[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 8 : SIX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

ไฟในห้องกลับมาสว่างอีกครั้ง

และช่างเป็นโชคดีของจอร์จิน่าที่มือของเธอเป็นอิสระ และรอดจากการกดทับที่รุนแรงมาได้ฉิวเฉียด ร่างสูงยกปลายเท้าออกจากมือของเธอ ก่อนที่จอร์จิน่าจะทันได้เห็นใบหน้าใต้หมวกนั้น ก็พลาดไปอีกตามเคย เพราะคนที่ยืนอยู่ยกแขนขึ้นปิดใบหน้าอย่างรู้งาน พร้อมสบถคำหยาบ

“บ้าเอ๊ย! สิบนาทีแล้วหรอ?!” ร่างนั้นพูด ก่อนจะพรวดหลบเข้าไปในห้องน้ำ

จอร์จิน่าเจ็บหนึบไปหมดทั้งตัว แถมยังจุกที่ท้องราวกับมีคนมานั่งทับตลอดเวลา เธอแทบไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นยืนได้เลย แต่ถึงอย่างนั้นจอร์จิน่าก็พยายามพยุงร่างตัวเองที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้นนั่ง เธอนิ่วหน้าทุกครั้งที่ขยับร่างกาย มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน มือทั้งสองข้างของจอร์จิน่าเกาะที่เบาะนั่งโซฟาตรงปลายเตียง เธอเอาหลังพิงอยู่ตรงนั้นอย่างอาลัยในความไร้เรี่ยวแรงของร่างกายที่ไม่สามารถขยับไปไหนได้ไกลกว่านั้น

จอร์จิน่า เธอมันน่าสมเพชจริงๆ ขนาดสบโอกาสหนีแล้วแท้ๆ ยังไม่มีปัญญา

เธอด่าตัวเองในใจ

“จอร์จิน่า!”

“…!!”

เสียงของแคโรไลน์ดังขึ้นมาจากด้านล่าง จอร์จิน่าดีใจราวกับได้ยินเสียงระฆังจากสวรรค์ แต่จะว่าไปยัยนั่นมาเร็วกว่าที่คิด หายตัวมาหรือไงกันนะ?



มันเป็นเหตุบังเอิญ

และเป็นเหตุบังเอิญที่ช่างประจวบเหมาะ จอร์จิน่าทำตัวผิดปกติที่ตรอกเมื่อเย็นวัน หลังจากที่ส่งจอร์จิน่าเข้าห้อง แคโรไลน์ก็หวังเอาไว้ว่าจะอยู่เฝ้าเธออีกสักหน่อย แต่ถ้าให้อีกคนรู้คงจะดื้อเถียงหัวชนฝา เพราะฉะนั้นแคโรไลน์เลยต้องลงมานั่งเฝ้าที่ล็อบบี้ด้านล่างของตึก และเหตุบังเอิญก็เกิดขึ้นอีกต่อหนึ่งคือ เมื่อผ่านไปเกือบสามชั่วโมงได้ จอร์แดนก็โทรหาเธอ บอกว่าลืมหนังสือเอาไว้ที่เพนท์เฮ้าส์ของพี่สาว เขาวานให้แคโรไลน์เอาไปให้เขาที่สถานบำบัดพรุ่งนี้ เพราะอยากอ่านภาคต่อของหนังสือเล่มนั้นใจจะขาด และเขาไม่รู้ว่าแคโรไลน์เลิกงานกี่โมง นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี เธอจะได้ถือโอกาสนี้ไปตรวจสอบที่ห้องจอร์จิน่าอีกครั้ง

และตอนนั้นเองที่แคโรไลน์ขึ้นลิฟต์ส่วนตัวมาถึงชั้นที่สามสิบห้า จอร์จิน่าก็โทรเข้ามาหาเธอ

[แคโรไลน์….!]

[ช่วยด้วย! มีคนบุกเข้ามาทำร้ายฉัน….!]

[ไม่นะ…อย่า!]

แคโรไลน์ไม่ทันจะรู้เรื่องอะไรเลย น้ำเสียงของจอร์จิน่าดูตื่นกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แคโรไลน์พยายามจะพูดสื่อสารกับอีกคน เธอได้ยินเสียงอะไรสักอย่างพัง และจอร์จิน่าร้องเสียงหลงก่อนที่สายจะตัดไป เท่านั้นแหละที่แคโรไลน์เหลือบมองชั้นลิฟต์ เธอเองก็กลัวเช่นกันกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอเคยโดนกดดันในหลายๆ อย่างตอนเป็นเอฟบีไอ แต่ตอนนี้คนที่โดนทำร้ายเป็นเจ้านายของเธอ และใกล้ตัวที่สุด แคโรไลน์ไม่เคยเป็นกังวลขนาดนี้มาก่อน ลิฟต์ในตอนนี้ช่างเชื่องช้าอย่างกับผ่านไปเป็นศตวรรษ แคโรไลน์หันไปบีบราวเหล็กในลิฟต์เพื่อข่มอารมณ์เดือดดาลและหวั่นใจในคราวเดียวกัน

เมื่อเสียงลิฟต์ดังและเปิดออก แคโรไลน์วิ่งพรวดออกไปอย่างเร็ว เธอเปิดประตูห้องออกด้วยคีย์การ์ด สภาพภายในห้องทำให้แคโรไลน์ต้องอ้าปากค้าง ที่โซนครัวข้าวของตกเกลื่อนกระจัดกระจาย ทั้งเศษแก้วแตก และผลไม้ที่ตกช้ำเกินจะกินได้ และที่ดึงความสนใจของแคโรไลน์คือ ชามดินเผาเคลือบสีขาวมีเลือดข้นสีแดงสดติดอยู่

หวังว่าจะไม่ใช่ของจอร์จิน่านะ

แคโรไลน์เดินเข้ามาภายในห้องอีกเล็กน้อย และเห็นหน้าจอทีวียักษ์ที่จอร์แดนภูมิใจหนักหนาแตกละเอียด มีแจกันตกแตกอยู่ข้างๆ น่าจะเกิดจากการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด ที่พรมสีขาวมีเลือดอยู่หย่อมหนึ่ง สภาพห้องมันแย่กว่าที่คิด แคโรไลน์ไม่เคยสติแตกขนาดนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เธอเป็นแล้ว

“จอร์จิน่า!” เธอไม่สามารถเข้ามาเงียบๆ ได้อีกต่อไป เหตุการณ์มันเลวร้ายมาก เธอกลัว และแน่นอนว่าไม่ได้กลัวที่ใครจะโผล่มาฆ่าเธอ แต่กลัวว่าจอร์จิน่าจะเป็นอันตรายต่างหาก

“ฉัน…ยะ อยู่ข้างบน!”

