Puzzle Venom ปริศนา(ไม่)ลับ ฉบับจู่โจมหัวใจ [Mino x Irene]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 548 Views

  • 8 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9

    Overall
    548

ตอนที่ 3 : No.1 venom :: Ch.2 Dangerous men [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ก.ค. 61






Dangerous men

:: ผู้ชายอันตราย ::

 


บ้า บ้า! นี่มันเรื่องบ้าที่สุดที่ฉันเคยเจอมาในชีวิต ทำไมคนอย่างหวานหวานต้องมาทำเรื่องอะไรแบบนี้ นี่ถ้าไม่มีเรื่องบริษัทของพ่อฉันเข้ามาเกี่ยวนะ ต่อให้คุณทิพย์ทุบฉันให้ตายสาบานยังไงฉันก็ไม่พาตัวเองมาทำอะไรแบบนี้หรอก


ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด~


ฉันพยายามระงับสติอารมณ์ที่พร้อมจะระเบิดแทบในทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะลากจอมทัพมาเซ็นสัญญากับบริษัท พลางกำโทรศัพท์ในมือแน่น รับสิ รับสิ


“ต้มจืด! แกอยู่ไหน” ฉันเรียกชื่อปลายสายเสียงดังทันทีที่รับโทรศัพท์


“เฮ้ยย บอกกี่รอบแล้วว่าไม่ได้ชื่อต้มจืด เรียกให้มันดีๆหน่อยดิ๊” ปลายสายรีบแย้งทันทีที่ได้ยินเสียงฉัน “น้องชื่อไคน์ ไคน์ ไคน์!


“โอเค ไคน์เมื่อไหร่แกจะเอารถมาคืนฉัน”


“...”


ไคน์หรือที่ฉันเรียกว่าต้มจืดคือน้องชายตัวแสบวัยยี่สิบเอ็ดปี พวกเราอายุห่างกันสามปี  ส่วนหน้าตาไคน์นั้นไม่ต้องพูดถึง ถึงฉันจะไม่อยากจะยอมรับแต่ต้องบอกว่าไคน์หล่อจริงๆ เขามีเรือนผมสีดำสนิทเหมือนแม่ แต่มีนัยน์ตาเรียวรีสีน้ำตาลเหมือนฉันซึ่งรับกับจมูกโด่งรั้นที่บ่งบอกนิสัยของไคน์ว่าดื้อสุดๆ และปากสีแดงกระจับที่ด่าฉันฉอดๆ ราวกับมันเป็นพี่ฉัน ส่วนที่ฉันเรียกไคน์ว่าต้มจืดก็เพราะว่าตอนที่ไคน์เกิดมาฉันอยากให้น้องชายชื่อคล้องกับฉัน ฉันเลยคิดว่าหวานกับจืดน่าจะเป็นอะไรที่น่ารักดี แต่พ่อกับแม่ฉันไม่เห็นด้วยไคน์เลยโชคดีไป


“ไคน์ รถพี่เมื่อไหร่จะได้” ฉันขึ้นเสียงเล็กน้อยเมื่อปลายสายเงียบ คนกำลังรีบนะรู้ไหม นี่ถ้าคุณทิพย์ไม่นัดฉันไว้เก้าโมงเพื่อให้ไปเซ็นเอกสารเกี่ยวกับข้อตกลงหลังจากที่ฉันลากจอมทัพมาเซ็นสัญญาได้ ฉันจะไม่เร่งอะไรเลย


“อีกครึ่งชั่วโมงนะหวาน”


“ครึ่งชั่วโมงอะไรนี่มันแปดโมงสี่สิบแล้ว ฉันมีนัดเก้าโมงรู้ไหม!” ฉันเหวี่ยงใส่น้องชายตัวดีเมื่อมองนาฬิกาที่ข้อมือ ถ้ารอให้ไคน์เอารถมาคืนคงไม่ทันแน่ “ไม่ต้องแล้วฉันนั่งวินไปก็ได้”


ฉันตอบไคน์ออกไป พร้อมกับเดินไปหน้าคอนโดเพื่อเรียกวินมอเตอร์ไซด์ จังหวะนี้แล้วแท็กซี่ก็คงไม่สู้พี่วินหรอก โชคดีนะที่คอนโดฉันอยู่ไม่ห่างจากบริษัทเท่าไหร่ ไม่งั้นฉันโดนแน่เพราะคุณทิพย์เคร่งเรื่องเวลามาก


“หวานหวาน เฮ้ยยยย ตู๊ม!


