[CUNNING LADY]MY SASSYหลงรักหมดใจยัยบอดิการ์ดเย็นชา[YURI]

ตอนที่ 14 : TWELVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    3 พ.ย. 61

แคโรไลน์คิดว่าจอร์จิน่าจำเรื่องทั้งหมดในคืนนั้นไม่ได้

วันเวลาผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว แต่ไม่มีเค้าเลยว่าจอร์จิน่าจะเหวี่ยงหรือวีนแตกใส่เธอ ตรงกันข้ามจอร์จิน่าปฏิบัติกับเธอเหมือนปกติ พูดคุย และทำหน้าหยิ่งยโสเหมือนเคยไม่เปลี่ยน และทั้งหมดนี้ทำให้แคโรไลน์สบายใจ และฟันธงได้เลยว่าจอร์จิน่าจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้ และทั้งหมดนี้ดูประหลาดสิ้นดี

บางทีอาจจะเพราะจอร์จิน่ามีเรื่องให้ต้องคิดมากมาย เพราะเมื่อสี่ห้าวันก่อน รีเบคก้ากับเอลิซาเบธมาที่เพนท์เฮ้าส์ ทั้งสามคลุกอยู่ในห้องทำงานของจอร์จิน่าอยู่นานสองนาน แต่แล้วคนที่ออกมาก่อนคือจอร์จิน่า เธอเปิดประตูออกมาจากห้องนั้นด้วยความไม่พอใจมิหนำซ้ำร่างบางยังตะโกนเข้าไปในห้องเหมือนเด็กที่โดนพ่อกับแม่ขัดใจ ‘ฉันไม่ช่วยหรอก ไปตายที่แอลเอคนเดียวเหอะเอลิซาเบธ!’ แคโรไลน์ดูออกเพราะคนที่ตามง้อขึ้นไปบนห้องคือเอลิซาเบธ แคโรไลน์ไม่เคยได้ยินจอร์จิน่าเรียกชื่อเต็มของเอลิซาเบธมาก่อน สงสัยจะงอนจริงๆ แถมข่าวของเอลิซาเบธที่กำลังจะหย่ากับเซบาสเตียนก็ครึกโครมทั่วแมนแฮตตัน อาจจะเป็นเรื่องนี้ก็ได้ แต่เธอก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งด้วย แน่นอนว่าในวันถัดๆ มาเอลิซาเบธก็ยังอุตส่าห์เดินหน้าง้อหลบนักข่าวมาหา แต่จอร์จิน่าใจร้ายมากไม่ยอมลงมาหาเอลิซาเบธเลย จนป้าแอนเน็ตต้องเข้ามาปลอบใจ และคอยบอกว่าให้จอร์จิน่าใจเย็นลงอีกหน่อย

และนั้นคือเรื่องของสัปดาห์ที่แล้ว

ส่วนวันนี้ เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยโลเวลที่เดินเข้าทักทายแคโรไลน์ที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของจอร์จิน่าอย่างอารมณ์ดี เขาอารมณ์ดีทุกครั้งที่มาเลยอย่างนั้นนะเหรอ? โดนด่าแล้วยังจะบากหน้ามาอีก แคโรไลน์ล่ะเหลือเชื่อเขาเลยจริงๆ

“สวัสดีครับคุณบอดี้การ์ดคนสวย”

เขาทักแคโรไลน์ และไม่รอให้อีกคนตอบโต้ก็เดินอาดๆ เข้าไปในห้องทำงานของจอร์จิน่า แคโรไลน์ปล่อยเขาเข้าไป เพราะเขาไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไร แค่มากวนอารมณ์จอร์จิน่าเท่านั้น ปัญหามาตกที่โซอี้ เพราะเธอมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมมองดู พอเงยหน้าจากจอคอมและรู้ว่าเป็นโลเวลก็สายเกินไปเสียแล้ว เธอทำปากพะงาบๆ และยื่นมือขวาออกไปราวกับจะร้องเรียกชายร่างสูง

“โซอี้!”

เหมือนเดิมทุกครั้ง จอร์จิน่าคำรามออกมาจากห้องเพื่อตำหนิเลขา และส่งสายตาคาดโทษมาให้แคโรไลน์ด้วย

“ขอโทษค่ะมิสเวสท์” เลขาสาวแว่นทำหน้าราวกับจะร้องไห้ และลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้

“ไม่ได้เรื่องเลยคราวหน้าฉันจะบอกยามหน้าบริษัทก็แล้วกัน!”

เสียงหยิ่งๆ ของจอร์จิน่าดังลอดออกมาจากห้องกระจกใสที่ไม่เคยปิดประตูเลย เนื่องจากเจ้าตัวชอบกดดันลูกน้องทางอ้อม ทำให้พนักงานทำงานกันอย่างตั้งอกตั้งใจ อย่าว่าตั้งใจเลย เรียกว่ากดดันจนเหงื่อโชกไปทั้งตัวมากกว่า


“คุณใจร้ายกับผมเกินไปนะ” โลเวลยิ้มให้อีกคน

“มีอะไรก็รีบๆ พูดมา” เมื่อเห็นว่าลูกน้องไม่ได้เรื่องเธอก็มาอารมณ์เสียใส่อีกคน

“ผมขอนั่ง…!”

โลเวลกำลังจะเลื่อนเก้าอี้นั่ง แต่จอร์จิน่าที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะใช้เท้ายันเก้าอี้ตัวนั้นให้ไหลออกห่างจากมือโลเวล ประมาณว่า ‘ฉันไม่อนุญาตให้นั่ง’ เขามองเธออย่างทึ่งๆ

ผู้หญิงมารยาทแย่คนนี้นี่

แต่โลเวลก็คือโลเวลเขาไม่ได้ถือสาอะไรมาก เพราะรู้ๆ นิสัยของอีกคนดี ชายร่างสูงคว้าเก้าอี้และเลื่อนมานั่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“คุณนี่มารยาทในการต้อนรับแย่เหมือนเดิมเลยนะ”

“แล้วคุณล่ะ เข้ามาในบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่นี่เรียกว่ามารยาทดีจังนะ”

โลเวลหัวเราะและชี้หน้าอีกคนที่ยอกย้อนเขาได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

“โอเคๆ ผมจะเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน แฟรงค์ฝากบัตรเชิญงานเลี้ยงฉลองครบรอบงานแต่งงานห้าปีของเขามาให้คุณน่ะ เขาไม่สะดวกมา เราเจอกันโดยบังเอิญก็เลยฝากผมมาให้คุณ”

“ฝากคุณมาให้ฉันเนี่ยนะ”

“เขาคงรู้ว่าเราสนิทกัน”

จอร์จิน่าเบ้ปาก

โลเวลหยิบซองการ์ดบัตรเชิญสีเลือดนกออกมายื่นให้จอร์จิน่า เธอรับมันแล้วเอาวางไว้

“ขอบคุณ และเชิญกลับไปได้แล้ว”

“เดี๋ยวซิให้ผมอธิบายเกี่ยวกับงานนี้ให้คุณฟังก่อน เปิดการ์ดออกมาดูให้ผมอธิบาย แล้วผมจะกลับ”

จอร์จิน่าทำตามนั้นอย่างจำใจ

“ก็แค่การ์ดเชิญธรรมดาๆ แล้วไง?”