“…!” แคโรไลน์ได้ยินอีกคนเปล่งเสียงอย่างยากลำบากดังมาจากข้างบน เป็นเสียงของจอร์จิน่าไม่ผิดเพี้ยนแน่ ตอนนั้นเองที่แคโรไลน์โฉบขึ้นข้างบนอย่างรวดเร็ว ห้องของจอร์จิน่าลูกบิดพัง แคโรไลน์เปิดประตูที่แง้มๆ ออกและแทรกตัวเข้าไปทันที

“จอร์จิน่า…คุณ…” แคโรไลน์ดีใจที่เห็นอีกคนปลอดภัย แต่เธอไม่สามารถพูดคำว่า ‘คุณไม่เป็นไรนะ’ ออกมา เพราะสภาพของจอร์จิน่าถือว่าหนักพอสมควร มุมปากแตก แก้มทั้งสองข้างฟกช้ำ ที่แก้มซ้ายมีรอยปาดของมีคมไม่ลึกมาก แต่มีรอยเลือดที่หน้าซึ่งแคโรไลน์ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเลือดของใคร เนื้อตัวของเธอช้ำที่แขนมากกว่าส่วนอื่นๆ เธอนั่งพิงโซฟาอยู่ที่พื้น

แคโรไลน์ถลาเข้าไปหาร่างนั้น เธอนั่งลงข้างๆ ร่างที่อ่อนปวกเปียก

“เดี๋ยว…” เสียงของจอร์จิน่าเบาราวกับกระซิบ เธอพยายามยกแขนขึ้น เหมือนกำลังจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับเธอ แต่มันไม่ทันการ

“…!” เสียงบางอย่างพุ่งออกมาจากห้องน้ำ ขาของใครบางคนกะจะฟาดเข้าที่หน้าของแคโรไลน์ แต่อีกคนก็รวดเร็วพอกัน แคโรไลน์ปัดเท้านั้นออกด้วยแขน เธอลุกขึ้นยืนออกห่างจากจอร์จิน่าเพื่อที่จะได้ตั้งรับการจู่โจมระลอกใหม่

ผู้หญิง?

แคโรไลน์จ้องมองร่างนั้น เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างตัวสูง สวมชุดดำทั้งหมด รวมไปถึงหมวกสีดำ และผ้าปิดปากสีเดียวกัน แคโรไลน์มองเห็นแค่ผมสีบลอนด์ของเธอ และดวงตาสีน้ำเงินเข้มดุดัน แถมผู้หญิงคนนี้ยังตัวสูงพอๆ กับเธออีกด้วย

ไม่ทันที่แคโรไลน์ได้พิจารณารูปลักษณ์ไปมากกว่านี้ ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาใส่เธอด้วยความเร็ว แคโรไลน์ตั้งรับ หักหลบ และฟาดศอกใส่กลางหลังอีกคนอย่างแรง จนร่างนั้นเกือบหน้าคว่ำ แต่ร่างนั้นก็ยังอุตส่าห์ตั้งหลักได้ทันและตวัดขาเตะเข้าใส่ลำตัวของแคโรไลน์อย่างรวดเร็ว แรงนั้นหนักเอาการเลยทีเดียว เมื่อรู้ว่าต่างฝ่ายต่างเอาจริง ร่างนั้นเป็นฝ่ายปล่อยหมัด เท้า รัวเร็ว และหนักหน่วง ส่วนแคโรไลน์เธอตั้งรับได้สบายอยู่แล้ว ขอแค่อย่าพลาดเป็นพอ

การต่อสู้ของทั้งสองคนสูสีกันมาก เมื่ออีกคนถูกฝึกมาเพื่อทำร้าย และอีกฝ่ายฝึกมาเพื่อปกป้อง ต่างฝ่ายเปลี่ยนกันรุกและรับหมัดของกันและกัน แคโรไลน์ได้เปรียบในตอนนั้น มีช่องโหว่โผล่เข้ามาเพียงเสี้ยววินาที แคโรไลน์ถีบเข้าที่กลางอกของร่างนั้น อีกคนซวดเซ และไม่ยอมแพ้ เธอโมโห แคโรไลน์จับสังเกตได้ เพราะไม่อย่างนั้นเธอไม่หยิบปืนออกมาและเล็งอย่างรวดเร็วที่ตรงหน้าแคโรไลน์และลั่นไก แต่อีกคนที่เตรียมตัวตั้งรับก็เร็วพอกัน จังหวะที่ร่างนั้นลั่นไก แคโรไลน์ ปัดปลายกระบอกปืนออกทำให้ปลายปืนเฉไปอีกทาง เสียงดังปัง พร้อมกับวิถีกระสุนที่แฉลบไปโดนประตูห้องเสื้อผ้าของจอร์จิน่า แคโรไลน์บิดข้อมือของเธอคนนั้นและกระแทกมันเข้าขอบโต๊ะวางแจกันสามทีกว่าปืนจะหล่นออกจากมือ แต่แคโรไลน์ก็แลกมาด้วยหมัดหนึ่ง ที่สวนเข้ากลางจมูกของเธอ

เลือดไหลออกมาพร้อมด้วยเสียงลั่นกร๊อบ ตรงนั้นชาชั่วขณะ และแคโรไลน์เห็นดาวลอยเต็มหน้า

จมูกของเธอหัก ได้รับการยืนยันจากความเจ็บชาที่ตามมา

แคโรไลน์โดนถีบออกจากตัวอย่างแรงจนเธอล้มหงายหลังลงพื้น และรับแรงกระแทกอย่างเต็มแรงเข้าที่หน้าอกจากเข่าของร่างนั้น เธอกระแทกลงมาอย่างแรงจนแคไลน์ร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด เธอไม่รู้ว่าตัวเองร้องดังแค่ไหน แต่มากพอที่จะเห็นสีหน้าของจอร์จิน่าตื่นกลัว

“เธอแพ้ ฉันจะไล่ออก”

เสียงของจอร์จิน่าลอดเข้ามาในหู แคโรไลน์อยากจะหัวเราะ แม้ในสถานการณ์แบบนี้ยังคิดจะไล่เธอออกอยู่อีก แต่ถึงอย่างนั้นก็เหมือนกับเป็นแรงส่งในแคโรไลน์สู้ต่อไป เธอคว้าหมับเข้าที่คอเสื้ออีกคนที่อยู่บนร่างของเธอส่งแรงรัดและบีบทำให้อีกคนหายใจติดขัด เมื่ออีกคนก้มลงแคโรไลน์เอาหน้าผากของเธอกระแทกกลับคืนเข้าที่ตรงจมูกร่างนั้นเช่นกัน อีกคนร้องออกมาพร้อมด้วยเลือดที่หยดลงมาโดนใบหน้าของแคโรไลน์ เธอพลิกร่างกลิ้งออกมาเมื่อเห็นอีกคนเสียการทรงตัว และอัดกำปั้นเข้าที่กกหูสองครั้งติดกัน มันตรงกับตำแหน่งที่หัวแตกของร่างนั้นพอดี

ร่างนั้นร่วงลงพื้นเนื่องจากมันโดนเข้าที่จุดสำคัญของเธอ แคโรไลน์พยายามจะจับ แต่เธอดิ้นและคำรามเสียงดัง ถีบแคโรไลน์ออกห่างจากตัว และหนีออกจากห้อง แต่ออกนอกห้องไม่ได้ไกลเท่าไหร่แคโรไลน์ก็พุ่งตัวเข้าใส่ ล้มลงคว่ำหน้าไปกับพื้นทั้งสองคน โดยมีแคโรไลน์นอนทับอยู่ด้านบน

“นังบ้า ปล่อย!” เป็นครั้งแรงที่แคโรไลน์ได้ยินเสียงสำเนียงรัสเซียออกจากปากของผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่าง

“ปล่อยให้เธอวกกลับมาทำร้ายหรือไง”

เธอดิ้นคลุกคลัก พยายามจะสะบัดตัวออก และทันใดนั้นเอง


ปัง! ปัง! ปัง!