“ต้มจืด ต้มจืด ไคน์!!!” ฉันเรียกน้องชายเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงเหมือนรถชนเข้ากับอะไรสักอย่างที่ปลายสาย


“บ้าเอ้ยยย” ไคน์สบถเสียงดัง “แค่นี้ก่อนนะหวาน”


“เฮ้ย ไคน์ ไคน์ ไอ้ไคน์”


ตู๊ดดดดดดดดดดดด


“สั่งฉันได้ขนาดนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” ฉันพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ในใจลึกๆ ก็อดเป็นห่วงน้องไม่ได้ ก่อนจะรีบขึ้นวินมอไซด์เพื่อตรงไปที่บริษัทเอาเป็นว่าเคลียร์เรื่องที่บริษัทเสร็จแล้วค่อยตามไปดูไคน์ก็แล้วกัน


 

# NJ Entertainment

“อ่านข้อตกลงก่อนเซ็นนะ” คุณทิพย์พูดขึ้นในขณะที่ยื่นเอกสารข้อตกลงคืนโฉนดที่ดินบริษัทมาให้ฉัน ฉันได้แต่เก็บท่าทางไม่พอใจไว้ข้างในเพราะต่อให้ฉันจะอ่านหรือไม่อ่านสุดท้ายฉันก็ต้องรับหน้าที่นี้อยู่ดี


หวานหวานคนนี้มีทางเลือกที่ไหนละ!


ฉันไม่พูดอะไรก่อนจะกวาดสายตาอ่านเนื้อหาภายในเอกสารคร่าวๆ เมื่อข้อความทุกอย่างเป็นไปตามที่เราตกลงฉันก็จัดการเซ็นเอกสารก่อนจะยื่นให้คุณทิพย์เซ็นรับทราบเช่นกัน


“ฉันฝากงานนี้ไว้กับเธอด้วยนะหวานหวานหวังว่าฉันจะได้ยินข่าวดี” คุณทิพย์พูดขึ้นหลังจากเซ็นเอกสารเสร็จ เธอส่งยิ้มหวานมาให้ฉันอย่างน่าขนลุกแต่ถึงกระนั้นฉันก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มตอบ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อขอตัวลา


“ให้ตาย สุดท้ายฉันก็ต้องทำงานนี้” ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อโทรหาไคน์


ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด


(ไง เสร็จแล้วหรอ) เสียงปลายสายดังขึ้นก่อนที่ฉันจะได้พูด


“อืม แกเป็นไงบ้าง ไม่เป็นไรใช่ไหม” ฉันถามน้องออกไปด้วยความเป็นห่วงซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ลิฟต์เปิดพอดี “ฉันพึ่งคุยงานเสร็จ เดี๋ยวไปหา”


(ไม่เป็นไร ประกันเคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว ดีนะมีแค่ท้ายรถที่บุบไม่งั้นฉันได้จ่ายหนักกว่านี้แน่) ไคน์บ่นอย่างหัวเสีย (งั้นหวานรอฉันอยู่ที่บริษัทแล้วกันเดี๋ยวไคน์ไปรับ)


“อืม”


ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคุยโทรศัพท์เสร็จตอนแรกคิดว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่ใหญ่กว่านี้แต่ฟังจากน้ำเสียงไคน์แล้วน่าจะเป็นแค่การชนท้ายรถธรรมดาอีกทั้งประกันก็มาเคลียร์ให้เรียบร้อยคงไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องที่น่าเป็นห่วงน่าจะเป็นสถานการณ์ตรงหน้าฉันตอนนี้มากกว่า


เพราะทันทีที่ฉันเดินออกมาจากลิฟท์ ฉันก็เจอผู้หญิงที่เคยนัวกับจอมทัพที่ไนท์คลับเมื่ออาทิตย์ก่อน ไม่รู้วันนี้เป็นวันซวยอะไรของฉันถึงมีเรื่องวุ่นๆเข้ามาตั้งแต่เมื่อเช้า


