มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 59 : จะหลบหน้าพี่พ้นรึ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    8 มิ.ย. 63

 

ตั้งแต่เที่ยงวันนั้น พระพายก็ดูเหมือนหายตัวไปจากไร่ ตอนกลางวันพสุธาเห็นหญิงสาวแวบๆ ที่โรงครัว พอหันไปอีกทีก็หายไปไหนแล้วไม่รู้ จนมามื้อเย็นที่เขาจะต้องเจอเธอนั่งกินข้าวที่โต๊ะตัวเดิมทุกวัน กลับเห็นเป็นแขกคนอื่นมานั่งแทน เมื่อเรียกแมลงปอมาสอบถาม ก็ได้คำตอบว่ากินอาหารเย็นเสร็จตั้งแต่ห้าโมงเย็นแล้ว ซึ่งตอนนั้นเขากำลังง่วนอยู่กับการเคลียร์รายการสั่งซื้อประจำวันอยู่ที่เรือนรับรองพอดี

พระพายตั้งใจหลบหน้าเขา

พสุธารู้ได้ตั้งแต่วินาทีแรกแล้วว่าพระพายแทบไม่มีประสบการณ์ในการจูบ แม้ว่าพยายามเล่นบทสาวร้อนแรงเพื่อประชดอดีตคู่หมั้นก็ตาม ต้องโทษตัวเขาเองที่จูบเธอร้อนเร่าไปหน่อยเพราะถูกกระตุ้นอารมณ์มาตั้งแต่เช้าตอนวัดตัว และแทบไม่ได้แตะต้องผู้หญิงมานานกว่าสองปีตั้งแต่เลิกกับภรรยา ฉะนั้นทันทีที่สัมผัสริมฝีปากอวบอิ่มน่าปรารถนา อารมณ์ที่ถูกฝังลึกมานานกว่าสองปีก็พากันเอ่อทะลัก วินาทีนั้นเขาลืมตัวไปแล้วว่าอยู่กลางเรือนรับรอง ลืมไปแล้วว่าพระพายเป็นลูกสาวของวสันต์ที่ฝากเขาให้ช่วยดูแล และเขาเป็นแค่นายดินผู้จัดการไร่ ส่วนเธอเป็นแขกที่มาพัก

เขานึกถึงสาวน้อยในชุดนิสิตที่หน้าบริษัท แม้แต่จูบยังเงอะงะราวกับเป็นจูบแรกแล้วส่ายหน้ากับความบุ่มบ่ามของตัวเอง ประสบการณ์ของทั้งคู่ต่างกันชนิดอนุบาลกับปริญญาเอก แต่เขากลับจูบเธออย่างคาสโนว่าชนิดที่ว่าพาเธอข้ามขั้นไปไกลมาก ป่านนี้เธอคงตื่นตกใจและวิ่งหนีเขาเป็นกระต่ายน้อยหนีหมาป่าไปเสียแล้วกระมัง

 

เช้าวันรุ่งขึ้น พระพายก็ยังคงหายตัวไปจากโต๊ะอาหารอีกตามเคย คราวนี้เจ้าของไร่หนุ่มไม่ยอมให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้อีกต่อไป เขาตัดสินใจแล้วว่าภายในเช้านี้จะต้องจับเธอมานั่งปรับความเข้าใจกันให้ได้ หลังจากดูงานที่ออฟฟิศเสร็จเรียบร้อย ก็ขึ้นรถกอล์ฟขับเข้ามาในเขตโฮมสเตย์จนเกือบถึงเรือนต้นสน เมื่อมองลอดผ่านกอต้นไผ่ ก็เห็นพระพายกำลังนั่งเล่นที่นอกชานหน้าบ้าน เจ้าของไร่ยิ้มกับตัวเองแล้วหักเลี้ยวรถไปทางนั้น

เธอจะหนีหน้าพี่ดินไปไหนเสียได้ นี่มันไร่ของเขา ต่อให้หนีเข้าไปในห้องนอนก็เถอะ เขาสามารถตามเข้าไปได้ก็แล้วกันถ้าคิดจะทำ

