Puzzle Venom ปริศนา(ไม่)ลับ ฉบับจู่โจมหัวใจ [Mino x Irene]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 587 Views

  • 8 Comments

  • 30 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    587

ตอนที่ 2 : No.1 venom :: Ch.1 No.1 Venom [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 96
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 ก.ค. 61






No.1 Venom
:: อสรพิษหมายเลขหนึ่ง ::

 



ทันทีที่มาถึงไนต์คลับแห่งหนึ่งที่ดังมากพอสมควรในสังคมมืด ฉันก็นั่งลงบนเก้าอี้ทรงสูงเพื่อรอดูไลฟ์พิเศษที่จะจัดขึ้นวันนี้ของวง venom


จากที่ฉันสำรวจมาคร่าวๆ ไนต์คลับแห่งนี้จะมีทั้งหมดสามชั้นโดยชั้นแรกจะจัดเป็นโซนธรรมดาที่ตรงกลางมีเวทีสำหรับโชว์ไลฟ์ของพวก venom หรือวงใต้ดินอีกมากมายที่ฉันไม่รู้จัก และมีลานสำหรับแดนซ์ขนาดกว้างตรงหน้าเวทีและมีเคาร์เตอร์บาร์ที่วางล้อม ชั้นสองจะเป็นวีไอพีซึ่งชั้นนี้จะจัดส่วนตัวเป็นพิเศษโดยจะมีโซฟาหนังตั้งห่างกันเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและมีกระจกใสกั้น และชั้นสาม จะเป็นชั้นพักของนักแสดง และจะมีโซนแยกส่วนตัวออกไปอีก ซึ่งทางด้านปีกซ้ายของไนท์คลับจะเป็นโซนสำหรับจัดกิจกรรมส่วนตัว ไนต์คลับแห่งนี้ตกแต่งสไตล์ดิบเถื่อน อย่างเป็นเอกลักษณ์ รูปทรงจะเป็นโดนัทเพื่อจะให้แขกที่อยู่ชั้นสองมองเห็นได้อย่างชัดเจน


“เอาเบย์ลี่ส์ ไอริช ครีม ค่ะ” ฉันหันไปสั่งบาร์เทนเนอร์พอเป็นพิธีโดยเลือกเอาชนิดแอลกอฮอล์ที่ออกฤทธิ์น้อยที่สุดนั่นก็คือ เบย์ลี่ส์ ไอริช ครีม ซึ่งส่วนมากจะมีส่วนผสมของครีมซะส่วนใหญ่ เพราะฉันเป็นคนคออ่อนแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะดื่มไม่เป็นหรอกนะ


ไฟในไนท์คลับดับลงพอดีขณะที่ฉันยกเบย์ลี่ส์ขึ้นดื่ม ก่อนจะตามมาด้วยแสงไฟดิบเถื่อนที่สาดขึ้นมาบนเวทีสลัวๆบ่งบอกสไตล์ของนักร้องวงร็อคใต้ดินวงนี้ได้เป็นอย่างดี!


                Venom!


                Are you ready. Welcome to the world venom!!!


เสียงลีดเดอร์ของวงหรือ ‘จอมทัพพูดขึ้นก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นมาบนเวทีด้วยท่าทางสง่างามด้วยใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้ม แต่กับเรียกเสียงกรีดร้องจากผู้หญิงในไนท์คลับนี้อย่างไม่น่าเหลือเชื่อก่อนที่สปอร์ตไลท์จะสาดไปยังร่างของผู้ชายอีกคนที่กำลังรัวกลองกระหึ่ม  ก่อนที่ใบหน้านิ่งของ ‘ปิสเซอร์’ จะใช้ไม้กลองชี้หน้าผู้หญิงพร้อมยิ้มมุมปากที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็นนักแต่มันกลับเรียกเสียงกรี๊ดดังถล่มถลายจนฉันต้องรีบวางเบย์ลี่ส์ลงและยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทัน


แต่ฉันก็ต้องกลับหัวเสียเป็นรอบที่สองเมื่อเสียงโซโล่กีตาร์และเบสหนักๆของ ‘เคทเตอร์’ กับ ‘อาเจ’ ดังขึ้น เมื่อเสียงกรี๊ดเพิ่มปริมาณขึ้นอีกเป็นร้อยเท่าทันทีที่ผู้ชายทั้งสองคนปรากฏตัวและมันยังไม่จบแค่นั้นเมื่อสปอร์ตไลท์ย้ายไปที่มือคีบอร์ดสุดเท่ห์สุดกระชากใจที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือร้ายอย่าง ‘เซลวี’!!!


