Puzzle Venom ปริศนา(ไม่)ลับ ฉบับจู่โจมหัวใจ [Mino x Irene]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 586 Views

  • 8 Comments

  • 30 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4

    Overall
    586

ตอนที่ 1 : No.1 Venom :: PROLOGE [100 Per.]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ก.ค. 61




PROLOGE

 

 





เรียกดิฉันมาพบทำไมค่ะ”

 

ฉันถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ครุกครุ่นไปด้วยความมาคุ เมื่ออยู่ๆ ประธานค่าย  NJ Entertainment ก็เรียกฉันมาพบในขณะที่ฉันกำลังจัดการกองเอกสารที่เธอต่างโยนมาให้

 

ฟุบ~!

 

และสิ่งที่ฉันได้รับ กลับไม่ใช่คำตอบแต่เป็นแฟ้มเอกสารสีดำที่ถูกโยนมาตรงหน้า

 

ฉันหยิบแฟ้มขึ้นมา ก่อนจะเปิดดูแล้วก็ต้องแทบลืมหายใจเมื่อพบกับผู้ชายที่หล่อเหลาเกินเทพเจ้าทั้งห้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าบุคคลเหล่านี้หลุดลอดออกจากวงการบันเทิงไปได้อย่างไร

 

ฉันใช้นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่แพรอบไปด้วยขนตาหนาของตัวเอง กวาดมองผู้ชายทั้งห้าอย่างพิจารณา ก่อนจะเงยหน้ามองประธานบริษัทว่าเรียกฉันมาทำไม

 

จริงอยู่...ที่ฉันทำงานทางด้านบันเทิง แต่งานที่ฉันทำนั้นแทบจะไม่เกี่ยวกันเลย เพราะฉันทำแค่เก็บประวัติของพวกนักดนตรี และก็งานเอกสารอีกนิดๆ หน่อยๆที่เธอให้ฉันทำก็เท่านั้นเอง แต่นี่...สิ่งที่เธอยื่นให้มันไม่เกี่ยวกับหน้าที่ของฉันเลยสักนิด

 

 ฉันอยากให้เธอไปทำยังไงก็ได้เพียงแค่ลากพวกเขามาเซ็นเป็นศิลปินค่ายเรา”

 

แต่ท่านค่ะ...” ฉันที่กำลังจะแย้ง รีบพูดขึ้น ให้ตายไปลากพวกเขาเนี๊ยะนะ!

 

ฉันรู้เธอทำได้ ‘หวานหวาน’” ประธานกดเสียงต่ำอย่างวางอำนาจ ก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มให้น้อยๆ เป็นเชิงบอกว่าห้ามมีคำว่า ‘ปฏิเสธ’  ออกมาจากปากฉัน “งานนี้ฉันไว้ใจแค่เธอคนเดียว”

 

แล้วถ้าดิฉันไม่...”

 

ฉันรู้เธอไม่มีทางปฏิเสธ” เธอพูดก่อนจะยิ้มร้าย “เพราะถ้าเสร็จงานนี้สัญญาเป็นอันยกเลิกหรือถ้าเธอไม่ทำก็คือออกจากค่ายฉันไปซะ ” เธอมองฉันด้วยนัยน์ตาเรียวรีที่ทรงอำนาจและใช้ข่มคนอื่น ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวประจำของเธอ “อย่าให้ค่ายอื่นมาตัดหน้าละ ไม่งั้นฉันฟ้องพ่อเธอแน่ว่าเธอทำงานไม่ได้เรื่อง”

 

ฉันได้แต่จิกมือแน่นเมื่อโต้ตอบแม่มดร้ายคนนี้ไม่ได้ มิหนำซ้ำเธอยังเอาเรื่องคุณพ่อของฉันมาขู่อีก ใช่...ฉันเป็นเด็กฝึกงานของค่ายแห่งนี้ คุณพ่อฝากฝังเธอทันทีที่ฉันเรียนจบ ท่านให้ฉันมาฝึกงานของค่ายเธอเพราะเห็นว่าฉันจบสายดนตรีมา  โดยให้ฉันเริ่มงานระดับง่าย ซึ่งเธอให้ฉันจัดการแค่ประวัติของศิลปิน! แถมเธอยังมีหน้ามาบอกฉันอีกว่าถ้าฉันฟ้องคุณพ่อเรื่องงานที่เธอให้ฉันทำเพราะไม่ตรงสายกับที่ฉันเรียนมา เธอก็จะฟ้องพ่อฉันคืนอีกว่าฉันไม่ตั้งใจทำงานและเธอก็จำเป็นที่จะต้องไล่ฉันออก และถ้าเรื่องนี้ถึงหูคุณพ่อฉันเมื่อไหร่ ฉันจะต้องไม่ได้รับช่วงบริษัทส่งออกเครื่องดนตรีต่อจากคุณพ่อแน่ เพราะงั้นฉันจึงจำยอมทำเพื่อให้หมดระยะเวลาสามเดือนของการฝึกงาน แต่ดูตอนนี้สิ ทั้งๆที่จะหมดสัญญาแต่เธอกลับยื่นงานมาให้ฉันทำ!