เมื่อรถเริ่มแล่นเข้าใกล้ตัวเรือน ถึงได้เห็นว่าพระพายไม่ได้อยู่คนเดียวตามลำพัง แต่กำลังนั่งคุยกับใครสักคน จนเมื่อรถแล่นพ้นกอไผ่ถึงเห็นว่าเธอกำลังกอดเข่าอยู่บนม้านั่ง มีผู้ชายสามคนยืนอยู่ที่ระเบียง หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดพิมพ์นิยม กำลังยื่นดอกแก้วช่อเล็กๆ ส่งให้

ดวงหน้าหวานของหญิงสาวที่ถูกเขาจูบอย่างเร่าร้อนเมื่อวันก่อน กำลังส่งยิ้มหวานระคนขวยเขินให้กับหนุ่มคนนั้น เธอเอื้อมมือออกไปรับช่อดอกแก้วสีขาวมาจ่อที่จมูก ภาพในยามนี้ของพระพายดูสวยงามเป็นธรรมชาติเสียจนเขารู้สึกปวดแปลบในอก

รถกอล์ฟชะลอช้าๆ จนเกือบหยุด อยู่ดีๆ พระพายก็ชะงักมือที่กำลังดมดอกไม้ราวกับรู้ตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจดจ้อง เธอละสายตาจากผู้ชายตรงหน้าแล้วหันมาทางรถกอล์ฟ เมื่อเห็นว่าเป็นพสุธา เธอก็สบตาเขานิ่งอยู่ชั่วอึดใจ

แล้วดวงตาคู่หวานก็ค่อยๆ เบิกกว้างที่ดูออกว่าตื่นตระหนกตกใจ จากนั้นก็หันควับหลบสายตาของเขาทันที ก่อนรีบเงยหน้ากลับไปหาชายหนุ่มคนเดิมแล้วพูดคุยต่อราวกับเมื่อสักครู่เห็นแค่นกบินผ่าน

พสุธาใบหน้าร้อนวาบจนชา เท้ากระทืบเบรกรถอย่างแรง ตามมาด้วยฝ่ามือข้างหนึ่งควงพวงมาลัยรถกอล์ฟจนหมุน 360 องศาเพื่อหักเลี้ยวอ้อมต้นไม้ใหญ่ จากนั้นก็แล่นรถกลับทางเก่าโดยไม่หยุดแวะที่เรือนต้นสนอย่างที่ตั้งใจไว้ รู้สึกได้ว่าความโกรธกำลังก่อตัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยราวกับหนุ่มวัยรุ่นเลือดเดือด ทำไมพระพายถึงได้ทำหน้าราวกับเขาเป็นผู้ร้ายข่มขืน แทนที่ควรจะเอียงอายขวยเขิน

“พี่ดินฮะ”

ภวังค์ความคิดของเขาถูกรบกวนเมื่อได้ยินเสียงเรียกของภูผา เขาหันไปมองเด็กหนุ่มเดินข้ามแปลงผักตรงมาทางเขา แล้วรีบรายงานว่า

“พี่ลาภให้ผมมาตามพี่ บอกว่ามีโทรศัพท์จากโรงเรียนในเมือง อยากพาเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายที่นี่ พี่ดินสนใจหรือเปล่า”

ค่อยยังชั่วที่มีเรื่องงานเข้ามาแทรกให้ผ่อนคลายเรื่องหงุดหงิดใจ เขาชะลอรถกอล์ฟเพื่อให้ภูผากระโดดขึ้นมาด้วย ก่อนออกรถก็เหลือบตามองกระจกส่องหลังไปที่เรือนต้นสนอีกครั้ง เห็นหนุ่มๆ ยังล้อมหน้าล้อมหลังพระพายแล้วต้องรีบเบนสายตากลับมามองทางข้างหน้าตามเดิม

“พี่พายนี่ขวัญใจเลยเนอะพี่ดิน” ภูผาเอ่ยขึ้นมาราวกับรู้ว่าเขากำลังคิดถึงใคร

“ขวัญใจเรื่องอะไร”

“ก็พวกแขกหนุ่มๆ ไงพี่ ผู้ชายที่อยู่กระท่อมด้านในถามกับผมหลายทีแล้วว่าคนสวยๆ ที่พักอยู่ที่เรือนต้นสนมีแฟนหรือยัง เห็นเช้านี้ชวนกันไปเก็บดอกไม้ฝากพี่พายด้วย”