“เธอ!” ในขณะที่ฉันกำลังเดินผ่านร่างบางเสียงแหลมเล็กก็ดังขึ้น “ก็นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แค่เด็กฝึกงาน หึ”


ฉันชะงักพลางเม้มปากเป็นเส้นตรง ก่อนจะหมุนตัวแล้วส่งยิ้มหวานให้เธอ


“เราเคยรู้จักกันด้วยหรอค่ะ” พูดจบฉันก็ส่งยิ้มหวานพลางเอียงคออย่างไร้เดียงสาเล่นเอาหล่อนแทบกรี๊ดกับท่าทางของฉันเลยทีเดียว


“นี่ ไม่ต้องมาแอ๊บ อาทิตย์ที่แล้วเธอทำอะไรไว้จำไม่ได้หรือไง” พูดไม่พอเธอยังเบ้ปากอย่างไม่เป็นมิตรส่งมาให้ฉันแบบสุดๆ


“เอ...” ฉันพูดก่อนจะเว้นหายใจ เพื่อกระตุ้นอารมณ์โกรธของฝ่ายตรงข้าม และมันก็ได้ผลสุดๆ “เรื่องที่ฉันสาดแอลกอฮอล์ใส่หน้าคุณหรือเป็นเรื่องที่ผู้ชายของคุณเปลี่ยนมาคั่วฉันแทนน้า”


“หน้าด้าน!!!” ร่างเล็กตะโกนเสียงดัง จนคนรอบข้างเริ่มหันมาสนใจ “ผู้หญิงที่มายืนอ่อยผู้ชายทั้งๆที่เห็นเขาว่าเขาทำอะไรอยู่คิดหรอว่าคนอย่างจอมทัพจะสนใจ”


“แล้วได้ผลไหมละ”


“กรี๊ดดดดด”


ฉันยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นท่าทางโกรธจัดของผู้หญิงตรงหน้า ก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากสถานการณ์ที่ไม่สบอารมณ์ ป่านนี้ไคน์น่าจะมาถึงแล้ว รีบไปดีกว่า แต่เดินไปสักพักมือของผู้หญิงคนนั้นก็คว้าไหล่ฉันไว้ ก่อนที่ฝ่ามือเธอจะตรงเข้าที่หน้าฉัน


 เพี๊ยะ!


“หน้าด้าน!!! 


                เธอตะคอกเสียงดัง แต่คนแบบนี้ให้ตบกลับคงไม่สนุกหรอก ฉันยิ้มร้ายก่อนจะใช้นิ้วโป้ปาดเลือดที่มุมปากเพราะแรงตบเมื่อครู่ออก


“แอลกอฮอล์วันนั้นเหมือนจะไม่ได้เรียกสติคุณสักนิดเลยสินะ” ฉันพูดพลางเดินเข้าไปหาหล่อน ก่อนจะใช้มือเล็กของตัวเองลูบไปที่แก้มของเธออย่างถือวิสาสะ “และเหมือนมันจะไม่ทำให้หน้าคุณบางลงด้วย ด้านเหมือนกันเลยแฮะ”


“กรี๊ดดดดดดดด” ฉันรีบคว้าข้อมือเล็กไว้เมื่อเธอทำท่าจะตบฉันอีกรอบ


“ฟังนะ สวยแต่นิสัยแบบนี้ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาเอาหรอก” พูดจบฉันก็สะบัดมือหล่อนออก เสียงกรี๊ดที่ดังมาแต่ด้านหลังทำให้ฉันถึงกับเผลอหลุดขำอย่างพอใจ บอกแล้วถ้าไม่มีเรื่องงานมาเกี่ยวหวานหวานคนนี้ทำได้ทั้งหมดแหละ นิสัยฉันไม่ได้หวานเหมือนชื่อหรอกนะ


“ช้าจัง” ไคน์พูดขึ้นทันทีที่ฉันเปิดประตูรถ “คนอุตส่าห์รีบมายังมาทำให้รออีก”


“เป็นพี่ไหมที่ควรบ่น” ฉันตอบน้องกลับในขณะที่กำลังคาดเบลท์ ก่อนจะหันไปมองหน้าน้องเพื่อขอคำอธิบายเรื่องเมื่อเช้า