เสียงปืนสามนัดติดดังสวนขึ้นมาจากเชิงบันไดชั้นล่าง เจาะเข้าที่ผนังปูนเป็นรอย แคโรไลน์ฉลาดพอที่จะรู้ว่าคนที่ยิงขึ้นมาไม่ใช่ฝ่ายเดียวกับเธอแน่ เธอจึงกลิ้งตัวจากผู้หญิงคนนั้นหลบฉากเข้าไปในห้องของจอร์จิน่า แคโรไลน์รีบรุดมาหยิบปืนที่ตกอยู่ พร้อมกับมองจอร์จิน่าแวบหนึ่ง เธอกลัวจนตัวสั่น และไม่มีเรี่ยวแรงที่จะหลบด้วยซ้ำ อย่างน้อยสิ่งที่แคโรไลน์จะทำในตอนนี้คือ ห้ามให้คนพวกนั้นเข้ามาในห้อง เธอจะต้านพวกมันเอาไว้ ไม่ว่าจะมีกันกี่คน

แคโรไลน์วิ่งออกไปหลบที่ประตู เตรียมจะยิงกลับ แต่ปรากฏว่าร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าประตูหายไป

พวกมันมีกันถึงสองคน! กะจะฆ่ากันให้ตายจริงๆ น่ะหรอ? มันเรื่องอะไรกัน?!

แคโรไลน์เห็นหลังพวกนั้นแวบๆ หลบลงไปชั้นล่าง เธอกะจะตามไป แต่เสียงของจอร์จิน่าเรียกเอาไว้

“อย่า…อย่าไป”

แคโรไลน์ชะงัก ก่อนจะเดินเข้ามาดูอาการจอร์จิน่าอีกครั้ง ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นมา

“อย่างทิ้ง…ฉัน ไว้คนเดียว”

“ไม่ ฉันไม่ทิ้งคุณหรอกค่ะ” แคโรไลน์พยักหน้าจริงจัง เธอพยายามพูดเสียงเบาปลอบโยนเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะควักมือถือออกจากกระเป๋าและต่อสายหาอีกคน

“แกรี่ ฉันต้องการคุณด่วนเลยตอนนี้ เกิดเรื่องที่เพนท์เฮ้าส์….รีบมาด่วนเลยอย่าเพิ่งถามอะไร” แคโรไลน์วางสายจากอีกคนก่อนจะโทร อีกเบอร์จอร์จิน่าส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง

“ห้ามแจ้งตำรวจนะ”

“อะไรนะ คุณเกือบจะแย่ขนาดนี้”

“ไม่ห้ามเด็ดขาด เธอต้องฟังฉันสักเรื่องซิ”

แคโรไลน์ลดมือถือลง ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าจอร์จิน่าต้องการอะไรกันแน่ เธอยกแขนเสื้อเช็ดเลือดตัวเองที่ไหลออกจากจมูก และแน่นอนว่ามันไหลออกมาอีกครั้ง จอร์จิน่าหันมามองเธอด้วยสายตาเลื่อนลอยคล้ายจะหลับ เธอเจ็บหนักมากจริงๆ

“ฉันเพิ่งเข้าใจว่าเธอเหมาะเป็นเอฟบีไอก็วันนี้แหละ เธอได้พลังมาจากไหนถึงได้ถึกขนาดนั้น” อีกคนอ่อนแรงที่จะพูดแต่ก็ยังปากเก่ง แคโรไลน์เผลอยิ้มออกมา

“คุณควรจะฝึกป้องกันตัวบ้างนะคะ จะได้ไม่เละเป็นผักแบบนี้”

เธอนิ่วหน้าหวังจะตะโกนด่า แต่เพราะความเจ็บเธอจึงแสดงท่าทีแบบนั้นไม่ได้ ตาของเธอหลับลง แต่ปากยังคงพูดงึมงำ

“ถ้าฉันหลับ ฉันจะตายหรือเปล่า…ฉันยังไม่อยากตาย” เธอพยายามลืมตาอีกครั้ง

“ไม่ คุณจะไม่ตายหรอก แต่ฉันก็ยังไม่อยากให้คุณหลับอยู่ดี”

“ตาฉันเหมือนมีก้อนหินมาถ่วง ทำไมตัวขยับไม่ได้ล่ะ…” เสียงนั้นหงุดหงิดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เปลือกตาจะหลับลง



จอร์จิน่าฝัน

เธอฝันแบบนี้ซ้ำๆ กันมาหลายครั้ง เธอฝันว่าตัวเองเดินอยู่ในสถานที่มืดมิด ทางยาวสีดำทอดยาวไม่มีสิ้นสุด บางครั้งจะมีแสงสว่างที่ปลายทาง แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้มันก็ดับลงทุกที แต่มันก็แปลกเมื่อเธอคิดที่จะสิ้นหวังแสงสว่างสีนวลนั้นก็จะปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ แต่น่าเศร้าที่มันหายไป มันอยู่กับเธอเพียงชั่วครู่เท่านั้น ลมหนาวพัดเข้ามาอีกระลอกจอร์จิน่ารู้สึกเหน็บหนาว เธอนั่งลงกับพื้นสีดำสนิทขดตัวอยู่ตรงนั้น

แสงนั้นดับลง จอร์จิน่าซุกหน้าลงหัวเข่าของตัวเอง เนิ่นนาน จนมันปรากฏอีกครั้ง และตอนนั้นเองที่จอร์จิน่าคิดได้ หากเธอเดินต่อไปแบบนี้ชาติหน้าก็คงไม่ถึงแสงนั้นมันอาจจะดับอีก เธอต้องวิ่ง ใช่! เธอจะลองวิ่ง

หยุดสิ้นหวัง และเริ่มทำอะไรจริงจังสักที

เธอสั่งตัวเองและออกตัววิ่ง ฝีเท้าเร็วสม่ำเสมอ แสงนั้นขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเธอกำลังจะใกล้มันเข้าไป ใช่แล้ว เธอกำลังจะถึงแล้ว แสงตรงนั้น

อ๊ะ…!

เธอเกือบจะถึงมันแล้ว เธอเห็นว่าข้างหน้าของเธอคือประตูที่ส่องแสงสว่างไสว แต่มีอะไรสักอย่างผลักเธอจนหน้าคว่ำลงพื้น จอร์จิน่าหันหลังไปมองความมืดสีดำที่ข้างหลังของเธอ เงาสีดำน่ากลัวกระชากผมของเธอขึ้น แล้วกระซิบข้างหู

‘ฉันชอบแมว เธอไม่ชอบหรอ?’

ไม่!

