มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 21 : ชีวิตลำบากของพระพาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    24 เม.ย. 63



ช้อนในมือของพระพายหลุดจากมือกระทบจานดังเคล้ง เธอเบิกดวงตาคู่โตจนแทบถลนพลางยกสองมือทาบปิดปาก

“อะไรนะ กบ!?”

สีหน้าสยดสยองทำเอาพสุธากลั้นหัวเราะไม่อยู่ และถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากเมื่อเห็นพระพายคว้าแก้วน้ำแล้วกระดกดื่มเอาๆ จนหมดแก้ว

“บ้าจริงนายดิน! ทำไมคุณถึงเอากบให้ฉันกินล่ะ!”

“ทำไมล่ะ ใครๆ ก็กินกันทั้งนั้น เมื่อกี้คุณยังบอกอยู่เลยว่าอร่อยไม่ใช่เหรอ”

“ก็ไม่รู้นี่นาว่ามันคือ...” พระพายฉวยกระดาษเช็ดปากจากตะกร้าขึ้นมาเช็ดปากแรงๆ “อี๋ ฉันเคยผ่ากบตอนเรียนหนังสือ ยังจำได้ติดตาเลยว่าตอนหยิบมันขึ้นมาแล้วมัน...”

“คุณอย่าคิดถึงตอนมันดิ้นกระแด่วๆ สิ เอ้า... เอาน่องอีกข้างไป” เขาทำท่าจะตักขึ้นมา

“กรี๊ด อย่า! ฉันยกให้คุณทั้งหมดเลย” พระพายผลักชามต้มยำกบไว้ตรงหน้าพสุธา ก่อนชี้ไปที่อาหารในปิ่นโตอีกเถาด้วยความหวาดระแวง “แล้วนี่อะไร สัตว์ประหลาดอะไรอีกหรือเปล่า”

“ผัดเผ็ดนก อาหารสุดแซ่บจากท้องไร่แท้ๆ หากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว อาพสุของคุณอยากให้คุณลองเมนูนี้มาก อย่าทำให้อาพสุผิดหวังนะครับ”

เขาอ้างชื่ออาพสุอย่างนึกสนุก และแทบหลุดหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าผะอืดผะอมของพระพายที่ไม่กล้าทักท้วงในยามที่เขาตักผัดเผ็ดนกพูนช้อนโปะลงบนข้าวสวยร้อน

“เอ้า ลองกินดู” เขายิ้มอวดฟันขาวเรียงเป็นระเบียบที่ตอนนี้ดูเหมือนเสือแยกเขี้ยวมากกว่ามีเสน่ห์

ต้มยำกบกับผัดเผ็ดนก เมนูแบบที่พระพายไม่คิดจะสั่งมากินไม่ว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ หรือที่ไหนๆ บนโลก แต่สายตาเข้มงวดของนายดินทำให้เธอต้องกล้ำกลืนฝืนตักอาหารเข้าปาก สลับกับหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มเพื่อกลืนอาหารลงลำคอโดยไว

“ทำไมกินข้าวคำน้ำคำล่ะครับ ตอนเรียนหนังสือครูไม่เคยสอนเหรอว่ามันไม่ดี” เขาจ้องเธอเขม็งด้วยสายตาจับผิด

“อ๋อ แค่เผ็ดนิดหน่อย” พระพายรีบตักข้าวเข้าปากกินอีกคำเพื่อให้เขารู้สึกว่าเธออร่อยกับอาหารมื้อนี้ แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าพระพายกินแต่ข้าวเปล่าคำแล้วคำเล่า โดยที่ไม่มีเนื้อสัตว์เข้าปากอีกเลย

ชายหนุ่มขมวดคิ้วขัดใจระหว่างมองไหล่บอบบางของพระพาย เธอจะอยู่รอดในไร่นี้ไปได้อีกสักกี่วันถ้าเอาแต่กินข้าวเปล่าแบบนี้ทุกมื้อ หลังจากทนมองจนเห็นเธอกินแต่ข้าวและไม่ตักกับกินเลย เขาก็ตัดสินใจเปิดฝาปิ่นโตเถาสุดท้ายที่ซ่อนไข่เจียวฟู

“กินแต่ข้าวเปล่าอยู่ได้ เดี๋ยวก็หิวแย่หรอก” เขาพูดเสียงดุระหว่างตักไข่เจียวทอดจนฟูใส่จานให้

“ว้าย ไข่เจียว! น่ากินที่สุดเลย! ขอบคุณนะคะนายดิน” น้ำเสียงของพระพายดีใจสุดขีดเหมือนได้กินอาหารจากภัตตาคารชั้นหนึ่ง “นายดินก็จริงเลย ทำไมถึงเพิ่งเอาออกมา ปล่อยให้ฉันกินกบกินนกอยู่ได้”

