มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 34 : กลับบ้าน งอนแล้ว!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,700
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    10 พ.ค. 63


     เขาถือซองเอกสารไปที่เรือนต้นสน ตอนก้าวขึ้นระเบียงเรือน ก็ได้ยินเสียงเหมือนวิทยุดังแว่วมาไกลๆ เมื่อเดินพ้นหัวมุมบ้านไปยังลานระเบียงริมน้ำก็เห็นพระพายนอนคว่ำเท้าคางบนเตียงไม้ไผ่เตี้ยๆ แมลงปอนั่งบนพื้นไม้ข้างเตียง สองสาวยื่นหน้าจนหัวเกือบชนกันเหนือขวดยาทาเล็บเป็นสิบๆ ขวดที่มีแทบทุกสี บนพื้นข้างตัวแมลงปอ มีวัสดุแบนๆ รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สามารถส่งเสียงออกมาได้เหมือนวิทยุ

     แต่นั่นไม่ใช่วิทยุ เป็นแท็บเล็ตหน้าจอขนาดแปดนิ้ว...

     ความไม่พอใจก่อตัวกลายเป็นพายุร้อนแรงในชั่ววินาที ความอยากเจอพระพายแปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธและผิดหวังเมื่อเห็นว่าเธอทำผิดกฎของไร่ เขาเดินก้าวยาวๆ ไปที่นอกชานริมน้ำแล้วก้มตัวลงฉวยแท็บเล็ตขึ้นมาถือไว้ในมือ

     “นี่คุณทำผิดกฎในไร่นะคุณพาย” เขาพูดเสียงเข้มด้วยความไม่พอใจ

     “อุ๊ย นายดิน” พระพายหน้าเจื่อน

     “ผมเคยบอกคุณตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ไร่พสุธาแล้วว่าไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องมือสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตภายในบริเวณที่พัก หากต้องการใช้ต้องไปที่เรือนรับรองไง”

     “แต่ฉันไม่ได้เปิดเล่นนะ แค่เปิดยูทูปให้แมลงปอดูวิธีเพนต์เล็บเท่านั้นเอง ฉันจะให้เธอลองเพนต์เล็บให้ฉัน”

     พสุธาพลิกแท็บเล็ตขึ้นมาดู ดวงตาคมกวาดตามองสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอ แต่ภาพที่เห็น... ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับการเพนต์เลยสักนิด กลับกลายเป็นละครชื่อดังเรื่องหนึ่ง

     เขาก้มลงมองหญิงสาว ดวงตาคมมีประกายกร้าวด้วยความไม่พอใจ และน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เย็นเฉียบ

     “เพนต์เล็บที่ไหน นี่มันละครไม่ใช่เหรอ!”

     “เราไม่ได้ดูละครสักหน่อย ฉันเปิดวิธีเพนต์เล็บให้แมลงปอ พอดูจบแล้วฉันไม่ได้ปิด มันก็เลยเล่นต่อเป็นคลิปอะไรก็ไม่รู้ ฉันไม่ทันมองเพราะมัวแต่ให้แมลงปอลองทาเล็บให้”

     พสุธาทั้งโกรธทั้งผิดหวัง เขาใจดีกับเธอขนาดนี้แล้ว แต่ยังทำผิดกฎ มิหนำซ้ำยังแก้ตัวฟังไม่ขึ้นอีก

     “ผมยอมผ่อนปรนให้คุณตั้งหลายเรื่อง ทั้งยอมให้คุณอยู่บ้านหลังนี้ ให้แมลงปอทำอาหารให้คุณกิน กะอีแค่ขอความร่วมมือเพียงแค่นี้ ยังทำให้ไม่ได้แล้วยังแก้ตัวอีก”

     “ฉันยอมรับว่าเปิดแท็บเล็ตจริง แต่ฉันหางานให้แมลงปอทำ ไม่ได้เปิดดูเองสักหน่อย เวลาฉันใช้โทรศัพท์ติดต่อหาใคร ฉันก็ไปที่เรือนรับรองทุกที นายดินก็เห็นไม่ใช่เหรอ”