“เพราะหวานนั่นละ ไม่ต้องมาจ้องแบบนั้น” ไคน์โวยวายเสียงดังเหมือนเด็ก “นี่ถ้าหวานไม่โทรมาน้องคงมีสมาธิมากกว่านี้ไม่เผลอสติหลุดเหยียบเบรกกลางคันเพราะตกใจเสียงหวานหรอก”


“ก็เกินไป”


 ฉันหัวเราะกับท่าทีของน้อง เห็นไคน์ไม่เรียกฉันว่าพี่แบบนี้แต่เขาให้ความเคารพฉันมากนะจะว่าไปฉันก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกัน ที่โดนเด็กอายุน้อยกว่าฉันสามปีเรียกชื่อฉันราวกับเราอายุเท่ากัน แต่ไม่เป็นไรฉันชินแล้วละ เพราะไคน์ก็เรียกฉันแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก 


“เออ ต้มจืดไปส่งพี่ที่คอนโดแถวนี้นะ” ฉันพูดพลางยื่นแผนที่คอนโดนที่คุณทิพย์ให้ฉันมาเมื่อวานไปให้น้อง

“บอกแล้วไง อย่าเรียกต้มจืด สาวที่ไหนได้ยินคงได้อายเขาหมด” ไคน์บ่นอย่างไม่พอใจแต่ถึงกระนั้นเขาก็รับแผนที่จากฉันไป “ไปทำไร เฮ้ยแล้วปากหวานไปโดยอะไรมา”


“อ่อ” ฉันเผลอจับริมฝีปากอย่างไม่รู้ตัวเมื่ออยู่ดีๆน้องก็ทักขึ้นมา “มีเรื่องนิดหน่อยนะ”


“ใครทำ เดี๋ยวน้องไปจัดการให้” ไคน์พูดพร้อมทำท่าทางโกรธจัด เล่นเอาฉันถึงกับหัวเราะน้องเพราะความเอ็นดู


“ผู้หญิงที่บริษัทหน่ะสวยด้วยนะ”


“ปั๊ดโธ่” มือที่กำพวงมาลัยแน่นในตอนแรกค่อยๆคลายออกเมื่อได้ยินคำว่าผู้หญิงและสวยหลุดออกมาจากปากฉัน “รับมือยากสิถ้างั้น เพราะน้องแพ้ผู้หญิงสวย”


“ไม่ต้องเลย” ฉันผลักหัวไคน์อย่างหมั่นไส้ก่อนจะหัวเราะร่วน


ไคน์หันมายิ้มให้ฉัน ก่อนจะตั้งใจขับรถต่อ ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่ลึกๆไคน์คงคิดอยากจะแก้แค้นให้ฉันจริงๆ อย่างที่บอกน้องฉันเคารพแล้วก็รักฉันมาก ถ้ามีใครมาทำอะไรฉันเขาคงไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอกและเหมือนกันถ้ามีใครมาทำอะไรน้องชายฉัน ฉันก็ไม่ปล่อยไปง่ายๆเหมือนกัน


ก็เรามีกันสองพี่น้อง ก็ต้องรักและเป็นห่วงกันถูกไหม


“ถึงแล้ว”


ไม่นานก็มาถึงคอนโดที่พรุ่งนี้ฉันจะต้องย้ายเข้ามาอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือน ฉันเดินลงจากรถโดยไม่ลืมบอกว่าเดี๋ยวฉันหาทางกลับเองเพราะว่าน้องฉันต้องเอารถไปซ่อมท่าทางจะนานกว่าฉัน ฉันขี้เกียจรออีกอย่างฉันแค่มาสำรวจห้องของฉันเท่านั้นคงใช้เวลาไม่นาน


“ที่นี่เองสินะ”


ฉันเงยหน้าขึ้นมองคอนโดหรูหราที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ก่อนจะก้มลงมองแผนที่ในมืออีกที เมื่อคิดว่ามาไม่ผิดที่แน่ ก่อนจะกระชับสายกระเป๋าแน่นเมื่อรู้สึกประหม่าไม่รู้สิฉันรู้สึกไม่ดีเลยแฮะ


“ไม่มีอะไรหรอกหวานหวาน”


ฉันให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน แต่แล้วสิ่งที่ฉันกลัวก็เกิดขึ้น เมื่อพอเดินไปถึงหน้าลิฟท์แล้วเจอเข้ากับเจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิทในสภาพเสื้อยืดสีดำแมทกับกางเกงยีนส์ขาดสีซีดที่ตอนนี้กำลังยกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบในขณะรอลิฟท์


และใช่แล้วคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกกลัวแล้วประหม่าในเวลาเดียวกันก็คือเขาคนนี้


จอมทัพ!!!