“นี่คุณยังไม่รู้รายละเอียดของงานเลยนะ ก็จะอารมณ์ประมาณว่าปิดไฟหนึ่งนาทีให้คุณไปคว้าใครมาจูบก็ได้ เป็นกิจกรรมที่ดีผมชอบเลยล่ะ งานนี้ผมไม่พลาดแน่”

“ไร้สาระ”

“นั่นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ไฮไลท์เลยก็คือ การ์ดเชิญทุกใบมีชื่อของเจ้าของที่ได้รับเชิญเข้างาน และตัวเลขอยู่เก้าหลักตรงมุมขวาของการ์ด นั่นแหละที่สำคัญ เพราะตัวเลขเหล่านั้นจะถูกสุ่มโดย แฟรงค์ และรับรางวัลจากเขาไป”

“เหอะ ฉันไม่ชอบเสี่ยงดวงบ้าบอแบบนั้น อยากได้อะไรก็ซื้อได้เองอยู่แล้วไม่มีปัญหา”

“ปัญหานั้นก็คือคุณซื้อสิ่งนี้ไม่ได้น่ะสิ คุณเคยซื้อกับแฟรงค์แต่เขาไม่ขายให้”

จอร์จิน่ามีท่าทีสนใจประเด็นนี้ขึ้นมา

“อย่าบอกนะว่า สิ่งที่เขาจะเอามาแจกฟรีๆ คือ…”

“บ้านพักที่ลองไอส์แลนด์ ใช่ หลังเดียวกับที่คุณไปซื้อแต่เขาไม่ขาย”

จอร์จิน่ากอดอก พิจารณาสิ่งที่ฟัง

“น่าสนใจ แต่ทำไมอยู่ๆ ถึงอยากแจกฟรีล่ะ ไม่ใช่ว่ามีผีสิง ฆาตกรรม ไม่ก็มีอะไรผิดกฎหมายหรอกนะ”

“คุณก็คิดมากไป ได้ข่าวว่าเขาซื้อที่นั่นให้ภรรยา แต่ภรรยาเขาไม่ค่อยชอบทะเลน่ะ แฟรงค์ไม่รู้ว่าจะเอาที่นั่นไว้ทำอะไรดี จะขายก็ไม่ได้กำไรเท่าไหร่ ก็เลยเอามาแจกในงานนี้”

จอร์จิน่าไม่แปลกใจที่ภรรยาของแฟรงค์จะไม่ชอบ รายนั้นดูไฮโซและต้องการที่จะอยู่ในเมืองเท่านั้น แถมยังใจกว้างให้สามีมีชู้ตั้งหลายคน ที่ไม่ได้ปริปากบ่นอะไรก็เพราะกลัวสามีจะไม่ให้เงินใช้ ถึงว่าอำนาจแห่งเงินทำอะไรก็ได้ นี่ก็คงกลัวว่าสามีไปกกผู้หญิงที่นั่นเลยตัดไฟแต่ต้นลมสินะ จอร์จิน่าคิดภาพนั้นออกเลย

“ว่าแต่คุณอยากได้บ้านหลังนั้นไปทำไม”

“เรื่องของฉัน”

“กะแล้วว่าคุณจะต้องพูดคำนี้ แต่ยังไงก็เจอกันในงานนะ” โลเวลลุกขึ้น และเดินเกือบจะออกไปนอกประตู แต่ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรออก ก็เลยหันมาพูดกับจอร์จิน่าอีกครั้ง

“ลืมบอกไป ธีมของงานคือสีแดง ผมอยากเห็นคุณในชุดราตรีสีแดงใจจะขาดแล้ว” เขาพูดจบก็ขยิบตาให้จอร์จิน่า แล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

จอร์จิน่าเคาะการ์ดเชิญในมืออย่างครุ่นคิด เธออยากได้บ้านหลังนั้นมานานมากแล้ว แต่ทำยังไงแฟรงค์ถึงจะสุ่มหมายเลขของเธอได้

ทำยังไงกันนะ? คนอย่างฉันไม่ชอบเพิ่งดวงด้วยนี่สิ



แคโรไลน์เดินตามหลังของจอร์จิน่ามาหยุดที่ห้องเสื้อในมิดทาวน์ ซึ่งก็ไม่ใช่ร้านใครที่ไหน เจ้าของก็คือ รีเบคก้า อาร์เชอร์ เพื่อนคนสนิทของจอร์จิน่านั่นเอง ได้เห็นที่นี่แล้วแคโรไลน์ก็อดนึกถึงเหตุการณ์วันที่เจอจอร์จิน่าครั้งแรกไม่ได้ วันนั้นซวยแสนซวยมากจริงๆ จนกระทั่งตอนนี้ชะตากรรมของเธอก็ต้องมาอยู่กับจอร์จิน่าผู้หญิงที่เธอพูดเอาไว้ในวันนั้นว่าจะไม่ขอเจอหน้าอีกในชีวิตนี้ สุดท้ายคำขอก็ไม่เป็นจริง แถมตรงกันข้ามอีกด้วย

ห้องเสื้อ Galadriel-กาลาเดรียล ด้านนอกเป็นผนังไม้สีดำดูเรียบหรูพร้อมป้ายตัวหนังสือสีขาวเก๋ๆ ยื่นออกมาจากผนังร้านด้านบนเล็กน้อย กระจกด้านหน้าร้านเป็นตู้กระจกโชว์เสื้อผ้าคอลเลคชั่นของฤดูกาล ห้องเสื้อของรีเบคก้ามีสองชั้น แต่กินพื้นที่กว้างมากกว่าตึกอื่นๆ ในแถบนั้น เธอไม่เน้นหลายชั้นแต่เน้นความกว้างขวางของพื้นที่ เมื่อแคโรไลน์ก้าวเข้าไปในร้าน ที่นี่ก็ยังไม่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมากนัก ด้านในเป็นสีขาวสะอาดตาตกแต่งอย่างหรูหรา เสื้อผ้าอยู่ในโทนที่นำสมัย หรูหรา จนเธอคิดว่าราคาต้องน่าจะหลายตังค์อยู่ ชั้นแรกมีเสื้อผ้าตามโอกาสหลากหลายสีสันปนกันไป แต่จัดแต่งร้านได้น่าเข้ามาก ลูกค้าของชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นวัยทำงาน ไม่ก็วัยที่ชอบออกงานสังคมมากพอตัว

พอแคโรไลน์ขึ้นไปชั้นสอง เป็นชั้นที่เธอไม่เคยขึ้นไปมาก่อนก็ต้องอึ้งไปเลยทันที เพราะชั้นสองเรียกได้ว่าแฟชั่นจ๋าเลยทีเดียว เหมาะสำหรับวัยรุ่นมากกว่าชั้นแรก สินค้า เครื่องประดับต่างๆ เอาใจวัยรุ่นชอบออกงานสังคม หลากสไตล์ปนเปกัน ตั้งแต่เรียบง่ายไปจนถึงเปรี้ยวจี้ดสุดๆ เรียกได้ว่าบนนี้แคโรไลน์รู้สึกว่าตัวเองเดินหลงเข้ามาในอีกร้านเลยทีเดียว

“รอคุณรีเบคก้าสักครู่นะคะ” พนักงานต้อนรับคนนี้รู้ดีว่าจอร์จิน่าเป็นใคร เธอปรี่เข้าห้องทำงานของรีเบคก้าที่อยู่ชั้นสองทันที ไม่นานคนน่ารักและร่าเริงตลอดเวลาก็เดินออกมา

“ไง ทำไมวันนี้มาได้เนี่ย”

“ว่าง”