นี่สินะเหคุผลที่เธอยากได้ตัวพวกเขา!

 

ฉันกรีดรอยยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเข้าใจแล้วว่าทำไมประธานถึงต้องการตัวพวกเขานักหนา ทั้งหน้าตา ลีลาการแสดงที่ทั้งโหดและดิบเถื่อนบ่งบอกเอกลักษณ์ของวงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอสรพิษร้ายได้เป็นอย่างดี และที่ขาดไม่ได้คือใบหน้าหล่อเหลาที่สวยราวกับประติมากรรมชิ้นเอก ทุกอย่างลงตัวไปหมดจนน่าโมโห!


ฉันตัดสินใจไปยืนรอหลังเวที เมื่อการแสดงจบลง อ้อ ส่วนที่บอกว่าเป็นไลฟ์พิเศษก็คงจะเป็นจอมทัพที่เขาฉีกเสื้อกล้ามสีดำเพื่อโชว์ซิกส์แพ็คอันน่าเย้ายวนกระมั้ง  แต่ทำไมนะ ฉันรอจนแล้วจนเหล่า พวกเขาถึงไม่ลงมาจากเวทีสักที นี่ก็เลยมากว่ายี่สิบนาทีแล้ว


“พี่ค่ะ” ฉันตัดสินใจถามช่างซ่อมไฟที่พึ่งเดินมาแต่ไหนไม่รู้ เพราะตอนนี้ฉันทนรอไม่ไหวแล้ว “คือนักร้องวง venom ยังอยู่บนเวทีไหมค่ะ”


พี่เขามองหน้าฉันปนสงสัย ก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม


 “นี่น้องไม่รู้หรอ ว่าวงนี้เขาไม่ลงมาหลังเวทีนะ”


วะ...ว่ายังไงนะ!


นี่อย่าบอกนะ ว่าทันทีที่ไลฟ์จบพวกเขาจะกระโดดลงหน้าเวที ให้ตายเหอะยัยหวานหวาน


 ฉันยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเพื่อจะบอกว่าตอนนี้ตัวเองพลาดแล้ว ก่อนจะหันไปขอบคุณพี่เขา แล้วรีบวิ่งไปที่ด้านหน้าไนท์คลับเผื่ออย่างน้อยๆพวกเขาอาจจะยังอยู่ที่นั่น


แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวฉันก็ต้องชะงักแล้วขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องครางอย่างพอใจ ตอนแรกฉันว่าจะรีบเดินแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเสียงร้องครางของผู้หญิงที่ร้องเรียกชื่อเขาเป็นชื่อจอมทัพหรือที่รู้จักกันในฐานนะลีดเดอร์วง venom!


“อื้อ...จอมทัพ”


ฉันยืนมองภาพผู้ชายกับผู้หญิงที่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่เนิ่นนาน พลางยกโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเพื่อรอเวลาให้พวกเขาทำกิจกรรมเสร็จ ไม่นานเสียงแหบพร่าที่มีเสน่ห์แต่เต็มไปด้วยความดุดันก็ปลุกฉันราวกับรู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้มานานแล้ว


“จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม”


น้ำเสียงแหบพร้าแต่ทรงเสน่ห์ของผู้ชายร่างสูงที่อยู่มุมอับดังขึ้น ก่อนที่เขาจะผลักผู้หญิงที่อยู่ในเดรสรัดรูปขับมันวาวผ่าหน้าสีดำออกอย่างเบามือ พลางล้วงเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ แล้วมองหน้าฉันในความมืดสลัว


แม้ในมุมที่เขายืนจะมืดมาก แต่นั่นกลับไม่สามารถกลบนัยน์ตาสีดำสนิทที่ควรจะกลืนไปกับสภาพแวดล้อมของไนท์คลับแห่งนี้ไปได้เลย!

 

“อะไรกันจอมทัพ! และก่อนที่สติของฉันจะหลุดออกจากร่างเนื่องจากถูกนัยน์ตาสีดำนั้นกระชากวิญญาณ เสียงแหลมเล็กสุดเซ็กซี่ก็ดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด “ใครจะมองก็มองไปสิ ทำไมต้องหยุดด้วย!