จอร์จิน่ารู้สึกหัวใจเต้นสูบฉีด เธอไม่เคยใจเต้นแรงจนเกือบจะทะลักออกมาจากอก



“ไม่! อย่านะ!!” จอร์จิน่าคว้ามือไปกลางอากาศ ส่งเสียงร้องอย่างดังที่สุด แต่รู้สึกเจ็บคอมหาศาล

“เหวอ! มิสเวสท์ฟื้นแล้วครับ”

จอร์จิน่าหายใจหอบถี่ มือทั้งสองของใครสักคนกุมมือเธอเอาไว้กลางอากาศ

มือของคนสองคน

จอร์จิน่าหันไปมองข้างเตียง เพื่อมองดูเจ้าของมือเรียวสวย สองคนยืนอยู่เหนือร่างเธอขึ้นไป

“ลิซ…เบคก้า”

สองคนน้ำตาคลอเมื่อได้ยินเสียงของเธอ

“เป็นยังไงบ้าง พวกเราเป็นห่วงแทบแย่” รีเบคก้าเอ่ยขึ้น พร้อมกับน้ำตาที่หยดลง เพื่อนคนนี้ของเธออ่อนโยนเสมอ ส่วนเอลิซาเบธกำลังยิ้มให้กำลังใจเธอ และส่งมือมาลูบที่หัวของจอร์จิน่าเบาๆ จอร์จิน่ามองที่อีกข้างของเตียงเห็นป้าแอนเน็ตนั่งตาบวมผ่านการร้องไห้อย่างหนักเช่นกัน ที่ปลายเตียงแคโรไลน์ยืนนิ่งอยู่เช่นเคย ใบหน้าคมสวยของเธอมีรอยฟกช้ำ จมูกคงหักเพราะมีปลาสเตอร์แปะเอาไว้ และแกรี่เขายืนอยู่ข้างแคโรไลน์ถ้าทำได้เขาคงกระโดดด้วยความดีใจที่เห็นเธอฟื้น แต่เวลานี้เขายิ้มอย่างตื้นตันใจราวกับว่าลูกสาวของเขากล่าวสุนทรพจน์ในวันจบการศึกษา

“ฉันเจ็บ เจ็บมากเลย” จอร์จิน่าไม่ต้องเอ่ยให้เสียเวลาก็รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน กลิ่นยาปฏิชีวนะตลบอบอวลแม้จะในห้องวีไอพี ห้องสีขาวแสบตา เธออยู่โรงพยาบาล

“ก็ควรจะเจ็บอยู่หรอก แกรี่บอกฉันว่า ตอนเขาเห็นสภาพเธอ เขาแทบจะเป็นลม” เอลิซาเบธทำให้แกรี่ทำหน้าจ๋อยด้วยความเขินอาย เขาเกือบจะเป็นลมจริงๆ เมื่อเห็นเจ้านายของเขาสะบักสะบอมขนาดนั้น

“คุณหนูหลับมาสองวันแล้วนะคะ พวกเราทุกคนเป็นห่วงกันมากเลย” ป้าแอนเน็ตพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะลุกจากที่นั่งแล้วหาน้ำให้จอร์จิน่าจิบสักนิด อีกคนทำตามไม่ขัดอะไร เพราะเธอรู้สึกคอแห้งมากเหมือนกัน ป้าแอนเน็ตออกคำสั่งกับแกรี่ให้ไปตามหมอมาตรวจร่างกายของจอร์จิน่า

“ฉันหลับไปนานขนาดนี้มีคนรู้เรื่องหรือเปล่า?”

เอลิซาเบธชิงพูดขึ้นอย่างรู้ทัน “ถ้าเธอหมายถึงสื่อล่ะก็ ไม่หรอก ต้องขอบคุณคุณแคโรไลน์ที่ไม่ได้ส่งเธอไปโรงพยาบาลชื่อดัง ไม่อย่างนั้นคงเป็นข่าวดังไปแล้ว ส่วนเรื่องที่ทำงาน คุณแคโรไลน์ก็จัดการให้เธอเรียบร้อยแล้ว เธอป่วยต้องการพักผ่อนสักอาทิตย์ ทิ้งงานไปสักอาทิยต์ก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกนะ”

จอร์จิน่าพยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่หมอจะเข้ามาตรวจอาการ และบอกว่าเธอไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการฟกช้ำและอักเสบเสียมากกว่า หนักสุดคงเป็นที่ท้องเพราะจอร์จิน่าลุกนั่งลำบากสุดๆ เธอคิดว่าตัวเองจะกระดูกแตกหักไปสองสามชิ้นหลังจากที่โดนซ้อมมาอย่างหนัก แต่มันคนละเรื่องเลย เธอฟกช้ำก็จริง แต่มันเจ็บและช้ำในหนักมาก ที่คอของเธอก็เจ็บมากเช่นเดียวกัน คอของเธออักเสบ พูดได้ แต่ตะโกนขึ้นเสียงแล้วเจ็บแปล๊บขึ้นมา เธอไม่ชอบเลย เพราะคนอย่างจอร์จิน่า เวสท์ ต้องขึ้นเสียงอยู่ตลอดเวลา

“เอาล่ะ เล่าทุกอย่างให้ฟังเดี๋ยวนี้เลย ว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง” รีเบคก้าโผงออกมาก่อนเพื่อน หลังจากที่หมอออกไปจากห้อง เธอคงทนไม่ไหวและอยากรู้เรื่องส่วนที่เหลือจากจอร์จิน่า เพราะบางส่วนแคโรไลน์ก็เล่าให้ฟังคร่าวๆ แล้ว

“ก็ได้…ฉันเจอยัยโรคจิตนั่นที่ตรอกร้านเบเกอรี่ เธอแต่งตัวเหมือนกับไปงานเลี้ยง ดูไม่ใช่คนร้ายเลยสักนิด”

แคโรไลน์ขัดขึ้น “นั่นคือเรื่องที่คุณไม่บอกฉันหรอคะ? คุณควรจะบอก และที่สำคัญฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะตามคุณตั้งแต่ตอนไปทานมื้อค่ำกับคุณวาเนสซ่าด้วยก็ได้”

จอร์จิน่าหันขวับ ตวาดสายตาไปที่แคโรไลน์ อีกคนไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

“เดี๋ยวนะ…ขอออกนอกประเด็น วาเนสซ่าไหน…วาเนสซ่า ซอว์เยอร์?” เอลิซาเบธหันมาทางจอร์จิน่าแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่เธอ รีเบคก้าส่งเสียง วู้ แกล้งเธอ

“ไหนว่าไม่มีอะไรในกอไผ่”

“เงียบน่าลิซ เบคก้า ฉันไม่ได้ทำอะไรอย่างที่พวกเธอคิดสักหน่อย และอีกอย่างพวกเธอจะฟังต่อมั๊ย?” จอร์จิน่าส่งเสียงดุ เอลิซาเบธยกมือยอมแพ้ รีเบคก้าปิดปากเงียบ

“ฉันเจอยัยนั่นที่ตรอก และที่ไม่ได้บอกแคโรไลน์ก็เพราะ ฉันคิดว่ามันคงเป็นการเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง ก็ฉันยังไม่แน่ใจนี่หน่า ฉันไม่สามารถจะฟันธงเหตุการณ์แบบนั้นได้ จนกระทั่งยัยนั่นบุกมาที่เพนท์เฮ้าส์ จะว่าไปฉันจำกลิ่นน้ำหอมได้ ผู้หญิงคนนั้นฉีดน้ำหอมของวาเลนติโน่ ละ และชอบแมว เธอบอกกับฉันว่า ไม่ได้คิดจะฆ่าแค่มาข่มขู่ ยังไม่ถึงเวลาตายของฉัน แล้วก็พูดเกี่ยวกับคอลัมน์ของฉันด้วย”