จอมทัพชักงักไปชั่วครู่ราวกับไม่นึกไม่ฝันว่าจะเจอฉัน ก่อนจะบี้บุหรี่ลงที่เขี่ยบุหรี่ที่วางอยู่ข้างๆลิฟท์ พลางระบายรอยยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจ


ให้ตาย ถึงจะรู้ว่าต้องเจอ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้สิ!


ฉันมองสบนัยน์ตาสีดำสนิทเรียวรีที่คมดุจเหยี่ยวนั่นอย่างไม่คิดจะเลี่ยง เพราะถ้าฉันยิ่งหลบ เขาก็จะคิดว่าฉันกลัว และฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีทางเข้าถึงตัวผู้ชายคนนี้ได้ง่ายๆแน่ หากฉันยังคิดจะหลบหน้าเขา และไม่มีทางที่เขาจะยอมเซ็นสัญญานั่นง่ายๆ


ดูก็รู้ว่าหมอนี่นะโคตรเลวและถ้าทำตัวเป็นผู้หญิงอ่อนแอก็เข้าทางเขานะสิ


“ฉันว่าฉันเตือนเธอแล้วนะ


แล้วคุณคิดว่าฉันจะกลัวงั้นหรอ ฉันระบายรอยยิ้มน้อยๆ ทันทีที่ตอบเขาเสร็จแม้ในใจฉันจะยิ้มแทบไม่ออกเมื่อเจอหน้าเขา แม้เขาจะหล่อลากมากมายขนาดไหนแต่ดูจากภูมิฐานข้างนอก กริยาที่ฉันเห็น การกระทำต่ำๆ ที่เกิดขึ้นเมื่ออาทิตย์ก่อน และประวัติคร่าวๆ บอกได้คำเดียวผู้ชายคนนี้ผุดออกมาจากอเวจีชัดๆ!!!


และนับว่าเป็นโชคดีเมื่อลิฟท์เปิดได้ตรงจังหวะพอดี ฉันจึงถือโอกาสรีบเดินเข้าไป เพื่อตัดบทการสนทนาของเรา  ต้องยอมรับก่อนว่าครั้งนี้ฉันพลาดจริงๆ ที่ไม่ได้เตรียมวิธีรับมือกับคนร้ายกาจแบบเขา


แต่ใครจะคิดกันละว่าเราจะเจอกัน!


หึ! จอมทัพเหยียดยิ้ม ก่อนจะเดินตามฉันเข้ามาในลิฟท์


ทันทีที่ประตูลิฟท์ปิดสนิท ฉันสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ แม้ผู้ชายคนนี้จะไม่พูดอะไร แต่นัยน์ตาสีดำสนิทกับจับจ้องร่างกายฉันตลอดเวลา และนั่นทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดจนแทบบ้า


แม้มันจะไม่ได้จาบจ้วงปานอะไรขนาดนั้น แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ฉันรู้ว่าเขากำลังมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น! ใครจะชอบให้ผู้ชายมามองร่างกายตัวเองละ!


ติ๊ง!


ฉันรีบเดินออกจากลิฟท์ทันที เมื่อถึงชั้นสิบห้า หลังจากแทบคลั่งเพราะทนกับนัยน์ตาของจอมทัพไม่ไหว นี่ถ้ามันนานกว่านี้ สาบานได้ว่าฉันโวยแน่!


ฉันควานหาคีการ์ดในกระเป๋าทันทีที่เดินมาถึงหน้าห้อง 1521 แต่ให้ตายตอนนี้ฉันแทบจะเทกระเป๋าลงกับพื้นแล้ว แต่ทำไมหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ฉันจำได้ ว่าฉันเป็นคนเอาใส่กระเป๋าใบนี้ ทันทีที่ได้รับมาจากคุณทิพย์


เป็นจังหวะเดียวกันที่จอมทัพเดินผ่านมา ก่อนที่เขาจะหันมาคลี่ยิ้มน้อยๆให้ฉัน  พลางชูคีการ์ดของฉัน ซึ่งเขาเอาไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้


ให้ตาย ฉันพลาดตอนไหน หมอนั่นถึงได้หยิบไปตอนที่ฉันไม่รู้สึกตัว!