พระพายรีบเขี่ยทั้งกบและนกออกไปไว้มุมจานแล้วตักกินแต่ไข่เจียวทันที จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินเอาๆ ด้วยความหิวเสียจนน่าเวทนา เจ้าของไร่หนุ่มนึกโล่งอกที่ตัดสินใจทำไข่เจียวเพิ่มมาอีกอย่าง ไม่งั้นคงรู้สึกแย่ที่ไปซ้ำเติมเธอ เขาไม่อยากเป็นผู้ชายอีกคนที่ใจร้ายกับผู้หญิงท่าทางบอบบางน่าเอ็นดูอย่างพระพาย แต่ดูเหมือนน้องเจ่อจะเข้มแข็งกว่าที่คิด ตอนที่ได้ฟังเรื่องคู่หมั้นทรยศจากวสันต์ เขาคิดว่าจะได้เจอหญิงสาวอมทุกข์นั่งกอดเข่าร้องไห้ทั้งวันเสียแล้ว แม้ว่าเธออาจนอนร้องไห้คนเดียวตอนกลางคืนเหมือนกับที่เขาเคยผ่านห้วงเวลานั้นมาแล้วก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้นพระพายควรต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตในไร่เหมือนอย่างคนอื่นๆ อย่างไม่มีข้อยกเว้น เขาจะปล่อยให้เธอได้ปรับตัวอีกสักพักก็แล้วกัน

 

ตลอดช่วงเวลามื้อค่ำกับพระพายในเรือนต้นสน พสุธารู้สึกเพลิดเพลินกับเมนูอาหารกลางไร่อย่างน่าประหลาดทั้งๆ ที่รสชาติอาหารก็ไม่ได้อร่อยกว่าทุกวัน

เขามองริมฝีปากอวบอิ่มน่ารักระหว่างฟังไปด้วยกินไปด้วยว่า พระพายเป็นพิธีกรของรายการสารคดีชื่อนักสู้ธุรกิจ เป็นรายการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีหัวคิดการทำธุรกิจที่แปลกแหวกแนวน่าสนใจ พอพูดคุยเรื่องงานแล้ว ดูเธอกลายเป็นผู้หญิงเอาการเอางาน ไม่ใช่หญิงสาวกรีดกรายหนักไม่เอาเบาไม่ไหวคนเดิมอีกต่อไป พสุธามองใบหน้าหวานๆ ของพระพายแล้วนึกถึงสาวน้อยนักศึกษาที่ขยันนั่งทำการบ้านงกๆ อยู่หน้าบริษัทเมื่อหลายปีก่อน เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน น้องเจ่อที่น่ารักกลายเป็นพิธีกรรายการไปซะแล้วหรือนี่

หน่วยก้านก็ได้อยู่นะ หน้าตาก็สะสวยดูขึ้นกล้องดี พูดจาก็ฉะฉานน่าฟัง ขนาดเขาเองยังฟังเพลินเลย เอ๊ะ... หรือว่ามองเพลินมากกว่า โดยเฉพาะปากเจ่อๆ สีชมพูสดที่ดูน่ารักเสียจนน่ากัด...

“...ใช่ไหมคะ นายดิน”

“หา อะ...อะไรนะ” เขามัวแต่มองริมฝีปากสีแดงสดคู่นั้นจนแทบลืมฟังที่เธอพูด

“ฉันถามว่านายดินเป็นผู้จัดการไร่พสุธามานานแล้วใช่ไหมคะ อาพสุถึงได้วางใจให้คุณดูแลที่นี่แทนเขา”

หัวข้อสนทนาเบี่ยงเบนมาเข้าเรื่องเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย! “อ๋อ ก็ตั้งแต่บุกเบิกไร่นี้แล้ว”

“อยู่มาตั้งแต่อาพสุบุกเบิกไร่นี้เลยเหรอ มิน่าล่ะนายดินถึงได้ดูอย่างกับบอสของที่นี่เลย นี่ถ้าไม่รู้จักอาพสุ ฉันคิดว่าคุณเป็นเจ้าของไร่เองนะคะเนี่ย...”

พสุธาสะดุ้งกับข้อสังเกตของพระพาย

“ฉันได้ยินภูผาบอกว่าคุณคุมการสร้างกระท่อมนี้ในทั้งหมด แสดงว่านายดินเป็นสถาปนิกเหมือนอาพสุล่ะสิ”

“ก็แค่สถาปนิกบ้านนอกเท่านั้นแหละ” เขาเออออดั้นสดเอาตัวรอด จะว่าไปเขาก็ไม่ได้โกหกละนะ แต่คิดว่าควรเลี่ยงพูดถึงตัวเองดีกว่าก่อนที่จะเผลอหลุดความจริงออกมา ฉะนั้นเขาจึงเตรียมตัวจบดินเนอร์น่าประทับใจไว้แต่เพียงเท่านี้

“หวังว่าคุณพายจะชอบเรือนต้นสนที่คุณพสุธาจัดไว้ให้นะครับ มีอะไรติดขัดก็บอกได้ แล้วผมจะรายงานคุณพสุธาอีกที”

พระพายทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง “ฉันอยากรู้ว่าเสื้อผ้าที่ใส่แล้วจะส่งซักรีดยังไง”

พสุธาทำหน้าแปลกๆ “ส่งซักรีด?”

