มายาพสุธา (รีอัพ)

ตอนที่ 10 : บุรุษลึกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

 

รถจี๊ป เชอโรกีพาพระพายออกจากของสนามบินมาสู่ถนนใหญ่แล้ว แต่หนุ่มคมเข้มผู้นั้นก็ยังไม่เอ่ยปากพูดจาทักทาย ความเงียบในรถทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ เขาปล่อยรังสีไร้มนุษย์สัมพันธ์ออกมาจนสัมผัสได้ พระพายแอบเหลือบตามองใบหน้าด้านข้าง คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่นแทบชนกันราวกับมีเรื่องบางอย่างทำให้ไม่สบอารมณ์อย่างแรง เธอจึงลองชวนเขาคุยเพื่อทลายกำแพงน้ำแข็ง

“เอ่อ... อา...อาพสุงานยุ่งมากเหรอคะ” พระพายตะกุกตะกักถามเรื่องที่รู้ๆ กันอยู่ ไม่อย่างนั้นอาพสุคงไม่ส่งเด็กในไร่หน้าบูดมาที่สนามบิน แทนที่จะรับเธอด้วยตัวเอง

“ครับ”

และจบคำตอบเพียงแค่นี้ พระพายนั่งลุ้นอีกฝ่ายให้มีคำถามกลับมาบ้าง แต่เงียบกริบ

“เอ้อ... ไร่พสุธาอยู่ไกลไหม” พระพายพยายามต่อ

“จากนี่ไปอีกชั่วโมงกว่า”

“โห ไกลจัง เห็นพ่อบอกว่าอยู่ในหุบเขาเลยเหรอคะ ที่นั่นจะต้องสวยมากแน่ๆ”

“อืม”

“แต่ช่วงนี้หน้าร้อน แขกไม่น่าจะเยอะนะคะ”

“ก็มีมาเรื่อยๆ”

“ไม่เคยมาเชียงรายเลยค่ะ มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง”

“ก็น่าเที่ยวหลายแห่ง”

“ใกล้ๆ ที่พักมีที่ช้อปปิ้งไหมคะ”

“ไม่มี”

“แล้วจะช้อปที่ไหนได้บ้าง”

“ไม่แน่ใจ”

อะไรของหมอนี่นะ โกรธใครมาจากไหน ถามคำตอบครึ่งคำ พระพายสงสัยว่าเธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรือเปล่า

เธอมองลำแขนบึกบึนเหยียดออกมาที่แผงคอนโทรลหน้ารถ แล้วนิ้วเรียวของชายหนุ่มก็กดเปิดปุ่มวิทยุ เสียงเพลงฮิตในอดีตจากช่องเพลงสากลดังออกมาตัดบรรยากาศอึม ครึม เป็นอันประกาศอ้อมๆ แต่ชัดเจนว่าไม่ต้องการสนทนาด้วย พระพายจึงล้มเลิกความพยายามผูกมิตรแล้วล่าถอยกลับไปสู่มุมสงบที่ซอกหลืบข้างประตู ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรอีก

หลังจากรถวิ่งอยู่เป็นเวลานานจนพระพายโงกเงกหลับไปบ้างด้วยความเบื่อ ในที่สุดรถก็เปลี่ยนทิศการวิ่งจากถนนสายหลักเข้าถนนโรยกรวดสายแคบๆ ขนาบสองข้างด้วยทุ่งหญ้าแห้งสลับกับไร่ข้าวโพดเป็นสีน้ำตาล แดดยามบ่ายสาดเข้ามาจากหน้าต่างทางฝั่งพระพายจนตาพร่า หลังจากยกมือขึ้นป้องหน้าสู้แสงแดดเจิดจ้าไปได้สักพัก รถจี๊ปเชอโรกีสีน้ำเงินก็เลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าไร่ที่ทำเป็นแผ่นป้ายขนาดใหญ่ตั้งบนเสาสองต้น บนป้ายมีตัวหนังสือสีเขียวสลักบนพื้นไม้สีน้ำตาลว่า

“ไร่พสุธา โฮมสเตย์”

โฮมสเตย์? ไหนพ่อบอกว่าเป็นรีสอร์ตไง

เอาเถอะ เธอเคยไปพักโฮมสเตย์ดีๆ หลายแห่ง แม้ว่าจะไม่หรูหราเท่าโรงแรมหรือรีสอร์ตห้าดาว แต่ความสวยงามและสะดวกสบายไม่ต่างกันนักหรอก

ทิวทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนไป กลายเป็นผืนหญ้าเขียวชอุ่มกำลังโอนเอนเลี้ยวลดในทิศทางเดียวกับสายลม พระพายกดปุ่มเปิดหน้าต่าง สายลมอ่อนโชยระไปตามผิว ชวนให้สบายสดชื่นจนลืมเรื่องปวดใจที่เกิดขึ้นได้ชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงล้อรถจี๊ปบดกับไปถนนโรยกรวด มีเสียงแผ่วเบาของใบไม้ร่วงและกิ่งก้านเสียดสีตามแรงลม เป็นเสียงแห่งความสงบที่หาได้ยากยิ่งในเมือง