“ไม่แลกใจเลยจีน่า คนบางคนที่โดนเธอแฉส่งคนมาจัดการเธอ ก็บอกแล้วไงว่าคอลัมน์นั้นมันจะทำให้เธอเป็นอันตรายสักวัน” เอลิซาเบธพูดขึ้นเป็นคนแรก

“ฉันคิดว่าไม่ใช่ ถ้ามันใช่จริงๆ ฉันคงไม่ได้อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก”

“เธออาจจะไปแหย่ผิดคนก็ได้ใครจะไปรู้” รีเบคก้าพูดแทรก เห็นด้วยกับเอลิซาเบธ

“อาจจะเป็นผู้มีอิทธิพลในเรื่องผิดกฎหมายสักคน” แคโรไลน์พูดขึ้นและทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความสนใจในทฤษฎีนั้น

“ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่มือสมัครเล่น เธอฝึกมาอย่างดีเพื่อทำการอะไรสักอย่าง แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ อีกอย่างเธอมีสำเนียงรัสเซีย ตอนฉันอยู่เอฟบีไอเคยประมือกับคนพวกนี้มาก่อน ลักษณะการต่อสู้ของพวกเขาเหมือนกันหมด รวดเร็วและหนักหน่วง”

“ใช่ไง เพราะอย่างนั้นเธอเลยเกือบไม่รอด จนกระทั่งได้ยินคำว่าจะโดนไล่ออกถ้าแพ้ออกมาจากปากของฉัน เธอถึงได้ฮึดสู้” จอร์จิน่าพูดแทรกประชดประชัน แต่ทุกคนไม่ได้สนใจ แคโรไลน์เล่าต่อ

“ที่อันตรายคือ พวกเขาไม่ได้มาคนเดียว และเห็นได้ชัดว่ามีการแฮคเข้าวงจรไฟฟ้าห้องของคุณโดยเฉพาะ ฉันไปตรวจสอบแผงวงจรไฟฟ้ากับช่างที่รับผิดชอบตึก มีเพียงห้องของคุณคนเดียวเท่านั้นที่ไฟดับ แล้วก็กล้องวงจรปิดอีก พวกนั้นไม่ได้สนใจเลย แค่ปิดหน้าปิดตาก็เดินผ่านได้สบายๆ เธอแอบเข้าห้องของคุณตอนที่ป้าแอนเน็ตออกไปซื้อของ และแน่นอนว่าเธอเปิดห้องของคุณได้ง่ายดายโดยมีคีย์การ์ดอีกอัน จากนั้นก็รอคุณอยู่ห้องเพียงลำพัง และจัดการ”

ทุกคนเงียบกริบ ก่อนที่รีเบคก้าจะขยับปากพูดออกมา

“เรื่องมันชักจะน่ากลัวขึ้นทุกที ตำรวจว่ายังไงบ้างคะคุณแคโรไลน์”

“เอ่อ…คุณจอร์จิน่าไม่ให้ฉันแจ้งตำรวจค่ะ”

“ห๊ะ..! นี่…เธอเกือบจะตายเลยนะจีน่า”

“ก็ฉันไม่อยากเป็นข่าว” จอร์จิน่าอยากจะขึ้นเสียงแต่เธอเจ็บคอ

“จะว่าไปก็ถูกนะ ถ้าสื่อรู้เรื่องพวกนี้ไม่ดีหรอก จะขุดคุ้ยอะไรต่อมิอะไรออกมาเยอะมากไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง แต่ถึงยังไงบ้านของเธอก็อันตรายนะจีน่า เธอควรไปพักฟื้นร่างกายให้หายดีก่อน ไปอยู่ที่คฤหาสน์ของฉันก็ได้นะ” เอลิซาเบธเสนอ จอร์จิน่ามีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

“ให้เพดานที่นี่หล่นลงมาทับฉันจะดีกว่าที่จะไปอยู่ร่วมกับยัยเฮเลน”

“ถ้าอย่างนั้นก็บ้านของฉันก็ได้นะ” รีเบคก้าเสนออีกเช่นกัน

“ไม่เอาหรอก”

“แต่คุณหนูคะ ป้าว่ามันอันตรายหากจะอยู่บ้านคนเดียวตามลำพัง”

“คุณคงต้องไปอยู่ที่ควีน บ้านที่แท้จริงของคุณ” แคโรไลน์แทรกขึ้น

“ไม่ ฉันจะอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของฉันที่อัปเปอร์เวสต์ไซด์ แมนแฮตตันนี่แหละ ฉันไม่ไปไหนแน่” จอร์จิน่าส่งเสียงเด็ดขาด แคโรไลน์มองหน้าเธอนิ่งไม่ได้พูดอะไรออกมาก แต่จอร์จิน่าคิดว่ารายนั้นคงจะแอบหมั่นไส้เธออยู่ในใจ

“เชื่อฉันซิว่าพ่อของเธอจะต้องยื่นเรื่องขอเธอไปพักฟื้นที่ควีนอย่างไม่ต้องสงสัย เขามาหาเธอทุกวันตอนที่เธอยังไม่ฟื้น และพูดเรื่องนี้จริงจังมาก เขาเป็นห่วงเธอ จอร์แดนเองก็เช่นกันแต่เขามาไม่ได้ ฉันคิดว่าเธอควรจะไปอยู่บ้านสักอาทิตย์นะ บ้านที่แท้จริง” เอลิซาเบธเน้นย้ำ

“พวกเธอทำเหมือนฉันเป็นเด็ก”

“ก็เธอเป็น และเป็นอยู่ตลอด” รีเบคก้าพูดเสริม

จอร์จิน่าไม่สบอารมณ์ เธอขัดใจทุกคนได้ แต่กับพ่อของเธอ เธอไม่มีวันที่จะทำอะไรขัดเขาได้เลย แล้วเรื่องบอดี้การ์ดนี่ก็อีก แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเธอจัดพ่อไม่ได้ จอร์จิน่าไม่อยากไปอยู่กับพ่อสักนิดเดียว เธอเข้าหน้ากับเขาไม่ค่อยได้แม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม


เอลลี่นั่งจมกับอารมณ์เซ็งอย่างถึงที่สุดแม้เซ็นทรัลพาร์คก็ไม่ได้ทำให้เธอใจเย็นลงได้ เมื่ออยู่ๆ สองสามวันก่อนเธอได้รับโทรศัพท์จากบริษัททาดิโอ้ว่าเธอได้ปลิวออกจากตำแหน่งนักศึกษาฝึกงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเธอถามเหตุผลเขา เขาก็ตอบแค่ว่าเป็นความผิดพลาดตอนคัดเลือก เอลลี่แทบไม่อยากจะเชื่อหูบริษัทใหญ่โตขนาดนี้เนี่ยนะจะผิดพลาดเรื่องคัดเลือกนักศึกษาฝึกงาน บ้ามาก! ห่วยแตก! พวกนั้นต้องมีเด็กเส้นอย่างไม่ต้องสงสัย เธอหวังเอาไว้กับบริษัทนี้มาก เอลลี่ชอบการออกแบบซอฟต์แวร์ และแอปพลิเคชัน โอกาสอยู่ตรงหน้าแค่เอื้อม และพวกเขาก็ให้โอกาสนั้นกับเธอ แต่ยังไงล่ะ พวกเขาเขี่ยเธอทิ้งแล้ว

เอลลี่ปาก้อนหินลงน้ำอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะล้มตัวลงนอนแรงๆ บนหญ้านุ่มๆ

“อารมณ์เสียเรื่องเดิมอีกแล้วหรอ?”