 

            ไม่ทำก็ต้องทำสินะ”

 

             ฉันพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินออกจากห้องของประธาน NJ Entertainment มุ่งหน้าไปยังแผนที่ที่อยู่มุมขวามือสุดของหน้าเอกสาร ซึ่งถ้าให้ฉันทายนะ...ก็คงเป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มอรพิษทั้งห้าแน่นอน

 

นั่งแท็คซี่ไม่ถึงยี่สิบนาทีฉันก็มาถึงสถานที่ในแผนที่ มันเป็นร้านนั่งเล่นขนาดกลางจัดในสไตล์ดิบเถื่อนน่ากลัว ขัดจากข้างนอกที่หน้าร้านมีสวนหย่อมจัดน่ารักๆไว้นั่งเล่นชิลๆ ฉันใช้นัยน์ตากลมโตกวาดมองคนภายในร้านหลังจากที่สั่งเครื่องดื่มพอเป็นพิธี แต่กลับไม่พบหนึ่งในสมาชิกของวง venom สักคน ให้ตายเถอะ...ฉันมาทำอะไร!

 

ฉันที่กำลังจะลุกขึ้นเป็นอันต้องชะงัก เมื่อเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น และเป็นอันแทบจะลืมหายใจทันทีเมื่อเจอกับคนผู้ชายคนแรกที่เดินเข้ามาในร้านตามมาด้วยผู้ชายอีกสี่คน เพราะพวกเขาเหล่านั้นคือ  venom! กลุ่มศิลปินวงร็อคใต้ดินชื่อดังที่ประธานของฉันอยากให้พวกเขามาเซ็นสัญญากับทางค่าย

 

คนแรก จอมทัพ’ ลีดเดอร์หรือนักร้องนำของวง อสรพิษหมายเลขหนึ่ง ตามประวัติเขามีเรือนผมสีดำสนิทที่เหมือนกับนัยน์ตาคมเรียวสีดำที่ผู้ใดได้มองต่างหวาดกลัวและหลงใหลไปพร้อมกันๆ แถมยังส่วนสูงที่น่าจะเกิน 185 เซนติเมตรและน้ำหนักเพียงแค่ 71 กิโลกรัม แต่หุ่นดูไม่เก้งก้างอย่างที่ฉันคิดสักนิด และฉันก็อดจินตนาการไม่ได้เลยว่าภายใต้เสื้อผ้าเขาที่ผู้หญิงนับร้อยต่างพร้อมใจกันพูดว่าซ่อนซิกส์แพคที่เรียงเป็นลอนสวยจะน่าหลงใหลแค่ไหน ยิ่งเมื่อบวกเข้ากับผิวขาวจัดที่ขัดกับริมฝีปากได้รูปแดงระเรื่อนั่นอีก นั่นจึงทำให้แฟนคลับของวง venom ต่างร่วมใจตั้งฉายาให้เขาว่าเป็นอสรพิษหมายเลขหนึ่งที่มาแรงและอันตรายแต่น่าเข้าหาที่สุด!

 

คนที่สอง ปิสเซอร์’ มือกลองและน้องเล็กของวง venom อสรพิษหมายเลขสอง ผู้ชายคนนี้มีเรือนผมดำน้ำตาลที่ยาวประบ่าซึ่งรับกับนัยน์ตาสีเขียวมรกตอย่างไม่น่าเชื่อ ริมฝีปากแดงระเรื่อที่ออกจะดูคล้ำเล็กน้อยตามประสาคนสูบบุหรี่ซึ่งตัดกับผิวขาวจัดมักไม่ปรากฏรอยยิ้มให้ใครได้เห็นนักไม่ต่างจากอาเจ ผู้ชายคนนี้ตามประวัติสูงเพียงแค่ 186 เซนติเมตร หนักเพียงแค่ 67 กิโลกรัม เคยมีผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่านัยน์ตาของเขาคือสิ่งล้ำค่าที่เมื่อหญิงใดได้สบตาจะทำให้ตัวเองเกิดภาพหลอน และเพ้อถึงเขาอย่างน่ากลัว แต่เจ้าของนัยน์ตาสีเขียวมรกตกลับไม่สะทกสะท้าน เมื่อเขากลับคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ลมปากพล่อยๆ ที่พวกเธอต่างจิตนาการขึ้นมา นั่นจึงทำให้เขาได้รับฉายาอสรพิษหมายเลขสอง เจ้าของนัยน์ตาที่น่าหลงใหล และน่ามอง แม้พวกเธออาจจะเกิดภาพหลอนตามที่ได้ยินมาพวกเธอก็ยอม!

