!!!


จอมทัพพยายามจับแผลที่หลังตัวเองซึ่งเลือดกำลังไหลไม่หลุด ในขณะเดียวกันเขาก็พยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อตามมาจับฉัน ฉันปาทุกอย่างที่ขวางหน้าใส่เขาก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องให้เร็วที่สุด


ขวับ!


แต่สุดท้ายซาตานตัวร้ายก็ตามฉันทัน เขาคว้าข้อมือฉันไว้ก่อนจะออกแรงบีบราวกับต้องการให้กระดูกฉันหัก ฉันมองเขาด้วยความรู้สึกที่โกรธจัดพลางพยายามสะบัดข้อมือออก


“จะหนีไปไหน!!!” จอมทัพตวาดเสียงดังลั่นห้อง ก่อนที่เขาจะรวบตัวฉันขึ้นพาดบ่าอีกครั้ง


“ปล่อยฉันนะ! นี่นายบ้าไปแล้วหรอ” ฉันร้องเสียงดังพลางดิ้นสุดแรงเกิด และก่อนที่เขาจะได้โยนฉันลงบนเตียงอีกครั้ง ฉันก็ใช้เล็บของตัวเองจิกลงไปที่แผลด้านหลังของเขาที่เกิดจากกรอบรูปเมื่อกี้ จนเลือดออกหนักกว่าเดิม


จอมทัพถึงกับตัวทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บนั่นจึงทำให้ฉันมีโอกาสที่จะหนีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันจะพลาดเหมือนครั้งเดิมเพราะฉันรีบก้มเก็บเศษกระเบื้องที่แตกไปครั้งก่อนแล้วรีบแทงซ้ำบนแผลที่เกิดจากรอบรูปบริเวณกลางหลังของเขา


แน่นอนฉันไม่ได้เล็งจุดตาย แต่มันก็เจ็บมากพอที่จะทำให้ครั้งนี้เขาวิ่งมาตามฉันไม่ได้


“ใครกันแน่ที่อ่อน หึ!” ฉันยิ้มมุมปากดูถูกเขาพร้อมกับคำพูดที่เป็นเหมือนชนวนเริ่มต้นสงครามระหว่างเรา จอมทัพมองฉันด้วยความรู้สึกโกรธจัดแต่ถึงกระนั้นแผลที่แผ่นหลังก็สามารถหยุดการกระทำทั้งหมดของเขาไว้ได้


“เธอเจอดี!” เขาพูดพลางมองหน้าฉันด้วยความแค้น


เอาสิ ในเมื่อเรื่องมันมาขนาดนี้แล้ว ฉันก็ต้องเล่นมันให้ถึงที่สุด ฉันต้องลากเขามาเซ็นสัญญาด้วยให้ได้


“ไก่อ่อน”


“เธอ!!!


“แล้วเจอกันใหม่ บายยย” ฉันหันไปยิ้มเยาะจอมทัพที่มองฉันราวกับจะฆ่าให้ตาย ก่อนจะโบกมือลาเขา “เจอกันครั้งหน้า ฉันจะทำให้นายมาเซ็นสัญญากับฉันให้ได้”


“ไม่มีทาง!!!


ฉันพยายามไม่สนใจเสียงสบถด่าที่ไล่ตามหลังฉันจนกระทั่งฉันเดินออกจากห้อง ฉันพิงผนังประตูอย่างหมดแรงก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงกับพื้น น้ำตาที่สะกดไว้ในตอนแรกไหลออกมาอย่างไม่ขาดสายด้วยความรู้สึกกลัวและตกใจ พลางมือเล็กก็พยายามถูซอกคอจนมันเริ่มแดงไปหมดด้วยความขยะแขยง


ทำไม ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้


 

# หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

“งั้นหนูไปแล้วนะคะพ่อ แม่” ฉันบอกคุณพ่อกับคุณแม่ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางไปใส่ท้ายรถ


อ้อ แล้วพวกคุณไม่ต้องแปลกใจ พวกคุณยังจำงานที่ฉันต้องลากลีดเดอร์วงมาเซ็นสัญญากับทางบริษัทได้ไหม นั่นละเพราะงานนี้ฉันถึงกับยอมโกหกพ่อกับแม่ว่าต้องมาทำงานต่างจังหวัดทั้งที่จริงๆก็อยู่ในกรุงเทพนี่ละ


ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันพยายามลืมทุกอย่างจะจำไว้อย่างเดียวคือความรู้สึก โกรธ เคียดแค้นที่มีต่อเขา ผลักดันให้ฉันลากเขามาเซ็นสัญญาด้วยให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งใช้เวลาน้อยนั่นก็เท่าว่าฉันและครอบครัวจะหลุดพ้นจากคุณทิพย์รวมทั้งฉันไม่ต้องเจอซาตานในคราบมนุษย์นั่นอีกด้วย!