“…?!” เอลลี่ลุกขึ้น เมื่อร่างสูงนั่งลงข้างๆ เธอ เคท แฮร์ริงตัน เธอยังคงสวย และนิ่งสงบเหมือนอย่างเคย

“เคท ฉัน…นึกว่าคุณจะมาไม่ได้ซะอีก”

“ฉันต้องมาอยู่แล้ว หลังจากที่รู้ว่าเรื่องที่คุณเล่าให้ฟังมันออกจะดูเกินไปหน่อย”

“ก็จริง…” พ่อของเอลลี่เคยเล่าให้ฟังว่าเคทเป็นนักศึกษาเรียนดี โปรไฟล์เริ่ด เธอได้ไปฝึกงานในบริษัททนายความชื่อดัง และตอนนี้เองเธอก็ถูกทาบทามให้ไปทำงานที่นั่น เอลลี่รู้สึกอิจฉาเธอขึ้นมาจริงๆ

“ฉันอยากฝึกงานที่นั่นจริงๆ วาเนสซ่า ซอว์เยอร์ คือไอดอลของฉันเลยนะคะ ฉันได้ข่าวมาว่าเธอได้ปริญญาเอกด้านคอมพิวเตอร์และไอทีตั้งสามใบ”

“ฉันรู้ค่ะเรื่องนั้น แต่ว่านะ คุณน่าจะลองไปสมัครที่อื่นดูบ้าง มันต้องมีสักที่ที่เลือกคุณ ทาดิโอ้อาจจะไม่ใช่พรหมลิขิตของคุณ แต่ที่อื่นอาจจะใช่ก็ได้นะคะ” เคทยิ้มให้กำลังใจอีกคน

เอลลี่คิดในใจว่า ใช่ซิ ก็เธอได้ฝึกงานในที่ดีๆ เธอก็หาเหตุผลมาอ้างได้

“เพราะงั้น ฉันเลยหาที่ฝึกงานมาให้คุณ อาจจะไม่ถึงขนาดติดอันดับหนึ่งในห้าเหมือนทาดิโอ้ แต่ก็มีชื่อเสียงเช่นเดียวกัน” เคทยื่นเอกสารออกจากกระเป๋าของเธอส่งให้เอลลี่ อีกคนรับมาดูด้วยท่าทีตื่นเต้น นั่นซินะเธอลืมไปเลย เพราะมัวแต่เสียใจเรื่องนี้อยู่จนลืมไปว่าก็มีที่อื่นอยู่เหมือนกัน เธอควรจะตัดใจจากทาดิโอ้ ถึงแม้จะบอกกับพ่อไปแล้วก็ตามว่าเขารับเธอเข้าฝึกงาน แต่เรื่องที่พวกเขาปฏิเสธ เธอยังไม่ได้บอกพ่อเลย เธอตั้งใจจะบอกเย็นนี้

“ฉันขอบคุณคุณมากเลยนะเคท ฉันไม่คิดว่า…” ไม่คิดว่าเธอจะใส่ใจกับฉันขนาดนี้ เอลลี่ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะใส่ใจและทำเพื่อเธอถึงขนาดนี้ เธอเพิ่งจะคบกับเคทในฐานะเพื่อนเมื่อสองอาทิตย์ก่อน เคทดูเป็นคนใจดีเสมอ

“คุณใจดีกับฉันมากจริงๆ เคท”

“ไม่ต้องคิดมากเรื่องนั้นหรอก ฉันเห็นคุณมีกำลังใจจะสู้ต่อแบบนี้ก็ดีใจแล้ว”

“อยากทานอะไรหน่อยมั๊ย? ฉันเริ่มหิวแล้ว คงจะใช้พลังในการคิดมากเกินไป”

เคทหัวเราะก่อนตอบ “ก็ได้นะ แต่ว่าฉันคงอยู่กับคุณได้ไม่นานต้องไปทำงานแล้ว”

เอลลี่ลุกขึ้นยืน และยื่นมือไปให้อีกคนจับ ร่างนั้นลุกขึ้นแล้วเดินคู่ไปกับเอลลี่ เอลลี่พยายามจะขยับเข้าใกล้เคททุกวิถีทาง แต่อีกคนมองเธอเป็นแค่เพื่อนตลอดเวลา แผนการของเธอยังจะได้ผลอีกหรือไม่ ไม่หรอก ต้องได้ซิ! เธออุตส่าห์รับคำท้าเพื่อถึงขนาดนั้นแล้ว มันก็แค่ต้องใช้เวลา เธอไม่ควรจะไปเร่งให้มากนัก

ร้านที่พวกเธอเลือกไม่ได้หรูเลิศอะไรเป็นร้านอาหารธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าเคทเป็นลูกผู้ดีไฮโซที่ไม่ค่อยถือตัวเท่าไหร่ เธอเป็นคนง่ายๆ เหมือนอย่างที่เอลลี่ไม่มีทางเข้าใจได้เลย

“คุณสั่งไปก่อนนะ ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อย”

เมื่อเคทพยักหน้าเอลลี่ก็เดินไปเข้าห้องน้ำ เธออยากจะโทรหาโรสเพื่อนของเธอที่ชอบถามไถ่เหตุการณ์ของเอลลี่กับเคทเสมอ มีคนขยับเดินตามเอลลี่แต่เธอไม่สนใจอะไร พอถึงหน้าประตูห้องน้ำเธอก็โดนคว้าข้อมือเอาไว้ มันบิดและกระชากอย่างแรง

“แอล!” เอลลี่มองผู้ชายคนนั้นด้วยความงุนงง แต่ก็คุ้นหน้าค่าตา เขามีดวงตาสีเขียวมรกต ผมสีทองแดง หุ่นนักกีฬา ซึ่งแน่นอนว่าเขาหล่อเหลา และเอลลี่จำไม่ได้ว่ารู้จักเขาได้ยังไง

“คุณเป็นใคร…”

“ยัยปีศาจ!” เขาทำน้ำเสียงขุ่นมัวก่อนจะหัวเราะประชดตัวเอง

“เธอจำคนที่ตัวเองนอนด้วยไม่ได้หรอ อ่อ คงเป็นมุกตลกของผู้หญิงหลายใจอย่างเธอซินะ”

เอลลี่ตาโต แน่นอนว่าเขาเป็นอีกรายของเธออย่างแน่นอน เธอทำไปแค่ความสนุกและทิ้งเขาไปเหมือนคนอื่นๆ น่าเศร้าที่เอลลี่จำชื่อของเขาไม่ได้