“นี่คุณ...! ฉันถลึงตาใส่จอมทัพทันที เมื่อรู้ว่าคีการ์ดที่ฉันแทบจะหาพลิกแผ่นดินหาอยู่ในมือเขา “เอาคืนมานะ”


“คืนก็โง่ ฉันบอกแล้วไงว่าเธอจะเจอกับอะไร” จอมทัพพูดพลางยิ้มร้าย ก่อนที่จะเอาคีการ์ดของฉันลงบนกระเป๋าหน้ากางเกงยีนส์สีซีดของตัวเอง พลางหยิบคีการ์ดของห้องตัวเองขึ้นมารูด และไม่นานประตูห้องเขาก็เปิดโดยที่ประตูห้องฉันยังปิดสนิท


คนหน้ามึนเดินเข้าห้องตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะโปรยสายตามามองฉันเป็นเชิงสั่งกลายๆ ว่าให้ฉันเข้าไป แต่เรื่องอะไรฉันจะเข้าไปละ -^-!


แต่ยืนรอได้ไม่ถึงสิบนาทีก็เป็นฉันที่ความอดทนหมดลง เมื่อเหลือบมองไปที่ประตูที่เปิดกว้าง แล้วเห็นคนตัวสูงยืนถือขวดน้ำพิงกรอบประตูทางเข้า โดยยักคิ้วพร้อมกับทำสีหน้ากวนๆ


“เข้าไปสิ” จอมทัพพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์อย่างเชิญชวน “ถ้าเธอเข้ามา ฉันจะทำเป็นลืมเรื่องวันนั้นที่เคยพูดไว้กับเธอ”


น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ดังขึ้นอีกครั้ง ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงจะอ่อนระทวย แต่สำหรับฉันมันใช้ไม่ได้ผล เพราะฉันรู้ดีว่าถ้าฉันก้าวเข้าไปในห้องนั้นฉันจะเจอเข้ากับอะไร


“คุณจะลืมเรื่องอะไรก็ช่าง แต่ตอนนี้คุณควรจะคืนคีการ์ดห้องฉันได้แล้ว


จอมทัพไม่ตอบแต่ยิ้มยั่ว ก่อนที่เขาจะโยนขวดน้ำทิ้งตรงถังขยะหน้าห้อง พลางเดินมาหาฉัน ซึ่งตอนนี้ถอยจนหลังชิดกับผนังหยาบของคอนโดเมื่อสัมผัสได้ถึงภัยอันตรายที่กำลังคลืบคลานเข้ามา


มือหนายันไว้กับผนังข้างหนึ่งราวกับจะกักขังฉันไว้ไม่ให้ไปไหน ก่อนที่อีกมือจะล้วงเข้าไปบนกระเป๋าหน้ากางเกงยีนส์หยิบคีการ์ดของฉันออกมาแล้วพรมจูบเบาๆ แล้วช้อนสายตาที่บ่งบอกได้ว่าอันตรายชัดๆส่งมาให้ฉัน


ทำไมฉันจะต้องคืนด้วยละ ในเมื่อเธอตามฉันมาถึงทีนี้ แถมยัง...อยู่ข้างห้องฉันซะอีก จอมทัพทิ้งจังหวะพูดเพื่อจงใจปั่นความรู้สึกของฉัน ก่อนจะลงท้ายด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างเชิญชวน


“และฉันก็หวังว่าจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี้คงจะไม่ใช่เรื่องสัญญาที่เกี่ยวกับยัยแม่มดนั่น! ก่อนที่เขาจะตวาดฉันเสียงดังลั่น จนฉันถึงกับสะดุ้งในท่าทีที่เปลี่ยนไป


แต่ถึงกระนั้น ฉันก็ไม่คิดจะเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเขา


“แล้วถ้าฉันตอบว่าใช่ คุณจะทำไม!