“เดินทางปลอดภัยนะลูก เจอกันเดือนหน้านะ ตั้งใจทำงานนะลูก”


“ค่าๆ” ฉันตอบพ่อก่อนจะปิดท้ายรถ “หนูไม่อยู่พ่อกับแม่ห้ามตามใจน้องนะคะ”


ฉันพูดดักทางพ่อกับแม่อย่างรู้ทัน นั่นจึงทำให้พวกท่านถึงกับหัวเราะ ไม่ใช่อะไร ถ้าไม่พูดไว้นะ ไม่ว่าจะปาร์ตี้เอย รถเอย เงินเอย สาวเอย น้องชายฉันเอาหมด ยิ่งพ่อฉันยิ่งคอยให้ท้ายน้องตลอดไม่เคยดุเลยเพราะมองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับฉันมันน่ากลัวกว่าที่พ่อคิดเพราะฉันเคยจับได้ครั้งหนึ่งว่าต้มจืดไปปาร์ตี้แล้วไม่กลับบ้านสองอาทิตย์เพราะเอาตัวเองไปขลุกอยู่กับยา กว่าจะดึงน้องขึ้นมาจากขุมนรกนั่นได้เล่นเอาเหนื่อยสุด


“จ้า ไม่ต้องห่วง” แม่ตอบก่อนจะเดินมากอดฉัน ไม่นานพ่อก็ตามมาสบทบอีกคน


“พูดยังไม่ขาดคำต้มจืดหายไปไหน” ฉันพูดขึ้นเมื่อไม่เห็นน้องมาส่ง


“ไม่ได้ชื่อต้มจืดโว้ยยยย” เสียงไคน์ดังออกมาถึงหน้าบ้าน เล่นเอาพ่อกับแม่รวมทั้งฉันหัวเราะไปตามๆกัน ไม่นานนักเจ้าตัวก็รีบวิ่งมาหอมแก้มฉัน “ไปทำงาน ได้ตังค์มาก็อย่าลืมตังค่าขนมน้องบ้างนะ”


“มะเหงกนิ” ฉันพูดพลางเขกหัวน้องอย่างหมั่นเขี้ยว “งั้นหวานไปก่อนนะคะ พี่ไปก่อนนะ”


หลังจากจัดการเรื่องที่บ้านเสร็จ ฉันก็ตรงไปเก็บของใช้บางส่วนอยู่คอนโดตัวเองก่อนจะมุ่งหน้าไปยังคอนโดที่มีอสรพิษร้ายอาศัยอยู่ 


“เธอทำได้หวานหวาน” ฉันพูดให้กำลังใจตัวเองทันทีที่มาถึงคอนโด ก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าคอนโดตรงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อหาที่จอดรถ หวังว่าวันนี้ดวงฉันคงดีไม่เจอกับจอมทัพอยู่ที่ลานจอดรถอีกหรอกนะ


นั่นไงละ ฉันพูดผิดที่ไหน ดวงฉันอะโคตรดี!


จอมทัพยืนกอดอกพิงจากัวร์สีดำของตัวเอง ราวกับรู้มาก่อนว่าฉันจะเข้ามาคอนโดวันนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะครั้งล่าสุดที่เราเจอกันมันจบลงไม่สวยสักเท่าไหร่ นับจากวันนั้นฉันก็รู้สึกได้เลยว่าตัวเองกำลังถูกจับตามอง


ฉันไม่สนใจคนตัวสูงที่ยืนจ้องฉันด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ก่อนจะมองหาพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถ ถ้าโชคยังพอเข้าบ้างฉันอยู่บ้างฉันก็หวังว่าจะมีที่ว่างที่อยู่ห่างจากรถของเขา


แต่ขอโทษนะ โชคไม่เข้าข้างฉันอีกแล้ว! เพราะที่ว่างที่เหลืออยู่คือข้างรถจอมทัพ นั่นจึงทำให้ฉันเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะที่ฉันกำลังจะดับเครื่องยนต์คนตัวสูงก็กระโดดขึ้นหน้าบนกระโปรงรถ ก่อนจะย่อตัวลงและมองหน้าฉันอย่างหาเรื่อง


ปัง!


“กรี๊ดดด!!!” ฉันเผลอร้องด้วยความตกใจ ก่อนจะลดกระจกข้างลงแล้วยื่นหน้าออกไปถามเขา “นี่นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ยะ!