ถ้าภูผาช่างสังเกตกว่านี้ จะเห็นมือที่กำลังจับพวงมาลัยรถกอล์ฟ บีบแน่นจนข้อนิ้วขาว

“หลังไหน” เขาถามเสียงกระด้าง

“หลังที่มีผู้ชายหนุ่มๆ สามคน ที่บอกว่าเป็นนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายจากเชียงใหม่น่ะพี่ดิน”

ต้องเป็นไอ้สามตัวที่กำลังล้อมหน้าหล้อมหลังพระพายอยู่ตอนนี้แน่ๆ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเพิ่งรับหนุ่มนักศึกษาแพทย์สามคนมาพักที่ไร่ หนึ่งในนั้นหน่วยก้านดี หน้าตาก็ดีจนสะดุดตา ตัวสูง ผิวขาวและหล่อเหลาเอาการ แถมยังอายุไม่แก่เป็นลุงอย่างเขาด้วย

ให้ตายสิ! นี่เขากำลังหึงพระพายอย่างหนักเลยนี่หว่า!

 

พระพายเหลียวมองข้ามไหล่ตัวเอง เห็นรถกอล์ฟของพี่ดินแล่นกลับไปทางเรือนรับรองแล้วค่อยถอนหายใจโล่งอก ตลอดทั้งวันตั้งแต่เมื่อวาน เธอพยายามหลบหน้าเขาเพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้า รู้สึกว่าตั้งแต่ถูกจูบ เธอไม่สามารถมองผู้ชายคนนี้เป็นนายดินคนคุมไร่จอมเข้มงวดคนเดิมได้อีก ภาพใหม่ที่ซ้อนเข้ามาในความคิดตอนนี้ คือชายหนุ่มเรือนร่างสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของเพศชาย กับจูบวาบหวามร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความชำนาญ ร้อนแรงแต่ดึงดูดเสียจนน่ากลัว

“...ดีไหมครับ คุณพาย”

พระพายเงยหน้าขึ้นมองคนพูดด้วยสีหน้าสับสน “คะ?”

ชายหนุ่มผิวขาวหุ่นสะโอดสะองตรงหน้าขมวดคิ้วนิดๆ ทั้งที่ยังมีรอยยิ้ม “ผมถามว่าไปเก็บผักด้วยกันไหมครับ สำหรับทำอาหารมื้อกลางวัน”

“อ้อ...” หญิงสาวฉีกยิ้มฝืนๆ ให้นักศึกษาแพทย์ทั้งสามคนที่แวะมาทำความรู้จักตั้งแต่เมื่อวันก่อน ตอนแรกก็ยอมคุยด้วยเพื่อรักษามารยาท แต่ดูเหมือนทั้งสามคนเริ่มแวะมาหาถี่เกินไปเสียแล้ว

“พายคงต้องขอตัวล่ะคะ หมอจิณ พอดีมีงานต้องทำให้เสร็จเช้านี้”

นักศึกษาแพทย์ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มให้เธอแต่โดยดี จากนั้นทั้งสามก็พากันเดินจากเรือนต้นสน พระพายชะโงกหน้ามองไปทางที่รถกอล์ฟแล่นหายไป ดูจนแน่ใจว่าไม่กลับมาอีกก็คว้ากล้องวิดีโอขึ้นสะพายไหล่ สวมรองเท้าผ้าใบแล้วรีบย่องออกจากบ้าน สาวเท้าอย่างเร่งรีบไปในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อไปยังบริเวณไร่ที่อยู่ลึกลงไปจากเขตโฮมสเตย์ ตั้งใจว่าจะใช้เวลาในแปลงผักเพื่อเก็บภาพไร่พสุธาสำหรับถ่ายรายการนักสู้ธุรกิจ

เธอเดินก้าวอย่างว่องไวจนเข้าไปในบริเวณพื้นที่เพาะปลูก เธอรีบร้อนจนเส้นผมปลิดปลิวเข้ามารุงรังตามใบหน้าจนต้องทัดไว้หลังหู รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังวิ่งหนีฆาตกร