“อะ…” เมื่อเพื่อนตอบสั้นมาก รีเบคก้าที่กำลังจะอ้าปากพูดคำต่อไปก็ถึงกลับไปไม่เป็นเลยทีเดียว เธอหัวเราะแก้เก้อ แล้วหันไปยิ้มกับลูกค้าคนอื่นที่หันมาสบตากับเธอพอดี

“ฉันหมายถึง เธอมาดูชุดเหรอ อะไรทำนองนี้”

“อืม งานของแฟรงค์น่ะ”

“ใช่เลย! เขาจะสุ่มแจกบ้านที่ลองไอส์แลนด์”

“นี่เธอรู้ได้ยังไง นี่อย่าบอกนะว่าเธอก็ได้รับการ์ดเชิญน่ะ”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ฉันไปไมได้ แม่หนีบตัวฉันให้ไปอีกงานหนึ่ง เสียดายสุดๆ ฉันคิดอยู่แล้วว่าเธอต้องไป เธออยากได้บ้านหลังนั้นมากนี่”

“ก็ดี ฉันจะได้ตัดคู่แข่งไปอีกหนึ่งคน”

“นี่เพื่อนถูกมะ เห็นเพื่อนเป็นคู่แข่งงั้นสิ?”

“แล้วถ้าเธอได้บ้านหลังนั้นขึ้นมาจริงๆ จะยกให้ฉันไหม?”

รีเคก้าทำท่าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า

“เห็นไหม เธอเป็นศัตรู”

รีเบคก้าหัวเราะ แล้วเปลี่ยนบทสนทนา

“โอเคๆ แล้วจะมาเลือกชุดใช่ไหม สีแดงสินะ”

จอร์จิน่าพยักหน้า ก่อนจะอ้าปากพูดแต่รีเบคก้าชิงพูดขึ้นก่อน

“ไม่ต้องบอก ฉันรู้จักไซซ์เธอน่า”

“ไม่ใช่ของฉัน”

“…?”

“ของแคโรไลน์”

“อะไรนะ?”

ไม่ใช่เสียงของรีเบคก้า แต่เป็นเสียงของแคโรไลน์ที่ยืนเงียบอยู่นานสองนาน

“เธอจะตกใจทำไมล่ะ ฉันไม่อยากเป็นจุดเด่นให้คนทั้งงานมองหรอกนะ ที่ให้บอดี้การ์ดใส่ชุดทางการขนาบข้างเข้างานไปด้วย คนก็มองกันพอดี อีกอย่างงานแบบนี้เขาไม่ให้บอดี้การ์ดเดินตามเข้าไปใกล้ชิดด้วย”

“จะว่าไปก็ใช่นะคะคุณแคโรไลน์ ถ้าคุณไปในฐานะของเพื่อนจีน่าจะได้เดินเข้างานสบายเลย อีกอย่างคุณต้องคอยระวังให้จีน่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ? เพราะงั้นต้องอาศัยความกลมกลืนเข้าไว้”

“แต่…”

“ฉันจะเลือกชุดที่ดีที่สุดให้คุณเองค่ะ ว้าว ดีใจจัง อยากเห็นคุณแคโรไลน์แต่งตัวออกงานบ้าง แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว” รีเบคก้าดูร่าเริงจนจอน์จิน่าเบ้ปาก เพื่อนของเธอเป็นอย่างนี้เสมอ เธอรักการแต่งตัวให้คนอื่น สมัยไฮสคูลเธอกับเอลิซาเบธโดนรีเบคก้าจับแต่งตัวยังกับตุ๊กตา

“อย่าให้ดูดีกว่าฉันก็พอ” จอร์จิน่าแซะ

“เรื่องอะไรยะ คุณแคโรไลน์หุ่นนางแบบขนาดนี้ไม่แต่งให้สวยก็เสียดายแย่สิ ไปกันเถอะค่ะคุณแคโรไลน์” รีเบคก้าพูดจบก็กึ่งดึงกึ่งลากแคโรไลน์ตามไปด้านล่าง

ส่วนจอร์จิน่าไม่ต้องการตัวช่วยอย่างรีเบคก้าก็เลือกชุดได้สบายๆ เพราะอีกคนคงสนุกกับการพาคนมาใหม่อย่างแคโรไลน์มาเป็นตุ๊กตาแทนเธอ รีเบคก้าดูท่าจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

ผ่านไปเกือบชั่วโมงที่จอร์จิน่าคลุกอยู่ในห้องแต่งตัว ทางร้านของรีเบคก้ามีห้องแต่งตัวบริการลูกค้าเพื่อความเป็นส่วนตัวถึงสามห้อง ไม่รวมห้องลองชุดอีกหกห้อง เพราะลูกค้าที่นี่จะเยอะมากเวลามีงานที่ต้องเร่งรีบอย่างของจอร์จิน่า ที่ต้องไปร่วมงานครบรอบแต่งงานอย่างปุ๊บปั๊บ ก็จะมีห้องแต่งตัวแถมยังมีช่างแต่งหน้าให้อีก แบบนี้เรียกได้ว่าครบเครื่องสุดๆ จอร์จิน่าไม่แปลกใจที่ลูกค้าจะหลั่งไหลมาที่นี่กันเยอะแยะ

“คุณจอร์จิน่าสวยเหมือนเคยเลยนะเนี่ย” ช่างแต่งหน้าที่เป็นเกย์นายหนึ่งชื่อโทนี่เอ่ยชมจอร์จิน่าเกือบทุกครั้งที่ปัดแก้มให้เธอ

จอร์จิน่าไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะเธอรู้จักเขาดี เขาเป็นรุ่นน้องของรีเบคก้าที่มหาวิทยาลัย

“รีบๆ เถอะเดี๋ยวเข้างานไม่ทัน ฉันจะพลาดอะไรสำคัญบางอย่างไป”

“อูย นี่ก็รีบสุดๆ แล้ว อีกนิดหน่อย…อะ เรียบร้อยแล้ว” โทนี่ปัดแก้มให้เธออีกรอบ

จอร์จิน่ารีบออกไปจากห้องเพื่อไปเรียกแคโรไลน์ที่อยู่อีกห้องหนึ่ง เธอบิดลูกบิดประตูและเปิดผวัะเข้าไป

“…!”

เฮือก

“คุณ!”

จอร์จิน่าตาโตแทบจะถลนเมื่อเห็นแคโรไลน์ดึงชุดเดรสขึ้นมาปิดที่ส่วนบนได้ทันเวลา อีกคนตะครุบชุดเดรสยาวที่หน้าอกเอาไว้เพราะไม่ได้รูดซิปด้านหลัง

จอร์จิน่าแสร้งมองที่อื่น แล้วพูดขึ้น

“แล้วเบคก้าล่ะ?”

“ออกไปคุยโทรศัพท์ค่ะ”

ร่างสูงยืนเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก จอร์จิน่าปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้ามาในห้อง

“แล้วทำไมเธอไม่ล็อกประตูล่ะ”

“ก็คุณรีเบคก้าเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี่คะ ประตูก็มีป้ายแขวนคำว่า ‘ไม่ว่าง’ อยู่ด้านหน้า”

“เธอหาว่าฉันไม่แหกตาดูป้ายเหรอ?!”