เสียงนั้นดังลั่นแต่ก็ไม่มากพอจะกลบเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม แต่มันก็มากพอที่จะให้สติฉันเข้ามาหลังจากที่ตกอยู่ในภวังค์ของนัยน์ตาสีดำสนิทนั่น


ฉันสะบัดหัวตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติให้กลับคืน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เมื่อรู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อนึกถึงนัยน์ตาทรงเสน่ห์นั่น ก่อนจะรีบเดินออกไปจากที่นั่น


พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ไม่เป็นไร เราก็แค่ใจเต้นแรงกับภาพที่ไม่สมควรจะเห็นเท่านั้น!


ฉันพูดปลอบใจตัวเองพลางกระชับแฟ้มสัญญาแน่น ก่อนจะก้าวออกไปจากสถานที่ที่ไม่เหมาะกับตัวเองไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยมาเจรจาข้อตกลงของเราใหม่ในสถานที่ที่เป็นทางการมากกว่านี้


แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวฉันก็เป็นอันต้องหยุดเดิน เมื่อสัมผัสอุ่นแตะลงที่ข้อมือเล็กฉัน ก่อนที่จะเริ่มบีบแน่น เพื่อจะรั้งร่างกายฉันไม่ให้ก้าวต่อ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้กับตัวเอง ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเขาพร้อมรอยยิ้มหวาน


“คิดจะทำให้อารมณ์ค้างแล้วเดินจากไปงั้นหรอ หึ!” เสียงนิ่งเรียบดังขึ้นด้วยอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ง่ายไปมั้ง!


“นี่มันอะไรกันจอมทัพ ทำไมนายไม่ยอมตอบคำถามฉัน แล้วยัยนี่เป็นใคร!!!” แล้วก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรเสียงเซ็กซี่ที่ฟังดูหงุดหงิดสุดๆก็ดังขึ้น “แล้วทำไมต้องจับมือถือแขนต่อหน้าฉันด้วย!!!


พูดไม่พอเจ้าของน้ำเสียงหงุดหงิดตรงเข้ามากระชากข้อมือฉันให้หลุดพ้นจากจอมทัพ ก็ดีเหมือนกันฉันจะต้องไม่เปลืองแรง


 เพี๊ยะ!!!


หน้าฉันหันไปตามแรงตบเมื่ออยู่ดีๆ เธอก็ตบฉันอย่างไม่มีสาเหตุ  ฉันกุมแฟ้มสัญญาที่อยู่ในมือแน่น นี่ถ้าไม่ได้มาเพราะงาน สาบานฉันไม่ยอมให้เธอทำร้ายฉันฟรีๆแน่


“ยัยผู้หญิงหน้าด้าน เห็นอยู่ว่าคนกำลังทำอะไรกัน ยังมาคิดจะแย่งเขาไปต่อหน้าต่อ...!!!


ซ่า!!!


และก่อนที่เธอจะพูดจบ ฉันก็คว้าแก้ววิสกี้ที่บริกรกำลังถือผ่านพอดีสาดใส่หน้าเธอ ถ้าจะโทษคงต้องโทษบริกรที่เดินผ่านมาได้จังหวะพอดีอะนะ


“อุ้ยขอโทษทีค่ะ พอดีฉันตั้งใจ” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มหวาน “เสียดายนะค่ะที่ฉันหยิบได้แค่แก้วเดียว อย่างคุณฉันว่าน่าจะโดนสักสามแก้วถึงจะมีสติไม่ตบคนไม่ทั่วแบบนี้!!


“เธอ...!” ผู้หญิงตรงหน้ามองฉันตาขวาง ก่อนจะเงื้อมือเตรียมตบฉันอีกรอบ


                “พอเถอะนะ” และก่อนที่เธอจะได้ทำอะไรตามอำเภอใจมือของผู้ชายที่กอดอกยืนดูสถานการณ์อยู่สักพักพร้อมกับเหยียดยิ้มเป็นระยะๆ อย่างสนุก ก็คว้าข้อมือของเธอไว้ “แล้วก็จะไปไหนก็ไป”


“จอมทัพ!!!