ในความคิดของเธอมีแต่ภาพแผงอกแน่นและวงแขนกำยำที่โอบรอบลำตัวบอบบาง จูบอันแสนชำนาญวาบหวามที่ทำให้ผู้หญิงอ่อนประสบการณ์อย่างเธอถึงกับคล้อยตามได้ภายในไม่กี่วินาที ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์นั้น พระพายจะต้องหน้าแดงซ่านและหายใจติดขัด อารมณ์แปลกใหม่บางอย่างก่อตัวขึ้น ทั้งโหยหา วาบหวามหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกหวิวๆ ถ้าตัวเป็นๆ โผล่ขึ้นมาตรงหน้า เธอจะทำอย่างไรดี

ถ้าเป็นกับเอ็ดดี้ เธอคงผลักเขาออกไปนานแล้ว แต่กับพี่ดินแล้ว เธอไม่เคยถูกเขาฉวยโอกาส กระทั่งพูดจาแทะโลมก็ยังไม่เคยได้ยิน แต่เมื่อวานนี้ แค่ละครฉากเล็กๆ ที่ใช้หลอกตบตาอดีตคู่หมั้น ผู้จัดการไร่ดุดันแสนเข้มงวดก็ดันเล่นบทหนุ่มร้อนแรงแทบทำไร่พสุธาลุกเป็นไฟได้อย่างสมบทบาท เธอตระหนักแล้วว่าผู้ชายคนนี้มีความอันตรายขั้นสุด ไม่ใช่เพราะว่าเขามีทีท่าคุกคาม แต่แรงดึงดูดของเขาต่างหากที่ร้ายกาจน่ากลัว ถึงขนาดทำให้เธอลืมตัวปล่อยให้เขาจูบกลางเรือนรับรอง

นิ้วเรียวเลื่อนไปแตะริมฝีปาก มันยังระบมด้วยแรงบดขยี้ของริมฝีปากและตอหนวดสากของเขา เป็นจูบที่ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนได้ถึงขนาดนี้ มันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่แสนน่ากลัว จูบนั้นเพียงจูบเดียว ได้เปิดประตูให้ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นทะลักทะลายออกมาโดยไม่รู้ตัว

พระพายเดินมาถึงพื้นที่ตรงส่วนที่เป็นแปลงผักสารพัดชนิด แดดช่วงสายกำลังแรงเจิดจ้า เธอยกกล้องวิดีโอขึ้นแล้วถ่ายเก็บภาพแปลงผักที่มีหลากสีคละเคล้ากัน สีม่วงของกะหล่ำปลี สีเขียวของผักกาด ถัดไปเป็นต้นมะเขือที่กำลังออกลูกจนแดงทั้งต้น และจบลงที่...

นัยน์ตาคมส่อแววหงุดหงิดคู่หนึ่งของชายหนุ่มกำลังจ้องผ่านกล้อง รังสีอำมหิตแทบแผ่ทะลุเลนส์ออกมาจนสัมผัสได้

“ว้าย!” พระพายร้องลั่น

“ทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย” พสุธายืนหน้าตึงอยู่ตรงหน้าหญิงสาว

“ก็... ก็ตกใจสิคะ อยู่ดีๆ พี่ดินโผล่หน้ามาเต็มจอแบบนี้น่ะ” เธอแกล้งทำเป็นโกรธ กลบเกลื่อนอาการใจเต้นแรงจนมือสั่น

“เอาวิดีโอมาทำอะไรที่กลางไร่” พสุธาฉวยกล้องวิดีโอจากมือพระพายแล้วชูขึ้นตรงหน้า

“ก็... ก็เรื่องที่พายเคยขออาพสุถ่ายรายการในไร่ไง อาพสุอนุญาตแล้วไม่ใช่เหรอคะ พายเลยมาถ่ายเก็บรายละเอียดเพื่อส่งให้กับทางทีมงาน”

“ต้องการถ่ายเก็บรายละเอียดใช่ไหม งั้นมานี่เลย ขึ้นรถไปกับพี่” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับใช้ฝ่ามือกว้างรุนที่แผ่นหลังของพระพายไปที่รถกอล์ฟ

“ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ เอ้อ... พายคิดว่าวันนี้พอเท่านี้ก่อน” เธอเดินวนอ้อมหลังพสุธาไปเพื่อกลับไปยังทางเก่า แต่หันไปเจอกับต้นไม้ต้นใหญ่จึงต้องหันหลังกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เจอกับร่างใหญ่ไหล่บึกบึนขวางไว้เต็มช่องทาง ภาพในระยะสายตาคือเสื้อเชิ้ตยีนสีฟ้าอ่อนที่ติดกระดุมต่ำเสียจนเห็นแผงอกสีอมแดด

ไม่ ไม่ ไม่! ... มันมาอีกแล้ว อกล่ำๆ นี้มาอีกแล้ว!!