หากแต่คนตรงหน้าก็ไม่ยอมรับผิด จนแคโรไลน์คร้านที่จะต่อปากต่อคำ

“ช่างเถอะ รีบๆ หน่อยฉันอยากเข้างานเร็วๆ”

แคโรไลน์พยักหน้าพยายามใช้มือข้างหนึ่งรูดซิปด้านหลัง แต่ก็ไม่เป็นผล จอร์จิน่าเห็นแบบนั้นก็หงุดหงิด เลยเข้าไปช่วย เธอแทรกตัวไปด้านหลังและจับที่ซิป แคโรไลน์ตกใจ

“ทำอะไรคะ?” แน่ล่ะ ก็ของมันเคยมีประสบการณ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับจอร์จิน่ามาก่อนหน้านั้น ถึงแม้อีกคนจะเมาก็เถอะ แต่พอมาอยู่ใกล้ชิดกันแบบนี้แคโรไลน์ก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาแปลกๆ

“ก็จะช่วยรูดซิปไง!”

“ไม่ต้อง…”

“อยู่นิ่งๆ” อีกคนออกคำสั่งเสียงเข้ม แล้วทำการรูดซิปให้อีกคน จอร์จิน่าแอบมองแผ่นหลังสีโทนอบอุ่นของแคโรไลน์แวบหนึ่ง จนมือที่รูดซิปสัมผัสโดนแผ่นหลังอีกคน แคโรไลน์สะดุ้ง แล้วหันมามองอีกคน

“มีอะไร โดนนิดโดนหน่อยก็ไม่ได้ หวงตัวหรือไง”

“เปล่าค่ะ” แคโรไลน์ตอบเสียงเรียบ ทั้งๆ ที่ในใจรู้สึกปั่นป่วนท้อง กลัวจอร์จิน่าจะจับผิดสังเกต

“…”

จอร์จิน่ามองคนร่างสูงนิ่ง เธอเพิ่งสังเกตว่าแคโรไลน์อยู่ในชุดนี้แล้วมาดนางพญาขนาดไหน อีกคนแต่งหน้าจัดทำให้ดูเซ็กซี่โฉบเฉี่ยวขึ้นเป็นกอง ส่วนผมก็ดัดเป็นลอนยาวถึงกลางหลังขลับให้ใบหน้าที่ดูเรียวสวยนั้นอีกเรียวเล็กลงไปอีก และชุดเดรสที่เว้าลึกลงมาถึงเนินอกที่สมบูรณ์แบบนั้นทำให้จอร์จิน่ารู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา

เธอต้องการพูดอะไรบางอย่าง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เธอจะไม่แกล้งทำว่าตัวเองปกติอีกต่อไป เธอจะไม่ทำตัวปกติแล้ว!

“เธอจะปิดเรื่องเงียบไม่บอกฉันอีกนานแค่ไหน”

“…?”

“อย่ามาทำหน้าอย่างนั้น เธอคิดว่าฉันจำเรื่องทั้งหมดไม่ได้หรือไงว่าคืนนั้นเราทำอะไรกัน”

คำว่า ‘เราทำอะไรกัน’ ทำให้แคโรไลน์ตกใจมากพอตัว

“คุณจำได้…”

“แน่ล่ะฉันจำไม่ได้ในทันทีจนผ่านไปอีกวันหนึ่งเต็มๆ แล้วตอนนี้ฉันจำได้ชัดเจนทีเดียวเชียวล่ะ เธอจะไม่พูดกับฉันเรื่องนี้ใช่ไหม ไงล่ะ อึ้งเลยซิ!”

จอร์จิน่าจำเรื่องอะไรไม่ได้ตอนตื่นขึ้นมา เพราะเมาค้าง แต่ประสาทสัมผัสของเธอนั้นเฉียบแหลมมาก หลังจากคืนนั้น ตลอดเวลา จอร์จิน่าเอาแต่อยากสัมผัสร่างกายของแคโรไลน์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาดราวกับว่าเธอโหยหาทางอารมณ์ตลอดเวลาที่เจอแคโรไลน์ เธอไม่เข้าใจอารมณ์ตัวเองและสับสนสุดๆ เธอชอบแอบมองริมฝีปากบางของแคโรไลน์ ลำคอที่เซ็กซี่จนอยากเอาหน้าไปซุก หน้าอกที่สมบูรณ์แบบอยู่ภายใต้ชุดสูท และต้นขาเรียวสวยที่โผล่ออกมาจากผ้าขนหนูพอให้ใจเต้นของแคโรไลน์ ทุกอย่างที่เป็นแคโรไลน์ทำเธอปั่นป่วนไปหมด แม้แต่กลิ่นน้ำหอมของอีกคน ตอนนั้นจอร์จิน่ากลุ้มใจมากจนถึงขั้นอยากจะไปพบจิตแพทย์เลยทีเดียว แน่นอนว่าเธอตัดสินใจจะไปพบจิตแพทย์จริงๆ ถ้าความทรงจำตอนเธอเมาไม่ปรากฏขึ้นมาก่อน ความทรงจำนั้นไหลเข้าสมองเธอราวกับภาพฉายทีละตอนๆ จนจอร์จิน่าแทบอยากเอาหัวโขกผนังห้องเมื่อความจำกลับเข้าหัว

เธอรุกแคโรไลน์หนักมากราวกับว่ามีซัคคิวบัสจักสิบตนมาสิงในร่างของเธอ และเธอพยายามทำตัวเป็นปกติ และแน่นอนว่าแคโรไลน์ก็เช่นกัน แต่วันนี้เธอทันไม่ไหวแล้ว เธอแค่อยากระบาย แต่จะไม่ขอโทษอีกคนหรอกนะ!

“คุณต่างหากล่ะคะที่ควรจะอึ้งมากที่รู้เรื่อง ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ ฉันกลัวว่ามันจะกระทบกับงานและหน้าที่ของฉัน รวมทั้ง…คุณอาจเสียความรู้สึกกับฉัน”

“…”

จอร์จิน่ายังคงขมวดคิ้ว แต่แคโรไลน์ไม่รู้วิธีอ่านใจอีกคนได้หรอก เธอแค่นิ่งฟังคำตอบจากอีกคน แล้วอีกอย่างพื้นฐานของจอร์จิน่าถ้าหากมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเธอจะต้องโวยวายใหญ่โต แต่ตอนนี้กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมไม่ได้ไล่เธอออกอีกต่างหาก

“ฉันแค่เมา”

“และฉันก็เมาด้วยค่ะ คุณไม่ได้ตั้งใจ และฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ” แคโรไลน์เอ่ยขึ้น แต่สายตาของจอร์จิน่าจับจ้องที่หน้าอกของเธอจนเธอเริ่มประหม่าอีกรอบ อะไรของผู้หญิงคนนี้เนี่ย!

“ช่างเถอะ ฉันไม่อยากคิดถึงมันหรอก” ถึงจะพูดอย่างนั้นออกไป แต่ใบหน้าของจอร์จิน่ามีเลือดฝาดจางๆ ขึ้นที่แก้มทั้งสอง

“ฉันขอโทษนะคะ มันออกจะเกินไปหน่อย…”

“นี่หยุดพูดจะได้ไหม ถ้าไม่อยากโดนไล่ออกห้ามพูดถึงเรื่องนี้เด็ดขาด!”

แล้วคนอารมณ์เหวี่ยงก็ออกไปจากห้อง

แคโรไลน์ถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยก็สบายใจได้ที่จอร์จิน่าไม่เอาเรื่องเธอ

แต่ทำไมถึงไม่เอาเรื่องเธอกันนะ ชักจะงงแล้วน่ะสิ?