“ฉันสั่งให้ไป” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงอำนาจดังขึ้นอย่างปกติแต่กลับมีอำนาจมากมายมหาศาลเมื่อบวกเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่กำลังแสดงความไม่พอใจออกมาผ่านสายตา


ผู้หญิงคนนั้นกำมือแน่นจนฉันเห็นเส้นเลือดที่ปูดขึ้นด้วยความโกรธอยู่ตรงข้อมือ ก่อนที่เธอจะกอดอกและเบ้ปากส่งมาให้ฉัน


“ฝากไว้ก่อนเถอะ! เธอพูดเสียงเบาแต่ก็มากพอที่จะทำให้ฉันได้ยินในขณะที่เธอกำลังเดินผ่านฉัน


แต่ขอโทษทีนะ เราคงไม่ได้เจอกันอีกหรอก


ฉันยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินกลับ โดยลืมจุดประสงค์ที่มาวันนี้ และเป็นอีกครั้งที่ฉันต้องหยุด เมื่อน้ำเสียงนิ่งเรียบดังขึ้นลอยๆ แต่มีอำนาจมากพอที่จะสั่งให้ฉันหยุดเดิน


“คิดจะเดินหนีง่ายๆหลังจากมาก่อเรื่องไว้งั้นหรอ” จอมทัพพูดขึ้นทันทีที่ฉันหันหน้ากลับมา “เธอทำให้ฉันอารมณ์ค้าง แถมยังทำให้ผู้หญิงฉันหนีไปอีกด้วย” ก่อนใบหน้าที่ไม่ปรากฏรอยยิ้มจะระบายรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์


“แต่คุณเป็นคนไล่เธอไปเองไม่ใช่หรือค่ะ”  ฉันตอบเขากลับด้วยใบหน้าที่นิ่งไม่แพ้กัน “เพราะฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิ์มาว่าฉันไล่เธอ ในเมื่อคำพูดนั้นคุณเป็นคนออกปากสั่งเธอเอง”


“อวดดี!” จอมทัพพูดก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างพอใจ  ราวกับคำพูดฉันถูกใจเขา


“ว๊าย!


ฉันร้องขึ้นอย่างตกใจเมื่ออยู่ดีๆ มือหนาของเขาก็คว้าเอวของฉันเข้ามากอด เขามองมาที่ฉันอย่างจาบจ้วงด้วยสายตาหื่นกระหาย นั่นทำให้ฉันอดกลัวเขาไม่ได้


ผู้ชายคนนี้บอกได้คำเดียวว่าอันตราย!


“ปล่อยฉันนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้!” ฉันพยามใช้มือดันหน้าอกกว้างเพื่อทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากการพันธนาการและไม่ให้ตัวเองใกล้ชิดกับร่างกายเขาไปมากกว่านี้ แต่ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะไม่สนใจ เพราะยิ่งเมื่อฉันออกแรงผลักเขามากเท่าไหร่ มือหนาที่รั้งร่างฉันยิ่งกดให้ร่างฉันแนบชิดไปกับร่างกายเขามากเท่านั้น


อุณหภูมิที่ฉันคิดว่าภายในไนท์คลับนี้ร้อนแล้วเทียบไม่ได้เลยกับอุณหภูมิในร่างกายของฉัน ยิ่งเมื่อร่างกายเขาเบียดร่างกายฉันมากเท่าไหร่ อุณหภูมิภายในร่างกายฉันก็สูงขึ้นจนแทบจะหลอมละลายได้ หัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ มันทั้งรัวและเร็วจนฉันคิดว่าคนตรงหน้าต้องได้ยินเสียงนี้แน่


                “หึ”


และเป็นไปตามคาดทันทีที่เขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของฉัน จอมทัพก็หัวเราะในลำคออย่างพอใจ เท่านั้นยังไม่พอหมอนั่นยังเบียดร่างกายเข้ามาหาฉันจนตอนนี้หลังของฉันแนบกับผนังร้านอย่างไม่มีทางที่จะหนีเขาไปได้


“เธอคิดว่าเธอเป็นใครถึงกล้าสั่งฉันได้” จอมทัพเหยียดยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าลง เขาจงใจให้ปลายจมูกของเราชนกันก่อนจะขยับใบหน้าไปมาอย่างหยอกล้อ


“แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงมีสิทธิ์ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉัน!” ฉันพูดพลางผลักเขาออก แต่ก็นั่นละมันไม่ได้ผล