รถจี๊ปแล่นเข้าจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่โปร่งโล่งคล้ายร้านอาหาร ก่อด้วยไม้เนื้อหยาบทั้งหลัง ดูแล้วน่าจะเป็นเรือนสำหรับต้อนรับแขก เมื่อดับเครื่องยนต์แล้ว ชายหนุ่มร่างใหญ่ก็ลงจากรถไปอย่างว่องไว พระพายค่อยๆ ไต่ลงมาจากรถบ้างแล้วบิดตัวให้คลายความเมื่อยขบ ยังไม่ทันได้ยืดแข้งยืดขาดี เขาก็เดินมายืนตรงหน้าเธอ สะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่ไหล่กว้างเรียบร้อย

“ผมจะพาไปที่พัก” พูดจบประโยคก็หลังหันเดินต่อโดยไม่รอฟังคำตอบของอีกฝ่าย

“เดี๋ยวค่ะ” พระพายรีบซอยเท้าตามไปติดๆ แล้วพูดใส่แผ่นหลังของเขาว่า “ที่พักไว้ไปทีหลังได้ไหมคะ ฉันอยากขอพบอาพสุธาก่อน”

ร่างสูงถึงกับชะงักเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้า แล้วเหลียวหลังหันควับกลับมาพร้อมสีหน้าประหลาดใจสุดขีด คิ้วเข้มขมวดและมองเธอด้วยสายตางุนงง

“จะพบใครนะ”

“คือว่าพ่อของฉัน... เอ่อ คุณวสันต์ โทร.มาฝากฝังให้ฉันมาพักอยู่กับอาพสุธาค่ะ... แต่เป็นการฝากฝังแบบค่อนข้างจะกะทันหันอยู่สักหน่อย ฉันก็เลยตั้งใจว่าถ้ามาถึงแล้วจะไปขอบคุณอาพสุก่อน”     

ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วจนหน้ายุ่ง เขาเผยอริมฝีปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แล้วตอนนั้นก็มีเสียงเรียกเข้ามาขัดจังหวะมาจากเรือนไม้หลังใหญ่

“พี่ดิน!”

เด็กหนุ่มวัยรุ่นรูปร่างผอมบาง สวมเสื้อขาวกับกางเกงผ้าสีดำเหมือนนักศึกษาวิ่งซอยเท้าลงบันไดมาจากเรือนไม้หลังใหญ่ ผิวดำคล้ำบ่งบอกว่าเป็นลูกชาวไร่ชาวนาเต็มตัว ผิดกับหนุ่มร่างใหญ่ที่แม้ดูคล้ำแดดจนเป็นสีแทน แต่ก็ดูออกว่าเป็นเพราะใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งมากกว่าเป็นสีผิวคล้ำแต่กำเนิด

“เฮ้อ ค่อยยังชั่ว พี่ดินกลับมาสักที” เขาพูดพร้อมเดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหา 

“มีอะไร เจ้าภู” 

“คุณเมฆาจากไร่องุ่นฮอไรซอนมารอพี่ดินตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน บ่นโวยวายใหญ่ว่าทำไมพี่ดินไม่อยู่ต้อนรับ บอกว่านัดกันแล้วว่าวันนี้จะเข้ามาหาที่ไร่ตอนบ่ายสองโมง”

“อะไรกัน เมื่อวานโทร.มาบอกเองว่าจะแวะมาตอนสี่โมงไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกชื่อว่าดินยกข้อมือบึกขึ้นมองนาฬิกาเรือนสีดำที่บอกเวลาสามโมงเศษ

“พี่ดินขึ้นไปหาคุณเมฆาก่อนเถอะ ก่อนที่แกจะอารมณ์เสียกว่านี้” แล้วเด็กหนุ่มก็ชะเง้อข้ามลำตัวกว้างของอีกฝ่าย สายตาจ้องตรงมาที่พระพายด้วยท่าทางสนอกสนใจ “แขกเข้าใหม่เหรอพี่ ผมพาไปส่งที่พักให้ไหม” 

“เออ แกช่วยจัดการให้ที พาไปที่บ้านหลังนั้นที่ให้แกทำความสะอาดเมื่อเช้านะ” ชายหนุ่มร่างสูงอธิบายสั้นๆ พร้อมกับปลดสายกระเป๋าใบใหญ่จากไหล่แล้วยื่นให้เด็กหนุ่ม

“ได้ฮะ” 

เมื่อสั่งการเสร็จ เขาก็หันหลังเดินขึ้นบันไดเรือนหลังใหญ่ไปทันที 

“เอ้อ ดะ เดี๋ยวค่ะ...” พระพายพยายามเรียกเขาไว้แต่ไม่ทันแล้ว เงาร่างสูงใหญ่เดินขึ้นเรือนและคล้อยหลังไปอย่างรวดเร็ว   

***********************

เอ่อ อะไรกันค้าาา??? 

มารับก็ไม่พูดไม่จา พามาถึงไร่ก็หายแว้บไป อะไรของหมอนี่น้อ

 

สนใจสั่งซื้อเล่มได้ที่เพจศิวารินทร์

https://www.facebook.com/lovenovel.writer/

นิยายเรื่องนี้มีโปรร่วมกับสัปดาห์หนังสือที่บ้านของ MEB ด้วยนะคะ

ดาวน์โหลด ebook ในราคาพิเศษได้เลยค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

574 ความคิดเห็น