คราวนี้จอมทัพเงียบเหมือนกำลังจะประเมินสถารการณ์อะไรสักอย่าง ใบหน้าหล่อเหลาของเขานั่นปราศจากอารมณ์ใดๆ ยกเว้นนัยน์ตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ ก่อนที่อยู่ๆ เขาจะทำกริยาห่ามๆขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยการอุ้มฉันพาดบ่าโดยไม่บอกไม่กล่าวอะไร ก่อนจะใช้เท้าปิดประตูห้องแล้วทิ้งฉันลงบนโซฟาโดยไม่คำนึงว่าฉันจะเจ็บ


“ฉันว่าเธอกับฉัน เราควรจะคุยอะไรกันสักหน่อย


หลังจากที่เขายืนจ้องฉันสักพักจอมทัพก็พูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ ฉันค่อยๆคลี่ยิ้มเมื่อเริ่มรู้สึกว่าคุ้มกับการเจ็บตัวครั้งนี้ เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสดีๆ ที่เราจะได้คุยกัน บางทีฉันอาจจะไม่ต้องอยู่ที่นี้ถึงเดือน


ได้สิ ฉันพูดขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่จอมทัพนั่งลงบนโซฟาข้างฉัน หลังจากที่ฉันพึ่งยันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งได้สำเร็จ


เธอเป็นอะไรกับยัยแม่มด!


ฉันถึงกับขมวดคิ้วทันทีเมื่อหันไปมองหน้าเขาแล้วเจอประโยคนี้เข้า ซึ่งไม่เคยวาดฝันสักครั้งว่าคนอย่างจอมทัพจะถามประโยคโง่ๆพรรค์นี้!


คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” ฉันตอบออกไปอย่างเลี่ยงๆ เพราะมันคงไม่ดีแน่ ถ้ามีคนนอกรู้เรื่องภายในของคนในบริษัท


ตอบฉันมา!!!


 แต่น้ำเสียงเหี้ยมโหดของเขาก็ดังขึ้นทันทีเมื่อฉันตอบออกไปแล้วไม่พอใจเขา


แล้วทำไมฉันจะต้องตอบ คุณเป็นใคร ฉันถามอย่างหยั่งเชิง พลางมองสบนัยน์ตาคู่สวยอย่างหาคำตอบว่าเขาเป็นอะไรทำไมอยู่ดีๆถึงมาถามความสัมพันธ์ของฉันกับคุณทิพย์


อย่ามาเล่นลิ้น!” จอมทัพตอบกลับ ก่อนจะมองด้วยสายตาที่กดให้ฉันจมลงดินอย่างเค้นเอาคำตอบ


พอกันที ถ้าคุณคิดจะไม่ยอมเซ็นง่ายๆ ก็จบ ฉันก็ไม่อยากจะยุ่งนักหรอกคนแบบคุณเนี่ยะ”


 ฉันพูดก่อนจะลุกขึ้นเมื่อตัวเองหมดความอดทน ไม่รู้ว่าจะนั่งอยู่ให้เข้าจ้องจับผิดทำไม ส่วนเรื่องคีการ์ดฉันก็แค่ไปขอคีการ์ดสำรองที่เคาเตอร์ก็น่าจะจบ เอาไว้ให้เราอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมที่จะคุยมากกว่านี้และหวังว่าเจอกันครั้งหน้าผู้ชายคนนี้จะใจเย็นลงบ้าง

 

อย่าคิดเดินหนี ถ้าฉันยังไม่สั่ง จอมทัพพูดก่อนจะคว้าแขนฉัน ก่อนจะผลักให้ฉันล้มลงบนโซฟา


โอ้ย” ฉันร้องขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความเจ็บแสบที่แล่นมาถึงแผ่นหลังเนื่องเกิดจากการกระทำของเขา ก่อนจะมองจอมทัพด้วยนัยน์ตาสีน้ำตาลอย่างไม่พอใจจนออกหน้าสุดๆ! “เก็บกริยาต่ำๆ ไว้ใช้กับผู้หญิงคนอื่น อย่ามาใช้กับฉัน เพราะฉันไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใคร!


อวดดี!!!” จอมทัพตวาดลั่นจนฉันเผลอสะดุ้ง ก่อนที่เขาจะหันมามองหน้าฉันอย่างวาวโรจน์ราวกับฉันไปกระตุกต่อมโมโหของเขาได้ถูกจุด!!! “เธอรู้ไหมผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาในห้องนี้ ได้รับอะไรไปจากฉัน”


จอมทัพเหยียดยิ้มน้อย ก่อนจะคร่อมลงบนตัวฉัน


นายคิดจะทำอะไร!