                “ก็จะเป็นในอีกไม่ช้านี่ไง” พูดไม่พอมือหนาที่ร้อนจัดของจอมทัพ ค่อยๆไล่ขึ้นไปตามแผ่นหลังฉันอย่างยั่วยวน ฉันรู้สึกมวนท้องด้วยความตื่นเต้นที่มีผู้ชายหล่อมาทำอะไรแบบนี้แต่ในจังหวะเดียวกันฉันก็รู้สึกกลัวทุกครั้งที่มือหนานี้ลากผ่านจุดที่ทำให้ผู้หญิงอ่อนไหว ก่อนจะได้สติเมื่อเขาตรงเข้าล็อคท้ายทอยฉัน


“ว่าไงนะ...!!!


แต่ถึงฉันจะท้วงขึ้นมันก็สายไปแล้วเมื่อริมฝีปากร้อนจัดราวกลับจะทำให้ไนท์คลับนี้มอดไหม้ไปตลอดเวลาที่เขาเปล่งเสียบแหบพร่าแต่ทรงเสน่ห์เวลาร้องเพลงตรงเข้ามาประกบริมฝีปากฉันอย่างรวดเร็ว สัมผัสที่ราวกับจะแผดเผาฉันให้มอดไหม้ของผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนที่ฉันเจอหน้าเพียงแค่ครั้งเดียว แต่กลับยัดเยียดสัมผัสที่ร้อนแรงโดยที่ฉันไม่ต้องการสักนิดมาให้โดยที่ตัวฉันเองไม่สามารถปฏิเสธได้!!!


หรือว่าท่าบางที ถ้าฉันปล่อยไปตามน้ำพวกเราอาจจะคุยเรื่องงานง่ายขึ้น !?!


ฉันปล่อยให้จอมทัพใช้ลิ้นควานหารสชาติจากปากฉันอย่างไม่ขัดขืนและในทำนองเดียวกันฉันก็ไม่รับตอบสัมผัสนี้หรอกนะ นานที่สัมผัสร้อนแรงนั้นแปลเปลี่ยนเป็นหวานละมุน ก่อนที่เขาจะค่อยๆถอนริมฝีปากออกจากปากฉันโดยที่ไม่ลืมจะขบริมฝีปากล่างฉันให้ช้ำเล่นอย่างตรีตราจอง


                “ว่านอนสอนง่ายแบบนี้สิ ถึงจะต้องไม่ได้ใช้กำลัง”


จอมทัพพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจะเหยียดยิ้มน้อยๆอย่างพอใจทันทีที่ถอนริมฝีปากออก ฉันไม่ได้ตอบเขากลับได้แต่ปล่อยให้เสียงเพลงภายในไนท์คลับแห่งนี้ดังกระหึ่มกลบเสียงหัวใจที่เต้นแรง พลางในหัวก็ลองคิดเรื่องงานว่าควรจะคุยกับเขาตอนนี้ดีไหม


“เงียบทำไมละ” จอมทัพถามเสียงนิ่ง ก่อนจะก้มลงฝังเขี้ยวที่ราวกับแวมไพร์ไว้บนซอกคอขาวฉัน


ฉันได้แต่กำหมัดแน่น เมื่อไม่รู้จะตอบโต้เขายังไง ก่อนจะตัดสินใจครั้งใหญ่ขอเขาคุยเรื่องงาน เพราะมันจะได้จบๆ ไปเสียที ถึงเขาปฏิเสธ ฉันก็จะได้ไปบอกให้ประธานเปลี่ยนคนอื่น


“คุณจอมทัพ” ฉันตัดสินใจเรียกเขา นั่นจึงทำให้ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังซุกอยู่ซอกคอฉันถึงกับเงยหน้าขึ้นมา


                “ว่ายังไง” 


“ฉันมาที่นี้ไม่ได้ให้คุณมาทำรุ่มร่ามกับฉันคุณรู้ใช่ไหม แต่ฉันมาที่นี้เพราะเรื่องงานฉะนั้นได้โปรดอย่าแตะต้องร่างกายของฉันไปมากกว่านี้” สาบานได้ ว่าตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยพูดดีกับใครเท่าหมอนี่มาก่อนแม้จะไม่ชอบ แต่มันเป็นเพราะเรื่องงาน!!!