“ฉันเลิกกับคุณไปแล้ว เพราะงั้น…”

“เลิกเรอะ วันนั้นเธอไม่ได้เลิกกับฉันเลย เธอหนีมาหน้าตาเฉย ฉันตามหาเธอทั่วแอริโซน่า แต่มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่ยัยปีศาจอย่างเธออยู่ใกล้จมูกฉันที่อัปเปอร์เวสต์ไซด์”

เอลลี่กลืนน้ำลายแต่ตั้งสติเอาไว้ “เรื่องผ่านมานานแล้ว อีกอย่างฉันกับนายก็ไม่เห็นไปกันได้ดีเท่าไหร่”

“ผิดแล้ว เธอยั่วฉัน และเราไปกันได้ด้วยดีทุกเรื่อง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจาบจวง

“งั้นก็…ฉันไม่มีอะไรจะพูด” เอลลี่แทรกตัวออกไป ผู้ชายคนนั้นกระชากเธอกลับ แล้วบีบแขนเธอแน่นให้มาเผชิญหน้า

“ฉันสงสัยเรื่องหนึ่ง….เธอจำชื่อของฉันได้มั๊ย?”

“…?” แน่นอนว่าไม่ เอลลี่จำชื่อเขาไม่ได้เลย เขาอาจชื่อ แม็กซ์ ไมค์ คาร์เตอร์ ไม่ก็ทอม หรืออะไรสักอย่าง และเขามีสีหน้าที่หงุดหงิดเมื่อเธอไม่ตอบ ดวงตาสีมรกตของเขาเปลี่ยนเป็นโกรธจัด หนุ่มนักกีฬาคนนั้นลากเธออกมาที่หลังร้าน เนื่องจากหากพูดตรงนั้นก็จะเป็นที่สนใจเกินไป ทั้งสองออกมาที่ตรอกหลังร้าน พนักงานชายผอมแห้งสองคนที่กำลังสูบบุหรี่อยู่หลังร้านตกใจ แต่ก็พอใจดีที่จะพูดขึ้น

“มีอะไรให้ผมช่วยมั๊ยครับคุณ” อีกคนพูดกับเอลลี่ เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

“อย่างมาจุ้นเรื่องของชาวบ้าน ถ้าไม่อยากโดนก็กลับเข้าร้านไป” ชายผมสีทองแดงยกมือที่ว่างขึ้นชี้หน้าพวกเขา แน่นอนว่าคนพวกนั้นไม่ใช่นักสู้ ถึงแม้ว่าเอลลี่จะส่งสายตาอ้อนวอนเป็นการขอความช่วยเหลือเยี่ยงสุภาพสตรีที่กำลังโดนรังแก แต่สองคนนั้นก็กลัวโดนเล่นงานมากกว่า และทั้งสองเดินหายเข้าไปในร้านทันที

ไอ้พวกขี้ขลาด

เอลลี่ด่าพวกนั้นในใจ และสบถด่าหยาบคายเป็นชุด

“สำหรับเธอที่รัก บอกว่าซิว่าฉันชื่ออะไร” เขากระชากเอลลี่เข้ามาใกล้ๆ และเห็นความสวยนั้นอย่างชัดเจน ผู้หญิงคนนี้ยังคงดูสวยและร้ายกาจเช่นเดิม มันทำให้เขาคิดถึงวันเก่าๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำเธอโมโหเช่นเดียวกัน

“ฉันจำไม่ได้ พอใจหรือยัง!”

“…!?” เขาอึ้ง ทำให้เอลลี่สะบัดแขนออกเป็นอิสระ เขาหัวเราะราวกับไม่เชื่อหู

“เธอเป็นผู้หญิงที่โคตรบ้าเลยวะ เธอจำชื่อคนที่เคยคบกันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

อย่างน้อยฉันก็จำหน้าได้ เอลลี่คิดในใจ

เขาเดินเข้ามาใกล้และมือแข็งแรงของเขาบีบเข้าที่แก้มของเอลลี่ ดันเธอติดผนัง และพูดเสียงดัง

“ฉันชื่อ เจมี่ เคลเลอร์! และเธอไม่มีวันลืมฉันหรอก! เธอแค่ทำเป็นแกล้งลืมใช่มั๊ย?!”

เอลลี่ดิ้นหลุดจากการเกาะกุมก่อนจะตวาด เธอหมดความอดทนแล้วในตอนนี้ ไอ้ผู้ชายโง่เง่าคนนี้ทำให้เธอรำคาญ

“อย่าเล่นบทโลกสวยหน่อยเลย ฉันไม่ใช่ผู้หญิงรักแรกและรักสุท้ายของนาย เลิกหลอกตัวเองแล้วกลับไปได้แล้ว โง่เง่าเอ๊ย!”

“…!!”

คำพูดของเอลลี่คงไปกระทบเขาให้ขุ่นมัว เจมี่กอดล็อคเธอเอาไว้ และฉกฉวยริมฝีปากของเธอด้วยจูบหนักๆ ของเขา เมื่อเอลลี่ขัดขืน เขาก็กดท้ายทอยของเธอเอาไว้ เนื่องจากเป็นนักกีฬาและแข็งแรง เอลลี่ไม่สามารถขัดขืนเขาได้เลย นอกจากจะปล่อยให้เขาทำตามที่ต้องการ เธออ่อนให้เขาก่อน แล้วค่อยตลบทีหลัง เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเธอไปมากกว่าจูบ และลูบไล้สะโพกของเธอ แต่เอลลี่ไม่ชอบเท่าไหร่ เขาเห็นว่าเธอยอมสงบให้จึงล่วงมือเข้าไปใต้กระโปรงของเธอ นิ้วเกาะที่ขอบกางเกงในเตรียมจะดึงมันลง และเขาหัวเราะ

“ฉันว่าแล้วเธอต้องไม่ลืมฉัน ไม่เคยลืมเลย”

“อย่างนั้นหรอ?”

“…!”

เมื่อได้จังหวะที่เขาผละจูบออกและกำลังจะทำอย่างอื่น เอลลี่จิกเล็บข่วนเป็นทางยาวที่หางคิ้วลงมาที่โหนกแก้มของเขา ชายคนนั้นร้องเสียงดังและผละออกจากเธอทันที เขากุมหน้าตัวเองเอาไว้ และตกใจที่มีเลือดซึมออกมา

เอลลี่มองเขาด้วยสายตาที่ดุดันกว่าเดิม เมื่อเขาจะเข้ามา เธอชี้หน้า

“อย่าเข้ามานะ! ถ้าไม่ฟังที่ฉันพูดนายจบไม่สวยแน่”

“เธอเคยนอนกับฉันมาก่อน”

“แล้วไง ฉันจะนอนกับใครก็ได้”