สถานที่จัดงานอยู่ที่โรงแรมหรูในอัปเปอร์เวสต์ไซด์ จอร์จิน่ากับแคโรไลน์เดินเข้ามาในงานช้ากว่าปกติ เพราะอยู่ๆ จอร์จิน่าขอเวลาคุยกับรีเบคก้าก่อนมางานเลยทำให้มาช้ากว่ากำหนด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนในงานเสียความรู้สึกแต่อย่างใด เพราะถ้าหากจอร์จิน่าไปโผล่ที่งานไหน แสดงว่างานนั้นเป็นที่สนใจของคนในแมนแฮตตัน และตอนนี้แขกในงานส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ชายจะมองมาที่จอร์จิน่าเป็นตาเดียว และแน่นอนมองแคโรไลน์ด้วย สองสาวสวยที่แตกต่างแต่เมื่ออยู่ด้วยกันกลับทรงอำนาจเมื่อก้าวเดินเข้ามาในงาน จอร์จิน่าไม่ได้สนใจสายตาคนพวกนั้น เพราะเธอชินเอาเสียแล้ว ตรงกันข้ามในความคิดของแคโรไลน์นั้นเธอไม่ชินเอาเสียเลย เธอไม่ชอบให้คนจับจ้องมองเธอมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

แขกในงานทั้งหลายในวันนี้พร้อมใจกันสวมชุดสีแดงกันทั้งงาน จะมีก็แต่บางรายที่มีสีขาวและดำแซมมาด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้จอร์จิน่าวิงเวียน เธอแทบแยกใครเป็นใครไม่ออกเลยทีเดียว

“ฉันต้องหาคลอเดีย” จอร์จิน่าชะโงกหน้ามองไปทางโน้นทีทางนี้ที

“คุณว่าอะไรนะคะ?”

“เจอแล้วนั่นไง หาเจอง่ายแถมอยู่คนเดียวซะอีก เข้าแผนเลย”

แคโรไลน์ไม่รู้ว่าจอร์จิน่าพูดอะไรพึมพำอยู่คนเดียว เมื่ออีกคนออกเดิน แคโรไลน์ก็เดินตามด้วย แต่อีกคนหันหน้ามาสั่งแคโรไลน์

“จะทำอะไรของเธอ”

“ก็ทำงานของฉันไงคะ”

“ไม่ต้อง! อยู่นี่ก่อน ฉันต้องการความเป็นส่วนตัวจะไปคุยกับยัยนั่นก่อน” จอร์จิน่าบุ้ยปากไปที่หญิงสาววัยเกือบสี่สิบปี

“อยู่นี่เดี๋ยวฉันกลับมา”

แคโรไลน์พยักหน้า เมื่อเห็นว่าอยู่ในระยะที่ไม่ได้เป็นอันตรายนัก

หลังจากที่ร่างบางเดินจากไป แคโรไลน์ก็มองการตีสนิทที่แนบเนียนของจอร์จิน่า การเสแสร้งยิ้มแย้ม และพูดคุยกับผู้หญิงอีกคน ร่างสูงถึงกับทึ่งในความมืดอาชีพของจอร์จิน่า ไม่ว่าจอร์จิน่าจะทำอะไรก็ดูจะเข้าแผนการของตัวเองไปหมด ไม่แปลกที่จอร์จิน่าชอบมั่นใจในตัวเอง เพราะเธอทำอะไรก็ดูจะโน้มน้าวใจคนอื่นได้อยู่หมัด

แคโรไลน์หยิบแชมเปญจากพนักงานเสิร์ฟมาดื่มฆ่าเวลา และสำรวจมองดูงานรอบๆ งานนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากงานสังคมทั่วๆ ไป แต่แขกในงานแน่นมาก คงจะเป็นเพราะเจ้าของงานแจกบ้านพักอย่างที่จอร์จิน่าเล่าให้ฟังก็ได้ อย่างว่าล่ะนะ ทุกคนมีการ์ดเชิญก็มีสิทธิ์ที่จะได้บ้านฟรีๆ งานนี้ใครไม่มาก็เสียโอกาสทองแย่เลยน่ะสิ

มีผู้ชายสองสามคนเข้ามาคุยกับแคโรไลน์ เธออยากปลีกตัวออกไปจากคนพวกนี้สักทีแต่ก็ทำไม่ได้ จนกระทั่งผู้ชายอารมณ์ดีอีกคนเดินเข้ามา ผู้ชายกลุ่มนั้นจึงเดินแตกกลุ่มออกจากแคโรไลน์ เธอก็พอจะมองออกว่าโลเวลคือผู้ชายที่ทรงอำนาจอีกคนของงานนี้

“คุณบอดี้การ์ดนี่ ว้าว ผมกำลังจะเข้ามาจีบเลยทีเดียว” โลเวลเดินเข้ามาหาแคโรไลน์ เขาทำหน้าเหวอคาดไม่ถึง

แคโรไลน์ยิ้มให้เขานิดหน่อย ก่อนจะมองอีกคน โลเวลเป็นคนที่จัดว่าหล่อหน้าตาดีมากราวกับเทพบุตร เมื่อเขาสวมเชิ้ตสีแดงทับกับสูทสีดำยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์มากขึ้นเป็นกอง

“คุณต้องระวังผู้ชายพวกนั้นหน่อยนะ”

“นี่คุณกำลังบอกว่า คุณช่วยฉันจากพวกเขาเหรอคะ?”

“ผมก็หวังว่าอย่างนั้นแหละ แต่จริงๆ แล้วคุณควรไปเดตกับผมสักครั้ง”

แคโรไลน์ยิ้มให้กับมุกของเขา ถึงแม้เขาจะขี้เล่นและกลั่นแกล้งจอร์จิน่ามากเกินไปหน่อย แต่เขาก็วางตัวดีใช้ได้เลย

“แล้วจีน่าล่ะ?”

“ฉันเห็นว่าเธอจะไปคุยกับคลอเดีย”

โลเวลยิ้ม “เข้าใจเล่นนะ จีน่าคงคิดว่าเข้าทางคลอเดียดีกว่าแฟรงค์ซินะ รายนั้นเอาใจภรรยาตัวเองจะตาย ผมชักอยากรู้แล้วสิว่าถ้างานวันนี้บ้านตกเป็นของจีน่าแล้วเธอให้อะไรแลกเปลี่ยนกับคลอเดีย”

“…”

“คลอเดียรู้จักกับแม่ของรีเบคก้าซะด้วย”

ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเรื่องจริง จอร์จิน่าคงพยายามโน้มน้าวใจคลอเดียอยู่ แถมก่อนจะมางานนี้ยังคุยกับรีเบคก้าเป็นการส่วนตัวอีก จะว่าไปบ้านหลังนั้นทำไมจอร์จิน่าถึงทุ่มเทอยากได้มากนักนะ มันชักจะมีอะไรแปลกๆ ขึ้นมาแล้วสิ

แคโรไลน์คุยอยู่กับโลเวลอีกหน่อย จนเขาขอตัวออกไป เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงหนึ่งจอร์จิน่าก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าที่โล่งอก แคโรไลน์คิดว่าการเจรจาครั้งนี้คงสำเร็จ

“ฉันเบื่องานนี้จังเลย” จอร์จิน่าจิบแชมเปญที่เพิ่งถือมา

“คุณยังอยู่ไม่ถึงชั่วโมงเลย”

“ว่าแต่เธอเถอะไม่เบื่อหรือไง เคยมางานใหญ่ๆ แบบนี้เหรอ ทำยังกับเคยออกงานบ่อยอย่างนั้นแหละ”

“มีบ้างค่ะ”

