มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 22 : อะไรเอ่ยอยู่ในตู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

 

“เอาเป็นว่าคุณจะซักผ้าเมื่อไหร่บอกก็แล้วกัน ผมจะสอนวิธีกดปุ่มเครื่องซักผ้าให้” พสุธาพูดแกมประชดพลางลุกจากเก้าอี้แล้วเริ่มลงมือซ้อนจานอาหาร “กินอิ่มแล้วใช่ไหม ผมจะได้เก็บจาน”

“เอ้อ เดี๋ยวก่อนนายดิน ฉันจะเก็บของมีค่าไว้ที่ไหนได้บ้างคะ”

“ก็เก็บไว้ในตู้ใส่ลิ้นชักสิ ข้างเตียงมีตู้ไม่ใช่เหรอ” เขาชักหงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรต้องเป็นปัญหา

“ใช่ แต่มันล็อกอยู่น่ะ ฉันเปิดไม่ได้”

พสุธาวางจานลงแล้วเดินเข้าไปในตัวเรือนจากประตูทางชานเรือนริมน้ำ ปกติเขาแทบไม่มีของมีค่าที่ต้องเก็บใส่ตู้ล็อกกุญแจ จนลืมไปแล้วว่าตู้เตี้ยๆ ที่อยู่ข้างเตียง ล็อกอยู่ เขาเขย่าลิ้นชักสองสามทีแต่เปิดไม่ออก แล้วพยายามนึกว่าเก็บอะไรไว้ข้างในนั้นและกุญแจอยู่ที่ไหน

มีเสียงเคาะประตูเรือนดังมาจากหน้าบ้าน พระพายเดินผละไปเพื่อเปิดประตู พสุธานึกถึงความเคยชินของตนที่ชอบเก็บลูกกุญแจไว้บนหลังตู้เสื้อผ้าเพื่อจะได้ไม่ต้องจำว่าเก็บที่ไหน จึงเดินไปที่หลังตู้บานสูงเท่าตัวเขา เอื้อมมือควานไปบนหลังตู้จนเจอลูกกุญแจ

เขาหยิบมาลองไขลิ้นชักข้างเตียง ระหว่างที่กำลังดึงลิ้นชักเปิด ยังนึกสงสัยว่าเก็บอะไรไว้ในนั้นถึงกับต้องใส่กุญแจ

เมื่อเปิดลิ้นชักออก เขาก็นิ่งมองของที่วางอยู่ในนั้นที่ลืมไปนานแสนนานแล้ว ก่อนรู้สึกใบหน้าร้อนวาบ

ถุงยางอนามัยสามกล่อง...

ตู้ลิ้นชักถูกกระแทกปิดทันที ไขกุญแจที่เสียบอยู่แล้วรีบดึงกุญแจวางบนหลังตู้เสื้อผ้าตามเดิม

ตอนที่พระพายเดินกลับมา มือของเขายังแตะค้างอยู่บนหลังตู้ เขารีบวางมืออีกข้างเท้าสะโพกให้ดูเหมือนกำลังอยู่ในท่าผ่อนคลาย เธอเงยหน้ามองเขาพร้อมดวงหน้าเต็มไปด้วยความสนเท่ห์

“คุณทำอะไรอยู่เหรอ”

“ผม เอ้อ... อ๋อ ผมกำลังยืนนึกว่ากุญแจอยู่ไหน” พูดพร้อมกับใช้นิ้วมือเลื่อนพากุญแจดอกเล็กเข้าไปจนสุดหลังตู้

“แล้วนึกออกไหม”

เขาส่ายหน้าถี่ๆ

พระพายขมวดคิ้วด้วยสีหน้ากังวล “หวังว่าอาพสุคงไม่เก็บของสำคัญไว้ในนี้นะ”

“อ้อ ไม่ๆ... ไม่สำคัญหรอก” เขาทิ้งแขนกลับลงมาข้างตัวตามเดิมเมื่อดันจนลูกกุญแจอยู่ลึกพอ “น่าจะสำคัญเฉพาะเวลาที่เขาต้องใช้น่ะ”

แล้วเขาก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย “เมื่อกี้ใครมาเคาะประตู”

“เด็กผู้หญิงคนนี้ค่ะ เธอบอกว่ามาหานายดิน”

พสุธามองข้ามไหล่พระพายไปยังเด็กผู้หญิงตัวเล็กแค่ไหล่ของเธอ “อ้าว แมลงปอ มาหาพี่มีอะไร”

เด็กหญิงที่นายดินเรียกชื่อว่าแมลงปอ ดูจากรูปร่างหน้าตาแล้วก็เป็นเด็กชาวไร่ชาวนาทั่วๆ ไป แข้งขาผอมก้าง กระดำกระด่างด้วยรอยแผลเป็นจากแมลงสัตว์กัดต่อย ใบหน้าเด็กผู้หญิงดูแล้วน่าจะเข้าวัยรุ่น แต่ความผอมและใบหน้ามอมแมมทำให้ดูยังไม่เป็นสาวเต็มตัว

เสียงเรียกของพสุธาเหมือนไม่ได้ดังเข้าไปในโสตประสาท เด็กสาวคนนั้นยืนนิ่งไม่ขยับ ดวงตาเหม่อมองบางอย่างนิ่งเหมือนตกอยู่ในภวังค์

“แมลงปอ?”