พระพายหลับตาปี๋แล้วหันซ้ายเพื่อเดินหนี แต่ลำแขนบึกก็ยื่นออกมายันไว้กับต้นไม้ ตามด้วยแขนอีกข้างที่กั้นข้างขวา บัดนี้หญิงสาวตัวน้อยเป็นอันถูกขังอยู่ในอ้อมแขนของเขาเรียบร้อย

“พี่...พี่ดิน...” พระพายกลั้นหายใจเฮือก กระถดถอยจนแผ่นหลังแทบกลืนหายเข้าไปในลำต้น ได้แต่ส่งเสียงครวญเบาๆ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเพราะเขายืนอยู่ใกล้เธอเหลือเกิน ใกล้จนได้กลิ่นแมนๆ ของบอดี้สเปรย์จากอกของเขา

“ยังไม่ได้ขออนุญาตแล้วมาถ่ายทำโดยพลการได้ยังไง” เสียงถามดุๆ ดังใส่หน้าผากมนของหญิงสาว

“พายยังไม่ได้ถ่ายจริงๆ สักหน่อย แค่เก็บภาพแปลงผักเท่านั้นเอง” เป็นเสียงตอบกลับใส่กระดุมเสื้อ

“ไม่ได้ถ่าย แต่ถือกล้องถ่ายโน่นถ่ายนี่ไปทั่ว พี่ยืนดูอยู่นานแล้ว ไม่เห็นพายมาบอกพี่สักคำว่าวันนี้จะออกมาถ่ายวิดีโอ”

พสุธาพูดเสียงกระด้างที่ฟังออกว่าไม่พอใจหนัก รู้ตัวดีว่าที่ใส่ๆ ไปไม่ยั้งเป็นเพราะหัวเสียเรื่องอื่นมากกว่า เขามองผมยาวปรกใบหน้าที่ก้มลง หนนี้ไม่มีเสียงตอบจากพระพายอยู่นานจนเขาต้องโน้มใบหน้าลงถาม

“เป็นไรไปล่ะ ไม่พูดไม่จา”

หญิงสาวยังคงก้มหน้านิ่งจนเขายิ่งหัวเสีย

“พาย?”

เขาขบฟันกับริมฝีปาก หงุดหงิดใจเสียจนเผลอพูดเสียงเข้ม

“เวลาคุยกันน่ะ สบตาคนพูดด้วยสิ เงยหน้าขึ้นได้ไหม”

เธอช้อนสายตาขึ้นมองแวบหนึ่ง จ้องที่ริมฝีปากที่ล้อมรอบด้วยตอหนวดครึ้มจางๆ แล้วรีบหลบตาวูบ

พสุธาเห็นแล้วยิ่งขัดใจ ฝ่ามือข้างหนึ่งยังคงยันไว้กับต้นไม้ ฝ่ามืออีกข้างขยับไปที่ขากรรไกรของพระพาย เลื่อนลงไปกุมรอบคางมนแล้วจับใบหน้าของเธอเชิดขึ้น

ดวงหน้าเล็กๆ จำต้องเงยขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ สิ้นเรี่ยวแรงขัดขืนทั้งจากข้อนิ้วแข็งแรงและความใกล้ชิดของร่างกำยำที่เข้ามาประชิดในระยะอันตราย เธอพยายามเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้เขามาโดยตลอดเพราะแค่คิดถึงจูบนั้นก็หายใจไม่ทันเสียแล้ว แต่ตอนนี้เขาเข้ามาใกล้เหลือเกิน ใกล้เสียจนหัวใจเต้นแรงและสั่นไหวได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ริมฝีปากสั่นระริกเผยอขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเพื่อผ่อนลมหายใจถี่กระชั้น

“เป็นไรไปน่ะเรา” เขาถามเสียงกระด้าง คิ้วเข้มขมวดเหนือดวงตาที่มีแววตากรุ่นด้วยความไม่พอใจ

“ปละ...เปล่า...”