“นังผู้หญิงสารเลว! แกอย่าคิดนะว่าทำร้ายฉันแล้วจะหนีไปง่ายๆ ฉันจะป่าวประกาศทั่วอัปเปอร์ไซด์ว่าแกมันตัวล่าผู้ชาย” เขารู้ว่าชนะแน่หากขู่เรื่องนี้ เขาคิดว่าเธอต้องทำกับผู้ชายหลายคนมาก่อนหน้าเขา ผู้หญิงคนนี้เห็นค่าคนเป็นของเล่น เอลลี่เป็นผู้หญิงที่สวย ฉลาด น่าค้นหาสำหรับเขาที่เจอกันครั้งแรกที่แอริโซน่า เธอสดใสร่าเริง เขาตัดสินใจคบกับเธอหนึ่งเดือนต่อจากนั้น เราลึกซึ้งกันมากถึงขนาดเขาพาไปแนะนำกับครอบครัว แต่แล้วเธอก็ตีจากเขาไปในเวลาต่อมา เขาเศร้าใจมาก จนหนีมาเรียนต่อที่นิวยอร์ก แต่โลกมันช่างกลมกว่าอะไรใดๆ ทั้งสิ้น

คราวนี้ถึงทีที่เอลลี่จะชดใช้มันให้กับเขา เขางัดไม้เด็ดออกมาขนาดนี้ เอลลี่คงไม่ชอบที่ตัวเองจะต้องมีข่าวฉาวโฉ่ เขาดีใจที่จะเห็นใบหน้าตื่นกลัวคำขู่ของเขา แต่เขาคิดผิด ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลมองเขานิ่ง ชั่วครู่เหมือนเธอนึกอะไรออก แล้วเธอก็นึกออกจริงๆ

“อ๋อ เจมี่ เคลเลอร์” เธอทำท่าเหมือนเพิ่งจำเขาได้ ซึ่งเขารังเกียจท่าทีนั้น “นายจะทำอะไรก็ทำไปเลย นายเป็นนักกีฬาลักบี้ที่ชอบคั่วอยู่กับยานี่หน่า แต่น่าเศร้านะ…ที่พ่อกับแม่นายไม่รู้ พวกเขาคิดว่านายเป็นเด็กดีมาตลอด เขาชมนายต่อหน้าฉันจนฉันเอียน ฉันอยากจะบอกพวกเขาให้จบๆ ไปซะ แต่ก็เห็นแก่นายในตอนนั้น แล้ว…ตอนนี้ปล่อยข่าวก็ไม่เลวเหมือนกัน ฉันคิดว่านายเลิกยาไม่ได้หรอก”

“…!!” เขาตกใจที่ได้ยินเรื่องนั้น เขาไม่น่าบอกเธอเลย เขาปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในชีวิต และไว้ใจมากเกินไป

“แก…” เขากำมือแน่นอยากจะบีบคอที่หยิ่งจองหองนั้น ยัยนี่แสบมาก มันเอาเรื่องของเขามาต่อรอง คงคิดเรื่องแบบนี้ไว้แล้วซินะ

“จะจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือจะเปิดศึกฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ”

“…!” เจมี่แยกเขี้ยว เขาทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้เลยสักนิด คำขู่ของเธอคนนี้น่ากลัวพอๆ กับพ่อแม่ของเขา พวกท่านเป็นคนเคร่งครัดและหัวโบราณ ถ้ารู้ว่าเขาติดยา เขาไม่มีทางเป็นลูกชายที่แสนดีได้อีกต่อไป

“ฉันจะกลับมาแน่แอล”

“…” เธอยิ้ม ไม่หรอก เธอหัวเราะประชดเขาต่างหาก แล้วเดินหน้าเชิดออกไปจากตรงนั้น

รอจนถึงวันนั้นก่อนเถอะแอล ฉันจะทำให้เธอคลานมาหาฉันแทบไม่ทันเลยล่ะ!



เอลลี่แยกกับเคทไม่นานหลังจากที่ทานอาหารว่างเสร็จ เอลลี่อารมณ์เสียกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอรู้ว่าทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ แต่อิตาเจมี่นั้นก็ไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ เขาไม่รู้ลึกขนาดนั้นว่าเธอหลอกใช้เขา เขาก็แค่เสียใจและโมโหที่เธอทิ้งเขามาก็แค่นั้น เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจมี่จะรักเธอเข้าเส้นเลือดขนาดนั้น ความรักมันมีอยู่ในตัวของเธอๆ จริงน่ะหรอ? เธอก็อยากรู้เหมือนกัน

“…” เอลลี่ไม่รู้ว่าเดินใจลอยมาหยุดอยู่ที่นี่ได้ยังไง ตรงหน้าเธอคือคอนโดหรูในย่านอัปเปอร์เวสต์ไซด์ มันเป็นที่อยู่ของพี่สาวเธอ พูดให้ถูกคนที่เพิ่งจะเป็นพี่สาวของเธอต่างหาก เธอเคยขอที่อยู่จากแม่เลี้ยงของเธอ เอลลี่ไม่คิดว่าจะกล้ามา แต่วันนี้เธอเกิดใจกล้าขึ้นมาเป็นพิเศษ ถึงยังไงซะเอลลี่ก็ไม่กล้าบากหน้าเข้าไป เธอคิดแผนการเอาไว้จะไม่ดีกว่าหรอ? แคโรไลน์ดูเป็นผู้ใหญ่ที่น่าจะฉลาดเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

แล้วเอลลี่ก็หาที่นั่งด้านหน้าตึกนั้น เธอนั่งอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มเย็น ตะวันลาลับขอบฟ้า และเธอควรจะเปลี่ยนใจกลับบ้านดีหรือไม่ เธอไม่ควรมา

เอาไว้วันหลังจะดีกว่า

“เอลลี่?” เสียงนิ่งเย็นชาเอ่ยขึ้น ผู้หญิงร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ความสวยของเธอทำให้เอลลี่เผลอมอง แต่ที่จมูกของเธอกลับมีปลาสเตอร์แปะอยู่ เอลลี่ไม่กล้าถามออกไป

“มาทำอะไรที่นี่?”

“เอ่อคือ…” เอลลี่มองอีกคนพร้อมกับจะหาเหตุผลอ้าง ทีกับคนอื่นทำไมเธอทำได้แนบเนียน แต่กับแคโรไลน์เธอต้องพ่ายแพ้ตลอด

“ฉัน…มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ ฉันยังไม่อยากพูดเรื่องนี้กับที่บ้าน ฉันคิดว่าพูดกับพี่คงจะดีกว่า”

“…” แคโรไลน์นิ่งมองร่างนั้น เธอไม่ได้จะจับสังเกตอะไรอีกคน แต่เอลลี่ดูเหมือนจะมีเรื่องลำบากใจจริงๆ

“มีเรื่องอะไรหรอ?”

“ฉันขอขึ้นไปบนห้องพี่ได้มั๊ย? แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”

แคโรไลน์นิ่ง แต่ก็พยักหน้าตกลง

เอลลี่ดีใจในทันที และแน่นอนว่าเธอจะหาวิธีค้างคืนที่นี่กับแคโรไลน์ให้ได้

เรื่องแผนการมันคงไม่ยากเกินไปสำหรับเธอหรอกนะ






_________________________________________

จีน่ารอดมาได้อย่างวุดหวิด แต่ก็ทิ้งปริศนาเอาไว้คิดเล่นๆว่าคนพวกนั้นทำร้ายเธอทำไม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น