พสุธามองตามสายตาของเด็กหญิงแมลงปอ เห็นว่ากำลังจับจ้องอยู่ที่ต่างหูพู่ไหมสีรุ้งของพระพายนิ่งงันไม่แม้แต่กะพริบตา

“แมลงปอ?” พสุธาเรียกซ้ำอีกครั้ง เด็กหญิงถึงได้รู้ตัวแล้วผลสายตาจากต่างหูของพระพาย

“อะไร”

“พี่ถามว่ามาหาพี่ทำไม”

“อ๋อ แม่รุ้งบอกให้ปอมาช่วยพี่ดินเก็บโต๊ะของคุณพาย”

พสุธาสังเกตว่าเด็กหญิงตัวผอมที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ สีขรึมๆ ไม่สมวัยกำลังกำลังจ้องมองเครื่องประดับเก๋ไก๋แปลกตาของพระพายด้วยความตื่นตาตื่นใจ และพระพายก็ดูออกเช่นกัน เธอจึงยิ้มให้เพื่อผูกมิตร

“ชื่อแมลงปอเหรอ ชื่อน่ารักเชียว แมลงปออายุเท่าไหร่จ๊ะ”

“สิบหก”

“ปอเป็นลูกสาวคนสุดท้องของป้ารุ้งที่เป็นแม่ครัวของที่นี่” พสุธาแนะนำแมลงปอให้พระพายรู้จัก “ป้ารุ้งแกมีลูกเจ็ดคน สามคนมาทำไร่อยู่ที่นี่ ที่เหลือไปทำงานโรงงานกันหมด ป้ารุ้งก็เลยเรียกให้ปอมาช่วยงานที่นี่ด้วย จะได้หารายได้พิเศษระหว่างเรียนหนังสือ”

“ขยันจังเลย” พระพายยิ้มให้เด็กสาวที่ยืนหน้าตายไม่ยิ้มไม่แย้ม “แมลงปอเรียนอยู่ชั้นไหนแล้วจ๊ะ”

เด็กสาวไม่ตอบและยืนเหม่ออีกแล้ว คราวนี้จ้องตาเป็นมันที่ชายกระโปรงฉลุลายลูกไม้สีขาวของพระพาย

“เจ้าปอ!” หนนี้เสียงของพสุธาแทบดังคับบ้าน

เด็กสาวผงกหน้าขึ้น

“มาเก็บโต๊ะไม่ใช่เหรอ”

แมลงปอไม่ตอบแล้วเดินออกไปที่ชานเรือนริมน้ำอย่างเงียบๆ พสุธามองตามหลังจนเด็กสาวเดินคล้อยหลังไปแล้วถอนหายใจแรงๆ พร้อมเสียงบ่น

“ต้องขอโทษแทนเด็กมันด้วยนะคุณพาย ปอมันไม่ค่อยคล่องแคล่วรับแขกเก่งเหมือนเจ้าภูผา ป้ารุ้งขอร้องให้ผมรับมาช่วยงานที่โฮมสเตย์จะได้หาเงินใช้ ลำพังป้าแกเองก็เลี้ยงลูกอีกหลายคนแล้ว ค่าใช้จ่ายก็เยอะ ผมก็เลยรับไว้ให้ช่วยคอยทำงานจิปาถะ แต่ก็อย่างที่คุณพายเห็นนี่ล่ะ เจ้าปอมันจะต๊องๆ เหม่อๆ แบบนี้ทั้งวัน...”

ไม่ทันพูดจบประโยคก็มีเสียงดังเพล้งมาจากชานเรือนริมน้ำ

“อุ๊ย นั่นเสียงจานแตกเหรอ” พระพายอุทาน

พสุธาส่ายหน้าเอือมระอาก่อนหันมาบอกพระพายว่าอย่าเดินเท้าเปล่าออกมาที่นอกชาน ระหว่างที่ช่วยแมลงปอเก็บเศษจานแตก เขาก็แอบถอนหายใจโล่งอกที่ปกปิดของสำคัญในลิ้นชักได้ทันก่อนที่พระพายมาเจอ

แสดงว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้ของพวกนี้น่าจะนานมากจนเขาจำไม่ได้แล้วสินะ

************************

โถ อดอยากปากแห้งขนาดนั้นเชียวเหรอ อาพสุ

    

 นิยายเรื่องนี้มีเป็นหนังสือเล่มด้วยนะคะ หนา 462 หน้า  ราคา 369 บาท ฟรีค่าส่งค่ะ 

 สนใจสั่งซื้อ แจ้งที่ inbox เพจศิวารินทร์ 

   

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น