“ยังจะมาเปล่าอีก เห็นๆ อยู่ว่าเดินไปหาก็แอบหนี พูดด้วยก็ไม่สบตา โกรธอะไรพี่ ห๊ะ”

“พายไม่ได้โกรธ...”

“แล้วเป็นอะไร วันสองวันนี้เอาแต่หลบหน้าหลบตา”

เจ้าของไร่มองแก้มสีชมพูจัดของหญิงสาว ริมฝีปากเผยอน่าจูบ ดวงตาคู่หวานมีแววหวาดหวั่นเมื่อมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้า...

และเพียงเท่านี้ เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงหลบหน้าเขา เธอกำลังกลัว... ไม่ใช่กลัวเขา แต่กลัวใจตัวเอง

เมื่อคาดเดาจากปฏิกิริยาที่เห็น พสุธาก็รู้แล้วว่าหัวใจของเธอกำลังหวั่นไหวไปกับพี่ดินเสียแล้ว ความปรารถนาที่แสนร่านร้ายกำลังส่งเสียงกระซิบว่าหากเขาโน้มใบหน้าลงและประทับริมฝีปากลงไปที่กลีบปากอิ่ม อาจมีการต่อต้านเล็กน้อยในทีแรก อาจถูกเธอทุบเบาๆ หรือผลักออก แต่รู้ดีว่าหากรุกคืบต่อไป ภายในเวลาไม่นานเธอจะโอนอ่อนผ่อนตามจูบของเขาอย่างแน่นอน

และความคิดนี้ทำให้เขานึกอยากทำตามนั้นเหลือเกิน

ปลายจมูกโด่งเริ่มขยับเข้ามาใกล้อีกนิด สัมผัสลมหายใจอุ่นที่ระบายเข้าออกถี่กระชั้นจากหญิงสาวที่ถูกขังกลางวงแขน เมื่อยิ่งเห็นว่าเธอทั้งตื่นเต้นและตื่นกลัว ก็ยิ่งเร่งเร้าอยากกระทำกับเธอให้สมใจปรารถนา บัดนี้เขารู้แล้วว่าไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้นที่หลงใหลไปกับรสจูบในวันนั้น ขนาดตัวเองที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน จูบแสนหวานนั้นยังทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นหนุ่มวัยรุ่นร้อนรักกับประสบการณ์ครั้งแรก มันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น กระหายอยาก และยากที่จะต้านทานอย่างเหลือเกิน

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจทำตามเสียงเรียกร้อง อีกเสียงหนึ่งก็เตือนขึ้นมาในห้วงคำนึงว่า การกระทำตามอารมณ์จะทำให้เขาเสียความน่านับถือและความไว้วางใจไปตลอดกาล

พสุธามองดวงตาหวาดหวั่นแล้วสำนึกถึงความใจร้ายของตน เธอพยายามหนีเขาเพราะกลัวใจตัวเอง กลัวว่าจะถูกจับได้ว่าตัวเองกำลังหวั่นไหว ตลอดเวลาที่ผ่านมา พระพายเรียกเขาพี่ดินทุกคำด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ ถึงกับกล้าเดินโผเข้ามากอดเขาร้องไห้เพราะรู้ดีว่าพี่ดินคนนี้จะไม่ฉวยโอกาสกับเธอ

ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ เมื่อนึกได้ว่าควรหวนกลับไปเป็นพี่ดินมาดเข้มคนเดิมดีกว่า

“พี่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าคุณพสุธาอยากให้เราอยู่กันดีๆ เหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน ตกลงเรายังเป็นอย่างนั้นกันอยู่หรือเปล่า” พสุธาพูดเสียงดุตามฟอร์มเก่า

“เป็นสิคะพี่ดิน” พระพายรีบตอบ

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตัวให้เหมือนเดิมสิ”

เธอไม่พูดอะไร ได้แต่ช้อนสายตาที่ยังหวาดกลัวมองเขา

“อะไรกันน่ะเรา เมื่อวานพายอยากหลอกไอ้คู่หมั้นนั่นว่าพี่เป็นแฟนใหม่พายไม่ใช่เหรอ”