 

“งาน?”


“ใช่ค่ะงาน” ฉันตอบเขาโดยไม่หลบนัยน์ตาสีดำสนิทที่ทำให้ฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “เพราะงั้นเชิญคุณออกไปข้างนอก เพื่อที่เราจะหาสถานที่ที่สงบคุยเรื่องงานกัน”


 พูดจบฉันก็หมุนตัวกลับเพื่อที่จะตรงไปที่ทางออก แต่แล้วก็ชะงัก เมื่อคิดว่าควรจะแก้ข่าวสักนิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้


“อ้อ...จริงๆแล้วฉันไม่ใช่คนว่านอนสอนง่ายหรอกนะคะที่ทำไปทั้งหมดมันเป็น งาน


“หึ!


เขาหัวเราะในลำคออย่างไม่พอใจก่อนที่จะเดินนำฉันออกไปข้างนอกราวกับรู้อยู่แล้วว่าฉันจะพูดอะไร ฉันทำได้เพียงแค่เลิกคิ้วอย่างสงสัยมองแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปหน้าไนท์คลับว่าทำไมเขาถึงได้พูดง่ายดายขนาดนี้ แต่นั่นฉันก็คิดว่ามันดีแล้วละ จะได้ไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด


จอมทัพเดินนำฉันไปบริเวณสวนหย่อมทางด้านซ้ายของไนท์คลับ ซึ่งบริเวรนั้นจะมีม้านั่งจำนวนสองสามตัววางอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ประดับด้วยไฟหลากสีสลัวๆตามสไตล์ของไนท์คลับแห่งนี้ ก่อนที่เขาจะล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบแล้วพ่นควันออกมาในท่าทีสบายๆ 


“งานอะไรก็ว่ามาสิ”


“ค่ะ!?!


ฉันถึงกลับไปชะงักไปชั่วขณะเมื่อเขาเป็นคนพูดเปิดเรื่องนี้ และอดที่จะแปลกใจไม่ได้กับท่าทางของผู้ชายคนนี้ ตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะเล่นตัวทำนองนั้น แต่ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้  แต่ฉันก็ยังวางใจไม่ได้หรอกนะ ว่ามันจะง่ายขนาดนี้ ไม่งั้นประธานเธอคงไม่ถึงกับเรียกตัวฉัน


จอมทัพทิ้งบุหรี่ลงพื้นพลางใช้ปลายเท้าบดขยี้ ก่อนจะหันมามองหน้าฉันแล้วดึงแฟ้มสัญญาของค่ายออกจากมือฉันไปถือวิสาสะ เมื่อเห็นฉันไม่ตอบอะไรเขาเพราะมัวแต่อ้ำอึ้ง ก่อนจะเหลือบมองฉันน้อยๆ แล้วแค่นยิ้มอย่างพอใจทันทีที่เปิดดูแฟ้ม


ตุบ!!!


ฉันถึงกลับสะดุ้ง เมื่ออยู่ๆผู้ชายตรงหน้าก็เขวี้ยงแฟ้มลงพื้นอย่างหัวเสียพลางนัยน์ตาสีดำสนิทก็จับจ้องที่ใบหน้าฉันอย่างเยือกเย็น


“กลับไปบอกยัยแม่มดว่าเลิกตื้อได้แล้ว!” เสียงกดต่ำทรงอำนาจของจอมทัพดังขึ้น ก่อนที่นัยน์ตาสีดำสนิทจะมองมาที่ฉันจนทำให้ฉันรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

 

 นี่เขากำลังขู่ฉันงั้นหรอ?


“และเธอ!” หลังจากที่เขาเว้นจังหวะหายใจ เขาก็ใช้ปลายนิ้วชี้หน้าฉันอย่างหยาบคาย ด้วยความที่ทำอะไรไม่ได้ฉันจึงทำได้แค่ส่งยิ้มกลับอย่างกวนๆ “ฉันจะคิดซะว่าเราไม่เคยเจอกัน แล้วเก็บยิ้มสวยๆนั่นไว้เพราะถ้าเจอเธอคราวหน้าฉันไม่เอาแค่ที่ปากแน่!