“รถสวยดีนิ” จอมทัพไม่สนใจฉัน เขาเอาแต่พูดเรื่องที่ฉันไม่เข้าใจ “ถ้ามันมีรอยขึ้นมาสักหน่อย ฉันว่ามันจะสวยยิ่งกว่านี้นะ”


“อะไรของนาย ลงไปเดี๋ยวนี้” ฉันพูดพลางบีบแตรรถเสียงดัง แต่เขาไม่สนใจด้วยซ้ำมิหนำซ้ำเขายังทำสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึงด้วยการชกกระจกหน้ารถฉัน


ปัง!


ฉันรีบเอาตัวเองชิดเบาะอัตโนมัติพร้อมทั้งหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ร้อยร้าวของกระจกพร้อมกับรอยเลือดทที่มือของจอมทัพที่อยู่ตรงหน้าฉันทำให้ฉันผงะด้วยความตกใจ


หมอนี่มันบ้าไปแล้ว!


“นี่นายทำบ้าอะไรของนาย!!!” ฉันตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห แต่คนตัวสูงตรงหน้ากลับไม่สนใจฉันแม้แต่น้อย เขามองกำปั้นที่อาบด้วยเลือดพร้อมเศษกระจกที่ทิ่มมือเขาด้วยความสะใจ ก่อนที่เขาจะใช้อีกมือหยิบเศษกระจกออก


“อยากโดนบ้างไหม!” จอมทัพพูดพลางมองหน้าฉันด้วยความแค้นจัด “ครั้งที่แล้วเธอทำอะไรไว้ แล้วยังมีหน้ากลับมาทีนี่อีก คงอยากโดนดีไม่ใช่น้อยใช่ไหม หา!!!!


สายตาของเขามองมาที่ฉันด้วยความโกรธจัดแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกกลัว ไม่นานเขาก็กระโดลงมาก่อนจะตรงมาเปิดประตูรถแล้วคว้าข้อมือฉันอย่างป่าเถื่อน


“นะ...นี่นายจะทำอะไรฉัน” ฉันถามเขาเสียงสั่นเมื่อเห็นแววตาที่กะจะเอาฉันให้ตายจริงๆ


“ทำไม เกิดกลัวขึ้นมาหรือไง คราวที่แล้วยังเก่งอยู่เลยนิ” จอมทัพหันมาพูดกับฉัน ก่อนที่เขาจะผลักฉันใส่รถตัวเอง


“โอ้ยยยย”ฉันร้องขึ้นด้วยความเจ็บเพราะในจังหวะที่ล้มลงมือฉันโดนเศษกระจกที่เกิดจากกระทำของเขาปักเข้าที่มือ


“หึ!” จอมทัพหัวเราะในลำคออด้วยความพอใจ “ยังน้อยไป”


“นาย!!!” ฉันมองเขาด้วยความแค้นจัด ก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้น แล้วเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว พลางในใจก็พยายามนึกว่าเขาคือผู้ป่วยทางจิตที่มีอาการรุนแรงที่สุด


เพราะคนที่จิตใจปกติไม่มีทางที่จะโหดร้ายและป่าเถื่อนได้ขนาดนี้!


“เก่งนิ แบบนิแหละฉันชอบ”


“พูดบ้าอะไรของนาย!


พูดไม่พอฉันยังเงื้อมมือจะตบเขา แต่จอมทัพไวกว่าเมื่อเขาคว้าข้อมือฉันไว้แล้วส่งยิ้มที่ทำให้ฉันรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัวและไม่รอให้ฉันพูดอะไรคนตัวสูงก็โน้มหน้าลงมาก่อนจะใช้ริมฝีปากบดขยี้ริมฝีปากฉัน!


มันจะมากเกินไปแล้ว!


“อ่อยอันนะ” (ปล่อยฉันนะ)


จอมทัพไม่สนใจท่าทางรังเกียจของฉันที่มีต่อเขาเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังกดริมฝีปากลงมาอย่างรุนแรง จนกระทั่งวินาทีที่ฉันเกือบจะขาดอากาศหายใจเขาถึงปล่อยให้ฉันเป็นอิสระ


“หนังเรื่องนี้เถื่อนสุดเท่าที่ฉันเคยดูเลยวะเพื่อน” เสียงตบมือดังขึ้นหลังจากที่เขาปล่อยฉันให้เป็นอิสระ ก่อนที่เซลวี’ เจ้าของมือคีบอร์ดสุดเท่ อสรพิษหมายเลขห้าของวงที่ยืนหลบอยู่หลังเสาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้จะเดินออกมา