ดวงตาที่มีแววหวาดหวั่นของพระพายกะพริบถี่ๆ “ค่ะ”

“แล้วพี่ทำอะไรผิด”

“เปล่าค่ะ”

“เปล่าค่ะ แต่ไม่ยอมพูดกับพี่” เขาทำเสียงดุ

“ก็พาย... พายกลัวว่าพี่ดินจะมองพายไม่ดี... ที่ชวนให้ทำแบบนี้”

รู้ละนะว่าเป็นข้อแก้ตัวง่อยๆ แต่เขาก็แกล้งรับลูกไปก่อน

“พี่ดินไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย ก็เราเล่นละครกันไม่ใช่เหรอ”

“ค่ะ”

“พี่ดินอายุสามสิบหกแล้วครับ น้องพายอาจไม่เคยเล่นแบบนี้ แต่พี่เล่นแบบนี้บ่อยๆ เล่นหนักกว่านี้ยังเคยเลย ไม่เห็นมีอะไรต้องคิดมาก”

คราวนี้พระพายถึงกับยิ้มออก สีหน้าของเธอดูผ่อนคลายลง ราวกับว่ากำแพงความขวยเขินถูกทำลายลงไปได้บ้างแล้ว “จริงเหรอคะ”

“จริงสิ รู้แล้วก็เลิกหลบหน้าหลบตาพี่ และทำตัวเป็นน้องสาวที่น่ารักและว่าง่ายเหมือนเดิมสิ พี่จะได้ไม่คิดมาก”

“โอเคค่ะ” รอยยิ้มของพระพายดูออกชัดเจนว่าโล่งอก

“หายคาใจแล้วกลับมาเป็นพี่เป็นน้องเหมือนเดิมสักทีแล้วนะ ตกลงไหม” พสุธาย้ำพลางเอื้อมมือขยี้กลางศีรษะของพระพาย รอยยิ้มอบอุ่นทำให้พระพายดูผ่อนคลายและสบายใจขึ้นอีกครั้ง

ชายหนุ่มยื่นกล้องวิดีโอคืนให้ “อยากถ่ายอะไรก็บอกพี่ เดี๋ยวพี่ไปเป็นเพื่อน โอเคไหม”

“ค่ะพี่ดิน”

“แล้วพายต้องการเก็บข้อมูลอะไรในไร่บ้างล่ะ”

คราวนี้พระพายอธิบายเกี่ยวกับงานของเธออย่างคล่องแคล่ว พสุธาสังเกตแววตาที่คืนความไว้วางใจในตัวเขาเหมือนเดิมแล้วผ่อนลมหายใจช้าๆ ด้วยความโล่งอก

ใช่แล้ว เขาอยากทำให้พระพายไว้ใจในตัวเขาก่อน แม้ว่าตอนนี้บอกได้เลยว่าความคิดที่มีต่อเธอในยามนี้ไม่เหลือความบริสุทธิ์ใจอีกต่อไปแล้ว

*************

ในที่สุด ไรท์ก็ต้องหยุดอัพนิยายเรื่อง มายาพสุธา ไว้เพียงเท่านี้นะคะ

ตอนสุดท้าย ลงให้ยาวเป็นพิเศษเลยค่ะ

อ่านถึงตอนนี้แล้ว ถ้ารักพี่ดิน คิดถึงน้องพาย ดาวน์โหลดอีบุ๊กเก็บไว้อ่านนานๆ เลยนะคะ

และขอฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยค่ะ

มรดกตกรัก ไปอ่านได้ที่นี่เลย >>> https://bit.ly/2XZeGU5

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามพี่ดินน้องพายนะคะ

 

ฝากผลงาน ebook เรื่องอื่นๆ ของไรท์ด้วยค่ะ

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #574 fsn (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 18:15

    ค่ะ ขอให้ยอดขายสูงลิ่ว ติดลมบนนานๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นะคะ

    #574
    1
    • #574-1 ศิวารินทร์(จากตอนที่ 59)
      8 มิถุนายน 2563 / 22:00
      ขอบคุณมากๆนะคะ ติดตามนิยายเรื่องใหม่ต่อนะคะ ^---^
      #574-1