ฉันแทบอย่างจะกรีดร้องกับการกระทำอันหยาบคลายของเขา พลางจิกเล็บลงบนนิ้วตัวเองเมื่อตอนนี้ไม่สามารถระบายความโกรธกับมาได้


“ขอบคุณค่ะ” ฉันพูดพลางก้มลงเก็บแฟ้มสัญญาขึ้นมา ก่อนจะมองหน้าเขานิ่ง “หวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกนะคะ”


ฉันหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ คนแบบนี้ฉันไม่อยากยุ่งด้วยหรอก นี่ขนาดเจอกันไม่กี่ชั่วโมงฉันก็เปลืองร่างกายไปซะขนาดนี้แล้วถ้ายังตามตื้อ เขาคงไม่หยุดอยู่ที่ปากอย่างที่ว่าแน่ เพราะผู้ชายคนนี้มีบางอย่างที่น่ากลัว น่าค้นหา และอันตรายจนไม่น่าเข้าใกล้มากที่สุด!!!

 

 

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

“พวกเขาไม่ยอมค่ะ” ฉันตอบ ‘คุณทิพย์’ เจ้าของค่าย NJ Entertainment  ทันทีเมื่อเธอเรียกฉันมาเพื่อที่จะให้มารายงานเรื่องที่ให้ฉันไปจัดการเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก่อนที่ฉันจะยื่นแฟ้มเซ็นสัญญาให้เธอ พลางหมุนตัวเพื่อจะกลับไปทำงานของตัวเอง


ฉันรู้มันอาจจะเสียมารยาท แต่เพราะมันหมดหน้าที่ฉันแล้ว เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ต่อ


“เธอจะไปไหน” และไม่ต่างจากที่ฉันคิดไว้เท่าไหร่ เมื่อน้ำเสียงทรงอำนาจราวกับนางพญาที่สามารถควบคุมพนักงานทั้งค่ายไว้ได้เรียกฉัน “ตราบใดที่ฉันยังไม่อนุญาติ เธอไม่มีสิทธิ์”


ฉันได้แต่จิกมือแน่นเมื่อไม่สามรถตอบโต้เธอกลับได้ ก่อนจะเดินกลับไปยังที่เดิม เธอเหยียดยิ้มร้าย ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้หนังทรงสูงที่ถูกออกแบบมาอย่างดีสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ พลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะทำงานอย่างเป็นจังหวะ แล้วแสยะยิ้มร้าย เมื่อได้ฟังเหตุการณ์คร่าวๆ ก่อนหน้านี้ที่ฉันได้รายงานไป


นี่บอกตรงๆ ถ้าเธอไม่เอาคุณพ่อมาอ้าง ฉันไม่ทนถึงขนาดนี้แน่!!!


“ถ้ามันง่ายฉันจะต้องวานไปถึงเธอหรือไง” คุณทิพย์เหยียดยิ้มร้าย ราวกับรู้ว่าผลมันต้องออกมาเป็นแบบนี้

 

ฉันไม่เข้าใจ ในเมื่อเธอคิดว่ามันไม่ง่าย แล้วทำไมเธอจะต้องเจาะจงฉันเป็นพิเศษด้วย ทำไมไม่หาพนักงานที่ดีกว่าและมีความสามารถมากพอที่จะทำให้พวกเขาตกลง ซึ่งในค่ายแห่งนี้มีพวกที่มีฝีมือและน่าเชื่อถือมากกว่าฉันด้วยซ้ำ


แต่คำพูดที่ฉันคิดจะถามก็ต้องเป็นหยุดลง เมื่ออยู่ๆ เธอก็ยื่นแผนที่ซึ่งในนั้นบอกทางไปยังคอนโดของใครบางคนเอาไว้ แล้วมันก็ทำให้ฉันยิ่งตกใจเมื่อได้ยินประโยคถัดไปของเธอ


“ฉันซื้อคอนโดเอาไว้ห้องหนึ่ง ซึ่งมันอยู่ข้างห้องของลีดเดอร์ของวง”


             และทันทีที่เธอพูดจบบทสนทนาอันแสนเร่าร้อนของผู้ชายที่ฉันไม่อยากเจอมากที่สุดในตอนนี้ก็ดังแทรกขึ้นมาในหัว


 เก็บยิ้มสวยๆนั่นไว้เพราะถ้าเจอเธอคราวหน้าฉันไม่เอาแค่ที่ปากแน่!