“ก็พอตัว” จอมทัพราวตอบราวกับเรื่องทั้งหมดเขารู้มาก่อนหน้าแล้ว


“แต่รังแกผู้หญิงสวยๆ แบบนี้ฉันไม่ชอบเลยนะ”


“หึ!” จอมทัพยักไหล่อย่างไม่แคร์ ก่อนจะเดินมาผลักฉันให้เดินไปหาเซลวี


“นี่นายคิดจะทำอะไร” ฉันถามเขาอย่างสงสัยเมื่อตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ตามเกมโดยสมบูรณ์แบบ


“...” เขาไม่ตอบฉัน แต่กลับนั่งกระโปรงหน้ารถฉันแล้วจุดบุหรี่ขึ้นสูบราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“จอมทัพ!!!  ฉันเรียกชื่อเขาเสียงดังพลางเดินเข้าไปแย่งบุหรี่ที่เขากำลังสูบอย่างโมโหจัด นี่พวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่!


“อู้วววว” เซลวีร้องแซวเสียงดังทันทีที่ฉันคว้าบุหรี่ออกมาจากมือของจอมทัพนั่นจึงทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขาแต่เจ้าตัวกลับทำราวกลับเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกแล้วส่งยิ้มหล่อมาให้ฉันแทน


นี่พวกนายรวมหัวกันทำอะไรเนี่ยะ!


“เอามา” ท่ามกลางบรรยากาศมาคุ จอมทัพพูดขึ้นก่อนจะแย่งบุหรี่ที่มือฉันไปสูบต่อ “แล้วไปซะ”


ห้ะ! ว่าไงนะ!


“นี่นายต้องการอะไรกันแน่!


“เอาน่าๆ” เซลวีพูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นท่าทางโกรธจัดของฉัน “เห็นว่าย้ายเข้ามาอยู่วันนี้นิ ห้องข้างแม่ทัพของเราด้วย มีอะไรให้ฉันช่วยถือไหม”


“ไม่ต้อง!” ฉันตอบเขาเสียงดังก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่อยู่ท้ายรถ “โอ้ยยย”


“นั่นไง” เซลวีพูดขึ้นราวกับรู้ว่าจะเกิดอะไรเพราะทันทีที่ฉันยกกระเป๋ามืออีกข้างที่โดนเศษแก้วก่อนหน้านี้ก็แสดงความอ่อนแอขึ้นมาอย่างไม่น่าให้อภัย “เดี๋ยวฉันถือให้”


“ก็บอกว่าไม่ต้อง!


“เฮ้ย แต่มือเธอ...”


“ปล่อยไปเถอะหนะ ผู้หญิงแบบนั้น” จอมทัพพูดแทรกขึ้นในจังหวะที่เซลวีเข้ามาแย่งกระเป๋าฉันเพื่อไปถือ “ไปกันเถอะ”


“งั้นก็ตามใจ”


เซลวียักไหล่พร้อมทำมือเหมือนเข้าใจสถานการณ์ในขณะที่ฉันไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เลย ทั้งคู่ปล่อยให้ฉันยืนเหวอกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้โดยไม่มีคำอธิบายอะไรสักอย่าง


พวกเขากำลังเล่มเกมอะไรกันอยู่!


“บ้าจริง” ฉันสถบอย่างไม่พอใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ ก่อนจะเก็บของแล้วโทรเรียกประกันมาจัดการกับรถที่กระจกหน้าร้าวไปหมด


หลังจากที่ฉันจัดการธุระกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเสร็จ ฉันก็พาตัวเองไปยังห้องห้องใหม่ที่ต้องอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือนจนกว่าจะลากปีศาจร้ายมาเซ็นสัญญากับฉันได้


“เฮ้อออ”


ฉันถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ในหัวก็พยายามนึกเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าว่าพวกเขากำลังวางแผนทำอะไรกันอยู่ แต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งปวดหัวเพราะฉันไม่เห็นคำตอบของการกระทำอันไร้เหตุผลของจอมทัพเลย


ป๊อก! ป๊อก!! ป๊อก!!!


เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจหลังจากที่เมื่อครู่สติไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว


ป๊อก!!! ป๊อก!!!! ป๊อก!!!!!


คราวนี้เสียงเคาะประตูดังขึ้นกว่าเดิม ใครกันมากวนฉันในเวลาแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นจอมทัพ นี่เขายังต้องการอะไรจากฉันอีก สงบศึกกันสักหน่อยไม่ได้หน่อยหรือไง


“เอ๊ะ” ฉันดูกล้องหน้าห้องก็ต้องร้องออกมาอย่างแปลกใจเมื่อหน้าประตูไม่มีใครอยู่เลย หรือจริงๆแล้วเขาตั้งใจจะกวนประสาทฉันกันแน่!