“ห๊ะ?” จอร์จิน่าผิดคาดไปเล็กน้อย เธอไม่อยากจะเชื่อว่าแคโรไลน์จะเข้างานสังคม นึกว่าจะอยู่แต่กับกฎระเบียบ ไม่ก็สิงอยู่ในสำนักงานของเอฟบีไอ ออกปฏิบัติภารกิจเป็นอย่างเดียว ออกงานสังคมก็เป็นด้วย ชีวิตของยัยนี่น่าสนใจเหมือนกันแฮะ

จอร์จิน่าพูดคุยอยู่กับแขกในแวดวงเดียวกันอยู่นานสองนานจนกระทั่งพิธีกรเชิญคู่สามีภรรยาเจ้าของงานวันนี้ขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อย แน่นอนว่าพวกเขากล่าวถึงความรักที่ทำให้อยู่มาได้ถึงห้าปี พูดหวานหยอกล้อกันบนเวที ทั้งหมดนั้นเฟคในสายตาของจอร์จิน่า มันจอมปลอมมากจนเธออยากจะอ้วก ไหนจะทั้งคู่ร้องเพลงรักหวานช่ำกันอีก จอร์จิน่ากลอกตาอยู่หลายรอบ จนแคโรไลน์อดแซวไม่ได้

“คุณเห็นเขารักกันไม่ได้เลยเหรอ นี่มันงานครบรอบห้าปีแต่งงานนะคุณหวังจะเห็นอะไรกันแน่ ถ้าไม่ใช่ภาพนี้”

“เธอมองไม่ออกหรือไงว่าทั้งสองนั้นกำลังเฟคต่อหน้าแขกในงานอยู่ สามีมีเมียน้อยทั่วแมนแฮตตันได้แล้วมั้ง ส่วนภรรยาก็เข้าโฮสต์คลับเป็นประจำ แขกเกือบทุกคนในงานรู้หมดแหละแค่ไม่พูด ที่ยอมมาเพราะแจกบ้านให้ฟรีหรอกนะ”

แคโรไลน์เหวอกับคำพูดของจอร์จิน่า แสดงว่าทุกคนที่อยู่ในงานเว้นเธอเอาไว้คนหนึ่ง มาที่นี่เพราะอยากได้บ้านที่ลองไอส์แลนด์ฟรีๆ เนี่ยนะ เหลือเกินจริงๆ สังคมแบบนี้

แล้วสองสามีภรรยาก็ร้องเพลงจบ แขกทุกคนปรบมือกันเกรียวกราว

“การแสดงรอบกองไฟจบแล้ว”

จอร์จิน่าพูดขณะปรบมือ แคโรไลน์ว่าคำพูดนี้ก็แรงเกินไป อาจจะเพราะจอร์จิน่าอยากจะค่อนขอดการร้องเพลงที่คร่อมจังหวะ เพี้ยนตลอดเพลงของคู่สามีภรรยาก็เป็นได้

“เอาล่ะครับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีและแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย งานดำเนินมาถึงกิจกรรมเล็กๆ ที่หนุ่มโสดสาวโสดทั้งหลายรอคอย วันนี้และคืนนี้คุณจะจูบใครก็ได้ งานนี้ขอบอกเลยนะครับว่าห้ามโกรธเคืองกันเด็ดขาดเพราะมันคือกติกา ใครที่ยังโสดก็มีโอกาสได้พบรัก ส่วนใครที่มีคู่แล้ว เอ่อ...ผมขอล่ะครับกรุณาจูบกับคู่ของคุณเองเถอะ ทางเราไม่อยากมีปัญหาในการจัดงานครั้งนี้”

เมื่อสิ้นคำพูดพิธีกรทุกคนก็หัวเราะให้กับมุกตอนท้ายของเขา

“กติกาก็แค่ง่ายๆ ครับหากผมให้สัญญาณปิดไฟในหนึ่งนาทีคุณจะจูบกับใครก็ได้ตามใจชอบ เราเล่นกันสนุกๆ ห้ามโกรธเคืองกันอย่างเด็ดขาด ใครเข้าใจกติกาชูแชมเปญขึ้นให้ผมเห็นที…โอ้ ล้นหลามกันเลยทีเดียว ขอบคุณที่เข้าใจกติกาของผมนะครับ”

จอร์จิน่าอยู่ไม่เป็นสุขมองซ้ายขวา แคโรไลน์เองก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศมันเปลี่ยนไป จอร์จิน่าตกเป็นเป้าของผู้ชายเยอะมาก เพราะกติกาคือห้ามโกรธ มันช่างเป็นกติกาที่ห่วยแตกสำหรับจอร์จิน่าจริงๆ แถมแคโรไลน์เองก็มีผู้ชายหมายตาเธอเช่นเดียวกับจอร์จิน่า เธอเลยอึดอัดไปด้วย

“นี่ ก่อนไฟดับพาฉันไปมุมโล่งๆ ตรงนั้นที ฉันไม่อยากโดยขโมยจูบจากใครไม่รู้” จอร์จิน่าชี้บอกแคโรไลน์ไปที่ใกล้ทางออกที่มีซุ้มดอกไม้วางเด่นและร้างผู้คน

“ฉันว่าเราไปตอนนี้กันเถอะ น่าจะใกล้เริ่มกันแล้ว”

แคโรไลน์เดินนำจอร์จิน่าไป แต่ผู้คนเริ่มเบียดและเคลื่อนไหวกันมากขึ้น โดยเฉพาะชายโสดที่เริ่มตีวงเข้ามา จอร์จิน่าเลยคว้ามือแคโรไลน์เอาไว้แน่น ร่างสูงไม่ได้มองแต่บีบมืออีกคนเพื่อให้ผ่อนคลาย

“เอาล่ะผมจะเริ่มนับถอยหลังแล้ว ห้า!”

“…!”

แคโรไลน์สาวเท้ายาวขึ้นเมื่อได้ยินว่าการนับถอยหลังเริ่มขึ้นแล้ว แต่เธอเกือบไปชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เหมือนกำลังเดินหนีอะไรบางอย่างเช่นเดียวกัน

“แครล์!”

“แซนดี้?”

“โอ! พระเจ้า ดีใจที่ฉันเจอเธอที่นี่ ไม่น่าหลงกลมากับพี่ชายเลยอ่ะ”

“สี่!”

“ผู้ชายพวกนั้นกำลังจะมาขโมยจูบฉัน ฉันขอเธอเป็นไม้กันหมาที”

“เอ่อ…”

จอร์จิน่าก็งงเมื่อไม่เห็นร่างสูงเดินต่อ เธอถึงกับดันหลังแคโรไลน์ให้เดินต่อไป และไม่ทันได้เห็นว่าที่แคโรไลน์หยุดเดิน เพราะกำลังคุยกับใครบางคนอยู่

“สาม!”

คนเริ่มเบียดเสียดกันเข้ามา แคโรไลน์ก็ไม่เดินต่อ แล้วอยู่ๆ ฝูงชนก็เคลื่อนตัวเร็วมากจนจอร์จิน่าไม่รู้ว่าใครเป็นใครแล้วในตอนนี้ เพราะต่างคนก็ต่างอยากฉวยโอกาสนี้จูบคนที่หมายตาเอาไว้

“สอง!”

“…!”

“แคโรไลน์…”

มือของแคโรไลน์หลุดไปแล้วท่ามกลางแขกที่เริ่มชุลมุน จอร์จิน่าเห็นผู้ชายสองคนด้านหลังเอื้อมมือมาหาเธอ แตะเธอได้แล้วด้วยซ้ำแต่จอร์จิน่าถอยหลัง และแคโรไลน์หายไปไหนก็ไม่รู้

จบกัน!