     พระพายมองใบหน้าเย็นชาของนายดิน ดูจากสีหน้าก็รู้แล้วว่าเขาไม่รับฟังคำแก้ตัวเรื่องแท็บเล็ต หรือคำอธิบายว่าเธอเองก็ไม่ใช่ว่าเอาแต่แหกกฎกติกา ความรู้สึกไม่พอใจเริ่มก่อตัวขึ้นจนหญิงสาวเริ่มกรุ่นขึ้นมานิดๆ แต่พยายามเก็บงำไว้เพราะคิดว่าตัวเองก็มีส่วนผิด

     “เอาล่ะ ฉันจะไม่เปิดอีก ขอโทษก็แล้วกัน”

     พูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียงไม้ไผ่ เอื้อมไปคว้าของตัวเองคืน แต่มือแข็งแรงข้างนั้นยกแท็บเล็ตขึ้นสูงเหนือไหล่จนพระพายเอื้อมไม่ถึง ใบหน้าหวานที่อยู่แค่อกของนายดิน เงยมองเขาด้วยความงุนงง

     “ผมต้องขอเก็บแท็บเล็ตคุณไว้ เรื่องนี้ผมจะไม่ผ่อนปรนให้กับคุณแล้ว” พูดพลางพับเคสแทบเล็ตปิด

     ความโกรธทำให้หญิงสาวตาลุกวาวทันที คราวนี้พระพายเหลืออดจนไม่ทนเก็บกลั้นความไม่พอใจอีกแล้ว

     “ต้องยึดของเลยเรอะ! ให้ตายสิ นี่มันโฮมสเตย์หรือเรือนจำกันแน่ คุณไม่มีสิทธิ์มายึดของๆ ฉันนะนายดิน”

     “แขกคนอื่นยินดีปฏิบัติตามกฎทุกคน ไม่เคยมีปัญหา มีแต่คุณที่เข้ามาโดยที่ไม่ต้องรับรู้กติกาอะไรแล้วยังแหกกฎจนเคยตัว ผมจะไม่ยอมคุณอีกต่อไป”

     “แต่คนที่ยอมผ่อนปรนให้ฉันคืออาพสุ ไม่ใช่คุณสักหน่อย เขายอมยกเว้นให้เพราะฉันเพราะเขารับปากพ่อไว้แล้วว่าจะดูแลฉันดีๆ ในไร่ของเขา”

     พสุธาหรี่ตามองคนที่แอบอ้างชื่อของเขา “อย่าคิดว่าเป็นแขกพิเศษแล้วจะต้องได้อภิสิทธิ์เหนือกว่าคนอื่น ถ้าเข้ามาอาศัยในไร่นี้แล้วก็ต้องปฏิบัติตามกฎเหมือนทุกคน”

     “โอเค ฉันทำผิดกฎ แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณยึดแท็บเล็ตของฉันหรอก คนเดียวที่ฉันจะยอมให้ทำอย่างนี้ได้คืออาพสุเท่านั้น”

     ชายหนุ่มเกือบโพล่งออกมาแล้วว่าเขานี่แหละคือพสุธา

     “คุณคิดว่าอาพสุของคุณไม่กล้าทำงั้นเหรอ ถ้าเขารู้ว่าคุณแอบใช้แท็บเล็ตล่ะก็ เขาคงยึดไปจากคุณเหมือนกับที่ผมทำนั่นแหละ”

     “ถ้าอาพสุเป็นคนยึด ฉันจะไม่ว่าอะไรเลย แต่ถึงอารู้ว่าฉันใช้แท็บเล็ตในไร่ ฉันเชื่อว่าเขาจะเตือนฉันดีๆ ไม่เอะอะก็ยึด เอะอะก็ริบอย่างกับผู้คุมนักโทษหรอก นี่อะไรก็ไม่รู้ ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าของไร่ซะเอง”