“นี่คุณคงจะไม่...!?!” ฉันรีบถามออกไปทันที เมื่อสัมผัสได้ถึงลางร้ายที่จะคลืบคลานเข้ามา เอ้ย ไม่จริงใช่ไหม


“ใช่ ฉันจะให้เธอไปอยู่” ฝันของฉันดับลงไปพร้อมๆกับภาพผู้ชายร้ายกาจที่ผุดขึ้นมาบนหัว “ภายในหนึ่งเดือนเธอจะไปทำยังไงก็ได้เพื่อให้นายจอมทัพหรือลีดเดอร์ของวงตกลงเซ็นสัญญา”


“หนูไม่ทำ!” ฉันปฏิเสธออกไปทันทีแบบไม่ต้องคิด เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องยอมเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับผู้ชายอันตรายพรรค์นั้นด้วย!


“เธอแน่ใจหรอหวานหวาน” คุณทิพย์เหยียดยิ้มร้ายก่อนที่เธอจะยื่นโฉนดที่ดินของบริษัทพ่อฉันที่ไปได้มายังไงก็ไม่ทราบมาตรงหน้า!


ให้ตายนี่ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไร!!!


“หนึ่งเดือนเพื่อบริษัทของพ่อเธอที่อุตส่าห์เอามาจำนองกับฉันเพื่อส่งเธอเรียน จะไม่ยอมเชียวหรือไง ไหนจะเรื่องงานที่ฉันจะไปฟ้องพ่อเธออีกว่าไม่เอาไหน ฝันที่จะเป็นผู้บริหารบริษัทของเธอคงสลายแน่ ที่สำคัญฉันจะถอนหุ้นออกถ้าเธอไม่ทำ จะคุ้มไหมนะก็ลองคิดดู”


                บ้าเอ้ย!!! นี่มันเรื่องอะไรกันทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน แล้วมิน่าละทำไมพ่อฉันถึงยัดเยียดให้ฉันมาทำงานที่บริษัทนี้นักหนาคงเป็นเพราะเรื่องนี้แน่นอน 


ฉันกำมือแน่นพลางเม้มปากเป็นเส้นตรงอย่างไม่พอใจ เมื่อเธอเอาเรื่องแบบนี้มาขู่ฉัน อย่างนี้มันเข้าข่ายผู้ใหญ่รังแกเด็กชัดๆ!!!


“ตกลง หนูจะทำ” ฉันตอบตกลงออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ “แต่ว่า ทันทีที่หมดหนึ่งเดือนไม่ว่าฉันจะลากพวกเขามาเซ็นสัญญาได้หรือไม่ได้ โฉนดที่ดินนี้คุณต้องส่งคืนพ่อฉันนะคะ”

 

คุณทิพย์เหยียดยิ้มร้ายอย่างพอใจ ก่อนที่เธอจะเท้าคางมองหน้าฉันที่กำลังนั่งสั่นด้วยความโกรธซึ่งไม่สามารถตอบโต้อะไรเธอได้


“แน่นอน” พูดจบเธอก็เปิดลิ้นชัก ก่อนจะหยิบคีย์การ์ดออกมา “นี่เป็นคีย์การ์ดห้องของเธอที่ฉันซื้อเตรียมไว้เฉพาะ ส่วนทางบ้านเธอเดี๋ยวฉันจะจัดการเรื่องที่เธอไม่อยู่ให้เอง”


ฉันพยักหน้าลงอย่างรู้งาน ทั้งๆที่ในใจแย้งแทบเป็นแทบตายเมื่อต้องคิดว่าจะได้ไปเจอผู้ชายอันตรายคนนั้นอีก 


“เริ่มงานพรุ่งนี้ และฉันหวังว่าเดือนหน้าฉันจะได้ยินข่าวดีนะหวานหวานคนสวย” พูดจบเธอก็เดินออกจากห้อง โดยทิ้งฉันไว้ตามลำพัง


ฉันมองคีย์การ์ดแผ่นนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะคุณทิพย์ ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับแผนที่ของคอนโดที่จอมทัพอยู่


“ให้ตาย ฉันต้องกลับผู้ชายที่จ้องจะเอาฉันงั้นหรอ!!!


*Talk

เป็นยังไงกันบ้าง เม้นติชมเป็นกำลังใจให้กันบ้างน้า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #3 jrjr9799 (@jrjr9799) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 01:15
    ชอบมากค่าาา
    #3
    0