“หนึ่ง!”

ไฟดับวูบลง

จอร์จิน่ามองไม่เห็นอะไรมันมืดมิดไปหมด แต่จริงที่เธอควรจะทำตอนนี้คือห้ามให้ใครจูบ จอร์จิน่าเอามือตะครุบปิดปากของตัวเองไว้อย่างไร้ที่เพิ่ง มันต้องเล่นกันแบบนี้แหละถึงจะได้ไม่โดนจูบ

จอร์จิน่าสัมผัสได้ว่าผู้ชายที่แตะตัวเธอเมื่อสักครู่โดนปัดมือออกโดยใครบางคน เธอเห็นโลเวลเดินมาทางนี้ด้วยตอนไฟกำลังจะดับ หรือจะเป็นโลเวลที่ช่วยเธอ

“ทำตัวน่ารักจังนะจีน่า” เสียงกระซิบที่ข้างใบหูของเธอ

เสียงผู้หญิง?

เธอคนนั้นแตะมือของตัวเองลงสะโพกของจอร์จิน่า ดึงมือเธอออกจากปากราวกับรู้ทัน และใช้ทั้งสองแขนดันสะโพกของเธอเข้ามาแนบชิดกับร่าง ริมฝีปากทาบทับบดขยี้ลงมาอย่างร้อนแรง แต่เมื่อเห็นว่าจอร์จิน่าขัดขืนจะดันออกจากตัว ร่างนั้นเลยเปลี่ยนเป็นจูบที่อ่อนโยนลง จอร์จิน่าจำสัมผัสของผู้หญิงคนนี้ได้ กลิ่นน้ำหอมที่เซ็กซี่ลึกลับแบบนี้ และจูบที่ร้อนแรงแฝงความอ่อนหวาน จอร์จิน่าค่อนข้างมั่นใจเลยว่าเธอรู้จักคนคนนี้

ริมฝีปากนั่นผละออกจากเธอ และใจของจอร์จิน่ายังคงเต้นกระหน่ำแม้จะมืดมิดอยู่ในตอนนี้

“เนส?”

“ว้า รู้ได้ยังไงกัน”

ไฟสว่างวาบขึ้น

จอร์จิน่าต้องปรับตาให้เข้ากับแสงอยู่สักพัก ในห้องเกิดเสียงฮือฮากันขึ้นเป็นระลอกๆ และบางเสียงก็หัวเราะชอบใจ จอร์จิน่าไม่รู้ว่าใครจูบกับใครบ้างเลย เธอไม่ได้สนใจเหตุการณ์รอบข้าง แต่ผู้หญิงที่ยืนโอบเธอแนบชิดอย่างล่อแหลมคนนี้คือ วาเนสซ่า ซอร์เยอร์ จริงๆ ด้วยให้ตายเถอะ วาเนสซ่าอยู่ในชุดเดรสสีดำหลุดธีมงานสุดๆ แต่ริมฝิปากของเธอเป็นสีแดงสดเช่นเคย จอร์จิน่าผละออกมาจากร่างนั้นอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอได้อยู่ใกล้ชิดแบบนี้กับวาเนสซ่า

แคโรไลน์หายไปไหนเนี่ย!

แล้วสายตาของจอร์จิน่าก็กวาดหาแคโรไลน์ จนไปเจอเข้ากับคนร่างสูงที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ทางนั้นกำลังจูบอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งเช่นกัน เธอมีผมสีบลอนด์ ตัวสูง หุ่นนางแบบคล้ายกับแคโรไลน์และสวยสุดๆ ด้วย จอร์จิน่ารู้สึกเลือดในหัวเดือดปุดๆ ขึ้นมา เธอแทบจะปรี๊ดแตกเมื่อเห็นภาพนั้น ผู้หญิงคนนั้นผละออกจากจูบของแคโรไลน์และยังพูดคุยกันต่อ ส่วนแคโรไลน์ก็หัวเราะสนุกสนาน

บ้าเอ๊ย! ทีกับเราล่ะก็ทำหน้านิ่งบุญไปรับเชียวนะ น่าโมโหชะมัด!

“จีน่าคุณโมโหเพราะฉันจูบคุณเหรอคะ งานนี้บอกกติกาชัดเจนแล้วนะว่าห้ามโมโห”

คำพูดของวาเนสซ่าดึงให้จอร์จิน่าออกมาจากความคิดนั้น

“อ่อ เปล่านี่ เปล่า ไม่ได้โกรธ แต่จะว่าไป คุณเองก็ฉวยโอกาสจากงานนี้เหมือนกันสินะ”

“ฉันดีใจที่เจอคุณนะ เพราะฉันก็มีผู้ชายพวกนั้นจ้องจะจูบเหมือนกัน แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะ ฉันก็แค่อยากจูบคุณเท่านั้นเอง คุณก็ไม่ปฏิเสธฉันนี่”

“ถ้าฉันปฏิเสธก็ได้โดนผู้ชายคนอื่นลากไปจูบต่อสิ จูบกับคุณยังดีกว่า”

วาเนสซ่าหัวเราะในลำคอ

“อ่อ ฉันเสียใจด้วยนะคุณโลเวล ฮิลตัน คุณไม่เร็วเท่าฉันหรอก” วาเนสซ่าหันไปพูดประชดอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้จอร์จิน่า ส่วนร่างบางก็ได้แต่เหลือเชื่อเลยว่าโลเวลเดินเข้ามาถึงตัวเธอขนาดนี้ได้ยังไงกัน เร็วมากเลยหมอนี่ แล้วคนที่ปัดแขนพวกผู้ชายที่แตะเธอออกก็เห็นได้ชัดว่าเป็นวาเนสซ่า

“อะไร ผมก็แค่จะเดินไปทางนั้น” เขาชี้ไปที่ซุ้มดอกไม้ตรงที่จอร์จิน่าคิดว่าจะเดินหนีไปตั้งแต่ตอนแรก แต่มีเหรอที่สองสาวจะเชื่อ

“คุณเนียนไม่เก่งหรอก ฉันจับคุณได้แล้ว”

“ตามใจมิสซอร์เยอร์ถ้าคุณจะคิดอย่างนั้น”

โลเวลพูดทิ้งท้ายอย่างหัวเสียแล้วแหวกฝูงชนเดินออกไป

“งั้นก็แสดงว่าคุณช่วยฉันจากจูบของโลเวลเหรอเนี่ย”

วาเนสซ่ายิ้ม รอยยิ้มนิ่งของเธอทำให้จอร์จิน่าต้องหลบสายตา มีพลังมากเหลือเกินผู้หญิงคนนี้

“แล้วทำไมคุณไม่ชวนฉันไปทานอาหารสักมื้อล่ะคะ”

“คุณไม่ได้ชวนฉันไปเดทใช่ไหม”

“เปล่า ก็คุณบอกเป็นแค่เพื่อน ฉันก็จะเป็นเพื่อนให้คุณ”

จอร์จิน่ายิ้ม “แล้วฉันจะโทรหา”

วาเนสซ่าพยักหน้า แต่ก็เหมือนจะไม่ยอมจบบทสนทนานั้นง่ายๆ จอร์จิน่าดูออกว่าแววตานั้นมีเรื่องอยากจะถามเธอมากมายเต็มไปหมด

“คุณมีอะไรอยากถามฉันหรือเปล่า?”

“อันที่จริง…อยากได้ข้อมูลจากคุณมากกว่า”

“…?”