ถามโง่ๆ” ผู้ชายคนนั้นตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา ก่อนจะโน้มหน้าลงบนซอกคอขาวของฉันอีกครั้ง ให้ตายมันจะจบแบบนี้ไม่ได้!


ฉันพยายามทั้งจิกทั้งข่วนลงบนแผ่นอกกว้างของเขา เพื่อหาทางเอาตัวรอด แต่จนเล็บฉันแทบจะหัก ผู้ชายคนนี้กับไม่รู้สึกอะไรทั้งสิน มิหนำซ้ำยังรุกฉันหนักกว่าเดิมอีก เมื่อริมฝีปากสวยเริ่มต่ำลงมาจนเกือบจะถึงบริเวณเนินอกฉัน


และนับว่าเป็นวันที่ฉันรู้สึกผิดหวังกับการแต่งตัวของตัวเองมาก เมื่อวันนี้ฉันเลือกใส่แค่เสื้อกล้ามสีดำกับเกงยีนส์!


หึ! จอมทัพเหยียดยิ้ม ก่อนจะมองหน้าฉัน “นี่ละโทษของการอวดดี!


 ก่อนที่เขาจะก้มลงบนซอกคอขาวของฉันอีกรอบ พร้อมกับฝากรอยเขี้ยวที่คมราวกับแวมไพร์กระหายเลือดไว้อีกด้วย!


ฉันพยายามดีดดิ้นเพื่อขัดขืน และดูเหมือนครั้งนี้พระเจ้าจะเข้าข้าง เมื่อฉันเหลือบไปเห็นถาดผลไม้ที่วางไว้อยู่บนโต๊ะแก้วใส ฉันพยายามเอื้อมมือข้างที่ว่างโดยอีกข้างหนึ่งก็พยายามดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แม้จะรู้ว่ามันไม่เป็นผล


และในที่สุดก็สำเร็จ! เมื่อฉันใช้จังหวะที่คนตัวสูงกำลังเคลิ้ม ค่อยๆ เคลื่อนตัวและพยายามยื้อแขน จนในที่สุดฉันก็คว้าถาดผลไม้กระเบื้องได้


มันอาจจะไม่ทำให้เขาเจ็บมากนัก แต่เชื่อฉันเถอะ อย่างน้อยเขาคงเบลอไปชั่วขณะ


แต่ในจังหวะที่ฉันจะฟาดลงบนหัวของเขา ก็ต้องเบิกตาโพลงอย่างตกใจ เมื่อมือหนาของจอมทัพไขว้หลังจับข้อมือเล็กของฉันไว้ในขณะที่ปากเขายังนัวเนียอยู่ที่ซอกคอขาวฉัน


ฉันไม่อ่อนอย่างที่เธอคิด


จอมทัพพูดก่อนจะบีบข้อมือฉันให้ราวกับจะแหลกละเอียด ซึ่งตอนนี้มันทั้งเจ็บทั้งแสบ จนฉันต้องจำยอมคลายมือที่กำถาดนั้นให้ตกลงสู่พื้นอย่างเลี่ยงไม่ได้


เพล้งงง!!!


เสียงกระเบื้องที่แตกดึงสติให้จอมทัพเข้าร่างไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นแล้วรีบอุ้มฉันขึ้นอย่างไม่ให้ฉันได้ตั้งตัวแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องนอน


เธอไม่รอดแน่หวานหวาน


จอมทัพพูดขณะที่โยนฉันลงบนเตียงขนาดใหญ่ พร้อมกับพูดชื่อฉันราวกับรู้จักฉันดี ทั้งๆที่ฉันไม่รู้จักเขาแม้แต่นิด!!! ก่อนที่เขาจะโถมเข้ามาทับร่างฉันกอปรกับมือหนาที่รวบข้อมือฉันขึ้นเหนือหัว เพื่อไม่ให้ฉันดิ้นหนี


นี่ละโทษของการอยากลองดี!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Dungluethai (@0930672328) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 19:49
    รอค่าาา
    #1
    0