ป๊อก! ป๊อก!! ป๊อก!!!


แต่ในจังหวะที่ฉันหมุนตัวกลับเสียงประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อฉันมองไปที่จอมิเตอร์ก็ไม่มีภาพใครสักคนยืนอยู่ที่หน้าห้องฉัน เพราะงั้นฉันเลยตัดสินใจเดินออกไปเปิดประตู


ใครมาเล่นบ้าอะไรแถวนี้ คิดว่าตัวเองเป็นเด็กหรือกัน


แอ๊ดดด~


ทันทีที่ประตูถูกเปิดฉันก็ต้องชะงัก เมื่อเจอเข้ากับกล่องขวัญในกระดาษห่อสีแดงผูกด้วยโบว์สีขาวพร้อมกับข้อความบนการ์ด


 

ของขวัญต้อนรับบ้านใหม่

 


ภายในการ์ดไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่งแต่ฉันมั่นใจว่าต้องเป็นจอมทัพแน่ เอะ หรือจริงๆ จะเพื่อนห้องอื่น เพราะชั้นนี้ก็มีห้องอยู่ตั้งห้าห้อง แต่ฉันก็ไม่รู้จักใคร ต้องเป็นจอมทัพที่จงใจกวนประสาทฉันแน่ๆ!


“เอ๋”


แล้วฉันก็เป็นต้องงงหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อแกะของขวัญออกมาเจอเข้ากับหนังสือที่หุ้มปกด้วยกำมะหยี่สีดำมีตัวหนังสือปักด้วยด้ายสีทองกลางเล่มว่า ‘Puzzle’


นี่มันเรื่องอะไรกันแน่


“เฮ้ยยย!


ฉันโยนหนังสือทิ้งบนพื้นด้วยความตกใจหลังจากที่เปิดเข้าไปดูข้างในเล่มเห็นรูปสมาชิกวง venom ที่ถูกกาเครื่องหมายกากบาดด้วยเมจิกสีแดง พร้อมกับข้อความที่เขียนว่า ตาย


ใคร ใครกันแน่ที่เป็นคนส่งมา!!


นี่ฉันเริ่มขำไม่ออกแล้วนะ!


ฉันตั้งสติแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาอีกครั้ง ถ้ามันมีอะไรดูไม่เข้าท่าจริงฉันก็แค่ขอดูกล้องวงจรปิดจากรปภ. แล้วแจ้งความเท่านั้น


เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันก็ตัดสินใจพลิกกระดาษไปยังหน้าถัดไป ข้อความที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีดำปรากฎสู่สายตาฉัน แต่ไม่รู้ทำไมทันทีที่ฉันอ่านจบฉันถึงกับรู้สึกขนลุกไปหมดทั้งตัว


 

First Puzzle

- ความทรงจำในวัยเด็ก

ยินดีต้นรับเข้าสู่เกมPuzzle ปริศนาข้อที่หนึ่งได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

 


กติกา

1. ปริศนามีทั้งหมดห้าข้อ เปิดไปแล้วหนึ่งข้อ แสดงว่าเหลืออีกสี่ข้อที่คุณต้องรู้

2. คุณจะสามารถดูปริศนาข้อต่อไปได้ทุกๆวันจันทร์ของสัปดาห์ต่อไป นับจากวันนี้

3. คุณต้องรีบแก้ปริศนาทั้งหมด เพราะทันทีที่ปริศนาข้อสุดท้ายถูกเฉลยเกมจะจบลงทันที

4. ถ้าคุณคิดว่านี่เป็นเรื่องตลก ภาพหน้าแรกจะกลายเป็นเรื่องจริง ไม่เชื่อก็ลองดู

5. หากคุณไขปริศนาไม่ได้ครบตามเวลาที่กำหนด สมาชิกวง venom ทุกคนจะต้องตาย นั่นรวมถึงคุณด้วย

6. และข้อสุดท้าย หากคุณไม่ทำตามกฎ และเปิดหนังสือก่อนครบหนึ่งสัปดาห์ คุณจะต้อง ตาย เช่นกัน

 


นี่มันหนังสือบ้าอะไรเนี่ยะ!









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #4 Kraotoo (@Kraotoo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 20:24
    น่าติดตามมากๆค่าาาาา
    #4
    0
  2. #2 Dungluethai (@0930672328) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 08:25
    รอค่าาาา
    #2
    0