“ใช่ คุณมีถุงซักรีดไหม ฉันจะได้เก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้วส่งซัก”

เจ้าของไร่แทบระเบิดหัวเราะ “ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมห้าดาวนะคุณ”

“ใช่ ฉันรู้ว่าที่นี่คือโฮมสเตย์ แล้วไงล่ะ โฮมสเตย์ก็มีบริการซักรีดได้นี่คะ”

“ที่อื่นมีหรือไม่ ผมไม่รู้ แต่ที่นี่ไม่มีครับ แขกที่มาพักที่นี่ถ้าอยู่เกินหนึ่งสัปดาห์ก็ซักเสื้อเองทั้งนั้น เรามีห้องซักรีดให้บริการลูกค้าอยู่ถัดจากโรงครัว”

พระพายทำหน้าตะลึงสุดขีด “ฉันซักผ้าเป็นที่ไหนกันล่ะ เครื่องซักผ้ากดปุ่มตรงไหนยังไม่รู้เลย ฉันจ้างแม่บ้านของที่นี่ซักให้ไม่ได้เหรอคะ”

“ที่นี่ไม่มีแม่บ้านให้บริการแขกรายตัว เจ้าหน้าที่โฮมสเตย์มีแค่ผม ป้ารุ้งที่เป็นแม่ครัว เจ้าภูผาที่คอยวิ่งงานในไร่กับลูกสาวป้ารุ้งอีกคน อ้อ และก็ลาภที่คอยดูแลเรื่องจองบ้านพัก ไม่มีใครว่างซักผ้าให้คุณหรอก”

“งั้นฉันส่งร้านซักรีดแถวนี้ก็ได้”

“ใกล้สุดที่ผมรู้ ออกจากไร่ไปประมาณยี่สิบกิโล”

พสุธาแอบสงสัยว่าพี่วสันต์เลี้ยงลูกสาวยังไงถึงไม่เคยจับงานบ้านเลย เครื่องซักผ้ายังกดปุ่มไม่เป็น เป็นประโยคที่ได้ยินแล้วน่าตกใจพอๆ กับมีคนบอกว่ากดปุ่มเปิดทีวีไม่เป็น จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าความน่ารักของน้องเจ่อเมื่อสักครู่หายไปหลายแต้ม เริ่มแทนที่ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจที่ต้องดูแลลูกคุณหนูอีกครั้ง

“เอาเป็นว่าคุณจะซักผ้าเมื่อไหร่บอกก็แล้วกัน ผมจะสอนวิธีกดปุ่มเครื่องซักผ้าให้” พสุธาพูดแกมประชดพลางลุกจากเก้าอี้แล้วเริ่มลงมือซ้อนจานอาหาร “กินอิ่มแล้วใช่ไหม ผมจะได้เก็บจาน”

***************

เชอะ แค่ซักผ้าไม่เป็นก็ต้องดุด้วย 

เก่งนักซักให้สิ ชริ...

   

 นิยายเรื่องนี้มีเป็นหนังสือเล่มด้วยนะคะ หนา 462 หน้า  ราคา 369 บาท ฟรีค่าส่งค่ะ 

 สนใจสั่งซื้อ แจ้งที่ inbox เพจศิวารินทร์ 

   

 

 

 



 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น

  1. #541 fsn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 22:37

    มิน่า ขุ่นแม่ถึงอยากให้แต่งกับเอ็ดดี้

    #541
    1
    • #541-1 ศิวารินทร์(จากตอนที่ 21)
      12 พฤษภาคม 2563 / 16:03
      รวยล้นฟ้า ใครๆก็อยากดอง
      #541-1
  2. #108 wishmeluck (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 19:10
    ใจเย็นๆน่าาาอาดิน อาจะติสท์อะไรเบอร์น้านน ตะกี้เห็นแอบส่องสาวในยูทูปอยู่เหมือนกันนี่นาา (หรืออาพสุจะเข้าวัยทอง) แฮร่... >,<
    #108
    1
    • #108-1 ศิวารินทร์(จากตอนที่ 21)
      12 มิถุนายน 2561 / 19:48
      สามสิบหกวัยทองแล้วหรอ สงสารอาเลย 555 ไรท์ว่าอาการนี้ไม่น่าจะใช่วัยทอง แต่เป็นอาการขาดรัก ต้องรักษา
      #108-1