     “คุณจะพูดยังไงก็ได้ ผมมีอำนาจจัดการภายในไร่นี้ก็แล้วกัน"

     “แต่ก็ไม่เหมือนอาพสุอยู่ดี เขาผ่อนผันกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ฉันเพราะเห็นใจที่กำลังมีเรื่องทุกข์ร้อนไม่สบายใจ แต่ก็อย่างว่าละนะ เขาเป็นเจ้าของไร่ คงตัดสินใจทำอะไรได้มากกว่าผู้จัดการไร่”

     พสุธาโกรธเสียจนหน้าแดง “คุณคงไม่รู้สินะว่าผมมีสิทธิ์ในไร่นี้มากกว่าที่คุณคิด เคยมีคนพูดจาไม่รู้เรื่องและผมก็เชิญออกจากไร่ไปแล้วด้วย”

     พระพายเงยหน้าขึ้นเถียงสู้คนตัวโตกว่าอย่างไม่ลดราวาศอก “งั้นก็น่าเสียดายที่อาพสุให้คนอย่างคุณมาดูแลไร่ เพราะฉันมั่นใจว่าคนใจดีอย่างอาคงไม่เที่ยวไล่คนออกจากไร่ด้วยเรื่องหยุมหยิมหรอก อาพสุไม่น่าพลาดเรื่องนี้เลย เพราะความสุขสบายใจที่ฉันได้มาอยู่ที่นี่ลดน้อยลงไปเยอะ”

     คำพูดที่ทั้งกล่าวชื่นชมในตัวพสุธา กับคำตำหนิด่าว่าใส่นายดินไม่ยั้ง ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกสาดน้ำร้อนน้ำเย็นสลับกันจนจัดวางอารมณ์ไม่ถูก แต่แล้วประโยคเมื่อสักครู่ ของพระพายทำให้ความโกรธก็มีอำนาจครอบงำเหนือกว่า

     “งั้นก็เอาเลยสิ ถ้าอยู่ที่นี่แล้วไม่สุขสบายใจก็เชิญไปจากที่นี่ได้ ผมไม่เคยบังคับให้ใครมาอยู่”

     คำพูดนี้ถึงกับทำให้พระพายชะงักไป ดวงตาคู่หวานที่กำลังเป็นประกายด้วยความโกรธ ค่อยๆ อ่อนแสงลง เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็เห็นประกายตาเต้นระริกที่ดูออกทันทีว่าคือน้ำตา

     ความทิฐิและดื้อรั้นในตัวชายหนุ่มอ่อนลงในบัดดล

     พสุธาขบกรามแน่นเมื่อความรู้สึกหลายอย่างเข้าถาโถม ท่ามกลางเสียงบ่นว่าไม่พอใจนายดิน เธอกลับชื่นชมพสุธาทุกคำ เขาเผยอริมฝีปากเพื่อจะกล่าวคำแก้ตัวเพื่อยุติสถานการณ์บาดหมางใจ แต่พระพายเบือนหน้าไปอีกทาง นิ้วมือขยี้ตาแรงๆ สองสามที และเมื่อหันกลับมาอีกครั้ง แววตาเศร้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความเฉยชา เธอหมุนตัวเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ฉวยกระเป๋าสานลายดอกไม้ออกมาแล้วโยนของลงไปสองสามชิ้น

     “แมลงปอ พี่วานอะไรเธอหน่อยนะ ช่วยเก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่เหลือใส่กล่องให้พี่ด้วย อีกสองสามวันพี่จะส่งคนมารับของกลับ”

     พสุธายืนงงมองพระพายหันหลังเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง เปิดลิ้นชักแล้วเก็บโกยของจุกจิกบนนั้นลงกระเป๋าจนเกลี้ยง

     “อ้าว แล้วพี่พายจะไปไหน” แมลงปอร้อง

     “พี่จะกลับบ้าน”

***********************

อ้าว นายดินปากไม่ดี ไปไล่น้องกลับบ้านแบบนี้ได้ไง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น