 

            ตามมาด้วย อาเจ’ มือกีตาร์สุดเท่ห์ อสรพิษหมายเลขสามของวง เขามีเรือนผมสีคาราเมลซึ่งรับกับนัยน์ตาสีเทาอย่างลงตัว ตามที่ฉันค้นคว้าข้อมมูลมาก่อนหน้านี้ ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยต่างว่าเขาน่าค้นหาเพราะใบหน้าที่หล่อเหล่าของอาเจไม่เคยหลุดรอยยิ้มให้พวกเธอได้เห็น เคยมีคนบอกว่าเขาเป็นโรคจิต และเก็บตัว ซึ่งขัดกับใบหน้าที่แลดูเป็นมิตรสุดๆ ของเขา แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขาก็เรียกเสียงกรีดร้องจากผู้หญิงนับร้อยทุกครั้งเวลาที่สปอร์ตไลท์จากไนท์คลับส่องมาหาเขา อาเจสูงเพียงแค่ 183 เซนติเมตร น้ำหนัก 64 กิโลกรัม มีหลายคนที่มีคนมาติดต่อเขาให้ไปเดินแบบพอๆกับเคทเตอร์ แต่มีหรือที่ผู้ชายอย่างเขาจะแยแสในเมื่อเคทเตอร์เองก็ไม่แลตามอง! เขาจึงได้รับฉายาว่าอสรพิษหมายเลขสามที่น่าค้นหาว่าใบหน้าที่นิ่งสนิทนั้นเก็บซ่อนอะไรอยู่แม้จะต้องแลกด้วยความตายพวกเธอก็ยอมเพื่อที่จะได้รู้ความลับของเขา!

 

ส่วนผู้ชายที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมอาเจนั้น เขาคือเคทเตอร์’ มือเบสของวง อสรพิษหมายเลขสี่ เขามีเรือนผมสีน้ำตาลคาราเมลที่เข้ากับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของตัวเอง ริมฝีปากแดงระเรื่อซึ่งขัดกับผิวขาวจัดของเขามักจะยิ้มอยู่เสมอจนทำให้ผู้หญิงที่ได้รับรอยยิ้มนี้แทบ ‘ตายเกลื่อน’ ยิ่งบวกด้วยรูปร่างที่สูง 185 เซนติเมตรและน้ำหนัก 66 กิโลกรัม นั่นจึงทำให้เขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น จนมีบริษัทต่างๆ มาขอให้เขาให้เขาไปเป็นนายแบบ แต่ผู้ชายคนนี้กับไม่แลตามอง! นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นอสรพิษหมายเลขสี่ที่น่าเข้าหาและพร้อมที่จะเสี่ยงกับผู้ชายคนนี้มากถึงมากที่สุด!

 

และคนสุดท้ายที่กำลังเดินเข้ามาในร้านคือ เซลวี’ เจ้าของมือคีบอร์ดสุดเท่ของวง อสรพิษหมายเลขห้า เขามีเรือนผมสีทองซึ่งขัดกับนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม ผู้ชายคนนี้มีรอยยิ้มที่น่ารักสดใส แต่กลับซ่อนความร้ายกาจไว้ในใบหน้านั้นจนใครหลายคนต่างมองไม่ออก ตามประวัตินั้นเซลวีสูงเพียง 180 เซนติเมตร หนัก 63 กิโลกรัม  นั่นจึงทำให้เขาดูกลายเป็นเหมือนน้องเล็กของวงทั้งๆที่จริงๆ แล้วเขาเกิดก่อนใครเพื่อน แต่คนอย่างเขาก็ยังยิ้มรับเสมอ เมื่อฉายานี้ทำให้เขาพอใจ และที่สำคัญ เขาช่ำชองเรื่องผู้หญิงที่สุดในกลุ่ม นั่นจึงทำให้เขากลายเป็นอสรพิษหมายเลขห้าที่ผู้หญิงต่างพร้อมใจเข้าหาเขาเพราะความใจดี แต่ก็โดยเขาตอกกลับจนพวกเธอแทบจะไม่เหลือสภาพความเป็นคน!

 

เห๊อะ!” ฉันถึงกับแค่นหัวเราะตลกความคิดตัวเองทันที หลังจากที่เมื่อครู่ตกอยู่ในห้วงภวังค์ของตัวเอง พูดก็พูดเถอะนะ ประวัติที่ฉันได้รับเทียบไม่ติดเลยกลับการมาเห็นตัวจริงพวกเขา นี่ถ้าหัวใจไม่เข็มแข็งพอ คงใช้คำว่า ‘ตายเกลื่อน’ ได้เลยเชียวละ!

 

ฉันลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะกระชับกระเป๋าที่ข้างในมีแฟ้มประวัติพวกเขาแน่นพร้อมทั้งบังคับลมหายใจตัวเองให้สม่ำเสมอ เตรียมตัวรับกับงานหนักพรุ่งนี้ เพราะถ้าลากพวกเขาเข้ามาเซ็นสัญญาได้ง่ายยัยแม่มดตัวร้ายนั่นคงไม่ต้องพึ่งฉัน

 

แต่ทำไมละหวานหวาน มันก็แค่งานง่ายๆ ที่เธอต้องเข้าไปเจราเพื่อขอให้พวกเขาเซ็นสัญญาเท่านี้มันก็จบ ทำไมเธอถึงต้องใจสั่นด้วยความหวาดกลัวด้วย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น