“ฉันต้องการจะหาข้อมูลอยู่พอดี ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าคุณก็รู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วย ก็เลยจะถามข้อมูลนิดหน่อยน่ะ”

“ใคร?”

“มิสซิสเพย์ตัน”

“เอลิซาเบธเหรอ?”

วาเนสซ่าส่ายหน้า แล้วโน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างใบหูของเธอ สบกับจังหวะที่แคโรไลน์เดินเข้ามาหาเธอพอดี

“เฮเลน่า เพย์ตัน”

“…!”

ชื่อนี้เป็นชื่อต้องคำสาปในชีวิตของจอร์จิน่าเลยทีเดียว



จอร์จิน่ากลับเพนท์เฮ้าส์ ด้วยรางวัลมา บ้านที่ลองไอส์แลน์ตกเป็นของจอร์จิน่าสวยๆ เลย เธอยื่นขอเสนอแลกเปลี่ยนเพนส์เฮ้าส์ในวอชิงตันใกล้โฮสต์คลับให้คลอเดีย อีกฝ่ายไม่เสียเวลาเลยที่จะตกลง เพราะงั้นชัยชนะเลยเป็นของจอร์จิน่าเห็นๆ แต่มันติดตรงที่ว่าเธอไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่ควรจะเป็น เธอหงุดหงิดแคโรไลน์จนไม่อยากจะเห็นหน้า พอกลับถึงห้องเธอก็ปลีกตัวขึ้นห้องนอนไป จนแล้วจนรอดก็นอนไม่หลับ เลยต้องลงมาดื่มอะไรสักหน่อย แล้วเธอก็เห็นว่าแคโรไลน์อยู่ในชุดนอนที่โซนนั่งเล่นของห้อง ร่างสูงนั่งจมอยู่กับโน้ตบุ๊คและจิบชาในแก้ว สีหน้าดูเคร่งเครียดกับอะไรบางอย่าง แค่นั้นก็ทำให้จอร์จิน่าโมโหแล้ว

“มาทำอะไรตรงนี้น่ะ” จอริ์จน่าไม่รู้ว่าตัวเองไม่พอใจอะไรแคโรไลน์นักหนา อาจจะเป็นเพราะเห็นหน้าแคโรไลน์แล้วพาลนึกถึงตอนที่เธอจูบกับสาวผมบลอนด์คนนั้นไม่ได้ แต่เธอก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องมาสนใจเรื่องนั้นด้วย

“ฉันแค่ยังไม่ง่วงค่ะ”

“เหอะ ได้จูบกับผู้หญิงคนนั้นคงนอนไม่หลับเลยสิท่า”

ร่างสูงรู้ตัวว่ากำลังโดนประชดก็เลยเงยหน้าขึ้นจากจอโน้ตบุ๊ค แล้วมองหน้าอีกคนแทน

“คุณหมายความว่ายังไงคะ”

“ก็กับยัยผู้หญิงผมบลอนด์คนนั้นไง”

แคโรไลน์นึกออกทันที แซนดร้าแฟนเก่าของเธอเข้ามาขอความช่วยเหลือเพราะกลัวหนุ่มๆ มาขโมยจูบ ตอนนั้นแคโรไลน์ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยมัวแต่อึ้ง ผู้คนก็เบียดจนมือหลุดออกจากจอร์จิน่าแล้วไฟก็ดับ แซนดร้าดึงเธอเข้าไปจูบ แต่ทั้งสองก็ไม่ได้เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร จอร์จิน่าเองก็จูบกับวาเนสซ่านี่น่า ทำไมเธอเหมือนเป็นคนโดนตำหนิแค่คนเดียวล่ะ

“แล้ว…เดี๋ยวนะ คุณหงุดหงิดฉันเรื่องนี้ซินะคะ…ที่ฉันจูบกับแซนดี้”

“อ่อ รู้จักชื่อกันด้วยซินะ ถ้าไม่ติดว่ามาส่งฉันที่บ้านคงไปต่อกันแล้วใช่ไหม”

แคโรไลน์หลุดยิ้มออกมา

“อะไร! ยิ้มทำไม มีเรื่องตลกงั้นเหรอ?!”

“เปล่าค่ะ ก็แค่…ที่คุณหงุดหงิดฉันตั้งแต่ออกจากงานมา…เพราะหึงฉันเหรอคะ?”

จอร์จิน่าพ่นน้ำออกมาจากปาก เพราะเป็นจังหวะที่เธอดื่มน้ำเข้าไปพอดี แคโรไลน์ตกใจแต่ก็เปลี่ยนมาเป็นยิ้มแทน

“หน็อย! ฉันจะหึงทำไมไม่ทราบยะ ที่ฉันโมโหเพราะเธอไม่ทำตามหน้าที่ต่างหาก ฉันบอกให้เธอพาฉันออกจากตรงนั้น เธอก็ไม่ยอมทำตามมัวแต่ไปอี๋อ๋อกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ได้ ฉันเลยต้องเสียจูบให้วาเนสซ่า!”

แคโรไลน์ยังคงพูดเล่น

“ฉันก็เห็นว่าคุณดูมีความสุขดีกับคุณวาเนสซ่า”

“อ๋อเหรอ!” จอร์จิน่าเช็ดปากตัวเองที่เปื้อนน้ำบางส่วนออกด้วยอารมณ์ขัดใจ เธอเดินพรวดเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าแคโรไลน์ แล้วก็พ่นคำด่าออกมา เพราะสู้อะไรคนตรงหน้าไม่ได้

“เธอมันงี่เง่า! โง่เง่า! เฮงซวย!”

แคโรไลน์เกือบหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีโมโหของอีกคน จอร์จิน่ากระทืบเท้าด่างอแงเหมือนเด็กๆ เธอลุกขึ้นยืนแล้วมองอีกคน

“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังละคะ ก็ตอนนั้นมันชุลมุน หรือคุณจะให้ฉันจูบคุณเป็นการไถ่โทษ”

“ห๊ะ ว่าไงนะ! เธอลามปามฉันเหรอแคโรไลน์ ฉันเป็นเจ้านายเธอนะ!”

ร่างสูงส่ายหน้าเอือมอีกคนที่หาเรื่องทะเลาะไม่เลิก

“คุณขึ้นไปนอนเถอะค่ะ”

บังอาจตัดบทสนทนางั้นเหรอ!

“กล้าดียังไงมาสั่งฉัน!”

“คุณคงอยากให้ฉันจูบจริงๆ”

แคโรไลน์โน้มหน้าลง จอร์จิน่าเอามือปิดปากตัวเอง แล้วเอี่ยวตัวหลบ พร้อมกับทำหน้าเหวอไม่คิดว่าแคโรไลน์จะใช้ไม้นี้กับเธอ

“ยัยบ้า!”

แล้วร่างบางก็วิ่งตึงตังขึ้นไปบนห้องโดยที่ไม่วายตะโกนลงมาอีก

“ฉันจะบอกพ่อหักเงินเดือนเธอ!”

แคโรไลน์ยิ้มออกมาอีกครั้ง

เห็นเหวี่ยงวีนแบบนี้แต่ก็มีมุมน่ารักเหมือนกันนี่ จอร์จิน่า เวสท์



_______________________________________

มาต่อให้แล้วน๊าาาาาา

ตอนนี้จอร์จิน่าคนขี้วีนเริ่มจะมีความสับสนเกิดขึ้นเล็กๆน้อยๆ

กับแครล์แล้วด้วย หุหุหุ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น